Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 

O น้ำค้างเดือนเจ็ด .. O










1 ..
O ค่อยค่อยก่อรูปวาง .. ก่อนสางหม่น-
จะเคลื่อนพ้นผ่านล่วง .. เมื่อดวงสูรย์-
ลอยเลื่อนขึ้นโชนช่วงเป็นดวงกูณฑ์
ผ่านจำรูญจำรัสโลมปัถวี
O เงียบงันทั้งเหน็บหนาว .. ที่พราวหยาด
พร้อมโอภาสดวงศศินใกล้สิ้นสี
จบสิ้นแล้วรมยาแห่งราตรี
จักเลือนลี้ตรู่สางจนจาง .. คลาย
O วารีหยดหยาดรอ .. จะล้อแสง
เพื่อแต้มแต่งงามระยับก่อนลับหาย
อย่างยินยอมแสงพลอดตราบวอดวาย
ก่อนเวียนว่ายหยาดซ้ำ .. อีกค่ำคืน
O เพียงเพื่อจะระเหิดระเหยร่าง
อยู่ท่ามกลางร้อนแรงของแสงคลื่น
ให้แผดเผารุมร้อนได้ย้อนกลืน
กลบหยาดรื่นเลือนเร้น..เปลี่ยนเป็นไอ
O กลั่นหยาดพิลาสร่วง-เป็นดวงประดับ
เรียงหยดรอแสงระยับ .. มาขับไข
กรรทบโลมเม็ดน้ำ .. อย่างร่ำไร
ก่อนมอดไหม้ระเหยช่วง .. จนล่วงรอย
O ที่บรรจบแห่งศิวาและราตรี
หยดวารีหยาดแล้ว .. จากแผ่วค่อย-
ตราบเติมงามเต็มพื้น-ด้วยผืนพลอย
เพื่อจักลอยระยับยวง .. ล้อดวงวัน
O เผาเถิดให้ระเหิดระเหยแห้ง
ทอดทอแสงงามระยับ .. ลงรับขวัญ
จะยอมรูปแหลกร่าง .. เป็นรางวัล-
การกีดกันแววระยับ .. ที่ลับเลือน
O จะหยาดให้เผาอยู่ทุกตรู่สาง
พลอยผืนจะหยาดวางทั่วทางเถื่อน
และจะรอร้อนเกรียมมาเยี่ยมเยือน-
เพื่อกลบเกลื่อนงามระยับลงกับกาล

