|
|
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
ผีรถตู้ ...
คำชี้แจง (ต้นเรื่อง)
เรื่องราวเกี่ยวกับ ผีรถตู้ นี้เป็นเรื่องราวที่น่ากลัวที่สุด ที่ผมได้เคยประสบพบเจอมาเลยครับ ผมยอมรับว่าก่อนหน้านี้ผมไม่ใช่คนที่กลัวผีเลยครับ แต่หลังจากที่ผมประสบเหตุในครั้งนี้แล้ว ทัศนะคติเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับและเรื่องผีในความคิดของผมก็เปลี่ยนไปในทันที ดังนั้นท่านที่กำลังจะอ่านเรื่องนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ เพราะว่าบางส่วนในเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น
ผมจำได้ว่าในวันนั้นเป็นวันหยุดท้ายของการทำงาน ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในวันนั้นผมต้องเร่งเคลียร์งานของผมให้เสร็จ เพื่อปิดงบการทำงานทั้งหมดให้ทันภายในรอบบัญชีของปี ซึ่งกว่าที่ผมจะออกจากที่ทำงานได้ก็เกือบจะ 4 ทุ่มแล้ว
ในเวลาดังกล่าว ถ้าเป็นวันอื่นก็คงจะธรรมดารู้สึกว่ายังไม่ดึกมากสักเท่าไหร่นัก แต่อาจจะเป็นเพราะว่าในวันนั้นผู้คนต่างก็รีบเดินทางกลับบ้านกันตั้งแต่ช่วงบ่ายและช่วงเย็นไปเกือบหมดแล้ว จึงทำให้ค่ำคืนนั้นในย่านออฟฟิตสำนักงานที่บริษัทของผมตั้งอยู่ดูเงียบเหงาผิดปกติ ผมต้องรีบเดินทางกลับบ้านให้ทันภายในคืนนั้น เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปต่างจังหวัดพร้อมกับที่บ้านของผมในเช้าวันรุ่งขึ้นได้
แต่ว่าค่ำคืนก่อนวันหยุดยาวนี้ มันช่างเงียบเชียบเหลือเกิน รถราต่าง ๆ มีวิ่งให้เห็นบนถนนน้อยมาก จะหารถแท็กซี่ที่ผ่านมาสักคันก็ไม่มีเลย เวลายิ่งล่วงเลยไปมากยิ่งทำให้การเดินทางกลับบ้านของผมยากลำบากมากขึ้นไปอีก ผมจึงตัดสินใจโบกเรียกรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างคันหนึ่งที่วิ่งผ่านมา เพื่อที่ผมจะได้โดยสารออกจากจุดที่เงียบเหงาใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว
พี่ ๆ ไปส่งที่เสาวรีย์เท่าไหร่ครับ?
ผมรีบถามคนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างค้นนั้นทันที่เขาจอดรถรับผม
แปดสิบบาท
คนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ห้วน ๆ และหยาบกระด้าง ทำให้ผมต้องหยุดคิดไปชั่วขณะเพราะว่าราคาค่าโดยสารแปดสิบบาทนั้นผมถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างจะแพงจนเกินไป ระยะทางก็ไม่ได้ไกลจนเกินไปนัก ถ้าผมนั่งรถแท็กซี่ไปมิเตอร์ของรถแท็กซี่ก็คงขึ้นไม่เกิน 60 บาทแน่ ๆ
แต่ว่าในช่วงเวลาขณะนั้นจะให้ผมทำอย่างไรได้ล่ะครับ ในเมื่อรถแท็กซี่สักคันก็ไม่มีผ่านมาเลย แล้วเวลาก็เริ่มดึกขึ้นทุกที ผมเลยตัดสินใจเดินไปนั่งคร่อมที่เบาะหลังคนขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างในทันที
พี่ ๆ ไม่มีหมวกกันน็อคเหรอครับ?
