|
กว่าจะมาเป็น~~~ My Macarons~~~
###เข้าครัว ชวนหม่ำ### อวดของฝาก และกว่าจะมาเป็น~~~ My Macarons~~~
สวัสดีทุกท่าน ที่แวะเวียนมาเยี่ยมบล็อคเจ้าค่า วันนี้ฤกษ์งามยามดี (ช่วงนี้ขออัพเดือนละหน) มีเมนูน่ารัก ไฮๆ มานำเสนอค่ะ
...Macarons... เจ้าขนมนี้แหละ ทะเลาะกับเดียร์มานานแล้ว สู้รบกันอยู่ช่วงนึง แต่ก็แพ้มาตลอด แอบต๊อแต๊! หยุดพัก บอกเลิกกัน ขอหลบไปรักษาแผลใจอยู่นาน... กระซิกๆๆ
นึกสนุกขึ้นมา ขอลองเล่นรูปเปิด แบบหน้าปกแมคกาซีนซะหน่อย อิอิ

===========================+
ขนมชิ้นเล็กๆ สัญชาติเมืองน้ำหอมที่ราคาไม่เล็กตามขนาดนี้ มีชื่อเรียกแบบไฮๆ กันหลายแบบทั้ง Macaron และ Macaroon
ถ้าจะให้แยก Macaron / Macaroon ตามที่เดียร์เคยอ่านเจอมา ก็คือ Macaron จะเป็นขนมที่มีส่วนผสมที่ทำจากไข่ขาว ไอซิ่ง และอัลมอนด์บด ส่วน Macaroon (มะคารูน) ถูกลุงแซมเปลี่ยนสัญชาติ และเปลี่ยนวัตถุดิบ จากอัลมอนด์มาเป็นมะพร้าวป่นแทน
ขอเติม s ให้ Macarons / Macaroons หน่อยแล้วกัน เพราะน้องเค้ามักอยู่ประกบคู่กัน ไม่ได้มีชิ้นเดียว

===========================+
Macarons คำเดียวนี้ พี่ไทยเรา อ่านไปได้หลายอย่างเหลือเกิน
...มาคารอง มาการอง แมคการอง มะกาฮอง มาคาคง มากาคง แมคคาฮง มาคาฮง มากาฮง แมคคาฮอง แมคกาฮ็อง ...........โฮ่ง!
ครบยังเนี่ย?? พิมพ์แล้วเวียนหัว เอาเป็นว่า ประมาณนี้แหละค่ะ ชื่อแถบๆนี้แหละ
ในที่นี้ เดียร์ขอเรียกว่า ๐๐๐มาคารอง๐๐๐ แล้วกันนะคะ

===========================+
ภาพบน และภาพนี้ เป็นของฝากจากสาวเจี๊ยบ @ J-Nap เธอคงทนเห็นเดียร์บ่นบ้า เฝ้าเพ้อรำพันเรื่องทำมาการองเจ๊งๆ เจ๊งซ้ำซาก ไม่ไหว พอสบโอกาส เธอเลยตะแล้บแก๊บมาหา บอกว่า จะส่ง มาให้ช่วยกำจัด และจงลอกตามแบบในบัดดล
แต่ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของไปรษณีย์ไทย ที่ตัวกันกระแทกก็ต้านทานไม่อยู่ มาคารองสาวเจี๊ยบ กระเด้งกระดอนยังไงมิทราบ พอมาถึงมือเดียร์ ก็มีแหลกเหลว ป่นปี้ไปบ้าง ตามระยะทาง เหอๆๆๆ
ยังไงก็ แต๊งกิ้ว นะจ๊ะ เจี๊ยกที่รัก 

===========================+
จับมาปัดๆ เขี่ยๆ เศษที่หลุดร่วงออก ความน่ารักไฮโซของขนมนี้ ก็ยังคงอยู่ มิมีจางหาย
หลงเลิฟอีกแล้ว...ว...................ว
นอกจากสาวเจี๊ยบคนสวยจะส่งขนมมาให้แล้ว เธอยังแอบกระซิบอีกว่า เดี๋ยวจะมีบอกเคล็ดลับและวิธีทำซะด้วย
.....ดั่งคำเธอมีเวทย์มนต์ และแล้วเมื่อสามวันที่แล้วเธอก็โพสกระทู้นี้... ...
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=j-nap&month=11-2009&date=14&group=17&gblog=31

===========================+
ยัยเดียร์รีบลอกโดยฉับไว เห็นว่าได้สูตรมาจาก สาวแก้มคนสวย @ its_gemmi ณ อิตาลี :: ส่วนผสม ::ลอกมาเลยนะ 
1. ไข่ขาวอุณหภูมิห้อง 25 กรัม 2. อัลมอนด์ 30 กรัม 3. น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม 4. น้ำตาลทราย 10 กรัม 5. สีตามชอบ