2 ..
O เช้านี้ลมพลิ้วไหว .. โลมไม้ดอก
แล่นระลอกเข้าประนอม-รสหอมหวาน
ภุมรินรุดเร่งรับเบ่งบาน
เมื่อกรอบกาลเลื่อนช่วงรับดวงไฟ
O อ้อยอิ่งกลาง-หมอกเช้าอันขาวขุ่น
คืออกอุ่นอาวรณ์-ผู้อ่อนไหว
ริ้วลมร่ำแผ่วผ่านดอกมาลย์ไกว
เช่น-อาลัยไหวอยู่ .. ไม่รู้วาง
O ร่อนเร่เสาะสุมาลย์รสหวานหอม
ผึ้งบินล้อมเรณู .. แต่ตรู่สาง
ละม่อมรูปอิริยากอปรท่าทาง
ก็ล้อมขวางกักกันคอยบัญชา
O เฝ้าคอยมานับนานแต่กาลไหน
จึงหัวใจแต่ละห้อยเฝ้าคอยหา
ห้วงคำนึงทั้งผอง, ในสองตา-
จึงเหมือนว่าประทับอยู่แต่ผู้เดียว
O หรือพิมพ์ลงสัญญาแต่คราที่-
ร่วมวาทีพร่ำพร้อง .. ขอข้องเกี่ยว
จะกี่ภพกี่ชาติ, สวาดิเกลียว-
จงรัดเหนี่ยวผูกกันนิรันดร
O อ่อนหวานศัพท์สำเนียงความเอียงอาย
พร้อมแววตาเหลือบชม้ายจะคล้ายอ้อน-
นั้น-แต่งรอบเสน่หาให้-อาวรณ์-
จำเริญตอน .. ลุกลามขึ้นล่ามดึง
O อุษากาลผ่านคล้อย .. สูรย์ลอยเด่น
ค่อยแฝงเร้นอาลัยส่งไปถึง
หวังอีกทรวงห่วงหา .. จักตราตรึง
กับหวานซึ้งอาวรณ์ .. ส่งย้อนคืน
O รอเถิดรูปนิรมิตโศภิตผู้-
รอบแรงชู้โอบกระหวัด .. อย่าขัดขืน
นัยหนึ่งเมื่อหยัดหยั่ง .. จักยั่งยืน
อย่าคิดฝืนฝ่าหักแม้สักครา
O จะยิ่งกว่าภุมรินหลงกลิ่นหอม
ภายใต้อ้อมแขนหวง .. ผู้ห่วงหา
ย่อมมีเพียงหอมหวานแห่งมารยา
รอเจ้าถาโถมลง .. อย่างปลงใจ
O หมอกขุ่นขาวลับล่มกับลมร่ำ
เมื่ออกคร่ำครวญฝัน .. ยังฝันใฝ่-
อยู่กับความปรารถนา .. แรงอาลัย
ด้วยรูปพักตร์ผู้พิไล .. ตรึงนัยน์ตา
O อ้อยอิ่งกลางแดดสาย .. และอายอุ่น
กับงามหนึ่งละเมียดละมุนด้วยคุณค่า
แผ่วลมพลิ้วโรยสายปัดป่ายมา
คล้ายรอท่ารอทีผู้มีใจ
O หวังยิ่งกว่าภุมรินหลงกลิ่นหอม
คือ-หลงอ้อมแขนชู้ .. เกินกู้ไหว
หวังอาวรณ์เร้ารุม .. เช่นขุมไฟ-
โหมเข้าใส่อกนั้น .. ค่ำยันเช้า
O อย่าได้มีหมองหมาง .. เป็นอย่างอื่น
ทุกตาตื่นหัวใจแต่ใฝ่เฝ้า
ถวิลหาอ้อมแขนห้อมแหนเงา
โอบรูปเยาว์หยอกยั่วทุกชั่วยาม
O รอคอยมานับนานแต่กาลไหน
จึงอกใจต้องสาปจนวาบหวาม-
กับชั่วตาจบจูบ..ด้วยรูปนาม
ก็ถูกล่ามรัดไว้ทั้งใจกาย

