Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O กลางพระลบ .. บรรจบล้อม .. O









จระเข้หางยาว ทางสักวา
กอไผ่


-1-
O ใฝ่ฝันมานับนาน .. จนผ่านพบ
หลังพระลบล้อมจันทร์ .. บนชั้นหาว
ฝันจึงล้อมใจตื่นอยู่ยืนยาว
กลางลมหนาวโรยระลอกยั่วหยอกฟ้า
O ลมผ่านริ้วแต่งเพลงวังเวงแว่ว
คำนึงแก้ว .. ด้วยรักเสียหนักหนา
ฝากมาลัยกลิ่นละมุนหอมกรุ่นมา
แนบถนอมขวัญตา .. ทั้งยามนอน
O ลมคิมหันต์บ่ายโบกโลมโลกกว้าง
แทนกรกางโอบขวัญในบรรจถรณ์
บุหลันโลมแสงรุกไปทุกตอน
แทนเนตรย้อนแววถนอมเข้ากล่อมใจ
O ที่เกรงนัก .. เกรงฝันจะพลันดับ
เลือนไปกับกีดกัน .. และหวั่นไหว
ถวิลนัก .. มณฑาทิพ-ที่ลิบไกล
ต่อเมื่อใด .. จึงอาจล้อมด้วยอ้อมทรวง ?
O จึงร้อยเรียงความรัก .. ผ่านอักษร
คำเว้าวอน, หมายแทนความแหนหวง
ปรารถนาถวิลหวัง สิ้นทั้งปวง
เก็บ, ตักตวง .. ตอกย้ำด้วยคำกรอง
O ฝาก .. รำเพยลมร่ำ-ผ่านรำพัน
ช่วยสานฝัน, อาลัย .. แห่งใจสอง
ร่วมรับตอบ, ผูกพัน, ร่วมครรลอง
ร่วมครอบครองเสน่หาให้ตราตรึง
O ชั่วลดาชื่นฉ่ำ-ด้วยน้ำค้าง
ก็ชั่วอ้างว้างจิต .. เพราะคิดถึง
สะท้านหนาวเหน็บล้ำเกินรำพึง
จักเหนี่ยวดึงยื้อยุดก็สุดคิด
O จะปลดปลื้มลืมได้อย่างไรเล่า
ชั่วห่างเงาดวงขวัญยังหวั่นจิต
ต่อเมื่อไรไหนเลย-ได้เชยชิด
รูปนิมิตในฝัน .. ดั่งพรรณนา
O อาวรณ์รุมด้วยฤทธิ์แรงคิดถึง
แต่งามซึ่งยากสิ้นถวิลหา
ขวัญเอยขวัญ .. ห้อมเห่ทุกเวลา
ปรารถนาก็รุมลามสุดห้ามใจ
O ใจแทบขาดรอนแล้ว .. นะแก้วพี่
แต่ละทีแกว่งนั้น .. ช่างสั่นไหว
ต้องทัณฑ์โทษรุมเร้านานเท่าใด
จึงอาลัยออดอ้อน .. จักย้อนคืน ?
O หนาวจากฟ้า .. ลามล่วงถึงทรวงอก
จะย้าย, ยก, ยื้อยุดก็สุดขืน
ใคร .. จะทอนหนาวล้ำลงกล้ำกลืน
ใคร .. จะตื่นกลางละมุนอ้อมอุ่นเนื้อ ..?
O ดึกแล้วนะแก้วตา ..
จันทร์เบื้องหน้าแสงทอ .. ลออเหลือ
ฤๅ-โลมแสงอ่อนละมุนลงจุนเจือ-
นั้น-เพียงเพื่อเพรียกงาม แทรกคำนึง ?
O เช่นจันทร์ในชั้นฟ้า
สูงส่งเกินกว่า .. เอื้อมคว้าถึง
หากแต่แรงปฏิพัทธ์ที่รัดรึง
ช่างดื้อดึงแฝงเร้นคอยเป็นใจ
O ดั่งกระต่ายที่หมายจันทร์
เพ็ญรูปแย้มเมื่อนั้น .. ที่สั่นไหว-
คือถวิลปรารถนา แห่งอาลัย-
โหมเข้าใส่บัญชา .. เร่งอาวรณ์
O ใยสวาดิครั้นพาดสาย
สุดรู้สุดคลายให้ถ่ายถอน
ใจเอย ..ไยเฝ้าแต่เว้าวอน
ออดอ้อนถวิลอยู่ไม่รู้แล้ว
O ดูนั่น .. จันทร์งามแสงวามไหว
ลมไล้ลูบริ้วก็พลิ้วแผ่ว
กระเพื่อมวงว่ายออกหลายแนว
วาบแววเนตรเห็น .. ก็เช่นกัน
O ไหววูบความหมายกำจายออก
คล้ายบอก .. รอถนอม รอกล่อมขวัญ
รอแขน-อกแกร่งเข้าแบ่งปัน-
อบอุ่น, กีดกั้น – ทุกหวั่นเกรง
O คล้ายม่านราตรีลงคลี่คลุม
อาวรณ์เร้ารุมเข้ากุมเหง
ส่งเสียงเร้ารัวบอกตัวเอง
จักเพ่งพิศจันทร์ตราบวันวาย
O ลมแผ่วพรมลงแต่ง-วงน้ำ
ซ้ำซ้ำจันทร์ก็พลิ้วเป็นริ้วสาย
ค่ำคืนเปล่าเปลี่ยว-ผู้เดียวดาย-
กลับคล้ายยากผ่อนอาวรณ์ลง
O ดั่งกระต่ายที่หมายจันทร์
ต่างชั้นต่างฝูง-ต่างสูงส่ง
หากรัก .. ลึกล้ำ-ยังจำนง
มั่นคงแน่นอน ..ไม่คลอนคลาย
O รักแล้วรักเลยไม่เคยเปลี่ยน
ผ่านเวียนปีวัน-ยังมั่นหมาย
แม้นเหมือนแสนใกล้, หัวใจชาย-
ไม่หน่ายไม่ท้อ .. จะรอคอย

