Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
O ปลายฝน .. ต้นหนาว .. O









เพลง .. จระเข้หางยาว ทางสักวา
กอไผ่



O เจ้าโบกปีกเบาบางที่กลางฟ้า
เอาเวหาห้อมตัวเร้ารัวเสียง
ปีกโล้ลมคลี่สยายอยู่รายเรียง
ก่อนบ่ายเบี่ยงลิ่วคว้างเส้นทางจร
O จะผ่านฝนสู่หนาวอีกคราวแล้ว
เมื่อดอกแก้วกรุ่นล้อมกลิ่นหอมอ่อน
กางเขนดงโผกระหยับลงจับคอน
เมื่ออาวรณ์วูบวับลงจับใจ
O ถวิลดวงดอกฟ้าโน้มมาสู่
พร้อมแรงชู้สุมซ้อนด้วยอ่อนไหว
จังหวะปีกโบกฟ้า .. เช่นอาลัย-
เมื่อโบกโบยความนัยออกไหววน
O ท่วงทำนองพร้องพร่ำ .. นกร่ำเสียง
หวังร้อยเรียงความปวง .. ผ่านห้วงหน-
บรรจงมอบความนัยแห่งใจคน
หวังปรุงปรนหอมละมุนให้คุ้นเคย
O ปลายพรรษา .. ลมล่องเมฆฟ่องฟ้า
รอดวงตาอ่อนน้อย .. เจ้าคล้อยเผย-
แววอาวรณ์นิรมิต .. ให้ชิดเชย
ร่วมยั่วเย้ยปฏิพัทธ์ให้หยัดรอย
O ลมเอย..ฝากพรมผ่าน..เอาหวานหอม-
เข้าเห่กล่อมฤดีเดียว .. ที่เปลี่ยวหงอย
อาจเอื้อมพจน์บรรสาร-เนิ่นนานคอย
แทนอ้อมอกอันละห้อย .. โอบร้อยนวล
O กล่อมเอย .. กล่อมงาม .. ฝ่าสามโลก
เพื่อโบยโบกปฏิพัทธ์รำบัดหวน
หัวอกเอย .. ต้องเสน่ห์จนเรรวน-
คำนึงล้วนรูปถนอม ..ในอ้อมทรวง
O ปีกนกคงคลี่กาง .. ที่กลางฟ้า
ละม่อมหน้ารูปแพง .. รอบแรงหวง-
คล้ายคลี่กางโอบอุ้มใจพุ่มพวง
พร้อมเงื่อนบ่วงอาวรณ์ .. สุมซ้อนลง
O ต้องแรงลมปลายปีก .. ฤๅหลีกหลบ
เช่นบรรจบต้องงาม .. ย่อมลามหลง
ร้อยรัดคลื่นรมยา .. รูปอ่าองค์
ที่บรรจงจบบทด้วยรสสุมาลย์
O ต้องแรงลมปีกโผ .. ขึ้นโล้ล่อง
เหมือนเมื่อต้องรูปละม่อม .. อันหอมหวาน
ใดเล่าจักเห่รับอยู่นับนาน
มิใช่ห้วงดวงมานดอกหรือไร
O ปีกนกยังโบกบิน .. ผ่านถิ่นแนว
เนตรโชนแววเล่าบิน .. ถึงถิ่นไหน ?
รูปหนึ่งกอปรเลือดเนื้อ .. พร้อมเยื่อใย-
แสนอ่อนไหวยังคง ..จำนงรอ
O จะผ่านฝน .. สู่หนาวอีกคราวแล้ว
หวังจิตแผ้วผ่องดวง, บำบวงขอ-
มนต์ทิพให้รุมเร้าพะเน้าพะนอ
เฝ้าลามล้อแรงชู้ .. ให้รู้ชม
O เมื่อสิ้นฝน .. ต้นหนาวจักหนาวยิ่ง
หวังแอบอิงออดซุกให้สุขสม
ก็แต่ร่วมเสน่หาเฝ้าปรารมภ์
ให้อกห่มห้อมกาย .. แต่ถ่ายเดียว !
O เมื่อสิ้นฝนเข้าหนาว .. คาบหนาวนี้
ควรหรือที่ต้องชะแง้ .. เฝ้าแต่เหลียว-
หาแววตาสบสื่อ .. พร้อมมือเรียว-
เอื้อมมาเกี่ยวก้อยกลางเส้นทางเดิน
O กล่อมเอย .. กล่อมงาม .. ฝ่าสามภพ
จวบครันครบปฏิพัทธ์, เพื่อ-ขัดเขิน-
ในห้วงอกโหมระลอกคอยหยอกเอิน-
ให้สะเทิ้นสะท้านอยู่ .. ไม่รู้แล้ว !
O กล่อมเอย .. กล่อมโลก .. ให้ยกผ่าน-
ความออดอ้อนอ่อนหวาน .. อันซ่าน .. แผ่ว
เพื่อดวงตาพริ้มพรับ .. เมื่อวับแวว
แขนเรียวจักไม่แคล้ว .. โอบแล้ว .. รอ !
.
.
เพื่อดวงตาอ่อนโยน .. เมื่อโชนแวว
แขนเรียวโอบรั้งแล้ว .. สุดแล้วลา !




