8จุดแวะ 4จุดอิ่ม ณ มหานคร โฮจิมินห์

รู้หรือไม่โฮจิมินห์ซิตี้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเวียดนาม พื้นที่ใหญ่กว่ากทม. ประชากรพอๆกัน และรู้ไรมั้ยบินไปโฮจิมินห์ใกล้กว่าบินไปหาดใหญ่ อยากพิสูจน์ว่าใกล้กว่าขนาดไหน  just click



นายน้ำฟ้าได้มีโอกาสกลับมาเยือนมหานครโฮจิมินห์อีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วแค่โฉบๆ บินมาจากดานังลงที่เมืองนี้ stop over หนึ่งคืนแล้วเที่ยวนอกเมือง (อุโมงค์กู่จี) นิดหน่อย ก่อนจะบินดิ่งกลับไทย มาคราวนี้จัดเต็มกว่าเดิม แม้จะไม่เต็มมาก เพียง 2 วัน 2 คืน ก่อนจะโฉบออกไปลุยทะเลทรายที่ มุยเน่ Mui Ne (รอพบกับรีวิวเร็วๆ นี้) แต่สองวันสองคืนก็ได้ทริป sightseeing เที่ยว 8 จุดแวะ กิน 4 จุดอิ่มในมหานครโฮจิมินห์ โดยเน้นๆ กันที่เขต District 1 อันเป็นเขตเศรษฐกิจชั้นในใจกลางเมืองกันเลย ก็ขอรีวิวเป็นไกด์บุ๊คเล็กๆ เผื่อไว้สำหรับลอกทริปนะครับ ปะ ไปดูกันเลย ขอเริ่มด้วย


ตารางทำการบินก่อน ผมเดินทางครั้งนี้ด้วยสายการบินนกแอร์ ซึ่งเปิดเส้นทางใหม่ล่าสุด สู่โฮจิมินห์ มาเมื่อหมาดๆ ตารางบินเป็นดังด้านล่างนี้ครับ


ตารางบินนกแอร์โฮจิมินห์


และจุดแวะจุดกินทั้งหมดเป็นดังแผนที่ด้านล่างนี้


แผนที่โฮจิมินห์
พิกัดต่างๆ ในแผนที่ข้างบน

8 จุดแวะ



  1. โบสถ์ Notre Dame Cathedral 10.779745, 106.699024

  2.  อาคารไปรษณีย์กลาง Saigon Central Post Office  10.779661, 106.699799

  3.  Ho Chi Minh City Hall  10.776500, 106.700957

  4.  Saigon Opera House 10.776658, 106.703239

  5.  พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์  10.768262, 106.706770

  6.  Ho Chi Minh City Museum  10.775990, 106.699646

  7.  ตลาด Ben Thanh  10.772393, 106.697975

  8.  โรงละครหุ่นกระบอกน้ำ The Golden Dragon Water Puppet Theater  10.776435, 106.692605


4 จุดอิ่ม



  1.  nha hang ngon restaurant  10.777379, 106.699680

  2.  Quan Bui restaurant  10.781430, 106.705876

  3.  An restaurant  10.774392, 106.704187

  4.  The Refinery restaurant  10.777984, 106.703859


แถม 2 ร้านกาแฟ



และพิกัด point of interest อื่นๆ


ผมบินไฟล์ทเช้า เที่ยวบิน DD3210 ตีห้าครึ่งเช็คอินดอนเมือง เจ็ดโมงครึ่ง Take off เก้าโมงนิดๆ Landing แตะพื้นรันเวย์สนามบินเตินเซินเญิ๊ต สิบโมงก็ออกมาเดินเฉิดฉายหน้าเทอร์มินอล แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเมือง

แผนที่สนามบินเตินเซินเญิ๊ต

มาเริ่มกันที่จุดแรก หลังจากเครื่องนกแลนดิ้ง ผ่านตม.ออกมาเรียบร้อยก็ตรงดิ่งสู่ใจกลางเมือง เริ่มต้นเที่ยวกันเลย เพียง 7.5 กิโลเราก็มาถึงละ







