Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
O วานนั้น .. จนวันนี้ .. O









เพลง .. ลาวคำหอม (สี่แผ่นดิน)
กอไผ่


O ฝากอาลัยใจคน ..ฝ่าฝนหลั่ง-
ผ่านแสงปลั่งปลาบช่วงกลางห้วงหาว
หวัง-เนตรเรียวพรายพรับแสงวับวาว-
แทรกคลื่นหนาวย้อนกลับ .. มารับรอง
O สืบส่งความมุ่งหมายรำบายบอก
ผ่านระลอกเม็ดฝนที่หล่นฟ่อง
หวานอบอุ่นหอมล้ำ .. ท่วงทำนอง-
ความ-พร่ำพร้องพิสมัย .. ล้วน-นัยเดียว
O ให้อบอุ่นแทรกซ้ำอยู่ค่ำเช้า
จนใฝ่เฝ้าคอยแต่ชะแง้เหลียว
กลางเหน็บหนาวรอบฤดู .. ลมกรูเกรียว
หมายโน้มเหนี่ยวอบอุ่นเข้าหนุนทรวง
O พร้อมความหมายผ่านบอก, หอมดอกไม้-
ก็หอมแทรกหัวใจ .. เมื่อไฟสรวง-
แล่นสายโชนช่วงรอย .. เมื่อถ้อยปวง-
นำย้อนช่วงความหลังอีกครั้งคราว
O วานนั้น .. ลมร่ำไหล, หัวใจตื่น-
อ้อยอิ่งอย่างแช่มชื่นกับคลื่นหนาว
โคมบนสรวงช่วงระยับ .. อยู่วับวาว
เมื่อเรื่องราวบางตอน .. วกย้อนเตือน
O จากหนาวเป็นรุมร้อนสุดผ่อนผัน
พร้อมรำพันเชิงชู้ .. ที่ดูเหมือน-
แฝงความนัยซ่อนวาง .. อยู่รางเลือน-
แล้วคอยเกลื่อนกลบหมายให้คลายลง
O เช่นมาลย์หอมผึ้งภู่ .. ย่อมรู้เคล้า
คำกรองเย้ายั่วอยู่ก็รู้สง-
สัยคารม .. คมคำ และจำนง
จึงเลยหลงสนเท่ห์ .. ต่อเล่ห์การณ์
O เอ็นดูมากนักแล้ว .. นะแก้วเจ้า
ที่คอยเฝ้าเสพรับ .. ความขับขาน
มธุรสโคลงกลอน .. ออดอ้อนคราญ-
ที่คอยสานถักบ่วงคล้องดวงใจ
O จนค่อยเผยความหมายรำบายบอก
ผ่านกรองกานท์ยั่วหยอกล่อหลอกให้-
ผู้ลอบเร้นอ่านอยู่ .. พึงรู้นัย-
แฝงความไว้กล่อมขวัญ .. ด้วยพรรณนา
O ใครหนอ-แก้มเนียนอิ่ม .. ซ่อนยิ้มอยู่
รอเชิงชู้คำชายรำบายหา
เพื่อเสกสั่งใจคน .. ด้วยมนตรา
เต็มอยู่ด้วยเสน่หาทุกท่าที
O สุมาลย์สอดสีสวยอำนวยให้-
ภู่ผึ้งไหวว่อนถิ่นก่อนบินปรี่-
คลุกเคล้ารสหอมหวานดอกมาลย์มี
เมื่อ .. ใจนี้ร่ำขอแต่รอคอย
O วิหคเหินถลาลม .. เสียงขรมอยู่
แว่ว, รับรู้ .. ว่าโลกอันโศกสร้อย
ได้ล่มลาญจากทรวงจนล่วงรอย
เมื่อเนตรเรียวเหลือบชม้อย .. เหมือนคอย-เคียง
O ปีกบางภู่ภมร .. ไหวว่อนอยู่
เมื่อแรงชู้อาลัย .. เริ่มให้เสียง
เสพรับเถิดความถ้อย .. คำร้อยเรียง-
ล้วนเพื่อเพียงเร้ารัว .. อีกหัวใจ
O เพื่อใคร .. ต่อแต่นี้หากลี้หน้า-
จงท่วมทัณฑ์ทรมา-จนกว่าได้-
มอบอาวรณ์เสน่หา .. แรงอาลัย-
วางลงไว้กลางมือ .. ให้ถือครอง
O เพื่อใคร .. ต่อแต่นี้ยากลี้หลบ
ทุกชาติภพจากนี้, ใจสี่ห้อง-
บรรสบแล้วเมื่อใด .. เฝ้าใฝ่ปอง-
จนยากพ้องความหมายแห่งชายใด !




