Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

O ใต้ปีกนกฟ้า .. O







เสน่หา



O โอ ยอดรัก ..
ที่จำหลักลงทรวงคือห่วงหา
เสียงกระซิบ, สั่นไหวแห่งนัยน์ตา
เผยความว้าวุ่นอยู่ไม่รู้คลาย
O ปรารถนาย่อมช่วงโชน
แววอ่อนโยน แหนหวงย่อมช่วงฉาย
หวงความคำแผ่วกระซิบ แววปริบปราย
ที่ค่อยถ่ายทอดสู่ให้รู้กัน
O อาวรณ์ ทั้งอาลัย
ย่อมเผยให้แวดล้อมเข้ากล่อมขวัญ
เยี่ยงสายใยม้วนตามคอยล่ามพัน
เกินตัดบั่นลับลาจากอารมณ์
O โอ ยอดรัก
ดุจศรปักเสียบอยู่สุดรู้ข่ม
กระซิบแผ่ว ปรารถนา แววตาคม-
นั้นทับถมเพรียกคะนึงทุกกึ่งยาม
O ระริก .. ความออดอ้อน
แผ่ว, เว้าวอนโดยประภาพอันวาบหวาม
เสน่หาอาลัยย่อมไหลลาม-
ม้วนปลายเลื้อยรัดล่ามอย่างย่ามใจ
O คันธาแห่งมาลี ..
ค่อยค่อยคลี่รสหอมแวดล้อมให้-
ฆานรูป, เนื้อละมุนและอุ่นไอ
กอปรภาวะอ่อนไหว .. วูบ-ไหวตัว
O ความอ่อนโยน ..
ค่อยถ่ายโอนคำบอกเข้าหยอกยั่ว
เพรียกแววตาวาบนั้น ให้สั่นรัว
แลเพรียกงามสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O แผ่วกระซิบกระซาบสู่ ..
คือรับรู้อภินันท์ .. ว่า-สั่นไหว
เขมภาคคืนสรวง .. เพรียกดวงไฟ-
ครอบทั้งไตรโลกลิบชั่วพริบตา !
O ดวงใจพี่ ..
ทั้งอุมาลักษมีหรือมีท่า
ยามเมื่อสรวงทั้งหกเวียนวกมา
ชะลอเทียบตรงหน้าต่อตานั้น
O ขวัญพี่เอย ..
ความเอื้อนเอ่ยสุ้มเสียงกระซิบสั่น
พลิกหกสรวงลงคว่ำในรำพัน
ปีกนกฟ้าโอบจันทร์ .. บัดนั้นเอง !




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2558
2 comments
Last Update : 28 สิงหาคม 2558 7:52:41 น.
Counter : 499 Pageviews.

 

สดายุ...

อ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยรักล้นทรวง
จนคนอ่าน ซาบซึ้งไปด้วย...
มิบังอาจที่จะเข้ามาโพสทำลายบรรยากาศอันอ่อนหวานนี้...

"O ดวงใจพี่ ..
ทั้งอุมาลักษมีหรือมีท่า
ยามเมื่อสรวงทั้งหกเวียนวกมา
ชะลอเทียบตรงหน้าต่อตานั้น"
ว่าแต่ว่า.."สรวงทั้งหก" นี่มีอะไรบ้างน้า...

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 37.59.6.32 29 สิงหาคม 2558 21:34:20 น.  

 

มินตรา ..

มิต้องเกรงใจขอรับ ..
บรรดาความเห็นที่เขียนวางลงมามีคุณค่าต่อผู้อ่านตลอดมา ..

สรวง คือ สวรรค์ มี 6 ชั้น (ตามคติพราหมณ์ ไม่ใช่พุทธ) ดังนี้ขอรับ ..

๑. จตุมหาราชิกา (สวรรค์ ชั้นที่ ๑) เป็นที่อยู่ของเทพยดาชาวฟ้า มีท้าวมหาราช ๔ พระองค์ปกครอง คือ ท้าวธตรัฐมหาราช ท้าววิรุฬหกมหาราช ท้าววิรูปักษ์มหาราช ท้าวเวสสุวัณมหาราช (ท้าวกุเวร) อายุ ๕๐๐ ปีทิพย์ (๙ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์ ชอบทำความดี สันโดษ ยินดีแต่ของๆ ตน ชักชวนให้ผู้อื่นประกอบการกุศล ชอบให้ทาน ในการให้ทานเป็นผู้มีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราตายแล้วจักได้เสวยผลแห่งทานนี้” และเป็นผู้มีศีล ฯลฯ