แวะที่ 1

โบสถ์ Notre Dame Cathedral


โบสถ์ Notre Dame Cathedral อ่านว่า โบสถ์นอร์ธเธอดาม แลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของเมืองโฮจิมินห์เลยก็ว่าได้ วิหารหรือโบสถ์คาธอลิคหลังนี้จัดเป็นโบสถ์ ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเวียดนาม สร้างในยุคจักรวรรดิฝรั่งเศสครองเวียดนาม สร้างเลียนแบบวิหารนอร์ทดามแห่งกรุงปารีส มีอายุร้อยกว่าปีร้อย ปกครองโดยบาทหลวงที่มีฐานะขึ้นเป็นโป๊บได้ บั๊ดซาริก้า จริงๆแล้วคำเรียกนี้หายถึงอาคารในยุคโรมัน อันหมายถึงสถานที่ชุมนุม ต่อมาหมายถึงสถานที่แสวงบุญ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 6 ปี  อิฐทุกก้อนส่งตรงลงเรือมาจากกรุงมาร์แซย์ของฝรั่งเศส ใครไม่เคยชมต้องมาชมให้ได้ จัดว่าเป็นโบสถ์ที่สวยมาก 


Notre Dame



สถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โรมันเนสก์

Notre Dame



บนเพดานจะสังเกตเห็นปีค.ศ. 1880 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มสร้างโบสถ์หลังนี้

Notre Dame




แวะที่ 2

อาคารไปรษณีย์กลาง Saigon Central Post Office


อาคารสีเหลืองเข้ม สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ยุคที่ไซง่อนตกอยู่ใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส (ไซง่อนเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินห์ซิตี้เมื่อปี ค.ศ.1976) อายุเก่าแก่กว่า 124 ปี (สร้างเสร็จในปี 1891) ก็เรียกว่ายุคเดียวกันสร้างกันมาไล่ไล่กับโบสก์นอร์ทเธอดามนั่นเลย อยู่ติดๆ กันอีกต่างหาก สมัยนั้นฝรั่งเศสตั้งใจเนรมิตเมืองไซง่อนให้เป็นปารีสตะวันออกเลยทีเดียว เป็นหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาชม เพราะว่าตึกเค้าสวยงามจริงๆ


Saigon central Post office

ถึงแม้ทั้งโบสถ์นอร์ทฯ และไปรษณีย์กลางแห่งนี้จะอยู่ติดๆ กันแค่ข้ามถนนแต่สำหรับใครที่จริงจังกับการถ่ายภาพวิวสถานที่สวยๆ ต้องวางแผนนิดนึงครับ เพราะต่างหันด้านหน้าเข้าหาแดดแบบคนละทิศละทาง โบสถ์นอร์ทเธอดามจัดหันด้านหน้าไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนอาคารไปรษณีย์กลางจะหันด้านหน้าอาคารออกไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไขว้กันแบบนี้ถ้าจะถ่ายโบสถ์ก็ต้องรับแสงยามเช้า จะถ่ายอาคารไปรษณีย์ก็ต้องรับแสงยามบ่าย ถ้าจะมาคราวเดียวถ่ายแล้วทั้งสองแห่งได้รับแสงในเวลาเดียวกันเนี่ยต้องมาตอนเช้าในช่วงหน้าหนาวราวปลายธค. ต้นมค.ล่ะครับ คือรอวันที่ตะวันขึ้นอ้อมใต้ให้มากที่สุด แต่ถ้าไม่ซีเรียสก็แวะมาสองหนเลย ถ้าชิลๆสบายๆ ไงก็ได้ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องเวลา หรืออย่างวันไร้แดดก็คงถ่ายได้ทุกเวลาล่ะครับ เป็นเกร็ดเล็กๆมาฝากกัน





