ปัตติทานะคาถา แผ่ส่วนกุศลมุ่งตรงสู่เทวดา
วันนี้ ปอป้ามีบทสวดมนต์บทหนึ่งอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักและนำไปสวดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว บทสวดมนต์บทนี้ใช้สวดในการทำวัตรเช้า เรียกว่า ปัตติทานะคาถา เป็นคาถาสวดแผ่ส่วนบุญอันเกิดจากการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกครั้งไป โดยยึดหลักที่ว่า ทำบุญให้อธิษฐาน ทำทานให้อุทิศส่วนกุศล หรือ ยะถา แผ่บุญให้ผี สัพพี อวยพรให้คน สำหรับบทสวดปัตติทานะคาถานี้ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ใช้แผ่ส่วนบุญออกไปโดยไม่มีประมาณ โดยบทนี้มุ่งตรงไปยังเทวดา
เพื่อให้รับทราบว่าเรากำลังทำการบูชาท่านด้วยธรรมทาน หรือการสวดประกาศธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ชัด แล้วให้ท่านเหล่านั้นปกป้องคุ้มครองเราให้มีความสุข แคล้วคลาดจากภยันตราย จากนั้นจึงเริ่มที่จะแผ่ขยายวงกว้างออกไปให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็ได้รับการแผ่ส่วนกุศลกันทั่วหน้า โดยมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อต้องการให้ประชาชนเหล่านั้นไร้ทุกข์ ประสบสุขสวัสดีเช่นเดียวกัน บทสวดดังกล่าวมีดังนี้
ปัตติทานะคาถา
ยาเทวะตา สันติ วิหาระวาสินี ถูเป ฆะเร โพธิฆะเร ตะหิง ตะหิง
ตา ธัมมะทา เนนะ ภะวันตุ ปูชิตา โสตถิง กะโรนเตธะ วิหาระ มัณฑะเล
เถรา จะ มัชฌา นะวะกา จะ ภิกขะโว สารามิกา ทานะปะตี อุปาสกา
คามา จะ เทสา นิคะมา จะ อิสสะรา สัปปาณะภูตา สุขิตา ภะวันตุ เต
ชะลาพุชา เยปิ จะ อัณฑะ สัมภะวา สังเส ทะชาตา อะถะโว ปะปาติกา
นิยยานิกัง ธัมมะวะรัง ปะฏิจจะ เต สัพเพปิ ทุกขัสสะ กะโรนตุ สังขะยัง
ฐาตุ จิรัง สะตัง ธัมโม ธัมมัทธะรา จะ ปุคคะลา
สังโฆ โหตุ สะมัคโควะ อัตถายะจะ หิตายะจะ
อัมเห รักขะตุ สัทธัมโม สัพเพปิ ธัมมะจาริโน
วุฑฒิง สัมปาปุเณยยามะ ธัมเม อะริยัป ปะเวทิเต
ปะสันนา โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน พุทธะสา สะเน
สัมมาธารัง ปะเวจฉันโต กาเลเทโว ปะวัสสะตุ
วุฑฒิ ภาวายะ สัตตานัง สะมิทธัง เนตุ เมทะนิง
มาตาปิตา จะ อัตระชัง นิจจัง รักขันติ ปุตตะกัง
เอวัง ธัมเมนะ ราชาโน ปะชัง รักขันตุ สัพพะทา
คำแปล
เทพยดาทั้งหลายเหล่าใด มีปกติอยู่ในวิหาร สิงสถิตที่เรือนพระสถูป ที่เรือนโพธิ์ ในที่นั้น ๆ เทพยดาทั้งหลายเหล่านั้น เป็นผุ้อันเราทั้งหลายบูชาแล้วด้วยธรรมทาน ขอจงทำซึ่งความสวัสดี ความเจริญในมณฑลวิหารนี้
พระภิกษุทั้งหลายที่เป็นเถระก็ดี ที่เป็นปานกลางก็ดี ที่เป็นผู้บวชใหม่ก็ดี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ที่เป็นทานาธิบดีก็ดี พร้อมด้วยอารามิกชนก็ดี ชนทั้งหลายเหล่าใด ที่เป็นชาวบ้านก็ดี ที่เป็นชาวต่างประเทศก็ดี ที่เป็นชาวนิคมก็ดี ที่เป็นอิสระ เป็นใหญ่ก็ดี ขอชนเหล่านั้นจงเป็นผู้มีสุขเถิด
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นชลาพุชะกำเนิดก็ดี ที่เป็นอัณฑชะกำเนิดก็ดี ที่เป็นสังเสทะชะกำเนิดก็ดี ที่เป็นอุปะปาติกะกำเนิดก็ดี สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นได้อาศัยซึ่งธรรมอันประเสริฐเป็นนิยานิกธรรม ประกอบในอันนำผู้ปฏิบัติให้ออกไปสังสารทุกข์ จงกระทำซึ่งความสิ้นไปพร้อมแห่งทักข์เถิด
ขอธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายจงตั้งอยู่นาน ขอบุคคลทั้งหลายผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมจงดำรงอยู่นาน ขอพระสงฆ์จงมีความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ในอันทำซึ่งประโยชน์และสิ่งอันเกื้อกูลเถิด ขอพระธรรมจงรักษาไว้ซึ่งเราทั้งหลาย แล้วจงรักษาไว้ซึ่งบุคคลผู้ประพฤติซึ่งธรรมแม้ทั้งปวง ขอเราทั้งหลายพึงถึงพร้อมซึ่งความเจริญในธรรม ที่พระอริยเจ้าประกาศไว้แล้ว
ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ขอฝนทั้งหลายจงหลั่งลงตกต้องตามฤดูกาล ขอฝนจงนำความสำเร็จมาสู่พื้นปฐพี เพื่อความเจริญแก่สัตว์ทั้งหลาย
มารดาและบิดา ย่อมรักษาบุตรที่เกิดในตนเป็นนิจ ฉันใด ขอพระราชาจงปกครองประชาชนโดยชอบธรรมในกาลทุกเมื่อฉันนั้น ตลอดกาล

ธรรมปริทรรศน์
คำสอนจากบทสวดในบทนี้ สอนไปยังคนดีทั้งหลายที่หมั่นประพฤติธรรม ให้มีอายุยืนยาว ในข้อนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรับรองไว้ว่า ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมนั้นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม คือรักษาให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรมนั้น ๆ นอกจากนั้นแล้ว ยังสวดแผ่ไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิต และที่เกิดขึ้นในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ ให้มีความสิ้นทุกข์ ประสบสุขทุกคราวไป และขอให้ฝนฟ้าได้ตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นที่พึ่งพาอาศัยของสรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมถึงให้พระราชาตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาประชาราฎร์ให้ได้รับความสุขตวามเจริญโดยทั่วกัน
ทำว่า เทวดา นั้น ได้แก่ ท่านผู้ประเสริฐโดยกำเนิด โดยสมมติ โดยความหมดจดพิเศษ จำแนกเป็น ๓ คือ
๑. อุปัตติเทพ แปลว่า เทวดาโดยกำเนิด ได้แก่ ภูมิเทวดา อากาสัฏฐกเทวดา คือเทวดาผู้สิงอยูที่แผ่นดิน และเทวดาผู้สถิตในอากาศ เรียกว่า สวรรค์
๒. สมมติเทพ ได้แก่ เจ้านาย พระมหากษัตริย์ ผู้ปกครอง พระราชา ผู้เป็นสมมติเทพย่อมทรงตั้งอยู่ในสุกกธรรม (สุกฺกา ชื่อว่า สุกธรรมเพราะเป็นธรรมขาว ก็สุกธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความผ่องแผ้วอย่างยิ่ง โดยความเป็นธรรมขาว คือ หิริ โอตัปปะ)
๓. วิสุทธิเทพ แปลว่า เทวดาโดยความหมดจดพิเศษ ได้แก่พระอรหันตเจ้า ย่อมทรงเทวธรรมประจำ ผู้ขาดเทวธรรมจัดเป็นพระอริยเจ้าเพียงพระโสดาบัน (เทวธรรม ประกอบด้วย หิริ คือ การละอายต่อบาป และโอตัปปะ คือการเกรงกลัวต่อผลของบาป)
อานิสงส์
๑. ย่อมเป็นที่รักชอบใจของเทวดาทั้งหลาย
๒. ย่อมบรรลุความเป็นผู้ไพบูลย์ด้วยศรัทธาธิคุณมีประมาณยิ่ง
๓. เป็นผู้มากด้วยปีติปราโมทย์อยู่ เมื่อยังไม่บรรลุผลอันยิ่ง ย่อมเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
๔. ผู้มีปัญญาดีพึงทำความไม่ประมาทในเทวดานุสสติ ซึ่งมีอานุภาพมากอย่างนี้ ในกาลทุกเมื่อ
ข้อควรรู้
๑. บท ปัตติทานะคาถานี้ นิยมสวดในภาคทำวัตรเช้าเหมือนบทกรวดน้ำ
๒. คราวเมื่อท่านไปสู่ที่แปลกเรือน ควรแผ่เมตตาในบทนี้ จักได้รับเมตตาจากเทวดาในเรือนนั้น
๓. ควรเข้าถึงเทวดาด้วยเทวธรรม จักถึงความเป็นเทวดาขณะยังเป็นมนุษย์ เรียกว่า มนุสสะเทโว ได้
๔. ควรได้บูชาหมู่ทวยเทพเทวดาผู้มีคุณ ด้วยเครื่องบูชาอันควร จักได้ผลคู่ควรแก่การสักการะนั้น
ขอบคุณ ภาพประกอบเรื่องจาก คุณหนูหล่อ
ข้อมูล : หนังสือธรรมะในพระพุทธมนต์
โดย : พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ)
เพลง บ้านของเรา
ขอลาบล๊อกสักระยะหนึ่ง...นะคะ
เนื่องจากอากาศร้อนจัด
ทำให้โรค SLE และไมเกรน กำเริบมาก
ฝากบล๊อกด้วย...ค่ะ