.:: l o u k t a r n ::.
.:: Louktarn in Seoul, Korea ::.
louktarn in London, UK (again)
louktarn in London, UK
In Front Of Buckingham Palace@ St. James' ParkLondon Red Telephone Box... The colour red was chosen to make people easy to spot.I didn't make any call.. Just wanna act for this photo. (^^) Hello !!!Big Ben and The House of Parliament... So cloudy in London.The London Eye, also known as the Millennium Wheel, has become the most popular paid tourist attraction in the UK.Big Ben - The World's Most Famous Clock.At Brighton... Umm, in my opinion, there's nothing interesting there.์
louktarn in Dubai, UAE
ขี้เกียจเขียน .... แปะรูปไว้ก่อน
.:: สัมผัสลมหนาวสุดประทับใจ ที่ Beijing - Harbin ... Chapter 4 ::.
DAY 7Beijing : Russian Marketกลับมาถึงปักกิ่งแร้วค่า ... แอบรู้สึกว่า อุณหภูมิที่ปักกิ่งอุ่นจัง ไม่หนาวซักกะนิด (( ทั้งๆ ที่อุณหภูมิอยู่ที่ 0-4 องศาเอง )) อิอิ เพราะว่ามันเทียบความหนาวกะฮาร์บินที่มัน -25 ไม่ได้เลยกลับมาถึงก็นอนอย่างเดียวค่ะ วันนี้ไม่มีแรงไปตะลุยที่ไหนทั้งสิ้น ... หลับสนิท มาตื่นอีกทีบ่ายสองเลยตื่นมาก็ไปตลาดรัสเซีย ... ช๊อปแหลกกกกกก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าซื้อของเมืองจีน ต่อราคาได้สุดยอดขนาดไหนแบบว่า พี่แกเปิดราคามา 3800 หยวน ... บอกเลย 200 ! ไม่ขายก็ไม่ซื้อเฟร้ย ปรากฏว่า ขายค่ะ รู้งี้ น่าต่อเหลือร้อยเดียว(( กระเป๋าก๊อปเต็มเลย แต่คุณภาพห่วยแตกอ่ะ ... มองปร๊าดเดียวก็รู้แล้วว่าของปลอม ))ตลกดี ... ที่นี่ มันปลอมกันทุกอย่างเลยอ่ะค่ะ ยี่ห้อที่ไม่น่าจะปลอมอย่างแค่ Guess มันยังทำของปลอมเลยiPod ก็ยังมีของปลอม iPod ปลอมจริงๆ นะค๊ะ ไม่ใช่ MP3 Player ที่หน้าตาเหมือน iPod(( แบบว่า ใส่ได้ 30 เพลง ก็เต็มแล้วอ่ะ ))วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ ... กินๆ ช๊อปๆ แล้วก็ นอนเอาแรง หมดไป 1 วัน ฮ่วย !