หากเดินเล่นมาถึงตรงนี้แล้วได้เวลาหม่ำมื้อเที่ยง ขอแนะนำร้านอาหารเวียดนามละแวกนี้







อิ่มที่ 1

nHa Hang Ngon restaurant


อาหารตำรับเวียดนามขนานแท้ authentic ฝุดๆ ตัวร้านก็เป็นอาคารเก่าแก่สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสโคโลเนียลสีเหลืองอ๋อยแบบเดียวกับอาคารไปรษณีย์กลางนั่นเลย วิธีสั่งอาหารร้านนี้แปลกแหวกตลาด สามารถเดินไปเลือกๆ ชี้ๆ จดใส่มือน้องพนง. ได้เลย ตอนแรกนึกว่าทำไมในร้านอนุญาตให้แม่ค้าหาบเร่เข้ามาขายอาหารในร้านนะ 555 แนะนำว่าห้ามพลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวง


nha hang ngon

nha hang ngon

nha hang ngon

สามารถดูภาพเต็มๆ ตาพร้อมบรรยายภาพเพิ่มเติมได้ใน อัลบั้มภาพในเพจ












อิ่มหนำแล้วอาจจะแวะชิมกาแฟ หรือหาของทานเล่น พวกเค้ก คุ้กกี้กันได้ที่ร้าน


M2C bistro and coffee


ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง








M2C









บ่ายแก่ๆ ก็เดินเล่นกันต่อกับอีกสองจุดแวะ






แวะที่ 3

จตุรัสโฮจิมินห์และ โฮจิมินห์ซิตี้ฮอล


ho chi minh city hall

โฮจิมินห์ซิตี้ฮอลหรือศาลาว่าการเมืองหรืออาคารคณะกรรมการประชาชน เป็นอาคารเก่าแก่สัญลักษณ์ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสอีกแห่งหนึ่ง ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 16 ปี ไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมด้านในนะครับ ชมได้แต่เพียงภายนอกซึ่งมีรูปปั้นลุงโฮจิมินห์ยืนโบกมืออยู่!!! ว่าแต่ว่ารู้สึกว่าเหมือนเมื่อก่อนจะเป็นรูปปั้นลุงโฮนั่งอุ้มเด็กนี่นา!!!

ด้านหน้าของซิตี้ฮอลนี้จะเป็นลานกว้างๆ ที่มีความยาวสุดลูกหูลูกตา


ต่อเนื่องมาที่



แวะที่ 4

Saigon Opera House


อาคารทรงสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค การก่อสร้างอาคารหลังนี้ถือเป็นการปฏิวัติการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ครั้งใหญ่ คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่แต่เดิมนิยมสร้างเป็นหลังคาอิฐมาใช้วัสดุเป็นเหล็กแทน ลดน้ำหนักไปได้มหาศาล เป็นอีกที่ที่น่ามา sightseeing ครับ สวย

saigon opera house

กลางคืนก็สวย ด้วยการฉาบแสงสี lighting อย่างงดงาม


ขอตัวเช็คอินเข้าพักก่อนนะครับ ออกเดินทางจากบ้านมาตั้งแต่ตีสี ถึงหนามบินตีห้า เจ็ดโมงครึ่งบิน เก้าโมงถึง สิบโมงเริ่มเดินเที่ยวแวะจุดแวะ 1 2 3 4 กินอีก 2 ที่ เพลานี้เมื่อยขาาาาา และง่วงมว้าก  ซึ่งเราได้พักกับโรงแรม Pullman Saigon Centre  พิกัดโรงแรม




คลิกชมรีวิว Pullman


pullman




นอนพักเมื่อยอยู่ในรร.สองสามชั่วโมงก็ได้เวลาพลบค่ำ เป็นเวลาออกมาหามื้อหม่ำดินเนอร์ และก็มาถึงจุดอิ่มต่อไปที่จะมาแนะนำกัน 



