Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

Macarons with Salted Caramel Cream


 photo finish7_zpsfb4b3d73.jpg



อาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาส ทำขนม 2 – 3 อย่าง สำหรับคุณพ่อบ้าน เอาไปที่ทำงาน .. มีมาการองใส้ครีมคาราเมลเค็ม - Salted Caramel Cream Macarons / เค้กมูสคาราเมลกาแฟ Coffee Caramel Mousse Cake / ทาร์ตกล้วย Banana-Cream Tarts ... แต่เสร็จทันแค่ 2 อย่างแรก 55 ... ทาร์ตกล้วย ยังนอนรอท้อปปิ้งอยู่ในตู้เย็น ... วันนี้ขอลงเรื่องราวมาการองไปก่อนนะคะ ... ครั้งต่อไป ค่อยต่อด้วย Coffee Caramel Mousse Cake สูตรอร่อย ... เค้กเยอะสิ่งหน่อย หลายขั้นตอนเลย ... มาดูวิธีทำมาการอง กันนะคะ 





 photo finish1_zpsc493fbf0.jpg



Slightly Adapted From:



http://sweetsandloves.blogspot.com/2010/11/salted-caramel-macarons.html

(สูตรของ Pierre Hermé – Italian Method)





ส่วนผสม


A. Macaron Shells 


1. อัลม่อนด์ป่น 150 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม 
3. ไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม
4. ไข่ขาวส่วนที่สอง 60 กรัม 
5. น้ำตาลทราย 150 กรัม
6. น้ำเปล่า 40 กรัม 



B. Salted Caramel Cream 


1. น้ำตาลทรายส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม
2. น้ำตาลทรายส่วนที่ 2 50 กรัม
3. วิปปิ้งครีม 165 กรัม 
4. เนยสดเค็มส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม
5. เนยสดเค็มส่วนที่สอง อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง 145 กรัม 



วิธีทำ 


A. Macaron Shells 

1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง และ อัลม่อนด์ป่น ผสมให้เข้ากัน พักไว้ 

2. ผสมน้ำตาลและน้ำในหม้อซอสขนาดเล็ก นำไปตั้งไฟกลาง จนน้ำตาลละลาย ได้อุณหภูมิ 118 C

3. ขณะเดียวกันก็ตีไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม จนได้ยอดอ่อน รอไว้ 

4. เมื่อน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมได้ที่ ถึงอุณหภูมิ 118 C ยกลงจากเตา .... ค่อย ๆ รินเป็นสายต่อเนื่อง ลงผสมกับไข่ขาว มือหนึ่งริน มือหนึ่งตีน่ะค่ะ (พยามรินใส่ตรงกลางอ่างผสม น้ำเชื่อมจะได้ไม่จับเป็นเม็ดที่ขอบอ่าง) .. ช่วงแรกตีด้วยความเร็วต่ำ ตีไปซักครู่ ค่อยปรับสปีดการตีเป็นสูง ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอร์แรงค์เนื้อข้น ขึ้นเงา และ ส่วนผสมเย็นดี ... สังเกตได้จากเวลาจับก้นอ่าง อ่างจะเย็น ลงที่อุณหภูมิปกติค่ะ (ประมาณ 10 นาที)


5. ตีไข่ขาว ส่วนที่สอง 60 กรัม ให้แตกฟองดี เสร็จแล้วก็เทลงผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... คนให้เข้ากันดี จะได้ส่วนผสมเปียก ๆ หนืด ๆ หน่อยค่ะ


6. แบ่งเมอร์แรงค์ ครั้งละ 1/3 ส่วน ลงผสมกับกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... ครั้งแรกผสมเร็ว ๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ถึงกับต้องระวังมาก ... ให้เมอร์แรงซึมเข้าผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ คลายความหนืด เห็นบางเว็บเค้าว่ากันอย่างนี้นะคะ ... เสร็จแล้วก็ตะล่อม ไข่ส่วนที่สอง 1/3 ส่วนลงผสม ตะล่อมให้เข้ากันดี ... ตามด้วยส่วนที่เหลือ 1/3 ... ตะล่อมจนได้ส่วนผสมผิวมัน ๆ ... ไหลหนืด ๆ เหมือนลาวา ... ทดสอบโดยการตักแบทเทอร์ด้วยพายยาง แล้วปล่อยให้แบทเทอร์ไหล ถ้าแบทเทอร์ไหลเอื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นสายริบบิ้นพับไป-มา ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ 


