Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
O จันทร์ .. O









O และแล้วความเยียบเย็นก็เร้นหาย
หลังอุ่นอายทิวากาลได้ผ่าน .. เผย
ความมืดหม่นทั้งปวง .. ย่อมล่วงเลย
ให้ชิดเชยระยับช่วง .. แสงดวงวัน
O ถึงรอบนกโบกบิน .. ยามสิ้นฝน
พามืดหม่นเลือนลับรองรับฝัน
ริ้วลมล่อง, ช้อยชูแห่งหมู่พรรณ-
ระ .. แล้วสั่นดอกใบ .. อยู่ในที
O ระริกสายลมไหวโลมไม้ช่อ
เยี่ยงรูปต่อสายตาอวดราศี
สั่นพลิ้วกิ่งก้านใบ, การไหววี-
ของหัวใจใยดี .. ย่อมมีมา
O เป็นอีกเช้าแรกวันของวันใหม่
ที่ลมไหว, แดดอุ่น พร้อมคุณค่า-
ได้ตั้งรูปท้าทายต่อสายตา-
มรคาอภิรมย์ ฤา-ข่มลง ?
O จึง-อีกเช้าแรกวันของวันนี้
คือแรกที่รอบอุทธัจระบัดบ่ง
เป็นรอบที่หวานล้ำตั้งดำรง
ด้วยจำนงละห้อยเห็นไม่เว้นวาง
O จนริ้วลมอบอุ่นละมุนล้อม
แววในตารูปละม่อมก็ล้อมขวาง
มี - เส หลบ กลบเกลื่อนอยู่เลือนลาง
บดบังทุกเส้นทางจะย่างเดิน
O ผมหล่นล้อมรูปหน้า .. เมื่อตาชม้อย
การเฝ้าคอยมองสบ, การหลบเขิน-
กลางลมเช้าผ่านระลอกเข้าหยอกเอิน
ก็ดำเนินบทกรรมอยู่ตำตา
O เรียวนิ้วปาดปอยผมเมื่อก้มหลบ
เลือดก็จบจับแต้มทั้งแก้มหน้า
เหมือนจับวางรูปนามไว้ล่ามคา-
ในแววตา .. ให้คะนึงทุกกึ่งยาม
O อิริยารูปเยาว์เหมือนเร้าเร่ง
ให้พิศเพ่งปรารมภ์สุดข่มข้าม
แรกวันแววตอบรับจึงวับวาม-
เข้าคุกคามโลกธรรมให้จำนน
O ด้วยรูปนามลามรุกไปทุกเบื้อง
ก่อรูปเรื่องเร้ารุกไปทุกหน
เฉกเช่นช่อเถาวัลย์ที่พันวน
คือใจคนวนอยู่ถึงผู้เดียว
O ใช่เริ่มที่-ทางคั่นด้วยอรรณพ
แต่เป็น-สบต้องงามเมื่อยามเหลียว
อิริยาท่าทางของร่างเพรียว
ที่รั้งเหนี่ยวอกใจอยู่ในวัน
O คล้ายว่าความอบอุ่น .. เริ่มหนุนเนื่อง
จากชำเลืองเหลือบพร้อมรอกล่อมขวัญ
ริ้วลมอ่อน, ระริกใบของไม้พรรณ
ราวไหวสั่นทั่วแล้ว-เช่นแววตา
O ลมหยุดร่ำ, ปฏิพัทธ์เริ่มปัดป่าย
ที่คอยลอบเหลือบชม้ายกลับคล้ายว่า
แฝงรอยยิ้มหวานซึ้งให้ตรึงตรา
ซ่อนเร้นมาเมื่ออรุณเริ่มอุ่นร้อน !
O ลมเอย .. เริ่มพลิ้วสู่ให้รู้สึก
โลมทั้งพฤกษ์ทั้งตรูอย่ารู้ผ่อน
นฤมิตความคำ .. พึงกำจร-
แรงอาวรณ์สำทับให้รับรู้
O ว่า-อิริยารูปละม่อม .. คอยล้อมกัก
จะฝ่าหักขวางขวาก .. เห็นยากอยู่
เกิดแต่เมื่อรูปเห็น .. และเอ็นดู
สบเพียงครู่ .. หอมหวานก็ผ่านคอย
O ในท่ามกลางลมหนาว .. ใจผ่าวร้อน
แรงอาวรณ์รุมแล้ว .. แม้นแผ่วค่อย
จากแววหวานคลุมเคลือบ ทุกเหลือบปรอย
เพรียกละห้อยห่วงเห็นไม่เว้นวาย
O เหน็บหนาวเปล่าเปลี่ยวยังต้องพังโค่น
เมื่อแววตาอ่อนโยนเริ่มโชนฉาย-
แววอ่อนหวานคลุมครอบอยู่รอบกาย
คือรูปหมายให้ละเมียดละไมทรวง
.
.
O รัตติกาล .. ปรารมภ์กลางลมรื่น
กับแววตื่นตอบเต้นไม่เว้นช่วง
เอ็นดูความอ่อนไหวที่ในดวง-
ตาคู่ห่วงละห้อยเห็นแฝงเร้นนั้น
O แต่สบนิ่งแน่วอยู่ก็รู้ถึง
ความหวานซึ้งซ้อนนัยที่ไหวสั่น
สายใยเส้นผูกขาดเริ่มพาดพัน
พาดผูกรวมสองฝันเป็นฝันเดียว
O บนฟ้าแสงดาวพร้อย-จันทร์ลอยดวง
ใช่ยามช่วงแสงเพ็ญ .. หากเป็นเสี้ยว
บนพื้นโลกลมพลิ้ว .. เมื่อนิ้วเรียว-
ค่อยรั้งเหนี่ยวอกใจฝันใฝ่-คะนึง !
O จันทร์เจ้าเอย ..
แต่เมื่อเผยรูปนาม .. คุกคามถึง-
ที่แววตา .. จนระยับแล้วจับตรึง
คือทางซึ่งอาจหลบ .. ถูกลบแล้ว !
O ลมเอย ..
ช่วยรำเพยโลมเยาว์อย่างเบาแผ่ว
แทนอ้อมแขนโอบเนื้อ – ก็เพื่อแวว-
ตาผ่องแผ้ว .. หลับพริ้มซ่อนยิ้มรอ !





