Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 

O ดวงตาคู่นั้น .. O











O เมื่อคลื่นฝน .. หยดน้ำอันฉ่ำเย็น-
ค่อยหล่นเส้นล้อมห่มสายลมร่ำ
จึงผืนฟ้ารอบด้านเคลื่อนม่านดำ-
แห่งคืนค่ำให้สยาย .. คลี่คลายตัว
O เพียงจะให้หม่นหมอง .. ที่มองว่า-
เหมือนรูปรอยเหว่ว้า .. ยามฟ้าหลัว
บังดวงวันเรื่อรอง .. ให้หมองมัว
เข้าเกลือกกลั้วแอบค่ำอย่างจำนน
O ผืนฟ้าหมอง .. ใจคนก็หม่นเหลือ
จะร้างเรื่อรองรพี .. สักกี่หน ?
ผ่านไปแล้วรอบระยับ .. ที่อับจน
จะวกวนเวียนมา .. กี่คราครั้ง ?
O ฝุ่นน้ำโหมหวนระลอก .. ราวบอกว่า-
เสน่หาในคน .. เหมือนฝนหลั่ง
จะเหิมโหมระลอกชู้ .. ไม่รู้ฟัง
เกินหยุดยั้งหยัดต้าน .. เมื่อผ่านมา
O ริ้วลมหนาว .. โผผ่าน .. ฝ่าม่านฝน
ฝุ่นน้ำวนไหวช่วง .. เมื่อห่วงว่า-
รูปน้อยเอย .. เนตรใครที่ไกลตา
จะเหว่ว้าละห้อยเห็น .. อยู่เช่นไร ?
O หรือ-คำนึงถึงอยู่ .. ไม่รู้แล้ว
ทุกสายลมโผยแผ่ว .. เสียงแว่วไหว-
กลางทรวงนั้น .. ส่งคิดสู่จิตใคร
คอยสุมใส่แรงถวิล .. แนบจินตนา ?
O ตักตวงความอบอุ่นไว้อุ่นเนื้อ
ต่อต้านเชื้อหนาวเย็นที่เร้นหา
รู้หรือไม่ .. ผ่องแผ้วในแววตา-
นั้น .. เกินฝ่าฝืนพ้น .. แล้วคนดี
O ควรนักแล้ว .. รสสุมาลย์อันหวานหอม
จักคอยล้อมรอบถิ่น .. อวดกลิ่นสี
แววอาวรณ์อาลัย .. เงื่อนไมตรี-
ย่อมควรที่-อารมณ์จักสมยอม
O นั่น .. คลื่นฝน .. หยดน้ำอันฉ่ำเย็น-
ไหว-ตอบเต้นพลิ้วผ่าน, ความหวานหอม-
ก็โชยผ่านลมร่ำ .. ให้ด่ำดอม
เข้าแวดล้อม .. อาลัยแห่งใจคน
O มอบมาเถิดอ่อนหวาน .. ที่หวานกว่า-
กลีบลดาอ่อนละมุนกลางฝุ่นฝน
เพื่อแตะตื่นแรงถวิล .. ให้ดิ้นรน-
แข่งเสียงก้องกาหลที่บนฟ้า !
O กลางเส้นไฟโชนคุ .. ขึ้นลุแล่น
พร้อมเม็ดฝนพรากแถนทั้งแสนห่า
เหมือนแววออดอ้อนช่วงที่ดวงตา-
เผยบอกความเสน่หา .. รับอาลัย
O คืน .. ภาพความสัมพันธ์ในวันผ่าน
ที่อ่อนหวาน อาวรณ์ .. แสนอ่อนไหว-
เหมือนมาร่วมก่อเกื้อสานเยื่อใย
เผยความนัยให้สดับ .. ร่วมรับรอง
O โยงยาวสายเยื่อใย .. ความใฝ่ฝัน
ผูกยึดพันอาลัยแห่งใจสอง
เริ่มบทเพลงครวญคร่ำ .. ท่วงทำนอง-
อาวรณ์พร้องพร่ำอยู่ .. ไม่รู้คืน
O ผ่านความหมาย .. ปรนปรุงบำรุงจิต
จนไร้ศักดิ์และสิทธิ์จะคิดขืน
ในเที่ยวทางที่อุบัติให้หยัดยืน
ค่อยแตะตื่นอารมณ์ให้สมยอม
O เป็นความรู้สึกหนึ่ง .. ที่ซึ้งซ่าน
โดยรูปศัพท์กรองกานท์ .. อันหวานหอม
แทรกความนัยลึกล้ำ .. ให้ด่ำดอม
เพื่อใจหนึ่งพรั่งพร้อม .. จะยอมใจ
O คืออ่อนหวานเอ็นดู .. ที่รู้สึก
จากส่วนลึกอารมณ์ .. เกินข่มไหว-
กับถวิลแหนหวง .. ความห่วงใย
แด่ผู้อยู่แสนไกล .. ที่ใกล้ชิด
O ใกล้ด้วยแรงผูกพัน .. ความมั่นหมาย
และเพียงกายไกลล่วง .. ใช่ดวงจิต
ที่ทุกคาบหวานซึ้ง .. คำนึงคิด
ก็ตรึงติดใจมั่น .. แต่ขวัญน้อย
O รูปเอย .. รูปพิไลผู้ไกลตา
ปรารถนาเสียงแว่ว .. เพียงแผ่ว-ค่อย
แฝงอารมณ์พะเน้าพะนอ .. เฝ้ารอคอย-
ห่วงละห้อยถวิลเห็นไม่เว้นวัน
O รูปเอย .. รูปสุรางค์ที่กลางใจ
สดับเถิด .. เสียงใด-แว่ว-ไหวสั่น
ก่อสำเนียงครวญคร่ำ .. ฝากรำพัน-
ความอ่อนหวานผ่านจันทร์ .. กล่อมขวัญน้อย
O เพื่อรอรับออดอ้อน .. คำอ่อนหวาน
ให้พลิ้วผ่านเย็นเยียบ .. กลางเงียบหงอย
หวัง-ท่ามกลางมืดหม่น .. เม็ดฝนปรอย-
หวานคงพร้อยพร่างแล้ว .. ทั่วแววตา
O ไร้วงจันทร์ลอยดวง .. กลางช่วงยาม-
ไฟวาบวามห้อมเห่ .. ห้วงเวหา
ถวิลเห็นแรงหวง .. จักช่วงคา-
สองแววตา – วาบรุม .. ไว้สุมทรวง
O คือ .. ภาพความสัมพันธ์ในวันพรุ่ง
งามเยี่ยงรุ้ง .. อำพนที่บนสรวง
หวัง .. แววออดอ้อนไหวที่ในดวง-
ตาคู่หวงแหนนั้น .. คอย-บัญชา
O คอยขอบฟ้าไกลลิบ .. กระพริบให้-
ผู้มีใจเฝ้าคอยละห้อยหา
ผ่านค่ำดึกคืนฝน .. ด้วยมนตรา-
เสน่หาแห่งชู้ .. มอบสู่กัน !