ผมถามคนขับรถมอเตอร์ไซต์ เพราะว่าผมไม่อยากจะโดนตำรวจจราจรจับปรับในช่วงเวลานั้น
ไม่มี หมวกกันน็อคเปื้อนเลือดเลยโยนทิ้งไปแล้ว
คำตอบที่ผมได้รับยังคงห้วน ๆ และหยาบกระด้างเหมือนเดิม ก่อนที่คนขับมอเตอร์ไซต์จะหันกลับมาพูดกับผมอีกครั้ง
เกาะให้ดี ๆ ... อย่าให้ร่วงตกลงไปหัวฟาดพื้นแบบคนที่แล้วล่ะ
ผมได้แต่ฟังที่เขาพูด แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป คนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างจึงได้ออกรถวิ่งไปตามทางข้างหน้า
สายลมเย็น ๆ เริ่มพัดเข้าปะทะกับใบหน้าของผม แล้วก็พัดแรงขึ้นตามความเร็วที่รถมอเตอร์ไซต์วิ่งไปข้างหน้า จนทำให้ผมต้องก้มหน้าหลบไปหลังหมวกกันน็อคของคนขับที่อยู่ตรงใบหน้าผม แต่มือของผมก็ยังคงกอดเอวของคนขับไปตลอดทาง จนกระทั่งสักครู่หนึ่งก็มีสายฝนเม็ดปรอย ๆ ตกลงมาพร้อมกับสายลมที่แรงขึ้น
พี่ช่วยเลยไปส่งผมที่ท่ารถตู้ด้วยนะครับ
ผมตะโกนด้วยเสียงอันดังเพื่อแข่งกับสายลมและสายฝนตกที่ตกลงมา เพื่อบอกคนขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้รู้ถึงจุดหมายที่ผมต้องการจะไป หลังจากนั้นอีกเพียงไม่ถึง 10 นาที รถมอเตอร์ไซต์ก็ไปจอดที่หน้าปากทางเข้าสู่ท่ารถตู้
ผมรีบลงรถรถมอเตอร์ไซต์พร้อมกับควักแบงค์ร้อยส่งให้แก่คนขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง แล้วผมก็ต้องรีบวิ่งหลบสายฝนเข้าไปอยู่ใต้กันสาดของร้านค้าที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ผมไม่ทันสังเกตว่ารถมอเตอร์ไซต์รับจ้างคันที่ผมนั่งมานั้นได้แล่นออกไปแล้ว
อ้าว ... แล้วตังค์ทอนล่ะ
ผมได้แต่พูดกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับมองดูรถมอเตอร์ไซต์คันนั้นวิ่งหายไปกลางสายฝน ในตอนนั้นสายฝนเริ่มตกลงมาหนาเม็ดมากขึ้น ผมยกนาฬิกาข้อมือของผมขึ้นมาดู ในตอนนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มสี่สิบห้าแล้ว ผมจึงเลิกใส่ใจกับเงินทอน แล้วผมพยายามมองดูว่าฝนที่กำลังตกลงมาเมื่อไหร่จะหยุดสักที เพราะว่าถ้าฝนยังคงตกหนักอยู่ตลอดค่ำคืนนี้ผมคงไม่ได้กลับบ้านเป็นแน่
ผมมองตรงไปยังท่ารถตู้ที่อยู่เลยไปไม่ไกลมากนัก ตอนนั้นมีรถตู้จอดอยู่ 1 คัน มีผู้โดยสารที่เข้าแถวกำลังทยอยกันขึ้นรถ แต่ว่าในตอนนั้นผมก็ยังไม่สามารถวิ่งผ่าสายฝนออกไปได้ ผมไม่อยากให้เสื้อผ้าของผมเปียกมากไปกว่านี้ เพราะว่าถ้าผมขึ้นไปโดนแอร์เย็น ๆ บนรถตู้แล้ว ผมอาจจะเป็นหวัดไม่สบายก็ได้