---------------------------------------------------------------------------------------------------DAY 8Beijing : Nanshan Ski Villageวันนี้ ตื่นแต่เช้าเลย ... นัดกับเพื่อนๆ ที่ปักกิ่งเอาไว้ 8 โมงเช้า จะไปเล่นสกีกันค่ะ ใช้เวลาเดินทางออกจากตัวเมืองปักกิ่งประมาณชั่วโมงกว่าๆ มั้ง (( ไม่แน่ใจ .. ลืม อิอิ )) ไม่ปลื้มห้องน้ำที่นี่เอาซะเลยค่ะ เหม็นอ่ะ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าห้องน้ำสาธารณะเมืองไทยนะอีกอย่าง เวลาจะเข้าห้องน้ำที ลำบ๊าก ลำบาก ... เพราะมันต้องถอดหลายชั้นเหลือเกินทีแรก โดนเพื่อนดูถูกว่า "อย่างแกอ่ะ ต้องเล่นสกีชัวร์ เล่นสโนว์บอร์ดไม่ได้หรอก มันยากนะเฟร้ย"หนอยแน่ ดูถูกเร๊อะ ! ... หยามกันเกินปายแล้ววว เลยทำซ่า ไปเอาสโนว์บอร์ดมาเล่นเลยค่ะ คิดว่า ไม่ยากหรอกม๊างงง ... มั่นใจมาก ! ผลปรากฏว่า ............. โอยยยย !!!! เจะก้นอ่า ไม่เป็นไร ... ของแบบนี้มันฝึกกันได้ เอาใหม่ๆๆๆ จะไปแล้วววว อิอิ ฟิ้วววว ~ ไปแย้วววว .... ตัวขาวๆ นั่นอ่ะ ข้าพเจ้าเอง ไม่ล้มแย้วววหิมะนุ๊ม นุ่ม ~ น่าขึ้นไปเล่นบนนั้นจังพร้อมลุยละน๊า เหอๆๆ ... ร่วงคับ จำนวนครั้งที่ล้มนี่ นับไม่ถ้วนจ๊ากกกก .... หิมะเข้าไปในถุงมือ เย็นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจอเด็กไทยที่เรียนอยู่ที่ปักกิ่งค่ะ ... ไม่รู้จักกันหรอก แต่พอเจอกันก็เล่นด้วยกันเลยแถมเค้ายังบอกด้วยนะค๊ะ ว่าสอนหน่อยดิ ว่าเล่นยังไง ... กร๊ากกกก !!! รู้สึกเท่จังวุ้ย มีคนให้สอนด้วย(( ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เล่นไม่เป็นซักกะหน่อย )) เล่นอยู่ตั้งแต่เช้ายันเย็นเลย ... อยู่ที่นี่ ไม่รู้สึกว่าหนาวเลย ร้อนมากๆ ด้วยค่ะเพราะว่าเล่นทั้งวัน เหงื่อแตกพลั่กๆๆ พอ 5 โมงเย็น ... คนก็เริ่มทยอยกันกลับแล้วค่ะ ขอแช๊ะเป็นที่ระลึกซะหน่อย ... แล้วทำไมลายบอร์ดมันเป็นหยั่งงั้นล่ะเนี่ย หัวใจแตกสลายเชียว (( เหมาะกะเราจริงๆ เหอๆๆ ))บ๋าย บาย ~ กว่าได้เล่นอีกที ก็คงจะเป็นปีหน้านู้นเลยโอยยยย ระบมไปหมดเลย ... เป็นกีฬาที่เจ็บตัวจริงๆ ค่ะ ล้มแล้วล้มอีก ก้นจ้ำเบ้าตลอดเลย ... แถมยังมีพุ่งไปชนกะชาวบ้านเค้า ล้มหัวฟาดพื้นอีก สมองชั้นจะกระทบกระเทือนมั้ยเนี่ยไอ้ตอนเล่นอ่ะ หนุกหนานนน ไม่รู้สึกอะไรร๊อกกก ... แต่กลับไปนอน ปวดไปทั้งตัวเลยค่ะ DAY 9The Great Wall of Chinaวันที่ 9 แล้ววว ... โปรแกรมวันนี้ คือ กำแพงเมืองจีนค่ะ ถ้าไม่ได้ไปที่นี่ แปลว่าไปไม่ถึงปักกิ่งจริงๆ ด่านที่จะไปวันนี้ คือ ด่าน "จวี่ยงกวน" ค่ะ ... จริงๆ อยากไปที่ด่าน "ปะตะหลิง" มากกว่า เพราะว่าด่านนี้เคยมาแล้วแต่ว่า เค้าว่าด่านนู้นไม่สวย ... ก็อ่ะๆๆ ขึ้น