O จากภพชาติเบื้องไกล .. ที่ไหนหนอ
จึงร่ำรออาลัย .. เฝ้าใฝ่ฝัน
หรือบุญบาปร่วมสร้างแต่ปางบรรพ์
เมื่อพบ-พลันแรงสวาดิ ..ก็พาดคา
O สุดรอคอย .. จึงเห็นว่าเป็นเจ้า
กี่ภพกาลผ่านเล่า ..ที่เฝ้าหา
เหมือนพิมพ์ภาคฝากมั่นลงสัญญา
สบเพียงคราครั้งหนึ่ง .. ก็-ถึงรู้ .. !




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2559
25 comments
Last Update : 29 ธันวาคม 2559 20:11:03 น.
Counter : 726 Pageviews.

 

O คืออ่อนหวานเอ็นดู .. ที่รู้สึก
จากส่วนลึกอารมณ์ .. เกินข่มไหว-
กับถวิลแหนหวง .. ความห่วงใย
แด่ผู้อยู่แสนไกล .. ที่ใกล้ชิด

 

โดย: สดายุ... 6 มกราคม 2560 20:23:52 น.  

 

O รูปเอย .. รูปพิไลผู้ไกลตา
ปรารถนาเสียงแว่ว .. เพียงแผ่ว-ค่อย
แฝงอารมณ์พะเน้าพะนอ .. เฝ้ารอคอย-
ห่วงละห้อยถวิลเห็นไม่เว้นวัน

"น้องเล็ก"......

O รูปเอย .. รูปสุรางค์ที่กลางใจ
สดับเถิด .. เสียงใด-แว่ว-ไหวสั่น
ก่อสำเนียงครวญคร่ำ .. ฝากรำพัน-
ความอ่อนหวานผ่านจันทร์ .. กล่อมขวัญน้อย

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 9 มกราคม 2560 12:06:36 น.  

 



มินตรา ..
ทำไมชอบพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 ขอรับ ?

ตอนนี้ที่เยอรมันเป็นไงบ้างครับ ..
ผมหมายถึงอากาศ บรรยากาศ และโอกาส ?
คงหนาวมาก ที่ที่มินตราอยู่เป็นทางเหนือของเยอรมันใช่ไหมครับ ..

ไม่เห็นค่อยเล่าให้ฟังเลย

 

โดย: สดายุ... 9 มกราคม 2560 18:45:39 น.  

