ตะลอนเกาหลีปลายฤดูใบไม้ผลิ 6วัน 10เมือง ตอนที่ 2 Goyang, Gapyeong, Yangpyeong, Seoul, InCheon


เกาหลีใต้ 6 วัน 10เมือง ตอน2 

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

มันคือการเดินทางมาเกาหลีใต้ครั้งแรกของผมอะไรๆ จึงดูแปลกใหม่น่าสนใจไปหมด อย่างเช่นทางด่วนที่รถวิ่งผ่านด่านเก็บตังค์โดยไม่ต้องจอดจ่ายตังค์ 

และระบบ easy pass ที่โคตร easy กว่าของไทยเรา มันไม่มีไม้กั้น รถแต่ละคันไม่ต้องชะลอความเร็ว เพียงวิ่งผ่านช่องไปรถก็ถูกสแกนมีเสียงตัดเงินดังตี๊ด 

//จริงๆเสียงมันดังยังไงก็จำไม่ได้แระ เอาเป็นว่าทันทีที่มีเสียงดังก็แปลว่าตัดเงินไปแล้ว ง่ายไหมล่ะ

นี่เป็นการเดินทางเช้าวันที่ 3 ของทริป 6 วันเช้านี้เราเดินทางออกจากเมืองชูวอน เมืองหลวงของจังหวัดคย็องกี่ 

มุ่งหน้าสู่ขึ้นเหนือผ่ากลางเมืองอินชอนและกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ ไปยังศูนย์รวมความบันเทิง เอ็นเตอร์เทรนเมนท์คอมเพล็กขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ชื่อ 


One Mount

N37° 39.894' E126° 45.325'

ณ 

เมือง Goyang

ที่นี่เหมือนเป็นช็อบปิ้งมอลขนาดใหญ่และมีแหล่งดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาหลายอย่าง อย่างแรกที่เรามาคือ


Snow Park เมืองหิมะ



คล้ายเมืองน้ำแข็งของบ้านเราแหละ แต่แตกต่างที่เค้ามีหิมะโปรยปรายลงมา มีสุนัขลากเลื่อนฝูงเป็นๆ ให้เราได้นั่งเลื่อนให้มันลากเล่นด้วย 


ค่าเข้า Snow Park 

วันธรรมดา 25,000 วอน วันหยุด 30,000 วอน



ที่ต่อไปใน OneMount ก็คือ

Water Park สวนน้ำ 

ตั้งอยู่บนดาดฟ้าห้าง เหมือนที่นิยมสร้างในไทยตามห้างเดอะมอลล์ 555 มีทั้งโซน out door และอินดอร์ 

ทั้งแปลกแตกต่างและมีที่ละม้ายบ้านเราครับ แต่ที่ต่างชัดหน่อยคือไม่ค่อยมีเขียวๆ ร่มครื้มแบบไทยเรานะ คนก็ไม่เยอะทะลักล้นแบบบ้านเราด้วย

 ก็พลอยทำให้น่าเล่นกว่านะผมว่า อ้อ ที่สำคัญบ้านเค้าไม่ร้อนเหมือนบ้านเราดังนั้นเล่นน้ำกลางแดดบนดาดฟ้าแบบนี้จึงเป็นอะไรที่ฟิลมว้าก 


ค่าเข้า Water Park 

ผู้ใหญ่ 50,000 วอน เด็ก 38,000 วอน



ถัดไปใน OneMount ก็มีอภิมหาน่าเข้าอีกท่ีที่ห้ามพลาด 

Hanwha Aqua Planet




เป็นอควอเรี่ยมแสดงโลกใต้น้ำ ใต้ทะเล อันนี้เหนือชั้นกว่าวอร์เตอร์เวิร์ลดบ้านเราอย่างทิ้งห่าง เอาแค่อาคารก็อลังการแระ

