Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
O สิ้น..วาสนา..O









เพลง .. พญาโศก



O และแล้วก็มองเห็นความเป็นจริง
ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง..เพียงร่างฝัน
ปรากฎขึ้นเป็นโจทก์..ชี้โทษทัณฑ์
เพื่อสุมใส่โศกศัลย์..เข้าพันธนา
O ถวิลถึงก็วิตกสะทกสะท้อน
ฑิฆัมพร..เฝ้าแต่เหลียวแลหา
ลอยเด่นกลางสรวงนั่น..คือจันทรา
จนเกินมือเอื้อมหา..เพื่อคว้าดึง !
O เคว้งคว้างอยู่กลางคลื่นที่ตื่น..คลั่ง
คลื่นเทวษที่ลึกดั่ง..เกินหยั่งถึง
รอวิญญาณไร้สิทธิ์..ลงติดตรึง-
อยู่ก้นบึ้งโศกศัลย์..ในบั้นปลาย
O อีกครั้ง..และอีกครา-ความอาวรณ์-
ต้องขาดตอนขาดช่วงจนล่วงหาย
อีกครั้งที่อาลัยจากใจชาย-
ต้องวอดวายล่มคา .. รูปปรารมภ์
O อีกครั้งที่ใจชาย..จะคล้ายว่า-
ต้องโทษทัณฑ์ทรมาจนสาสม
เมื่องามหนึ่งรูปละม่อมเคยจ่อมจม
ต้องมาล่มลับหายกับสายกาล
O รูปเอยรูปงามเยาว์..ดั่งเงาล้อม
จากเผยรูปเห่กล่อมด้วยหอมหวาน
ดลจริตส่งรับอยู่นับนาน
กลับต้องลาญลบสิ้น..จากถิ่นทรวง
O เสียเจ้า-เยาวรูป..ราวสูบสั่ง-
จากเทพทวงเปล่งปลั่ง-คืนฝั่งสรวง
มอบเปล่าเปลี่ยวสุมสั่ง..ใจทั้งดวง
เป็นภาพลวงรองรับ..การลับ..ลา
O จะมีหรือกาลหวนให้จวน-จบ
แต่นี้ตราบผืนภพ..ดินกลบหน้า
คงรอคอยเงียบเหงาให้เข้ามา-
ฉุดลากอาดูรถวิล..ให้สิ้นลง
O นี่หรือ-ปวดร้าว, เจ็บ..อันเหน็บหนาว
ในทุกก้าวย่างรุดเหมือนสุดบ่ง
นี่หรือ..ความขมขื่นที่ยืนยง
คล้ายสืบส่งสมสั่ง..จนคั่งคา
O จะเจ็บจำฝังไว้..เพื่อได้เห็น-
ใจที่เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อปลดปล่อยโทษทัณฑ์ให้บรรดา-
ชายอื่นรอเยี่ยมหน้าด้วยสาใจ
O เทพผู้กอปรฤทธีทั้งสี่โลก
พึงอวยโศกครอบอก-จนหมกไหม้
เอื้อดวงจิตหลอมเหลวด้วยเปลวไฟ
เผาผลาญให้มอดสิ้นทั้งจินตนา
O จะเกิดดับกี่วัฏฏะวงรอบ
ขอนบนอบด้วยเล่ห์เสน่หา
ยอมให้เหยียบย่ำเล่นเหมือนเป็นมา
ในทุกกาละภพที่พบกัน
O อย่าได้คลายอาวรณ์ที่เคยมี
ในทุกที่ทางเที่ยวจะเหลียว-หัน
จะรอคอยย่ำเหยียบ..อย่างเงียบงัน
รอเท้าเรียวเจ้านั้น..เหยียบ-หยันเทอญ





Create Date : 08 มิถุนายน 2554
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2560 10:21:51 น. 40 comments
Counter : 3397 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ..

ฟ้ารู้สึกยินดี..ที่คุณได้ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนด้วยมิตรภาพที่จริงใจถึงที่บ้านฟ้า...ฟ้าคลิ๊กไปดูอันดับบล็อกเพราะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าใช่สดายุที่ติดลำดับที่ 1 เป็นประจำหรือเปล่า?


แต่ฟ้าคิดว่าคงใช่ เพราะในพันทิปไม่มีชื่อซ้ำอยู่แล้ว..และในสมาชิกที่เขียนกลอนเท่าที่ฟ้าผ่านตา ฟ้าไม่เคยเห็นชื่อคุณในเม้นท์ของใครเลย ซึ่งนับว่าเป็นความมีน้ำใจที่มีต่อฟ้าเป็นอย่างมาก


และสุดท้ายฟ้าขอขอบคุณ...คุณสดายุเป็นอย่างมากที่..กรุณาช่วยชี้แนะในเรื่องของการเขียนกลอน ฟ้าเขียนกลอนไม่เก่งหรอกค่ะ แค่เพียงเขียนได้แบบอ่านเล่นๆเท่านั้นเอง...


คุณเขียนกลอนได้ไพเราะงดงามจนไร้ที่ติอยู่ใน"ขั้นบรมครู" หากฟ้ามีส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถชี้แนะและติติงได้เสมอนะคะ คิดเสียว่าฟ้าเป็นลูกศิษย์คุณก็แล้วกัน

ฟ้าขอขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ดีงามอีกครั้ง...และหวังว่าฟ้าคงมีโอกาสได้ต้อนรับคุณเสมอๆที่บ้านฟ้าด้วยนะคะ...ฟ้าจะรอด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ








โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:18:57:29 น.  

 

เสียเจ้า-เยาวรูป..ราวสูบสั่ง-น่ากลัวจัง
ถ้าไม่ตามด้วย จากเทพทวงเปล่งปลั่ง-คืนฝั่งสรวง
จะแปลความอย่างไรให้สวยงามกว่า
เคยมองคำว่า"สูบ"ใช้กับธรณีและความหมายเชิงติดลบ

เปิดหน้าบุรุษอาดูรใหม่ดีกว่าค่ะ จะตามอ่านไม่บ่นสักคำ
บล็อกมวลชนต้องตามใจคนอ่านสิคะ เพราะคนอ่านไม่ต้องลงทุน
แฟนคลับประท้วง ก็ให้หน้านี้เป็นนารีปราโมชไม่ใช่เหรอคะ
น่าแปลกที่เขียนให้เศร้าก็ได้ด้วย เหมือนจะเศร้าจริงจริงเลย








โดย: Peakroong วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:20:51:40 น.  

