Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

O บุหรงรำแพน .. O









เพลง .. ลาวม่านแก้ว
ขิม



O คล้ายว่าแดดทอดสู่ .. ไม่สู้ร้อน
เมื่อเนตรคล้ายชายค้อน .. เหลือบย้อนหา
นิ่ง, เงียบงัน - แฝงเร้นความเย็นชา
หากเหมือนว่าลอบเร้น .. บีบเค้นใจ
O ค่อยค่อยเยื้อง .. ค่อยค่อยย่าง .. อยู่กลางแถว
เนตรผ่องแผ้วลอบชาย .. ก็คล้ายไหว-
ตามการเพ่งพิศโลม .. รูปโฉมใคร
งามแจ่มใส .. ยิ่งนักรูปพักตร์นั้น
O นุ่งห่มดำ .. ทองลออ-รอบคอระหง
จำหลักวงรอบแขน-ห้อมแหนขวัญ-
ด้วยตุ้มหูแต่งประดับ .. แบบรับกัน
แล้วค่อยผันพักตร์พริ้มมาพิมพ์ใจ
O อ่อนหวานถึงปานนั้น .. เจ้าขวัญน้อย
เมื่อชม้อยเนตรพลัน-ที่สั่นไหว-
ย่อมเป็นอกวาบหวามด้วยความนัย
อกของใครคนหนึ่ง .. ที่อึงอล
O ใต้ท่วงทีงำเงียบ .. พักตร์เรียบเฉย
คล้ายเอื้อนเอ่ยต่อกัน .. นับพันหน
ความรู้สึกในอก .. พลอยวก-วน
สุดฝ่าพ้นรูปลักษณ์ .. ที่ดักทาง
O หรือ .. ผ่านล่วงลงมาจากฟ้าสูง
จึงเหมือนยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนงดงามอยู่ท่ามกลาง-
เงียบงันอ้างว้างในห้วงใจชาย
O สะท้อนความอาลัย .. ที่ในทรวง
พร้อมร่างรุ้งแสงสรวง .. แผ่ช่วง-ฉาย
สะท้อนเพียงวูบวับ .. ก่อนลับ-วาย
คือเนตรผายปริศนา .. ให้คา-คง
O อ่อนไหวถึงปานนั้น .. ดวงขวัญเอ๋ย
หวั่นลับเลยรูปยูง อันสูงส่ง
หลัง-พระลบบำราศ .. ค่อยหยาดลง
หยาดรูปรอย .. ลุ่มหลงสู่ดวงใจ
O มีความหมายปรากฏ .. ในบทบาท-
เรื้องลีลาศแววระยับ .. ออกขับไข
แปรอบอุ่นลามล่วงเป็นห่วงใย
ก็โดยนัยน์อาวรณ์ .. เจ้าอ่อนน้อย
O ลมแผ่วโผยอ่อนพลิ้ว .. โลมริ้วแก้ว
อ่อนเอนตามเจ้าแล้ว .. จากแผ่วค่อย-
จนรอบความทดท้อเคยรอคอย
คล้ายอ่อนเอนเงียบหงอย .. ด้วยน้อยใจ
O สะท้อนรูปฝ่าแดด .. ผ่านแวดล้อม
พักตร์ละม่อมแววตา .. คล้าย-ปราศรัย
สะท้อนผ่านท่วงทีอันมีนัย
ผูกคล้องไว้ยึดมั่น .. เป็นพันธนา
O เช้าชื่นนั้นน้ำค้าง .. เคยวางหยาด
จนโอภาสเรื้องลออทอดทอหา
บริสุทธิ์และสะอาด .. บำราศลา-
เพื่อแฝงฝังคุณค่าให้อาวรณ์
O เรื่อรุ้งของดวงโคม .. เมื่อโลมหล้า
ก็งามเต็มคุณค่าเกินกว่า-ซ่อน
จึงโชติช่วงดวงอุทัย .. เหมือนไฟฟอน
ลงแทรกซ้อนทับทรวงด้วยห่วงใย
O รอคอยมานับนาน .. แต่ผ่านพลบ
จึงบรรจบบริบท .. งาม, สดใส
ดูเอาเถิดตระการตา .. ยิ่งกว่าใด
ประชุมรูป-นามให้ .. หัวใจยอม
O แต่รับทราบ-งามล้ำแห่งลำแสง
อุ่นก็แฝงกำลังเข้าหลั่งหลอม
ที่ว่าหวานมธุรส .. ยาก-อดออม
เหมือนรายล้อมมธุรส .. เกินอดใจ
O ล่องลอยผ่านฟ้าคราม .. สู่งามรูป
ลมแผ่วผ่านโลมลูบ .. จิตวูบไหว
สบชม้อยชม้ายมา .. ครั้งคราใด
ก็อาวรณ์อาลัยเฝ้าไขว่คว้า
O คล้ายว่าร้อนสรวงบนจะพ้นผ่าน
เมื่อเนตรคราญเหมือนคอย-ชม้อยหา
นิ่ง, เงียบงัน - แฝงเร้นความเย็นชา
หากแววตามุ่งหมาย .. นั้นฉายทอ
O หรือว่าเหล่าทิพแถนทั้งแดนสรวง
จะรับรู้ความปวง .. เคยบวงขอ
จึงเมตตาอำนวย .. จนช่วยยอ-
รูปลออหยั่งร่างลงกลางใจ
O หรือว่า .. ปวงทิพแถนทั้งแดนฟ้า
รับพรรณนาสื่อผ่าน .. สุดต้านไหว
มาร่วมพร้องคุณค่าความอาลัย
ร่วมจารบทพิสมัย .. พิมพ์ใจคน
O รูปพักตร์เอยเผยแล้ว .. หากแล้วล่วง-
ถ้อยคำที่บำบวงฝากห้วงหน
จะผูกล่ามเจตจินต์ .. ให้ดิ้นรน
เกินกว่าใจจะหลุดพ้นแล้ว .. คนดี
O ต่อแต่นี้คือวาระ .. เฝ้าละห้อย
ของดวงใจดวงน้อยเฝ้าคอยพี่
ขอ .. อาวรณ์อาลัย .. เงื่อนไมตรี
อย่าได้ลี้เลือนกัน .. ตราบวันวาย !