 ผมชอบที่นี่มากๆ พวกเราทุกคนก็ชอบ โดยเฉพาะตรงส่วนการแสดงในแท็งค์กระจกขนาดยักษ์สูงนับสิบเมตร ดูปลาทะเลน้ำลึกว่ายไปว่ายมา 

และดูนักแสดงใส่ชุดประดาน้ำลงไปแหวกว่ายโชว์ระบำบ้าง ป้อนอาหารกระเบนบ้าง ตื่นตาตื่นใจและจุใจเพราะไม่ได้แสดงแป๊บๆ จบ 


ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 27,000 วอน

เด็ก 14-19 ปี 24,000 วอน





ถัดจากนั้นไม่ไกลจาก OneMount ขับรถออกไปประมาณสองกิโลกว่าๆ ก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของติ่งเกาหลีล่ะ 555


My Love from Star

N37° 39.788' E126° 44.465'


เหมือนจะเป็นโรงถ่ายละครทีวีเกาหลีหรือไงเนี่ยล่ะ ภายในจะพบกับฉากของจริงๆ จากท้องเรื่องละครยอดฮิตต่างๆ โชว์ 

มีกิจกรรมให้ร่วมอินไปกับละครมากมาย อาทิบริการถ่ายภาพตัวเราที่เข้าไปนั่งอยู่ในฉากดังๆ เหล่านั้น 

ที่ผมและพวกเราชอบที่สุดคือร่วมสนุกกับการถ่ายภาพหลายมิติ อธิบายไม่ถูกเลย ดูคลิบข้างล่างเอานะ เดิ้นขนาดไหนเค้ดดู





ค่าเข้าชม My Love from Star

15,000 วอน






หมดไปครึ่งวันกับความสนุกต่างๆ ต่อจากนั้นเราก็ใช้ครึ่งวันของวันนั้นไปกับการเดินทางไกลอ้อมด้านเหนือของกรุงโซลข้ามฝากไปทิศตะวันออก


สู่ดินแดนแห่งภูเขา

เมือง Gapyeong


เราจะไปนอนที่นั่นเพื่อที่ว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะได้แวะเที่ยวอีกหลายรายการละแวกนั้น ระยะทางจาก OneMount ไปราว 66 กิโลเมตรสู่โรงแรมที่พัก 

แต่ว่าเราผ่านทางแยกเข้าที่พักไปไกลกว่านั้น เพื่อแวะไปหาข้าวเย็นทานกันก่อน ดูเหมือนแถวโรงแรมคงหาของกินยากล่ะ เพราะไกด์บอกว่าเราจะพักในรีสอร์ทกลางหุบเขา! 


และนี่คือร้านอาหารบรรยากาศชนบทๆ ที่เราแวะหม่ำมื้อค่ำกันครับ ชื่อร้าน 

Nami-OK 

เมือง Gapyeong

N37° 50.183' E127° 30.356' 

อิ่มอร่อยกันกับเมนูเกาหลีอีกหนึ่งมื้อ

แล้วก็ย้อนทางเดินมุ่งหน้าสู่รีสอร์ท โดยแวะซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อตุนของกินเล่นกันก่อน รวมทั้งเครื่องดื่มด้วย เบียร์ไงล่ะครับ ซึ่งมีหลากยี่ห้อจริงๆ แพล็บๆ 

ที่ซูเปอร์มาเก็ตด้านหน้าเป็นพาร์คกิ้งลอตกว้างขวาง ดูไปการออกแบบคล้ายกับซูเปอร์มาเก็ตหลายๆแห่งในอเมริกา 

ได้ของตุนกันเป็นที่พอใจแล้วก็มุ่งหน้าสู่รีสอร์ทกัน แสงทไวไลค์แห่งปลายฤดูใบไม้ผลิมาพอดี นี่ถ้ามาหน้าหนาวป่านนี้คงมืดค่ำแล้ว 






Kensington Hotel 

เมืองGapyeong

N37° 45.611' E127° 23.737'