 

สดายุ...
ตายจริง ขอโทษค่ะ
เห็นประกาศอย่างเป็นทางการหน้าเวป
ก็เลย ทราบไงคะว่า เขียนกลอนให้ใคร
ขอโทษ "บุคคลที่สาม" ด้วยค่ะ

เยอรมัน กำลังมีหิมะลงบางบาง
แค่ -2 องศา C เท่านั้นเอง
อยู่ห่างจากแบร์ลีนแค่ 130 Km. เองค่ะ

Magdeburg เป็นเมืองที่ผลิตอุตสาหกรรมอาวุธสงครามที่อเมริกาตีได้เมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง
แล้วนำไปแลกกับครึ่งหนึ่งของแบร์ลีนที่รัสเซียตีได้
แบร์ลีนเลยมี แบร์ลีนตะวันออก และ แบร์ลีนตะวันตก

แล้วมักเดอบวร์กก็เลยกลายเป็นตะวันออกไป
ทั้งทั้งที่อยู่ใจกลางเยอรมัน ใต้แบร์ลีนลงมา

ตอนนี้เยอรมันกำลังหอมหวลด้วย
เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0
มินตราเลยมีงานยุ่งตลอดตั้งแต่ปลายปีมาจนบัดนี้

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 9 มกราคม 2560 19:35:11 น.  

 



มินตรา ..
กลอนผมเอามา re-run นะครับ เขียนไปตามจินตนาการตัวเองมากกว่า ...

ผมอยากไปเที่ยวนะ .. ที่จริงอยากไปอยู่เลย 55

คือมานั่งดูสังคมรอบตัวแล้วเห็นว่าโดยลักษณะพฤติกรรมแวดล้อม อุปนิสัยใจคอ การใช้ความใคร่ครวญต่อเรื่องราวแล้ว ..

คาดว่า ชาติหน้า ก็ยังพัฒนาในแบบเกาหลีใต้ไม่ได้ ..

ยิ่งได้รับรู้ถึงการจัดการอะไรต่างๆทุกๆวัน .. หลังจากชาติหน้าอีกชาตินึงก็คิดว่ายังไม่ได้ครับ ..

ซื้อของในห้างบ้านนอก ยังต้องคอยตะโกนบอกให้ ป้าๆ ลุงๆ ต่อแถวก่อนหลังอยู่เลย ..

เยอรมันเป็นชาติเดียวนะครับที่ fully industrialize หรือคำอะไรที่ใกล้เคียงแบบนี้ .. คือมาตรฐานอุตสาหกรรมถือว่าอันดับ 1 ของโลกได้เลย ..

อิจฉา มินตรา จริงจัง

 

โดย: สดายุ... 9 มกราคม 2560 19:45:05 น.  

 

สดายุ..

เยอรมัน และสวีเดน เป็นประเทศพี่ประเทศน้องกัน
และเป็นประเทศที่คนต้องการลี้ภัยมาก
จึงเข้ายากหากไม่มีผู้ใดรับรอง
ขณะนี้แม้นสตรีที่แต่งงานกับชาวเยอรมัน
รัฐเยอรมันยังวางมาตรฐานว่า
ให้เรียนภาษาเยอรมัน อย่างน้อย สอง คอส ก่อน
จึงให้ขอวีซ่าได้

มินตราได้ล๊อกตัวเองไว้รับรองใครคนหนึ่ง
จึงไม่ต้องการใช้สิทธิรับรองใครอื่นอีก

อย่าอิจฉามินตราเลย ภาระหน้าที่มีจนเกินตัว
ชะตาชีวิตคงกำหนดไว้
ให้มารับผิดชอบแผ่นดินถึงขนาดนี้

โชคดีที่ยังมีความรู้ ความสามารถมากพอที่
คนเยอรมันยอมรับ ก็เลยทำอะไรได้หลายอย่าง
แถมยังมีคนเยอรมันเวทนาสงสารที่ไม่เก่ง
ท่านก็เลยช่วยในหลายเรื่องที่เบามือลงไป

ลองติดต่อท่านผู้นี้ที่มินตรารับรองซิ
มาในทีมท่าน
น่าจะขอมาอยู่เยอรมันได้

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 9 มกราคม 2560 20:18:44 น.  

 



มินตรา ..

สภาพที่น่าอยู่ คือ มีงานทำ มีครอบครัวเป็นคนสัญชาติประเทศนั้นๆ (เยอรมัน หรือ สวีเดน) และอยู่พร้อมหน้า คืออยู่แบบพลเมืองที่มีหน้าที่และสิทธิตามกฎหมายนะครับ

การอยู่แบบผู้ลี้ภัยทางการเมืองแบบ สศจ. อยู่ฝรั่งเศสผมเองก็คิดว่าไม่น่าอยู่เท่าไร .. น่าจะเงียบเหงามาก เพราะการเคลื่อนไหวถูกจำกัด

ผมหมายถึงการมีโอกาสไปร่ำเรียน จบแล้วทำงานที่นั่น สร้างครอบครัวที่นั่นจนได้สัญชาติของประเทศนั้น .. แบบนี้มากกว่าในความหมายของผม

แต่เห็นด้วยที่ คนเยอรมันเริ่มต่อต้านการอพยพเข้าไปอยู่ของคนต่างชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศมุสลิม (ที่มีลักษณะแปลกแยกสูงต่อสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง) .. มันทำให้สังคมเขาเสื่อมทรามลงนะในความเห็นผม

 

โดย: สดายุ... 10 มกราคม 2560 11:31:11 น.  

 



อีกอย่าง ..

