Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
O หวง .. O








เพลง .. น้ำตาแสงไต้ - ขิม



O ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง
พร้อมอาวรณ์ลึกล้ำ .. พร้อมคำนึง-
หอม, หวานซึ้งแทรกตัว .. อยู่ทั่วความ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นคาบ
แต่ตาสบใจทราบ .. รสวาบหวาม
เมื่อริ้วลมโลมลูบ, คือรูปนาม-
นั้นลุกลามโลมสิ้น .. จิตวิญญาณ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นช่วง
เมื่อเงื่อนบ่วงรายล้อม .. เกินอ้อมผ่าน
กักกุมให้ร่ำรอ .. แล้วทรมาน-
ด้วยหอมหวานซึ้งรส .. เข้าบดเบียน
O สายน้ำไหลอ่อยเอื่อย .. ลมเฉื่อยโชย
เมื่อใจโหยหาฝัน .. เริ่มผันเปลี่ยน
รูปรอยความหอมหวานเมื่อผ่านเวียน
ก็เช่นเทียนแสงพร่างที่กลางพลบ
O ไหวสายลมวาดวี .. ในที่นั้น
เช่นไหวสั่นใจนี้ .. สุดลี้-หลบ
หมอกอ้อยอิ่ง .. ลมลาด, อีกชาติภพ-
ก็ครันครบอาลัย .. ที่ไหววน
O ร่วม - ยอแสงโชนช่วงของดวงวัน
เพรียกสายน้ำจำนรรจ์ .. นับพันหน
ล้วน - แทนความสาธก .. ในอกคน-
ผู้ดิ้นรนถวิลชู้ไม่รู้วาย
O สูรย์พร่างแสงวับวาม .. ล้อมสามโลก
พร้อมลมเช้าพลิ้วโบกกรรโชกสาย
หมอกขาวขุ่นกรุ่นไอ .. เมื่อใจชาย-
แต่มุ่งหมายเรียวร่าง .. แนบกลางทรวง
O กำลังแรงอาวรณ์ .. ฤๅ-ซ่อนอยู่
เมื่อนัยชู้ลามรุก .. ไปทุกช่วง-
การรอคอยมุ่งหวัง, ใจทั้งดวง-
คล้ายจมบ่วงสวาดิน้อย .. ผู้กลอยใจ
O รื่นลมเช้าโรยละลอก .. โอบหมอกขาว
ทั้งเหน็บหนาว - เรียวรูป .. ก็วูบไหว-
ล้อ-หมอกหม่นขุ่นมัว .. ล้อมตัวใคร-
ด้วยอาลัยแทรกขวัญ .. จนสั่นรัว
O ทุกคำนึงไหววูบ .. เพียงรูปหน้า-
พร้อมแววตาป่ายแต้ม .. รอยแย้มยั่ว
ริ้วลมร่ำโรยระลอก .. ม่านหมอกมัว-
นั่น-แทนหัวใจคน .. ที่อลเวง
O ที่ฟ้าใสเมฆขาว .. น้ำพราวหยาด,
หอมดอกมาศ, อ่อนน้อยจักคอยเพ่ง-
ด้วยแววตาวับวาม .. จากยามเพรง-
จวบแสงเปล่งปลาบวัน .. ครองชั้นฟ้า
O หวังถึงความละห้อยเห็น .. เมื่อเย็นย่ำ-
จักผ่านรสหวานล้ำ .. ดุจน้ำบ่า
กระเพื่อมแววไหวช่วงในดวงตา
บ่งบอกความเสน่หา .. ผ่านท่าที
O สนธยาฟ้าแดง .. ด้วยแสงสูรย์
หวัง-อาวรณ์เพิ่มพูนในพู้นที่
ปรารถนาแห่งใจ .. ผู้ใยดี-
ฝากวารีแทรกความ .. เข้าลามทรวง
O หวังถึงการรอคอย .. ทุกรอยคำ
ค่อยตอกย้ำอกใจ .. อาลัยหวง
หวังถึงความอ่อนไหว .. ที่ในดวง-
ตา .. ที่หวงแหนชู้ .. แม้ครู่ยาม
O ครั้นคืนค่ำดาวพร่าง .. น้ำค้างหยาด
หมาย-ภพชาติเสพทราบรสวาบหวาม-
โดยเดียงสาแห่งวัย .. ก่อนไหลลาม-
แทรกใจทรามสวาดิชู้ .. ให้รู้รอ
O แว่วยินไหมความถวิล .. ในจินตนา
พร่ำฝากฟ้าผ่านช่วง .. บำบวงขอ-
เพื่อให้ความรุมเร้า .. คอยเคล้าคลอ-
อยู่แอบออ .. ออดอ้อนเจ้าอ่อนน้อย
O หวัง ถึงความอาวรณ์ .. คำอ้อนชู้-
ผ่านรับรู้เสียงแว่ว .. จากแผ่วค่อย-
หวัง สบแวววุ่นว้า .. นัยน์ตาปรอย
สองแขนร้อยวงเรียว .. ขึ้นเหนี่ยวคอ
O สู่ - ดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวคร่ำ-
หอบ ความ คำ ทุกบท .. ให้จดจ่อ
พร้อมอาวรณ์ดื่มด่ำ .. ที่ร่ำรอ-
การสืบต่อ .. รติรสเป็นบทเดียว
O กลางดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
หวัง-ใจคร่ำครวญสวาดิ .. ค่อย-กราดเกรี้ยว-
ขึ้นโหมแรงวนว่าย .. เป็นสายเกลียว-
รัดพันเหนี่ยวหัวใจ .. ด้วยใยดี
O รัตติกาลฟ้าค่ำร้างจำรูญ
หวัง-อาวรณ์เพิ่มพูนในพู้นที่
รออกแขนเอื้อมคว้า .. ผ่านราตรี
เลื่อนราศีแนบน้อมในอ้อมทรวง !
O เมิน .. ขุนเขา, สายธาร .. ดอกมาลย์หอม
รอ .. เพียงอ้อมอกแขน .. รูปแหนหวง-
จักโผเข้าโอบกาย .. อุ่นอายปวง-
ผ่านสู่ทรวง .. มอบอุ่นแนบหนุนอิง
O จึง .. ขุนเขา, สายธาร .. ดอกมาลย์หอม
บำราศพร้อม .. ร่างละมุนนอนหนุน-นิ่ง
ด้วยแววตาอาวรณ์ .. กายผ่อนพิง-
ค่อยวนวิ่งวาบแวว .. ไม่แล้วเลือน
O รอเถิดเจ้า .. ด้วยขวัญที่มั่นคง
ร่วมผลักวงกรรมเวร .. ให้เบนเคลื่อน
อุปสรรค, ทรมาน .. แม้ผ่านเยือน-
จักคอยเฉือนให้ขาด .. บำราศร้าง
O แล้ว .. ขุนเขา, หมอกขาวที่หนาวพร้อม
จักรายล้อมรอเทียบให้เหยียบย่าง
พร้อมสองก้อยสอดเกี่ยว .. ผ่านเที่ยวทาง
จนตราบวางชีพวาย - อาจคลายมือ !