๒. ดาวดึงส์ (สวรรค์ ชั้นที่ ๒) ที่เรียกว่าไตรตรึงษ์หรือดาวดึงส์ เป็นเมืองใหญ่มี ๑,๐๐๐ประตู มีพระเกศจุฬามณีเจดีย์ มีไม้ทิพย์ ชื่อ ปาริชาตกัลปพฤกษ์ สมเด็จพระอมรินทราธิราชเป็นผู้ปกครอง อายุ ๑,๐๐๐ ปีทิพย์ (๓๖ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์ มีจิตบริสุทธิ์ยินดีในการบริจาคทาน ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ ไม่มีการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “ตายแล้วเราจักได้เสวยผลทานนี้” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “การให้ทานเป็นการกระทำดี” งดงามด้วยพยายามรักษาศีล ไม่ดูหมิ่นผู้ใหญ่ในตระกูล ฯลฯ


๓. ยามา (สวรรค์ ชั้นที่ ๓)
เป็นที่อยู่ของเทพยดาผู้มีแต่ความสุขอันเป็นทิพย์ มีท้าวสุยามเทวราชเป็นผู้ปกครอง อายุ ๒,๐๐๐ ปีทิพย์ (๑๔๔ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ พยามสร้างเสบียง ไม่หวั่นไหวในการบำเพ็ญบุญกุศล ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “การให้ทานเป็นการกระทำที่ดี” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราก็ไม่ควรทำให้เสียประเพณี” รักษาศีล มีจิตขวนขวายในพระธรรม ทำความดีด้วยใจจริง


๔. ดุสิต (สวรรค์ ชั้นที่ ๔)
เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าผู้มีความยินดีแช่มชื่นเป็นนิจ มีท้าวสันดุสิตเทวราชปกครอง อายุ ๔,๐๐๐ ปีทิพย์ (๕๗๖ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ ยินดีมากในการบริจาคทาน ในการให้ทานเป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราไม่ควรทำให้เสียประเพณี” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราหุงหากิน แต่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลายไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร” ทรงศีล ทรงธรรม ชอบฟังพระธรรมเทศนา หรือเป็นพระโพธิสัตว์รู้ธรรมมาก ฯลฯ


๕. นิมมานรตีภูมิ (สวรรค์ ชั้นที่ ๕)
เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีในกามคุณอารมณ์ ซึ่งเนรมิตขึ้นมาตามความพอใจ มีท้าวสุนิมมิตเทวราชปกครอง อายุ ๘,๐๐๐ ปีทิพย์ (๒,๓๐๔ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีจิตใจบริสุทธิ์ ยินดียิ่งในการบริจาคทาน ในการให้ทานเป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตใจผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทาน ด้วยความคิดว่า “เราหุงหากินได้ แต่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลายไม่ได้หุงหากิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราจักจำแนกแจกท่านเช่นเดียวกับฤๅษีทั้งหลายในกาลก่อน” ประพฤติธรรมสม่ำเสมอ พยามรักษาศีลไม่ให้ขาดได้ มีใจสมบูรณ์ด้วยศีล และมีวิริยะอุตสาหะในการบริจาคทานเป็นอันมาก เพราะผลวิบากแห่งทาน และศีลอันสูงเท่านั้น จึงอุบัติเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ได้


๖. ปรนิมมิตวสวัตตี (สวรรค์ ชั้นที่ ๖)
เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าซึ่งเสวยกามคุณอารมณ์ แบ่งเป็น ฝ่ายเทพยดา มีท้าวปรนิมมิตเทวราช ปกครอง กับ ฝ่ายมารมีท้าวปรนิมิตวสวัตตีมาราธิราชเป็นผู้ปกครอง อายุ ๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์ (๙,๒๑๖ ล้านปีมนุษย์)

บุรพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ อุตส่าห์ก่อสร้างกองการกุศลให้ยิ่งใหญ่เป็นอุกฤษฏ์ อบรมจิตใจสูงส่งไปด้วยคุณธรรม เมื่อจะให้ทานรักษาศีลก็ต้องบำเพ็ญกันอย่างจริงๆ มากไปด้วยความศรัทธาปสาทะอย่างยิ่งยวดถูกต้อง ในการให้ทาน เป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไมได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เช่นเดียวกับฤๅษีทั้งหลายแต่กาลก่อน” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตของเราจะเลื่อมใส จะเกิดความปลื้มใจและโสมนัส” เพราะวิบากแห่งทาน และศีลอันสูงส่งยิ่งเท่านั้น จึงอุบัติเกิดในสวรรค์ชั้นนี้ได้


..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/453704

 

โดย: สดายุ... 29 สิงหาคม 2558 22:28:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 124 คน [?]