ผมไม่ได้เรียนมาสายปรัชญา การเมือง
แต่เรียนมาสายวิศวกรรม และด้วยหลักสูตรเยอรมันจึงค่อนข้างมีค่านิยมกับความเป็นเยอรมันด้านดีแทบทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่อง ฟุตบอล

เคยมีโอากาสไปช่วงสั้นๆแค่เดือนเดียว หน้าร้อน
เห็นถึงความเจริญ และมีระเบียบวินัยของผู้คน ในยุคสมัยที่ เฮลด์มุช ชมิดช์ เป็นนายกรัฐมนตรี (นานหนักหนา)

รับรู้ว่า ตุรกี เข้าไปอยู่มากตั้งแต่ยุคนั้น

แม้แต่ WW2 ผมก็เชียร์ รอมเมล ในสงครามทะเลทราย ยังคิดว่าหากไม่โดนรุม - เดี่ยวกัน ตัวต่อตัว อังกฤษ รัสเซีย นี่คงสู้ยาก แบบเดียวกับฝรั่งเศสนั่นแหละ

 

โดย: สดายุ... 10 มกราคม 2560 13:41:14 น.  

 

สดายุ...

ใช่ค่ะ มีความแตกต่างอย่างสูงระหว่าง"ผู้อพยพ "กับ
"ผู้มาร่วมเครือนาวี"ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่าง"คนนอก" กับ "คนใน(สายเลือด)"

ในสังคมอารยะ จะเหมือนกันทั้งโลก
มินตราไม่เห็นความแตกต่างใดใดเลยระหว่าง ไทย กับเยอรมัน
มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ที่แยก"ความละเมียดละมัย "ออกจาก"ความ หยาบกระด้าง"เช่นกัน

วิศวะ ในเยอรมัน ก็แยกเป็น"สายอาชีพ" และ "สายวิชาการ" เช่นกัน
อยู่กันได้บนความแตกต่างโดยที่ไม่สัมผัสกันเลย ต่างคนต่างทำหน้าที่ ไม่ล้ำเขตของกันและกัน

มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลัก ในไทย สายวิศวะ มาทำด๊อกเตอร์ที่นี่หลายคน เวลาเรียน ก็เห็นคบกันเอง
นักศึกษาเยอรมัน ทำงานด้วยแต่ไม่ใกล้ชิดสนิทเนื้อ

คนใน สังคมเดียวกัน ความคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้เคียงกันเท่านั้น จึงจะ "เป็นเนื้อเดียวกัน" ได้
มิใช่"สืบสายเลือด "
แต่ความต่างอยู่ตรง "กิริยามารยาทและความคิด ภาษา"

คนเยอรมัน "มอง" แล้วดู"ท่าทางเรา" จึงมาสนทนาด้วย จากการสนทนา เรียนรู้"การใช้ภาษาของเรา "
เค้าก็รู้ที่มาที่ไปของเรา ฐานทางสังคมเรา
ไทยก็มี "สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล"

ส่วนใหญ่ คนไทยที่มาแต่งงานก็ได้คู่ที่มี"ฐาน"ใกล้เคียงกัน
มีหมอไทยผู้ชายมาเรียนหมอต่อที่เยอรมัน แต่งงานกับสตรีเยอรมัน(ที่รู้จักทั้งสามท่าน เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่มั่นคงพอสมควร)
จึงตั้งคลินิค ส่วนตัวทำอาชีพหมอได้ ส่วนใหญ่ก็จะ พอเลี้ยงตัว สังคมก็อยู่ในระดับชนชั้นกลาง ทั่วไป ที่มีการศึกษา หมอไทยก็ยังมิใช่หมอเยอรมันอยู่ดี

ไม่มีใคร ที่จะขยับฐานะตนเองให้สูงกว่าฐานที่มาจากไทย
สังคมชั้นสูงของเยอรมันก็ยังคงเป็น นายทุนผู้เป็นจ้าวมาก่อน ดูจากเจ้าของผู้ผลิตไวน์ แชมเปญ หรือสินค้าคุณภาพสูงทั้งยุโรป
จะเห็นชัดว่านายทุนขุนนาง ก็ยังอยู่เหมือนเดิมเพราะมีความรู้ ความสามารถ เป็นทุน
ดีขึ้นหน่อยที่ ชนชั้นกรรมกรชาวนา มีโอกาสขยับเป็นชนชั้นกลางได้ด้วยการศึกษา เหมือนในไทย

แล้วสดายุมีสาวไหนที่เตรียมจะมา"ร่วมเครือนาวี" แล้วยัง หรือ "มาตายเอาดาบหน้า " 555

หากใฝ่รู้ จะสนุกที่อยู่เยอรมัน และยุโรป







 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 10 มกราคม 2560 14:33:42 น.  

 



มินตรา .

โดยเนื้อตัวผม ชอบฝรั่ง .. ทั้งรูปลักษณ์และความคิด
รวมทั้งแฟชั่นความงาม หากผมดู Fashion TV นี่จะฝรั่งล้วน ไม่มีเอเชียนะครับ ..