-2-
O รูปเอย .. รูปพิไลผู้ใกล้เพียง-
กระซิบเสียง .. ผ่านแล้อย่างแผ่วค่อย-
นั่น-คือท่วงทำนอง .. แฝงร่องรอย-
ห่วงละห้อยถวิลเห็นที่เป็นไป
O คือ .. ภาพความสัมพันธ์ในวันผ่าน
ที่อ่อนหวาน อาทรและอ่อนไหว-
เหมือนมาร่วมก่อเกื้อสานเยื่อใย
เผยความนัยให้สดับ .. ร่วมรับรอง
O โยงยาวสายเยื่อใย .. ความใฝ่ฝัน
ผูกยึดพันอาลัยแห่งใจสอง
เริ่มบทเพลงครวญคร่ำ .. ท่วงทำนอง-
อาวรณ์พร้องพร่ำอยู่ .. ไม่รู้คืน
O ผ่านความหมาย .. ปรนปรุงบำรุงจิต
จนไร้ศักดิ์และสิทธิ์จะคิดขืน
ในเที่ยวทางที่อุบัติให้หยัดยืน
ค่อยแตะตื่นอารมณ์ให้สมยอม
O เป็นความรู้สึกหนึ่ง .. ที่ซึ้งซ่าน
โดยรูปศัพท์กรองกานท์ .. อันหวานหอม
แทรกความนัยลึกล้ำ .. ให้ด่ำดอม
เพื่อใจหนึ่งพรั่งพร้อม .. จะยอมใจ
O คืออ่อนหวานเอ็นดู .. ที่รู้สึก
จากส่วนลึกอารมณ์ .. เกินข่มไหว-
กับถวิลแหนหวง .. ความห่วงใย
แด่ผู้อยู่เหมือนไกล .. แสนใกล้ชิด
O ใกล้ด้วยแรงผูกพัน .. ความมั่นหมาย
และเพียงกายไกลล่วง .. ใช่ดวงจิต
ที่ทุกคาบหวานซึ้ง .. คำนึงคิด
ก็ตรึงติดใจมั่นแต่ .. ขวัญน้อย
O รูปเอย .. รูปพิไลผู้ไกลตา
ปรารถนาแว่วเสียง .. แม้นเพียง-ค่อย
นั่นคือท่วงทำนอง .. แฝงร่องรอย-
ความละห้อยถวิลเห็นอยู่เช่นนั้น
O รูปเอย .. รูปสุรางค์ที่กลางใจ
สดับเถิด .. เสียงใด-แว่ว-ไหวสั่น
ทอดสำเนียงสูงต่ำ .. เพื่อรำพัน-
ความอ่อนหวานฝากจันทร์ .. กล่อมขวัญน้อย
O เพื่อจะโอนออดอ้อน .. คำอ่อนหวาน
ให้พลิ้วผ่านเบียดบดกำสรดสร้อย-
ที่ใจหนึ่งเคยกระหวัดสัมผัสรอย
เพื่อปลดปล่อยทั้งสิ้นด้วยยินดี
O เพื่อถอดถอนโอดอื้นในคืนผ่าน
ก่อนบรรสารเติมแต่งด้วยแสงสี
เพิ่มรูปรอยสดใส .. แห่งไมตรี
ไว้ช่วงชี้อภิรมย์ .. ห้อมห่มทรวง
O คือ .. ภาพความสัมพันธ์ในวันพรุ่ง
ไว้หมายมุ่งทดแทน ความแหนหวง-
จะแนบใจรุมลาม .. ถ้อยความปวง-
ย่อมเลยล่วง แต่งนิมิตแนบจิตใจ
O คือ .. ภาพการรอคอยละห้อยหา
คอย-ขอบฟ้าไกลลิบ .. กระพริบให้
ส่งค่ำดึกหอมกรุ่นด้วยอุ่นไอ-
จากอาลัยหวานล้ำ .. ฝ่าค่ำคืน !






