ทุลักทุเล ที่ ดอยทูเล ตอน1/2







ทุลักทุเล ที่
ดอยทูเล


เรื่องมันมีอยู่ว่า

เมื่อต้นปีมานี้เองกำลังหาทริปเดินป่าอยู่ จู่จู่ชื่อดอยทูเลก็ลอยมากระทบโสตประสาท เอ๊ะใครๆก็ไปดอยทูเล มึนงงปนสงสัยดอยอะไรทำไมไม่เคยได้ยิน ดอยนี้อยู่หนไหนใกล้หรือไกลมีอะไรน่าสนใจ จากนั้นก็เสริซกูเกิ้ลเพื่อไขความกระจ่าง ดูรูปอ่านรีวิว โอ้ว! ดอยนี้ทะเลหมอกสวยอลังใช้เวลาคืนเดียวก็เที่ยวได้ ดังนั้นทริปพิชิตดอยทูเลทริปนี้จึงอุบัติขึ้น พร้อมประสบการณ์แสนทุลักทุเลกว่าจะพาตัวเองขึ้นไปยืนเด่นบนยอดดอยสีทองลูกนี้สำเร็จ!!






ดอยทูเล อยู่ บ.แม่จวาง ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ออกเดินทางจากกรุงเทพ - ตาก - แม่สอด - แม่ระมาด - ท่าสองยาง สู่จุดเริ่มต้นที่อบต.ท่าสองยางระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร เราทำเวลาสบายๆเดินทางหัวค่ำมาย่ำรุ่งที่อบต.แห่งนี้ อาบน้ำผลัดผ้าล้างหน้าแปรงฟันและรอเสือดอยกระบะพันธุ์ลุยมาสบทบเพื่อผ่องถ่ายสัมภาระและนำทางไปสู่จุดเริ่มเดินเท้าขึ้นดอยทูเล ณ บ้านแม่จวางที่อยู่ห่างออกไปจากอบต.ราว 6-7 กิโลเมตร

คณะเรามาถึงอบต.ก่อนฟ้าสางราวครึ่งชม. ทันทีที่เร่ิมสว่างมองเห็นสภาพแวดล้อมเราก็เห็นป้ายจุดชมวิวแม่น้ำเมยอยู่ตรงหน้าและเมื่อทอดตาเลยออกไป โอ้ว!! วะว้าว!! ดูวิวแม่น้ำเมยตรงหน้าเรานี่สิ!





UnSeen แม่น้ำเมย แม่น้ำ2สัญชาติ

พม่าอยู่ฝั่งข้างโน้นไทยอยู่ฝั่งข้างนี้ หัวสะพานตรงกันอาบน้ำกันเห็นกันทุกที  แม่น้ำเมยสายนี้ไหลเป็นพรมแดนกั้นพม่ากับไทย ต้นน้ำอยู่ที่อำเภอพบพระ ไหลกลับทิศจากใต้ขึ้นเหนือ ผ่านแม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง ไหลไปบรรจบแม่น้ำสาละวินที่บ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ความยาวของสายน้ำทั้งสาย 327 กิโลเมตร

ภาพที่เห็นตอนนี้กรุ่นไอหมอกตลบอบอวลลอยฟุ้งขึ้นเหนือผิวน้ำ นี่กระมังแหล่งผลิตทะเลหมอกอันลือลั่นที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาชมกันบนยอดม่อนยอดดอยต่างๆในแถบถิ่นนี้ งดงามจริงๆ




เราถลุงเวลาเพลินไปกับการเดินเลาะไปตามตลิ่งหามุมถ่ายภาพอย่างเต็มที่ สภาพทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำเมยตรงช่วงนี้เป็นตลิ่งสูงทางเดินลงทุลักทุเลนิดหน่อย ทางสบายก็มีเค้าทำเป็นบันไดไว้ให้แต่อยู่ไกลไปนิด ตรงเหนือตลิ่งข้างบนเค้าสร้างศาลาชมวิวแม่น้ำเมยมุมสูงให้ไม่ต้องเดินเมื่อยลงมาข้างล่างก็ได้ แต่พวกเราหลายคนเห็นไอหมอกระเหยขึ้นเหนือน้ำแบบนี้แล้วบ่องตงอดใจเดินลงมามองใกล้ๆไม่ได้ ลืมบอกไปศาลาที่ว่าอยู่ในสถานีตำรวจภูธรแม่เมยครับ รั้วติดกันกับอบต.ท่าสองยางแหละ พวกเรามาจอดรถในสภ.เพราะว่าเรามาถึงกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางอบต.ยังไม่เปิดประตู

เอาล่ะครับเพื่อนข้างบนตะโกนลงมาตามให้ขึ้นไปแล้ว รถกระบะที่จะมาสมทบก็มาแล้ว เดี๋ยวเราไปกินข้าวเช้ากันที่ร้านใกล้ๆอบต.นี่ก่อน ปะไปกัน






ป้ายุง อาหารตามสั่ง
เติมพลังมื้อเช้าเป็นกำลังวังชาสำหรับเดินเท้าขึ้นดอยทูเล

ร้านนี้อยู่ใกล้ๆอบต. เดินกันมาก็ได้แต่พวกเราพร้อมใจนั่งรถ อิอิ ประหยัดพลังงานไว้ก่อน มาถึงก็ไม่ต้องเสียเวลารอ เพราะอาหารได้ถูกสั่งล่วงหน้าไว้แล้ว



เมนูไข่มดแดง!! เมนูลือลั่นสะท้านภพ ไข่เจียวยัดไส้ไข่มดแดง สมาชิกกลุ่มหลายคนน้ำลายสอ ส่วนนายน้ำฟ้าร้องลั่น ขอเลี่ยงไปหม่ำเมนูอื่น รถกระบะฟอร์ดเสือดอยคาดสติ๊กเกอร์อบต.ท่าสองยางตามมารอท่าอยู่หน้าร้าน เอาล่ะหม่ำอิ่มพุงปลิ้นเตรียมตัวเดินทางต่อสู่บ้านแม่จวางกัน





บ้านแม่จวาง
ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง
จุดเริ่มต้นเดินเท้าสู่ดอยทูเล