 
สวัสดีครับ...
ขออนุญาตเรียกคุณฟ้านะครับ...
ก่อนอื่นต้องขอบคุณดอกไม้ที่นำมามอบให้...ต้องบอกว่าสวยงามมากครับ

ปกติผมเองแทบไม่ได้ไปคอมเมนต์ที่ไหนเลยแม้กระทั่งบล็อคของน้องๆ หรือ เพื่อนๆที่แวะเวียนมาทักทาย...เป็นคนนิสัยไม่ค่อยดีอยู่ตรงนี้แหละครับ...หากไม่ใช่เรื่องกลอน หรือ ศาสนาแล้วผมไม่ค่อยมีประเด็นที่จะพูดคุยมากนัก

ผมเห็นในบล็อคคุณฟ้ามีกลอนแนวสนุกสนานเฮฮาอยู่ด้วย...จึงเข้าใจเอาว่าจะเป็นคนที่มีบุคคลิกร่าเริงสนุกสนาน..เป็นมิตรกับผู้คน...และลักษณะนี้อีกไม่นานคงมีเพื่อนฝูงมากมาย

เรื่องกลอนนั้น ผมเองยังไม่ถึง”ขั้นบรมครู”อย่างที่คุณฟ้าว่ามาหรอกครับ...แค่เขียนมานานและพอเขียนได้เท่านั้น...หากคุณฟ้าสงสัยอยากถามก็พอจะบอกได้อยู่บ้างครับ...

ร้อยกรอง เป็นเพียงการกำหนดกฎเกณฑ์ชุดหนึ่งสำหรับรูปแบบหนึ่งๆ...ให้เราลองทำดู...เป้นความท้าทายอย่างหนึ่งในทางอักษรที่จะสื่อข้อความออกไปภายใต้กฎเกณฑ์แล้วให้คนอ่านรู้เรื่อง...ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับคนที่มีใจรัก

ผมเองรู้สึกยินดีมากที่ได้มีโอกาสรู้จักคุณฟ้าในครั้งนี้...ครับ






คุณปีกรุ้ง....สวัสดีครับ

สรรพสิ่งในโลกล้วนแปรเปลี่ยนเอาแน่นอนไม่ได้....จิตใจและอารมณ์คนก็เช่นเดียวกัน...พระท่านถึงสอนเรื่องอนิจจังไงครับ...นี่แหละหลักไตรลักษณ์แห่งพุทธที่แน่นอนที่สุด...อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...

เวลาสิ่งที่เราคาดหวัง ไม่ได้อย่างที่หวังขึ้นมา...หากรู้ตัวไม่ทันก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า"จิตตก" ขึ้นมาฉะนี้แหละครับ...

ความสวยงามแห่งรูปของสตรี มักเข้ายึดกุมและครอบครองจิตวิญญาณของบุรุษเสมอมาทุกยุคทุกสมัย...ตั้งแต่คลีโอพัตรา..โน่นมาแล้ว

ขณะเดียวกันบริบทของความสัมพันธ์หนุ่มสาวอย่าง กามนิต-วาสิฏฐี หรือ โรมิโอ-จูเลียต ก็มีให้รับรู้อยู่เสมอมาเช่นกัน....แม้ในชีวิตจริง

คุณปีกรุ้งคิดว่า...กลอนบทนี้เศร้าไหม ?
และอารมณ์คนเขียนน่าจะเศร้าพอกันไหม ครับ?


โดย: สดายุ... วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:22:02:12 น.  

 
เข้ามาอ่านครับ


โดย: dontana (dontana ) วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:22:13:44 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณสดายุ..อย่าเที่ยวโศกให้มากนักเลยค่ะ..เดี๋ยวน้ำตาจะท่วมบล็อกเอานะคะ..มีความสุขมากๆค่ะ




โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:6:32:22 น.  

 
คุณสดายุ สวัสดีค่ะ

สรรพสิ่งในโลกล้วนแปรเปลี่ยนเอาแน่นอนไม่ได้จริงค่ะ
แต่หากเรารู้เท่าทันก็ไม่ทุกข์ใช่ไหมคะ ปลงให้ตกแล้วไม่ต้องเก็บ
ถามว่ากลอนเศร้าไหม ก็ต้องเศร้าสิคะ
แต่อารมณ์คนเขียนไม่แน่ใจ ไม่ถามดีกว่า(แม้จะอยากรู้มากเลย)
ตรงนี้จินตนาการได้ตามใจ เจ้าของบล็อกอนุญาตไว้นานแล้ว
แต่หากเศร้าจริงก็ขออภัยค่ะ แบบปลอบใครไม่เป็นเอาเสียเลย
จะตั้งใจเขียนกลอนสักบทก็กลัวจะกลายเป็นจำอวดหาเสียง..ยิ่งเศร้าหนัก..

มั่นใจว่าคนเขียนกลอนที่สนใจพุทธศาสนาและรอบรู้เรื่องราวมากมาย
ถึงเศร้าก็เศร้าไม่นาน ใช่ไหมคะ
เวลาที่ไม่สบายใจจะปลอบตัวเองเสมอว่าใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่

วันนี้วันพระ..ทำสมาธิกันค่ะ..
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานะคะ


โดย: Peakroong วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:6:49:47 น.  

 
คุณฟ้า...สวัสดีครับ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ...
สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับที่เดิมเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของคนเรา...

และอีกครั้งที่ต้องขอบคุณสำหรับความสุข สดชื่น แจ่มใส ที่มอบมาให้ดู...ในยามเช่นนี้
ยินดีมากครับที่เปิดบล็อคขึ้นมาก็เห็นดอกไม้สวยงามมาวางไว้ในบล็อค





คุณปีกรุ้ง....
สวัสดีครับ...ขอบคุณที่แวะมาพูกคุยเป็นเพื่อน...

ผมเองเพิ่งรู้ว่า..ตอนคุณอังคาร กัลยาณพงศ์ ท่านเขียนบท "เสียเจ้า" อันโด่งดังข้ามทศวรรษมานั้น...อารมณ์ตอนเขียนนั้นเป็นอย่างไร...ก็ตอนนี้เอง...

หากสังเกตุให้ดี..กลอนข้างบนเองก็ได้รับอิทธิพลมาจากบทนี้เต็มๆเช่นกัน...

เสียเจ้า

เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง
มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า
ซบหน้าติดดินกินทราย

จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา

ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา
ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย.




โดย: สดายุ... วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:9:24:15 น.  