ผมได้แต่เฝ้ามองรถตู้คันนั้นวิ่งออกไปจากท่ารถ พร้อมทั้งมองสายฝนที่กำลังตกลงมาจากบนฟ้า ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกว่าฝนได้ซาลงบ้างแล้ว ผมพยายามมองหาอะไรสักอย่าง ที่เป็นแผ่นกระดาษที่ผมสามารถเอามาใช้บังฝนได้ แล้วผมก็เจอแผ่นพลาสติกสีแดงกลม ๆ แผ่นหนึ่งวางอยู่ที่บนหิ้งหน้าร้านค้าแห่งนั้น ผมรีบเอื้อมมือไปหยิบเอามันขึ้นมาบังไว้บนหัวของผม แล้วผมก็ตัดสินใจวิ่งผ่านสายฝนเพื่อตรงไปยังท่ารถตู้ที่อยู่ไม่ไกลตรงหน้าในทันที
ผมวิ่งมาหยุดอยู่ที่ป้ายบอกเส้นทางของท่ารถตู้ ทำให้ผมเป็นคนแรกที่มาเข้าแถวรอขึ้นรถตู้ ซึ่งในตอนนั้นยังว่างเปล่าไม่มีรถตู้แล่นเข้ามาจอดเทียบเพื่อรอรับผู้โดยสารเลย ผมจึงได้มองสำรวจโดยรอบตัวของผมเอง แล้วผมก็พบว่าเสื้อและกางเกงบางส่วนของผมเปียกฝน แต่ยังโชคดีที่บนศีรษะของผมไม่เปียกมากเท่าไหร่ เพราะว่าผมมีแผ่นพลาสติกบังหัวเอาไว้ในตอนที่วิ่งฝ่าสายฝนมา ผมจึงโยนแผ่นพลาสติกที่หมดความหมายนั้นทิ้งไปข้าง ๆ ตัว
แผ่นพลาสติกสีแดงกลม ๆ ที่ถูกผมโยนทิ้งไปค่อย ๆ กลิ้งไปจนหยุดอยู่ที่เท้าของอาม่าคนหนึ่งที่กำลังเดินมาพอดี อาม่าคนนั้นก็ได้ก้มลงไปหยิบแผ่นพลาสติกสีแดงกลม ๆ นั้นขึ้นมา
ไอ่หย่า ... ใครเอาถาดถวายของเซ่นมาเล่นอีกแล้ว เดี๋ยวก็โดนเจ้าพ่อหักคออีกหรอก ... อีพวกนี้ซี้ซั้วน่าดูเลย
อาม่าคนนั้นพูดบ่นขึ้นพร้อมทั้งหยิบแผ่นพลาสติกสีแดงกลม ๆ ที่เธอบอกว่าเป็นถาดถวายของเซ่นไหว้เจ้าที่นั้นขึ้นมา แล้วอาม่าก็เดินฝ่าสายฝนกลับไปยังหน้าร้านค้าที่ผมเพิ่งจะวิ่งจากมา ผมได้แต่เหม่อลอยยืนมองตามอาม่าที่กำลังเดินจากไป
เป็นถาดถวายของเซ่นเจ้าหน้าที่เหรอนี่ ผมคิดขึ้นในใจด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก
แล้วผมก็รู้สึกว่ามีมือของใครบางคนมาสะกิดที่หลังของผม ทำให้ผมต้องรีบละสายตาจากอาม่าและหันหลังกลับไปมองดูในทันที
เฮ้ย
ผมได้แต่ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าก็คือชายสูงอายุคนหนึ่งกำลังยืนจ้องมองผมอยู่
จะไปไหน? ชายสูงอายุคนนั้นถามผมขึ้นอย่างห้วน ๆ
เออ ... ผมจะไปลงที่ลาดหลุมแห้วครับ
ผมตอบออกไปด้วยความโล่งอก เพราะว่าชายสูงอายุคนนี้ก็คือคนขับรถตู้นั้นเอง
ห้าสิบบาท
คนขับรถตู้บอกผมด้วยน้ำเสียงที่แหบ ๆ และห้วน ๆ เหมือนเดิม ผมจึงหยิบแบงค์ห้าสิบบาทจากกระเป๋าสตางค์ของผมส่งให้แก่คนขับรถตู้
