Group Blog
 
<<
มกราคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 มกราคม 2557
 
All Blogs
 
O เพรงภพบรรจบรอบ .. O










เพลง .. Song Fron A Secret Garden


-1-
O ดูเถิดรูปเอวองค์ .. ที่ตรงหน้า
งามหนักหนา .. เกินการณ์จะต้านไหว
ราวสัญญาเก่าสร้างแต่ปางใด
ประทับให้ .. รูปลักษณ์จำหลักทรวง
O เมื่อหัตถ์พรหมวางภพ .. บรรจบใหม่
สบรูปแล้ว .. อาลัย .. นั้นใหญ่หลวง-
แตะตื่นรอบบุญบาป .. ลงทาบทวง
ผูกเป็นบ่วงพิสมัย .. อยู่ในยาม
O วัฏฏะวง .. สงสารเริ่มผ่านรอบ
เมื่อใจนอบน้อมทราบ .. รสวาบหวาม
ที่รายล้อมโลมรุกเข้าคุกคาม
คอยฉุดล่ามความคิด .. ห้วงจิตใจ
O เรื่อแก้มอิ่มละม่อมหน้า .. แววตานั้น
ราวเย้ยยั่วไหวหวั่น .. จนสั่นไหว
อกคนเบื้องหน้านี้ .. จะมีใด-
เอากีดกั้นหลบได้ .. จากนัยน์ตา
O ดูเหมือนจะสายเกิน .. การเมินหลบ
รูปเพรงภพหยัดหยั่ง .. เหมือนสั่งว่า-
จักเผื่อแผ่อ่อนหวาน .. ให้ผ่านมา-
ก่อระลอกเสน่หาอีกคราครั้ง
O วับวามแวว-เนตรนั้น .. เมื่อสั่นไหว
ราวจะผ่านความนัย .. จากใจสั่ง
เข้าล้อมให้แววตาละล้าละลัง
ด้วยสุดยั้งระลอกคลื่นในผืนทรวง
O ระลอกความอาลัย .. ดวงใจหนึ่ง
ที่ตราตรึงรูปแก้ว .. ไม่แล้วล่วง
ราวหัตถ์พรหมเหนี่ยวนำ .. เพราะคำบวง-
นั้นเริ่มช่วงกำลังเข้าสั่งการ
O ดูเถิด .. รูปแก้มอิ่ม .. รอยยิ้มเจ้า
จะคล้อยผ่านรูปเงา .. รุมเผาผลาญ-
อกใจผู้ปรารมภ์ให้ซมซาน
ทรมานทรมาด้วยอาวรณ์
O จะรับรู้บ้างไหม .. ว่าใจหนึ่ง-
จมคำนึงเวียนว่ายเกินถ่ายถอน
ความอ่อนโยนอ่อนหวาน .. เหมือนผ่านวอน-
เข้าออดอ้อน .. เร้ารัวทั้งตัวตน
O ดูเถิดรูปเอวองค์ .. ที่ตรงหน้า
จะฝืนฝ่า-งามประดัง .. สักครั้งหน-
เหมือนอ่อนล้าแรงสิ้น .. เกินดิ้นรน
ด้วยยอมตนยอมตัว .. สิ้นหัวใจ
O จำหลักรูปลงทรวงให้ห่วงหา
ปรารถนาบีบคั้น .. จนหวั่นไหว
รับรู้การพังทะลาย .. จากภายใน
พร้อมศัพท์เสียงอาลัย .. แว่วให้ยิน
O สุดรอคอยค่อยเห็นว่าเป็นเจ้า
กี่ภพกาลผ่านเล่าที่เฝ้าถวิล
เหมือนม่านหม่นหมองโศกเริ่มโบกบิน-
เคลื่อนสู่จินตนาการแห่งวานวัน
O ก่อนแต่สองภพชาติบำราศรอย
มีคำถ้อยบำบวง .. ล้อมดวงขวัญ
ท่องวัฏฏะเกิดดับกี่กัปกัลป์
จักผูกพันธนาอยู่ .. ไม่รู้วาง
O รอคอยจะพบกันในวันหน้า
เมื่อคุณค่าพ้องกัน .. กินกั้นขวาง
รสประณีตความร้อย .. ในรอยทาง
ก็มอบวางชักนำ .. เหยียบย่ำรอย