 


คุณสดายุค่ะ..

ฟ้าขออนุญาติแวะเข้ามาปลอบใจคุณอีกครั้งค่ะ..ฟ้าไม่รู้ว่าเกิด

สิ่งใดขึ้นกับคุณ..แต่ในฐานะที่เราเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน

ฟ้าขอเป็นกำลังใจให้คุณได้มีสติอันมั่นคง มีจิตใจที่เข้มแข็ง

พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่กล้าแกร่ง..พร้อมกับยิ้มเข้า

ไว้..นะคะ


"ฟ้าเอาดอกไม้มาปลอบใจ...ให้คลายเศร้าเร็วๆนะคะ"


Image Hosting











โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:13:58:26 น.  

 
สวัสดีครับคุณฟ้า....

ขอขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีที่มีให้กัน...ในคำปลอบใจให้กำลังใจ
และในช่อดอกไม้แสนสวยช่อนี้...จนคนที่ได้รับหากกำลังป่วยอยู่คงหายป่วยได้ในฉับพลัน...

คุณฟ้าเป็นคนมีน้ำใจงดงามมากนะครับ...ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญของวิญญูชนครับ....ซึ่งคุณฟ้ามีอยู่เต็มเปี่ยม

ผมจึงไม่แปลกใจเลยหากคุณจะเป็นคนที่มีคนรักคนพอใจมากมาย...

ความปรารถนาอันใดที่มีให้มา...ผมก็ขอมอบกลับไปให้คุณฟ้าด้วยความจริงใจนะครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:15:06:36 น.  

 
ช่วงนี้มาหาอาหารตาอาหารใจที่นี่ได้บ่อยนิดนึงค่ะ เพราะได้เป็นเจ้าแม่ห้องคอมพิวเตอร์ กับ internet เอง 555 อยู่กะคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน วันละ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และที่บ้านอีกไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง แหะๆๆๆ เปลี่ยนแว่นสายตามาแล้ว 1 ครั้ง ก่อนจะพ้นเบญจเพส คงต้องเปลี่ยนอีกครั้งมั้ง
พี่กายคะ ความสุขกับความเศร้ามันอยู่ห่างกันแค่ชั่ววินาทีเอง พี่ว่าจริงไหมคะ



โดย: ม่านแพร IP: 223.204.94.190 วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:16:12:51 น.  

 
คุณสดายุ สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้เข้ามาคุยในนี้นะคะ เพราะมีคำตอบให้มากมาย
ในนี้มีบล็อกกลอนเยอะแยะ แต่เหมือนมีแนวต่างไม่มากนัก
เลาะไปทุกหน้า พบว่าบางคนก็มีบล็อกหลายบล็อก
เลยนั่งเรียนวิชาแกะรอยอัตลักษณ์อยู่ค่ะ เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจ

บทกวีสุดโต่งของคุณอังคารไม่เหมือนคนอาลัยรักเลยสักนิด
เหมือนเป็นแค้นฝังหุ่นมากกว่า
แต่งานของคุณสดายุข้างบนมีความอาลัยอาวรณ์หยอดไว้ในทุกบท

ดูความต่างสิคะ

แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา


จะเกิดดับกี่วัฏฏะวงรอบ
ขอนบนอบด้วยเล่ห์เสน่หา
ยอมให้เหยียบย่ำเล่นเหมือนเป็นมา
ในทุกกาละภพที่พบกัน

ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ


เทพผู้กอปรฤทธีทั้งสี่โลก
พึงอวยโศกครอบอก-จนหมกไหม้
เอื้อดวงจิตหลอมเหลวด้วยเปลวไฟ
เผาผลาญให้มอดสิ้นทั้งจินตนา

จนแม้ในบทสุดท้าย

"อย่าได้คลายอาวรณ์ที่เคยมี
ในทุกที่ทางเที่ยวจะเหลียว-หัน
จะรอคอยย่ำเหยียบ..อย่างเงียบงัน
รอเท้าเรียวเจ้านั้น..เหยียบ-หยันเทอญ"

จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ


สรุปว่าคนละอารมณ์กวีเลย

ว่าแต่คุณสดายุ"ป่วย"จริงจริงเหรอคะ..
ก็ฟังว่าจะพากันหนีพ่ออยู่เมื่อวานนี้เอง
คิดจะหอบดอกไม้มาเยี่ยมมั่ง ก็แพ้เกสรดอกไม้เสียได้

อย่า"ป่วย"นานเลยค่ะ
รอบท "สุดรอคอยค่อยเห็นว่าเป็นเจ้า" กลับมาอีกครั้งในเร็ววันนะคะ


โดย: Peakroong วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:17:48:07 น.  

 
ม่านแพร....

อ้อ เปลี่ยนหน้าที่แล้วหรือนี่...ก็ดีนะอยู่กับอินเตอร์เนตมันมีความรู้หลากหลายกว้างขวางดีมาก...หากเป็นคนไขว่รู้รักการอ่านแล้วล่ะก็...มีให้อ่านไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว

มาแลคเชอร์เรื่องปรัชญากันสักหน่อย...

พระท่านว่า...นันทิใดในเวทนา นั่นคือ อุปาทาน

นันทิ น. ผู้มีความยินดี. (ส.).

เวทนา ๑ [เวทะ] น. ความรู้สึก, ความรู้สึกทุกข์สุข, (เป็นขันธ์ ๑ ในขันธ์ทั้ง ๕
คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ); ความเจ็บปวด,
ทุกข์ทรมาน. (ป., ส.).

อุปาทาน [อุปาทาน, อุบปาทาน] น. การยึดมั่นถือมั่น, การนึกเอาเองแล้ว
ยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ๆ. (ป.).

(ส. คือสันสกฤต....ป. คือ ประโยค คือ บาลี)

เมื่อตาเห็นรูป...บุคคลผู้กอปรอยู่ด้วยอวิชชาคือสภาพที่ปราศจากความรู้อยู่พร้อมแล้วนั่น...อำนาจแห่งการปรุงแต่งที่เราเรียกว่า สังขาร ก็จะทำหน้าที่ในทันที สร้างวิญญาณทางตาคือจักขุวิญญาณสวมทับตาเนื้อที่เราเรียกว่าอายตนะภายใน...บัดนั้นเองการสัมผัสของรูป กับ จักขุวิญญาณ ก็เกิดขึ้น...แล้วปรุงแต่งเป็นตัณหา

ตัณหา [ตันหา] น. ความทะยานอยาก, โดยทั่วไปใช้หมายถึงความใคร่ในกาม.
(ป.; ส. ตฺฤษฺณา).