Create Date : 15 สิงหาคม 2556
Last Update : 7 มีนาคม 2560 18:51:21 น. 6 comments
Counter : 1180 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ
บทกลอนไพเราะงดงามเหมือนเคยค่ะ ภาพประกอบสวยน่ารัก


โดย: วลีลักษณา วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:20:14:55 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี

ครับภาพประกอบสวยน่ารักเกินปริมาณจะนับได้ครับ อิๆๆ
ดาราคนนี้จะต้องไม่ยิ้มมากเกินไป .. ต้องยิ้มนิดๆแบบนี้ และต้องแต่งหน้า ผม แบบนี้ถึงจะรับกับ figure รูปเค้าหน้า

บาง set ของบางนิตยสารถ่ายออกมาไม่สวยครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:9:38:20 น.  

 


ดายุ..

มารับ"มาลัยกลิ่นละมุนหอมกรุ่น" ที่ฝากมาน่ะค่ะ
(จะส่งให้ใครไม่รู้ล่ะ ขอรับไว้ก่อนสำหรับมาลัยหอมหอมนี่)
O ลมผ่านริ้วแต่งเพลงวังเวงแว่ว
คำนึงแก้ว .. ด้วยรักเสียหนักหนา
ฝากมาลัยกลิ่นละมุนหอมกรุ่นมา
แนบถนอมขวัญตา .. ทั้งยามนอน


หากชื่อ จักรภพ เพ็ญแข มิใช่สดายุ และเป็นแกนนำ ด้วยนี่ ไม่ต้องกริ่งเกรงอะไรค่ะ..สาวสาวจะวิ่งเข้าไปให้
"ล้อมด้วยอ้อมทรวง " ทีเดียวค่ะ

"O ที่เกรงนัก .. เกรงฝันจะพลันดับ
เลือนไปกับกีดกัน .. และหวั่นไหว
ถวิลนัก .. มณฑาทิพ-ที่ลิบไกล
ต่อเมื่อใด .. จึงอาจล้อมด้วยอ้อมทรวง "?