-2-
O แต่สิ้นชาติวาสนาชะตาคู่
เพียงรับรู้เปลี่ยวเปล่า .. และเศร้าสร้อย
แสงชีวันทอดทอ .. เพียงรอคอย
บรรจบด้วยขวัญน้อย .. ทุกรอยใจ
O แม้นเพรงกรรมเชี่ยวกราก .. จำพรากภพ
จักเกลื่อนกลบแรงถวิล .. ฤๅสิ้นได้
สัญญาตรึงลงทรวง .. ถ้วนปวงนัย-
ร่างมอดไหม้กี่ครั้ง .. ก็ยังคง
O เที่ยวท่องล่องฟากฝั่ง .. วัฏฏ์สังสาร
ล้วนหอมหวานเร้ารุม .. ให้ลุ่มหลง
กี่รอบร่าง, ดวงจิต-ถึงปลิดปลง
จึงเสริมส่งหลุดพ้น .. ด้วยตนเอง
O จากอุบัติ .. ตั้งอยู่ .. จนรู้รส
ตราบเบิกบทเร้ารุมเข้ากุมเหง
จำเริญการหยอกยั่ว .. ไม่กลัวเกรง
การรุดเร่งอารมณ์ .. อันสมยอม
O กำซาบรสรมย์แสนย์ .. อันแหนหวง-
ทอดทับทรวงสั่นสะท้านด้วยหวานหอม
โอนอบอุ่นซาบซ้ำ .. ให้ด่ำดอม
ด้วยอารมณ์รอบล้อม .. อยู่พร้อมแล้ว
O มาเถิดเจ้า .. อกอ้อมรอน้อมอิง
จงผ่อนพิงหัวใจอันไหว .. แผ่ว
รั้งรอฤๅเนตรปลาบ .. จงวาบแวว
ให้รู้แนวสืบสม .. อารมณ์นั้น
O พบเจอแล้วจำพราก .. ซ้ำซากนัก
ยังคงถูกกุมกัก .. เกินหักบั่น
คล้ายหัวใจตอบรับข้ามกัปกัลป์
เย้ยโทษทัณฑ์ทรมา .. ด้วย-อาลัย
O กี่วงเวียนสงสารผันผ่านล่วง
ยังคล้องบ่วงรัดรึง .. มาถึงได้
กี่ช่วงภพชาติดับ .. เลือนลับไป
ยังอยู่ในสัญญาไม่ล้าเลือน
O มีคนพร้อมหัวใจ .. แม้นไหวหวั่น-
หากดวงขวัญ .. ยิ่งใหญ่ยากใครเหมือน
มีมาดมั่นในจิต .. เกินบิดเบือน
เพื่อแล่นเลื่อนเสน่หา .. สัญญาใจ
O เพื่อคอยเตือนดวงจิต .. สัมฤทธิ์รู้
ว่าเพียงผู้เดียวนั้นที่ฝันใฝ่
บรรจบรูปแล้วยากเกินพรากไป
ตราบบรรลัยชีพม้วยลงด้วยกรรม
O เหมือนรอบบุญแรงบาปได้สาปส่ง
ตรึงจำนงคงอยู่ให้รู้สัม-
ผัส .. อ่อนหวานน้อมแนบ .. ที่แอบอำ-
ลงตอกย้ำอาลัยด้วยใครนั้น
O คล้ายติดตามมาทวง .. บำบวงพากย์
ก่อนพลัดพรากเลือนลับ .. แตกดับขันธ์
จึงเผยรูปรอยโจทก์ .. ชี้โทษทัณฑ์
ผูกรัดพันชีพเชื้อด้วยเยื่อใย
O ถวิลรูป .. ฤๅเว้น-อยากเห็นหน้า
ละห้อยหาอาวรณ์ .. เกินผ่อนไหว
หรือบาปกรรมเคยสร้างแต่ปางใด
รุมเร้าใจตรึงมั่น .. แต่สัญญา
O แม้นรอบกรรมวงวัฏฏ์ของสัตว์โลก
จะเจือโศกเคล้าคลุกไปทุกหน้า
คงยอมรับชะตากรรม .. ให้นำพา
ล่องลอยฝ่าอาวรณ์ .. อย่าผ่อนเลย
O หวังสบโทษทัณฑ์มี .. เท่าที่สร้าง
พากย์เอ่ยอ้างเคยมี .. จักคลี่เผย
เพื่อความอ่อนหวานละมุนอันคุ้นเคย-
จะรอให้ชิดเชยอย่างเคยมี
O ฤๅรับบุญร่วมบาตรแต่ชาติก่อน
จึงสุดผ่อนเพลาค่ารูปราศี
แรกบรรจบหัวใจจึงไหววี
พ้องความวาบหวามที่เคยมีมา
O คงตักบาตรร่วมขันแต่วันก่อน
ดาลถ้วนคำบวงอ้อนกลับย้อนหา
จำหลักความมุ่งมั่นลงสัญญา
เพื่อตรึงตราแต่ในน้ำใจเดียว
O จักรอคอยละห้อยเห็นอยู่เช่นนี้
รอ-ท่าทีแววตา .. ละล้าเหลียว
รอ-ดวงใจปลิดปลิวด้วยนิ้วเรียว
เมื่อเจ้าเหนี่ยวเด็ดวางลง-กลางใจ

