Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

ไหว้พระที่อ่างทอง

5 พฤษภาคม 2558


พอดีว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค. 2558) ได้ขับรถพาคุณพ่อและคุณแม่ไปไหว้พระที่จังหวัดอ่างทองมาครับ ส่วนสาเหตุที่ไปอ่างทองนั้นก็เพราะว่าแม่ผมมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่สุพรรณบุรี คุณแม่ผมไปหาเพื่อนท่านนี้บ่อยเคยได้เที่ยวสุพรรณฯ หลายครั้งแล้ว อีกทั้งยังเคยพากันไปไหว้พระที่จังหวัดสิงห์บุรีมาแล้ว (ไปวัดพระนอนจักรศรีฯ และวัดพิกุล) ดังนั้นในคราวนี้จึงไปไหว้พระที่อ่างทองกันบ้าง โดยเพื่อนของคุณแม่ผมได้พาพี่สาวไปด้วยอีก 1 คน เลยทำให้ผมต้องทำหน้าที่พา ส.ว. อายุ 70 กว่าทั้ง 4 ท่านเที่ยวและไหว้พระครับ

ผมออกจากบ้านที่พระราม 2 มุ่งหน้าเข้าถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก ฝั่งตะวันตก) วิ่งไปจนถึงบางบัวทองแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 340 ตรงไปยังสุพรรณบุรี ส่วนเพื่อนของคุณแม่ผมบ้านเขาอยู่ที่ อ.เดิมบางนางบวช เขาเลยขับรถไปเจอกันที่จังหวัดอ่างทองเลย พอผมผ่านตัวจังหวัดสุพรรณบุรีมาจนถึงแยกโพธิ์พระยาก็เลี้ยวขวามุ่งหน้าตรงสู่จังหวัดอ่างทอง โดยเป้าหมายแรกก็คือวัดม่วง ที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก













ตัวผมอยากจะไปไหว้พระที่วัดม่วงมานานแล้ว เพราะว่าได้เคยเห็นภาพของพระพุทธรูปองค์ใหญ่จากบล็อกของเพื่อน ๆ ท่านอื่นมาก่อน พอดีโอกาสผมจึงไม่พลาดที่จะไปไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้ครับ ตัววัดม่วงอยู่เลยจาก อ.วิเศษชัยชาญ มาไม่ไกลมาก อยู่บนถนนมองไปทางขวามือจะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก ๆ อยู่พ้นแนวไม้ พอถึงปากทางเข้าวัดม่วงก็เลี้ยวเข้าไปทางเข้าวัดได้เลย

ผมเพิ่งจะมีโอกาสมาที่วัดม่วงแห่งนี้เป็นครั้งแรก สาเหตุก็ต้องการไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ แต่พอเดินเข้าไปในวัดเจอรูปปั้นต่าง ๆ มากมาย ทั้งเปรต , ทั้งรูปปั้นจากในวรรณคดี , รูปปั้นจากในชาดก , รูปปั้นยักษ์ ฯลฯ ซี่งมีเยอะแยะไปหมด ผมดูแล้วเห็นว่ามันเยอะเกิน แค่พระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์เดียวก็น่าจะเรียกศรัทธาจากพุทธสนิกชนได้แล้วครับ ผมไปถึงที่องค์พระประธานนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วจึงได้แต่ไหว้สักการะอยู่ที่เต้นท์ด้านหน้า เพราะว่าแดดร้อนมากไม่สามารถพาคุณพ่อคุณแม่เดินขึ้นไปได้ แค่ไหว้พระนั่งมององค์พระที่ใหญ่โตแล้วก็ปลาบปลื้มและสุขใจเป็นอย่างมากแล้ว