7. แบ่งแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ (หัวบีบกลม ขนาด ¼ นิ้ว เราว่ากำลังดีค่ะ) ... บีบแบทเทอร์ สับหว่างไปมา บนถาดอบ แล้วพักไว้ให้หน้าแห้ง .... ตามสูตรเค้าพักไว้ 25-30 นาที ... สำหรับเราใช้วิธี พักไว้ จนหน้าแห้งสนิทดี เวลาเอานิ้วแตะ ... ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ อากาศ แวดล้อมของแต่ละบ้านเนาะ 


8. พอหน้ามาการองแห้ง ก็อุ่นเตาอบ ไว้ที่ 284 F หรือ 140 C … เราอบที่อุณหภูมิต่ำหน่อยค่ะ ... ทำตามการทดลองมาการองแบบอิตาเลี่ยน ที่ทำไว้ครั้งแล้ว ... ใช้เวลาอบ 16 นาที ... นำถาดมาการอง มาพักให้เย็นลง บนตะแกรง ... แล้วค่อยแกะมาการองออกจากแผ่นรองอบ ค่ะ ... ถ้าวิธีทำถูกต้อง ได้ผล ... มาการองก็จะหลุดออกจากแผ่นรองอบง่าย ๆ อิอิ 





B. Salted Caramel Cream 


การทำคาราเมล ไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยค่ะ ก่อนลงมือทำ คงต้องอ่านวิธีทำซัก 2 -3 รอบก่อนนะคะ ... เราไม่ได้ถ่ายภาพประกอบอย่างละเอียด แต่ก็จะพยายามอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดตามที่เราทำค่ะ 


วิธีทำ 


1. อุ่นวิปปิ้งครีม ด้วยไฟอ่อน ไปหากลาง จนอุ่นเวลาเอานิ้วแตะ แต่ยังไม่เดือดนะคะ ... ปิดไฟ พักไว้ 

2. เอาน้ำตาล ส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม ใส่หม้อซอสขนาดใหญ่ แบบมีด้ามจับ และพื้นที่ก้นเยอะ ๆ จะดีค่ะ ... นำไปตั้งไฟกลาง ๆ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย ไม่ต้องคนอะไรเค้าค่ะ * ใช้เวลาอยู่นะคะ ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็น ๆ อย่าใจร้อนค่ะ 


3. เทน้ำตาลส่วนที่สอง 50 กรัม ลงช่วงกลางหม้อ ตั้งไฟไปซักครู่ พอน้ำตาลเริ่มละลาย ... ยกหม้อขึ้น กระดก ๆ หม้อ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลไหลเข้าส่วนที่ละลาย .. ถ้าพบว่าไฟเริ่มแรง น้ำตาลไหม้เร็วเกินไป ก็ลดลงไฟให้อ่อนลงค่ะ ... วางหม้อตั้งไฟต่อ ให้เม็ดน้ำตาลส่วนที่ละลายต่อไป ... ซักครู่ใหญ่ ยกหม้อ กระดก ๆ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลที่เหลือไหลเข้าส่วนที่เป็นน้ำ ช่วงนี้จะคนก็ได้ค่ะ พยายามตะล่อมเม็ดน้ำตาล ก็ได้ค่ะ พอน้ำตาลละลายดี ได้สีเหลืองอัมพัน เข้ม ๆ ... 