-3-
O รอคอยตราบ .. พบกันในวันนี้
ก็วันที่รูปฝัน .. พร้อมฝันใฝ่-
บรรจบหวานผ่านเจือ .. สู่เนื้อใจ
ร่วมอาลัยผูกพันตามสัญญา
O รอคอยตราบ .. พบกันในวันนี้
ในวันที่หวานละมุนและคุณค่า-
ได้เติบตนผ่องผาย .. สบสายตา
เจ้าเอย .. รู้ไหมว่า .. ใครอาวรณ์ ?




Create Date : 23 มกราคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:59:01 น. 14 comments
Counter : 1101 Pageviews.

 

ดายุ..

"O จะรับรู้บ้างไหม .. ว่าใจหนึ่ง-
จมคำนึงเวียนว่ายเกินถ่ายถอน
ความอ่อนโยนอ่อนหวาน .. เหมือนผ่านวอน-
เข้าออดอ้อน .. เร้ารัวทั้งตัวตน "

จองค่ะ
จองกุหลาบสีชมพู หอมนุ่มนวลละมุนละมัย ที่อยู่ในภาพประกอบ..
กุหลาบชื่อQueen Elizabeth Rose
มินตรามีนะ มีที่สวนในวิลล่าเพราะเป็นกุหลาบที่ปลูกได้นานตั้งแต่ฤดูร้อน ไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง..เกือบเข้าฤดูหนาวทีเดียว..
เป็นกุหลาบที่เพาะพันธุ์ใหม่ในปี1954 โดยนักเพาะพันธุ์กุหลาบชาวอเมริกัน ชื่อWalter E. Lammerts (1904-1996)

ดายุนี่ นอกจากจะละมุนละมัยในการเลือกคำ ยังละเอียดละออในการเลือกภาพที่จะนำมาประกอบด้วย..ฉะนั้นไม่สงสัยเลยว่า ทำไมจึงละเอียดละออในการเลือก นางอันเป็นที่รัก..



โดย: บุษบามินตรา IP: 88.74.70.14 วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:14:02:31 น.  

 
มินตรา ..

วิลล่า ที่ว่า ไปเที่ยวได้ไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:14:24:56 น.  

 

ดายุ...


"O มาเถิดเจ้า .. อกอ้อมรอน้อมอิง
จงผ่อนพิงหัวใจอันไหว .. แผ่ว
รั้งรอฤๅเนตรปลาบ .. จงวาบแวว
ให้รู้แนวสืบสม .. อารมณ์นั้น"


Europa-Rosarium (12.5 hectares)ที่ปลูกกุหลาบไว้เป็นหลายพันชนิดและนักวิชาการท่านว่าใหญ่ที่สุดในโลก คือ Rosarium Sangerhausen, เมืองSangerhausen,แคว้น Saxony-Anhalt, Germany





โดย: บุษบามินตรา IP: 88.74.70.14 วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:15:55:42 น.  

 

ตกลงนี่พูดถึงสวนสาธารณะ หรือ บ้านตัวเองนะนี่
ชักงง 55


โดย: สดายุ IP: 171.100.146.55 วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:22:39:31 น.  

 

สดายุ..

เวลาใช้คำว่าวิลล่าน่ะ หมายถึงบ้านตนเองที่อาศัยอยู่..ซึ่งปลูกกุหลาบไว้ประดับบ้านพอชื่นตาชื่นใจ..

นึกว่าสนใจเรื่องดอกกุหลาบและต้องการมาศึกษาก็เลยแนะแหล่งที่น่าสนใจให้รับทราบ..น่ะ.

".O พบเจอแล้วจำพราก .. ซ้ำซากนัก
ยังคงถูกกุมกัก .. เกินหักบั่น
คล้ายหัวใจตอบรับข้ามกัปกัลป์
เย้ยโทษทัณฑ์ทรมา .. ด้วย-อาลัย"!!