เมื่อจิตที่ยังฝึกไว้ไม่รวดเร็วพอหยุดไม่ทัน...ตัวตัณหาก็ปรุงแต่งต่อไปเป็นเวทนาในชั่วพริบตานั้น...เมื่อถึงอุปาทาน ก็เรียกว่าสายเสียแล้ว จิตมันจับยึดผูกพันไว้เรียบร้อย...จนเป็น ภพ ชาติ ชรามรณะ....เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

ภพ - โลกเป็นที่อยู่ของสัตว์,

ชาติ - การเกิดของสังขาร (อำนาจการปรุงแต่งทั้งปวง)

การเกิดขึ้นของทุกข์ในจิตก็ถึงพร้อม...
วินาทียังยาวนานเกินไป กับ ภาวะที่เกิดขึ้นติดต่อเป็นลูกโซ่....มันต้องบอกว่า ชั่วกระพริบตา






คุณปีกรุ้ง....
ครับ...บทของคุณอังคารออกแนว...อติพจน์ ไปหน่อย...แต่การใช้คำใหญ่คำโตแบบนั้นแหละที่ในเชิงโวหารกวีแล้ว ต้องถือว่ากระชากใจนักเชียว....

ส่วนของผมเป็นแนว เจียมเนื้อเจียมตัว...ไปหลงรักดอกฟ้า กระต่ายหลงจันทร์ อะไรประมาณนั้น...หากเคยอ่านเพชรพระอุมา...ก็คงนายพรานไพรใจฉกาจกับราชนิกูลสาวสวยคนนั้นนั่นแหละ....

ส่วนเรื่องหนีพ่ออะไรนั่น...ไปเอาที่ไหนมาพูดครับ...น่าจะเป็นสำนวนพูดเล่นของหนุ่มยุคขวัญกะเรียมมากกว่าที่ว่า...รักพี่ต้องหนีพ่อ...555

ผมเป็นคนอาภัพเรื่องผู้หญิงครับ...มักจะเป็นว่าไปรักชอบคนที่เขาไม่มีใจให้เป็นส่วนมาก...อาจเป็นเพราะมักชอบสาวสวย...และสาวสวยมักมีหนุ่มหล่อเคียงข้างอยู่แล้วเป็นส่วนมาก (คิดเอาเองครับ) จึงไม่เคยสมหวังกับใครเขา...

O หมาย – เค้นชีพบีบชาติ..ลงลาดรับ
ไว้สำหรับรอบล้อม..ใจ"หม่อมฉัน"
หมาย - รองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเห..รูปเทพินทร์

ยินดีที่แวะมาทักทายครับ



โดย: สดายุ... วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:18:55:29 น.  

 
ทักทายยามค่ำค่ะคุณสดายุ..


ฟ้าถ้าได้รู้ว่าคนกำลังจะมีความทุกข์นี่..ต้องมาให้กำลังใจกันบ่อยๆหน่อยค่ะ..

ฟ้าอยากจะให้ข้อคิดตามคำที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้นะคะว่า"ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์ "

และหากรักมาก ก็ทุกข์มาก รักน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่รักก็ไม่ทุกข์เลย


แต่คุณไม่ได้สิ่งที่รัก ย่อมเป็นทุกข์ ฟ้าอยากให้คุณได้ลองพิจารณาธรรมตามที่...พระองค์ท่านได้กล่าวไว้ตามสภาพจริง
อาจจะทำให้คุณได้สติและมีปัญญาที่...จะพาตัวเองให้พ้นจากทุกข์ได้


ฟ้าขอเป็นกำลังใจให้คุณ...ฝ่าฟันทุกข์อันเกิดจากรักไม่สมหวังให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ...


และถ้าหากดอกไม้จะช่วยทำให้คุณได้คลายโศกมากขึ้น ฟ้ายินดีที่จะส่งมาให้อีก...เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้คุณด้วยนะคะ



ดงทิวลิปคลายโศกค่ะ





กระเช้ากุหลาบปลอบใจ




โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:20:45:45 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับคุณฟ้า....

ชายใดมีคุณอยู่เคียงข้างคงทั้งรักทั้งหลงนะ..ผมว่า
เพราะมีความอ่อนโยนในจิตใจ...มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างน่ายกย่อง...

ครับ...ผมกำลังใช้ธรรมของพระพุทธองค์รำงับความหม่นมัวในหัวใจอยู่อย่างแข็งขันยิ่งครับ...
กำลังใจจากมิตรผู้มีความปรารถนาดีต่อกันช่วยด้านจิตใจได้ดีเหลือเกิน...

และต้องขอขอบคุณในเจตนารมย์อันเป็นกุศลนี้อย่างยิ่งที่จะช่วยปลอบใจผู้อื่นของคุณฟ้า...ที่ผมเองก็ไม่ได้พบเจอบ่อยนัก...ในสังคมยุคนี้

ดอกไม้ทั้งสองชนิดสวยงามมากแค่ไหนก็ไม่เท่าน้ำใจคนให้หรอกครับ...คนรับย่อมซาบซึ้งนักแล้ว...

ขอให้มีความสุขกับคนที่คุณฟ้ารักนะครับ...


โดย: สดายุ... วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:21:10:49 น.  

 
พี่คะ

ในวันที่ทิพย์อ่านย้อนไปถึงบทนี้ ในความรู้สึกตอนนั้นคือความสุขใจที่ได้สัมผัสตัวอักษรที่เรียงร้อยไว้อย่างงดงาม ความรักที่งดงามและมากมายจากหัวใจของบุรุษหนึ่ง ที่มีต่อหญิงอันเป็นที่รัก ที่ไม่เสื่อมคลาย

บทกลอนนี้ยังคงไพเราะเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย แต่วันนี้กลับสัมผัสได้ถึงความเศร้าในหัวใจ...ของพี่

แต่พี่ชายเป็นคนที่เข้มแข็ง ทิพย์เชื่อว่าอีกไม่นาน จะได้อ่านนารีปราโมช ที่แสนอ่อนหวานอีก...


โดย: ทิพย์ IP: 110.49.241.39 วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:21:30:05 น.  

 
จะดีเลวร้ายเพียงใดผ่านมาแล้วก็ต้องไป


โดย: หนึ่งมิตร IP: 202.91.19.194, 82.145.209.63 วันที่: 9 มิถุนายน 2554 เวลา:22:22:42 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณสดายุ..วันนี้ฟ้านำกำลังใจมามอบให้ สู้ สู้ สู้ อย่างชายชาติทรนง มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:5:37:11 น.  

