Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
18 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 

เล่าเรื่องอิเหนา


18 มีนาคม 2558


 







หนังสือเล่มที่ผมอ่านในวันนี้อาจจะดูแปลกตาสำหรับบางท่านไปสักนิด เพราะว่าคงจะไม่อยู่ในความสนใจของท่านแน่ แต่สำหรับตัวผมแล้วสนใจอยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ใช่แล้วครับมันคือวรรณคดีเรื่อง “อิเหนา” ที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยวิธีการเล่าเรื่องแบบร้อยแก้ว เนื่องจากต้นฉบับเรื่องอิเหนาที่เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเป็นบทประพันธ์ร้อยกรอง ที่เป็นบทกลอนสำหรับใช้เป็นบทละครรำในสมัยนั้น ซึ่งอาจจะอ่านยากเกินไปสำหรับผม ดังนั้นผมจึงต้องหาบทประพันธ์ในรูปแบบร้อยแก้วมาอ่านครับ

ส่วนสาเหตุที่ผมสนใจในบทละครเรื่องอิเหนานั้นก็เพราะว่าในสมัยวัยรุ่นผมเคยชอบเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่าบุษบา ชื่อของเธออาจจะดูแปลกมากสำหรับในสมัยนั้น ผมจึงถามถึงที่มาของชื่อเธอ เธอจึงบอกผมว่า “คุณพ่อเป็นคนตั้งชื่อให้ว่าบุษบา เพราะว่าลูกสาว(เธอ)นั้นสวยเหมือนนางบุษบาในเรื่องอิเหนา” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความสนใจในเรื่องอิเหนาของผมจึงอยู่ในประเด็นที่ต้องการรู้ว่า บุษบาที่เป็นตัวละครในวรรณคดีนั้นจะสวยเท่านางสาวบุษบาเพื่อนของผมหรือไม่ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นความฝังใจลึก ๆ ของผมก็เป็นได้

สำหรับหนังสือ “เล่าเรื่องอิเหนา” ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ เป็นบทร้อยแก้วที่เล่าเรื่อง(เขียนเรียบเรียงขึ้น)โดย รศ. วิเชียร เกษประทุม โดยในเรื่องเป็นเรื่องราวที่ถอดออกมาจากบทร้อยกรองในวรรณคดีแบบบทต่อบท โดยทำให้ง่ายแก่การอ่าน ซึ่งผู้อ่านเมื่ออ่านจบแล้วจะสามารถรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องตั้งแต่แรกจนจบ ดังนั้นเมื่อกลับไปอ่านบทร้อยกรองอีกครั้งจึงจะสามารถทำให้เข้าใจในบทกลอนต่าง ๆ ได้มากขึ้น

สำหรับเรื่องราวโดยย่อของเรื่องอิเหนานั้นผมคิดว่าทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว โดยในเรื่องเล่าถึงเรื่องราวของชวา (อินโดนีเซีย) ในยุคสมัยก่อนที่มีเจ้าครองเมืองต่าง ๆ โดยมีตัวเอกของเรื่องคือ อิเหนา ที่เป็นโอรสกษัตริย์ที่รูปงามและมีความสามารถ เรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดของอิเหนาเกี่ยวข้องกับเรื่องของความรักเกือบทั้งหมด ในตอนที่อิเหนาเกิดมานั้นมีโหรทำนายว่าชายคนนี้จะยิ่งใหญ่และมีเมียถึง 10 คน ซึ่งเป็นจริงในตอนจบที่อิเหนาได้ครองเมืองกุเรปันอยู่กับมเหสี 10 คน ในจำนวนเมียของอิเหนาทั้ง 10 คนนั้นมีตัวละครที่เด่น ๆ อยู่ของคนคือ นางจินตะหรา และนางบุษบา จริง ๆ แล้วอิเหนากับนางบุษบานั้นเป็นคู่ตุนาหงัน(คู่หมั้น)กันตั้งแต่เด็ก แต่อิเหนายังไม่เคยเห็นนางบุษบามาก่อน จนเมื่อมาพบจินตะหราที่สวยมากอิเหนาก็หลงรักและได้เป็นเมียคนแรก ด้วยความเจ้าชู้ประกอบกับรูปโฉมที่งดงามของอิเหนาจึงทำให้เขามีเมียอีกหลายก่อนที่จะได้มาพบนางบุษบาแล้วก็หลงรักอีก จนกระทั่งได้นางบุษบาแล้วหลังจากนั้นทั้งอิเหนาและนางบุษบาก็โดนเทวดา(ที่เป็นคุณปู่)แกล้งให้ต้องพลัดพรากจากกัน จนต้องตามหากันและงอนง้อกันจนจบอย่างมีความสุขในตอนท้ายของเรื่อง ถือได้ว่าเป็นต้นตำรับของพล็อตนิยายน้ำเน่าเลยฉบับแรก ๆ ของเมืองไทยเลย