6 กิโลจากร้านป้ายุงกระบะฟอร์ดเสือดอยนำทางพาพวกเรามาถึงปากทางแยกเข้าสู่บ้านแม่จวาง เส้นทางก็ไม่ซับซ้อนออกจากร้านขับตามทาง โลเดียวออกถนนใหญ่ถนนเส้นเดียวของชายแดนแถบนี้ ทางหลวง 105 (แม่สอด-แม่สะเรียง) เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าทางเดียวกับไปแม่ฮ่องสอน ขับไป 5กิโลก็เจอแยกเจอป้ายเข้าบ.แม่จวาง เป็นทางลำลองเล็กๆ รถตู้ของเราโขยกตามเข้าไปอีกกิโลเมตรเศษก็ถึงที่หมาย






ก๋วย
ภาชนะจักสานคล้ายตระกร้าคล้ายเข่ง เอาเชือกหรือผ้ารัดสะพายไว้ข้างหลังสำหรับใส่ของแบกเดินทางของชาวเขารวมทั้งลูกหาบของคณะเรา


เหล่าน้องๆลูกหาบมารอท่าอยู่แล้ว พอเสือดอยตระกุยเข้ามาเทียบพวกเราก็ช่วยกันแบ่งสัมภาระ แยกส่วนที่ต้องนำติดตัวระหว่างเดินทางไว้ ที่เหลือลูกหาบก็นำไปใส่ยังก๋วยของแต่ละคน ชาวบ้านแม่จวางเป็นชาวไทยภูเขาหลายเผ่าพันธุ์ ส่วนน้องๆที่อบต.ประสานมาเป็นลูกหาบให้คณะเราวันนี้เป็นชาวปกาเกอะญอ

เอาล่ะครับ ทุกคนพร้อมออกเดินเท้าแล้ว มองเห็นเทือกดอยทูเลทอดัวอยู่ตำแหน่งสองนาฬิกาหรือตะวันออกเฉียงเหนือคะเนด้วยสายตาห่างไปราว 4 กิโล ปะไปกันครับพี่น้อง โย้ว





แผนที่แสดงเส้นทางเดินเท้าขึ้นสู่ ดอยทูเล


ระยะทางจากจุดต่างๆ

จุดเริ่มต้นเดินเท้า - แค้มป์ 7 กิโลเมตร

จุดเริ่มต้นเดินเท้า - ยอดดอยทูเล 7.5 กิโลเมตร

แค้มป์ - เนินธง 150 เมตร

แค้มป์ - ยอดดอย 500 เมตร







เริ่มต้นเดินเท้า
กิโลเมตรแรก
เดินชิลๆ


9 โมงเก้านาที แหม่ ฤกษ์ดีเวลาดี เราบ่ายหน้าสู่แนวเขาที่ตั้งของดอยทูเล เดินหันหน้าเข้าหาแดดเช้าที่ยังไม่ค่อยแรง ลูกหาบเดินราวกับเครื่องจักรนำหน้าพวกเราไปทีละคน สภาพป่าโปร่งสบายตา อากาศก็กำลังดี ต้นไม้รอบข้างบังใบให้ร่มเงาพอควร

ครึ่งชม.เราก็มายืนอยู่ที่เส้นระดับความสูง alt. 300 เมตร จากจุดเร่ิมเดินที่ alt.190 เมตร ทำระยะทางมาครบหนึ่งกิโลเมตรแรก นับว่าเป็นสปีดที่ไม่เลวทีเดียว ทั้งที่เดินกันอย่างไม่เร่งรีบ









สู่กิโลเมตรที่สอง
หลงทาง!


เส้นทางเริ่มชัน เราพร้อมใจกันพักเอาแรงตรงราบไหล่ดอย เส้นทางช่วงนี้เป็นไหล่ดอยขึ้นสู่สันดอย พอทางชันขึ้นนายน้ำฟ้าเริ่มห้อยท้ายและถูกทิ้งห่างจนไม่เห็นหัวขบวน เกาะกลุ่มห้อยท้ายกันสี่คนอันมีผมกะอีก 3 สาว พอขึ้นถึงสันดอยสภาพเป็นเนินกว้างมีทางแยกตัดลงไหล่ดอยฝั่งตรงข้ามกับทางแยกขึ้นดอยไปตามสันมีป้ายเล็กๆปักไว้บอกทาง ไอ้เรามัวแต่ก้มหน้าเดินตามไม่ทันเห็นทั้งป้ายทั้งแยก และสาวคนนำหน้าตีความลูกศรบนป้ายผิดทิศด้วย กว่าจะรู้ตัวว่าผิดทางก็เมื่อรู้สึกว่ายิ่งเดินทางยิ่งลง เดินผิดทางไปกลับครึ่งกิโล กลับสู่ทางอีกทีก็เร่งเท้าตามกลุ่มขึ้นไป

ทำระยะครบสองกิโลตรงระดับความสูง alt. 456 เมตร ใช้เวลากิโลเมตรที่สองไปกว่าห้าสิบนาที แดดเริ่มแรง อากาศเริ่มร้อน ดูเวลาก็ปาไปสิบโมงครึ่ง








จากกม.2 สู่ กม.3
ยังสบายสบาย

ความลาดชันต่ำ เดินกันสบายๆ เป็นอีกช่วงกิโลเมตรที่ทำเวลากันได้ดี ใช้เวลาไปกับระยะที่สามนี้เพียงครึ่งชม. แต่เมื่อผ่านสามกิโลเราก็เผชิญหน้ากับทางชันยาว ดูจากแผนที่ชั้นความสูงข้างล่างจะเห็น เส้นระดับ 500 เมตร - 740 เมตรเป็นทางชันมาก เปลี่ยนระดับถึงสองร้อยเมตรในระยะเดินกว่าแปดร้อยเมตร หนักเอาการ ทำให้เราต้องพักกันบ่อยขึ้น






ไต่สันชันยาว
เพื่อผ่านครึ่งทาง

แดดที่แรงขึ้นบวกทางที่ชันยาวทำให้ผมต้องอัดเต็มข้อฝืนความเมื่อยเอาชนะตัวเองให้ได้ ยังดีที่ต้นไม้รอบข้างให้ร่มเงาทุเลาความร้อนไปได้บ้าง ลูกหาบปกาเกอะญอของเรายังต้องปลดก๋วยพักชาร์ตพลังกันบ่อยขึ้น สักพักเพื่อนสาวคนหนึ่งร้องมาว่าลืมไม้เดินป่าไว้หน้าเนินตรงที่เราพักครู่ใหญ่ตะกี๊ ผมห้อยท้ายขบวนอยู่เลยอาสาย้อนลงไปตามเก็บแล้วย้อนมาตั้งหลักสู้กับสันชันยาวอีกรอบ เล่นเอาหอบแฮกแฮกไปเลย