ลงลาดหลุมแห้วสุดสาย เข้าไปนั่งในสุดเลย
คนขับรถตู้บอกผมในขณะที่รับแบงค์ห้าสิบบาทจากมือผม ทำให้ผมต้องมองข้ามไหล่ของคนขับรถตู้ไป ผมเห็นรถตู้คันหนึ่งจอดอยู่ด้านหลังคนขับ ทำให้ผมต้องสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า รถตู้คันนี้เข้ามาจอดเทียบที่ท่าจอดรถตู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่สังเกตเห็นเลย
คนขับรถตู้หันหลังไปเปิดประตูรถตู้ให้แก่ผม ผมเลยต้องเดินขึ้นไปในรถตู้ทันที ผมค่อย ๆ เดินขยับตัวผ่านเบาะที่นั่งเข้าไปจนถึงเบาะที่นั่งด้านหลัง แล้วผมก็เข้าไปนั่งในตำแหน่งที่อยู่ติดกับหน้าต่างด้านในสุดเพื่อคอยเวลาที่รถตู้จะออกเดินทาง ซึ่งหลังจากนั้นอีกสักพักก็มีผู้โดยสารอีก 4-5 คนขึ้นมาบนรถตู้ โดยแต่ละคนก็กระจายนั่งกันไปตามเบาะต่าง ๆ ที่ว่างอยู่
ผมมองออกไปภายนอกหน้าต่าง ผมเห็นแสงไฟสว่างจากหน้าร้านค้าที่อยู่หน้าปากทาง ร้านค้าที่ผมได้ไปยืนหลบฝนมาก่อนหน้านี้ ในตอนนั้นที่หน้าร้านค้ามีใครบางคนยืนอยู่ ผมพยายามมองดูแต่ผมก็เห็นไม่ชัดมากนัก ผมเห็นเป็นผู้ชายสวมชุดสีขาวที่เป็นชุดยาว ๆ ยืนอยู่ตรงนั้น แล้วผมก็มีความรู้สึกเหมือนกับว่าชายคนนั้นกำลังจ้องมองมาที่รถตู้คันที่ผมนั่งอยู่
แล้วรถตู้ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากท่ารถ แต่ผมยังคงเหลียวหลังไปมองที่หน้าร้านค้าเพื่อมองดูชายคนนั้น จนกระทั่งรถตู้คันที่ผมนั่งวิ่งเลยออกมาจนมองไม่เห็นร้านค้านั้นแล้ว ผมเลยหันมามองดูภายในรถตู้ ตอนนั้นในรถตู้มืดสนิทแต่ก็ยังพอมองสังเกตเห็นเงาของผู้โดยสารอีก 4-5 คนที่นั่งกระจายอยู่ภายในตัวรถได้
ผมเริ่มหนาวสั่นจากแอร์ที่เย็นจัดภายในรถ จนทำให้ผมต้องนั่งห่อไหล่พร้อมกับก้มตัวต่ำลง ผมเอาแขนทั้งสองข้างมาชุกไว้ที่หน้าขาเพื่อให้ตัวของผมรู้สึกว่าอุ่นขึ้น แล้วผมก็เริ่มคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ผมเริ่มออกจากออฟฟิต นั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างฝ่าสายฝน ถาดพลาสติกสีแดงที่ผมหยิบเอามากันฝน รวมทั้งชายในชุดขาวที่ยืนอยู่หน้าร้านค้าตอนที่รถตู้วิ่งออกมา
ผมพยายามหลับตาลงเพื่อข่มจิตใจของผมเอง โดยไม่ให้คิดอะไรต่ออะไรจนฟุ้งซ่านมากไปกว่านั้น จนกระทั่งผมเริ่มเคลิ้มหลับไปชั่วขณะ เหมือนกับตัวของผมกำลังอยู่ในภวังค์ครึ่งหลับครึ่งตื่น
แล้วผมก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ผมพยายามจะขยับแขนซ้ายของผม แต่ผมความรู้สึกว่าในตอนนั้นมือซ้ายของผมเหมือนกับว่าโดนใครบางคนจับเอาไว้อยู่