ครั้งนี้หวานลึกหวานซึ้ง ไปทุกคำทุกบท..แต่มินตรานั่งเล็งอยู่หลายวัน เกรงจะมีใครออกมาโพส แสดงpossessive pronoun ใส่ น่ะค่ะ 555
เลยต้องเว้นวรรคไปหน่อย..ลดความหมั่นไส้ลง...




โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.102.119 วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:19:03:20 น.  

 
มินตรา ..
มีบางคนเป็นไข้ไม่ค่อยสบาย .. จึงต้องฝากลมช่วยหอบกลิ่นหอมไปให้ .. แทนยาเม็ด .. จึงต้อง ..

ลมผ่านริ้วแต่งเพลงวังเวงแว่ว
คำนึงแก้ว .. ด้วยรักเสียหนักหนา
ฝากมาลัยกลิ่นละมุนหอมกรุ่นมา
แนบถนอมขวัญตา .. ทั้งยามนอน

ดังนี้แล

พูดถึง จักรภพ และบรรดาแกนนำเสื้อแดง .. ประดานี้มิใช่ความใส่ใจของกระผมเลยนะขอรับ .. และแม้จนทักษิณเอง ที่ผมมองเห็นความสามารถในด้านการบริหาร จัดการเรื่องราวเป็นหลัก .. แต่มิใช่อุดมการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด

หากแต่ต้องปัญญาชน แบบ ..
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล "สศจ"
กลุ่มอาจารย์ นิติราษฎร์
ธงชัย วินิจจะกุล
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

แนวๆ นี้แหละ .. ที่ความคิดถึงจะน่าสนใจ
ความยิ่งใหญ่ของจิตใจ ของผู้นำทางการเมือง ..
.. ยืนหยัดต่อสู้แม้จะติดคุก 27 ปีแบบ เนลสัน แมนเดลล่า
.. ต้องยอมถูกกักบริเวณ 8-9 ปีเหมือน อองซาน ซูจี

ความยิ่งใหญ่ระดับยืนหยัด แต่ไม่ยอมเปลี่ยนสีตามจิ้งจก ตามหลักอหิงสาแบบคานธี .. จึงจะคู่ควรกับ โนเบล สันติภาพ .. ที่มิใช่คนจากเครือข่ายอำมาตย์ไทยจะอาจเผยอหน้าเข้ารับเกียรติเยี่ยงนี้ได้ ..


รวมทั้งบุคคลิกที่ ..
ยังไม่นิ่งพอ
ยังไม่เยือกเย็นพอ
ยังไม่ลึกซึ้งพอ
แบบทักษิณ หรือ แกนนำเสื้อแดง


ผมยังมองไม่เห็นชาติพันธุ์สยามผู้ใดจะมีจิตใจยิ่งใหญ่เหมือนหญิงเพื่อนบ้านเลย แม้แต่คนเดียวจนนาทีนี้

พอได้อำนาจทางการเมือง ก็เริ่มออกทะเลอีกวาระ
เรื่อง ตรวจสอบคนเล่น line
เรื่องประกาศ เขตหวงห้ามการชุมนุม
ฯลฯ
เหล่านี้ขาดหลักพื้นฐานเสรีภาพ ชัดๆ .. เสื้อแดงสายเชื่องเชื่อ ไม่มีแอะสักตัว .. จริงไหม .. คืออาการเชื่องเชื่อนี่ ขอเป็นพวกกูทำ ก็จะเกิดอาการเห็นดีเห็นงามไปทุกเรื่อง .. อาการเดียวกับพวก"บุพกาลบรรพกาลนิยม"นั่นแหละ

นี่คือมาตรการที่ขาดจุดยืนทางการเมือง .. ประชาธิปไตยแบบเลือกประเด็น เฉพาะเรื่อง เฉพาะกิจ เฉพาะกาล .. ซึ่งไม่ต่างกับรัฐบาลอำมาตย์นัก เพียงแต่การพัฒนาประเทศ มาตรการช่วยเหลือคนจนดีกว่าเท่านั้น ..