===========================+
ตัวแปรหลักที่ทำให้ขนมเจ๊งซ้ำซาก ที่สาวเจี๊ยบค้นพบคือ ความชื้นมากเกินไป ดังนั้น เราจึงต้องไล่ความชื้นออกจากส่วนผสมบางส่วนของเรา เช่น จากอัลมอนด์ โดยการนำไปเวฟสักประมาณ 30 วินาที ให้พออุ่นๆ แล้วพักไว้ และจากไข่ขาว โดยการนำไปเวฟเช่นเดียวกัน แต่แค่ 10 วิ ก็พอเดี๋ยวไข่สุก!!
แล้วนำไอซิ่งมาปั่น รวมกับอัลมอนด์ ให้ละเอียด

===========================+
ละเอียดพอประมาณ แล้วนำไปร่อนด้วยตะแกรงตาถี่แบบหยาบสักหน่อย แต่เดียร์ไม่มี ก็ร่อนมันตามที่มีนั่นแหละ
ส่วนที่เป็นเศษใหญ่ๆ ก็ทิ้งไปค่ะ อย่าไปใช้ เดี๋ยวขนมเราหน้าไม่เนียนเด้ง..... อิอิ

===========================+
หันมาตีไข่ขาวดีกว่า ใส่ไข่ขาวลงในโถที่สะอาด ไร้ไขมัน พร้อมใส่สีลงไปผสมเลย ไม่ต้องกลัวว่าสีขนมจะแจ๋นไปนะคะ เดียร์ใส่ไปสองหยด แต่รู้สึกสีจะยังแจ๋นสุ้ของยัยเจี๊ยบไม่ได้เลยล่ะค่ะ
ค่อยๆตีสปีตต่ำในช่วงแรกพอให้เป็นฟองหยาบ แล้วจึงใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อด้วยสปีตสูง จนได้ตั้งยอดปานกลาง ไม่อ่อน ไม่แข็ง อันนี้คงต้องฝึกอีกเยอะ ประสบการณ์จะเป็นตัวบอกเราได้ค่ะ

===========================+
จากนั้น ค่อยทยอยแบ่งส่วนของอัลมอนด์ไอซิ่งลงผสม แบ่งเป็น 3-4 ส่วน ค่อยๆผสม ช่วงแรกๆ ส่วนผสมจะออกแนวแห้งๆหนืดๆ ดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะเข้ากัน แต่ก็ fold ไปเรื่อยๆค่ะ ตำราว่า ไม่ควรเกิน 50 สโตรค(ทำยังกะว่ายน้ำ?)

===========================+
ทำเบาๆมือ ได้ออกมาเป็นประมาณนี้ จับยัดใส่ถุงบีบที่เราเตรียมเอาไว้ ใช้หัวบีบประมาณเบอร์ 10 แต่เดียร์มีหัวบีบกลมแบบพลาสติกอยู่แล้ว เบอร์อะไรมิได้บ่งบอกไว้ ก็หยวนๆใช้แทนไปเถิด...... อิอิ

===========================+
บีบลงบนถาดที่ปูด้วย Baking sheet ให้สับหว่างกัน จะทำให้เวลาอบ ความร้อนจะไหลผ่านได้ดีกว่าเรียงแถวตรงตอนลึกค่ะ เดียร์มีแต่ กระดาษรองอบธรรมดา ก็ฝืนใช้ไป เหอๆๆ
ส่วนแบทเทอร์ที่ดี เวลาหยอดลงถาดแล้วจะค่อยๆไหลไปไม่มาก แล้วจะหยุดเพื่อทรงรูปเอาไว้ วางพักไว้ประมาณ 45 60 นาที เพื่อให้เกิดผิว เดียร์พักไปสองชั่วโมง เพราะอากาศอึมครึม บ้าบอ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน .. นี่มันหน้าหนาวแล้วนะยะ
เอาเป็นว่า เช็คได้ โดยการลองใช้นิ้วสัมผัสผิวขนม ถ้าไม่ติดมือออกมาก็ถือว่า พักผิวพอแล้วค่ะ
เดียร์เองก็ยังอ่อนประสบการณ์ จำคำเค้ามาบอกต่อทั้งน้าน...น............น

===========================+
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เตาอบบ้านเดียร์ ออกลูกมาแล้วค่ะ เลยจำต้องต่อชั้น ให้อยู่เป็นคอนโดเตาอบ.... อิอิ
วันนี้จะใช้เครื่องบน