Create Date : 24 กันยายน 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:27:52 น. 0 comments
Counter : 1066 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ลมรำเพย .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O แซ่ศัพทะรับคุณะประพจน์
ระบุบทะรำบาย
เสียงรับก็รับเฉพาะจะหมาย-
อธิบายกะหมู่เขลา
O ทวยเทพ, วิเลปนะประนอม-
จิตะน้อมและแนบเนา
พร้อมสรรพะอัปสระเฉลา-
ทะนุ-เฝ้าประคองฝัน !
O ปวงวรรคและอักษระประดิษฐ์
นฤมิตะเมามัน
สรรค์ศัพทะรับมุหะมหัน-
ตะกระนั้น สิ หนักหนา
O คีตพร้องตระกองยุคะสมัย
อุปไมยะไปมา
ไท-ทาส ก็พาดบทะ, สถา-
ปนะภาวะพร้อมเพ็ญ
O โอ .. โสตอุโฆษสรรพะประภาษ
ทะนุฆาตและลำเค็ญ
ดี-ชั่ว, เหมาะ-มั่ว, พิศะก็เห็น-
มุสะเต้นกระจ่างตา
O โอ .. โสตอุโฆษบุญะและบาป
สุรภาพะพึ่งพา
เทียนธูป .. วะวูบ, สติวิสา-
มัญะคว้า-ก็เพียงควัน
O ปรารมภะสมมุติวิกฤติ
กระอุอิทธิฤทธิ์ .. อัน-
ยื้อยุดจะฉุด-ยุคะและผัน-
บุพะบรรลุรำบาย
O โวหาระผ่านคตินิมิต
ตละคิด ก็ คมคาย
เกลี่ยชั่วเกรอะกลั้ว-บุญะละม้าย-
อธิบายะบิดเบือน
O ไป่รู้จะชู-ธรรมะ ฤ โทษ
พฤติโฉด-ก็แชเชือน
เพียงรู้จะชู-ฉละและเหมือน-
จะเลอะเลือนเพราะความหลง
O สามัญะนันทิพิสมัย
ระบุไว้กะว่านวงศ์
เว้นปากและพากยะประสง-
คะผจงจะ-จับ"ใจ" !
O แววตาวิสามัญะประเล่-
หะคะเนคะนึงนัย
ปรุงแต่งแสดงคติพิสัย-
ะประไพประพิณเหลือ
O อวลอรรถและปรัชญะประดัง
ตละครั้งก็คลุมเครือ
เลือกจับและรับบทะอะเคื้อ
อรรถะเพรื่อ สิ พร่ำเผย
O ศรัทธาเกาะบารมินิมิต-
กระอุพิษะรำเพย
สื่อสู่ ก็รู้ บทะเฉลย
ตละเปรย สิ ปลอมปน
O โมหันตะบันดละสมา-
คมะวาทะวกวน
ปรุงศัพทะรับรหัสะฉล
อนุสนธิสื่อสาร
O พิมพ์พันธุอันมุสะมุสา
กระแหนะหน้า สิ นับนาน
เท็จแถก็แปรบทะผสาน
อุปการะเกื้อกูล
O ตามอง, สมองพิเคราะหะตาม-
นยะพล่าม, ก็ไพบูลย์
จากชอบเพราะครอบคติวิทูร-
อนุกูละนำการณ์
O เชื่องเชื่อ .. เพราะเชื้อบุรพะผู้-
ศิระคู้และหมอบคลาน
ปราศรู้ ก็ชู ปทัสถาน-
อปการะกอปรกิน
O ทั้งมวลและถ้วนมรรคะพระผู้-
ประลุ-รู้, .. ก็พังภินท์
ผลเหตุเภท .. ระบุระบิล
ดุจะสิ้นกะสงสาร
O ใช่เพียง-เพราะเสียง, ตรรกะประกอบ-
ศิระนอบก็ชำนาญ
ทั้งฉวย-และช่วยมุสะประสาร
พิเราะซ่านหทัยชน
O โอวาทเพราะอาชวะประคอง
ดุจะกลองกระหน่ำกล
เคลือบทรามกะงามและอนุสน-
ธิพิมลกะมัวหมอง !
O มืดมัวสลัวยุคะสมัย
อุปไมยะเมื่อมอง
แฉก-ลิ้น .. แดะดิ้น, มุสะสนอง
สุตะพ้อง .. วิหคไพร !











free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.