4. ลดไฟเตาเป็นอ่อน ... ใส่เนยส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม ลงผสม คนอย่างรวดเร็ว ให้เนยละลายเข้าไปในเนื้อน้ำตาล แล้วค่อย ๆ รินครีมอุ่นลงผสมเป็นสาย ๆ ... มือหนึ่งก็คนผสมอย่างรวดเร็ว กันน้ำเชื่อมคาราเมลจับกันเป็นก้อน ต้มต่อไป จนได้ส่วนผสมข้น ทดสอบโดยจับการ ยกไม้พายที่ใช้คน แล้วใช้นิ้วปาดเนื้อคาราเมลหลังไม้พาย ถ้าเห็นเป็นรอยแยกชัดเจน ก็ใช้ได้แล้วค่ะ ... ตามสูตรเค้าบอกว่าให้ได้อุณหภูมิ 108 C … เราพบว่าวิธีนี้ไม่แน่นอน ... เพราะบางทีกว่าจะได้ที่อุณภูมินี้ เนื้อคาราเมลก็ข้น ไปทางไหม้ก็มี ... ทางที่ดี อาศัยวิธีแบบบ้าน ๆ เชื่อสัญชาติตัวเอง ดีที่สุดค่ะ 

5. เทคาราเมล ใส่อ่างแก้วสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เอาแผ่นพลาสติกคลุมหน้าคาราเมล โดยให้แผ่นพลาสติสัมผัสผิวคาราเมล เหมือนวิธีทำคัสตาร์ด ... เอาเข้าตู้เย็น พักไว้ให้เย็น ... หรือจะพักให้เย็นที่อุณภูมิห้องก็ได้ค่ะ เราเลือกวิธีหลัง พอเค้าเย็นดี เนื้อข้นขึ้น ก็ตีเนยส่วนที่ 2 ลงผสมเลย 


6. ตีเนยส่วนสอง 145 กรัม จนได้เป็นครีมเนียน ประมาณ 7-8 นาที แบ่งคาราเมล ½ ส่วน ลงผสม คนให้เข้ากัน ตามด้วยส่วนที่เหลือ คนให้เข้ากันดี ... หากพบว่าส่วนผสมค่อนข้างเหลว ให้เอาแผ่นพลาสสติกคลุมหน้าครีม โดยให้พลาสติกสัมผัสหน้าครีมคาราเมล เอาเข้าในตู้เย็น อีกซักครู่ใหญ่ ให้เนื้อครีมข้นขึ้น ... ก็นำออกมาหยอดเป็นใส้มาการอง ประกบคู่ ได้เลยค่ะ 





 photo finish4_zpse1bc883f.jpg


*
*
*



วิธีทำ

A. Macaron Shells



 photo 202_zps5d4b2469.jpg

1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง และ อัลม่อนด์ป่น ผสมให้เข้ากัน พักไว้ 





 photo 207_zps2bf99ed7.jpg

2. ผสมน้ำตาลและน้ำในหม้อซอสขนาดเล็ก นำไปตั้งไฟกลาง จนน้ำตาลละลาย ได้อุณหภูมิ 118 C





 photo 210_zps2fae268d.jpg

3. ขณะเดียวกันก็ตีไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม จนได้ยอดอ่อน รอไว้ 





 photo 212_zpsda7734ad.jpg
 photo 217_zpsbfd92101.jpg

4. เมื่อน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมได้ที่ ถึงอุณหภูมิ 118 C ยกลงจากเตา .... ค่อย ๆ รินเป็นสายต่อเนื่อง ลงผสมกับไข่ขาว มือหนึ่งริน มือหนึ่งตีน่ะค่ะ (พยามรินใส่ตรงกลางอ่างผสม น้ำเชื่อมจะได้ไม่จับเป็นเม็ดที่ขอบอ่าง) .. ช่วงแรกตีด้วยความเร็วต่ำ ตีไปซักครู่ ค่อยปรับสปีดการตีเป็นสูง ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอร์แรงค์เนื้อข้น ขึ้นเงา และ ส่วนผสมเย็นดี ... สังเกตได้จากเวลาจับก้นอ่าง อ่างจะเย็น ลงที่อุณหภูมิปกติค่ะ (ประมาณ 10 นาที)





 photo 218_zps26aabc14.jpg
 photo 220_zps8c9ad0b2.jpg

5. ตีไข่ขาว ส่วนที่สอง 60 กรัม ให้แตกฟองดี เสร็จแล้วก็เทลงผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... คนให้เข้ากันดี จะได้ส่วนผสมเปียก ๆ หนืด ๆ หน่อยค่ะ