เสียนิดเดียวสาวเยอรมัน สวีเดน ตัวใหญ่ไปหน่อย - 55
ไม่เหมือนสาวปารีเซียง ที่ดูจะอ้อนแอ้นกว่าอยู่บ้าง ...

วัฒนธรรมการอ่าน .. ความสงบเงียบในห้องสมุด หรือ สถานที่อย่างโบสถ์ มันต่างจากเมืองไทยอยู่บ้างที่มักจะ เจี๊ยวจ๊าวไม่เลือกที่เลือกทาง ..

วันอาทิตย์ที่ปิดเงียบไปทั้งตำบล ขณะที่วันเสาร์เองร้านค้าก็เปิดกันแค่บ่ายต้นๆ เป็นสิ่งที่ต้องวางแผนล่วงหน้าที่จะซื้อหาข้าวของ ... เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมพอรู้ ..

ผมทอง ตาสีฟ้า ผิวขาวอมชมพู สูง 6 ฟุตขึ้น - เอาแค่มองแล้วกัน 555

 

โดย: สดายุ... 10 มกราคม 2560 14:42:39 น.  

 

สดายุ..

มีสาวสาวยุโรป ที่ไปทำงานตามสถาบันต่างชาติในไทย
ส่วนใหญ่จะชมชอบสังคมไทย

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 10 มกราคม 2560 15:20:56 น.  

 


มินตรา ..
ผมคิดว่าเขาสัมผัสแค่ผิวเผินนะครับ
แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่คนบางส่วนที่อยู่ในสังคมที่กฎระเบียบเคร่งครัดมาตลอดชีวิตจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อมาเจอสังคมแบบไทยๆ .. ที่ทำอะไรได้ตามสบาย

จึงมีฝรั่งแก่จำนวนมากยินดีมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณกับ
แม่บ้านไทย จากค่าครองชีพถูก และชีวิตไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาก - ติดกับที่ผมอยู่ก็มีคนหนึ่ง

เงิน บำนาญของฝรั่ง มาใช้เมืองไทย อยู่ได้สบายครับ

 

โดย: สดายุ... 10 มกราคม 2560 15:36:07 น.  

 

สดายุ..

ดร.ปิยะบุตรท่านเจอคู่ที่ "เสมอบ่าเสมอไหล่" แล้ว
แบบที่สดายุ ปรารถนา ใช่ไหม
https://www.youtube.com/watch?v=BjwjS-lDFHw&feature=youtu.be
น่าชื่นชม

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 14 มกราคม 2560 3:52:14 น.  

 



มินตรา ..

ใช่ครับ .. อย่างนั้นเลย
เข้าใจว่าเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ด้วยกัน ..
ไปพ้นจาก"ความเป็นไทย" .. ทำให้เรื่องน้อยลงมากในการตัดสินใจครองคู่กัน

อ.ปิยะบุตร โชคดีครับ ..

 

โดย: สดายุ... 14 มกราคม 2560 7:04:00 น.  

 



มินตรา ..

มีตัวกินแมงที่ไหนไม่รู้บอกว่าภาษาไทยอาจเป็นภาษากลางของโลกได้ .. 5555


 

โดย: สดายุ... 15 มกราคม 2560 19:37:59 น.  

 

สดายุ ..

ท่านเล่นคืนความสุข ได้ทุกวัน
มีเรื่องให้ขำขันกันอยู่เรื่อย นะ


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 16 มกราคม 2560 3:39:08 น.  

 



มินตรา ..
อังกฤษ - ความแพร่หลายในพื้นที่ ยุโรปเหนือ อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย เอเชีย

สเปน - อเมริกากลาง-ใต้

โปรตุเกส - บราซิล

จีน - พลเมืองเยอะ
อินเดีย - พลเมืองเยอะ

ผมแปลกใจที่เอาภาษา ฝรั่งเศส กับ รัสเซีย
รัสเซียคนร้อยกว่าล้าน พอๆกับ ญี่ปุ่น
ฝรั่งเศส กับควีเบค ของแคนาดา รวมกันไม่ถึงร้อยล้านนะ ต่อให้เอาประเทศอดีตอาณานิคมด้วย ก็ยังน่าจะน้อยกว่าญี่ปุ่น

เยอรมัน - ออสเตรีย .. น่าจะเกิน 100 ล้าน

จริงไหมครับ

 

โดย: สดายุ... 16 มกราคม 2560 7:39:41 น.  

 

สดายุ ..

ใช่ค่ะ
ใน 20 อันดับแรกของ ภาษา ที่มีผู้ใช้ มากที่สุดในโลก คือ
ภาษาจีน ต้นกำเนิดคือจีน มีใช้ ใน 33 ประเทศ ผู้ใช้ 1.197.000.000 คน
อันดับ 2 คือภาษาสเปน มีใช้ใน 31ประเทศ ผู้ใช้ 414.000.000 คน
อันดับ 3 คือภาษาอังกฤษ มีใช้ใน 99 ประเทศ ผู้ใช้ 335.000.000 คน

ภาษา เยอรมัน อยู่ในอันดับที่ 12 มีใช้ใน18 ประเทศ ผู้ใช้ 780.200.000 คน

ภาษาเวียตนาม ติดอันดับ19 มีใช้ใน3 ประเทศ ผู้ใช้ 67.800.000 คน

http://www.weltsprachen.cc/
ข้อมูลในภาษาเยอรมันจะแม่นยำ
เพราะ มีขบวนการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องสม่ำเสมอ
มิได้อ้างเพราะโปรดเยอรมันนะคะ

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 16 มกราคม 2560 12:36:27 น.  