หลังจากไว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่วัดม่วงเสร็จแล้วพวกผมก็หาอะไรกินกันที่วัดด้วยความหิว แต่แนะนำว่าถ้าท่านไม่หิวมากก็ออกไปหาอะไรทานที่ข้างนอกน่าจะดีกว่าครับ พอออกจากวัดได้แล้วพวกผมก็มุ่งหน้าต่อไปยังวัดไชโยในทันที โดยเส้นทางที่ไปวัดไชโยนั้นจะใครไม่เคยไปอาจจะไปไม่ถูกก็เป็นได้ เพราะถ้ามาจากวัดม่วงตรงวิ่งมาผ่านตัวเมืองอ่างทองก่อน พอถึงแยกอ่างทองค่อยเลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามถนนเส้นอ่างทอง-สิงห์บุรี ถนนเส้นนี้อยู่ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยาโดยอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ วิ่งไปประมาณ 20 ก.ม. จนถึงอำเภอเกษไชโยก็จะเห็นวัดไชโยอยู่ทางด้านขวามือ วัดไชโยนี้เป็นพระอารมหลวงชั้นโท มีชื่อเต็ม ๆ วัดไชโยวรวิหาร โดยที่วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาเพราะว่าเป็นเมืองหน้าด่านมาก่อน มีพระประทานองค์ใหญ่ขนาดหน้าตักกว้าง 8 วา ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างขึ้น มีชื่อว่า พระมหาพุทธพิมพ์ อยู่ในพระวิหารใหญ่ แต่น่าเสียดายว่าในวันที่ผมไปนี้กำลังมีการบูรณะพระพุทธรูปอยู่ จึงมีนั่งร้างต่อเติมไว้เต็มโดยรอบองค์พระประทานเลย











วัดไชโยนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอ่างทองเคารพนับถือกันมาก ผมได้ยินชื่อวัดไชโยมานานแล้วแต่เพิ่งจะมีโอกาสได้มาไหว้ในวันนี้เองครับ ต้องขอบอกว่าเป็นสิริมงคลแก่ตัวของผมมาก ๆ เลย หลังจากไหว้พระและเที่ยวชมในวัดไชโยเสร็จแล้วพวกผมก็เดินทางออกจากวัดไชโยเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังวัดขุนอินทประมูล โดยวิ่งย้อนเส้นทางเดิมไปประมาณ 12 ก.ม. จะเห็นทางเข้าวัดขุนอินทประมูลอยู่ขวามือ โดยต้องวิ่งเข้าไปอีก 3 ก.ม. จะถึงตัววัด วัดขุนอินทประมูลสร้างอยู่กลางทุ่งนาเลย ผมไปถึงตอนประมาณบ่าย 3 แดดยังร้อนเปรี้ยงมากอยู่เหมือนเดิม

ที่วัดขุนอินทประมูลนี้มีพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาวถึง 50 เมตร โดยยาวปันอันดับสองของประเทศไทยเลย ตัวพระพุทธไสยาสน์นั้นตั้งอยู่กลางแจ้งไม่มีวิหารคลุม ตอนขึ้นไปไหว้ต้องเดินตากแดดที่ร้อนระอุมาก ๆ ถือว่าต้องศรัทธาแก่กล้าเป็นอย่างมากจริง ๆ นอกจากนั้นด้านหลังขององค์พระพุทธไสยาสน์ยังมีมหาวิหาร 3 สูงชั้น (ไม่แน่ใจว่าเรียกมหาวิหารหรือไม่?) ที่คาดว่าน่าจะสร้างเสร็จได้ไม่นานนักเพราะว่ายังใหม่เอี่ยมเป็นอย่างมาก ในตัววิหารนี้มีทั้งบันไดเลื่อนลิฟท์คอยให้บริการ บริเวณชั้นล่างมีองค์พระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ส่วนชั้น 2 มีพระประธานและมีภาพจิตกรรมฝาผนังด้วย โดยภาพจิตกรรมฝาผนังนี้ไม่เหมือนกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เราเคยเห็นทั่วไป เพราะว่าเป็นภาพวาดสมัยใหม่ที่จิตรกรผู้วาดได้ใส่ความเป็นปัจจุบันเอาไว้ในงานศิลป์ด้วย เช่นภาพเทวดาที่มีรูปร่างเหมือนภาพเทวดาทั่วไปแต่มีหัวเป็นคนธรรมดามีทั้งผมยาว มีหนวด ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดรูปเหมือนของคนที่มีจิตศรัทธามาไหว้พระที่วัดนี้ด้วย ผมสังเกตว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดนี้ผู้วาดลงชื่อและวันที่ไว้เป็นปี 2556 แสดงว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ใหม่เป็นอย่างมาก






















