Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
23 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

หยาดน้ำค้างพันปี


23 พฤษภาคม 2558









หนังสือเล่มที่ผมอ่านในวันนี้เป็นนวนิยายเล่มล่าสุดของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติคนล่าสุดของเมืองไทยในขณะนี้ ซึ่งก็คือผลงานเขียนของอาจารย์ชมัยภร แสงกระจ่าง โดยนวนิยายเรื่องนี้มีชื่อว่า “หยาดน้ำค้างพันปี” ที่ผู้เขียนระบุไว้ว่า “เขียนด้วยชีวิต เรียนรู้ทุกข์ด้วยธรรม” เป็นงานวรรณกรรมที่ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวเกี่ยวกับคดีความที่ได้ประสบมา เป็นคดีความที่มีการสืบพยานและไต่สวนกันยาวนานกว่า 22 ปี ผู้เขียนเคยทุกข์ทรมานจากการที่ต้องเป็นจำเลยในคดีความดังกล่าว ความรู้สึกเหมือนถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิดได้ตกค้างอยู่ในใจมาตลอด ผู้เขียนยืนหยัดต่อสู้ให้ได้มาซึ่งความบริสุทธิ์แก่ตัวเองด้วยหัวใจที่เกือบจะบอบสลาย แล้วในท้ายที่สุดศาลได้ตัดสินยกฟ้องทำให้ผู้เขียนพ้นจากข้อครหาและปราศจากมลทินใด ๆ ทั้งสิ้น

สำหรับเนื้อเรื่องในนวนิยายเรื่อง “หยาดน้ำค้างพันปี” นี้ เป็นนวนิยายแนวกฎหมายที่ไม่ค่อยจะมีนักเขียนไทยเขียนกันสักเท่าไหร่นัก ด้วยผู้เขียนมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องคดีความทางกฎหมาย จึงทำให้ผู้เขียนจินตนาการสร้างพล็อตเรื่องและตัวละครขึ้นมาสอดคล้องเทียบเคียงกับความเป็นจริงได้มากที่สุด โดยเป็นเรื่องราวของ นางสายน้ำ นานขวัญใจ ที่ต้องคดีปลอมแปลงสมบัติของแผ่นดินจำนวนเจ็ดชิ้น ซึ่งเป็นคดีอาญาต่อแผ่นดินที่ร้ายแรงมาก คดีความดังกล่าวอยู่ในความสนใจของคนทั่วไปเนื่องจากเป็นคดีประวัติศาสตร์ระดับชาติ นางสายน้ำ ที่เป็นตัวละครเอกของเรื่องต้องต่อสู้คดียาวนาน เรื่องราวการต่อสู้คดีนั้นผู้เขียนจงใจเขียนให้นางสายน้ำต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วย จิตใจที่เป็นทุกข์จากการที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิดประพฤติชั่ว กว่าที่จะผ่านพ้นคดีความนี้ไปได้หัวใจของเธอแทบจะแตกสลายไปเป็นเสี่ยง ๆ เพียงแต่มีสิ่งที่มาช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้สงบลงได้บ้างซึ่งก็คือธรรมะนั้นเอง

นวนิยายเรื่องนี้ผู้เขียนเล่าผ่านมุมมองของนางสายน้ำที่เป็นตัวละครหลัก ทำให้อ่านเรื่องราวของเธอแล้วมีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังฟังเธอปรับทุกข์อยู่ ผู้อ่านจึงต้องคอยเอาใจช่วยให้เธอผ่านพ้นวิกฤติในชีวิตนี้ไปให้ได้ โชคดีที่นางสายน้ำมีเพื่อนเป็นกัลยามิตรอันประเสริฐที่ชื่อ นางลีลา ต้นประจำ เธอได้ชักจูงผู้ที่กำลังมีทุกข์ให้ก้าวเข้าสู่ประตูธรรม นางลีลาชวนนางสายน้ำไปฟังธรรมที่คุณหมอดวงตาบรรยายให้แก่ผู้สนใจ ซึ่งในครั้งแรกนั้นนางสายน้ำผู้จมอยู่ในทุกข์ยังไม่เข้าใจความหมายทางธรรมอย่างแท้แจ้ง ต้องรอให้เวลาผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่งเธอจึงเริ่มเข้าใจได้ แต่เชื่อไหมว่าแค่คำบรรยายธรรมของคุณหมอดวงตาในประเด็นแรก ตัวผมที่เป็นผู้อ่านก็กลายเป็น “ผู้ตื่นรู้ทางธรรม” ได้ทันที ผมขออนุญาตยกตัวอย่างมาดังนี้