แล้วผมได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นที่เหม็นอย่างรุนแรงเหมือนกับซากศพที่เน่าเปื่อยมาเป็นเวลานาน
ในทันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกว่ามีสายลมเย็น ๆ พัดเข้ามาในรถ พร้อมทั้งเสียงของใครบางคนที่พูดขึ้น
ตดออกมาทำไม? เหม็นฉิบหายเลย
ผมพยายามลืมตาขึ้นเพื่อตั้งสติ แต่ในตอนนั้นผมก็ลืมตาไม่ขึ้น ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในช่วงที่เพิ่งออกจากความหลับใหลหลังจากถูกสะกดจิตอย่างใดอย่างนั้นเลย ผมฝืนลืมตาขึ้นมองไปในรถตู้ที่มืดสนิท ผมไม่เห็นว่ามีผู้โดยสารคนอื่นนั่งอยู่ในรถตู้นี้เลย ผมเงยหน้ามองไปไกลที่ด้านหน้าสุดตรงบริเวณที่คนขับนั่งอยู่ ผมเห็นกระจกด้านข้างคนขับถูกลดลงมา สายลมเย็น ๆ คงพัดมาจากหน้าต่างบานนั้นเอง
แต่ในขณะนั้นผมยังรู้สึกว่ามีมือของใครบางคนยังคงจับมือผมไว้อยู่โดยไม่ยอมปล่อย ผมพยายามมองไปข้าง ๆ รอบตัวของผมอีกครั้ง ซึ่งปรากฎว่าไม่มีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมเลย
แล้วใครล่ะ ? ที่เป็นคนจับมือของผมไว้
หรือว่าจะเป็นวิญญาณที่ตามมาทวงถาดเซ่นของไหว้เจ้าคืน ?
ผมเริ่มกลัวขึ้นมาในทันที ขนทุกส่วนตามร่างกายของผมเริ่มลุกชันขึ้นทั้งตัว ผมบอกไม่ถูกว่าตอนนั้นผมอยู่ในสภาพที่สลึมสลือหรือว่าตื่นกลัวก็ไม่ทราบ
แล้วผมก็รู้สึกว่ารถตู้กำลังลดความเร็วลง จนกระทั่งรถตู้คันที่ผมนั่งมาได้จอดสนิท ผมได้ยินเสียงพูดขึ้นมาจากคนขับรถด้านหน้า
ทีหลังถ้าปวดท้องก็เข้าห้องน้ำก่อนขึ้นรถนะ จะได้ไม่ต้องมาตดให้เหม็นแบบนี้
เสียงของคนขับตะโกนขึ้นมาจากด้านหน้าในความมืด แต่ตัวผมกับไม่ได้สนใจกับเสียงของคนขับรถนั้นเลย ในขณะนั้นผมพยายามขยับมือซ้ายของผมอีกครั้ง เพื่อให้มือของผมหลุดจากมือของใครสักคนที่ยังคงจับอยู่ แต่ยิ่งผมขยับมือมากเท่าไหร่ ผมก็ยังไม่สามารถดึงมือของผมให้หลุดออกมาได้
ใครเป็นคนจับมือกู
ผมได้แต่ทำตาเหลือกในความมืดพร้อมกับคิดอยู่ในใจเพียงคนเดียว
แหน่ะ ... ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก ก็นั่งอยู่คนเดียว ถ้าไม่ได้ตดแล้วใครจะตดว่ะ?
เสียงของคนขับรถตะโกนถามขึ้นอีกครั้ง แต่ผมก็ยังไม่สนใจเช่นเดิม ผมสนใจเพียงแต่ว่าในเมื่อไม่มีใครนั่งอยู่ในรถตู้ร่วมกับผมแล้ว แล้วใครล่ะเป็นคนที่จับมือของผมไว้ในตอนนี้ ?
