Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 พฤศจิกายน 2552

 
All Blogs

 

 

๐ พุทธมรรคา...บรรพที่ ๓...๐





เจ้าชายสิทธัตถะใต้ร่มไม้...ช่วงระหว่างพิธีแรกนาขวัญแห่งเมืองกบิลพัสดุ์



เพลง.....บังใบ
ชัยภัค ภัทรจินดา



= บทที่๘...ความอัศจรรย์ในวันพิธีวัปปมงคลแรกนาขวัญ =
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
00100……….110102
00102……….110103
1 = ลหุ
0 = ครุ
2 = ครุสัมผัสในบท
3 = ครุสัมผัสระหว่างบท


๑๙๒. โบราณะกาลขัต-...........ติยะราชะครอบครอง
เขตแดนและแคว้นผอง............ทะนุป้องและรักษา

๑๙๓. อาชีวะทรงธรรม............กสิกรรมะไร่นา
เพื่อราษฎรผา-.......................สุกะศานติในวัน

๑๙๔. ก่อนกาลจะทำนา...........คติดาละแต่บรรพ์
จำจรดพระนังคัล....................ทะนุขวัญประชากร

๑๙๕. คือกิจะการรัฐ................ปฏิบัติสืบตอน
บวงเทพะขอพร......................เหมาะเจาะร้อนและหนาว, ฝน

๑๙๖. มงคละแรกนา................เฉพาะวาระแรกดล
พราหมณ์ร่ายสยายมน-............ตะตระกลพิธีกรรม

๑๙๗. โบราณประเพณี.............กรณียะชี้นำ-
ใจชนพิมลล้ำ.........................ขณะดำริรับรู้

๑๙๘. หวังสู่ฤดูกาล.................พรรษะผ่านจะพรั่งพรู
โลมพฤกษะพื้นภู-...................มิเกษตระเขตขัณฑ์

๑๙๙. ครั้งนั้นอุรสราช..............ยุรยาตระสัมพันธ์
ร่วมราชพิธีขวัญ......................อภินันทะแนบเนา

๒๐๐. ร่มพฤกษะหว้าใหญ่.........ระยะใบก็แผ่เงา
เงียบงันสงบ, เอา-...................รสะเยาว์พระรำงับ-

๒๐๑. –อารมณะข่มเรื่อง...........ขณะเนื่องก็ล่มดับ
อัสสาสะเฝ้านับ.......................ระยะจับประจงใจ

๒๐๒. เพ่งลมกำหนดเอา..........ขณะเข้าและออกไป
จ้องจับระงับนัย-......................ะพิสัย บ สับสน

๒๐๓. ลึกลงลำดับขั้น...............ภวะนันทิดำกล
รำงับลำดับจน-.......................ลุปฐมะฌานพลัน

๒๐๔. บ่ายคล้อยตะวันเคลื่อน....บทะเหมือนจะเที่ยงวัน
ร้อนแดดจะแผดบรร-................ลุกุมาระฤาเห็น

๒๐๕. จึงองค์ชนกนาถ.............พิศะราชกุมารเพ็ญ-
ด้วยบารมีเป็น-........................อัศจรรย์ ก็วันทา

๒๐๖. สองครั้งชนกนาถ............ชุลิราชกุมาร, ครา-
เผลอจิตเพราะพิศปรา-.............กฏะภาพะพิสดาร



= บทที่๙...ความรักความปรารถนาของพระเจ้าสุทโธทนะ
และพระราชวงศ์ =




๒๐๗. คล้อยหลังประสูติเอา-.....รสะเยาวะเจ็ดวาร
องค์มาตุต้องลาญ...................อวสานะชีพชนม์

๒๐๘. จึงองค์ขนิษฐ์มาตุ...........ทะนุราชกุมารปรน-
เปรอรักประจักษ์ล้น-................หฤทัยะแห่งศรี

๒๐๙. งามห้วงหทัยนุช.............บริสุทธิปราณี
คือมหาปชาบดี.......................โคตมีพิสุทธิ์นาม