หลังจากที่ได้ไหว้วัดมาครบ 3 วัด โดยเป็นพระใหญ่ทั้ง 3 วัดเสร็จแล้ว เป็นเวลาเย็น 4 โมงกว่า ๆ พวกผมจึงได้แยกทางกันกลับบ้าน โดยเพื่อนของคุณแม่ผมกลับทางสิงห์เพื่อไปเลี้ยวเข้า อ.เดิมบางนางบวช แต่รถของผมที่พาคุณพ่อกับคุณแม่นั่งมานั้นเลือกกลับจากเดิม คือกลับผ่านทางอ่างทอง วิ่งกลับไป อ.วิเศษชัยชาญ เพื่อไปเลี้ยวกลับเข้าถนน 340 เพื่อมุ่งหน้าสู่บางบัวทองที่เป็นเส้นทางกลับบ้านของผม

นับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ไหว้พระที่น่าประทับใจสำหรับผมเป็นอย่างมาก การที่ได้ไหว้พระใหญ่ก็เหมือนกับเราได้บุญกุศลเยอะไปด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นการคิดไปเองก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดบุญกุศลจากการที่ได้พาคุณพ่อและคุณแม่ไปไหว้พระนั้นทำให้ตัวผมเป็นสุขใจมาก การที่ได้เข้าวัดทำจิตใจให้สงบและการดูแลบุพการีนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ส่วนผลพลอยได้ก็คือผมได้รู้จักวัดเพิ่มขึ้นอีก 3 วัด อย่างน้อยในอนาคตถ้ามีสาวคนไหนอยากให้ผมพาไปไหว้พระที่ 3 วัดนี้ผมก็พอจะจำทางเส้นทางได้ สามารถพาเธอไปไหว้พระได้แน่ ๆ ว่าแต่จะมีสาว ๆ ให้ผมพาไปหรือไม่? เพราะว่าผมก็ลืมอธิษฐานขอพรในประเด็นนี้ด้วย

ขอให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ ครับ ถึงแม้ท่านจะไม่ได้ไปเข้าวัดเพื่อไหว้พระ แต่ว่าท่านก็สามารถอยู่ที่บ้านเพื่อไหว้พระประจำบ้านซึ่งก็คือคุณพ่อและคุณแม่ของท่านนั้นเอง ขอให้เจริญด้วยพรกุศลแห่งกรรมดีทั้งหลาย และขอให้ท่านเจริญ ๆ ยิ่งขึ้นไปด้วยครับ

สาธุ





 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2558
8 comments
Last Update : 5 พฤษภาคม 2558 0:23:29 น.
Counter : 1116 Pageviews.

 

ไปอ่างทองประทับใจมาก
ได้ไหว้พระใหญ่ที่วัดม่วง
ได้ไปไหว้พระนอนที่วัดอินทประมูล
ได้เจอครูเกศ
เป็นทริปที่พี่อุ้มไปมาแล้วมีความสุขในวันเกิด

 

โดย: อุ้มสี 5 พฤษภาคม 2558 8:28:12 น.  

 

สวัสดีค่ะ..
วันหยุดได้ไหว้พระพอดีเลย .ที่นี่เคยได้ยินคนพูดถึงบ่อย แต่ไม่เคยไป
พระองใหญ่มากๆๆเห็นแล้วทึ่ง เหลืองอร่าม ปะทะกะแดด..
สาธุๆๆ
ส่วนเปรต ..นั่นดูแล้วปลง เลยค่ะ
อิอิ
สุขสันต์ วันหยุด นะ..คะ

 

โดย: tifun 5 พฤษภาคม 2558 11:45:14 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคน

 

โดย: ชลบุรีมามี่คลับ 5 พฤษภาคม 2558 11:46:30 น.  

 

วัดโซนสุพรรณ อ่างทอง ทำไมชอบมีโซนนรกสวรรค์กันเยอะจังอะพี่

 

โดย: วิฬาร์รมณีย์ ณ มณฑลดิลก 5 พฤษภาคม 2558 12:20:31 น.  

 

ลงยูทูปในบล็อกเลยไม่ติดค่ะพี่

ไปฟังตามลิงค์ก่อนละกันนะ
(ถือเป็นการเพิ่มยอดวิวให้น้องๆ Fellow Fellow)

ปล. นี่เริ่มเข้าขั้นเป็นแม่ยกวงนี้แล้วมั้ง ห้าๆๆ

 

โดย: วิฬาร์รมณีย์ ณ มณฑลดิลก 5 พฤษภาคม 2558 22:04:15 น.  