พักยก
เรี่ยวแรงหมดต้องพักเติมกลูโคส

เที่ยงพอดี เราไต่ผ่านครึ่งทางกันแล้ว พ้นทางชันยาวมายืน ณ ระดับ 750 เมตร ตรงนี้เป็นเนินใหญ่ลมเย็นมีร่มเงาบังแดดสบายๆ คณะเราทั้งหมดปลดสัมภาระลงกินมื้อเที่ยงพักยาวชาร์ตพลังกัน ไกด์ตาเอกทำเซอร์ไพร๊ซ์เมื่อปลดเป้ที่แบกหลังแอ่นแล้วเปิดออกมา ป๊าดดดด เป้ทั้งใบใส่กระติกแช่เบียร์ขึ้นมา สุดยอด





บ่ายโมงเป๊ง!
บ่ายหน้าต่อ

พักกันชั่วโมงเต็ม เราก็ลุกเดินทางต่อ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!! ขณะเดินปิดท้ายขบวนอยู่ห่างๆ สภาพทางเป็นไหล่เขาแคบผมก้าวพลาด! เหยียบอากาศหวืดหล่นวูบพริบตาเดียวหัวลงไปอยู่ระดับเดียวกับพื้น ฝุ่นตลบคลุ้งสองมือเกาะกำกอหญ้าไว้แน่น สำรวจกล้องที่คล้องคอก่อนเลย โล่งอกที่ผมโกร่งตัวอัตโนมัติกล้องไม่กระแทกกับอะไร ตั้งสติได้ก็ยันกายป่ายขึ้นมาบนทางใหม่ ใจหายวาบนึกว่าจะตกเหวตายแล้ว

ถัดมาเพียงสองร้อยเมตรก็เจอกับลำห้วยแห้งๆสายหนึ่งมีฝายกั้นน้ำสร้างแบบง่ายๆ มีร่มเงา แดดบ่ายโย้มาส่องหลังหันกลับไปมอง โอ้ว! แสงระเบิด ว้าว









สู่กม.ห้า สู่ดงค้อ

จากฝายน้ำล้นที่แห้งขอด หลังจากพักเม้าท์มอยด์เรื่องหวิดตกเหวตาย พวกเราก็เร่งเท้าเดินต่อมุ่งหน้าเข้าหาระยะทางที่กิโลเมตรที่ห้า ทางช่วงนี้ไม่ชันนัก เนินเขาข้างหน้ามีสันเขาสองสันที่จะไต่ขึ้น เส้นทางพาเราอ้อมเนินโค้งไปทางซ้ายไปไต่สันที่ถัดไกลออกไปเดาว่าสันนี้คงขึ้นง่ายกว่า จับสันนี้ได้ก็พ้นเข้าความสูงระดับ 800เมตรป่ารอบข้างบัดนี้กลายเป็นดงต้นค้อภูเขาดงใหญ่หนาตาทั้งต้นสูงใหญ่ต้นอ่อนใบปรกดินเป็นเส้นทางแปลกตาสำหรับผม เพราะว่ายังไม่เคยเดินใต้ดงต้นค้อแบบนี้ เคยแต่เห็นอยู่ไกลลิบแบบอย่างค้อเชียงดาวที่ดอยหลวง


ค้อ
Livistona speciosa


เป็นพืชชนิดปาล์มต้นเดี่ยว ถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชอบขึ้นอยู่บนภูเขาตามป่าดอยแถบถิ่นเหนือ ลำต้นสูงได้ถึง 25-40 เมตร ใบรูปพัด จักเว้าลึกไม่ถึงครึ่งตัวใบ จีบเวียนรอบใบสวยงาม ใบอ่อนสีเขียวเข้มเป็นมัน





กม.5 สู่ กม.6
เตรียมตัวสู่กิโลนรก!

ดงค้ออยู่กับเรามาตลอดระยะทางกว่ากิโลบนสันทางเดินที่ไม่ชันนัก พอต้นค้อเริ่มบางตาวิวทางขวาเปิดไกล เผยให้ยอดดอยสีทองของดอยทูเล วิวยอดดอยสูงลิบตระหง่านท้าสายตาตรงหน้าที่ที่เราต้องตระกายขึ้นไปให้ถึง เฮ้อ แลดูสูงจังแถมแลดูยังอีกไกลโขกว่าจะตะกายไปถึง ใจตอนนี้แทนที่จะฮึกเหิมดีใจกลับกลายเป็นท้อเพราะเรี่ยวแรงทั้งหมดเริ่มถอยจนใกล้ศูนย์!








เหนื่อยนักก็พัก!
คำคำนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ณ เวลานี้

พ้นดงค้อเข้าสู่ทางท้อแท้ป่าเริ่มโปร่ง ร่มเงาเริ่มขาดแคลน หนำซ้ำทางยังชันเอาเรื่อง ที่บั่นทอนที่สุดก็คือมันเป็นความเหนื่อยที่หยุดไม่ได้! เพราะแสงแดดอันร้อนระอุแผดเผาเสียจนก้าวไม่ไหวก็ต้องก้าวต่อไป และในที่สุดเมื่อเจอเงาไม้เพียงน้อยนิดนายน้ำฟ้าก็ทรุดลงตรงนั้นแบบไม่ต้องหาที่นั่ง กองอยู่ตรงพื้นนั่นแหละ หมดสภาพ! หมดแรงจะก้าวต่อแม้เพียงก้าวเดียวก็ไม่ไหว เหลือแรงไว้หายใจอย่างเดียว







คลิปสั้นๆ 0.24วิ ช่่วงฝ่าเปลวแดด

จากความสูง 900เมตร​ สู่ความสูง 1200
ระยะทางกิโลกว่าๆ กับเวลาเกือบสองชั่วโมง

หมดไปกับการพักซุกตัวตามร่มเงาอันน้อยนิด นาทีนี้ผมว่ามันเหนื่อยกว่าขึ้นดอยหลวงเชียงดาวเป็นไหนๆ ที่นั่นเดินอยู่ใต้ร่มเงาตลอดแถมทางไม่ชันถึงแม้ระยะทางจะตั้งเก้ากิโลแต่เทียบไม่ได้กับเจ็ดกิโลของดอยทูเลนี่เลย ช่วงใกล้ยอดต้นไม้น้อย มีแต่หญ้าสีทองกับทางชัน เมื่อต้องเจอกับดวงตะวันอีกก็ถือว่าครบองค์ประกอบแห่งการทารุณกรรมร่างกาย