 photo 224_zpsb55da680.jpg
 photo 225_zpsdcd4e67c.jpg

6. แบ่งเมอร์แรงค์ ครั้งละ 1/3 ส่วน ลงผสมกับกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... ครั้งแรกผสมเร็ว ๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ถึงกับต้องระวังมาก ... ให้เมอร์แรงซึมเข้าผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ คลายความหนืด เห็นบางเว็บเค้าว่ากันอย่างนี้นะคะ ... เสร็จแล้วก็ตะล่อม ไข่ส่วนที่สอง 1/3 ส่วนลงผสม ตะล่อมให้เข้ากันดี ... ตามด้วยส่วนที่เหลือ 1/3 ... ตะล่อมจนได้ส่วนผสมผิวมัน ๆ ... ไหลหนืด ๆ เหมือนลาวา ... ทดสอบโดยการตักแบทเทอร์ด้วยพายยาง แล้วปล่อยให้แบทเทอร์ไหล ถ้าแบทเทอร์ไหลเอื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นสายริบบิ้นพับไป-มา ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ 





 photo 230_zps974048b6.jpg
 photo 232_zps8c93a04d.jpg

แบบนี้ถือว่าได้ที่ พร้อมบีบค่ะ





 photo 238_zps85fc3c2d.jpg

7. แบ่งแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ (หัวบีบกลม ขนาด ¼ นิ้ว เราว่ากำลังดีค่ะ) ... บีบแบทเทอร์ สับหว่างไปมา บนถาดอบ แล้วพักไว้ให้หน้าแห้ง .... ตามสูตรเค้าพักไว้ 25-30 นาที ... สำหรับเราใช้วิธี พักไว้ จนหน้าแห้งสนิทดี เวลาเอานิ้วแตะ ... ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ อากาศ แวดล้อมของแต่ละบ้านเนาะ 



8. พอหน้ามาการองแห้ง ก็อุ่นเตาอบ ไว้ที่ 284 F หรือ 140 C … เราอบที่อุณหภูมิต่ำหน่อยค่ะ ... ทำตามการทดลองมาการองแบบอิตาเลี่ยน ที่ทำไว้ครั้งแล้ว ... ใช้เวลาอบ 16 นาที ... นำถาดมาการอง มาพักให้เย็นลง บนตะแกรง ... แล้วค่อยแกะมาการองออกจากแผ่นรองอบ ค่ะ ... ถ้าวิธีทำถูกต้อง ได้ผล ... มาการองก็จะหลุดออกจากแผ่นรองอบง่าย ๆ อิอิ 





B. Salted Caramel Cream


การทำคาราเมล ไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยค่ะ ก่อนลงมือทำ คงต้องอ่านวิธีทำซัก 2 -3 รอบก่อนนะคะ ... เราไม่ได้ถ่ายภาพประกอบอย่างละเอียด แต่ก็จะพยายามอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดตามที่เราทำค่ะ

(ปล. หม้อในภาพ ไม่เหมือนกัน เพร่ะทำหลายครั้ง เอามาตัดต่อกันอีกทีค่ะ แหะแหะ)




วิธีทำ



 photo 277_zpsd162083e.jpg

1. อุ่นวิปปิ้งครีม ด้วยไฟอ่อน ไปหากลาง จนอุ่นเวลาเอานิ้วแตะ แต่ยังไม่เดือดนะคะ ... ปิดไฟ พักไว้ 





 photo 286_zps6fefff52.jpg

2. เอาน้ำตาล ส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม ใส่หม้อซอสขนาดใหญ่ แบบมีด้ามจับ และพื้นที่ก้นเยอะ ๆ จะดีค่ะ ... นำไปตั้งไฟกลาง ๆ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย ไม่ต้องคนอะไรเค้าค่ะ * ใช้เวลาอยู่นะคะ ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็น ๆ อย่าใจร้อนค่ะ 