Create Date : 08 กรกฎาคม 2559
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 9:46:43 น. 10 comments
Counter : 1220 Pageviews.

 

Kendall Jenner


โดย: สดายุ... วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:10:00:50 น.  

 

สดายุ

" O จันทร์เจ้าเอย ..
แต่เมื่อเผยรูปนาม .. คุกคามถึง-
ที่แววตา .. จนระยับแล้วจับตรึง
คือทางซึ่งอาจหลบ .. ถูกลบแล้ว ! "

เลยนึกถึง "จันทร์" ที่"เมื่อเผยรูปนาม" ออกมาแล้ว
หายไปไหนคะ น้องเล็ก เพิ่งสังเกตุว่าหายไปนานแล้ว


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:06:14 น.  

 
มินตรา ..

พอดีอ่านข่าวการลอบยิงตำรวจผิวขาวในสหรัฐมา ..

ประเด็นการลอบสังหารคนจำนวนมาก ด้วยคนเพียงคนเดียวที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า .. น่าคิดต่อมาก

.. ผู้ต้องการเปลี่ยนแปลงความบัดซบทั้งปวง เป็น nobody เหมือนอยู่ในที่มืด
.. ผู้ที่ครองอำนาจได้เปรียบและเป็นฝ่ายกระทำอยู่ เป็น somebody เหมือนอยู่ในที่แจ้ง เสมอไป

ปืนความเร็วสูง ..
ในมือที่จิตใจมั่นคง ..
และยอมตายเพื่อความถูกต้อง .. ศรัทธา .. อุดมการณ์ทางการเมือง ..


โดย: สดายุ... วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:33:31 น.  

 
สดายุ

ราคาของ"หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง" และ "คุณภาพของสังคม"
ความเจริญ ทางด้านวัตถุ ที่มิใช่ อารยธรรม ( กาย วาจา ใจ )


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:46:42 น.  

 
ดายุ
เห็นเส้นบางบางระหว่าง "นักรบประชาธิปไตย" กับ "ความคลั่งไคล้ไร้สติ" ไหม

ประชาธิปไตย เป็นเรื่องของ "ขบวนการ" (Procedure)ที่ต้องเดินไปทีละก้าวในการ"ดำเนินการ "(Process)
ความแตกต่างระหว่าง Process และ Procedure

ศัพท์เทคนิคทางช่าง (engineer) ที่พวก นักขาย(business) ชอบนำมาใช้เพื่อความน่าเชื่อถือ จน รวนเรไปเพราะมิใช่ ช่าง


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:16:04:10 น.  