ต้องไม่ใช่คนขับรถแน่ ๆ เพราะว่าเขาอยู่ไกลจนเกินไป
ความกลัวเริ่มผุดขึ้นในสมองของผมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผมจะถูกดึงออกมาจากภวังค์แห่งความลึกลับนั้นด้วยแสงไฟในรถที่สว่างจ้าขึ้น เมื่อคนขับรถตู้เปิดสวิชท์ไฟภายในห้องโดยสาร
ภาพที่ผมเห็นในตอนนั้นก็คือความว่างเปล่าของเบาะที่นั่งภายในรถตู้ ผู้โดยสาร 4-5 คนที่ขึ้นรถมาพร้อมกับผมที่ท่ารถตู้ ตอนนี้คนพวกนั้นไม่ได้นั่งอยู่ในรถตู้คันนี้แล้ว ผมมองไปด้านหน้าสุดของรถอีกครั้ง ผมเห็นคนขับรถตู้กำลังหันหลังมาถามอะไรบ้างอย่างกับผม
จะลงไหม? ถึงลาดหลุมแห้วแล้ว
พอผมได้ยินว่าถึงลาดหลุมแห้วแล้ว สติทั้งหมดของผมก็กลับคืนมาในทันที ผมก้มลงไปมองที่หน้าขาของผม ผมเห็นข้อมือขวาของผมถูกต้นขาซ้ายทับไว้ จนผมต้องขยับยกขาซ้ายของผมขึ้น แล้วมือขวาของผมก็เจ็บแปล๊บ ๆ แบบชา ๆ ขึ้นมาในทันที
อ้าว ... มือกูเองเนี่ยหว่า
ผมได้แต่พูดกับตัวเองในใจ ก่อนที่ผมจะพยายามลุกขึ้นจากเบาะที่นั่ง แล้วค่อย ๆ ขยับตัวให้เดินออกมาจากแถวที่นั่งด้านในสุด
อาจจะเป็นเพราะความเย็นของแอร์ปรับอากาศภายในรถตู้ ประกอบกับเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของผม จึงทำให้ผมรู้สึกหนาวสั่นมาตลอดทาง
อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานอย่างหนักมาทั้งวัน จึงทำให้ผมเพลียจนหลับไปตลอดทางตั้งแต่ได้ขึ้นรถตู้
อาจจะเป็นเพราะว่าเลยช่วงเวลาอาหารเย็นของผมไปนานมากแล้ว จึงทำให้ท้องของผมว่างจนเกิดแก๊สขึ้นในกระเพราะอาหาร เลยทำให้ผมเผลอผายลมจนตดออกมา
และอาจจะเป็นเพราะผมเผลอนั่งทับมือขวาของผมไว้นานจนมือชา มือขวาของผมเลยไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลยตลอดช่วงเวลาที่ผมนั่งหลับมาตลอดทาง
ผมเดินขยับตัวผ่านเบาะนั่งมาเรื่อย ๆ จนถึงประตูรถตู้ ผมจึงรีบเปิดประตูรถตู้และเดินออกจากรถตู้ไปในทันที
ภาพที่ผมเห็นเบื้องหน้าในขณะนั้นก็คือท่ารถตู้อำเภอลาดหลุมแห้วที่ผมคุ้นเคย ผมจึงได้รีบเดินออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมไม่หันกลับไปมองที่รถตู้คันนั้นอีกเลย
จะให้ผมหันกลับไปมองทำไมล่ะครับ?
ผมก็อายเป็นนะครับ ... ผมอายคนขับรถตู้ครับ
ผมรีบตรงกลับบ้านเลยดีกว่า เพราะตอนนั้นก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว
ไปล่ะ ...