 
ทิพย์...
พี่ไม่ค่อยได้เขียนบทกลอนในอารมณ์นี้นัก...จำได้ว่ามีไม่เกิน 5 บท...ส่วนมากที่เขียนจะเป็นการบรรยาย"กิริยาของนารี" ผู้มีรูปงามเป็นส่วนใหญ่...

เพราะเหตุว่าบุคลิกท่าทางของนารีนั้น...ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาให้เป็นที่น่าเอ็นดูนัก แทบทุกคนในวัยที่เริ่มเป็นสาว....และในภาวะการณ์นั้นๆบุคคลแวดล้อมที่"ไม่มีความละเอียดอ่อนพอ" จะไม่สามารถเข้าใจบรรดาอ่อนน้อยนั้นได้เลย...

บทกลอนที่บรรยายความตามอิริยาบทของสาวน้อยจึงมีมากมายในการถ่ายทอดของพี่...ที่ดูเหมือนจะไม่หมดไม่สิ้น...

ความอ่อนโยน..อ่อนหวาน...กอปรด้วยวาจาอันไพเราะเป้นเสน่ห์ของดรุณีวัยกำดัดที่ทำให้กลอนเพลงยาวได้สืบทอดดำรงมาจนถึงยุคนารีปราโมชในปัจจุบันอย่างไม่เคยขาดช่วง...

หากแต่บทอ่อนหวานแบบนั้นจำเป็นต้องมี "รูป" เป็นแรงบันดาลใจเป็นอย่างยิ่ง...หาไม่เช่นนั้นแล้ว...จักไปไม่เป็นเลยทีเดียว...

ขอบคุณนะคะ ที่มาคุยเป็นเพื่อนพี่ในยามที่พี่ไม่มีใคร....ยิ้ม






หนึ่งมิตร....
สวัสดีครับ...เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจดีครับ...ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ






คุณฟ้า....
ขอบคุณสำหรับรูปทะเลและท้องฟ้าที่สดใส...
ผมชอบถ้อยคำในรูปมากเลย...อีกไม่นานหวังว่าจะเจอใครสักคนบอกกับผมเช่นนี้อีกสักครั้ง...
"ขอเราสอง...มีกันและกันตลอดไป"

ขอบคุณมากครับ....ยิ้ม ๆ



โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:7:13:09 น.  

 
ฮือๆๆๆๆ พวกเรามาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับคุณด้วย ก็บอกแล้วไงถ้าเราไม่หล่อจริง ก็อย่าไปหลงรักคนสวยเลย แล้วเป็นไงช้ำรักอีกตามเคย นี่โชคดีที่ยังไม่ตายแต่ก็คงร่อแร่ เอ้าแจ่มเอ้ย คั้นน้ำใบบัวบกสัก 3 ปี๊บทั้งกิน ทั้งทา อาบด้วย ใครที่เคยเป็นแฟนคลับกัน ก็มาช่วยดูแลใจกันยามทุกข์ยากหน่อย อย่าปล่อยให้โศกกันนาน เดี๋ยวจะซี้แหงแก๋ซะก่อน กลุ้มแทนจริงๆพับผ่า ถ้าเนตติดก็จะมาดูอาการกันใหม่ก็แล้วกันนะพ่อสดายุคนดี


โดย: คณะสาวซิ่ง IP: 61.19.86.130 วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:12:05:35 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สดายุ

เศร้าจริงอะไรจริงค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:14:48:50 น.  

 
....ไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่ค่ะ แต่เปลี่ยนวิชาสอน ได้เป็น Master teacher ภาษาไทย และ Master teacher บรรณารักษ์ แต่มาสอนคอมพิวเตอร์ ฟังดูดีไหมคะ 555
.....นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ม่านต้องทำงานมากขึ้น เพราะต้องหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องของคอมพิวเตอร์ แบบลึกมากกว่าที่เป็น กำลังลงเรียน ป.โท เทคโนโลยีสารสนเทศ แบบคู่ขนาน อีกสักใบ ในเดือน ต.ค.นี้ จะได้การันตีได้ว่า สอนตรงกับที่เรียนมาจริงๆ
.....พี่กายว่าความสุขความเศร้าอยู่ใกล้กันชั่วกระพริบตา ม่านก็หวังว่าพี่กายคงกระพริบตาได้แล้วเนอะ


โดย: ม่านแพร IP: 223.204.94.190 วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:16:48:06 น.  

 
สาวซิ่ง....

ขอบคุณที่อุตส่าห์จะหาน้ำบัวบกมาให้อาบ...แต่ผมเป็นคนชอบ โค๊กซีโร่ มาก..ขอเปลี่ยนก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องซื้อเอง...555

เรื่องชอบสาวสวยมันเป็นเรื่องที่แก้ยาก...มันฝังลงไปในโครโมโซมแล้ว...ชาตินี้คงไม่สามารถเปลี่ยนได้อีกแล้ว...

คติผมมีว่า...
หากแม้นไม่ได้คู่ที่พึงเชย...ก็อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า...
และหากเอาดีทางนี้ไม่ได้แน่นอนแล้ว...จะขอพึ่งธรรมพระศาสดาเป็นลำดับต่อไป...ดังนี้ขอรับ





เม็ดขนุน....
เศร้า ไม่เศร้า ฟังเพลงดูก็แล้วกัน...
ใครนะช่างแต่งเพลงนี้...

สงสารพี่รึเปล่า เราน่ะ...





ม่านแพร....
แสดงว่าเขาเห็นศักยภาพของเราสินะ....ว่าสามารถหลายด้าน....หรือไม่ก็เป็นคนที่"เอาได้" มอบหมายอะไรแล้วจัดการเรื่องราวได้ดี...คิดเป็นระบบ...

ยังเป็นผู้น้อยก็พยายามวิ่งเข้าหางาน (ไม่ใช่วิ่งเข้าหานาย...เหมือนผู้ชายหลายๆคน) เพราะมันเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์...

เขาคงไม่มอบหมายงานที่มีความสำคัญให้คนที่"ไม่ได้เรื่อง" ทำหรอก....เพราะมันเหนื่อยที่ต้องมาคอยตามเช็คว่าจะทำเสร็จตามกำหนดเวลาหรือเปล่า....