O กลางฝุ่นฝน .. O





O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
พร้อมกับวาโยหวนคร่ำครวญเสียง
เหล่าพุ่มพฤกษ์บ่ายเบนต้นเอนเอียง
ก้านกิ่งเหวี่ยงวาดลม .. ที่โหมฮือ
O วิชชุแล่นเริงร่าย .. ล้อสายฝน
เม็ดน้ำหล่นปลิดปลิว .. เสียงหวิวหวือ
ก่อนขอบฟ้าเลื่อนลั่นเสียงบันลือ
กระหึ่มหือโหมเชื้อ .. ไฟเรื่อรอง
O เห็นแววตา .. อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
เหลือบชำเลืองปลิดป่นความหม่นหมอง
พร้อมช่อน้ำฝนพรำ, ท่วงทำนอง-
ความสอดคล้องสองใจ .. ก็ไหวตัว
O งดงามวิชชุว่ายเวียนฝ่ายฟ้า
พร้อมสายตาชม้ายออก .. แววหยอกยั่ว
งดงามความแจ่มจ้า .. กลางพร่ามัว
นั้น-งามทั่วแหล่งที่ .. ทุกลีลา
O แววแห่งความปรารถนาในตานั้น
แต่คอยคั้นอบอุ่นและคุณค่า-
ให้แต่คอยรอบล้อม .. อยู่พร้อมภา-
วะออดอ้อนเสน่หา .. ทุกท่าที
O งดงามปวงช่อน้ำ .. กลางต่ำใต้
ร่วงหยดไว้หยาดรินทุกถิ่นที่
งดงามความอาวรณ์ .. ออดอ้อนมี
ฤๅอาจลี้หลบไหว .. หนอใจคน
O หล่นลงแล้วรุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า
ต่อสายตาโชนช่วง .. เมื่อห้วงหน-
นั้นเลื่อนลั่นครั่นครื้นด้วยคลื่นบน
เมื่อใจอลวนแล้ว .. ด้วยแววตา
O งดงามความสัมพันธ์ .. แห่งวันนี้
ฤๅ-อาจมีความเปรียบมาเทียบค่า
แต่เมื่อความเอียงอายนั้นชายมา-
ก็ล่มสิ้นเหว่ว้า .. ในตาคน
O โอ แววตาตื่นชู้ เหมือนอยู่รอ-
งดงามช่วงความลออ .. เม็ดช่อฝน
เพื่อเปรียบรูปแวววาม .. ที่งามจน-
พาใจอลเวงชู้ .. ให้รู้แวว
O งดงามความสัมพันธ์ .. ในวันผ่าน
จึงหอมหวานอารมณ์ .. ดั่งลมแผ่ว-
พลิ้วผ่านลูบโลมทรวงทุกช่วงแนว
ยังผ่องแผ้วลามล่วง .. ทุกห้วงลม
O ออดอ้อนความแหนหวงผ่านท่วงที-
ของใยดีหลอมหลั่งลงสั่งสม
งามรูปเยาว์สุมนัสใต้หัตถ์พรหม
ฤๅอาจล่มล้างถวิล .. ได้สิ้นรอย
O โอ งามเมื่อรุมลามลงล่ามขวัญ
สองปลายพันผูกเงื่อน .. ยากเลื่อนถอย
โอ นั่นแววตากระพริบ .. ดูปริบปรอย-
เหลือบชม้อยลอยยั่วทุกชั่วยาม
O วิชชุยังเฟื้อยเต้น .. พาดเส้นสาย
พร้อมแววฉายช่วงโชน .. ผาดโผนข้าม-
มืดมัวคาบฝุ่นฝน .. ไหลหล่นลาม
คล้าย-วาบหวามโชนช่วง .. จากห้วงใจ
O เห็นแววตาอ่อนละมุนกลางฝุ่นฝน
แฝงรอยหวานเปื้อนปน..วาบ-วนให้-
รับรู้..ความอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
เผยแววไว้สำหรับให้รับรอง
O วิชชุคงเฟื้อยเส้น .. อยู่เช่นนั้น
พร้อมคลื่นเสียงแห่งสวรรค์ .. เลื่อนลั่นก้อง
แววในตาตอบรับการจับจอง-
ก็เคลื่อนเข้าครอบครอง .. ทุกห้องใจ
O งดงามความผูกพันแห่งวันนี้
โดยหัตถ์พรหมขีดชี้ .. ยากหนีได้
งดงามความรุมเร้าแห่งเยาว์วัย-
ก็รายล้อมชิดใกล้ .. อยู่ในวัน
O หรือคมคำบำบวงต่อสรวงฟ้า
จักช่วงภาวะพร้อมเข้าล้อมขวัญ
จึงเผยรูปคราญละม่อมลงล้อมกัน-
ด้วยรอบฉันทาชู้ .. เข้าจู่โจม
O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
เมื่อแววตาจบจูบด้วยรูปโฉม
เสียงรื่นรมย์เหิมฮึก .. นั้น-ครึกโครม-
กลางคลื่นโสมนัสช่วง .. บนห้วงใจ
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนน้อย
แววปริบปรอยตานั้น-เมื่อสั่นไหว-
ก็วาบหวามลามล่วงถึงทรวงใน
แต่งอาลัยวามช่วงที่ดวงตา
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนเอย
ความ คำ เอ่ยเอื้อนออกเพื่อบอกว่า-
อุ่นอ้อมกอด, รูปคราญ, รสมารยา
รอผ่านค่าหวานหอม .. อยู่พร้อมแล้ว !













free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.