Create Date : 03 สิงหาคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:35:37 น. 8 comments
Counter : 966 Pageviews.

 
สดายุ..

"O ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง
พร้อมอาวรณ์ลึกล้ำ .. พร้อมคำนึง-
หอม, หวานซึ้งแทรกตัว .. อยู่ทั่วความ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นคาบ
แต่ตาสบใจทราบ .. รสวาบหวาม
เมื่อริ้วลมโลมลูบ, คือรูปนาม-
นั้นลุกลามโลมสิ้น .. จิตวิญญาณ "

"มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง" นั้น ส่งไปไม่ถึง
" ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ" แล้ว กระมัง
เพราะ ไม่เห็นมี น้องเล็กน้องใหญ่ หรือใครใคร ในร้อย
มา feedback เลยนะ...



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:15:18:25 น.  

 
มินตรา ..

น้องเล็กไม่ค่อยมีเวลา ช่วงเริ่มเรียนหนักขอรับ
อีกทั้งเห็นว่ามี "ลูกสาวแม่" ผู้มีเกร็ดความรู้ต่างๆมากมายมาเขียนบอกเรื่องราวต่างๆอยู่แล้ว .. จึงไม่มีอะไรน่าห่วงสำหรับ กัลยาณมิตร นามบุษบามินตรา ผู้นี้ .. จึงอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

ว่าแต่มินตราเองงานคงยุ่งใช่ไหม ?

หวังว่าคงไม่ได้ยุ่งเพราะต้องคอยประสานงานช่วยเหลือบรรดา"ผู้ลี้ภัยการเมืองจากประเทศไทย"อยู่ดอกนะ .. 55

ผมยังนึกไม่ออกว่าประเทศที่ค่าครองชีพสูงอย่างเยอรมัน+สแกน .. ผู้ลี้ภัยจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ? .. เหมือนกรณี โคไมนี ลี้ภัยชาห์แห่งอิหร่านอยู่ในฝรั่งเศสหลายปี .. เขาได้เงินจากไหนมาสนับสนุน ?



โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:16:47:47 น.  

 
สดายุ..

หากเป็นหมอดูนี่ สดายุร่ำรวยนะ..
ทำไมจึงทราบ..ว่ากำลังยุ่ง..
ก้อ..องค์การ ทำงานช้านี่ มินตราใจร้อนค่ะ
เลยเตรียมโน่นนี่ไว้ รับมือก่อน..