ในหนังสือ “เล่าเรื่องอิเหนา” นี้ นอกจากจะมีการเขียนบรรยายเป็นบทร้อยแก้วแล้ว ผู้เขียน (รศ. วิเชียร เกษประทุม) ยังมีการยกบทประพันธ์ที่เป็นร้อยกรองซึ่งเป็นบทกลอนจากในเรื่อง นำมาประกอบอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจด้วย ดังนั้นนอกจากจะได้รู้เรื่องราวแล้วยังได้อ่านบทกลอนเพราะ ๆ ในหลายบทที่ผู้เขียนยกมาด้วย อย่างเช่นบทกลอนที่บอกถึงชื่อของอิเหนาที่ยาวมาก

“จึงเห็นจารึกอักษร               นามพระโอรสา
ชื่อหยังหยังหนึ่งหรัดอินดรา    อุดากันสาหรีปาตี
อิเหนาเองหยังตาหลา           เมาะตาริยะกัดดังสุรศรี
ดาหยังอริราชไพรี                เองกะนะกะหรีกุเรปัน”
(อิเหนา หน้า 20)



นอกจากนั้นยังมีบทกลอนที่กล่าวบรรยายถึงความงามของนางบุษบาที่ผมอยากจะรู้ว่าสวยงามสักปานไหน จากในเรื่องความงามของนางบุษบาทำให้อิเหนาถึงกะสลบได้ ซึ่งบทกลอนก็บรรยายถึงนางบุษบาว่า

“อันนางโฉมยงองค์นี้            เลิศล้ำนารีในแหล่งหล้า
นวลละอองผ่องพักตร์โสภา    เพียงจันทราทรงกลดหมดราคี
งามดั่งโกสุมปทุมมาลย์        บานอยู่ในท้องสระศรี”
(อิเหนา หน้า 301)



การได้อ่านวรรณคดีเรื่องอิเหนานี้ นอกจากจะได้ความสนุกเพลดเพลินไปกับเนื้อเรื่องแล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับภาษาที่ไทยเรารับเอามาจากชวาอันมีที่มาจากวรรณคดีเรื่องนี้ด้วย เช่นคำว่า “มะงุมมะงาหรา” ใน-ภาษาชวาหมายถึงการท่องเที่ยวไป แต่ไทยรับมาใช้ความหมายว่า งุ่มง่าม ไม่ทันเหตุการณ์ , คำว่า “วิลิศมาหรา” ซึ่งเป็นชื่อภูเขาในเรื่องอิเหนา ไทยรับมาใช้ในความหมายว่า หรูหรา , สวยเกิน ซึ่งตรงกับภาษาสแลงว่า เริ่ด เป็นต้น

พอผมอ่าน “เล่าเรื่องอิเหนา” เล่มนี้จบแล้วก็คิดว่าอยากจะกลับไปอ่าน “อิเหนา” ฉบับที่เป็นวรรณคดีอีกครั้ง เพราะว่ารู้เรื่องแล้วเวลาที่ไปอ่านบทกลอนจะสามารถตีความให้รู้ความหมายได้ ทำให้การอ่านบทกลอนคงจะไพเราะและเพลิดเพลนมากขึ้นอีกด้วย สำหรับหนังสือ “เล่าเรื่องอิเหนา” ที่อยู่ในมือของผมนี้เป็นฉบับที่พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. 2552 โดยสำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา ขนาดความยาว 283 หน้า (ฉบับวรรณคดียาว 1,011 หน้า) ราคาปก 140 บาท ท่านที่สนใจเรื่องอิเหนาลองไปหาซื้อมาอ่านดูนะครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านหนังสือนะครับ มีความสุขมาก ๆ ครับ





 

Create Date : 18 มีนาคม 2558
14 comments
Last Update : 18 มีนาคม 2558 0:09:25 น.
Counter : 717 Pageviews.

 

น่าสน... ครับคุณกล่อง มีเมีย 10 คนเลยเหรอ
แหะ ๆ ผมหมายถึง อิเหนา นะครับ..

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 18 มีนาคม 2558 5:32:34 น.  