===========================+
อุ่นเตารอไว้ที่อุณหภูมิ 130-150 องศาซี ไฟบนล่าง ..... นำเข้าอบไป 15-18 นาที
ยังจะอุตส่าห์มีเทคนิค เอาพายด้ามไม้ ขัดคาฝาตู้อบเอาไว้ เพื่อช่วยไล่ความชื้นออกไป ป้องกันมาคารองเราหน้าแตกขณะอบด้วยค่ะ
เรื่องของเตาอบ ต้องแล้วแต่เตาบ้านใครบ้านมันนะคะ เดียร์เองก็ต้องมาศึกษาดูใจเจ้าเตาใหม่นี้เหมือนกัน ตอนนี้ พอจะดูใจกันออกบ้างแล้วค่ะ

===========================+
แอบส่องๆ ขนมยืดขาแล้ว เห็นครั้งแรก ดีใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ ไม่เคยทำสำเร็จเลย
เคยแต่...แบนติดถาด ส่งกลิ่นไหม้ หน้าแตก ส่วนผสมเหลวไหลรวม ก้นหนืดติดถาด แงะไม่ออกต้องสละทิ้งทั้งถาด...ฯลฯ
เดี๋ยวจะมีช่วงโชว์ความอุบาทว์ของขนมแรกๆ ที่เดียร์ได้ลองทำนะคะ กว่าจะมาเป็นมาคารองดีๆสักชิ้น มันต้องฝึกฝนและอาศัยลูกฮึดมากพอควรเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลย ทำไม ขนมนี้ ขายแพงเว่อร์........!
โปรดติดตามต่อได้ ตอนท้าย...เหอๆๆ

===========================+
วันเดียวกันนั้น ฮึดจัดค่ะ ได้ใจเลยทำอีกรอบ คราวนี้ สีม่วง(แต่สีก็ยังไม่แจ๋นเท่าของยัยเจี๊ยบอยู่ดี)

===========================+
ครบเวลา เสร็จเรียบร้อยออกมาจากเตา จะบอกว่า สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็คงไม่ใช่ เพราะขนมมีขาแต่กระโปรงยังไม่บาน ตามแบบต้นฉบับสักเท่าไหร่
แต่จากคำแนะนำหลายหลายๆแหล่ง ทำได้เท่านี้ เดียร์ถือว่า พอใจระดับ B ค่ะ เพราะสอบตกมานานแล้ว พอได้ทีเลยให้เกรดเว่อร์มาก 

===========================+
ลองมาวางเนียน ประชันกับของสาวเจี๊ยบ สีขนมบ่งบอกบุคลิกคนทำขนมรึเปล่านะ??
สีซืดๆของเดียร์ ส่วนสีแจ๋นๆของยัยเจี๊ยบ

===========================+
กัดโชว์ ประกบ คู่ต่อคู่เลย ฮี่ๆๆๆๆ หอมหวานละมุน แสบทรวงมาก...ก...........ก

===========================+
ได้ใจค่ะ วันรุ่งขึ้น ทำอีก คราวนี้กะให้สีแจ๋น เพราะคนทำ เริ่มอยากแจ๋นแล้ว

===========================+
วันนี้ อากาศมัวซัวกว่าเมื่อวันก่อนอีก ตอนที่นำขนมไปพักผิว อากาศดันครึ้ม ฝนตกมาซะงั๊น
ฝืนใจอบ ได้ผลออกมา ดีบ้างไม่ดีบ้าง วันนี้ให้เกรดตัวเองแต่ C+ พอ

===========================+
ก่อนจะเข้าสู่ช่วงโชว์(ความล้มเหลว) แบบไม่อายตาสายตาประชาชี เรามาพักหาเครื่องดื่ม พักจิบน้ำชากันก่อน.....(แหนะ มีช่วงพักเบรกทำใจด้วย)//ฮ่าฮ่าฮ่า
วันนี้เสริฟชาญี่ปุ่น ทางด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นชาน้ำขิง? ให้จิบกันเผื่อเกิดอาการลมจับ ตอนเห็นมาคารองครั้งแรกของเค้า ต่อไปนี้..... 

===========================+
โชว์เลยแล้วกัน ขนมคอลเล็คชั่นนี้ เป็นครั้งแรกที่เดียร์ทดลองทำเมื่อนานมาแล้ว ใช้เทคนิคในการถ่ายทำ แต่อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นนะคะ นี่มันพวกสวยแต่รูป จูบไม่หอมอ่ะแหละ
อันนึงผิวปุปะแบบคางคกอินเลิฟ สีชมพูเชียว ส่วนอีกฝั่งก็สีม่วงแปร๊ด โหนกนูน มีจุกบนหัว T__T ผิดเพี้ยนไปจากคุณลักษณะสากลของมาคารอง ราวยอดเอเวอเรสกับสะดือทะเล