 photo 289_zps755b0506.jpg
 photo 153_zps2602ea62.jpg

3. เทน้ำตาลส่วนที่สอง 50 กรัม ลงช่วงกลางหม้อ ตั้งไฟไปซักครู่ พอน้ำตาลเริ่มละลาย ... ยกหม้อขึ้น กระดก ๆ หม้อ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลไหลเข้าส่วนที่ละลาย .. ถ้าพบว่าไฟเริ่มแรง น้ำตาลไหม้เร็วเกินไป ก็ลดลงไฟให้อ่อนลงค่ะ ... วางหม้อตั้งไฟต่อ ให้เม็ดน้ำตาลส่วนที่ละลายต่อไป ... ซักครู่ใหญ่ ยกหม้อ กระดก ๆ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลที่เหลือไหลเข้าส่วนที่เป็นน้ำ ช่วงนี้จะคนก็ได้ค่ะ พยายามตะล่อมเม็ดน้ำตาล ก็ได้ค่ะ พอน้ำตาลละลายดี ได้สีเหลืองอัมพัน เข้ม ๆ ... 






 photo 157_zps4070fe13.jpg

4. ลดไฟเตาเป็นอ่อน ... ใส่เนยส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม ลงผสม คนอย่างรวดเร็ว ให้เนยละลายเข้าไปในเนื้อน้ำตาล แล้วค่อย ๆ รินครีมอุ่นลงผสมเป็นสาย ๆ ... มือหนึ่งก็คนผสมอย่างรวดเร็ว กันน้ำเชื่อมคาราเมลจับกันเป็นก้อน ต้มต่อไป จนได้ส่วนผสมข้น ทดสอบโดยจับการ ยกไม้พายที่ใช้คน แล้วใช้นิ้วปาดเนื้อคาราเมลหลังไม้พาย ถ้าเห็นเป็นรอยแยกชัดเจน ก็ใช้ได้แล้วค่ะ ... ตามสูตรเค้าบอกว่าให้ได้อุณหภูมิ 108 C … เราพบว่าวิธีนี้ไม่แน่นอน ... เพราะบางทีกว่าจะได้ที่อุณภูมินี้ เนื้อคาราเมลก็ข้น ไปทางไหม้ก็มี ... ทางที่ดี อาศัยวิธีแบบบ้าน ๆ เชื่อสัญชาติตัวเอง ดีที่สุดค่ะ 





 photo 159_zps592e0e97.jpg

คาราเมลที่ได้ ประมาณนี้ค่ะ




5. เทคาราเมล ใส่อ่างแก้วสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เอาแผ่นพลาสติกคลุมหน้าคาราเมล โดยให้แผ่นพลาสติสัมผัสผิวคาราเมล เหมือนวิธีทำคัสตาร์ด ... เอาเข้าตู้เย็น พักไว้ให้เย็น ... หรือจะพักให้เย็นที่อุณภูมิห้องก็ได้ค่ะ เราเลือกวิธีหลัง พอเค้าเย็นดี เนื้อข้นขึ้น ก็ตีเนยส่วนที่ 2 ลงผสมเลย 



6. ตีเนยส่วนสอง 145 กรัม จนได้เป็นครีมเนียน ประมาณ 7-8 นาที แบ่งคาราเมล ½ ส่วน ลงผสม คนให้เข้ากัน ตามด้วยส่วนที่เหลือ คนให้เข้ากันดี ... หากพบว่าส่วนผสมค่อนข้างเหลว ให้เอาแผ่นพลาสสติกคลุมหน้าครีม โดยให้พลาสติกสัมผัสหน้าครีมคาราเมล เอาเข้าในตู้เย็น อีกซักครู่ใหญ่ ให้เนื้อครีมข้นขึ้น ... ก็นำออกมาหยอดเป็นใส้มาการอง ประกบคู่ ได้เลยค่ะ 






 photo finish2_zps3e75c532.jpg





 photo finish3_zps686c2217.jpg


คาราเมลหวาน ๆ เค็ม ๆ ... พอผสมกับบัตเตอร์ครีม จะได้ใส้เบา ๆ ขึ้น อร่อย ๆ ฟิน ๆ อย่างที่ว่าจริง ๆ ค่ะ ... ทำเอง อร่อยเองเช่นเคย อิอิ  ... (เกือบลืม ในส่วนของลายบนมาการอง เราใช้วิธี ละลายกาแฟผง (Instant Coffee) กับน้ำเย็น แบบเข้มข้น หน่อยค่ะ  แต่ไม่ถึงกับเหนียวมากหรอกนะคะ ทดสอบลองวาดดูก่อน เสร็จแล้วก็ใช้แปรงตวัดเล้ย อิอิ) 