 

ตามมาไหว้พระด้วยคนค่ะคุณกล่อง
เคยไปไหว้พระแถวสิงห์บุรีอ่างทองเมื่อเกือบๆสิบปีก่อน
จำได้ว่าเคยไปวัดไชโยวรวิหารด้วย แต่วัดม่วง ไม่แน่ใจ
เหมือนจะแค่คุ้นๆว่าเราขับรถตามหาพระพุทธรูปองค์ใหญ่
ที่มองเห็นจากไกลๆ แต่จำไม่ได้ว่าเจอหรือเปล่าเนี่ยสิ
ถ้ามีเวลาคงต้องหาโอกาสไปไหว้พระแถวๆนี้อีกครั้งแล้วล่ะค่ะ

 

โดย: phunsud 6 พฤษภาคม 2558 14:04:49 น.  

 

ตามมาทเี่ยวกับคุณกล่อง น่าไปนะเนี่ย

 

โดย: sawkitty 6 พฤษภาคม 2558 17:30:02 น.  

 

ยินดีที่ได้เจอตัวจริงในมีตนะครับ คุณอาคุงกล่องก็น่ารักเช่นกัน งั้นเรามากอดกันดีกว่า มามะ (-3-) ♥

#ไม่ได้ๆ บล็อกนี้ต้องสำรวมเตรียมไหว้พระ

อ่างทองวัดดังๆเยอะเลยครับ วัดม่วงองค์พระใหญ่โตมโหฬารแบบสุดๆ แต่ก็เห็นด้วยว่าเติมอะไรเข้ามาจนเยอะเกินจริงๆ เดี๋ยวนี้วัดดังๆมีให้ไหว้มันหมดทุกอย่างเลยครับ ทั้งพระพุทธรูป พระสงฆ์ เจ้าแม่กวนอิม กวนอู เห้งเจีย เทพเจ้าฮินดู ราหู พญานาค ฯลฯ แหม่ ดีนะไม่เอาเทพซุสมาด้วย

ผมชอบพระนอนวัดขุนอินนะครับที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง เพราะถ่ายรูปเต็มองค์มุมไหนก็สวย ผิดกับพระนอนยาวๆวัดอื่นมีวิหารคลุมหมด มุมถ่ายรูปแคบ
อุโบสถใหม่เพิ่งเสร็จเมื่อปี 2557 นี้เองครับ ผมไปงานฝังลูกนิมิตรมาพอดี คนเยอะม้ากกกก ชอบด้านในมีแอร์มีลิฟต์ด้วย
หลังที่ขายดอกไม้มีโครงกระดูกขุนอินด้วยนะ

 

โดย: ชีริว 8 พฤษภาคม 2558 0:23:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อาคุงกล่อง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




อาคุงกล่องเป็นชายไทยนิสัยดีมีความฝัน ผู้ผันตัวมาเป็นทาสวรรณกรรมอย่างแท้จริง ใช้ชื่อกำหนดตัวตนว่า “อาคุงกล่อง” เป็นนามปากกาสร้างสรรค์ผลงานในเชิงหัสนิยาย และงานเขียนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี ความเรียง บทกลอน ไดอารี่เพ้อเจ้อละเมอเพ้อฝันต่างๆ ฯลฯ

ปัจจุบัน “อาคุงกล่อง” เป็นนักนักอ่าน นักคิดและนักเขียน รวมทั้งเป็นนักจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรด้วย ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่คือการเป็นนักเขียนมีคุณภาพที่สรรค์สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้นาม “อาคุงกล่อง” จะเกิดปรากฎชัดในโลกวรรณกรรม จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่หนอนนักอ่านทั่วไทย



"ในชีวิตจริงของคนเรา มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องรับรู้และรับผิดชอบ ในแต่ละวันเรามีโอกาสที่จะหัวเราะได้สักกี่ครั้ง? แต่ถ้าเราได้มีโอกาสหัวเราะเสียบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียด ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ"

ถ้าคุณเข้ามาในบล็อคของผมแล้ว คุณสามารถอมยิ้มหรือหัวเราะได้ ผมก็คงจะดีใจแล้วครับ (กรุณาช่วยทิ้งคอมเม้นท์วิจารณ์ไว้ให้ผมด้วยนะครับ จักขอบพระคุณมากเลยครับ)

akungklong@gmail.com
Friends' blogs
[Add อาคุงกล่อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.