จวี่ยงกวนอีกรอบก็ได้ จริงๆ แล้ว เราควรไปกำแพงเมืองจีนก่อน .. แล้วค่อยไปเล่นสกีนะเนี่ยเมื่อวานล้มก้นกระแทก หัวคะมำ หน้าทิ่มหิมะไปไม่รู้กี่สิบรอบ ... วันนี้ปวดตัว ปวดขา ก้นระบมไปหมดเลยค่ะจะขึ้นกำแพงเมืองจีนไหวม๊ายเนี่ยยยยย !!! >__<" เห็นแนวกำแพงมาแต่ไกลเลย กำแพงเมืองจีน เป็นกำแพงที่ใหญ่และยาวที่สุดในโลก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชิวั่งตี่ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจีน การสร้างกำแพงขึ้นนี้ ก็เพื่อเป็นรั้วกั้นพรมแดนทางด้านเหนือของประเทศจีน และป้องกันการรุกรานของพวกตาด พระเจ้าชิวั่งตี่จึงได้เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 300-329 โดยใช้แรงงานราษฎรนับล้านคน และมีคนล้มตายเป็นจำนวนมากฮี่ๆๆๆ เพื่อให้สมกะความเป็นหมวย ... เอาซะหน่อย กร๊ากกกกกกกก !!!! ทำปายด้ายยยย อันนี้เป็นชุดในสมัยราชวงศ์ชิงค่ะ ... เป็นแบบเดียวกับที่พระนางซูสีไทเฮาใส่เค้ามีให้เช่าถ่ายรูป ก็เลยขอใส่ขำๆ กะเค้ามั่ง แพงง่ะ ตั้ง 50 หยวนแน่ะ .. แป๊บเดียวเองเอาล่ะ ... เตรียมขึ้นกำแพงเมืองจีนล่ะน๊า ~ มีจอมอนิเตอร์บอกอุณหภูมิ .... ตอนนั้นประมาณเที่ยง อุณหภูมิขณะนั้นอยู่ที่ 0.4 องศาเซลเซียส(( ใช่ป่าวหว่า ... ดูที่มันขึ้นบนจออ่ะค่ะ )) ^^"เหอๆๆๆๆ แค่ป้อมแรกก็สูงแล้ว ... จะไหวมั้ยเนี่ยยย ตลอดแนวทั้งหมดของกำแพงเมืองจีนมีป้อมถึง 15,000 ป้อม มีระฆังแขวนบอกเหตุอีกประมาณ 20,000 กว่าหอระฆังค่ะแต่ที่ด่านนี้ มีอยู่แค่ 7 ป้อมเองมั้ง (( ป้อมเดียวก็เหนื่อยแล้วอ่ะ ))อุ๊ย ... ทำไมมีแม่กุญแจมาคล้องอยู่เต็มไปหมดเลยบรรดาคู่รักที่มากำแพงเมืองจีน เค้าจะเอามาคล้องไว้ตรงนี้กันค่ะ .. โดยจะสลักชื่อของทั้งคู่เอาไว้ในแม่กุญแจเดียวกันความหมายก็คือ เปรียบเหมือนกับกำแพงเมืองจีนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย .. และจะอยู่ยงคงกระพันตลอดไป(( ประมาณนั้นค่ะ .. มั่วๆ เอา แหะๆๆ)) ไปล่ะน๊า ... เมื่อ 8 ปีก่อน มาที่นี่กับครอบครัวแล้วครั้งนึง ... ตอนนั้น ขึ้นไปได้ 4 ป้อม วิ่งตะลุยขึ้นไปกะน้องชายและน้องสาวคราวนี้ ดูซิว่าป้อมเดียวจะไหวป่าวเนี่ย .... H e l l o !!!