Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
O ยอมเถิด .. ดวงใจ ! O







เพลง .. ลาวดวงดอกไม้
อัศวลีลา


O คงละห้อยคอยหาแต่ตาตื่น
ในความรื่นรมย์ตอนแสนอ่อนหวาน
วนเวียนคอยผ่านช่วงล้อมดวงมาน
ให้เบิกบานวาบหวาม .. รับความนัย
O ทั้งดวงตาหลับพริ้ม .. คงยิ้มรื่น
ด้วยอกใจแช่มชื่นเกินฝืนไหว
ถวิลคอย, ถ้อยปวง, ความห่วงใย-
คงวุ่นวายวูบไหว .. กลางใจนั้น
O หมอกหม่นมัวโอบเช้า อีกเช้าหนึ่ง
กับหวานซึ้งอีกใจ, อีกไหวหวั่น-
คงไหวกลางแสงสี, มาลีพรรณ-
เมื่อต้องลมลูบ .. สั่น .. ดั่ง-ขวัญน้อย
O ยิ้มรับความรุมเร้า .. แห่งเช้าวัน
ลูบโลมขวัญผ่องแผ้ว, จากแผ่วค่อย-
จนรับรู้, รับรอง .. ความล่องลอย-
ของดวงใจดวงน้อย .. จากถ้อยคำ
O โอ หวานหอมรื่นถิ่น .. หนอ-กลิ่นแก้ว
กับผ่องแผ้วอารมณ์, สายลมร่ำ-
โปรยปรายภาพงดงามจากความจำ
เอาล่วงล้ำอยู่ล้อ .. การรอคอย
O แว่วยินไหมกระซิบเสียง .. หมายเพียงว่า-
ล่มเหว่ว้าทุกบทให้ถดถอย
เพื่อจุนเจืออกใจเอาไว้ลอย-
ล่องตามถ้อยกระซิบนั้น .. แล้วพันธนา
O แทนอ้อมกอด, สายลมจักพรมผ่าน
หอบหอมหวานล้อมให้คอยใฝ่หา
รอรับเถิดนัยถ้อย .. เรียงร้อยมา
จักตรึงตราอกใจ .. ผู้ใยดี
O แล้วหอมจักน้อมรอ .. ความพ้อพร่ำ-
แฝงผ่านสายลมร่ำ .. ถ้อยคำพี่
บอกอาวรณ์อาลัยหัวใจมี
อย่างเรื่อยรี้โอบขวัญ .. รับฉันทา
O ทั่วถ้วนความละห้อยเห็น .. เคยเร้นซ่อน
จักเริ่มอ้อนออดคอยละห้อยหา
รูปใครเล่าจะผ่องแผ้วที่แววตา
ยิ้มตอบรับเดียงสา .. ผู้อาลัย
O พริ้มหลับลงเถิดหนา .. นัยน์ตานั้น
เก็บงำแววพร่าสั่น .. อย่าสั่นให้-
บีบเค้นการสั่นรัวอีกหัวใจ
ที่จักคอยสั่นไหว .. ล้อนัยน์ตา
O แม้นอารมณ์แช่มชื่นเกินฝืนไหว
อาจงำให้ความถ้อยแสร้งพลอยว่า
ที่วาบแววอาวรณ์แอบซ่อนมา
ด้วยเกินกว่ากีดกั้นได้ทันการณ์ !
O ภายใต้ความเรียบเฉย .. อย่าเผยเลศ-
ให้ดวงเนตรเผลออ้อน .. แววอ่อนหวาน
เกรงลมร่ำแสงช่วงจักหน่วงกาล
ให้เบิกบานอารมณ์ .. รับสมยอม
O อาจละห้อยคอยเห็นตราบเย็นย่ำ
เยี่ยงอบร่ำกุสุมาลย์ .. กลิ่นหวานหอม-
ที่แรงซึ้งซ่านรส, เกินอดออม-
ด้วยยากพร้อมพาใจ ออกไกลกัน
O ในความรื่นรมย์ตอนแสนอ่อนหวาน
วนเวียนคอยล้อมผ่าน .. รุกรานฝัน
พึงเบิกบานวาบหวาม .. กับยามวัน
เมื่อกีดกันทั้งปวง .. ได้ล่วงร้าง
O ในความรื่นรมย์ตอนออดอ้อนนั้น
จักอุ่นขวัญโอบอยู่ไม่รู้ห่าง
เด็ดดึงความเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ปูลาดให้ก้าวย่าง .. ลงกลางใจ !





Create Date : 03 เมษายน 2559
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 16:05:42 น. 10 comments
Counter : 1130 Pageviews.