ใกล้ความจริงแล้ว
ลำห้วยใหญ่ที่แห้งขอด

ในที่สุดผมก็มาถึงตรงลำธารหินที่ยามไม่ร้อนแล้งจะเป็นลำห้วยน้ำนิ่งใสสีทอง เป็นลำน้ำที่บ่งบอกว่าเหลืออีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงแค้มป์แล้ว กัดฟันเดินต่อไป





ถึงแล้ว
แค้มปิ้งไซค์ส่วนตัว

แค้มป์ความสูงระดับ 1200 เมตร ระยะทางเดิน 7 กิโลเมตรจากพื้นราบ กับเวลาตะกายทั้งสิ้น 7 ชม. เท่าที่เห็นนอกจากคณะของเราและลูกหาบแล้ว ก็จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่งที่ขึ้นกันมาแค่สามคนแยกกางเต้นท์ไกลออกไป ดังนั้นต้องถือว่าคืนนี้แค้มปิ้งไซค์ของเราค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวทีเดียว สำหรับผมตอนนี้ได้แต่นอนหยังเขียด ก๊อกสองก๊อกสามหมดแล้ว ไม่มีแรงช่วยกางเต็นท์ด้วย อิอิ เหนื่อยฉิกไห




ใครจะขึ้นยอดดอยชมพระอาทิตย์ตกบ้าง!!

นายน้ำฟ้าสะดุ้งเฮือกเมื่อใครในกลุ่มลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนชวน ไหวหรือป่าวหว่าตรู จะตายกลางทางขึ้นยอดดอย หรือจะกลิ้งหลุนๆตกลงมายังไม่รู้ รู้แต่ว่าเวลานี้ขาฉันยังยกไม่ขึ้นเลยว้อย



โปรดติดตามตอนต่อไป เร็วๆนี้ Coming Soon จ้า


ฝากคอมเมนท์ไว้เป็นกำลังใจ หรือทิ้งร่องรอยให้รู้ว่าท่่านมาเยี่ยมเยือนเรา น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา นะครับ ^^


ทุลักทุเล ที่ ดอยทูเล ตอนที่ 2/2


Create Date : 17 มิถุนายน 2556
Last Update : 15 มกราคม 2557 11:44:31 น. 45 comments
Counter : 6513 Pageviews.

 
อั้ยย่ะ !! เทพขากางเรามาแว๊วววว




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:13:11:14 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับคุณหยี .....

หลังจากห่างหายจากบล็อกแก๊งค์ไปเกือบสี่เดือน
คุณหยีก็ได้ฤกษ์ up บล็อกใหม่ซะที นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ .....

ภาพชุดนี้บางส่วนแอบเห็นในหน้า facebook fanpage บ้างแล้ว
แต่มาดูแบบจัดหน้าบล็อกสวยๆ แบบนี้แล้ว
ดูน่าสนใจมากกว่าเดิมเยอะเลยครับ .....

ทริปนี้ทุลักทุเลสมชื่อเลยนะครับ แถมเกือบลื่นตกดอยซะด้วย
ว่าแต่ที่หัวคะมำลงไปนั่น เป็นเพราะยอดข้าวแช่เย็นกระป๋องนั้นรึเปล่าเนี่ย ....

ตอน 2 จะ Coming soon จริงๆ รึเปล่าเนี่ย อย่าให้แฟนๆ รอไปอีกสี่เดือนแบบบล็อกนี้เด้ออ้ายเด้อ .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:13:44:52 น.  

 
รอคอยมานานแสนนาน 555 อัพบล๊อกแล้ว ดูภาพ
สวย ชอบตรงแสง กับมุมกล้องครับคุณหยี

แต่ถ้าจะให้เดินด้วย แหะ ๆ ขอคิดดูก่อน ดูเหนื่อย
ไม่ใช่เล่น แถมน้ำแห้ง

เรื่องเดินผิดทางนี่ เบื่อแล้ว เหนื่อยโคตร ๆ เดินผ่าน
หญ้าสูง ๆ คันตัวหน้าดู.. แต่ถ้าอากาศเย็น โอเค
เดินหลงทาง แล้วเจอกันไวก็ดี... เพราะของกินมัก
จะไม่อยู่กับเราซะด้วย

ไว้ตามมาดูอีก....


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:13:57:47 น.  

 
ภาพงามมาก โดยเฉพาะแหล่งผลิตทะเลหมอกแม่น้ำเมยในยามเช้า .. ท่าทางการเดินเท้าไปดอยทูเล จะถูกใจหยี-คนแข็งแรง .. ผมคงจะไม่มีโอกาสไปเพราะข้อเท้าเริ่มล้า .. เพิ่งรู้จริงๆว่ามีต้นค้อ


โดย: yyswim วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:14:25:29 น.  

 
ถ้าให้โหวตได้หลายหมวด
ผมจะโหวตทั้งบล้อกภาพถ่าย
และบล้อกท่องเที่ยวเลยครับพี่

แต่พอต้องเลือก
ผมขอเลือกบล็อกท่องเที่ยวครับ

ชอบภาพที่พี่หยีถ่ายมากๆ
มุมสวย บรรยากาศในภาพก็สุดยอด (ภาพหมอกในแม่น้ำ)

แอบขำ เสือดอยครับพี่
พอ ย ยักษ์หายไป
อ่านแล้วแอบขำคนเดียวครับ เอิ๊กๆๆๆ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:14:36:11 น.  

 
ภาพสวย เรื่องราว ดีมากมาย เลยครับพี่หยี....
อยากทำ Blog แบบนี้บ้างแต่ทำม่ะเปง


โดย: OAT IP: 58.137.23.210 วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:14:43:09 น.  