ก๊าก ๆ ๆ ๆ ๆ
อิอิ
คำชี้แจง (ท้ายเรื่อง)
เรื่องราวเกี่ยวกับ ผีรถตู้ นี้เป็นเรื่องราวที่ถูกสมมุติขึ้นมา โดยไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเรื่องที่เป็นเรื่องจริงเลย ตั้งแต่คำชี้แจง (ต้นเรื่อง) จนถึงตอนจบของเรื่อง ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์และเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมาจากจินตนาการของข้าพเจ้า ในฐานะที่เป็นผู้เขียนเรื่องทั้งสิ้น
@@@@@@@@@@@@@@@
คุยกันท้ายเรื่อง
ก่อนอื่นผมต้องขออภัยเพื่อน ๆ ที่เพิ่งอ่านเรื่อง ผีรถตู้ จบลง หวังว่าคงไม่ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าโดนหลอกให้อ่านนะครับ ถ้าใครรู้สึกอย่างนั้นก็เขียนคอมเม้นท์ด่าผมในฐานะผู้เขียนไว้ก็ได้นะครับ
ผมจะบอกว่า ... จู่ ๆ ผมก็มีความรู้สึกว่าจะเขียนเรื่องผีขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะว่าในช่วงนี้ผมได้เห็นโฆษณาหนังผีบ่อยก็เป็นได้ครับ ผมเลยลองพยายามคิดหามุขเกี่ยวกับเรื่องผีดู เผื่อว่าพอจะมีมุขไหนเอามาเขียนเป็นเรื่องผีได้บ้าง สุดท้ายแล้วก็มาจบที่มุขรถตู้ครับ สาเหตุก็เป็นเพราะว่าในสมัยนี้คนกรุงเทพฯหลาย ๆ คนจำเป็นต้องอาศัยรถตู้เป็นยานพาหนะในการเดินทางมากขึ้นก็เป็นได้ ผมเลยลองเอาบรรยากาศของการนั่งรถตู้มาลองเขียนให้เป็นเรื่องผีในสไตล์ อาคุงกล่อง ดูครับ เพื่อน ๆ อ่านแล้วมีความรู้สึกอย่างไรก็ช่วยเขียนคอมเม้นท์บอกไว้ด้วยนะครับ
สำหรับเพื่อน ๆ ท่านที่ชอบอ่านเรื่องผี ผมมีเรื่องผีที่เคยเขียนไว้อยู่เหมือนกันครับ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องผีในสไตล์ อาคุงกล่อง ครับ ลองคลิกเข้าไปอ่านเรื่องเก่า ๆ ดูนะครับ
ผีตู้เย็น ...
โกยเถอะมึง ...
ผีก๋วยเตี๋ยว ...
ผีรถเมล์ ...
ผีเรือเมล์ ...
ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องราวที่ผมเขียน ขอให้ท่านมีความสุขมาก ๆ นะครับ
อิอิ
   
| Create Date : 27 มกราคม 2553 |
| Last Update : 27 มกราคม 2553 0:31:33 น. |
| |
97 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: หอมกร 27 มกราคม 2553 9:01:58 น. |
|
|
|
| | |
โดย: มะโรง 27 มกราคม 2553 9:29:03 น. |
|
|
|
| | |
โดย: butbbj 27 มกราคม 2553 12:04:10 น. |
|
|
|
| | |
โดย: butbbj 27 มกราคม 2553 12:44:15 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: แม่หมู IP: 192.168.1.34, 61.90.176.76, 203.144.144.164 27 มกราคม 2553 13:06:41 น. |
|
|
|
| | |
โดย: อิ่ม_Aim 27 มกราคม 2553 13:41:08 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) 27 มกราคม 2553 14:37:28 น. |
|
|
|
| | |
โดย: น้องผิง 27 มกราคม 2553 15:01:34 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 27 มกราคม 2553 15:21:47 น. |
|
|
|
| | |
โดย: เจ้าพระยา..แอบฮาเป็นพักๆ (เป็ดสวรรค์ ) 27 มกราคม 2553 15:43:25 น. |
|
|
|
| | |
โดย: โสมรัศมี 27 มกราคม 2553 20:20:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: thi_noi 27 มกราคม 2553 21:34:35 น. |
|
|
|
| | |
โดย: อุ้มสี 27 มกราคม 2553 22:46:08 น. |
|
|
|
| | |
โดย: มีที่ไหนผีจะมาตด ละเมอตดเองนะ (cengorn ) 28 มกราคม 2553 0:08:50 น. |
|
|
|
| | |
โดย: KOok_k 28 มกราคม 2553 2:58:58 น. |
|
|
|
| | |
โดย: peeamp 28 มกราคม 2553 10:58:20 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: กอล์ฟเองครับ IP: 203.144.144.164 28 มกราคม 2553 11:37:27 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 28 มกราคม 2553 13:38:23 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หอมกร 28 มกราคม 2553 14:57:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ซซ 28 มกราคม 2553 16:02:18 น. |