 

มินตรา ..

การเมืองเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์

ระบบการเมืองใดเล่าที่สามารถ"รีด"เอาศักยภาพของความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างมีพลังและสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัดมากที่สุด ..

ในความคิดผม ..
มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าศึกษาตามลำดับการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ในโลกที่ถือว่ายิ่งใหญ่ น่าศึกษาเรียนรู้วิเคราะห์วิจารณ์ รวมทั้งน่าจดจำตามลำดับคือ

1.การปฏิวัติฝรั่งเศส
2.การปฏิวัติรัสเซีย
3.การปฏิวัติจีน
4.การปฏิวัติอิหร่าน
5.การประกาศอิสระภาพของสหรัฐต่ออังกฤษ

ผมมองที่"การตกผลึกทางความคิดต่อรูปแบบที่ต้องการ -output" ที่ชัดเจนเพียงพอก่อนเท่านั้น .. จึงสามารถกำหนด"ยุทธศาสตร์-strategy การดำเนินการไปสู่เป้าหมาย" อันเป็นกรอบใหญ่ได้ ..

ขณะที่รายละเอียดที่ย่อยลงมาคือ "ยุทธวิธี - artifice" เพื่อจัดการเรื่องราวเป็นประเด็นๆไป (เป็นต้นว่า .. เอ็งมาข้ามุด .. เอ็งหยุดข้าแหย่ .. เอ็งแย่ข้าตี .. เอ็งหนีข้าตาม .. ในช่วงสงครามอุดมการณ์ ระหว่าง ทปท กับทหารรัฐ)

ทีนี้ก่อน "รูปแบบที่ต้องการ" จะมีความชัดเจนได้ ..
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง"วิเคราะห์" สภาวะทางสังคมอย่างทั่วด้านก่อน

พฤติกรรมผู้คน วิถีคิดวิธีปฏิบัติ ส่วนที่เป็น core อย่างแท้จริง .. ในภาพรวม แบบ bird eye view ของสังคมหนึ่งๆ ย่อมไม่อาจใช้ภวะวิสัยของอีกสังคมมาเป็นจุดอ้างอิงได้ ..

ตรงนี้ พคท. พลาดมาแล้วที่วิเคราะห์สังคมไทยว่าเป็น "เมืองขึ้นกึ่งศักดินา" .. ทำให้การปฏิวัติล้มเหลว

อีกทั้ง"การนำ"ของตัวบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทั้งขบวนการอย่างเป็นเอกฉันท์ อย่างเป็นเอกภาพ สำคัญมากในสังคมเอเชีย ..

จีน มี เหมาเจ๋อตุง โจวเอินไหล เติ้งเสี่ยวผิง
เวียดนาม มี โฮจิมินต์
เขมร มี พอลพต
อินเดีย มี คานธี
พม่า มี ซูจี
อิหร่าน มี โคไมนี
แม้ฝรั่ง รัสเซีย ยังมี เลนิน ทรอสกี้

มีแต่ฝรั่งเศสเท่านั้นที่ไม่มีการเชิดชู Hero และรูปแบบที่เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน จนต้องวนกลับมาพบกับจักรพรรดิ นโปเลียน อีกรอบ ..

ผมยังมองไม่เห็นตัวบุคคลนะในกรณีของไทย


โดย: สดายุ... วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:19:17:59 น.  

 
สดายุ..

"ระบบการเมืองใดเล่า...."
แนวคิดโลกตะวันตก:
ในเรื่อง ทฤษฎีรัฐธรรมนูญ (Theorie der Verfassungen) อริสโทเทเลส( Aristoteles 384 ก่อนคริสตกาล - 322 ก่อนคริสตกาล) ได้ตั้งคำถามสองข้อคือ
ใครคือผู้ปกครอง ?
ปกครองเพื่อประโยชน์อันใด?
คำตอบ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ การปกครองโดย
1.บุคคลเพียงคนเดียว (สมบูรณาญาสิทธิราช Monarchie /ทรราช Tyrannis)
2.การปกครองโดยคณะบุคคลส่วนน้อย (อภิชนาธิปไตย Aristokratie/คณาธิปไตย Oligarchie)
3.การปกครองโดยคนส่วนใหญ่ (โพลิตี Politie /ประชาธิปไตย Demokratie)