===========================+
ไม่ผ่านอย่างแรง ด้านซ้ายเนื้อแน่นหวาน เคี้ยวติดฟัน ขาขนมไม่ยืด ตรูดขนมแอบไหม้ ด้านขวา ขนมมีโพรงอากาศขนาดพอที่จะยัดขนมอันที่หนึ่งใส่ลงไปได้เลย ก้นเกรียมอีกเช่นกัน
อันที่จริงก็มีอันต่อๆมานะคะ แต่มัน Sad ซะแล้ว ทำไม่สำเร็จก็ไม่มีกำลังใจในการถ่ายรูป (ความจริงแล้ว แอบอาย )
แต่ก็ยังอุตส่าห์ทำไส้ใส่ กัดโชว์ซะอีก
เอิ่ม...ม..........ม รับน้ำขิงสักแก้วม่ะเค๊อะ

===========================+
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่ทำแล้วไม่ผ่าน แต่ก็ยังดีที่ไม่ผ่านแค่บางชิ้น ชิ้นอื่นๆ พอไหว เลยไม้ท้อแท้เท่าไหร่
อย่างชิ้นเขียว ... ขายืดแค่ด้านเดียว ส่วนอีกด้านแบน สังเกตได้ว่า ด้านที่ขาไม่ยืด คือด้านที่ขนมหน้าแตกทางด้านบน ทำให้ค้นพบว่า การยืดขาของมาคารอง น่าจะมีผลมาจาก การที่ไอน้ำในตัวขนมเมื่อโดนความร้อนแล้วหาทางออก แล้วบริเวณฐานขนมก็เป็นส่วนที่จะออกมา จึงดันให้ฐานขนมยกตัวสูงเพื่อระบายไอน้ำ ก่อให้เกิดเป็นขายืดขึ้นนั่นเอง
แต่ถ้าขนมมีการพักผิวที่ไม่แห้งพอ หรือมีส่วนที่แตก ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้ไอน้ำดันเพื่อไปแตกที่ส่วนนั้น แทนที่การส่งไปยืดที่ฐานขนมค่ะ เช่นมาคารองสีส้มที่เดียร์ทำ หน้าแตกเป็นแฉกดาวเลยค่ะ ดังนั้น เกือบทุกอันนี้ ขาจะไม่ยืดเลย
ส่วนสีชมพู ใช้เวลาอบน้อยไป ตอนที่จะยกขนมออกจากกระดาษ ก้นขนมติดไปกับถาดเลย ก้นโบ๋ได้อีก อันที่จริงอยากจะโทษว่าเราไม่ได้ใช้ Baking sheet เดี๋ยวขอเวลาไปหามาทดลองก่อนนะคะ ผลเป็นไงเดี๋ยวมาบอกกล่าวกันต่อ
ข้อสรุปจากการสังเกตและทำความเข้าใจโดยคร่าวๆค่ะ เข้าใจถูกรึเปล่าเนี่ย 

===========================+
ก่อนหน้านี้ เดียร์ฝึกทำแบบไร้หลักการอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบรอบ แต่ก็เจ๊งได้ทุกทีไป (ไม่สงสารกันมั่งเลยT__T) แต่...อุปสรรคราคาแพง มีไว้ให้เราฝึกให้แข็งแกร่งค่ะ
มิน่า ราคาขนมถึงได้สูงลิบ .... เหอๆ

===========================+
ถ้าอยากจะเก็บมาคารองไว้นานๆ ก็ไม่ต้องไปรีบใส่ไส้นะคะ
แต่อันนี้ใส่ไส้โชว์

===========================+
ไส้ควรสัมพันธ์กันกับสีของตัวมาคารองซักหน่อยก็ดีนะคะ เช่นสีเขียว ก็ทำไส้ สังขยา พิสตาชิโอ ชาเขียว เลมอน สีชมพู ใส่ไส่ สตรอเบอรรี่ย์ โรส สละ สีม่วง ใส่ไส้ บลูเบอรี่ย์ ชอคโลแลต นูเทลล่า..... อะไรก็ว่าไป
เบสิคสุด ก็สอดไส้บัตเตอร์ครีมรสที่ชอบนี่แหละคะ ง่ายสุดไม่ยุ่งยาก
เดียร์เคยได้ชิมมาคารองของยี่ห้อนึง มีคนน่ารักซื้อมาให้ลองทานแล้วให้ลองทำด้วย ก็เลยตกหลุมรัก(ขนม)เค้า ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา(น้ำเน่ามาก...ก.......ก)

===========================+
เราก็ต้องฝึกทำหนมกันต่อไป ช่วงนี้ เปิดรับสมัครคนชิมค่ะ... อิอิอิ
ลากันไปเลยแล้วกันค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาหา ให้คิดถึงกันเสมอนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำ การกิน และการแบ่งปัน สวัสดีค่ะ



| Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 23:31:46 น. |
| |
27 comments
|
|
|
ดีใจด้วยนะคะ