 

"อิเหนา" เป็นบทเรียนที่เคยอ่านตอนเรียนมัธยมกันนะค่ะ
ทำให้ซาบซึ้งในบทกวีของวรรณคดีทยกันมาก
อืม...คุณกล่อง เปลี่ยนแนวรีวิว แต่ก็ชอบค่ะ
มีเปลี่ยนแปลงเรื่องราวรีวิวได้หลากหลายแบบดีจร้า

โหวต Book blog ให้นะค่ะ

 

โดย: Tui Laksi 18 มีนาคม 2558 6:38:39 น.  

 

จบอย่างมีความสุข บนความทุกข์ของจินตหรา เชอะ//เบะปาก

ไม่ชอบวรรณคดีก็ตรงเนี้ย พระเอกต้องเมียเยอะ

 

โดย: พจมารร้าย 18 มีนาคม 2558 8:09:32 น.  

 

ไม่ค่อยปลื้มพระเอกในวรรณคดีเลยค่ะ (หาคนดีๆ ยากกก)

แต่ชอบกลอน ชอบเวลาอ่าน ชอบความสวยงามของภาษา ชอบจินตนาการ (ที่คนแต่งคิดได้ไงหนอ)

 

โดย: ออโอ 18 มีนาคม 2558 22:31:50 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
ฟังคนเก่าเล่าเรื่องเก่า ต้องบอกว่าเลอค่ามากๆ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog



 

โดย: หอมกร 19 มีนาคม 2558 8:28:00 น.  

 

อยากอ่นเหมือนกันเหมือนกันนะ
เพราะทั่วไปมีแต่ร้อยกรอง

 

โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว 19 มีนาคม 2558 14:29:01 น.  

 

ชอบค่ะคุณกล่อง อมตะน่าอ่าน

 

โดย: sawkitty 19 มีนาคม 2558 15:56:20 น.  

 

รู้แล้วว่าคุณกล่องชอบอ่านเรื่องนี้เพราะมีที่มานั่นเองค่ะ

เล่มนี้อ่านแล้วได้ทั้งความสนุกเพลิดเพลินและความรู้ด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องเสี่ยงโชคน่ะ ก็คงเหมือนการพนันทั่ว ๆ ไปค่ะ
ผีพนันจะให้เราได้ก่อน แล้วค่อยเรียกคืนค่ะ

ปล.ตะลิงปลิงเก็บชิมได้หรือยังคะ

 

โดย: เนินน้ำ 19 มีนาคม 2558 19:06:16 น.  

 

แวะมาทักทาย อาคุงกล่อง ค่าา

แวะมาโหวตให้ด้วย หวังว่าจะเป็นผู้โชคดีไปได้ไปงานมีทติ้งอีกนะคะ :))

 

โดย: BosSaGirl 20 มีนาคม 2558 16:00:33 น.  

 

เข้ามากด Like & vote ฺBook Blog ให้จ๊ะ

 

โดย: อุ้มสี 21 มีนาคม 2558 23:24:35 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
เตยจ๋า Topical Blog ดู Blog
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
มอร์นิ่งจ้ะ

 

โดย: โอพีย์ (Opey ) 22 มีนาคม 2558 3:11:50 น.  

 

น่ากลับไปอ่านใหม่จริง ๆ ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 24 มีนาคม 2558 10:29:57 น.  

 

มาโหวตค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 26 มีนาคม 2558 12:40:58 น.  

 

เคยอ่านตอนเรียน จนจำไม่ได้แล้วค่ะ..
วรรณคดีนี่..เป็นอมตะมาก
มาฟังคุณกล่องเล่าอีกที เพราะลืมจิงๆ..
โห นี่ นับว่าอนุรักมากเลยนะคะ..
แว๊ก เมีย 10 คน เที่ยวรึ
ชื่อที่คุ้นก็ บุษบานะแหละค่ะ..
อ้าว มะงุมมะงาหรา แปล ว่าเที่ยวเหรอ เข้าใจผิดกันไปใหญ่เลย อิอิ

 

โดย: tifun 26 มีนาคม 2558 17:09:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




อาคุงกล่อง เป็นชายไทยคนหนึ่ง ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและเวลาว่างในวันหยุด เขียนเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้อ่านเป็นงานอดิเรก โดยบางเรื่องสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง ขำบ้างไม่ขำบ้าง .... เพื่อน ๆ ก็ทนอ่าน ๆ กันไปก่อนนะครับ โดยช่วงนี้ผมพยายามจะเขียนเรื่องใหม่ ๆ ให้ทุกท่านได้อ่านกันบ่อย ๆ ครับ

"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ ... อิอิ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)
akungklong@hotmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.