๒๑๐. หลากเหล่าประยูรญาติ.....สุตะภาษะปวงพราหมณ์
ล้วนแจ้งแถลงตาม-.................คติความจะเป็นสอง

๒๑๑. จอมจักรพรรดิราช...........คณะญาติหมายปอง
แคว้นถิ่นธนินทร์ผอง................ผิวะครองจะไพศาล

๒๑๒. หวังพึ่งพระบุญญา...........ดละภาวะรูปการณ์
ยศศักดิอัครฐาน.....................จะตระการตระกลเห็น

๒๑๓. มอบหมายถวายรา-........ชะกุมาระตนเป็น-
ข้าหลวงพระผู้เพ็ญ-.................บุญะชาติวาสนา

๒๑๔. เดชานุภาพนั้น..............จะถวัลยะทั่วธา-
ตรีแคว้นและแสนยา................จะกระหึ่มกระเหิมเสียง

๒๑๕. แผ่นพื้นไผทอา-............ริยะชาติจะพ่างเพียง-
แหลกล่มถล่มเคียง..................พละแกล้วและแถวทัพ

๒๑๖. อารมณ์และลิ่มเลือด.......กุธะเดือด ฤ อาจดับ
อาดูรจะพูน-ทับ......................ชิวะลับและร่างล้ม

 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2552 16:09:00 น.
6 comments
Counter : Pageviews.

 

ทวิยามวุธวารสวัสดิ์ค่ะ


มารอเสพสุนทรียรส อย่งใจจดจ่อค่ะ
ภาพประกอบ งามมากค่ะ

เมืองแห่งความสงบร่มเย็น
ราษฎร มีแต่ศานติสุขนะคะ

มาเป็นกองเชียร์อยู่ขอบจอค่ะ



วุธวารสิริสวัสดิ์ มานมนัสรมณีย์นะคะ

 

โดย: sirivinit 18 พฤศจิกายน 2552 22:21:54 น.  

 

สวัสดีค่ะตัวน้อยๆ....

พี่ดีใจที่น้องดีขึ้นมากแล้ว....หวังว่าจะเป็นปกติภาพ
ในวันสองวันนี้นะคะ....

เขียนฉันท์เล็กแบบอินทรวิเชียรนี้คงเดินเรื่องได้เร็วขึ้น
หากตรงไหนพี่ใช้คำที่ทำให้เข้าใจยาก..ได้ความ
ไม่ชัดเจนก็ช่วยท้วงติงด้วยนะคะ....จะยินดีมากค่ะ

ดูแลสุขภาพค่ะ....
พี่เป็นห่วงมากค่ะ






 

โดย: สดายุ... 19 พฤศจิกายน 2552 9:04:09 น.  

 

สายสวัสดิ์ธีววารค่ะ


พี่กายเขียนคำ เห็นความชัดแล้วค่ะ
หากสงสัย ต้องเรียนถามแน่ๆ ค่ะ

ไปได้อย่างรวดเร็วมาก
ด้วยยินดีกับจรสรจนาดั่งนิรมิตนะคะ


ชอบวรรคนี้ค่ะ

๒๐๔. บ่ายคล้อยตะวันเคลื่อน....บทะเหมือนจะเที่ยงวัน
ร้อนแดดจะแผดบรร-...............ลุกุมาระฤาเห็น

คิดถึงแสงแดดอบอุ่นค่ะ


ค่อยๆ ไปอย่างงดงามทั้งคำและความนะคะ
เพราะภาพประกอบอยู่ในมโนนึกเลยค่ะ


สิริสวัสดิ์ธีวาร กมลมานโรจน์ฉานฉายนะคะ

 

โดย: sirivinit 19 พฤศจิกายน 2552 11:15:46 น.  