----------


ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมานะคะ ... มีเวลาดี ๆ กัน ... 
(พบกันครั้งหน้า คงได้รีวิว Coffee Caramel Mousse Cake 
ตามภาพข้างบนอีกทีค่ะ)






 photo finish5_zpsf0152d4f.jpg




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2557
0 comments
Last Update : 2 ตุลาคม 2557 8:41:25 น.
Counter : 36 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Tristy
Location :
.... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 636 คน [?]







มือที่หย่อนเป็นเหตุให้เกิดความยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็ง กระทำให้มั่งคั่ง

สุภาษิต 10 : 4



แผนงานของคนขยันขันแข็ง นำสู่ความอุดมสมบูรณ์แน่นอน แต่ทุกคนที่เร่งร้อน ก็มาสู่ความขัดสนเท่านั้น

สุภาษิต 21 : 5


* สุภาษิตจาก “พระคัมภีร์ไบเบิ้ล”



Cake Decorations



Bathtub & Rubber Ducky Theme



Blueberry Butter Cake



Damask Wedding Cake



Coconut Chiffon Cake



A Coffee Birthday Cake



Gardening Theme


Some Blogs



Le Fraisier



Coconut & Mixed Berries



White Chocolate Yogurt Mousse



B-Caraibe



Pumpkin Mousse Cake



Opera w/ Lacquer Glaze



Coffee Genoese



Chocolate Espresso Dacquoise



Mini Dome Cakes



Green Tea Pound Cake



Marion's Raised Waffles



Éclair



Cinnamon Sugar Scone



Soft Sweet Bread



Mix Berry Tarts



Mini Domes



โมจิ



กะหรี่ปั๊บ



บัวลอยงาดำน้ำขิง



ทอดมันปลา



ข้าวมันดอกอัญชัน



เค้กโมจิชาเขียว ถั่วแดง



Perfect Party Cake



Crepe Cake



Taiwanese Pineapple Cake



Mango Mousse Cake



Raspberry Mousse Cake



Lamington Cake



Japanese Strawberry Shortcake



Lemon Mirror Cake



Dobos Torte



No - Bake Fruit Cake



Orange Cake in Lady - Finger Ring



เค้กมะพร้าวอ่อน



Strawberry Bavarian Cake



Red Berry Cake



Green Tea Mousse Cake



Chocolate Mousse Cake



Chocolate Pumpkin Cake



Strawberry Jam



Challah Bread



Delicate Mint Thins



Snowflake Cookies



Parisian Fruit Tarts



Vanilla Crème Brûlée



New York Style Bagels



Waffle Cups



Sour Cream Pancakes



ลอดช่องน้ำกะทิ



ขนมทองเอก



Easy Iced Coffee



ไอศครีมกะทิถั่วดำ



ใส้กรอกอีสาน



น้ำจิ้มลูกชิ้น



ลูกชิ้นเด้งกรุบกรอบ



ข้าวมันไก่



น้ำจิ้มสุกี้



ขนมจีนน้ำยาไก่



หมูยอ



ไก่ต้มโค้ก



ปลาทูต้มเค็ม



น้ำพริกอ่อง



สาระน่ารู้เรื่องเครื่องเทศ



ข้าวขาหมู



ลาบน้ำตก



ข้าวมัน ส้มตำไทย ไก่ฝอย



ลาบปลาชุบไข่แดงทอด



Fresh Spring Rolls



Lemon Spinach Pesto



Malaysian Pork and Beef Jerky



Korean Spicy Chicken Wings


เช็คข้อความ  
Friends' blogs
[Add Tristy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.