Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 กันยายน 2557
 
All Blogs
 

O สุดรอคอย O








เพลง .. ลาวม่านแก้ว




O สุดรอคอยค่อยเห็นว่าเป็นเจ้า
กี่ภพกาลผ่านเล่าที่เฝ้าหา
เหมือนพิมพ์ภาคฝากมั่นลงสัญญา
ให้ตรึงตราแต่ในน้ำใจเดียว
O เกิดแต่เมื่อ .. กาพย์กลอนสุนทรถ้อย
เผยนัยร้อยความตอบให้ลอบเหลียว
สายใย-อย่างแฝงเร้น .. ฟั่นเป็นเกลียว
เข้ารั้งเหนี่ยวตอบตื่น .. รับชื่นบาน
O จนเร้ารุมสุมซ่อน..ความวอนว่า-
ผ่านพรรณนารูปกลอน .. แสนอ่อนหวาน
เพื่อจะเผยความปวงแห่งดวงมาน
อันสุมซ้อนทรมาน .. นับนานมา
O สืบผ่านความสุจริตในจิตที่-
อ่อนหวานอ่อนโยนมีในทีท่า
วางความสัตย์ในจิตเป็นฤทธา
แลกคุณค่างามพร้อม .. ห่มห้อมใจ
O สืบผ่านการรอคอย .. ละห้อยเห็น
อย่างแฝงเร้นรูปศัพท์ .. ยามขับไข
ก่อนลำดับงดงามของความนัย
คือซาบซึ้งอาลัย .. เริ่มไหวตัว
O จากอ่อนหวาน .. อ่อนละมุน .. แปรคุณค่า
เป็นเหมือนแสงแจ่มจ้า .. กลางฟ้าหลัว
เมื่อ .. อกนั้นแฝงเร้นการเต้นรัว
ก็เมื่อหัวใจคน .. วกวนคิด
O ท่ามกลางช่วงวรรษา .. ท่ามห่าฝน-
ไฟคำรนบนสรวง .. กลางดวงจิต-
ก็แจ่มจ้ารูปรอย .. ให้พลอยพิศ
ก็ตรึงฤทธิ์ตราอยู่ .. ให้รู้นัย
O สุดวิสัยแห่งการจะต้านหน่วง
คลี่คลายบ่วงอาวรณ์ .. จนผ่อนได้
ก็เมื่อในห้วงคิด .. มีจิตใจ
ขณะใดย่อมคำนึง .. เพียงหนึ่งเดียว
O ขณะเมื่อเม็ดฝน .. หลั่งหล่นฟ่อง
ขณะนั้นพร่ำพร้อง .. การข้องเกี่ยว
ใจเอย .. ราวปลิดปลิว .. ด้วยนิ้วเรียว-
ที่เอื้อมเหนี่ยวเด็ดวางไว้กลางมือ
O ร้างรูปน้ำค้างใสเกาะใบหญ้า
ลมลูบฟ้าผ่านพลิ้ว .. เสียงหวิวหวือ
เมื่อแว่วทรวงเลื่อนลั่น .. เสียงบันลือ
ก็เมื่อใจถูกยื้อ .. อย่างดื้อดึง
O ด้วยแววเนตรลึกล้ำ .. สบสัมผัส
เผยจำรัสอ่อนหวาน .. ส่งผ่านถึง
แฝงร่องรอยปรารถนา .. ลงตราตรึง-
ล้อมคำนึงบีบเค้นไม่เว้นวาย
O ด้วยแววเนตรวาบหวาน .. สืบผ่านนัย
เพียงจะให้ความพิสุทธิ์เป็นจุดหมาย
มอบ .. อบอุ่นโผนผกในอกชาย
สรวงก็คล้าย .. ชะลอเทียบให้เหยียบยืน
O แต่ละครั้งคราวสมัย .. วาบไหวระส่ำ
คือไฟคร่ำครวญเสียง .. แล่นเคียงคลื่น
ก่อนสุ้มเสียงหนึ่งตระหลบเข้ากลบกลืน
คือเสียงใจเต้นตื่น .. ระรื่นรับ
O จึงครั้งคราวคาบสมัย .. หัวใจระส่ำ
คืออ่อนหวานแทรกซ้ำเป็นลำดับ
มีอ่อนโยน .. เอ็นดู .. เกินรู้นับ
เข้าจู่จับคำนึง .. ใครหนึ่งนี้
O ย่อมเกินการณ์จะบี่ยงจะเลี่ยงพ้น
กับอึงอล .. สั่นไหวหัวใจนี่
ปรารถนาอาลัยหัวใจมี
ก็โหมลีลาตื่น .. ครึกครื้นกระบวน
O สุดรอคอย .. ค่อยเห็นว่าเป็นเจ้า
ที่รุมเร้าโลมรุกไปทุกส่วน
ใจหนึ่งก็หันเห .. สู่เรรวน
แลจะครวญคร่ำอยู่ไม่รู้แล้ว !




 

Create Date : 16 กันยายน 2557
0 comments
Last Update : 22 กันยายน 2557 6:59:53 น.
Counter : 666 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 95 คน [?]