อิ่มที่ 2

ร้านอาหาร Quan Bui


เป็นอาหารเวียดนามผสมรสชาติฝรั่งเศสนิดๆ ในละแวกร้านนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารให้เลือกอีกมากมายหลายร้านทั้งแหล่งบันเทิงด้วย


quan bui

รสชาติผมว่าติดหวานสไตล์ฝรั่งปนๆ ล่ะ น่าจะเป็นสไตล์ที่หลายๆ คนชอบ... ก็อาจเป็นได้


ตกกลางคืนดึกยังไม่ดื่น ตายังสว่างโร่ แนะนำให้ย้อนกลับมาจุดแวะนี้ครับ ณ จตุรัสโฮจิมินห์ Ho Chi Minh Square ออกมาดูแสงสี ดูความคึกคัก ที่ที่ผู้คนทั้งหนุ่มสาว เด็ก ผู้ใหญ่  ต่างมารวมตัวกันที่นี่


ho chi minh city hall




ซินจ่าวโฮจิมินห์ซิตี้


เช้าวันใหม่อดีตเมืองไซง่อน สูงชลูดขวามือนั่นคือไบเท็คโซ ไฟแนลเชียล ทาวเวอร์ ตึกที่สูงที่สุดอันดับหนึ่งในเมืองโฮจิมินห์ สูงเป็นอันดับที่ 3 ของเวียดนาม

ho chi minh city

เมืองโฮจิมินห์จัดว่าครองสถิติเมืองที่มีจักรยานยนต์มากที่สุดไปได้อย่างสบายๆ นะครับ มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นอยู่ในเมืองนี้กว่าสามล้านคัน จากเดิมที่เป็นเมืองที่มีจักรยานปั่นมากที่สุดในโลก เดี๋ยวนี้แปรเปลี่ยนมาขี่มอเตอร์ไซค์กันแล้ว ดูสับสนอลม่านมากสำหรับคนเพิ่งมาเยือนเมืองนี้ และไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนๆ ของเวียดนามก็ตาม แต่ในความที่ดูเหมือนไม่เป็นระเบียบนั้นกลับมีระเบียบซุกซ่อนอยู่ครับ คนที่นี่ขี่ช้า สวมหมวกทุกคน และเราจะไม่เห็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 มาแว้นให้เห็น


แม้จะสูงไม่เท่าไบหยกสกายของไทยเรา แต่รูปทรงตึกที่มีจานเสียบโช๊ะอยู่ใกล้ๆ ยอดนั่นงามล้ำนะครับ ว่ามั้ย ถ้ามีเวลาคุณอาจจะขึ้นไปชมวิวจากข้างบน หรือหาบุฟเฟต์หม่ำบนนั้นก็ได้   Bitexco Financial Tower  


bitexco tower






เรามาเริ่มต้นเช้าวันใหม่กันด้วยการข้ามไปที่ district 4 ซึ่งอยู่ติดกับ district 1







แวะที่ 5

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์

Ho Chi Minh Museum


ตั้งอยู่โค้งแม่น้ำไซง่อนจุดบรรจบของปากคลองเบ้นแหย่ มองเห็นทัศนีภาพโค้งแม่น้ำสวยงามพร้อมชมเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของวีรบุรุษอันดับหนึ่งตลอดกาลของชาวเวียดนาม ลุงโฮจิมินห์


ho chi minh museum




เรียกอีกอย่างว่า "บ้านมังกร" จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ อัตชีวประวัติของลุงโฮจิมินห์ หรือนามเดิม เหวียนเติ๊ดแถ่ง นั่นเอง

รายรอบนอกอาคารชั้นบนชมวิวได้ มองเห็นเรือสำเบาโบราณลำใหญ่จอดนิ่งสนิท บริเวณนี้อดีตเป็นท่าเรือขนส่งของฝรั่งเศส

นอกอาคารชั้นล่างริมก็เป็นส่วนสาธารณะริมแม่น้ำและริมคลอง




ho chi minh museum




มาถึงเวลาที่ต้องแนะนำร้านอาหารอิ่มอร่อยจุดต่อไปกันอีกแล้ว เหมาะกับการหม่ำมื้อเที่ยง และก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอิ่มที่แล้วๆ มาแน่นอน