 

สดายุ...

เห็นมีความสนใจเรื่องการแต่งงาน ในระบบศาสนาฮินดู :

การแบ่งประเภทของการแต่งงานในศาสนาฮินดู สามารถแบ่งได้ 8 ประเภทดังนี้
1. พรหม วิวาหะ เป็นการแต่งงานที่ชาวฮินดูยกย่องว่าประเสริฐที่สุด โดยบิดาได้ยกลูกสาวของตนให้แก่ชายผู้มีความประพฤติและการศึกษาดี ฝ่ายชายเองก็ยอมรับหญิงเป็นภรรยาอย่างเต็มใจโดยไม่เรียกสินสอดใดๆทั้งสิ้น

2. ไทวะ วิวาหะ คือการแต่งงานที่บิดาของฝ่ายหญิงได้มอบบุตรสาวแด่ฤษีเพื่อเป็นของขวัญที่ฤษีมาประกอบพิธีบูชายัญให้

3. อารษะ วิวาหะ คือการแต่งงานโดยที่ฝ่ายชายมอบโคหรือกระบือหรือทั้งสองอย่างแก่บิดาฝ่ายเจ้าสาว

4. ประชาปัตยะ วิวาหะ คือการแต่งงานที่ฝ่ายชายกับบิดาของฝ่ายหญิงตกลงกันอย่างมีเงื่อนไข เช่น แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน เป็นต้น

5. อสูร วิวาหะ คือการแต่งงานที่ฝ่ายชายให้ทรัพย์สินเงินทองแก่ฝ่ายหญิง แล้วได้แต่งงานกับหญิงนั้น

6. คนธรรพ วิวาหะ คือการแต่งงานโดยที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตกลงปลงใจจะอยู่ด้วยกัน โดยบิดามารดาทั้งสองฝ่ายไม่ได้รับรู้

7. รากษส วิวาหะ คือการแต่งงานที่ฝ่ายชายใช้กำลังบังคับให้หญิงมาเป็นคู่ครอง มักจะเกิดการทำร้ายญาติฝ่ายหญิงก่อนที่จะชิงตัวหญิงมาได้

8. ปีศาจ วิวาหะ คือการแต่งงานที่ฝ่ายหญิงถูกมอมยา ล่อลวง เป็นการแต่งงานที่ชาวฮินดูรังเกียจที่สุด

เอกสารอ้างอิง
วิทยา ศักยาภินันท์. ศาสนาฮินดู. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : กรุงเทพฯ. 2549
Tags: การแต่งงานของชาวฮินดู, ภาษาฮินดู, แปลภาษาฮินดู


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 เมษายน 2559 เวลา:10:14:01 น.  

 
มินตรา ..
ผมชอบแบบแรกนะ .. ไม่คิดจะเรียกร้องสินสอดใดๆทั้งสิ้นจากฝ่ายหญิง .. ทำกับข้าวเป็นแค่ 2-3 อย่าง
ก็ไม่เป็นไร .. 55

พอดีเพิ่งไปอ่านประวัติศาสตร์ไทย “นอกกรอบประวัติศาสตร์ชาตินิยม” ที่ถูกฝังหัวมานาน
เกี่ยวกับพระนเรศวร .. อ่านแล้วก็อยากจะเอามาเขียนโคลงดูเหมือนกันนะ ..
เป็นด้านโรแมนติกของราชานักรบ

ที่เรียกว่า นอกกรอบประวัติศาสตร์ชาตินิยม เพราะเป็นการบันทึกของต่างชาติรอบๆบ้านเรา
ซึ่งหากมีการบันทึกตรงกันกับของไทย ก็แปลว่ามีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นจริง แต่หากเหตุการณ์ไหน
ของเขาไม่มี แสดงว่า ทางไทยเราเขียนขึ้นเองด้านเดียว ก็ไม่น่าเชื่อถือ

หนังสือเล่มนั้นคือ “จากวังจันทน์ถึงเวียงแหง” ที่ระบุว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ที่ อ.เวียงแหง เขตเชียงใหม่
มิใช่เมืองหาง ดังที่เรารับรู้กันมานาน – และค่อนข้างน่าเชื่อถือเมื่อคำนึงถึงบริบทแวดล้อม ..


โดย: สดายุ... วันที่: 4 เมษายน 2559 เวลา:16:08:39 น.  

 
ดายุ..

