Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
O ลมร่ำและฝนโรย .. O









ลมหนาวและดาวเดือน



O ยิ่งกว่าสายฝนโปรย .. ลมโชยผ่าน
และดอกมาลย์รวยรินโรยกลิ่นหอม
คือแววตาชม้อยสู่ .. เหมือนรู้ยอม-
การโอบกล่อมล้อมร่างไว้กลางทรวง
O ปลาบเปรี้ยงกลางสายฝนที่หล่นหลั่ง
วิชชุคลั่งโลดแล่น .. เย้ยแดนสรวง
แล้วซ่อนเร้นอ่อนไหวที่ในดวง-
ตาแหนหวงเจ้าเผย .. ยั่วเย้ยใคร ?
O ดวงวันบำราศฟ้า .. จันทราเสี้ยว-
ก็เลื่อนเรียวลอยรูป, แวววูบไหว-
ของดวงตาอาวรณ์กำจรนัย-
ก็ผ่านออกเผยให้ .. หัวใจรู้ !
O อาวรณ์ในแววตา .. เบื้องหน้านั้น-
ฤๅอาจกั้นกีดความ .. เมื่อลามสู่ ?
ให้สบเสพดื่มด่ำ .. รสดำรู-
ดั่งสายฝนพร่างพรู .. ลงสู่ใจ
O สังคีตสี .. สั่นพลิ้วเป็นริ้วเสียง
แว่วผ่านเคียงสายฝนที่หล่นไหล
คะนึงรูปแหนหวงผู้ห่วงใย-
แว่วเสียงแล้ว .. หวั่นไหวถึงใครกัน ?
O แม้นรูปนามเพ็ญพิไล .. ยังไกลอยู่
หากแรงชู้, ฟ้ากว้าง .. ใช่ขวางคั่น
เมื่อหัวใจทั้งดวง .. คอยพ่วงพัน-
โอบแนบอีกใจนั้น .. ทั้งวันคืน
O จันทร์เจ้าเอยเลื่อนดวงจนล่วงลับ
ดาวเคยวับวามอยู่ .. สุดรู้ขืน-
เมื่อมืดหม่นทั้งตอน .. วกย้อนกลืน-
กลบ .. ด้วยคลื่นฝนโปรย .. ลมโรยตัว
O ละห้อยหาเช่นไร .. หนอใจนั่น
หรือหวามหวั่นเสน่หากลางฟ้าหลัว ?
ด้วยอารมณ์ .. ด้วยขวัญที่สั่นรัว-
เมื่อแรงชู้เกลือกกลั้ว .. แนบหัวใจ
O โอภาสรูปเรขา .. ที่ฟ้าบน-
ยังคำรณคำรามเกินห้ามไหว
ฟังเถิดเจ้ารูปยุพา .. ความอาลัย-
จากอกใครเลื่อนลั่นรำพันความ
O ย่อมมิใช่ฟ้าแล่นโลมแสนสรวง
หากเป็นทรวงเสพทราบรสวาบหวาม-
หลังเผยรูป, พฤติลออ ..ลงต่อความ-
ฤๅอาจห้าม .. ปรารถนาผู้อาวรณ์ ?
O วาบวกรูปวิชชุดา .. กลางห่าฝน-
เฟื้อย,ว่าย-วนลำแสงดุจแผลงศร
วาบวิ่งเลศนัยนั้น ..ย่อมสั่นคลอน-
ผ่านท่วงทีออดอ้อน เพรียกร้อนรน
O ข่มจันทร์ดาวบนฟ้า .. จนลาล่วง-
เหลือสองดวงหวานละมุน .. กลางฝุ่นฝน
กระพริบแสงวาบวาม .. งดงามจน-
อกใจอลเวงอยู่ .. ไม่รู้วาย
O เจ้าเอยรู้ไหมว่า .. แรงอาวรณ์-
เกินเร้นซ่อน .. ขับข่มให้ล่มสลาย
รู้ไหมว่าความคำ .. พี่รำบาย-
เพื่อกล่อมสายสวาดิชู้ .. แต่ผู้เดียว
O กลางสายฝนคลุมฟ้า .. แววตาเจ้า-
เหมือนยั่วเย้าเหลือบชม้อยให้คอยเหลียว
วิชชุบนเลื่อนแล่นสองแขนเรียว-
ราวเอื้อมเหนี่ยวเด็ดใจ .. เอาไว้ครอง
O ยามนี้ฟ้ามืดหม่น ..น้ำหล่นไหล
พร้อมหัวใจใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
หวังเพียงแววตาละห้อย .. จักคอยมอง-
รอ .. แขนคล้องเรียวร่างไว้กลางทรวง
O รอเถิดเจ้า .. เยาวรูป .. รอลูบโลม-
จากรอบโสมนัสรุก .. ไปทุกช่วง
ความคำพี่ร้อยเรียง .. หวังเพียงดวง-
ตา-แสนห่วงใยล้น .. กระวนกระวาย !
O รอ-เถิดเจ้า .. รูปนามผู้ทรามสวาดิ
รอ-รวมชาติภพนี้ .. เป็นที่หมาย
พร้อมอาวรณ์อาลัยของใจชาย-
จักเคลื่อนคลายโอบล้อม .. ให้ยอมตน
O แว่วยินไหมคลื่นฝนคำรณเสียง
แปลบปลาบเปรี้ยงเปรี้ยงดัง .. ทุกครั้งหน-
ฤๅ-เท่าเสี้ยวส่วนในหัวใจคน-
ดังกึกก้องกาหล .. กลางฝนพรำ !
O รับรู้เถิดกลางฝนคำรณเสียง,
ฟ้าปลาบเปรี้ยงกระหึ่มล้วนเสียงครวญคร่ำ
หัวใจหนึ่งยิ่งฝนคำรณกรรม
ตอบ-รับรู้หวานล้ำ .. แห่งน้ำใจ !





Create Date : 11 กันยายน 2557
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2560 17:54:35 น. 0 comments
Counter : 996 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.