คอมพิวเตอร์...มีแค่สองเรื่อง...hardware กับ software...เราเป็นแค่ user ที่ต้องพยายามเรียนรู้ในส่วนของการใช้งานด้าน software เป็นหลักเท่านั้นเอง....งาน hardware เป็นเรื่องของคนที่เรียนรู้มาเฉพาะทางที่จะเป็นผู้ดูแล...

software เองก็มีหลายระดับ....พื้นฐานสุดก็คือ...operating system (os) ที่มีชื่อเรียกว่า window ของไมโครซอฟท์ หรือ ลีนุกซ์อันเป็น os ที่คนทั้งหลายร่วมกันพัฒนาเป็นระบบเปิดและไม่มีลิขสิทธิ์ (เกิดขึ้นจากพวกต่อต้านการผูกขาดของไมโครซอฟท์) ทั้งหลาย....หรือ Macintosh หากเป็นเครื่องของ apple .....

เมื่อมีระบบพื้นฐานแล้ว...ก็จะมีระบบย่อยที่ใช้งานบนระบบพื้นฐานพวกนี้อีกทีเช่น ระบบท่องเวป เป็นต้นว่า Internet Exploror IE ของค่ายไมโครซอฟท์....GoogleChrom ของค่าย กูเกิล....Mozzilla Firefox ของค่ายอะไรก็ไม่รู้...Maxthon ของไมโครซอฟท์....safari ของค่าย apple...เป็นต้น

รวมทั้งระบบช่วยงานเฉพาะด้านต่างๆ...เช่น paint ใช้สำหรับจัดการเรื่องรูปภาพ... โปรแกรมจัดการเรื่องเพลง...โปรแกรมจัดการเรื่องไวรัส...โปรแกรมทำแบบทางวิศวกรรมเช่น AutoCAD...Premavera....เป็นต้น...ฯลฯ

หากมองภาพใหญ่ๆได้แล้ว เราจะเข้าใจได้ง่าย


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:17:52:54 น.  

 
ทักทายยามสุรีย์ลับฟ้าค่ะคุณสดายุ..

ฟ้าเอาไอศครีมผลไม้รวม..มาเยี่ยมผู้ป่วยไข้ใจค่ะ..

วันนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือยังค่ะ?..ฟ้าคาดว่าผู้ป่วยใจเข้มแข็งแบบนี้

คงป่วยอีกไม่นานนะคะ..ฟ้าเอาใจช่วยให้หายโดยเร็ววันค่ะ



โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:19:03:57 น.  

 
ตั้งอกตั้งใจมาดูว่าเปลี่ยนอารมณ์กลอนหรือยัง
เลยทันอ่านปณิธานกวีข้างบน
แหม๋..วันไหนถ้าได้พึ่งพระธรรมศาสดาเป็นการถาวรแล้ว
บทเด่นๆอย่าง คำข้าวและใจคน คงยิ่งดังหยุดไม่อยู่เลยสิคะ
แต่ภาพข้างบนไม่เข้ากับเพลงและอารมณ์กลอนสักนิด

ถามเรื่องดาวน์โหลดยูทูปด้วยโปรแกรม IDM ได้ไหมคะ
เผื่อมีใครสนใจเพราะยูทูปที่มากับ IDM เร็วกว่า keepvid
แต่มีปัญหา(อีกแล้ว)ที่โหลดทีไรวิ่งเข้า GOM ทุกที
จะทำอย่างไรให้เป็นไฟล์ winamp วงกลมแล้วชี้ให้หน่อยสิคะ
หาอยู่หลายวัน อยากได้เพลงหลายเพลงไปใส่ E-Book ค่ะ
ขอบพระคุณมาเป็นอย่างสูงนะคะ


โดย: Peakroong วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:19:29:54 น.  

 
สวัสดีขอรับคุณฟ้า

เหมือนจะรู้ใจผมดีทีเดียว...พอดีกับว่าเป็นคนชอบทานไอศครีมเอามากๆ....ในรูปที่เอามานี่ก็เป็นผลไม้ที่อยากทานทั้งนั้น...โดยเฉพาะกีวี...

คุณฟ้าลองซื้อไอศครีมวอลล์วนิลามา แล้ว ตักลูกพีชกระป๋องพร้อมน้ำหวานนิดหน่อยแปะหน้าลงไป...ราดด้วยชอคโกแลตเหลวของเฮอร์ชี...แล้วโรยด้วยลูกเกดแห้งแบบสีดำ...นั่นล่ะ...สวรรค์ในปากเลยทีเดียว...

แต่ทานมากไม่ดีครับ...นอกจากเปลืองเงินแล้วยัง...อ้วนด้วย...อิๆๆ

ผมได้กำลังใจจากคุณฟ้าและน้องๆ...ทำให้ดีขึ้นพอสมควรแล้วครับ

ต้องขอบคุณในน้ำใจ และความปรารถนาดีที่มีให้กันตั้งแต่แรกรู้จักนี้ มากมาย...เกินคำพูดจะกล่าวได้...ขอรับ



โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:19:32:14 น.  

 
คุณปีกรุ้ง....

ที่จริงบท"คำข้าวและใจคน" ที่วิ่งอยู่แถบขวามือนี้...ผมเองก็ชอบกว่าหลายๆบทที่ใช้คำได้อย่างที่ต้องการ...

บริบทแบบในกลอนนี้ขาดสิ่งที่สำคัญมากอยู่ประการหนึ่ง..คือรูปประกอบ...ยังไม่ชอบรูปที่ใช้อยู่นี่เท่าไรเลย...หายากมากรูปสาวงามที่กำลังใส่บาตร ที่งามถูกใจทั้งรูปหน้าที่สวยระดับ แคทลียา แมคอินทอช ตอนอายุ 18 ที่กำลังก้มน้อยๆ. ..กำลังคดคำข้าวใส่บาตรพระอยู่..ทั้งรูปร่างเพรียวงามด้วยชุดไทยดั้งเดิม ผ้านุ่งสีแดงสด ห่มสไบเฉียงสีทอง...ผมยาวถึงกลางหลังดำสนิท...และยืนบนพื้นหญ้าเขียวนุ่มเท้าเปล่า...มีกำไลทองข้อเท้าวงเล็กๆ.....

หากเจอที่ไหน อย่าลืมเอามาฝากผมด้วยนะครับ...

ส่วนโปรแกรมที่ว่า...ยังไม่ได้ลองเลย...ไว้มีเวลาแล้วผมจะลองดูก่อน...
ได้ความเยี่ยงไรแล้วจะมาบอก นะขอรับ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:19:47:13 น.  