 

แก้ไข ค่ะ

ภาษา เยอรมัน อยู่ในอันดับที่ 12 มีใช้ใน18 ประเทศ ผู้ใช้ 78.200.000 คน

นี่ขนาด ว่า "ไม่โปรดเยอรมัน" เป็นพิเศษนะ !
ยังเผลอ เติมเลขสูญ ให้ อีกตัว
จากเจ็ดสิบแปด ล้านคนกลายเป็น
เจ็ดร้อยแปดสิบล้าน คน ไปเลย 555
ขออภัยในความผิดพลาด

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 16 มกราคม 2560 13:26:29 น.  

 



มินตรา ..

แปลกใจว่าทำไมคนเยอรมันมีตั้ง-2557 (ประเมิน)80,716,000 ซึ่งเป็นข้อมูลปี 2014 ด้วยซ้ำและยังไม่รวมออสเตรีย ทำไมจึงมีคนใช้ภาษาเยอรมันแค่ 78 ล้าน ?

แล้วภาษาฮินดี ของพวกนับถือฮินดู อันดับเท่าไรครับ
หวังว่าเขาจะไม่นับ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นภาษาจีนไปด้วยนะครับ ..


 

โดย: สดายุ... 16 มกราคม 2560 19:02:03 น.  

 

สดายุคะ

พลเมืองเยอรมัน มี 82.175.684 คน (ข้อมูล : 31. Dezember 2015)
ท่านว่า
จำนวน 78,2 Millionenนี่ใช้ภาษาเยอรมันเป็น
"ภาษาแม่"( Muttersprache) น่ะค่ะ

ภาษา Hindi มีผู้ใช้ 260 Mio. ใน 4 ประเทศ
มากเป็นอันดับที่ 4
ข้อมูลจาก Summer Institute of Linguistics (SIL International) ในปี 2014
.............................
ไปดูข้อมูลในปี 1999 ตัวเลขต่างไปนะ
The Summer Institute for Linguistics (SIL) Ethnologue Survey (1999) lists the following as the top languages by population:
(number of native speakers in parentheses)

Chinese* (937,132,000)
Spanish (332,000,000)
English (322,000,000)
Bengali (189,000,000)
Hindi/Urdu (182,000,000)
Arabic* (174,950,000)
Portuguese (170,000,000)
Russian (170,000,000)
Japanese (125,000,000)
German (98,000,000)
French* (79,572,000)
http://www2.ignatius.edu/faculty/turner/languages.htm
ห้ามถามต่อนะคะ คุณครูก็ยัง งง อยู่ค่ะ 555


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 16 มกราคม 2560 22:02:02 น.  

 



ขอรับคุณครู .. 55
ช่างเถิด ถือซะว่า ข้อมูลเคลื่อนย้ายไปมาได้

ขอถามต่อแค่ว่า ..
ทำไมโลกถึงลงความเห็นกันว่า ภาษาฝรั่งเศส ไพเราะที่สุด ถึงขนาดราชสำนักรัสเซียยุคโรมานอฟใช้เป็นภาษาของราชวัง ? (หรือทุกราชวงศ์ของรัสเซีย - ตรงนี้ไม่แน่ใจครับ)

 

โดย: สดายุ... 17 มกราคม 2560 19:13:44 น.  

 

สดายุ..
ระบบการปกครองก่อนจะมี"ระบบประเทศ"นั้น
ในยุโรปเป็นการปกครอง"ระบบราชอาณาจักร" มี
- อาณาจักรโรมัน(The Holy Roman Empire : 800/962 –1806)
ใช้ภาษาละติน เป็นภาษาราชการ
- "อาณาจักรโรมันตะวันออก "(Eastern Roman Empire : c. 330 – 1453) มีเมือง ไบซานทีอุม( Byzantium ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น คอนสแตนติโนเปิล Constantinople ปัจจุบันคือ อิสตันบูล Istanbul ) เป็นเมืองหลวง
ใช้ภาษากรีก เป็นภาษาราชการ
จนตกในมือ ชาวออตโตมานตุรกี (Ottoman Turks )ในปี 1453

แล้วมีอาณาจักร เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเซีย คือ รัสเซีย
จึงมี
- รัสเซียยุโรป ( European Russia):
-รัสเซียเอเซีย ( Sibirien)
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8.รัสเซียติดต่อค้าขายกับไวกิ้งแถบสแกนดิเนเวีย( skandinavische Wikinger)
ในปี 988 ค้าขายกับ "อาณาจักรโรมันตะวันออก "(Eastern Roman Empire : c. 330 – 1453)
จึงรับศาสนาคริสต์นิกายออธอดอก( orthodoxen Christianisierung ) จาก ชาวสลาฟตะวันออก (Kiewer Rus)
ภาษาที่ใช้จึงเป็นหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา

รัสเซียเป็น"อาณาจักรชายขอบ" จึงห่างไกลขนบธรรมเนียมยุโรป

ในศตวรรษที่ 18"ยุครู้แจ้งเห็นจริง" ( Enlightenment)
ซึ่งใช้ "ระบบเหตุผลทางวิทยาศาสตร์"
ในเยอรมันมี มาร์ติน ลูเธอ (Martin Luther : 1483 - 1546)
ตั้งนิกาย โปรเทสทั้น( Protestant) พร้อมกับเลิกใช้ภาษาละติน
ซึ่งถือว่าเป็นภาษาวิชาการ ไปใช้ภาษาที่ประชาชนทั่วไปใช้
นี่จึงเป็น "กำเนิดการใช้ภาษาเยอรมันอย่างเป็นทางการ"

สมัยแรก การเรียนการสอนมีเฉพาะชนชั้นปกครอง จึงมีแต่ในวังและในวัด
"โรงเรียนชาวบ้าน" (Public School) ก็เพิ่งเกิดในศตวรรษที่18ให้คนทั่วไปมีการศึกษา ได้

พระเจ้าปีเตอร์มหาราช (Peter the Great : 1672 – 1725)
ได้ติดต่อยุโรปตะวันตก จึงนำอารยธรรมไปสู่รัสเซีย
ทรงเป็นนักปฎิวัติวัฒนธรรม (a cultural revolution )
จากการเดินทางมาดูงานในประเทศต่างต่างทางยุโรปตะวันตก
จึงได้ตั้ง ราชบัณฑิตยสภารัสเซีย ( a learned society)
ทำพิธีเปิดในวันที่ 27มกราคม 1725 หนึ่งวันหลังจากนั้น ก็สิ้นพระชนม์
สมาชิกในราชบัณฑิตยสภารัสเซีย 49 คน(1725-1742)
เป็นชาวเยอรมัน 35 คน ชาวสวิส 5 คน ชาวฝรั่งเศส 5คน ชาวบัลติกเยอรมัน ( The Baltic Germans) 3 คน
อิทธิพลทางภาษาจึงเป็นเยอรมัน มาก
แม้นว่าจะทรงตั้งตามแบบ ราชบัณฑิตยสภาฝรั่งเศส (The French Academy of Sciences : Académie des sciences) ที่ตั้งขึ้น
ในปี 1666 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ผู้ทรงหรูหราฟู่ฟ่ามากในการใช้ชีวิต
จากจุดนี้จึงเป็นที่มาของความหรูหราฟู่ฟ่า
ที่ใครวังไหนราชสำนักใดไม่ทำตามก็ถือว่า"ไม่เท่ห์"

ชนชั้นปกครองทั้งในวังและในวัด ซึ่งพยายามเลี่ยงอิทธิพลจากเยอรมัน
จึงมี "คุณครู" ( governess) เป็นชาวอังกฤษ ชาวฝรั่งเศส มาแต่อ้อนแต่ออก
แม้นแต่ Catherine the Great เจ้าหญิงจากเยอรมันซึ่งขึ้นเป็นพระเจ้าซาร์ปกครองรัสเซีย ก็ทรงภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าทรงเป็นชาวเยอรมัน

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 19 มกราคม 2560 4:18:34 น.  

 

สดายุ..

บทนี้ จาก"ลุ่มน้ำโขง ถึง แม่น้ำแซน ( Seine) "ใช่ไหมคะ

"O วาบวับแสงบนฟ้า, ทีท่านั้น-
เยี่ยงเผ่าพันธุ์แห่งยูงผู้สูงส่ง
สุวภาพขาบเขียวแห่งเรียวรงค์-
เพียงนัยบ่งบอกแล้ว .. ด้วยแววตา"

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 20 มกราคม 2560 3:33:18 น.  

 



มินตรา ..
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับภาษาในยุโรป

คนจากลุ่มแม่น้ำแซนเคยมาปกครองคนจากลุ่มน้ำโขงอยู่พักใหญ่ทีเดียว ..

เห็นแต่ชายผิวขาวที่มาปฏิพัทธด้วยสาวผิวเหลือง
ในทางกลับกันจะเห็นน้อยกว่านะครับ ..

แต่เป็นความใฝ่ฝันของชายไทยบางคนทีเดียว
จึงปรากฎในงานเขียนเรื่องยาว "รัตติกาลยอดรัก ภาค 3"

555

 

โดย: สดายุ... 20 มกราคม 2560 7:02:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 144 คน [?]