 
อัพแล้วๆ ^^

ในที่สุดก็ถึงที่หมายจนได้ มีหลงด้วย ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งแต่กินเวลาและกินพลังงานไปมากเลยทีเดียว

ยังถือว่าโชคดีที่กล้องไม่เป็นไรถ้าเป็นไรไปนี่คงแย่เลยแหละครับ บางทีเหนื่อยมากๆ แต่ก็พักไม่ได้เหมือนกัน เพราะรู้ว่าถ้าหยุดจะลุกอีกไม่ไหว แต่บางทีร่างกายมันก็ไม่ไหวจริงๆ เหมือนกัน แหะๆ

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:16:03:54 น.  

 
ในที่สุดเขาก็กลับมา พื้นที่แห่งการแบ่งปันผลงานที่นี่อีกครั้ง
หลังจากไปนอนบนโรงแรมหรูห้าดาวตั้งคืนหนึ่ง
นึกว่าจะลืมป่าเขาเสียแล้ว 555+




เกือบตกดอยดายแล้วไหมนั่น
ระหว่างตัวเอง กะกล้องคิดว่า ห่วงอะไรก่อน
ตอนนี้ก็ได้รับคำตอบแล้วว่า กล้องสำคัญสำหรับเขาจริงๆ
ใครยืมกล้องเขาไปใช้หรือขาตั้งกล้องเขาไปทำข่วนเป็นรอยหน่อย
คงจะถูกด่าไปสามบ้านแปดบ้านแน่เลย



ในที่สุด

เหนื่อยฉีกไห !!
วลีฮิตตอนเขาช้างเผือก ก็กลับมาอีกครั้ง

เดิน เดิน เดินและก็เดินรั้งท้ายตลอดทุกทริป
แผนที่ไม่มีใครเหนือเค้าอยู่แล้ว ไม่ต้องชมมาก เด๋วลอย ฮรี่ๆ
กว่าจทำได้ขนาดนี้ แก้แล้วแก้อีก หงอกขึ้นไปกี่เส้นแล้วไม่รู้





ปล. มีโอกาสจะได้กินไข่เจียวคั่วไข่มดแดงของหายากแล้วไม่กินอีก คนไรว้า ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป
เสียดายแทนนะเนี่ย



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:16:34:29 น.  

 
สุดยอดพี่หยี....ตอนแรกเห็นรถอบต. เข้าใจว่าเค้าติดสติ๊กเกอร์แผนที่ที่หน้ากระโปรงรถซะอีก ท่าทางโหดน่าดู...


โดย: นักเดินทางพเนจร IP: 118.172.74.16 วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:16:50:32 น.  

 
[b]ม่อนทุลักทุเล อิอิ[/b]

- Blog จัดวางสวยงามเหมือนอ่านนิตยสารท่องเที่ยว
- แผนที่ ก็สุดยอดครบถ้วน หาที่ไหนไม่มีใครเคยทำแบบนี้เลยสักคน
- รายละเอียดข้อมูลก็ครบตามรอยกันไปได้แบบไม่ต้องกลัวไปไม่ถูก
- รูปภาพนี่ก็ยังคงมีฝีไม้ลายมือที่เฉียบขาด งดงามมากๆหลายรูปเลย

[u}คอมเม้นในฐานะเพื่อนร่วมทริป[/u]
..น้องหมาน้อย 4 ขาเดินเก่งมากวิ่งตัวปลิว มันคงสงสัยว่า ทำไมพวกมนุษย์มันพักกันบ่อยแท้ ไม่ไหวๆ5555

..เดินไปเรื่อยๆ หันไปข้างหลัง อ้าว ซุมมี่ลุงหายไปไหนอ่ะ
พวกเราตะโกนเรียก ลุง ลุง เงียบ ลุง ลุง เงียบ นั่งรอลุงกันดีกว่า สักพักลุงเดินมา แล้วบอกว่า เดินตกผาลงไป ตอนแรกพวกเราตกใจ แต่พอลุงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง กลับหัวเราะ ขำกันมากกว่าสงสารกัน555...เดินยังไง

..กม.ที่ 5 ไป 6 ต้องใช้ระบบ 4ขาไต่ระห่ำ 555



โดย: @( ^ o * )@ IP: 110.77.226.192 วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:17:03:28 น.  

 
ตามมาติดๆเลยค่ะ ชอบมากกกกกกก อยากไปสมบุกสมบันอย่างนี้มั่งจัง...แต่สังขาร บ่ายเข้าไปแล้ว 5555 ท่าจะไม่ไหว ^^ ขอบคุณที่พาเที่ยวและแบ่งปันภาพสวยมากกกก นะคะ ^^


โดย: auau_py IP: 113.53.40.171 วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:7:24:24 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:8:06:58 น.  

 
"ไม่เจ๊อะกันนาน คิดถึงจังเบยยยยยยยย"
ไม่เห็น Up บล๊อคมาตั้งนาน ไม่เสียแรง
ที่ตั้งใจรอจริงๆ ภาพยังสวยเหมือนเดิม
รายละเอียด และข้อมูลการเดินทางเพียบ
เป็นกะลังจัยให้นะตะเองงงงงงง


โดย: กระรอกบิน IP: 202.57.155.169 วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:10:55:10 น.  

 


เมียงมอง ..
บล็อกนี้อยู่นาน เดี๋ยว fufu มาใหม่


โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:12:07:53 น.  

 
สวัสดีครับพี่หยี

อยากเห็นพี่หยีเขียนบล็อกเรื่อยๆนะครับ
บล็อกพี่มีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้คนเดินทาง
ได้เห็นมุมสวยๆของประเทศไทยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:12:53:12 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับคุณหยี .....

ขอบคุณที่ตามไป comment ให้ซะหลายบล็อกเลยนะครับ

ช่วงนี้ดูเหมือนบล็อกแก๊งค์เราจะเงียบๆ ไปนะครับ
เวลา up บล็อกใหม่ๆ ทั้งยอด view และ comment จะค่อนข้างน้อยถ้าเทียบกับปีที่แล้ว เป็นแบบนี้กันถ้วนหน้า
เพราะงั้นถ้าคุณหยีเห็นยอด view และยอดเม้นท์น้อย อย่าเพิ่งใจเสียไปนะครับ
เพราะบล็อกนี้ยังมีแฟนคลับคอยติดตามอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ผมคนนึงล่ะ .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:14:26:20 น.  