3 ..
O เยี่ยงไรหนอคิดย้อน .. แล้วร้อนรุ่ม-
กับเพลิงขุมอาวรณ์ .. เกินผ่อนหาย
หน้าผากเนียนแก้มหน้า .. นัยน์ตาชาย-
สบ-แพ้พ่าย .. ละห้อยเห็น .. อยู่เช่นนั้น
O อาจรู้ฤๅ .. คะนึงหาบรรดามี-
ค่อยวาดวีพาใจ .. แกว่งไกวสั่น
สื่อเลศนัยเร้นอยู่ให้รู้ทัน
ด้วยสุดกั้นกีดงามที่ลามทรวง
O หวังถึงเนตรอ่อนโยน .. ค่อยโชนฉาย-
แวววาบคล้ายโลดแล่น-ด้วยแหนหวง
หวังถึงแรงบุญบาป .. จักทาบทวง
ผูกเป็นบ่วงล้อมขวัญรัด-พันธนา
O ลับรูป .. หากคะนึงยังตรึงอยู่
ด้วยแรงชู้ปรุงชาติ .. สืบปรารถนา
จากท่วงทีอ่อนหวานที่ผ่านตา
ตรึงสัญญาบีบเค้น .. อยู่เช่นนั้น
O ลบเลือนฤๅ .. เพียงพรับคล้ายกับว่า
บางรูปหน้าผุดขวางขึ้นกลางฝัน
จะฝ่าพ้นอาลัย .. อย่างไรกัน
เมื่อกางกั้นทิศทาง .. ทุกย่างเดิน
O คล้ายกับการ-หมดสิ้นแรงดิ้นรน-
คือใจคนต้องหวาน .. อยู่นานเนิ่น
พ่ายแพ้ต่อรูปธรรมที่ก้ำเกิน
แล้วลุกลามจำเริญ .. อยู่เนิ่นนาน
O โหดร้ายกันจริงหนอ .. ลออลักษณ์
มากุมกัก .. รัดล้อมด้วยหอมหวาน
แล้วแทรกซึ้งซ่านล่วงสู่ดวงมาน
จนสะท้านสะท้อนอยู่ .. ด้วยผู้เดียว
O พาใจคนเฝ้าคิด .. หมายชิดเชย
จากรูปเผยให้ตา .. ละล้าเหลียว
จนยกเหยียดก้าวย่างของร่างเพรียว
เข้าล่มความเปล่าเปลี่ยว .. สิ้นเดี๋ยวนั้น !
O ผ่านมา .. ให้อบอุ่นและคุณค่า
แทรกลงฝ่าอารมณ์ .. ถึง-ซมสั่น
ผ่านมา .. ให้ถ้อยคำและรำพัน-
ได้โอบรูปถนอมขวัญ .. อย่างบรรจง

4 ..
O จากนี้-คือพร่ำพลอด .. ความออดอ้อน-
ถ้อยคำวอน, สำหรับ .. พร้องศัพท์ .. ส่ง-
สื่อความหมายลึกล้ำแห่งจำนง
จำหลักลงใจงาม .. ไว้ล่ามคา
O หวังถึง-ความอาวรณ์..ที่ซ่อนเร้น
จักเพิ่มแรงบีบเค้น .. ให้เห็นท่า-
เห็นที-แววอ่อนหวานในม่านตา-
เผยออกให้รู้ว่า .. ใคร-อาวรณ์ !





 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2558
0 comments
Last Update : 29 กรกฎาคม 2558 7:42:37 น.
Counter : 113 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]