 



“เคยนึกไหมคะว่า สิ่งที่เกิดกับเราในยามวิกฤตินั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา ...

จริง ๆ นะคะ ท่านลองนึกดูสิว่าจะมีใครที่ไหนมาให้โอกาสแก่เราเช่นนี้ โอกาสที่จะได้เรียนรู้ชีวิต โอกาสที่จะได้เรียนรู้น้ำใจของเพื่อน โอกาสที่จะได้ทำความเข้าใจมนุษย์ โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิต โอกาสที่จะพลิกชีวิตเป็นโอกาส และเหนืออื่นใด ได้โอกาสที่จะได้สนใจเรียนรู้จักตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใจของเรา ... ใจที่ตลอดมาเราไม่เคยรู้จักเลย”
(หน้า 168)

 


ในชีวิตจริงของทุกคนผมเชื่อว่าต้องมีความทุกข์อยู่บ้างแน่ ๆ ตัวผมเองก็เคยมีทุกข์อยู่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุกข์ทางใจมากกว่าทุกข์ทางกาย ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์เลวร้ายนั้นได้ผ่านพ้นไปนานแล้วแต่ใจกลับยึดติดมันอยู่โดยไม่ยอมปล่อยวาง คุณหมอดวงตาบอกนางสายน้ำว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราดีที่สุดสำหรับเราเสมอ” (หน้า 173) ผมอ่านประโยคนี้ผมก็ตาสว่างและตื่นขึ้นในทางธรรมได้ในทันทีเลย ใช่จริง ๆ ครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันดีที่สุดสำหรับเราจริง ๆ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ร้ายแรงหรือเป็นสิ่งที่ทำลายจิตใจและตัวเรามากแค่ไหนก็ตาม ถ้าเราลองค่อย ๆ นึกทบทวนดู พยายามวิเคราะห์ถึงสาเหตุและผลกระทบต่าง ๆ แล้ว เราจะได้รู้ถึงสิ่งดี ๆ ที่ตามมาได้เสมอ ในกรณีนี้ผมจะไม่ขอยกตัวอย่าง เพราะอยากจะให้ท่านเห็นและเข้าใจได้เอง ท่านจะได้มองสัจจะธรรมในประเด็นนี้ได้ด้วยตัวของท่านเอง

ในเรื่อง “หยาดน้ำค้างพันปี” นี้ ผู้แต่งมีการใช้หลักคำสอนในพุทธศาสนามาแทรกใส่ไว้ในเนื้อเรื่องด้วย ทำให้ผมได้อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับกฎหมายคดีความแต่ตอนจบได้รู้ซึ้งถึงธรรมะมากกว่า ได้รู้ว่าศาสนาพุทธก็เป็นศาสนาที่อิงกับหลักความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์อื่น ๆ ต่อ ๆ ไปด้วย

 


“พุทธศาสนาสอนว่า การที่เราแต่ละคนมีสภาพแวดล้อมที่กำลังเป็นอยู่นี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ สิ่งเหล่านี้คือหนี้สินที่เราจะต้องจัดการชะรำให้เสร็จสิ้นไป ถ้าเรายังไม่ชำระให้เสร็จสิ้นไป จิตใจของคนรอบข้างที่ทั้งรักทั้งแค้นเรานี้จะเป็นกำลังที่เกื้อหนุนและกำลังที่คอยฉุดรั้งเราไว้ ทำให้เราไปไหนก็ทุลักทุเลไปหมด”
(หน้า 175)

 

 


มีนักวิจารณ์วรรณกรรมเคยบอกไว้ว่า ...