มาทันถ่ายแสงทไวไลค์ครับ อากาศหนาวนิดๆ โอบล้อมด้วยขุนเขาห่างๆ บรรยากาศดีมากๆ



เช้ามาผมยืนสูดโอโซนที่ระเบียงห้อง เราได้ห้องชั้นบนๆ ของอาคารทำให้ได้วิวกว้างไกลเป็นของแถม 

เสียงเพลงคลาสสิคดังนุ่มนวลกลมกล่อมผสมโอโซนในอากาศ เป็นช่วงเวลาที่ดื่มด่ำประทับใจมาก 

ผมหลับตาพริ้มฟังเพลงอยู่นานสองนาน และก่อนจะเช็คเอาท์เดินทางท่องเที่ยวต่อในเช้าวันที่ 4 ผมก็ขอเดินเล่นชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรมรีสอร์ทแห่งนี้ก่อนล่ะ 





การท่องเที่ยววันที่ 4 

กับเมือง... เมืองแห่งขุนเขาและแหล่งท่องเที่ยวอิงธรรมชาติ

เราออกจากรีสอร์ทไปราวๆ 30กว่าโลก็ถึงยังสถานที่น่าแวะแห่งแรก


Petite France

เมืองGapyeong

N37° 42.884' E127° 29.465'



หลังจากเมื่อวานเราไปสัมผัส My love from Star ไปชมฉากเด่นต่างๆ ของซีรีย์เกาหลีกันมาแล้ว 

วันนี้เริ่มต้นทริปก็มายังสถานที่ท่องเที่ยวแวดล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียว ภูเขาและแมกไม้ กับสิ่งก่อสร้างสวยงามที่ยังเป็นฉากถ่ายทำละครเกาหลีดังๆ หลายเรื่อง 

เรียกว่าติ่งเกาหลีได้กรี๊ดกร๊าด แต่คนไม่ติ่งก็ว้าวตามได้ เพราะว่าสถานที่ช่างสวยงามแถมอากาศดี๊ดี 


ค่าเข้าชมหมู่บ้านฝรั่งเศส Petite France

ผู้ใหญ่ 8,000 วอน

เด็ก 5,000 วอน





สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งต่อมาคือ 

Morning Calm แดนพฤกษา

เมืองGapyeong

N37° 44.611' E127° 21.105'


เส้นทางย้อนกลับไปทางรีสอร์ท และเลยไปอีกหน่อย ห่างจาก Petite France ไปราวยี่สิบกว่ากิโล ย้อนไปย้อนมา! ผมก็งงนะเนี่ย! แต่ว่าไกด์จะพาไปไหนก็ไปอยู่แล้ว หุหุ



เมื่อมาถึง Morning Calm ผมก็พบว่าที่นี่คือดินแดนวิเศษสุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีเลยล่ะ ไม่ใช่วันนี้แน่ 

เพราะทุกอย่างเขียวขจีไปหมด หากมาตรงฤดูใบไม้ร่วง ทั่วอาณาบริเวณหุบเขาแห่งนี้จะสะพรั่งไปด้วยใบไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีเพื่อเตรียมสลัดใบรับฤดูหนาว 

ซึ่งจะงามอลังการกว่านี้นับสิบเท่า แต่ถึงจะมานอกฤดูอลังการก็ตามสิ่งที่เห็นรอบกายเวลานี้ก็แช่มชื่นนะครับ สวยไปหมดรอบตัว สวยจริงๆ 






สวยจริงๆ ว่ามั้ยครับ เป็นอีกหนึ่งที่ที่ห้ามพลาด





ชมคลิบเพลินๆ + sound พริ๊งๆ ครับ





เราเดินชมวิวใน Morning Calm อยู่นานนับชั่วโมงๆ 



แล้วก็แวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารภายใน Morning Calm นี้กันเลย

ค่าเข้าชม Morning Calm 

ผู้ใหญ่ 9,000 วอน

เด็ก 5,500 วอน







จาก Morning Calm เราเดินทางต่อสู่จุดแวะต่อไป ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างไปกว่าห้าสิบกิโล 