 
ภาพประกอบคำข้าวและใจคนสวยงามร่วมสมัยนะคะ
ที่ไม่เข้ากับอารมณ์กลอนและเพลงนั่นคือภาพคนเสื้อลายขนมชั้นข้างบน

ถ้าพบสาวผมยาวกำลังคดคำข้าวใส่บาตรพระอยู่..
ทั้งรูปร่างเพรียวงามด้วยชุดไทยดั้งเดิม ผ้านุ่งสีแดงสด
ห่มสไบเฉียงสีทอง...ผมยาวถึงกลางหลังดำสนิท...
และยืนบนพื้นหญ้าเขียวนุ่มเท้าเปล่า...
มีกำไลทองข้อเท้าวงเล็กๆ.....ตอนเช้ามืด..คงคิดหนักเลยค่ะ

เรื่องโปรแกรมหากได้ความก่อนเยี่ยงไรแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ


โดย: Peakroong วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:20:23:55 น.  

 
อ้อ ครับ...

คงเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มไม่เข้ากับเพลงพญาโศกกระมัง....เปลี่ยนเป็นหน้าเฉยๆก็ดีเหมือนกัน...

รูปนางเอกของผมส่วนมากจะหายาก...ผมพยายามหาจากกิจกรรมของกองประกวดนางงามทุกปี...แต่ผิดหวัง...ไม่เคยมีภาพสวยๆ อย่างที่ถูกใจออกมาเลย....ซึ่งแปลกมากทั้งๆที่เป็นกิจกรรมของคนสวยๆทั้งนั้น...แต่คนจัดการเหมือนไม่มีภาพตั้งอยู่ในความคิดเลยว่าทำการประชาสัมพันธ์แบบไหน คนถึงจะติดตาม รวมทั้งเผยแพร่ความงามแบบไทยๆไปทั่วโลกผ่านโลกออนไลน์....รูปแบบไหนถึงเรียกความสนใจจากทั้งคนไทยและต่างชาติ....

ส่วนมากมีสัญญลักษณ์แห่งความเป็นของตนคาดกลาง คาดบน คาดล่าง ด้วยตัวอักษรแสดงความหวงแหน ทำให้ภาพรกรุงรังเสียบรรยากาศไปหมด....ทำให้ภาพเสียหายหมด ไม่น่าดูเลย....จริงไหมครับ

lสงสัยคงต้องรอชาติหน้า...


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:23:14:32 น.  

 
ติดตามอ่านอยู่ตลอด
จากรัก ถึงโศก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นกำลังใจให้คุณสดายุเสมอ

หมายเหตุ ปรกติไม่ได้ comment วันนี้เห็นต้องขอให้กำลังใจกันหน่อยค่ะ



โดย: โสพิศ IP: 124.121.149.65 วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:1:43:32 น.  

 
มายิ้มทักทายในวันหยุดค่ะคุณสดายุ..

ฟ้าคิดว่าคุณคงจะสบายใจดีขึ้นมากแล้วใช่ไหมค่ะ?..

ในยามภาวะที่เรากำลังทุกข์..สิ่งไหนหามีค่า..เท่ากับกำลังใจในยามทุกข์ทนนี้ไม่..

ฟ้าเห็นคุณค่าของกำลังใจ..และขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะมอบกำลังใจให้คุณเสมอค่ะคุณสดายุ..มีความสุขมากๆนะคะ




โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:6:36:36 น.  

 
คุณสดายุ

นับจากปี 2477 ที่มีการประกวด"นางงาม" มาก็มีวิวัฒนาการอยู่เยอะ
งามอย่างไทยแท้มีให้เห็นในยุคแรกๆ ก่อนวัฒนธรรมข้ามชาติจะไหลลาม
ปัจจุบันหน้าตานางสาวไทย - ความงาม เน้นความเป็น "สากล"
เป้าหมายหลักจากการเผยแพร่วัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว
การประชาสัมพันธ์ เปลี่ยนไปเป็นชิงตำแหน่งที่สากลกว่า
หน้าตาก็ออกมาอย่างนี้แหล่ะค่ะ

อ่านทีแรกยังงัวเงียอยู่ตกใจนึกว่าจะให้สาวงามเปลือยกายประกวด
ไม่ต้องคาดบน คาดกลาง คาดล่าง
ที่แท้ก็ลิขสิทธิ์ภาพนี่เอง ต้องส่งแบบคลิปสดๆเลยดีไหมคะ

เมื่อชาติคือการเกิดของสังขาร (อำนาจการปรุงแต่งทั้งปวง)
ก็คงต้องรอไปเรื่อยๆ (แล้วจะรอทำไมล่ะคะ งง..)


โดย: Peakroong วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:7:25:04 น.  

 
คุณโสพิศ....
สวัสดีครับ....ขอขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ทั้งๆที่ไม่เห็นคอมเมนต์กันมานานแล้ว...
สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาครับ....เราต้องยอมรับมันให้ได้





คุณฟ้า....
สวัสดีครับ....ต้องบอกว่าคุณฟ้าเป็นคนทำให้บล็อคนี้มีสีสันขึ้น...ด้วยรูปภาพสวยงามต่างๆที่นำมามอบให้เป็นกำลังใจ....

ต้องบอกว่ามีความยินดีทุกครั้งที่เห็นนาม "พิรุณร่ำ" มาปรากฏให้เห็นพร้อมทั้งรูปภาพสวยงามที่มีถ้อยคำอันควรแก่การจดจำ...

ผมหวังว่าจะได้เห็นเช่นนี้ไปตราบนานเท่านาน...

ขอบคุณครับ







คุณปีกรุ้ง....

ที่จริงผมไม่ควรพูดถึงบรรดานางงามเข้าประกวดเหล่านั้น....เพียงแต่เมื่อเราต้องการอะไรเราก็จำต้องพยายามคิดไปในทางที่มีความเป็นไปได้ที่จะได้มาให้มากที่สุด....และในกองประกวดนางงามนั้น โดยเฉลี่ยแล้วก็ย่อมมีความงามอยู่เหนือคนทั่วไปทั้งโดยรูปและโดยวัย...อันเป็นการระบุไว้แล้วเป็นการเฉพาะเจาะจง....