 

สายสวัสดิ์ศุกรวารค่ะ


มาเสพสุนทรียรสทางธรรมะต่อค่ะ
แม้อ่านเพียงพุทธประวัติเบื้องต้น
ก็อิ่มเอม ปีติไปทั้งใจค่ะ


ชอบสองบทนี้มากค่ะ

๒๐๘. จึงองค์ขนิษฐ์มาตุ...........ทะนุราชกุมารปรน-
เปรอรักประจักษ์ล้น-................หฤทัยะแห่งศรี

๒๐๙. งามห้วงหทัยนุช.............บริสุทธิปราณี
คือมหาปชาบดี.......................โคตมีพิสุทธิ์นาม


ขนิษฐ์มาตุ...เข้าใจใช้คำมากค่ะ คำงามความเพราะ
อ่านด้วยซาบซึ้งและสะท้อนใจ

บุตราคราไร้มารดา...เป็นฉะนี้หนอ
หากไร้ซึ่ง "น้ำใจรัก" จากคนรอบข้าง
จะเติบโตได้อย่างไร..

มิใช่เพราะ เปรอรัก..ปรนมาน..เปรมใจ..ปรุงกาย ดอกหรือ...


อากาศเปลี่ยน ระวังรักษาสุขภาพนะคะ
จะได้มีพลังกรองงานเรียงถ้อยร้อยความ
ถวายเป็นพุทธบูชา

ขอเป็นกำลังใจอยู่ใกล้ๆ ขอบจอเลยค่ะ

หากมาเยี่ยมไม่ได้ ก็ยังระลึกถึงที่นี่เสมอนะคะ


สิริสวัสดิ์ศุกรวาร ปรีดิ์มานเปรมปราโมช นะคะ

 

โดย: sirivinit 20 พฤศจิกายน 2552 11:06:24 น.  

 

ตัวน้อยๆ....
น่ารักจริง...มาอ่านให้กำลังใจแบบนี้...
อย่างนี้รับรองคนเขียนแรงไม่มีตก...555

พี่เพิ่งไปซื้อ.."พุทธประวัติจากพระโอษฐ์" ที่
ท่านพุทธทาส ท่านนำพระวจนะที่พระองค์ทรง
พระดำรัสต่อบุคคลต่างๆในต่างกาลต่างสถานที่
โดยไม่มีอรรถกถาของพระอาจารย์ชั้นหลังเจือปน
เลยแม้แต่น้อย....

เพราะหนังสือที่เป็นบทคัดย่อที่พี่มีอยู่ในมือเดิมนั้น
ค่อนข้างขาดรายละเอียดที่พี่อยากใส่ลงไป

ได้เล่มนี้มา..ทีนี้ก็ไม่ต้องสนใจสิ่งปลอมปนจากบรรดา
เจ้ากูทั้งหลายที่เอาความเชื่อส่วนตนปนเปบรรยาย
กันโดยพิสดารอีก...ตัดทิ้งทั้งหมดได้เลย

การแปลของท่านพุทธทาสเองก็มีความไพเราะยิ่งนัก
พร้อมกับที่ท่านเป็นพระสายปัญญา...จึงยิ่งเหมาะ
นักที่จะนำสิ่งที่ท่านแปลจากบาลีมาเรียงร้อยอยู่ใน
รูปร้อยกรอง....

เป็นไปได้ที่พี่จะย้อนไปแทรกสิ่งที่ขาดหายไปลง
ในบรรพที่๑ ด้วยค่ะ

 

โดย: สดายุ... 22 พฤศจิกายน 2552 23:46:09 น.  