1. พรหม วิวาหะ..."ยกลูกสาวของตนให้แก่...ชายผู้มีความประพฤติและการศึกษาดี... ฝ่ายชายเองก็..ยอมรับหญิงเป็นภรรยาอย่างเต็มใจ...โดยไม่เรียกสินสอดใดๆทั้งสิ้น "
โอ้โฮ ..นี่กำลังสนทนากับ .."ชายผู้มีความประพฤติและการศึกษาดี.." รึนี่ !

"น้องเล็ก" โปรดทราบ..555

สำหรับมินตรา นี่ ข้อ 3. อารษะ วิวาหะ คือการแต่งงานโดยที่ฝ่ายชายมอบโคหรือกระบือหรือทั้งสองอย่างแก่บิดาฝ่ายเจ้าสาว.....มิเลวนะ ..อย่างน้อย ..." ทำกับข้าวเป็นแค่ 2-3 อย่าง" นี่ ยังมี "โค หรือ กระบือ" เป็นค่าวิชา 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 เมษายน 2559 เวลา:17:06:42 น.  

 
มินตรา ..

..............
สมเด็จพระนเรศวร ขณะที่ทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก จนกระทั่ง พระเจ้าบุเรงนองยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลกในสงครามช้างเผือก สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เจ้าเมืองพิษณุโลก ยอมอ่อนน้อมต่อหงสาวดีจึงทำให้เมืองพิษณุโลกต้องเป็นเมืองประเทศราชของหงสาวดีและไม่ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา

พระเจ้าบุเรงนองทรงขอพระสุพรรณกัลยาและพระนเรศวรไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีใน พ.ศ. 2107 ทำให้พระองค์ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา ประทับอยู่กรุงหงสาวดี 8 ปี เสด็จกลับกรุงอโยธาพระชนมายุ 17 พรรษา พ.ศ. 2115

จากวิกิพีเดีย ...
...........................

8 ปีในหงสาวดี .. จากเด็กชายจนเป็นหนุ่มวัยรุ่น ..


โดย: สดายุ... วันที่: 4 เมษายน 2559 เวลา:18:30:54 น.  

 
สดายุ..

รออยู่ตั้งหลายวัน ยังไม่เห็น "ดวงใจ" ออกมาประกาศจุดยืนเลย...

สงสัยคุณภาพของ ."ชายผู้มีความประพฤติและการศึกษาดี.." จะ เท่ากับ...รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย !
...................
"รอรับเถิดนัยถ้อย .. เรียงร้อยมา
จักตรึงตราอกใจ .. ผู้ใยดี"

"รับรับไปก่อนแล้วค่อยแก้ไข ทีหลัง"นะคะ
แบบปี50




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 เมษายน 2559 เวลา:17:38:27 น.  

 

มินตรา ..

"ดวงใจ" กำลังโดนหวัดเล่นงานที่ลำคอ .. บอกให้คุยกับมินตราไปก่อน 55

อย่ามาชวนพูดการเมืองเลย กะเดี๋ยวของขึ้น ในวันที่ ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับสยามเมืองรัฐประหาร (ครั้งที่เท่าไรแล้วนี่ .. น่าจะมากที่สุดในโลก !)

ปู่มีชัยแกจะ 80 แล้ว .. พยายามช่วยบรรดาคนแก่ชักกะเย่อไม่ให้สายน้ำไหลลงที่ต่ำอยู่ คาดว่าใกล้หมดแรงเต็มที .. สายน้ำคงยากจะไหลย้อนกลับได้ .. 555


๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว

O เย็นรื่นเพราะคลืนวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
ตรู่สางระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น

O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


โดย: สดายุ... วันที่: 7 เมษายน 2559 เวลา:19:19:16 น.  

 
ดายุ..

เก่ง !

"O ภายใต้ความเรียบเฉย .. อย่าเผยเลศ-
ให้ดวงเนตรเผลออ้อน .. แววอ่อนหวาน
เกรงลมร่ำแสงช่วงจักหน่วงกาล
ให้เบิกบานอารมณ์ .. รับสมยอม"


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 เมษายน 2559 เวลา:9:06:03 น.  

 
มินตรา ..

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ คือความงดงามลงตัวสุดยอดของคำฉันท์ .. ทั้งจังหวะจะโคนและลีลาพลิ้วไหวประดุจสายลมแห่งวสันตฤดู

เห็นด้วยไหมครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2559 เวลา:9:17:42 น.  

 
ชื่อคล้ายๆกับกลอนที่อ่านเมื่อเช้า นะคะ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 29 มิถุนายน 2560 เวลา:13:23:24 น.  

 


ครับ ..
บางครั้งตั้งชื่อซ้ำกันก็มีครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 1 กรกฎาคม 2560 เวลา:14:48:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.