อิ่มที่ 3

ร้าน AN Vietnamese Bistro restaurant


อีกหนึ่งร้านอาหารเวียดที่ไม่น่าพลาด สุดคลาสสิคสไตล์จีนเวียด หลบหนีกลิ่นอายฝรั่งเศสสักพัก 


an restaurant

ร้านนี้พนักงานแต่งชุดอ๋าวใหญ่เสริฟอาหารกันเลย แอบกรี๊ด ^^/




อิ่มจากมื้อเที่ยงก็ตบด้วยกาแฟตามระเบียบ ให้สมกับมาเยือนเมืองกาแฟนะครับ  ที่



Coffee Workshop


เป็นร้านกาแฟสุดฮิบ สุดพิถีพิถันในการทำกาแฟ


ไปนั่งเปิดประสบการณ์ชมกรรมวิธีกลั่นกาแฟด้วยสารพัดเทคนิค กว่าจะมาเป็นกาแฟในแต่ละช็อทสุดพิศดาร







coffee workshop


หรือจะหอบหิ้วโน๊ตบุ๊คมานั่งทำงานชิลๆ จิบกาแฟไปก็เข้าที


coffee workshop








จากนั้นออกเดินเล่นผ่านถนนสายจตุรัสโฮจิมินห์ ยาวๆ ไป 1 กิโล ชมวิวไปด้วย สู่จุดแวะจุดต่อไป








แวะที่ 6

ชมพิพิธภัณฑ์เมืองโฮจิมินห์

Ho Chi Minh City Museum


ho chi minh city museum



แวะมาชมเรื่องราวความเป็นไปเป็นมาของเมืองไซง่อนก่อนและหลังถูกฝรั่งเศสยึดครอง กับพิพิธภัณฑ์ที่จัดว่าเป็นอาคารสถาปัตยกรรมศิลปะฝรั่งเศสที่สมบูรณ์ที่สุดในเมืองโฮจิมินห์ (ไซง่อนเดิม)

อดีตอาคารหลังนี้คือทำเนียบประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม ที่จบชีวิตด้วยการถูกลอบสังหาร



ที่ผมชอบที่สุดก็คือมายืนมองสแตนด์อันนี้ (ภาพล่าง) ทำเป็นชาร์ต timeline ประวัติศาสตร์ชาติเวียดนาม

การจะทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติใดที่เกี่ยวข้องกับยุคสมัย กับกาลเวลา ผมว่า timeline นี่ล่ะคือการอธิบายโครงร่างการเดินทางของประวัติศาสตร์ที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด



ho chi minh city museum

ho chi minh city museum
ho chi minh city museum

มองลอดหน้าต่างอาคารพิพิธภัณฑ์เมืองโฮจิมินห์ไปเห็นตึกไบเท็คโคตะหง่านอยู่   สองสถานที่สองความแตกต่างทางกาลเวลา หนึ่งคืออาคารที่สะสมเรื่องราวเมืองในอดีต อีกหนึ่งคือตัวแทนสัญลักษณ์ของปัจจุบันและอนาคตของเมืองโฮจิมินห์







ลำดับต่อไป น่าจะถูกใจขาช้อปของก๊อป!


ลองเดินไปทางแนวที่ผมให้ไว้ในแผนที่ด้านขาว แม้จะไม่ใช่ระยะทางที่ใกล้ที่สุด แต่จะเป็นเส้นทางที่คุณจะตะลึงกับต้นไม้เก่าแก่สูงเสียดฟ้า ลำตัวใหญ่ๆ เรียงรายตามแนวถนน







แวะที่ 7

ช้อบปิ้งที่ตลาดเบนถัน

Ben Thanh Market


บนพื้นที่กว่า 11,000 ตร.ม. มีของขายแทบทุกอย่าง ต่อรองราคาได้ ต่อครึ่งๆ ก็ยังได้ ของแทบทุกชนิดบอกผ่านกันสุดๆ แม้แต่เบียร์กระป๋องก็ยังต้องต่อ!

อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลด่องกับไทยบาท ช่วงที่ผมไปอยู่ที่ 10,000 ด่อง=16 บาทโดยประมาณ

ลิงค์ update อัตราแลกเปลี่ยนเงินสองสกุลนี้




ชาวเวียดนามไม่นิยมเรียกศูนย์ 3 ตัวหลังของตนเอง อย่างเช่น 1 หมื่นด่อง เค้าจะตัดศูนย์ทิ้งไป 3 ตัวแล้วเรียกว่า ten ก็แปลว่าหมื่นนึง อย่างผมซื้อเบียร์กระป๋อง (ยี่ห้อตองสามอร่อยดี) เค้าบอกราคาผ่านมา twenty-five แปลว่า 25,000 ด่อง ผมก็ต่อเหลือ fifteen เท่ากับหมื่นห้า ซึ่งก็ต่อได้ และเป็นราคาทั่วๆ ไปที่ซื้อจากที่อื่น 15,000 คิดกลับมาเป็นเงินไทยก็ 24 บาท



ben thanh market

ตกกลางคืนที่ตลาดเบนถันยังแปรเปลี่ยนเป็นตลาดกลางคืน ร้านรวงตั้งแผงเรียงรายรอบตลาด ทั้งสารพัดร้านของกินด้วย นอกจากจะเป็นแหล่งช้อบกลางคืนแล้วยังเป็นสวรรค์นักชิมของข้างทางราคาประหยัดแถมอร่อย






จุดแวะสุดท้ายที่จะมาแนะนำกัน มาเวียดนามทั้งทีต้องหาโอกาสมาชมกันสักครั้ง






แวะที่ 8

ชมละครหุ่นกระบอกน้ำ ที่

The Golden Dragon Water Puppet Theater


Golden Dragon Water Puppet

Golden Dragon Water Puppet



การแสดงหุ่นน้ำนี้มีที่มาจากทางภาคเหนือของเวียดนาม แถบลุ่มแม่น้ำแดง เป็นการแสดงของชาวนา มีมาช้านานนับร้อยๆ ปีแล้ว ฉากการแสดงจะอยู่ในน้ำตลอด หุ่นจะถูกเชิดอยู่หลังม่าน



Golden Dragon Water Puppet


เปิดการแสดงทุกวันๆ ละ 2 รอบ 17.00 น. และ 18.30 น.






ปิดท้ายกับดินเนอร์มื้อค่ำ


ร้านที่จะแนะนำต่อไปนี้เดินไกลกันหน่อย 1.8 โล ถ้าจะลองถือโอกาสนี้นั่งแท๊กซี่กันก็ได้นะครับ 

ดูที่มีมิเตอร์ ราคาไม่แพง มีใบเสร็จด้วย





อิ่มที่ 4

The Refinery restaurant


พักอาหารเวียดมาชิมอาหารสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ กันบ้าง 


refinery

รสชาติอาหารก็โอเคนะครับ สำหรับผมที่ปกติไม่ชอบกินอาหารเมนูตะวันตก ก็ยังรู้สึกว่าอร่อยหลายอย่าง ที่สั่งมากินกันก็มี  เริ่มด้วย Starter >  Frise’e aux Lardons   ตามด้วยMain Course > Roasted Sea Bass และปิดท้ายด้วย Dessert > The Refinery Frozen Cheesecake 








ก็ถือเป็น ไกด์บุ๊ค ตะลอนนคร โฮจิมินห์ เล็กๆ นะครับ สำหรับทริปนี้ที่ได้ Nokair เป็นผู้เชิญผมไปในฐานะบล็อกเกอร์สื่อสายท่องเที่ยว อันที่จริงทริปยังมีต่ออีกหนึ่งวัน แต่ผมแยกออกจากกลุ่มทริปล่วงหน้า 1 วันเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองมุยเน่ และขอชดเชยเนื้อหาในเมืองโฮจิมินห์ที่ขาดหายไปด้วยรีวิว ลุยทะเลทรายมุยเน่ แทน รอติดตามรีวิวที่นี่เร็วๆ นี้ครับ ชอบกดไลค์ใช่กดแชร์กันด้วยจักขอบพระคุณค้าบ