 

ตติยามอาทิตยวารสวัสดิ์ค่ะ


มาเสพสุนทรียธรรมะต่อค่ะ
เพราะพี่กาย รจนาได้งดงามเหลือเกิน
หากไม่เรียนให้ทราบ ก็เกรงว่าจะไม่ทราบค่ะ

การบำเพ็ญบุญนิธีครั้งนี้ยิ่งใหญ่นัก
เป็น "มหาทาน" หากมาน้อมใจรับด้วยกันกับ
ผู้รจนา น่าจะได้อานิสงส์ตามด้วยค่ะ


และนี่ คือความจริงแท้แน่นอน

๒๑๓. มอบหมายถวายรา-........ชะกุมาระตนเป็น-
ข้าหลวงพระผู้เพ็ญ-.................บุญะชาติวาสนา

๒๑๔. เดชานุภาพนั้น..............จะถวัลยะทั่วธา-
ตรีแคว้นและแสนยา................จะกระหึ่มกระเหิมเสียง


จริงแท้ที่ว่า พระพุทธศาสนา อุโฆษแห่งเสียงธัมม์
ก้องกังวาลไปทั้งไตรภพ

มีแต่เสียงแซ่ซ้องสาธุการ.. เป็นเอกศาสนา
ที่ส่งคนให้พ้นจากความทุกข์ ด้วยตนเอง
ผู้ใดปฏิบัติ ผู้นั้นได้

เป็นศาสนาวิทยาศาสตร์ ที่พิสูจน์ได้ถึงความจริงแท้แน่นอน
และใจกว้าง ไม่บังคับขู่เข็น ไม่เบียดเบียนศาสนาอื่น

จึงยินดีอย่างยิ่ง ที่พี่กายได้ส่งเสริมสิริมงคลอันอุดมยิ่งนี้ ให้แผ่ไพศาลออกไป

หากจะนำข้อมูลที่ได้มาใหม่ ไปแทรกบทที่ผ่านมาแล้วให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น
ก็ขออนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วยค่ะ

ขอพระพุทธศาสนา ศาสนาอันเลิศประเสริฐในโลก
จงสถิตย์วัฒนาสถาพร บวรจรัสเรืองตลอดไปนิรันดร์


สิริสวัสดิ์จันทรวาร ปรีดิ์มานกมลเขษม..รจนา ค่ะ

 

โดย: sirivinit 23 พฤศจิกายน 2552 1:38:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]



๐ ผืนทรายและปลายฟ้า....๐



๐ ที่ขอบฟ้าลิบไกล...
จะอยู่ดีอย่างไร..หนอใจนั่น
จะมีไหมปล่อยคำนึง..ส่งถึงกัน
ถวิลด้วยผูกพัน..นะขวัญน้อย

๐ ที่ขอบฟ้าสูงส่ง...
ฤๅจำนงจะอาจคืบเข้าสืบสอย
ลิบไกลดาวเดือน..ดูเลื่อนลอย
เกินจะคล้อยเคลื่อนให้..เอื้อม-ไขว่คว้า

๐ ที่ขอบฟ้าไกลพู้น...
เหลื่อมจำรูญรอบพิไล..รอไขว่หา
กระพริบอยู่แต่งหวัง..ทุกครั้งครา-
ที่อ่อนล้าเร้ารุมเกาะกุมใจ

๐ โปรดอย่าได้ลับเลือน...
หากจงเบือนบ่ายโฉม..เพื่อโลมให้-
ความซาบซึ้งวนว่าย ณ ภายใน-
ห้วงดวงใจแอบออ..ร่ำรอคอย

๐ เมตตากันบ้างไหม...
กับหัวใจเย็นเยียบแสนเงียบหงอย
แต่เมื่อกาลเริดร้าง..ของร่างรอย
ให้ละห้อยคะนึงเงา..ทั้งเช้า..เย็น

๐ ลืมเสียเถิดการเก็บงำ...
แต่นี้คำจักพร้อง..ให้มองเห็น-
อ่อนโยนเนื้อความนัย..ด้วยใจเอ็น-
ดู..รูปผู้งามเพ็ญ..รอ-เห็นใจ

๐ ลืมเสียเถิดความจ่อมเจียม...
เมื่อเต็มเปี่ยมปรารถนา..เกินกว่าให้-
เพชรมงกุฏยอดเรือน..คล้อยเคลื่อนไป
จะยึดยื้อเอาไว้ด้วยใจทะนง