สิ่งที่ ดีสุดคือการผสมกันของรัฐธรรมนูญ( Mischverfassung)ในสองระบบ ที่ประกอบด้วย ประชาธิปไตย Demokratie และ คณาธิปไตย Oligarchie เพราะ ความเสมอภาค( Gleichheit )และความร่ำรวย (Reichtum) จะกระจายทั่วกันหากมีการแบ่งอำนาจร่วมกันปกครอง ซึ่งมีผลให้เกิด"ความมั่นคง"( Stabilität )และ ป้องกัน "ความวุ่นวายทางสังคม"( sozialen Unruhen ) ส่วน "ความมั่นคงอันยั่งยืน" ในการปกครอง จะเกิดขึ้นมากหาก ชนชั้นกลาง (Mittelstand ) มีเศรษฐกิจระดับครอบครัว หรือ ขนาดเล็กขนาดกลาง (Small and medium-sized enterprises)

แนวคิดโลกตะวันออก:
1.ขงจื๊อ ( Confucius 551 - 479 ปีก่อน ค.ศ.)
แนวคิดของ ขงจื๊อ 8 คำ คือ จิน จิน เฉิน เฉิน ฟู่ ฟู่ จื่อ จื่อ หมายความว่า
กษัตริย์(จิน) ทำหน้าที่อย่างกษัตริย์
ขุนนาง(เฉิน) ทำหน้าที่อย่างขุนนาง
พ่อ(ฟู่) ทำหน้าที่อย่างพ่อ
บุตร(จื่อ) ทำหน้าที่อย่างบุตร
ทุกสิ่งก็จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

2.เม่งจื่อ( Meng Tzu : 372 - 289 ก่อนคริสตกาล - 303/302 ก่อนคริสตกาล)
สอนเรื่องหลักการปกครองว่ามีหลักอยู่ 4ประการคือ เหยิน(มนุษยธรรม) อี้(ความซื่อสัตย์) หลี่(จารีตประเพณี) และจื๊อ(ปัญญา)
เม่งจื๊อสนับสนุนให้มีชนชั้น คือ ผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง เม่งจื๊อกล่าวว่า "ทั้ง 2 ชนชั้น มีหน้าที่ที่จะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน ถ้าขาดผู้หนึ่งผู้ใดไป สังคมก็จะไม่สมบูรณ์"

ไทย: ทศพิธราชธรรม คือ จริยวัตร 10 ประการที่เป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มีความเป็นไปโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชน

แนวความคิดตะวันออก ไม่ได้เสนอ "ทางออก"ไว้ ว่า หาก"ผู้ถูกปกครอง" ไม่ยอมให้"ผู้ปกครอง" ปกครอง จะต้องทำอย่างไร
จึงขอเสนอ ข้อสอบมศ.5 ของเยอรมัน ( Abitur) ที่ตอบให้ คือ
ทฤษฎีปฎิวัติ (Revolution Theory ) ของ เจมส์ เชานิ่ง เดวีส์ (James Chowning Davies 1918 – 2012) โพรเฟสเซอร์ชาวอเมริกัน เรียกว่า "J curve" อธิบายว่า หากเศรษฐกิจที่ดีมายาวนาน เกิดการถดถอย
(Rezession) จะปลุกให้คน"รู้สึกตัว" (Bewusstsein)ขึ้นมา พบชีวิตจริง( Realität ) แล้วความคาดหวัง ในทางดี(optimistische Erwartungen ) ก็จะลดลงทำให้เกิด ความ"ไม่พอใจ"(Unzufriedenheit) อันจะเป็น "ต้นเหตุ แห่งการปฎิวัติโดยธรรมชาติ" ( natürliche Ursachen.)

นี่คือ"วิธีปฎิวัติในศตวรรษที่ 21"แนวทางอียู ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:14:19:34 น.  

 

มินตรา ..

"ความไม่พอใจ" ในบางกลุ่มมีมายาวนานตั้งแต่ปีที่ 0
ระยะเวลาแห่ง"การรับรู้ด้านเดียว"ที่มีมายาวนานนั้นได้แยกคนฟังออกเป็นระดับเช่นเดียวกับบัว 3 น้ำ

คนที่ต่อต้านได้ทั้งสิ้นทั้งปวง ด้วยเหตุผลที่หนักแน่นมั่นคง ไม่เพ้อเจ้อ

คนที่อาจต่อต้านได้บ้าง เป็นบางเรื่อง บางกรณี แต่ส่วนใหญ่ไม่อาจต่อต้านได้ เหตุผลยังน้อยกว่าอารมณ์ความรู้สึก อาจใช้เหตุผลได้เป็นบางเวลา

คนที่ไม่สามารถต่อต้านได้เลยโดยสิ้นเชิง กลุ่มนี้หลักเหตุผลอ่อนยวบ เขาใช้ศรัทธานำทางชีวิต มีลักษณาการพึ่งพาพึ่งพิงสูง ติดตังกับโลกแวดล้อม มีจินตนาการที่หลุดลอยไปจากความเป็นจริงเป็นนิจ

คนทั้ง 3 กลุ่มมีธรรมชาติของจิตที่สอดรับกับหลักตรรกะ มากน้อยแตกต่างกันไป ..