ฝากเพจน้อยๆ ไว้ติดตามอัพเดทกับแอดมินนายน้ำฟ้าด้วยนะครับ เลิฟคนไลค์เพจ อิอิ >> Page: GoTravel together with น้ำฟ้าป่าเขา >>> www.facebook.com/Namfapakhao/



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 12 มกราคม 2559 13:20:55 น. 14 comments
Counter : 22315 Pageviews.

 
โหวตฮ่ะเฮีย

สถานที่เที่ยวเคยไปบ้างแล้ว แต่อย่างโบสถ์นี่ไม่เคยได้เข้าด้านในเล้ยยยย

ส่วนร้านอาหารเคยไปแต่ร้านแรกหละ รร.พักรร.เดียวกันเลยยย ตอนเช็คอินเห็นรูปหนูปรากฏในเฟซบ้างมะ ฮาาา

ชอบรูปบันไดที่ร้านกาแฟมาก สวยงาม


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:32:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะคุณหยี
หลายปีก่อนบริษัทไปเปิดโรงงานสาขาที่เวียดนาม เลยมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั่นแป๊บนึง บางแห่งก็ได้แต่นั่งรถผ่านไปผ่านมาเห็นสวยดี วันนี้ได้มาดูเต็ม ๆ ที่บล็อกนี้ค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:12:01:35 น.  

 
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
เมืองไทยยังเที่ยวไม่ครบ คงไม่ได้แวะเมืองนอกแน่
ถ้าคุณหยีไม่ได้พาไป ขอบคุณที่นำมาฝากกันนะ



โดย: หอมกร วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:7:27:05 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะเฮียยย

จริงค่ะ หนูไปเกาหลีทีไร หนูผอมกลับมาทุกทีน่ะ ฮาาา

แต่มีถูกปากอยู่สองสามเมนูค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:21:47 น.  

 


ช่างเป็นบล็อกริวิวโฮจิมินห์ซิตี้ที่ละเอียดยิ่งนัก

เหมือนตามเที่ยวต้อยๆเลยค่ะพี่หยี

มีโอกาสไปบ้างจะขอเก็บเอนทรี่นี้เป็นไบเบิ้ลเดินทางนะคะ

สวยยยยย ทุกๆภาพ เลยจ้า


โดย: anigia วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:48:01 น.  

 
เวียตนามเป็นประเทศที่สวยจังค่ะ
ชอบจตุรัสโฮจิมินห์และ โฮจิมินห์ซิตี้ฮอล
สถาปัตยกรรมงดงามได้ใจมาก
ภาพที่คุณหยีถ่ายสวยทุกภาพจริง ๆ แถมให้ข้อมูลละเอียดมาก
รีบกดทั้งไลค์ทั้งโหวตให้เลยค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ที่แวะไปชมนิทรรศการและโหวตให้นะคะ
อยากให้คุณหยีไปชมงานนี้จัง คงได้ภาพถ่ายงาม ๆ ตรึมแน่
ิอาทิตย์นี้ถ้าไม่ติดอะไรคงจะไปชม เสียดายเหมือนกันที่เขาจัดน้อยวันไป
ที่จริงอยากให้เขานำงานศิลปะมาจัดแสดงแบบถาวร
เอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ของกทม.ก็ดีนะคะ


โดย: haiku วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:27:08 น.  

 
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
แวะมาเที่ยวด้วยคนนะครับ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:0:15:17 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:55:59 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เป็ดสวรรค์ Travel Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog

ภาพสวยมาก ๆ เลยคุณหยี เลยต้องโหวตให้หมวดนี้

ผมคลิ๊กเข้าไปดูแต่ละแยก ก็หลายแยกเหมือนกัน 555

แผนที่ ดีเหมือนกัน จะได้เป็นแนวทางไปเที่ยว หากมี
ตังค์กะ โอกาศนะครับ..