O กลางฝุ่นฝน .. O





O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
พร้อมกับวาโยหวนคร่ำครวญเสียง
เหล่าพุ่มพฤกษ์บ่ายเบนต้นเอนเอียง
ก้านกิ่งเหวี่ยงวาดลม .. ที่โหมฮือ
O วิชชุแล่นเริงร่าย .. ล้อสายฝน
เม็ดน้ำหล่นปลิดปลิว .. เสียงหวิวหวือ
ก่อนขอบฟ้าเลื่อนลั่นเสียงบันลือ
กระหึ่มหือโหมเชื้อ .. ไฟเรื่อรอง
O เห็นแววตา .. อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
เหลือบชำเลืองปลิดป่นความหม่นหมอง
พร้อมช่อน้ำฝนพรำ, ท่วงทำนอง-
ความสอดคล้องสองใจ .. ก็ไหวตัว
O งดงามวิชชุว่ายเวียนฝ่ายฟ้า
พร้อมสายตาชม้ายออก .. แววหยอกยั่ว
งดงามความแจ่มจ้า .. กลางพร่ามัว
นั้น-งามทั่วแหล่งที่ .. ทุกลีลา
O แววแห่งความปรารถนาในตานั้น
แต่คอยคั้นอบอุ่นและคุณค่า-
ให้แต่คอยรอบล้อม .. อยู่พร้อมภา-
วะออดอ้อนเสน่หา .. ทุกท่าที
O งดงามปวงช่อน้ำ .. กลางต่ำใต้
ร่วงหยดไว้หยาดรินทุกถิ่นที่
งดงามความอาวรณ์ .. ออดอ้อนมี
ฤๅอาจลี้หลบไหว .. หนอใจคน
O หล่นลงแล้วรุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า
ต่อสายตาโชนช่วง .. เมื่อห้วงหน-
นั้นเลื่อนลั่นครั่นครื้นด้วยคลื่นบน
เมื่อใจอลวนแล้ว .. ด้วยแววตา
O งดงามความสัมพันธ์ .. แห่งวันนี้
ฤๅ-อาจมีความเปรียบมาเทียบค่า
แต่เมื่อความเอียงอายนั้นชายมา-
ก็ล่มสิ้นเหว่ว้า .. ในตาคน
O โอ แววตาตื่นชู้ เหมือนอยู่รอ-
งดงามช่วงความลออ .. เม็ดช่อฝน
เพื่อเปรียบรูปแวววาม .. ที่งามจน-
พาใจอลเวงชู้ .. ให้รู้แวว
O งดงามความสัมพันธ์ .. ในวันผ่าน
จึงหอมหวานอารมณ์ .. ดั่งลมแผ่ว-
พลิ้วผ่านลูบโลมทรวงทุกช่วงแนว
ยังผ่องแผ้วลามล่วง .. ทุกห้วงลม
O ออดอ้อนความแหนหวงผ่านท่วงที-
ของใยดีหลอมหลั่งลงสั่งสม
งามรูปเยาว์สุมนัสใต้หัตถ์พรหม
ฤๅอาจล่มล้างถวิล .. ได้สิ้นรอย
O โอ งามเมื่อรุมลามลงล่ามขวัญ
สองปลายพันผูกเงื่อน .. ยากเลื่อนถอย
โอ นั่นแววตากระพริบ .. ดูปริบปรอย-
เหลือบชม้อยลอยยั่วทุกชั่วยาม
O วิชชุยังเฟื้อยเต้น .. พาดเส้นสาย
พร้อมแววฉายช่วงโชน .. ผาดโผนข้าม-
มืดมัวคาบฝุ่นฝน .. ไหลหล่นลาม
คล้าย-วาบหวามโชนช่วง .. จากห้วงใจ
O เห็นแววตาอ่อนละมุนกลางฝุ่นฝน
แฝงรอยหวานเปื้อนปน..วาบ-วนให้-
รับรู้..ความอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
เผยแววไว้สำหรับให้รับรอง
O วิชชุคงเฟื้อยเส้น .. อยู่เช่นนั้น
พร้อมคลื่นเสียงแห่งสวรรค์ .. เลื่อนลั่นก้อง
แววในตาตอบรับการจับจอง-
ก็เคลื่อนเข้าครอบครอง .. ทุกห้องใจ
O งดงามความผูกพันแห่งวันนี้
โดยหัตถ์พรหมขีดชี้ .. ยากหนีได้
งดงามความรุมเร้าแห่งเยาว์วัย-
ก็รายล้อมชิดใกล้ .. อยู่ในวัน
O หรือคมคำบำบวงต่อสรวงฟ้า
จักช่วงภาวะพร้อมเข้าล้อมขวัญ
จึงเผยรูปคราญละม่อมลงล้อมกัน-
ด้วยรอบฉันทาชู้ .. เข้าจู่โจม
O เม็ดฝนร่วงหล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
เมื่อแววตาจบจูบด้วยรูปโฉม
เสียงรื่นรมย์เหิมฮึก .. นั้น-ครึกโครม-
กลางคลื่นโสมนัสช่วง .. บนห้วงใจ
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนน้อย
แววปริบปรอยตานั้น-เมื่อสั่นไหว-
ก็วาบหวามลามล่วงถึงทรวงใน
แต่งอาลัยวามช่วงที่ดวงตา
O คร่ำครวญความออดอ้อน .. เจ้าอ่อนเอย
ความ คำ เอ่ยเอื้อนออกเพื่อบอกว่า-
อุ่นอ้อมกอด, รูปคราญ, รสมารยา
รอผ่านค่าหวานหอม .. อยู่พร้อมแล้ว !













free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.