“ในบางครั้งการอ่านหนังสือก็ได้มากกว่าความบันเทิง การอ่านเพื่อค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวนั้นอาจจะทำให้เราได้ความรู้ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย”

ผมอ่านนวนิยายเรื่อง “หยาดน้ำค้างพันปี” นี้แล้วได้รู้อะไรอีกมากมายเช่นกัน แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านอื่นอ่านแล้วจะได้หรือค้นพบอะไรอย่างที่ผมพบหรือไม่? เพียงแต่อยากบอกท่านว่า ถ้าในใจของท่านกำลังมีความทุกข์อยู่ ขออย่าได้เก็บความทุกข์นั้นเอาไว้ในใจแต่เพียงผู้เดียวเลย อย่าปล่อยให้หยดน้ำตาค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าเป็นเวลานาน จนเป็นเหมือนหยดน้ำที่ค้างเปียกปอนบนใบหน้าคนอมทุกข์อยู่พันปี ขอให้ท่านลองหาหนังสือเล่มนี้มา อ่านเพื่อที่จะได้ลองเปรียบเทียบความทุกข์ของท่านดูกับความทุกข์ของนางสายน้ำ ตัวละครเอกในเรื่องนี้ เอาทุกข์มาเทียบกับทุกข์แล้วผมเชื่อว่าทุกข์ของท่านอาจจะเบาบางลงได้บ้าง ถึงแม้ว่าเรื่องราวของนางสายน้ำในเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าผู้เขียน “ใช้ชีวิต” ของท่านเขียนเพื่อแต่งเรื่องนี้ขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะบอกผู้อ่านก็คือ การเรียนรู้ความทุกข์ด้วยธรรม การเรียนรู้จิตใจตัวเองเพื่อที่จะต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ในเรื่อง ใครที่สามารถหาเจอก็จะพบวิธีการคลายทุกข์ด้วย บางครั้งในระหว่างที่หยาดน้ำตาของท่านไหลหล่นลงมาที่แก้ม ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่อึดใจก่อนที่มันจะหยดหล่นลงพื้นนั้น ท่านอาจจะค้นพบทางสว่างก็เป็นได้ ถ้าท่านค้นพบสัจจะธรรมแล้วน้ำตาแห่งความทุกข์ของท่านก็จะไม่ไหลออกมาอีกเลย

และสำหรับคนที่ไม่มีความทุกข์อยู่ในใจเลย ผมเชื่อว่าเมื่อท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้ผมเชื่อว่าท่านจะได้รู้ซึ้งถึงจิตใจของตัวท่านเอง เรียนรู้เพื่อพร้อมรับมือกับวิกฤติการณ์ที่ท่านอาจจะเจอในอนาคต ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นแล้วท่านอาจจะแก้ปัญหาและเยียวยาจิตใจของท่านได้ด้วยตัวท่านเองอย่างรวดเร็ว จนพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมาได้

ถ้าถามผมว่า ... อ่านนวนิยายเรื่อง “หยาดน้ำค้างพันปี” นี้แล้วสนุกไหม? อ่านแล้วเศร้าไหม? ผมต้องตอบว่าก็แล้วแต่ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนมากกว่า บางคนอาจจะเคยทุกข์มาบ้างเมื่อมาอ่านเรื่องนี้ก็อาจจะเศร้าใจไปกับเนื้อเรื่อง หรือบางคนอาจจะไม่เคยทุกข์เลยเมื่อได้อ่านแล้วก็อาจจะฉุกคิดอะไรขึ้นได้บ้าง แต่บางคนอ่านแล้วอาจจะไม่สนุกหรือไม่ได้อะไรเลยก็เป็นได้ แต่สำหรับตัวผมอ่านแล้วผมรู้สึกเศร้าไปกับชะตาชีวิตของนางสายน้ำที่เป็นตัวละครเอกของเรื่อง แล้วผมก็ปลาบปลื้มใจที่ตัวละครและตัวผมค้นพบวิธีการดับทุกข์ด้วยใจของตัวเอง เมื่อผมอ่านจบและปิดหนังสือลงแล้ว ผมยิ้มด้วยความสุขที่นางสายน้ำพ้นผิดและพ้นทุกข์ และผมก็ตื้นตันใจที่ตัวผมเองค้นพบและรู้จักจิตใจของตัวเองมากขึ้นด้วย