สู่อีกเมืองหนึ่ง

เมือง Yangpyeong



Greem Coffee

เมือง Yangpyeong

N37° 31.701' E127° 29.856'



ที่นี่ก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของติ่งเกาหลีที่จะต้องมาขอตามรอย Greem Coffee เป็นร้านกาแฟ 

ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเกาหลีหลายเรื่องมากๆ เรามากินกาแฟที่นี่พร้อมไปกับย้อนรอยฉากดังในหนังเกาหลีกันครับ




ที่เมือง... นี้มีแหล่งให้ท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ และสถานที่แวะต่อไปของเราเป็นที่ที่ให้เราได้ออกกำลังกันบ้างล่ะ อยู่ห่างจาก Greem Coffee ไปสิบห้ากิโลเมตร


Rail Bike

เมือง Yangpyeong

N37° 28.750' E127° 35.210'



บนเส้นทางถีบจักรยานไปตามรางรถไฟกว่า 3 กิโล ไปกลับ6 ลอดอุโมงค์ยาวๆ ด้วย 

ซึ่งรางรถไฟพาดผ่านออกไปสู่พื้นที่สาธารณะแบบว่าบางช่วงพาดผ่านถนนก็มี ต้องมีไม้กั้นทางลงมากั้นด้วย สนุกมากๆ ที่นี่ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี 


สนนราคาค่าปั่น Rail Bike

ปั่น 2 คน / คัน ราคา 25,000 วอน

ปั่น 4 คน / คัน ราคา 32,000 วอน





เย็นมากแล้วไกด์หาที่ดินเนอร์ให้พวกเราโดยตัดสินใจย้อนกลับไปหาร้านน่านั่งแถว Greem Coffee ย้อนไปย้อนมาอีกแระ! ผมงี้เก็บแทรคจีพีเอสจนงงไปเลย 5555 

ร้านที่จะดินเนอร์ที่ว่านี่ค่อนข้างชวนหลงทางครับ คนขับเลี้ยวผิดเลี้ยวถูกอยู่พักนึงกว่าจะเจอ มันซ่อนอยู่ท่ามกลางชนบทมากๆ กึ่งๆ เรือกสวนไร่นาเลย




ร้านอาหาร EoRa Ye-on

เมือง Yangpyeong

N37° 31.633' E127° 29.329'





ถึงจะเป็นร้านอาหารชนบท แต่ดูไฮโซมาก ลูกชายเจ้าของร้านแต่งตัวยังกับคุณชายในหนังเกาหลี หน้าตาก็ดี สาวเห็นเป็นแอบกรี๊ดล่ะ เชื่อมั่น 

เจ้าของร้านเป็นพ่อครัว วัตถุดิบเกือบทุกอย่างโดยเฉพาะพวกพืชผักก็ปลูกเองในบริเวณร้านเลย 

เราสั่งเมนูเสร็จภรรยาเจ้าของร้านก็หิ้วตะกร้าเดินตรงไปแปลงผักเด็ดวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกลับเข้าครัว 

ขาดเหลือหยิบมือนึงก็ใช้ลูกชายมาดพระเอกหนังเดินออกมาเด็ดๆ ผักเข้าไปเพิ่ม เป็นภาพที่น่ารักมาก 

อาหารเมื่อเสริฟขึ้นโต๊ะครบทุกเมนูพ่อครัวก็เดินออกไปชมแปลงผักของตก รดน้ำบ้าง พลิกดูใบบ้าง อย่างสุขุม ดูราวกับเป็นศิลปินปรุงอาหาร 

เมนูที่นี่เด่นเรื่องปลา สารพัดปลาอร่อยๆ ถูกเสริฟขึ้นโต๊ะ เรียกได้ว่าอร่อยล้ำค่าจริงๆ 