 
โอ้โห หมอกตรึม
ชอบๆ

ตอนแรกที่เห็นเมนูไข่เจียวยัดไส้ไข่มดแดง
นึกว่าจะดีใจ โซ๊ยเรียบซะอีกค่ะ

หลงทางกิโลเมตรที่สอง ทำเอาเซ็งเลย

มีเดินย้อนกลับไปเอาของให้เพื่อนด้วย นับถือ นับถือ

เซอร์ไพร้ส์ด้วยเบียร์เย็นๆนี่ สุดยอดไปเลย

มีให้ลุ้นช่วงวื๊ดไถลหล่นตุ๊บด้วย นึกว่าหนังแอคชั่น

ในวิดีโอ แอบได้ยินเสียงหอบด้วย อิอิ

อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว สู้สู้

อ้อ เวเลซใช้ Internet explorer
เจอส่วนที่ข้อความตกหล่นไปหลายแห่งเลยค่ะ


โดย: VELEZ วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:20:15:51 น.  

 
ชื่อดอยทูเลก็เพิ่งมากระทบประสาทผมนี่แหละครับ เพิ่งเคยได้ยินเนี่ย ที่ตากก็มีทะเลหมอกแฮะ เข้ามาบล็อกนี้ได้เจอที่เที่ยวงามๆไม่ผิดหวัง สวยตั้งแต่ตอนอยู่ข้างล่างเห็นน้ำระเหยขึ้นเป็นไอหมอกเลยครับ โชคดีที่พี่หยีแคล้วคลาดไม่ตกเหว เลยได้มาเล่าความสวยงามให้พวกเราฟังต่อ

ขึ้นเขา 7 กม. (มีหลงทางอีกต่างหาก) โหดค่อดๆ.... ผมแค่เดินขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน 2 กม. ก็เกือบสิ้นลมหายใจแล้ว
ยิ่งไกลยิ่งชัน อากาศยิ่งเบาบาง ชวนท้อใจสุึดๆไปเลยครับ
แต่เชื่อว่าบล็อกหน้าจะได้เห็นภาพอันงดงามคุ้มค่าเหนื่อยที่เดินมาค่อนวัน


โดย: ชีริว วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:21:36:39 น.  

 
สวัสดีครับคุณหยี๋
ในที่สุดก็กลับมา คุ้มค่ากับการรอคอย

นับถือจริงๆ ครับเรื่องการแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ มาให้ดูกัน
แม้ว่าฟังๆ ดูเหมือนว่าทริปนี้จะเหนื่อยมากกว่าทริปก่อนๆ คงเป็นไปตามวัยล่ะคับ อิอิ.
สู้ สู้ ต่อไปครับ


โดย: หมุนตามไมล์ วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:22:45:08 น.  

 
มัวแต่อ่านกระทู้ HOT หนึ่งห้องสีลม
ติดอย่างหนัก ต้องฝ่าด่านกว่า 4000 เม้น

หน้าตาเลยออกมาเป็นแบบนี้




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:23:03:10 น.  

 
วิ่งตามมาชมภาพสวยๆอย่างทุลักทุเลครับ คุณพี่หยี
ภาพลูกหาบแบกสัมภาระจำนวนมาก
ถ้าเป็นผม
แค่กล้อง กับ กระเป๋าสะพายก็ขาลากครับ



โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 18 มิถุนายน 2556 เวลา:23:27:59 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หยี







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:6:36:44 น.  

 
สวัสดีครับ

เห็นภาพแรกแล้ว มันเท่สุดๆไปเลย
ลองอ่านดู เล่าเรื่องสนุกน่าติดตาม
มีแผ่นที่ประกอบ ยอดจะเจ๋งไปเลย ยิ่งเส้นทางขึ้นเขา เห็นแล้วสุดยอด ไม่รู้ว่ารู้มาก่อนหรือเปล่าว่าจะเจอแบบนี้

ชอบขอ ADD เป็นเพื่อนด้วยคนครับ

ชวนไปช่วยโหวตผลงานส่งประกวดFoot Stoolในพันทิปครับ รายละเอียดอยู่ที่บ้านผมครับ


โดย: จิรโรจน์ วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:7:58:20 น.  

 
กลับมาดูภาพอีก ติดใจ...... แบบที่เพื่อนข้างบน
บอกว่า เหมือนอ่านนิตยสารท่องเที่ยว

ผมว่ายิ่งกว่านะ เพราะของท่องเที่ยว(ไม่บอกที่ไหน)
เขาเน้น ภาพคมชัด... แต่คุณหยี ดูภาพแล้ว มีชีวิต
บอกอารมณ์ของคนที่อยู่ในเหตการณ์ ความเหนื่อย
ล้า...

อ้อ..บล๊อกผม เป็นเหตการณ์ที่ผมเดินหลงป่าจริง
เดือน พค แต่ไม่ใช่ปีนี้นะครับ... เหนื่อยโคตร หิวน้ำ
หนีไฟป่า ไม่มีข้าวกิน. ขนาดหัก กิ่งไม้ตามรายทาง
กันหลง แต่พอหนีไฟ ลืมหมด.. (ไม่มีคนนำให้ครู
สันป่าสักนำ แล้ว หลง....)

ตอนออกจากป่า ห่างจากทางเข้าป่า สิบกว่าโล
เป๊ปซี่ไม่แล.... ขอน้ำเปล่า ขันลงหินใหญ่ ๆ เทใส่
ปากอั๊ก ๆ ดีนะชาวบ้านเหยาะน้ำยาอุทัยให้ด้วยสี
ชมภู นอนแผ่สองสลึง..... ก่อนจะออกจากป่าได้
ต้องให้.....แหะ ๆ ไม่เล่าตอนนี้ ไว้ตอนต่อดีกว่า

วิธีการเล่า ผมลองนำเอาคำพูดของ ทีมเที่ยวมา
เล่าแทน เสียดายทีมที่ไป พูดไม่เก่ง ไม่งั้นคงอร่อย
ไปละครับคุณหยี


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:11:16:28 น.  