๐ รอเถิดรูปงามทรามสวาท...
รอชายชาติก้าวย่างเคียงร่างหงส์
จับมือจูงก้าวนำด้วยจำนง-
ร่วมเสริมส่งสองใจ..ด้วยนัยเดียว













● ● กลอนกานท์ ●●


๐ เรือจ้างน้อยลอยลำ..พายจ้ำจ้วง
แต่ละช่วงจังหวะ..น้ำชะเชี่ยว
เห็นเธอวาด..พายค้ำ..เรือลำเรียว
อยู่กลางสายชลเปลี่ยว..อย่างเดียวดาย

๐ เช่น..อรุณระยับยวงด้วยช่วงแสง
ทาบหล้าแหล่งให้พิสุทธิ์..เห็นจุดหมาย
เมื่อใจหนึ่งมุ่งอยู่..ไม่รู้วาย
จักจ้วงพายพาคน..ข้ามพ้นน้ำ

๐ ปีแล้ว..และปีเล่า..ที่เจ้าเป็น
ผ่านร้อยเข็ญ..พันโศกแห่งโลกต่ำ
ด้วยจิตที่สำนึก..งามลึกล้ำ
ค่อยค่อยจ้ำเรือน้อย..ล่องลอยไป

๐ ละเที่ยวพาย..ละเที่ยวผ่าน..ฝ่าธารเชี่ยว
ค่อยค่อยเคี่ยวกรำสอน..อาทรให้-
ลูกศิษย์น้อยคล้อยหลัง..สู่ฝั่งไกล
ผ่านน้ำไหล..ชะเชี่ยว..ด้วยเรี่ยวแรง

๐ คือเรือน้อยลอยผ่านสายธารไหล
ด้วยจิตใจครูสาวผู้กร้าวแกร่ง
ที่จะคอยคัดท้าย-วาดพาย..ทะแยง
พาหัวเรือทิ่มแทง..สู้แรงน้ำ

๐ ทอดทิ้งตัวตนอยู่..เพื่อผู้อื่น
ท่ามกระแสลมตื่น..เสียงคลื่นคร่ำ-
ครวญระดมห่มห้อม..อยู่ล้อมลำ-
เรือน้อยราวจะคว่ำ..จมลำเรือ

๐ ภาพเด็กน้อยจำพราก..พ้นฟากฝั่ง
มือเรียววาดพายยัง..อีกฝั่งเพื่อ –
รับส่งอีกทุกรุ่น..ช่วยจุนเจือ-
ภาพงดงามให้หลงเหลือ...ในแผ่นดิน..!




● ● ฉันทกานท์ ● ●

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

๐ ศัพท์แสงแสดงทิฐิวิกฤต
ระบุมิจฉะมากมาย
ลูบคลำพระธรรมะอภิปราย
ระบุหมายเสมือนเห็น

๐ กาลามะสูตระประการ
พระ-ประทานเสมอเป็น
หลัดยึดประพฤติทศะประเด็น
ฤจะเร้นจะเลือนสูญ

๐ เขาว่า..เพาะสาวกะสภาพ
ประลุคาบทวีคูณ
เหนี่ยวรั้งพลังฐิติวิทูร
กละกูณฑะมอดเชื้อ

๐ เกรงว่าจะหายนะพระศาสน์
เพราะประภาษะคลุมเครือ
ลุ่มหลงพะวงภพะอะเคื้อ
อรรถะเพรื่อสิพร่ำเผย

๐ ไพศาลประการอริยะวาท
จะปลาตะล่วงเลย
เกรงเขลาคละเคล้าบทะเฉลย
นยะเปรยจะปลอมปน

๐ ยากเย็นประเด็นอริยะสัจจ์
ภวะวัฏฏะเวียนวน
เสกสรรคะคันถะอนุสน-
ธิวิกลวิการเขียน

๐ กำจายสยายบุพะลิขิต
สุตะนิจะจำเนียร
เก่ากรรมะนำผลเสถียร
บ่จะเปลี่ยนจะปัดหาย

๐ เห็นไกลกระไรนัยนะทิพย์
กระแดะหยิบมุบรรยาย
เกรงว่าจะพาขยะขจาย
มรรคะปลายจะเปล่าเปลือง