อิ่มแล้ว พร้อมเดินทางต่อสู่ที่พักคืนที่ 4 กับอีกบรรยากาศใหม่ที่ห่างออกไปจากร้านเมนูปลานี่เพียงสิบกว่ากิโล  โรงแรมวิวแม่น้ำที่มีภาพเทือกเขาเป็นประการฉากหลัง


Bloomvista Hotel

เมือง Yangpyeong

N37° 30.023' E127° 25.342'

มาทันถ่ายแสงทไวไลค์อีกหนนึง นั่งกางขาตั้งถ่ายผ่านกำแพงหน้าต่างจรดพื้นอยู่ในห้องพักนี่ล่ะครับ จบไปอีกหนึ่งวัน




เช้าวันที่ 5 กับวิวแม่น้ำตรงหน้า ริมหน้าต่างห้องพัก

 ขับรถออกจาก Bloomvista มุ่งหน้าทิศตต. มุ่งหน้าโซล



สู่

กรุงโซล

มหานครเมืองหลวงของประเทศ


มาเกาหลีแล้วไม่ได้ย่างกรายเข้ากรุงโซลเหมือนไม่ได้มา

60 กิโลเมตรจากเมือง Yangpyeong เราก็มายืนอยู่ ณ ใจกลางกรุงโซล

ที่แรกที่แวะเยือนคือสนง.ท่องเที่ยว พร้อมกับหยิบแผนที่แผ่นพับข้อมูลต่างๆ ติดไม้ติดมือ

 แล้วเราก็มาเดินผ่านสวนสาธารณะที่เนรมิตลำรางน้ำทิ้งเน่าเหม็นเป็นสวรรค์ ทำระนาบต่างระดับต่ำกว่าถนน ของเค้าทำดีจริงๆ นับถือเลย บ้านเราน่าจะเนรมิตคลองน้ำเน่าให้เป็นสวรรค์แบบนี้บ้าง

เดินเล่นได้ปลอดโปร่งเย็นตาเย็นใจ N37° 34.161' E126° 58.680'



เดินต่อเนื่องไปก็ไปพบกับราชานุสรณ์วีรบุรุษคนสำคัญของเกาหลีสองสามจุด

N37° 34.249' E126° 58.634'




จากนั้นก็แวะไปชม

ย่านบ้านเกาหลีดั้งเดิม

ที่ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่

N37° 34.862' E126° 59.219'





แล้วก็เลยมานั่งชมคอนเสริทแหวกมิติ ที่ 

Holigram

N37° 33.974' E127° 00.450'

ที่นี่ ผมได้ชมคอนเสิร์ทกังนัมสไตล์ ของศิลปินไซ และศิลปินเพลงวัยรุ่นดังๆ อีกมากมาย ด้วยเทคนิคที่เป็นโฮโลแกรม ที่ทำให้เหมือนศิลปินตัวเป็นๆ มาเต้นอยู่ตรงหน้า!!! 

มันเหลือเชื่อมากๆ เป็นอีกที่ที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดเปิดประสบการณ์ใหม่


ค่าเข้าชม Holigram

15,000 วอน รอบบ่าย

33,000 วอน รอบเย็น





แวะกินไอศครีมแปลกๆ ที่แถวเมียนดงถนนคนเดิน N37° 33.965' E126° 59.044'





จากนั้นเวลาที่รอคอยก็มาถึง เราจะขึ้นหอคอยชมวิว 


N Seoul Tower

( Namsan Tower )


N37° 33.090' E126° 59.291'




หอคอยนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาNamsan ที่ระดับความสูง 243เมตรบวกกับความสูงของตัวหอคอยอีก 236.7 เมตร รวมเป็น 479.7 เมตรจากระดับน้ำทะเล 

นับเป็นจุดชมวิวเมืองที่สูงที่สุดของกรุงโซล มีกระเช้าบริการ สำหรับคนที่ไม่อยากเดิน มีรถประจำทางพาขึ้นไปด้วย มาทันทีก็ต้องกระเช้าสิครับ 