 
เคยขับรถผ่านเส้นทางตาก แม่สาย
แถวนั้นวิวสวยมากๆ มีสายน้ำชุ่มฉ่ำตลอดสองข้างทาง
ผ่านอุทยานแห่งชาติสาละวิน อยากแวะ แต่ไม่มีเวลา
ดอยทูเล ไม่เคยได้ยินชื่อเลยอ่ะ
ตอยแรกคิดว่า ทางใกล้ๆ แต่ที่ไหนได้..ชันเอาเรื่อง
ผ่านประสบการณ์เฉียดตายจะตกเหวมาแล้วเป็นไงมั่ง
ขาสั่นริกๆเลยหล่ะ สิ..
ไม่ได้แวะมานาน คุณภาพคับแก้วเช่นเดิม
เดวขอไปอ่านบล็อกภูสอยดาวหน่อยนะคร๊าบบ

ปล.น่าเสียดายไม่ยอมชิมไข่เจียวไม่มดแดง ของหรูนะนั่นอ่ะ


โดย: แม่ปู (ฮัลโลตอบหน่อย ) วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:13:18:56 น.  

 
โอีะ..โอ๋...กลับมาแล้ว ขอบคุณหลายๆ ที่แวะไปเคาะประตูเรียกที่บ้าน หายไปนานเลยอาจารย์เรา ขอบอกก่อนว่ายังไม่ได้อ่านรายละเอียดบล็อคนี้เอาไว้อ่านคืนนี้ที่บ้าน แต่กลับไปอ่านบล็อคสัมภาษณ์เมื่อปี 55 ตามลายแทงโปรไฟล์แนะนำตัว ทำความรู้จักให้ลึกซึ้งอีกครั้งว่า น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขาคือใคร มาจากไหน อย่างไร ได้แรงบันดาลใจทำบล็อคมาเต็มเปี่ยม

สำหรับล็อคอินผม story_dnp ขอบคุณครับที่รู้จักว่า DNP คืออะไร คงเป็นเพราะน้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา ผูกพันกับธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าอยู่แล้ว สำหรับผมเองขอออกตัวก่อนว่าเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวต้องยกให้ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา อยู่ดี ล็อคอินผมดูเหมือนน่าจะรู้เรื่อง DNP กว่าใคร แต่ก็แค่ผิวเผิน ถ้าจะเจาะลึกแบบน้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา คงไม่สามารถทั้งที่ใจอยาก ลูกและภรรยาsheไปสมบุกสมบันขนาดนั้นไม่ไหวแน่ คงได้แต่มองน้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา ตาปริบๆ


โดย: story_dnp วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:13:48:30 น.  

 
โห... อัพบล็อคแล้วเหรอ ..
ห่างหายไปนานมากๆเลยคนบ้านนี้
ขอบคุณนะคับที่แวะไปแคะประตูบ้านเรียก
เค้าเตรียมตัวก่อนนะ หารองเท้า หาหมวก กะไม้เท้าตามไปด้วย อิอิ

ดอยทูเลเหรอ .. ไม่เคยได้ยินจริงๆด้วยนะ อยู่ตากเองเหรอนี่

เราชอบวิวแม่น้ำเมยจัง สวยเนอะ สวยเหมือนในฝันเลย

ปีนดอยเหนื่อยเนอะ 555
ดูจากท่าทางแต่ละคนแล้วเหนื่อยมากๆอ่ะ
จากแคมป์ อีก 500 เมตรก็ถึงจุดหมายแล้ว
ตะเองไม่ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกอ่ะ

ว้าเสียดายจัง



โดย: Nongpurch วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:10:28:27 น.  

 
น่าหนุกจังงงง


โดย: maistyle วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:13:40:57 น.  

 
กลับจากดาว ทุลักทุเล อ๊อย ดอย ทุลักทุเลแล้วเหรอ
ไม่ผิดหวังที่คอยชมเลยจ้า


ไลค์+โหวตเลยน๊า

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

เอาภาพมาฝากด้วย



โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 20 มิถุนายน 2556 เวลา:20:46:01 น.  

 

Like เป็นคนที่ 17
มาเม้นท์แบบไม่ทุลักทุเลยเลยจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:6:13:07 น.  

 
เข้ามาดู









โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:12:21:39 น.  

 
เหนื่อยแทนค่ะ เข่แม่บุญคงจะบวมเบ่งแน่ ๆ สังขารตอนนี้ไม่อำนวยให้ทำแบบนี้แล้วค่ะ ปี ๒๕๒๙ เดินขึ้นภูกระดึง..โหดสุดครั้งเดียวในชีวิตค่ะ ตอนนั้นยังวัยรุ่น แรงมีเยอะ ตอนนี้ขอเที่ยวสบาย ๆ แทน


โดย: Maeboon วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:16:47:26 น.  

 
ขออำภัยที่ไม่ได้แวะมาหาคุณหยีซะนาน พอมีเวลาแค่อัพบล็อก นาน ๆ ถึงจะพอจะแว้บตระเวนเยี่ยมเพื่อนบล็อกได้บ้าง ดีใจที่คุณหยีกลับมาอัพบล็อกอีก กลับมาก็ได้ชมภาพถ่ายงามขั้นเทพเหมือนเคย มาบล็อกนี้แล้วอยากโหวตให้มากกว่าหนึ่งสาขา ทั้งภาพถ่าย ท่องเที่ยว และการแต่งบล็อก ตัดใจเลือกหมวดภาพถ่ายแล้วก็กดไลค์ให้เลยค่ะ ^_^


โดย: haiku วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:9:46:50 น.  

 
ว้าวสุดยอดเลยค่ะ คุณน้ำฟ้า
คุณน้ำฟ้าเป็นไอดอลเราเลยนะคะเนี่ยะ
เรื่องการเดินป่าน่ะค่ะ
เราตั้งมันไว้แล้วยังไงชีวิตนี้
จะต้องเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิให้ได้สักครั้ง
อิ อิ เกี่ยวไม๊
ถูกใจสุด คนแบกเป้ใส่น้ำแข็งกับเบียร์ไป
คงเป็นลีโอที่อร่อยที่สุด


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:22:26:53 น.  

 

เฮ้อ..กว่าจะมาได้..

ลืมตัวกรี๊ด ซะดัง แค็กๆๆ ไม่มีเสียงเพราะไม่สบายเป็นหวัด มาเป็นอาทิตย์ แถมต้องดูแลอีกคน เหนื่อยแทนไหมเนี่ย..

โอว..แม่เจ้า ..ถ้าเป็นอีฉัน หมดสภาพแต่กิโล แรก ..นี่มันเป้นการเดินๆๆป่าอย่างเดียวชัดๆ ดอกม้ง ดอกไม้ก็ไม่มีให้ชมให้รื่นตาหรือไง แว๊ก..เดินในป่าไม่พอ กลางแดดเปรี้ยง จะทรหตไปถึงไหน ..