ส่วนใหญ่ผมจะเข้าไปดูกูเกิ้ล ก่อนไปเที่ยวจริง อาจจะ
ได้ภาพไม่อัพเดท เท่าใด.. 555 ส่วนใหญ่สตรีทวิว
ถ่ายในฤดูแล้ง..


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:13:43 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog

Best design 1 น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา

พี่อุ้มแวะมาโหวตให้น้องหยีจ้า




โดย: อุ้มสี วันที่: 14 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:42:19 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

เค้าไม่เคยไปเที่ยว
เค้าอยากไป ๆ ๆ ๆ


โดย: Close To Heaven วันที่: 15 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:05:33 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 16 พฤศจิกายน 2558 เวลา:3:26:21 น.  

 
อีกหน่อยเปิด AEC จะขับรถไปครับ เห็นพี่หยีบอกว่าใกล้กว่าหาดใหญ่ อิอิ
เวียดนามใต้ผมไม่เคยไป แวะจุดไหนก็แปลกตาทั้งนั้นครับ เสียดายไม่ค่อยมีโบราณสถานเลยอะ ทั้งที่เวียดนามเป็นแหล่งอารยธรรมแรกเริ่มของดินแดนแถบนี้แท้ๆ (ฟูนัน-จามปา)
ตึกส่วนใหญ่ปเนยุคอาณานิคม เดินๆแล้วคิดถึงมุมไบเลยครับ เหลืองอ๋อยทั่วสารทิศ
ได้ยินชื่อนอร์ธเทอร์ดามทำไมผมคิดถึงฮอลแลนด์ทุกที นั่นมันอัมสเตอร์ดัมนี่นะ งั้นไอ้ค่อมแห่งนอร์ธเทอร์ดามก็อยู่ฝรั่งเศสสินะ แต่ถึงขนาดต้องขนอิฐมาจากฝรั่งเศสแสดงว่าสเป็คอิฐเขาสูงเอาเรื่องเลยนะเนี่ย
โฮจิมินห์ฮอลรูปปั้นลุงโฮทำท่าอะไรล่ะนั่น ไม่เท่เลย

เห็นอาหารเวียดนามแล้วก็น้ำลายไหล ในบรรดา AEC เห็นจะมีแค่เวียดนามที่อาหารมาขายออกในบ้านเรานะครับ (ไม่นับอาหารลาวที่แยกกับอีสานไม่ออก)
มีพิพิธภัณฑ์ลุงโฮด้วย เป็นวีรบุรุษที่รวมใจคนในชาติเป็นหนึ่งได้ด้วยการกระทำจริงๆ แบบนี้ชื่อเสียงคงทนสถาพรกว่าวีรบุรุษที่คนนับถือด้วยการประโคม PR ครับ
เวียดนามเคยไปช้อปที่ตลาดดองบา แม่ค้าดุอย่างกับหมา ไม่รู้ตลาดเบนถันเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ไปจีนกับเวียดนามนี่ช้อปไม่ลงเลย ยอมไปโดนคนอินเดียหรืออียิปต์ตอมซ้าย-ขวายังจะแฮปปี้กว่าลงไปโดนแม่ค้าจีน-เวียดนามแหลก
หุ่นกระบอกน้ำนี่เหมือนน้องผมจะเคยถ่ายมาให้ดู เป็นการแสดงแบบหาดูที่อื่นไม่ได้จริงๆ (แล้วพวกแกจะลงไปแช่น้ำกันทำไม๊?)

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Ariawah Auddy Photo Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ชีริว วันที่: 16 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:34:26 น.  

 
ทัวร์เวียดนาม โฮจิมินห์


โดย: Tourkrub IP: 139.99.104.95 วันที่: 2 มกราคม 2563 เวลา:14:22:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.