ทุกประเทศจะมีงบประมาณแผ่นดินในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเสมอค่ะ.. เมืองไทยก็ต้องมี..
และจะมีองค์กรในเครือสหประชาชาติ สนับสนุน ดูแลด้วย..
ในเยอรมันก็จะมีแบ่งเป็นเขตเขตว่าจะรับ ผู้ลี้ภัย
จากยุโรปตะวันออก กี่คน.. เอเซีย กี่คน ..อะไรเยี่ยงนี้..
สดายุสนใจรึ.. มีสไกปของมินตราใช่ไหม..
หากไม่มี ก็มิใช่คนที่มินตราจะช่วยได้..555










โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:17:04:31 น.  

 
มินตรา ..

สไกป ผมไม่ได้เล่นนะ มีแต่ fb และ line (เพราะไม่เสียตังค์ - 55)

ผมสนใจในแง่ที่ว่า คนอย่าง สศจ - อ.วรเจตน์ ซึ่งเป็นผู้รู้ เป็นครูบาอาจารย์ จบเมืองนอกเมืองนามา คุณวุฒิเหนือกว่าพวกเรียน จปร.5 ปีไม่รู้กี่ช่วงตัว กลับต้องถูกกระทำเยี่ยงอาชญากร - ต้องขึ้นศาล จากสาเหตุแค่ไม่ไปรายงานตัว (เพื่อแสดงความนอบน้อมต่อผู้เรียนหลักสูตร จปร มา 5ปี นี่นะ) .. อันนี้วิญญูชนมิอาจรับได้

และคนเหล่านี้มิใช่ฟากฝ่ายทางการเมืองแบบ จาตุรนต์ หรือ ยิ่งลักษณ์ หรือ สุนัย หรือ จารุพงศ์ อันยังพอพาลพาโลกล้อมแกล้มว่าเป็นศัตรูทางการเมืองได้

อำนาจจัดการประเทศที่ไม่ต้องการการตรวจสอบ สงสัย โต้แย้งใดๆทั้งสิ้น อ่อนไหว เปราะบาง เรียกร้องการยอมรับการนอบน้อม การเชื่อฟังตลอดเวลา ..นี้ หากมีอยู่ในดินแดนใด .. เราสามารถพูดได้ว่า ดินแดนนั้นๆยังด้อยอารยธรรมอยู่มาก


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:17:20:18 น.  

 
สดายุ

อาจารย์วรเจตน์เป็นนักเรียนเก่าเยอรมัน
หากอาจารย์ต้องการ อะไร ทางแก้ปัญหามีอยู่
แต่คิดว่าอาจารย์คงห่วงใยครอบครัว ญาติพี่น้อง..

ที่ถามเรื่องสไกป เพราะ จะตรวจว่า เป็น
"คนเดียวในดวงใจ "ไหม เท่านั้นเอง 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:07:55 น.  

 
มินตรา ..

แล้วนักเรียนเก่า ไทย-เยอรมัน นี่จะได้รับพิจารณาไหม - 555

ผมชอบเยอรมันนะ เคยไปหนเดียว และยังรอเวลาจะไปอีกหากมีโอกาส .. สาวน้อยที่ monash ก็ชวนไปแบบ backpack อยู่แต่คงต้องรอให้เรียนปี 3 ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

มีหลายเหตุผลที่ชอบเยอรมัน แต่มีเหตุผลเดียวที่รบกวนใจมากคือ ผมไม่ชอบไหว้เทวดา .. และโคนไม้ทั้งปวง รวมทั้งผ้าสีพันรอบโคนไม้ด้วย .. พยายามทำใจให้ชอบมาหลายปีแล้วก็ไม่สำเร็จ .. และคิดว่าที่เยอรมันคงไม่มีบรรดานี้ จึงอยากไปลี้ภัยผ้าขาว เหลือง แดง เขียวที่นั่น

บอกมาว่าต้องทำเยี่ยงไรบ้าง แล้วจะได้ดำเนินการ 555


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:41:28 น.  

 
สดายุ..

งั้นต้องติดต่อไป ที่"น้องเปิ้ล " ให้บอกนายของน้องเปิ้ล
มินตราจะไปบอกไว้ แล้ว เธอจะทราบว่า ต้องทำอะไร
มินตราจะได้รับรายงานเท่านั้น

มินตราไม่ติดต่อกับใคร โดยตนเอง
และเราก็จะไม่เจอกันนะ

มินตราทำแต่วิชาการ และไม่ติดต่อคนไทย


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:53:23 น.  

 
มินตรา ..