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2557
1 comments
Last Update : 20 ตุลาคม 2557 6:44:07 น.
Counter : 103 Pageviews.

 

สดายุ..

"O อ่อนหวานถึงปานนั้น .. เจ้าขวัญน้อย
เมื่อชม้อยเนตรพลัน-ที่สั่นไหว-
ย่อมเป็นอกวาบหวามด้วยความนัย
อกของใครคนหนึ่ง .. ที่อึงอล
O ใต้ท่วงทีงำเงียบ .. พักตร์เรียบเฉย
คล้ายเอื้อนเอ่ยต่อกัน .. นับพันหน
ความรู้สึกในอก .. พลอยวก-วน
สุดฝ่าพ้นรูปลักษณ์ .. ที่ดักทาง"

"หวานเย็น" อย่างนี้ มินตรา ตกรอบแล้วนะ ทราบไหม...
ประเภท ซิมเปียะกุน โฉมสะคราญจาก"จับอิดนึ้ง"
ไม่มีรึ... จะได้เข้ารอบกับเค้าบ้าง...555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 20 ตุลาคม 2557 15:30:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#10


 
สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 97 คน [?]










O สิ้นวาสนา .. O





O และแล้วก็มองเห็นความเป็นจริง
ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง..เพียงร่างฝัน
ปรากฎขึ้นเป็นโจทก์..ชี้โทษทัณฑ์
เพื่อสุมใส่โศกศัลย์..เข้าพันธนา

O ถวิลถึงก็วิตกสะทกสะท้อน
ฑิฆัมพร..เฝ้าแต่เหลียวแลหา
ลอยเด่นกลางสรวงนั่น..คือจันทรา
จนเกินมือเอื้อมหา..เพื่อคว้าดึง !

O เคว้งคว้างอยู่กลางคลื่นที่ตื่น..คลั่ง
คลื่นเทวษที่ลึกดั่ง..เกินหยั่งถึง
รอวิญญาณไร้สิทธิ์..ลงติดตรึง-
อยู่ก้นบึ้งโศกศัลย์..ในบั้นปลาย

O อีกครั้ง..และอีกครา-ความอาวรณ์-
ต้องขาดตอนขาดช่วงจนล่วงหาย
อีกครั้งที่อาลัยจากใจชาย-
ต้องวอดวายล่มคา .. รูปปรารมภ์

O อีกครั้งที่ใจชาย..จะคล้ายว่า-
ต้องโทษทัณฑ์ทรมาจนสาสม
เมื่องามหนึ่งรูปละม่อมเคยจ่อมจม
ต้องมาล่มลับหายกับสายกาล

O รูปเอยรูปงามเยาว์..ดั่งเงาล้อม
จากเผยรูปเห่กล่อมด้วยหอมหวาน
ดลจริตส่งรับอยู่นับนาน
กลับต้องลาญลบสิ้น..จากถิ่นทรวง

O เสียเจ้า-เยาวรูป..ราวสูบสั่ง-
จากเทพทวงเปล่งปลั่ง-คืนฝั่งสรวง
มอบเปล่าเปลี่ยวสุมสั่ง..ใจทั้งดวง
เป็นภาพลวงรองรับ..การลับ..ลา

O จะมีหรือกาลหวนให้จวน-จบ
แต่นี้ตราบผืนภพ..ดินกลบหน้า
คงรอคอยเงียบเหงาให้เข้ามา-
ฉุดลากอาดูรถวิล..ให้สิ้นลง

O นี่หรือ-ปวดร้าว, เจ็บ..อันเหน็บหนาว
ในทุกก้าวย่างรุดเหมือนสุดบ่ง
นี่หรือ..ความขมขื่นที่ยืนยง
คล้ายสืบส่งสมสั่ง..จนคั่งคา

O จะเจ็บจำฝังไว้..เพื่อได้เห็น-
ใจที่เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อปลดปล่อยโทษทัณฑ์ให้บรรดา-
ชายอื่นรอเยี่ยมหน้าด้วยสาใจ

O เทพผู้กอปรฤทธีทั้งสี่โลก
พึงอวยโศกครอบอก-จนหมกไหม้
เอื้อดวงจิตหลอมเหลวด้วยเปลวไฟ
เผาผลาญให้มอดสิ้นทั้งจินตนา

O จะเกิดดับกี่วัฏฏะวงรอบ
ขอนบนอบด้วยเล่ห์เสน่หา
ยอมให้เหยียบย่ำเล่นเหมือนเป็นมา
ในทุกกาละภพที่พบกัน

O อย่าได้คลายอาวรณ์ที่เคยมี
ในทุกที่ทางเที่ยวจะเหลียว-หัน
จะรอคอยย่ำเหยียบ..อย่างเงียบงัน
รอเท้าเรียวเจ้านั้น..เหยียบ-หยันเทอญ











free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.