อาจมีส่วนทับซ้อนกันอยู่บ้างกับความต้องการของผม....ที่ต้องการ
- รูปที่แสดงถึงความเป็นไทยโบราณโดยการแต่งกาย....
- แสดงถึงความเป็นพุทธโดยบริบทแวดล้อม...คือการตักบาตร
- แสดงถึงความงามของนางในจินตนาการผ่านรูปความสวยงามแห่งยุคสมัย (ที่ไม่ใช่งามแบบไทยโบราณ...แต่งามแบบลูกครึ่ง...ดังตัวดาราที่ระบุนามไว้ก่อนแล้วนั้น)

หากผมเจอความงามดังกล่าวแล้วนั้น....บทแบบ คำข้าวและใจคน คงได้เขียนอีก....เพราะมันฝังใจครับ



โดย: สดายุ... วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:8:04:27 น.  

 
คุณสดายุ
ในช่วงชีวิตของคนเรามีภาพที่ควรแก่การจดจำมากมาย
เลือกเก็บภาพที่งดงามนะคะ
เอาต้นวาสนามาฝากค่ะ



วาสนาเป็นไม้มงคล หากปลูกลงดินจะสูงและแพร่ขยายให้ร่มเงา
เวลาออกดอกสะพรั่งสวยงาม แต่กลิ่นแรงจนเป็นภัยต่อระบบหายใจ
คนส่วนหนึ่งนิยมเลือกปลูกเพาะในกระถางตามรสนิยมของตัวเอง
กระถางปลูกราคาแพงแพงทำให้ไม้มองดูเหมือนมีค่ากว่ากระถางดิน
แต่จริงจริงแล้วหาได้เปลี่ยนชาติพันธุ์ของวาสนาไม่
บางสิ่งที่เห็น แค่สมมุติเท่านั้นเอง.



โดย: Peakroong วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:11:39:38 น.  

 
ฟ้าเห็นคุณสดายุบอกว่าชอบกีวี..ยามค่ำลมพัดโชยอ่อน..ฟ้าเลยนำน้ำผลไม้นานาชนิด..มาฝากให้คุณได้เลือกดื่มตามชอบใจค่ะ

นิทรานี้ขอให้คุณหลับอย่างเป็นสุขนะคะ






โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:20:30:47 น.  

 
คุณปีกรุ้ง...

ขอบคุณสำหรับรูปต้นไม้...ที่คนเราสมมุติชื่อเรียกว่า.."วาสนา"...
ชื่อย่อมเป็นสมมุติโดยแท้...แต่กลับมีคนจำนวนมากยึดถือเป็นจริงเป็นจังกับสมมุตินี้...จนจัดเป็น"ไม้มงคล" ?

ในขณะที่สิ่งที่เป็นจริงคือ รูปธรรมที่สายตาเห็นได้...คือ ต้น..ดอกใบ..ราก..รวมทั้งกลิ่นของดอก...ส่วนนั้นย่อมไม่ใช่สมมุติ...

และที่จริงแล้ว...คนเราอยู่ภายใต้แวดล้อมของสมมุติแทบทั้งสิ้น...ไม่เว้นแม้แต่ความ หรือคำที่คิดขึ้นมาเปรียบเปรยในชีวิต...จริงไหมครับ ? ....สิ่งที่แตกต่างระหว่างมนุษย์เราคือการสามารถเข้าใจแล้ว มองผ่าน หรือ จับยึด สมมุติภาวะได้มากน้อยต่างกันไปตามกำลังปัญญา...

และความงามของดรุณีที่สายตามองเห็นได้เป็นรูปธรรมนั้น..ไม่ใช่สมมุติครับ...เป็นภาวะธรรมที่เป็นจริงอย่างไม่อาจปฏิเสธได้...แต่ความเปลี่ยนแปลงย่อมดำรงอยู่ในสภาวะธรรมนั้นอย่างแน่แท้....ดังนี้ขอรับ





คุณฟ้า....
ช่างรู้ใจผมเสียจริง....ทั้งกีวี ทั้งสตอร์เบอรี เป็นของชอบทั้งคู่...เหมาะมากที่จะนำมาทำน้ำผลไม้ปั่น...เหมาะมากสำหรับดื่มก่อนนอนครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณฟ้าจะมีความสุขกับบุคคลแวดล้อมในบรรยากาศที่กอปรด้วยมิตรไมตรี
สมดังที่มีแต่ความอ่อนโยนเอื้ออารีต่อผู้อื่นมาโดยตลอด....

มีความสุขกับค่ำคืนของวันหยุดสุดสัปดาห์ครับ





โดย: สดายุ... วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:21:21:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ
...กลับมาเมืองไทยแล้ว
ตกลงไป สเปน ฝรั่งเศส โมนาโค
ไม่ได้ไปอังกฤษเพราะไม่ทัน

พักซักเดือนจะไปนำเสนองานที่ศรีลังกาต่อ

...การใช้เพลงพญาโศก ใช้ในงานอวมงคล....ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ใช้....คนโบราณถือมากค่ะ....แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ใช้กันจนเป็นเรื่อง .......ปกติ .


โดย: จิดา IP: 183.89.192.195 วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:23:27:58 น.  

 
จิดา...
ผมไม่ถือเรื่องพวกนี้...เพราะมันไม่ใช่คติทางพุทธแต่อย่างใด...
เป็นลัทธิถือผีที่ปะปนมั่วอยู่ในสังคมไทย...

ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย


โดย: สดายุ... วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:23:38:45 น.  

 
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรเป็นพุทธหรือเป็นผี

แม่เป็นคนอยุธยา แม่เล่าให้ฟัง....

และไปศรีลังกาเดือนสิงหาคม ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
คงมีเวลาแวะมาอ่านได้บ่อยก่อนไปค่ะ


โดย: จิดา IP: 183.89.192.195 วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:1:58:08 น.  

 
ฟ้ามายิ้มทักทายคุณสดายุในวันหยุดสบายๆอีกวันหนึ่งค่า..หายเศร้าไวๆ..เจอคนถูกใจเร็วๆด้วยน๊า..ยิ้ม ยิ้มค่ะ



โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:11:38:20 น.  

 
จิดา....
ครับ เรื่องแบบนี้นานาจิตตัง...
เป็นเรื่องของปัจเจกภาวะ...ที่จะจับยึดกันไป...สำหรับผมไม่ฟังคำโบราณ...ฟังแต่พระพุทธเจ้าองค์เดียว...





คุณพิรุณร่ำ...
สวัสดียามสายๆ...ครับ
หวังว่าจะเป็นดังพรปรารถนาที่มอบให้ในเร็ววันครับ...
ขอให้มีความสุขในวันหยุด...กับคนที่รักครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:12:23:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.