บันไดขั้นใหญ่เบิ้ม สูงและชัน มากๆ ค่ะขึ้นมาได้นิดเดียวเอง ... เหอๆๆ เมื่อยง่ะ เหนื่อยแล้วอ่ะ - -"บันไดชันมากๆๆๆ เสียวว๊อยย !!! พวกเด็กเกาหลีค่ะ ... เห็นฟิตวิ่งขึ้นบันไดกันมาแต่ไกล สุดท้ายมานั่งหอบแฮ่กๆๆๆ เย่ !!!! ขึ้นมาได้ป้อมนึงแล้วค่าป้าคนนั้น ไปยืนทำอะไรตรงนั้นน่ะมีเก๋งจีนอยู่บนภูเขาด้วยป้อมต่อไป ... เตรียมลุยต่อค่ะ เง๊อ ~~ ไปอีกไกลจัง ... สูงมากๆ ข้างบนนี้สู๊ง สูง ... และอากาศก็หนาวมากๆ ค่ะ ลมพัดที สยิวเลยเห้อ ~ เหนื่อยจัง ... กลับดีกว่า (( ขี้เกียจแปะรูปแล้วด้วยล่ะ )) ^^"สรุป ไปได้แค่ 2 ป้อมก็จอดแล้ว ... แง สงสัยจะแก่แล้วเรา แต่ก่อนตอนเด็กๆ ยังไปได้ไกลกว่านี้ตั้งเยอะแน่ะอิอิ แต่ไม่หรอก ... คุณเพื่อนที่ไปด้วยกันนั่นแหละ บอกไปต่อไม่ไหวแล้ว [ โทษเพื่อนซะเลย ] มองลงไปแล้วน่ากลัวจังเลย ... ตอนเดินลง เสียวมากกกกก่อนไป ... ขอถ่ายกะสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกซักที มุมนี้ ... มุมมหาชน แท่นหินนี้ เขียนว่า "ถ้าไม่ขึ้นกำแพงเมืองจีน ไม่ใช่วีรบุรุษ หรือไม่สุดยอดไม่เจ๋ง" อะไรประมาณนั้นค่ะ ส่วนคุณพี่ฝรั่งตัวโตนั่น โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ค่ะ ... อยู่ๆ ก็มาขอเข้ากล้องด้วยเฉยเลย ไปแระค่า .... ขออำลากำแพงเมืองจีนแต่เพียงเท่านี้ ขึ้นรถ กลับเข้าเมืองกันได้แล้ว ^_^ต่อจากนั้น ก็ไป Shop พวกของแต่งบ้านที่ IKEA กัน ... น่าเสียดายที่ในไทยไม่มี IKEA ของเค้าน่ารักๆเยอะเลยที่สำคัญ มันถูกมากค่ะ ... ถึงจะเป็นของ Sweden แต่ว่าส่วนใหญ่ Made in China ทั้งนั้นเลย อิอิ-----------------------------------------------------------------------------------------------DAY 10Take Off from PEK and Landing at BKKวันสุดท้ายแล้ว .... ตะลุยซื้อของฝากที่บ้านแหลกเลย ของเมืองจีนถูกดี อิอิ ชอบมากค่ะ หลังจากนั้น ก็จัดเก็บข้าวของยัดลงกระเป๋า ... นน.รวมกันแล้ว ร่วมหลายสิบโล เพราะซื้อของมาเต็มเลย หนักมากๆๆ เครื่องออกจากสนามบินปักกิ่งตอน 20:30 ถึงสุวรรณภูมิประมาณเกือบตี 1Trip นี้ยาว 10 วัน ... เหนื่อย แต่สนุก และก็คุ้มมากๆๆๆ ค่ะ ใครที่คิดว่าเมืองจีนมีแต่อาม่า อาแปะ อาอึ้ม และห้องน้ำเน่าๆ ... ต้องลองไปดูนะค๊ะ ประเทศเค้ามีดี และมีเสน่ห์น่าสนใจอีกเยอะเลยค่ะ (( แต่ต้องทำใจกับมารยาทที่คนจีนไม่ค่อยจะมีกัน นิดนึง ))-- The End -- -------------------------------------------------------------------------------------------
Location : กรุงเทพฯ Thailand
[Profile ทั้งหมด]