พูดเล่นนะ ..
ยังไม่มีเหตุอันควร ..
อย่างที่เคยเขียน ..ไม่ชอบสีเขียว สีเหลือง แต่ก็ไม่ได้พิสวาดิอะไรสีแดง !

ผมมันพวก กะเรียน มิใช่เหยี่ยว หรือพิราบ และยิ่งมิใช่อีกาเด็ดขาด

ทำไมคนที่ดูเหมือนจะ conservative โดยรากเหง้าถึงดูจะคลุกคลี ใกล้ชิดกับ progressive ?


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:21:13:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ลมรำเพย .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O แซ่ศัพทะรับคุณะประพจน์
ระบุบทะรำบาย
เสียงรับก็รับเฉพาะจะหมาย-
อธิบายกะหมู่เขลา
O ทวยเทพ, วิเลปนะประนอม-
จิตะน้อมและแนบเนา
พร้อมสรรพะอัปสระเฉลา-
ทะนุ-เฝ้าประคองฝัน !
O ปวงวรรคและอักษระประดิษฐ์
นฤมิตะเมามัน
สรรค์ศัพทะรับมุหะมหัน-
ตะกระนั้น สิ หนักหนา
O คีตพร้องตระกองยุคะสมัย
อุปไมยะไปมา
ไท-ทาส ก็พาดบทะ, สถา-
ปนะภาวะพร้อมเพ็ญ
O โอ .. โสตอุโฆษสรรพะประภาษ
ทะนุฆาตและลำเค็ญ
ดี-ชั่ว, เหมาะ-มั่ว, พิศะก็เห็น-
มุสะเต้นกระจ่างตา
O โอ .. โสตอุโฆษบุญะและบาป
สุรภาพะพึ่งพา
เทียนธูป .. วะวูบ, สติวิสา-
มัญะคว้า-ก็เพียงควัน
O ปรารมภะสมมุติวิกฤติ
กระอุอิทธิฤทธิ์ .. อัน-
ยื้อยุดจะฉุด-ยุคะและผัน-
บุพะบรรลุรำบาย
O โวหาระผ่านคตินิมิต
ตละคิด ก็ คมคาย
เกลี่ยชั่วเกรอะกลั้ว-บุญะละม้าย-
อธิบายะบิดเบือน
O ไป่รู้จะชู-ธรรมะ ฤ โทษ
พฤติโฉด-ก็แชเชือน
เพียงรู้จะชู-ฉละและเหมือน-
จะเลอะเลือนเพราะความหลง
O สามัญะนันทิพิสมัย
ระบุไว้กะว่านวงศ์
เว้นปากและพากยะประสง-
คะผจงจะ-จับ"ใจ" !
O แววตาวิสามัญะประเล่-
หะคะเนคะนึงนัย
ปรุงแต่งแสดงคติพิสัย-
ะประไพประพิณเหลือ
O อวลอรรถและปรัชญะประดัง
ตละครั้งก็คลุมเครือ
เลือกจับและรับบทะอะเคื้อ
อรรถะเพรื่อ สิ พร่ำเผย
O ศรัทธาเกาะบารมินิมิต-
กระอุพิษะรำเพย
สื่อสู่ ก็รู้ บทะเฉลย
ตละเปรย สิ ปลอมปน
O โมหันตะบันดละสมา-
คมะวาทะวกวน
ปรุงศัพทะรับรหัสะฉล
อนุสนธิสื่อสาร
O พิมพ์พันธุอันมุสะมุสา
กระแหนะหน้า สิ นับนาน
เท็จแถก็แปรบทะผสาน
อุปการะเกื้อกูล
O ตามอง, สมองพิเคราะหะตาม-
นยะพล่าม, ก็ไพบูลย์
จากชอบเพราะครอบคติวิทูร-
อนุกูละนำการณ์
O เชื่องเชื่อ .. เพราะเชื้อบุรพะผู้-
ศิระคู้และหมอบคลาน
ปราศรู้ ก็ชู ปทัสถาน-
อปการะกอปรกิน
O ทั้งมวลและถ้วนมรรคะพระผู้-
ประลุ-รู้, .. ก็พังภินท์
ผลเหตุเภท .. ระบุระบิล
ดุจะสิ้นกะสงสาร
O ใช่เพียง-เพราะเสียง, ตรรกะประกอบ-
ศิระนอบก็ชำนาญ
ทั้งฉวย-และช่วยมุสะประสาร
พิเราะซ่านหทัยชน
O โอวาทเพราะอาชวะประคอง
ดุจะกลองกระหน่ำกล
เคลือบทรามกะงามและอนุสน-
ธิพิมลกะมัวหมอง !
O มืดมัวสลัวยุคะสมัย
อุปไมยะเมื่อมอง
แฉก-ลิ้น .. แดะดิ้น, มุสะสนอง
สุตะพ้อง .. วิหคไพร !











free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.