หนังสือนวนิยายเรื่อง “หยาดน้ำค้างพันปี” เล่มที่อยู่ในมือผมนี้เป็นฉบับพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรก เมษายน 2557 (ก่อนหน้านี้ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารสกุลไทย) โดยสำนักพิมพ์คมบาง ด้วยความหนา 341 หน้า ราคาปก 290 บาท เป็นหนังสือวรรณกรรมอีกเล่มหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำให้ท่านลองอ่านดูครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านหนังสือ ขอให้ท่านได้เจอหนังสือที่ดีและถูกใจท่านนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 



@@@@@@@@@@

คำชี้แจงท้ายเรื่อง ...

รายละเอียดและเนื้อหาในบล็อกนี้ไม่ใช่บทวิจารณ์วรรณกรรม เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ได้ใช้ทฤษฎีทางวรรณกรรมใด ๆ มาวิเคราะห์เลย เนื้อหาในบล็อกนี้จึงถือว่าเป็นการรีวิวแนะนำหนังสือเล่มที่ได้อ่าน โดยเป็นการเขียนถึงหนังสือเล่มนั้น ๆ ด้วยความรู้สึกหลังจากได้อ่านจบลงแล้ว ดังนั้นข้อความทั้งหมดในบล็อกนี้จึงเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าเท่านั้น






 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2558
1 comments
Last Update : 23 พฤษภาคม 2558 0:03:22 น.
Counter : 29 Pageviews.

 

ยังตีความไม่ออก ถูกกล่าวหา ปลอม สมบัติของ
แผ่นดิน.. อะไรครับ..

แต่นั่นคงไม่ใช่ เมนหลักของการเขียน.. เป็น
นิยายธรรมมะ ที่มาแปลกเนาะคุณกล่อง

นิยายแบบนี้ผมอ่านของ ร.ศ.สุทัศสา เกี่ยวกับ
ประวัติหลวงพ่อจรัญฯ

การเขียนแนวธรรมมะ.. มันยากอยู่แล้ว แต่นักเขียน
คนนี้เขียนจนได้รับรางวัล..ต้องเก่งแน่..

ในฐานะคุณกล่องนำข่าวมาให้เกิดความสนใจโหวต
ให้ครับ

เขาว่า บันทึกแล้ว ใน book blog""
แต่ผมก๊อปมาแปะไม่ได้.... เป็น งง..ครับคุณกล่อง
ระยะนี้บล๊อกมีอะไรแปลก ๆ

คุณกล่องคงไปดูกิจการ โรงงานผลิตแผ่นพื้นสำเร็จ
อีกแห่ง ไม่ใช่ที่ผม ทำงานให้เขาด้วย

ของผมทำดูแลที่ T.M โรงงานกว้างมาก ร้อน
แล้วอันตรายมาก.
ตอนผมทำ ช่างซ่อมถูกบดตาย คาเครื่องลงไปซ่อม
ติดป้ายห้ามเดินเดรื่อง.. ลงไปทำเงียบๆ คนเดียว

พอได้เวลาทำงาน คนมาใหม่เห็นป้าย ยกออกคิดว่า
เป็นป้ายเก่า.. เดินเครื่อง ชึ่งเดียวเละ...

ผมเคยเล่าไว้นานแล้วครับ...

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 23 พฤษภาคม 2558 4:31:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




อาคุงกล่อง เป็นชายไทยคนหนึ่ง ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและเวลาว่างในวันหยุด เขียนเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้อ่านเป็นงานอดิเรก โดยบางเรื่องสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง ขำบ้างไม่ขำบ้าง .... เพื่อน ๆ ก็ทนอ่าน ๆ กันไปก่อนนะครับ โดยช่วงนี้ผมพยายามจะเขียนเรื่องใหม่ ๆ ให้ทุกท่านได้อ่านกันบ่อย ๆ ครับ

"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ ... อิอิ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)
akungklong@hotmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.