หากแต่แนวคิดแบบ เมืองขึ้นกึ่งศักดินา ที่ พคท.เคยวิเคราะห์สังคมไทยไว้ช่วงสงครามอุดมการณ์นั้นดูๆจะยังไม่เปลี่ยนไปมากนัก .. กลับหนักกว่าเดิมในแง่ "ศักดินานิยม - Royalist" ที่โฆษณาชวนเชื่อกันคิดเป็นเงินเป็นหมื่นล้านต่อปี !

พวกนิยมเจ้า ฝรั่งเรียก Royalist
พวกคลั่งเจ้า ฝรั่งเรียก Hyper Royalist
พวกประชานิยม หรือ สังคมนิยม ฝรั่งเรียก Socialist

มินตราเขียนให้อ่านหน่อยสิว่า .. ระบบกษัตริย์เยอรมัน ล่มสลายอย่างไร ? และมีเหตุการณ์อะไรบ่งบอกเหตุก่อนหน้านั้นสัก 4-5 ปี ?

และ ความเป็นชาติเยอรมัน ทำไมไม่ล่มตาม - ตามทฤษฎี "หากไม่รักเจ้าเยอรมัน ก็ต้องออกไปจากแผ่นดินหรือออกจากความเป็นคนเยอรมัน ซะ หรือ พูดเชิงรัฐศาสตร์ได้ว่า .. แผ่นดินเป็นของเจ้าเยอรมัน ประชาชนเยอรมันคือผู้อาศัย หากผู้อาศัยไม่ชอบเจ้าของที่ดิน ก็ต้องออกไปจากแผ่นดินนั้นๆ ไปหาที่อยู่ใหม่เอา"

นะ .. มาอ่านกลอนแล้วต้องมีของแลกเปลี่ยน 5555



โดย: สดายุ... วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:21:48:48 น.  

 

ดายุคะ

เนื่องจาก"มีบางคนเป็นไข้ไม่ค่อยสบาย" ..
เขต ผู้ป่วยห้ามเข้า..
จึงขอพักเรื่องการเมืองนะ ยิ่งตอนนี้หม่นหมองเรื่องอียิปต์ด้วย..

หยิบความหวานของ มธุรสวาจา มานั่งข้างเตียงคนป่วยดีไหม
"O เป็นความรู้สึกหนึ่ง .. ที่ซึ้งซ่าน
โดยรูปศัพท์กรองกานท์ .. อันหวานหอม
แทรกความนัยลึกล้ำ .. ให้ด่ำดอม
เพื่อใจหนึ่งพรั่งพร้อม .. จะยอมใจ
O คืออ่อนหวานเอ็นดู .. ที่รู้สึก
จากส่วนลึกอารมณ์ .. เกินข่มไหว-
กับถวิลแหนหวง .. ความห่วงใย
แด่ผู้อยู่เหมือนไกล .. แสนใกล้ชิด"

gute Besserung !



โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.114.70 วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:23:29:26 น.  

 


โอ....ปิยะบุตร !