ว่าแล้วพวกเราก็ไปขึ้นกระเช้ากัน รูดปื๊ดดดด แป๊บเดียวขึ้นไปถึงฐานหอคอย 






กุญแจคล้องใจ สักขีพยานแห่งรัก ที่หนุ่มสาวนิยมนำมาคล้องรักคล้องใจกันบนนี้




วิวเมืองกรุงโซลงามๆ บนหอคอย N Seoul Tower



ค่าขึ้นกระเช้า N Tower

Round Trip ราคา 8,500 วอน

One-way ราคา 6,000 วอน




จากหอคอยแล้วเราก็ลงมาเปิปพิศดารหมึกเป็นๆ ดิ้นในน้ำจิ้ม ย่านถนนเมียนดง









แล้วก็เดินเล่นย่ำราตรี window shopping ชมสีสันกลางคืกันที่ถนนเมียนดง


ที่เมียนดงเรายังคงมองเห็นหอคอยบนยอดเขา ยิ่งดึกยิ่งสวย คิดว่าถ้าอยู่บนนั้นตอนนี้แล้วมองย้อนกลับลงมาดูดาวบนดินดูแสงสีในเมืองคงจะสวยไม่เบา

เลยตัดสินใจเรียกเรียกแท็กซี่ไปส่งตีนเขาแล้วต่อรถเมล์ขึ้นไป ลุย Nseoul Tower ภาคกลางคืนชม cityscape 







ชมวิวกรุงโซลยามค่ำคืน 



เป็นการปิดทริปเกาหลี 6 วัน 10เมืองอย่างจุใจ ก่อนจะเดินทางกลับไทยในวันรุ่งขึ้น




และนี่คือเส้นทางทริปสำหรับรีวิวตอนนี้ทั้งหมด


โดยเราใช้บริการสายการบิน

Thai AirAsia X

เครื่องบิน Airbus A330-300 บินไป-กลับวันละเที่ยว จากดอนเมือง-โซล DMK-ICN ออก 1:55 น. ถึงปลายทาง 9:10 น. ระยะเวลาบินประมาณ 5 ชั่วโมง

 ( เวลาที่เกาหลี + 2 ชม. จากไทย)

เที่ยวกลับจากโซล-ดอนเมือง ICN-DMK ออก 11:15 น. ถึงดอนเมือง 14:50 น. ทุกวัน

* ตารางบินนี้เป็น Summer Schedule

** มีบริการเสริมสั่งจองอาหารล่วงหน้าออนไลน์ เมนูอาหารไทยเพียบๆ เช่น ข้าวกระเพราไก่ ข้าวเหนี่ยวไก่ย่าง ผัดไทยกุ้งสด ฯลฯ



บทส่งท้าย

เกาหลีใต้ กับสัมผัสแรกที่ได้มาเยือน ถือว่าเป็นประเทศที่มีบรรยากาศน่าท่องเที่ยวมาก 

ทุกองคาพยพคนเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน ประชาชน พร้อมเพรียงกันเป็นหนึ่งเดียว

ผลักดันให้ประเทศตนเข้าสู่ประเทศที่น่าท่องเที่ยว ด้วยกลยุทธส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีไปให้คนทั่วโลกรู้จัก

โดยกระทรวงวัฒนธรรมฯ ผ่านซีรีย์เกาหลี เพลง เกมส์ จนคนทั่วไปหลั่งไหลกันมาเยือน และก็ไม่ผิดหวัง 

เพราะเกาหลีใต้เปิดประเทศบูมศักยภาพในการต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้อย่างพร้อมแล้ว

คุณล่ะ พร้อมสัมผัสเกาหลีใต้หรือยัง



ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ รวมอัลบั้มภาพทริปเกาหลี





Create Date : 16 กันยายน 2558
Last Update : 23 กันยายน 2558 16:15:52 น. 12 comments
Counter : 3934 Pageviews.