O รำพันพิลาป .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O แว่วเสียง ก็ เพียง-นิยมะศัพท์
เพราะ-สดับก็จับใจ
เสพสมภิรมยะ, ไฉน-
อุปไมยจะเปรียบเหมือน
O ต้อง'ความ' ฤ ห้ามสุขะ ณ ใจ
ขณะไหน บ อาจเลือน
ต้อง'คำ'เพราะคัมภิระสะเทื้อน
ฤ เขยื้อนขยับพ้น
O โสตนั้นเพราะนันทะสดุดี
ภวะปรีดิ์ก็ปรุงปรน
สัมผัสกระหวัดนยะกระวน
จิตะคน ฤ อาจขืน
O ปวงผู้เหมาะชูวิสัยะทัศน์
ก็ขจัด บ อาจยืน-
หยัดเงา-เพราะเงานิละทะมื่น-
แสยะยืนและขืนไว้
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
อัตคัด บ เห็นใคร
เจตจินต์ถวิล-ก-ละจะไร้-
บทะให้กระจ่างเห็น
O สามารถเหมาะชาติจะวัฒนา
พิศะหา ก็ ยากเย็น
ปวงผู้เหมาะรู้ .. ประพิณะเพ็ญ
ดุจะเร้นจะเลือนสูญ
O ขลาดเขลาและเมาหะพฤติกรรม
อุปถัมภะเพิ่มพูน
ภาพสร้างและร่างทิฐิวิทูร-
ก็พิบูลยะทั่วหน
O พลุ่งฤทธิ์อวิชชะคุกระเหิม
ทุขะเติมก็เตรียบตน
โพลง-พิษะริษยะระคน
จิตะฉล ก็ โฉ่ฉาว
O ปมด้อยประดอยบทะกระหนาบ
ทุระภาพก็พร่างพราว
กรวดเกร็ด ฤ เพชระอะคร้าว
รุจะวาว สิ วาดหวัง
O เนื่องหนุนกะสุนทริยะภาพ
บุญะบาปะบดบัง
องค์รู้เหมาะผู้ธิระจะฟัง
ดุจะตั้ง บ เป็นตัว
O เบื้องบทสุพจนะประพิมพ์
สัตะปิ่มจะมืดมัว
เสียงแจ้ว ฤ แล้ว ภวะสลัว-
บทะกลั้วประกายแสง
O แล้วเล่า ก็ เมาหะพฤติจิต
วิปริตะรุนแรง
อำนาจและอาชญะแสดง
ก็แสลงสลอนตา
O เบื้องบทสุพจนะประจัญ
กระแหนะนันทิพรรณนา
ภาพสร้างระหว่างนิยมะสา-
ธกะฝ่าประโลมฝัน
O ภาพผู้จะชูวิสัยะทัศน์
ปฏิบัติร่วมบัญ-
ชาการประสารคุณะอนัน-
ตะกระนั้น ฤ เคยเห็น ?
O เรียวปากและพากยะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เพียบเพ็ญ
สอนสั่งประดังสุตะ บ เว้น
สัทะเค้นประโลมคน
O เรียวลิ้น บ สิ้นระยะตวัด
ระบุอรรถะอึงอล
ภาพพจน์และรสะอนุสน-
ธิพิมละยากเหมือน
O แซ่ศัพทะรับคุณะประโคม
สุขะโลม บ อาจเลือน
ใจ, ปาก .. และพากยะสะเทื้อน
ก็เขยื้อนขยับรอ
O แซ่ศัพทะขับประเหลาะประโลม
ดุจะโคม นะ ทอดทอ-
ครอบเมืองและเปลื้องรุจะลออ
มุสะส่อ บ ขาดเสียง
O ล้วนศัพทะขับคุณะประพนธ์
อนุสนธิสำเนียง
ความ-คำเพราะคัมภิระเผดียง
เฉพาะเพียงจะชูผล
O สู่โสต, ประโมทยะระบัด
พฤติ, วัตระหมุนวน
อวลพิษะริษยะระคน
จิตะฉลก็แผดเผา
O ภาพผู้เพราะรู้สุขะและโศก
อุปโลกนะแต่เยาว์
ไพศาลประการคุณะเฉลา
นิระเนา .. บ แนบใจ
O โลกหมุนก็หมุน .. มุสะมุสา
กระจะตากระจ่างนัย
ยากแค้น สิ แน่นระยะไผท
ฤ ไฉน บ สร่างซา ?
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
อัตคัด สิ ต่อตา
ถ้อยแถก็แผ่บทะสถา-
ปนะภาวะดุจควัน-
O ครอบเคลื่อนเสมือน-ทกะกระฉอก
คละ-ระลอกประโลมกัน
อำนาจและอาชญะถวัล-
ยะตะบันกะบาปบุญ
O โลกเคลื่อน .. จะเคลื่อนรุจะตะวัน
ประลุพรรณะเจือจุน
อำนาจและอาชวะจะหนุน-
เหมาะกะดุลยะภาพแสดง
O ปวงหมู่วิทูพิเคราะหะวา-
ทะและจาคะจักแจง
ขอบเขตและเจตนะ บ แฝง
ประลุแจ้งกระจ่างตา
O ศัพท์แสงแสดงนยะประจบ
ก็จะลบและลับลา
เยี่ยงพลบประจบบทะอุษา
อุปมาจะเปรียบเหมือน !











free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.