O ทาสที่ปล่อยไม่ไป .. O





O จะแช่แข็งประเทศไทย .. !
น้ำลายไหล .. แผดเสียง-บอกเดียงสา ?
อีกครั้งของชีวะ .. ใต้กะลา
ส่งเสียงกลางวรรษา .. เย้ยฟ้าดิน !
O จะแช่แข็ง .. ประเทศชาติ ?
คล้าย-เสียงทาส .. รันทดไม่หมดสิ้น
ถูกปลดปล่อย .. ไปแล้ว-ยังแว่วยิน-
น้ำตารินร่ำไห้ – อาลัยนาย !

O พร้อม .. แสงฟ้าวาบไหว .. น้ำไหลหล่น
คือ-กบน้อยอลวน เฝ้าขวนขวาย-
แซ่เสียงอย่างสับสน .. รับฝนปลาย
ขณะซุ่มซ่อนกาย .. อยู่ใต้กะลา !
O แม้นเส้นแสงวาบไหวอยู่ในสรวง
จะยังช่วงโชนแต้ม-ความแจ่มจ้า
หากกบน้อยริมธาร .. ฤๅ-ผ่านตา-
เมื่อเบื้องหน้า .. กะลาครอบอยู่รอบตัว ?
O ขณะรอบริมธาร .. มีลานหญ้า-
พร้อมพืชพรรณผืนป่า .. รับ-ฟ้ารั่ว
น้ำจากฟ้าร่วงหล่น .. ภาพหม่นมัว-
แผ่บังพราง .. เกลือกกลั้ว .. อยู่ทั่วแดน
O ท่ามกลางโลกเบื้องนอก .. ปวงดอกไม้-
หยุดกลิ่นไอรื่นฉม .. รอลมแล่น
ความฉ่ำชื้นโดยรอบก็ตอบแทน-
เสียงแห่แหน .. แซดล้อมอยู่พร้อมกัน
O หากใต้กะโหลกกะลาครอบ,
ร่างที่หมอบลงราบ .. กำซาบฝัน
สรรพ-เสียง .. แสงโชนช่วงแห่งดวงวัน
ทั้งพืชพรรณมวลไม้ .. ฤๅได้พบ ?
O มืดจริงหนอโลกครอบอยู่รอบตน
มืดเสียจนกักล้อมให้ยอมสยบ
ครั้น-ขยับ .. ก็ปะทะ .. ก็กระทบ-
นึกว่ารู้ครันครบ .. ทั้งภพพื้น !
O ฝนยังคงปร่าโปรยอยู่โดยรอบ
เพรียกกบในกะลาครอบ .. ให้ตอบตื่น
สายฟ้าเลื้อยเส้นโถมเสียงโครมครืน-
ก็เร้าความครึกครื่นให้ตื่นตัว
O หาก-ในกะลาครอบที่หมอบอยู่
ฤๅอาจรู้ .. เห็นระลอกการหยอกยั่ว-
ของลม .. ฝน .. ไม้พรรณ .. การสั่นรัว-
การเกลือกกลั้วกลิ่นไอ .. ร่มใบบัง
O อีกทั้งในกะลาครอบ, การนอบน้อม-
เป็น .. อยู่ .. พร้อม - ภพชาติ .. ผู้วาดหวัง
คอยขับเสียงกล่อมยาม .. ให้ตามฟัง-
วาทกรรมคลุ้มคลั่ง .. ริมฝั่งน้ำ
O อีกทั้งในกะลาครอบ .. การหมอบกราบ-
แต่ล้วนคราบไคลโศกสุมโลกต่ำ
ด้วยสังขารปรุงแต่งสำแดง .. ทำ-
ให้โลกปวงขบขำ .. เหยียบย่ำ .. เยาะ !
O ในสังคมงมงายหลากหลายชีพ-
เดินตัวลีบ .. ปากพูด .. ไว้ดูด .. เกาะ-
เกี่ยว-กับอำนาจใหญ่ .. อย่างไพเราะ
หวังบ่ม .. เพาะสัมพันธ์ .. ผูกกันไป
O พล่ามพูดด้วยความคิดที่ติดคอก
แววกลับกลอกในตาก็พร่าไหว
พูดอย่างและคิดอย่างอวดอ้างไป
เพียงเพื่อให้เชื่องเชื่อ .. คอยเชื่อตาม
O ซึ่งย่อมเป็น .. วาทกรรมอันธรรมดา
เมื่อบอดบ้าจำเริญจนเกินล่าม
ย่อมแหงนเงย แลบลิ้นล้อมถิ่นคาม
ให้ฟังพล่ามสาไถยอยู่ในวัน
O ซึ่งย่อมเป็นวาทกรรมแห่งจำอวด
กับความปวดร้าว .. เจ็บ .. เกินเก็บ .. กลั้น
เพื่อ-จัดการบ้านเมือง .. อย่าง-เบื้องบรรพ์
ป้อง-ชนชั้น .. ผู้ดี .. อยู่ - จีรัง !

O เส้นไฟยังวาบวนอยู่บนสรวง
คำพล่าม .. ปวง-พจน์ภาพ .. ก็ปลาบปลั่ง
แข่งเสียงฟ้าคำรน - เสียงคนดัง-
แผด, คลุ้มคลั่ง .. เสียงตอบ .. จาก-ครอบกะลา !
O จะแช่แข็งประเทศไทย ..
ฝนตกขี้หมูไหล .. จำได้ว่า-
คนจัญไรพบกัน .. แต่นั้นมา-
ก็เปิดครอบกะโหลกกะลา .. ร่วมฮาเฮ !













free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.