 
ยาวมากๆครับ เดี่ยวแวะกลับเข้ามาอ่านอีกทีนะครับ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Klaibann Blog ดู Blog


โดย: PZOBRIAN วันที่: 16 กันยายน 2558 เวลา:16:38:14 น.  

 
บล็อกวันนี้ยาวอยู่แหะ

สวนน้ำคนน้อยจริงๆ แบบนี้ถ้าเป็นที่ไทยเรียกว่าแทบไม่มีคนเลยแหละครับ

วิวสวยๆ ดอกไม้สวยๆ เยอะดีเหมือนกัน

เห็นมีเบียร์ของไทยขายด้วย แต่ไปถึงั้นก็ต้องชิมของท้องถิ่นเค้า

กุญแจคล้อง เคยได้ยินว่าพอเต็มเค้าก็เอาออก (ตัดเหล็กส่วนนั้นออกไปเลย) ตอนตัดนี่สิน่าห่วง แม่กุญแจแต่ละกันอันเบาๆ ซะที่ไหน ถ้าโดนทับนี่เจ็บตัวไม่ใช่เล่นแน่ ตรงนั้นมีเขียนภาษาไทยด้วยแหะ


เกาหลีเปลี่ยนไปอีกแล้ว ถ้าไปอีกคงจำอะไรไม่ได้แล้วมั้ง

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 กันยายน 2558 เวลา:23:47:18 น.  

 
โหวต Travel Blog ครับพี่หยี

ภาพสวย ละลานตา
แต่ที่สะดุดตามากที่สุด คือ สวนน้ำครับ
อยากพาหมิงหมิงไปเล่นที่นี่มากที่สุด

ดอกไม้เค้าสวยดีนะครับพี่
เห็นแล้วอยากไปเดินถ่ายภาพดอกไม้
เอ๊ะ --- แล้วสาวเกาหลีที่สวยๆเหมือนในซีรี่ย์หายไปไหนหมดน้อ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กันยายน 2558 เวลา:14:26:21 น.  

 
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog
ภาพสวยมากเลยนะคุณหยี



โดย: หอมกร วันที่: 18 กันยายน 2558 เวลา:11:32:24 น.  

 
เห็นภาพแต่ละภาพ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย... เหมือนกับ
ถ่ายเฉพาะจุด...

เป็นภาพตัวอย่าง แล้วจะมีรายละเอียดอีกครั้งใช่เปล่า
ครับคุณหยี


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 18 กันยายน 2558 เวลา:21:23:49 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กางเกงยักษ์ลอยฟ้า Travel Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog




อยากไปเกาหลีบ้างไรบ้างครับ



โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:1:26:45 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:4:04:45 น.  

 
มาฝากคอมเม้นท์และโหวตให้พี่หยีก่อน จะละเลียดชมภาพเกาหลีในดวงใจ 555 เพราะเป็นแฟนซีรีย์เกาหลีตัวยงเลยค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog


โดย: Mintra-april วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:15:14:01 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:2:59:49 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ แม้บางแห่งจะเคยไปมาแล้วแต่ก็ชมได้อย่างไม่เบื่อค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:16:10:35 น.  

 
ชอบดูซีรีส์เกาหลี อยากไปเที่ยวแต่ยังสบโอกาสสักทีค่ะ
คุณหยีถ่ายภาพสวยมากเหมือนเคย (โดยเฉพาะภาพโรงแรมBloomvista)
พาไปเที่ยวที่แปลกหูแปลกตาหลายแห่ง
เห็นแล้วอยากตามรอยไปเที่ยวมาก
โหวตให้เลยค่า


โดย: haiku วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:17:49:33 น.  

 
เวลามีน้อย ดูได้แต่รูป รูปก็เยอะมากด้วย
เห็นแล้วอยากไปบ้างเลยหล่ะ
ต้องมาดูเลย ไม่งั้นไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาเก็บ อิอิ ไปแย้วว


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 30 กันยายน 2558 เวลา:15:36:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.