Create Date : 08 กันยายน 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:29:20 น. 7 comments
Counter : 1088 Pageviews.

 
สดายุ..

"O เมื่อสิ้นฝนเข้าหนาว .. คาบหนาวนี้
ควรหรือที่ต้องชะแง้ .. เฝ้าแต่เหลียว-
หาแววตาสบสื่อ .. พร้อมมือเรียว-
เอื้อมมาเกี่ยวก้อยกลางเส้นทางเดิน"

"ควรหรือที่ต้องชะแง้ .. เฝ้าแต่เหลียว-"
ไม่ควรค่ะ


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:12:58:58 น.  

 
มินตรา ..

ขอรับ ไม่ควรอย่างเด็ดขาด ..
เวลานึกถึง "มือเรียว" ควรต้องเข้าใจว่า บอบบาง นิ่มนวล และ ผุดผ่อง โดยเฉพาะหากมีสร้อยข้อมือเส้นเล็กๆสวมอยู่ ..

นั่นคือความรู้สึกน่ารัก น่าเอ็นดู ของสตรีวัยสาว ที่เหนี่ยวเบาๆ ก็สามารถดึงชายร่างใหญ่สักคนปลิวติดมือมาได้อย่างง่ายดาย .. จริงไหม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากรูปหน้าแบบชุดน้ำเงินข้างบน นั่น .."มือเรียวเมื่อเกี่ยวเกาะ" จักทรงอานุภาพขนาดอาจเหยียบโลกไว้ใต้ฝ่าเท้าได้เลย

รูปงามแห่งหญิง
และ บุคคลิกภาพสามารถ องอาจแห่งชาย

เป็นการแลกเปลี่ยนที่ลงตัวมาทุกยุคทุกสมัย ..
จะถามแม่ดูก็ได้ ไม่ว่ากัน ?


โดย: สดายุ... วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:20:57:45 น.  

 
สดายุ..

ไม่ต้องถามแม่ ก็ทราบค่ะ เพราะ ระดับมินตรานี่..
ไม่ต้อง " เหนี่ยวเบาๆ ก็สามารถดึงชายร่างใหญ่สักคนปลิวติดมือมาได้อย่างง่ายดาย" เลยค่ะ

ต้องโอ่ว่า..กระดิกนิ้วเดียว ก็วิ่งตามมาเป็นฝูง...555
แล้วยังจำได้ว่า กวาดตาแวบเดียวนี่.. เงียบหมดทั้งห้องเรียน.. ทั้งสามสิบชายหนุ่มองอาจมาดช่างฝีมือ 555

"O เมื่อสิ้นฝน .. ต้นหนาวจักหนาวยิ่ง
หวังแอบอิงออดซุกให้สุขสม
ก็แต่ร่วมเสน่หาเฝ้าปรารมภ์
ให้อกห่มห้อมกาย .. แต่ถ่ายเดียว ! "

อ่านตรงนี้แล้วนึกถึงใครที่มีอกกว้างกว้าง...





โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:1:38:00 น.  

 
มินตรา ..

ผู้ชายมีอกจากการเล่นเวท .. และมักดูดี อบอุ่น ปลอดภัย น่าซบสำหรับสาวๆ .. แน่นอนมันย่อมดูดีกว่ามีพุงมากมาย 55

สำหรับผมแล้วไม่ว่าหญิงหรือชาย รูปร่างดี จะมีภาษีดีกว่าหน้าตาดีเสมอไป ..นอกจากท่าทางที่ดูเท่ ดูดี แบบธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งแล้ว

เพียงแต่เครื่องออกกำลังแบบในยิมอย่าง smith machine พอมาถึงเมืองไทยแล้ว ราคาเกินรับประทานทั้งนั้น .. วิศวกรคนนี้ผู้ไม่ชอบของแพงจึงจำต้องออกแบบเอง แล้วไปจ้างโรง fabricate ทำให้ จะเหลือราคาประมาณ 10% ของของนำเข้ามาเท่านั้นเอง

การมีชายในดวงใจเป็นวิศวกร (เครื่องกล) จึง"ได้เรื่อง" ไปซะทุกอย่างเยี่ยงนี้เอง รู้หรือไม่ 555







โดย: สดายุ... วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:4:37:18 น.  

 
สดายุ..

"การมีชายในดวงใจเป็นวิศวกร (เครื่องกล) จึง"ได้เรื่อง" ไปซะทุกอย่างเยี่ยงนี้เอง รู้หรือไม่ 555"

น้องเล็ก คงภาคภูมิใจนัก..
นี่ก็อกผายไหล่ผึ่ง เหมือน คุณจักรภพซิ คะ


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:19:14:45 น.  

 
มินตรา ..

น้องเล็ก เป็นความภูมิใจของผมเช่นเดียวกันขอรับ

คิดว่าไม่ว่าชายหรือหญิงควรดูแลสุขภาพตัวเองให้มากไว้ นอกจากต่อต้านเรื่องโรคภัยไข้เจ็บแล้ว .. ยังแต่งตัวได้สวยงาม ..

ผมจะขอแข่งกับเจ้าคุณเปรมบ้านสี่เสาดูสักตั้งว่าตอน 94 นี่เดินเองหลังตรงได้ ทำได้อย่างไร .. มินตราอย่าลืมอยู่ดูล่ะ 55

คุณจักรภพ ผมเองไม่เคยเห้นว่าเวลาถอดเสื้อแล้วจะแค่ไหน .. แต่ผมขอแค่ในรูปล่างนี้เท่านั้นพอ ..55



โดย: สดายุ... วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:20:07:20 น.  

 
ต๊าย..สดายุ..

พูดยังกะมินตราเคยเห็นคุณจักรภพถอดเสื้อผ้างั้นแหละ !

เพียงแต่เคารพในน้ำใจที่ห่วงใยประเทศ เลยเป็นเสมือนอัศวินในสายตามินตรา ..
แถมท่านเจอสาวเสื้อแดงคนไหนก็จับกอดไปหมดทุกคน เลย สังเกตุเห็นว่า ท่านไหล่กว้างกว่าชายไทยทั่วไป..

แต่มีกล้ามอย่างในภาพนี่ มินตรานึกภาพ ว่าเหมือนกบ
ไม่ชอบนักกล้าม ชอบผู้ชายมีสมองมากกว่า คุยสนุกกว่า



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:20:43:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.