หลักการตะวันออกของ ขงจื๊อ เม่งจื๊อ นั้นไม่ practical ในโลกปัจจุบัน จนแม้แต่ชาติจีนเองทั้งหมดไม่ว่าจะจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง ไม่มีชาติใดนำมาใช้

การมานั่งลำดับชนชั้นในโลกยุคที่ทฤษฎีฟิสิกซ์ก้าวหน้าไปลิบลิ่วแล้วนี้ มันเปรียบเหมือนการเรียกหาช้าง ม้า เรือพาย เพื่อการเดินทาง .. มันอาจเหมาะสมกับโลกเมื่อ คนคิดมีชีวิตอยู่คือ 2 พันปีที่แล้ว

ชนชั้นวรรณะ ทำให้ชนชาติเก่าแก่ มีอารยธรรมสูงมาตั้งแต่ยุคก่อนไทยตั้งชาติ ยังคงมีสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนน่าเอน็จอนาถ จนทุกวันนี้ อย่างไม่รู้จบ คืออินเดีย

ขณะที่จีน ล้มล้างมันออกไปจนดีขึ้นในปัจจุบัน
โดยทำทั้งการปฏิวัติทางการเมืองการปกครอง
ทั้งการปฏิวัติทางวัฒนธรรม

รูปแบบดั้งเดิมมันมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ .. ไม่ว่าจะพยายามกันสักเพียงไหน ..

ขณะที่ผมมองว่าระบอบเดิมที่เสื่อมทรามเป็นเหตุแห่ง"ความไม่พอใจ" จากหลากหลายกรณีเป็นภาวะทางธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าที่ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน อิหร่าน

โดยมี"บัวน้ำบน"เป็นตัวปฏิกิริยาเร่งเร้าภาวะเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นเร็วเข้า ..

ระบอบที่ ..
.. ด้อยประสิทธิภาพ
.. ไม่ยุติธรรม
.. เลือกปฏิบัติ
.. ไม่เสมอภาคกัน ..
มีที่มาจากระบบอุปถัมภ์เป็นปฐมเหตุ

"ระบบอุปถัมภ์" จึงเป็นเหตุแห่ง"ความไม่พอใจ" แรกสุด



โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:16:12:20 น.  

 


O แว่วเสียง ก็ เพียง-นิยมะศัพท์
เพราะ-สดับก็จับใจ
เสพสมภิรมยะ, ไฉน-
อุปไมยจะเปรียบเหมือน
O ต้อง'ความ' ฤ ห้ามสุขะ ณ ใจ
ขณะไหน บ อาจเลือน
ต้อง'คำ'เพราะคัมภิระสะเทื้อน
ฤ เขยื้อนขยับพ้น
O โสตนั้นเพราะนันทะสดุดี
ภวะปรีดิ์ก็ปรุงปรน
สัมผัสกระหวัดนยะกระวน
จิตะคน ฤ อาจขืน
O ปวงผู้เหมาะชูวิสัยะทัศน์
ก็ขจัด บ อาจยืน-
หยัดเงา-เพราะเงานิละทะมื่น-
แสยะยืนและขืนไว้


โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:20:21:07 น.  

 




O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
อัตคัด บ เห็นใคร
เจตจินต์ถวิล-ก-ละจะไร้-
บทะให้กระจ่างเห็น
O สามารถเหมาะชาติจะวัฒนา
พิศะหา ก็ ยากเย็น
ปวงผู้เหมาะรู้ .. ประพิณะเพ็ญ
ดุจะเร้นจะเลือนสูญ
O ขลาดเขลาและเมาหะพฤติกรรม
อุปถัมภะเพิ่มพูน
ภาพสร้างและร่างทิฐิวิทูร-
ก็พิบูลยะทั่วหน
O พลุ่งฤทธิ์อวิชชะคุกระเหิม
ทุขะเติมก็เตรียบตน
โพลง-พิษะริษยะระคน
จิตะฉล ก็ โฉ่ฉาว


โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:20:26:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ลมรำเพย .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O แซ่ศัพทะรับคุณะประพจน์
ระบุบทะรำบาย
เสียงรับก็รับเฉพาะจะหมาย-
อธิบายกะหมู่เขลา
O ทวยเทพ, วิเลปนะประนอม-
จิตะน้อมและแนบเนา
พร้อมสรรพะอัปสระเฉลา-
ทะนุ-เฝ้าประคองฝัน !
O ปวงวรรคและอักษระประดิษฐ์
นฤมิตะเมามัน
สรรค์ศัพทะรับมุหะมหัน-
ตะกระนั้น สิ หนักหนา
O คีตพร้องตระกองยุคะสมัย
อุปไมยะไปมา
ไท-ทาส ก็พาดบทะ, สถา-
ปนะภาวะพร้อมเพ็ญ
O โอ .. โสตอุโฆษสรรพะประภาษ
ทะนุฆาตและลำเค็ญ
ดี-ชั่ว, เหมาะ-มั่ว, พิศะก็เห็น-
มุสะเต้นกระจ่างตา
O โอ .. โสตอุโฆษบุญะและบาป
สุรภาพะพึ่งพา
เทียนธูป .. วะวูบ, สติวิสา-
มัญะคว้า-ก็เพียงควัน
O ปรารมภะสมมุติวิกฤติ
กระอุอิทธิฤทธิ์ .. อัน-
ยื้อยุดจะฉุด-ยุคะและผัน-
บุพะบรรลุรำบาย
O โวหาระผ่านคตินิมิต
ตละคิด ก็ คมคาย
เกลี่ยชั่วเกรอะกลั้ว-บุญะละม้าย-
อธิบายะบิดเบือน
O ไป่รู้จะชู-ธรรมะ ฤ โทษ
พฤติโฉด-ก็แชเชือน
เพียงรู้จะชู-ฉละและเหมือน-
จะเลอะเลือนเพราะความหลง
O สามัญะนันทิพิสมัย
ระบุไว้กะว่านวงศ์
เว้นปากและพากยะประสง-
คะผจงจะ-จับ"ใจ" !
O แววตาวิสามัญะประเล่-
หะคะเนคะนึงนัย
ปรุงแต่งแสดงคติพิสัย-
ะประไพประพิณเหลือ
O อวลอรรถและปรัชญะประดัง
ตละครั้งก็คลุมเครือ
เลือกจับและรับบทะอะเคื้อ
อรรถะเพรื่อ สิ พร่ำเผย
O ศรัทธาเกาะบารมินิมิต-
กระอุพิษะรำเพย
สื่อสู่ ก็รู้ บทะเฉลย
ตละเปรย สิ ปลอมปน
O โมหันตะบันดละสมา-
คมะวาทะวกวน
ปรุงศัพทะรับรหัสะฉล
อนุสนธิสื่อสาร
O พิมพ์พันธุอันมุสะมุสา
กระแหนะหน้า สิ นับนาน
เท็จแถก็แปรบทะผสาน
อุปการะเกื้อกูล
O ตามอง, สมองพิเคราะหะตาม-
นยะพล่าม, ก็ไพบูลย์
จากชอบเพราะครอบคติวิทูร-
อนุกูละนำการณ์
O เชื่องเชื่อ .. เพราะเชื้อบุรพะผู้-
ศิระคู้และหมอบคลาน
ปราศรู้ ก็ชู ปทัสถาน-
อปการะกอปรกิน
O ทั้งมวลและถ้วนมรรคะพระผู้-
ประลุ-รู้, .. ก็พังภินท์
ผลเหตุเภท .. ระบุระบิล
ดุจะสิ้นกะสงสาร
O ใช่เพียง-เพราะเสียง, ตรรกะประกอบ-
ศิระนอบก็ชำนาญ
ทั้งฉวย-และช่วยมุสะประสาร
พิเราะซ่านหทัยชน
O โอวาทเพราะอาชวะประคอง
ดุจะกลองกระหน่ำกล
เคลือบทรามกะงามและอนุสน-
ธิพิมลกะมัวหมอง !
O มืดมัวสลัวยุคะสมัย
อุปไมยะเมื่อมอง
แฉก-ลิ้น .. แดะดิ้น, มุสะสนอง
สุตะพ้อง .. วิหคไพร !











free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.