555


โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.114.70 วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:0:54:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ลมรำเพย .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O แซ่ศัพทะรับคุณะประพจน์
ระบุบทะรำบาย
เสียงรับก็รับเฉพาะจะหมาย-
อธิบายกะหมู่เขลา
O ทวยเทพ, วิเลปนะประนอม-
จิตะน้อมและแนบเนา
พร้อมสรรพะอัปสระเฉลา-
ทะนุ-เฝ้าประคองฝัน !
O ปวงวรรคและอักษระประดิษฐ์
นฤมิตะเมามัน
สรรค์ศัพทะรับมุหะมหัน-
ตะกระนั้น สิ หนักหนา
O คีตพร้องตระกองยุคะสมัย
อุปไมยะไปมา
ไท-ทาส ก็พาดบทะ, สถา-
ปนะภาวะพร้อมเพ็ญ
O โอ .. โสตอุโฆษสรรพะประภาษ
ทะนุฆาตและลำเค็ญ
ดี-ชั่ว, เหมาะ-มั่ว, พิศะก็เห็น-
มุสะเต้นกระจ่างตา
O โอ .. โสตอุโฆษบุญะและบาป
สุรภาพะพึ่งพา
เทียนธูป .. วะวูบ, สติวิสา-
มัญะคว้า-ก็เพียงควัน
O ปรารมภะสมมุติวิกฤติ
กระอุอิทธิฤทธิ์ .. อัน-
ยื้อยุดจะฉุด-ยุคะและผัน-
บุพะบรรลุรำบาย
O โวหาระผ่านคตินิมิต
ตละคิด ก็ คมคาย
เกลี่ยชั่วเกรอะกลั้ว-บุญะละม้าย-
อธิบายะบิดเบือน
O ไป่รู้จะชู-ธรรมะ ฤ โทษ
พฤติโฉด-ก็แชเชือน
เพียงรู้จะชู-ฉละและเหมือน-
จะเลอะเลือนเพราะความหลง
O สามัญะนันทิพิสมัย
ระบุไว้กะว่านวงศ์
เว้นปากและพากยะประสง-
คะผจงจะ-จับ"ใจ" !
O แววตาวิสามัญะประเล่-
หะคะเนคะนึงนัย
ปรุงแต่งแสดงคติพิสัย-
ะประไพประพิณเหลือ
O อวลอรรถและปรัชญะประดัง
ตละครั้งก็คลุมเครือ
เลือกจับและรับบทะอะเคื้อ
อรรถะเพรื่อ สิ พร่ำเผย
O ศรัทธาเกาะบารมินิมิต-
กระอุพิษะรำเพย
สื่อสู่ ก็รู้ บทะเฉลย
ตละเปรย สิ ปลอมปน
O โมหันตะบันดละสมา-
คมะวาทะวกวน
ปรุงศัพทะรับรหัสะฉล
อนุสนธิสื่อสาร
O พิมพ์พันธุอันมุสะมุสา
กระแหนะหน้า สิ นับนาน
เท็จแถก็แปรบทะผสาน
อุปการะเกื้อกูล
O ตามอง, สมองพิเคราะหะตาม-
นยะพล่าม, ก็ไพบูลย์
จากชอบเพราะครอบคติวิทูร-
อนุกูละนำการณ์
O เชื่องเชื่อ .. เพราะเชื้อบุรพะผู้-
ศิระคู้และหมอบคลาน
ปราศรู้ ก็ชู ปทัสถาน-
อปการะกอปรกิน
O ทั้งมวลและถ้วนมรรคะพระผู้-
ประลุ-รู้, .. ก็พังภินท์
ผลเหตุเภท .. ระบุระบิล
ดุจะสิ้นกะสงสาร
O ใช่เพียง-เพราะเสียง, ตรรกะประกอบ-
ศิระนอบก็ชำนาญ
ทั้งฉวย-และช่วยมุสะประสาร
พิเราะซ่านหทัยชน
O โอวาทเพราะอาชวะประคอง
ดุจะกลองกระหน่ำกล
เคลือบทรามกะงามและอนุสน-
ธิพิมลกะมัวหมอง !
O มืดมัวสลัวยุคะสมัย
อุปไมยะเมื่อมอง
แฉก-ลิ้น .. แดะดิ้น, มุสะสนอง
สุตะพ้อง .. วิหคไพร !











free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.