|
|
|
| | |
โดย: แม่เด็กชายเอื้อ (viji ) 28 มกราคม 2553 19:17:00 น. |
|
|
|
| | |
โดย: nLatte 28 มกราคม 2553 19:52:10 น. |
|
|
|
| | |
โดย: นายกสมาคมพ่อค้าจิ้งเหลนเพื่อการส่งออก..แห่งประเทศไทย.. (เป็ดสวรรค์ ) 28 มกราคม 2553 20:18:36 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tristy 29 มกราคม 2553 1:05:08 น. |
|
|
|
| | |
โดย: BeCoffee 29 มกราคม 2553 22:35:38 น. |
|
|
|
| | |
โดย: อุ้มสี 31 มกราคม 2553 0:26:48 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: Opey !!! IP: 216.105.230.231 31 มกราคม 2553 10:02:32 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ซอมพอแสด 31 มกราคม 2553 11:35:13 น. |
|
|
|
| | |
โดย: aitai 31 มกราคม 2553 17:23:35 น. |
|
|
|
| | |
โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) 31 มกราคม 2553 19:57:14 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 1 กุมภาพันธ์ 2553 7:16:20 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: เพ็ญ IP: 203.144.144.165 1 กุมภาพันธ์ 2553 12:55:19 น. |
|
|
|
| | |
โดย: sawkitty 1 กุมภาพันธ์ 2553 15:01:58 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 2 กุมภาพันธ์ 2553 6:57:09 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) 3 กุมภาพันธ์ 2553 16:43:17 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ยูกะ (YUCCA ) 3 กุมภาพันธ์ 2553 19:18:15 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Fullgold 3 กุมภาพันธ์ 2553 22:29:48 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Fullgold 3 กุมภาพันธ์ 2553 22:32:01 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พี่อุ้มสี (เจ้าการะเกด ) 5 กุมภาพันธ์ 2553 1:39:46 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 5 กุมภาพันธ์ 2553 6:25:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: TGIF (cengorn ) 5 กุมภาพันธ์ 2553 17:33:01 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ทำไมผู้ชายต้องใส่เสื้อผ้า (cengorn ) 5 กุมภาพันธ์ 2553 23:25:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 6 กุมภาพันธ์ 2553 6:19:57 น. |
|
|
|
| | |
โดย: quilt 6 กุมภาพันธ์ 2553 15:49:30 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 7 กุมภาพันธ์ 2553 6:16:38 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ลองดูการ์ตูนข้างในblog นะคะ (cengorn ) 8 กุมภาพันธ์ 2553 0:15:40 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 9 กุมภาพันธ์ 2553 6:31:42 น. |
|
|
|
| | |
โดย: โสดในซอย 9 กุมภาพันธ์ 2553 22:59:02 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
|
อาคุงกล่อง เป็นชายไทยคนหนึ่ง ที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและเวลาว่างในวันหยุด เขียนเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้อ่านเป็นงานอดิเรก โดยบางเรื่องสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง ขำบ้างไม่ขำบ้าง .... เพื่อน ๆ ก็ทนอ่าน ๆ กันไปก่อนนะครับ โดยช่วงนี้ผมพยายามจะเขียนเรื่องใหม่ ๆ ให้ทุกท่านได้อ่านกันบ่อย ๆ ครับ
"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะสะบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลาย หรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"
ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ ... อิอิ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ) konk_k@hotmail.com
|
|
| |
|
|
|
|
|
แต่อ่านแล้วก็รู้สึกกลัวๆแต่อยากอ่านค่ะ