ป่าเขาลำเนาไพร กะเรามันคู่กัน แต่ถ้าให้นั่งรถโยกคลอนพอไหว ให้เดิน ...ไม่ไหวแน่..ชื่นๆชม คุณๆผู้หญิง กล้าทั้งหลายนะ ..นั่น ..ป๊าดๆลำแข้งทำด้วยอะไร ..

นายน้ำฟ้า เหรอ เราว่าไปรอดอยู่แล้ว ผ่านมากี่ดอย ก็เห็นอย่างนี้ แต่รอดกลับมาอิอิ..เป็นการวัดระดับสมรรถภาพ ทางร่างกาย ว่ายัง แกร่ง เอิ๊กๆๆๆ สู้..ได้เบียร์ กระป๋อง
..โห ๆเมนูเจียวไข่ มดแดง พลาดได้ไงอาหารไฮโซ หากิน ยาก..เอื้อยังอยากลิ้ม ลอง..
แต่ต้นๆ ก็ประทับใจทะเลหมอนา มีไอน้ำพวยพุ่ง ..ที่แม่น้ำเมย ..สวยดี

ภาพเปิดบล็อกเท่จ้า.. แก้งขาลุยสุดยอดด..มาต่อ เร็วๆ นะอยากเห็นว่าจะสวย งามปานใด...

เหมืองสมศักดิ์คงแช่อยู่อีกนาน จนกว่า จขบ ..จะชาตแบตเต็ม แวะไปดูบ้านที่ดาวพลูโตแร่ะอยู่ดีฝุ่นเยอะแต่ไม่จำเป็นต้องมา ฝากกวาดให้ได้..

โหวตให้ สองโหมต..เลย..



โดย: tifun วันที่: 27 มิถุนายน 2556 เวลา:16:08:46 น.  

 

สวัสดีค่ะ

ดูภาพแล้ว สว อยากไปบ้างจังแต่ไม่รู้จะไปรอดไหม ดูภาพ

ดีกว่า ดอยทูเลบ้านเราก็สวยไม่แพ้ประเทศอื่นเหมือนกัน

วันนี้ไล้ค์และโหวตค่ะ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: พรไม้หอม วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:12:53:02 น.  

 
มาช้าแต่ก็ยังตามทัน



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:36:13 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หยี







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:6:33:12 น.  

 
โอ้ จัดหนักอีกแล้วทริปนี้

ละอองไอของหมอกริมเมยสวยมากกกกกก

คนบ้าหมอกอย่างนักล่าฯอยากละลายซะให้ได้

แต่ละภาพเหมือนยูคว้าหมอกตัวเป็นๆมาให้เลยค่ะ

เย็นฉ่ำใจสุดๆ

ชอบจัง บล็อกนี้เกือบพลาด เป็นบล็อกเดินป่าที่สมบูรณ์มาตรฐานสไตล์น้ำฟ้าฯ ซึ่งยังไงก็ถือเป็นบล็อกที่ชนะเลิศในสายตานักล่าฯมาตลอด

เด๋วนี้ไม่ได้เล่นบล็อกแล้ว เสียดาย เรื่องโหวตเรื่องอะไรเลยไม่ได้สนใจ ถ้าช่วงเล่นหนักๆคงโหวตกระหน่ำอะ

อะ...มาว่ากันต่อกับบล็อกนี้...

ชอบเรื่องราว มุมกล้อง และเทคนิคการนำเสนอนะคะ

บางทีลูกเล่นเล็กๆน้อยๆของเลย์เอาท์ มันทำให้ได้ฟิลมากๆ

อย่างเช่นก๋วยใบหนึ่งที่หลุดกรอบออกมา เป็นต้น

ภาพเซตนี้ เห็นแสงแดด เห็นลายไม้ และเงาร่มรื่นพงไพรชัดเจนมาก

พูดง่ายๆว่าบรรยากาศของป่า ถูกถ่ายทอดได้ครบ

มีเมนูไข่มดแดงมาเสริมให้สมบูรณ์ และแน่นอนไม่พลาด เบียร์ตามประเพณี 555

อ่านและดูภาพอยู่นาน เล่นเอาอยากตามไปด้วย แต่กลัวเหนื่อย ขอแค่ชมพอนะ หุหุ

ตบท้าย...ขอประดับดาวสารพัดสีสี่ล้านห้าแสนดวงสำหรับบล็อกดีๆที่ทำให้วิญญาณนักล่าฯเต้นเร่าๆอีกครั้ง...จร้า



โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.9.45.14 วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:51:48 น.  

 
ทำไมน้องไม่ได้เข้ามาเม้นท์พี่หยีนานขนาดเน้เลยเหรอ. อ้ากกกกก
คุยกันแต่ในเฟส. บลฟ๊อกเหงาหงอยคอยจะร้างอยู่ร่ำไป
คิดเถิงเสมอนะ. จอมมาร น้ำฟ้า. ฯ.
ปล.บล๊อกเจ๋งสุโก้ยยยย. จนนึกครึ้มอยากเขียนบล๊อกแนวนี้เลยทีเดียว. สุดยอดดดดดดดด


โดย: เจ้าชายนิทรา IP: 61.19.124.173 วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:51:46 น.  

 

หลับฝันดีเน๊าะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:11:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ


โดย: maistyle วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:31:18 น.  

 
ไม่ค่อยมีต้นไม้เลยดูแล้วคงร้อนน่าดู
ไม่เสียดายเหรอค่ะ บอกผ่านเมนูเด็ดไปแบบน้ั้น
ทริปนี้ภาพสวยๆ เยอะนะค่ะเนี่ย


โดย: ความคุ้นเคยที่หายไป วันที่: 13 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:15:08 น.  

 
อยู่ตาก...เหมือนจะใกล้่ แต่คงไม่มีวาสนาค่ะ เห็นสาวๆ หลายคน แต่เราไม่สาว บายดีกว่า

ก่อนจะได้แสงระเบิด เล่นเอาระทึกเลย ก็น่ากลัวอยู่เนาะ

ภาพช่วงแรก หมอกอลัง สวยมากค่ะ ชอบๆ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:16:52:58 น.  

 
ตรงนี้ก็สุดยอด
และเพิ่งเคยรู้จัก...
ขอบคุณที่พาไปครับ


โดย: wicsir วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:21:07:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 185 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.