๐ เหตุต้นเพาะผลกรรมะกระทบ
ถิระภพะรองเรือง
สัมผัสกระหวัดรสะเมลือง
ทะนุเนื่องเขษมสันต์

๐ การณ์เหตุและเจตนะผจง
อุปสงคะร่วมกัน
ก่อกรรมะนำทุกระทัณ-
ฑะผชันเผชิญชนม์

๐ กรรมเหตุและเดชะจะสลาย
ก็เพราะคลายระดับ..ตน..
รู้วัตรขจัดอดุระผล
ละกมละพ้นหมอง

๐ เพียงคุมผชุมจิตะสมา-
ธิสภาวะตามตรอง
ใคร่ครวญชนวนมุหะละออง
เฉพาะต้องจะตัดเตียน

๐ ติดหล่มเพราะสมมุติพิการ
วิญญาณะจำเนียร
สิ้นร่างบ่ร้างภวะเสถียร
จะผละเปลี่ยนและเวียนไป

๐ ดวงเดียวจะเหนี่ยวอมระภาค
กระแหนะพากย์เพราะอำไพ
ลอยลิบกระพริบบทะไสว
ภพะใหม่ตะบึงมอง

๐ แห่ตามเพราะพราหมณะประสิทธิ์
นิรมิตะรับรอง
อวลอรรถเพาะปรัชญะสนอง
ผิวะต้องก็เป็นตาย

๐ กาลล่วงก็ห่วงธรรมะพิสุทธิ์
ทิฐิพุทธจะเปล่าดาย
แผกผันเพาะคันถะอภิปราย
อธิบายะเบี่ยงเบน

๐ หลงมุขะยุคอุปนิษัท
พิเคราะห์อรรถะโอนเอน
หลงรสประพจน์อุตริเถร
ดละเวระแฝงไว้

๐ แยบคายอุบายมุสะประโยค
ระบุโลกะครรไล
พรางปมเพาะสมมุติพิสัย
ระบุให้พิกลเห็น

๐ แปลกตอนสะท้อนรหัสะวา-
กยะพาหะแผกเพ็ญ
ข้ามภพบ่จบประทุษะเข็ญ
ตละ"เป็น"เพราะกรรมปรุง

๐ เหตุนำเพราะคัมภิระกถา
อรรถะราชะอำรุง
ภาษปวงพระร่วงลิขิตะฟุ้ง
กละรุ้งจรัสเหลือ

๐ ต้นเงื่อนเสมือน….วิสุทธิ์มรรค
เพราะประจักษะจุนเจือ
คลี่คลายสยายภพะอะเคื้อ
ตละเหยื่อก็พร้อมยิน

๐ เหตุร้อนณก่อนมรณะกาล
ฤจะผ่านทลายภินท์
ย้อนสางมล้างภวะอจิน-
ตยะสิ้นจะได้หรือ

๐ เมื่อเหตุเภทดละประภพ
ฤจะกลบซะด้วยมือ
รูปนามฤข้ามภพะกระพือ
ประลุรื้ออดีตกรรม

๐ การณ์ใดกระไรดละเพราะเหตุ
บริเฉทะเนื่องนำ
ส่งผลทุรนอดุระล้ำ
ฤจะห้ำปหัตหาย

๐ ความดับระงับฤจะประสพ
ผิวะภพะวอดวาย
หนทางจะล้างทุระสลาย
ฤจะหมายจะมองไหน

๐ เหตุ-ผล ณ บนระยะระหว่าง
ภพะต่างจะอย่างไร
หรือเพียงเผดียงทิฐิพิสัย
ระบุไว้เพราะสับสน

๐ มืดมัวสลัวรัฐะไผท
มติไหนก็จำนน
แซ่ศัพท์สดับจิตะฉงน
เสนาะพ้นวิหคไพร...

 
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.