โดย: บุษบามินตรา IP: 88.74.70.14 วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:22:57:27 น.  

 
หวานจับใจคะพี่กาย


โดย: ขวัญ (toyor ) วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:1:39:54 น.  

 
มินตรา ..

อ้อ วิลล่า คือบ้านมีที่ปลูกกุหลาบก็ต้องมีบริเวณแบบบ้านเดี่ยวในเมืองไทยสินะ .. ที่นี่ใช่ไหมที่ว่าอยู่ใกล้ เบอร์ลิน

ดอกกุหลาบก็สวยดีอยู่หรอก .. แต่ปกติผู้ชายไม่ค่อยสนใจดอกไม้สักเท่าไร .. หากมีแบบนี้อยู่ตรงหน้า ..

O เรื่อแก้มอิ่มละม่อมหน้า .. แววตานั้น
ราวเย้ยยั่วไหวหวั่น .. จนสั่นไหว
อกคนเบื้องหน้านี้ .. จะมีใด-
เอากีดกั้นหลบได้ .. จากนัยน์ตา






ขวัญ ..

ไม่แวะมาบล็อคนี้นับนาน ..
บทนี้เอามา re-run เพราะอยากเปลี่ยนรูปเปลี่ยนเพลงค่ะ

ขวัญสบายดีนะ
หวังว่าคุณพ่อยังคงแข็งแรงดีนะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:5:25:07 น.  

 

ดายุ...

" เรื่อแก้มอิ่มละม่อมหน้า .. แววตานั้น"
น่าจะมาจาก..

"O .......
ตราบเบิกบทเร้ารุมเข้ากุมเหง
จำเริญการหยอกยั่ว .. ไม่กลัวเกรง
การรุดเร่งอารมณ์ .. อันสมยอม"

กระมังคะ
คนไทยจะใช้คำว่า เจ้าชู้!ใช่ไหมเอ่ย..555


โดย: บุษบามินตรา IP: 82.82.191.111 วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:14:49:28 น.  

 


สดายุ..


คนสองคนจะคุยกันรู้เรื่องไหมนี่.
อยู่กันคนละครึ่งฟ้า...คนหนึ่งสนใจเรื่องดอกไม้หอมหอม จะอวดว่า ชั้นเก่งปลูกกุหลาบเป็น อีกคนก็ ชั้นเก่งมีความรู้ความสามารถทางภาษาระดับที่สาวสาวเคลิ้ม

เพิ่งไปสังเกตุอ่านกระทู้..ชื่อว่าO พรหมลิขิต .. ?

แต่คนอ่านเซ่อซ่าไป นั่งหอมกลิ่นกุหลาบ บนความงามของการเลือกสรรคำแสนจะไพเราะอ่อนหวานมาร้อยเรียงจนละมุนละมัย ไปทั้งบทกลอน..

การใส่เครื่องหมายคำถามหลัง..พรหมลิขิต น่าจะมีมาด้วยประการละฉะนี้แล..555.



โดย: บุษบามินตรา IP: 82.82.191.77 วันที่: 25 มกราคม 2557 เวลา:19:48:54 น.  

 
มินตรา ..
อาการพึงใจที่หญิงสาวมีต่อชายหนุ่มอย่างออกนอกหน้าจนบุคคลที่สามสามารถมองเห็นสัมผัสได้นั้น ผมมองเป็นความสวยงามแห่งวัยนะ

อาจไม่ค่อยเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ ที่มองอาการ "เก็บกด" กิริยา อารมณ์ของผู้หญิงว่างาม !

แม้แต่ควีนอลิซาเบธคนปัจจุบันยังแสดงความปฏิพัทธต่อเจ้าชายฟิลลิปก่อนครั้งแรกพบในวัยสาวน้อย

ชอบวิถีตะวันตกแบบนี้ รวมทั้งวิถีแบบละตินอเมริกาแถบ โคลอมเบีย เวเนซูเอล่า ปานามา แถวนั้น 55

ธรรมชาติให้อารมณ์ ความรู้สึก ของวัยเจริญพันธุ์มาเท่าเทียมกันทั้งสองเพศ .. การแสดงออกก็ย่อมเป็นกระบวนการทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ..

วัฒนธรรมที่ยกย่องการเก็บกดทางอารมณ์จึงเป็นความเสแสร้งอย่างหนึ่งที่ฝืนกฎธรรมชาตินะ ผมว่า

เคยไปอยู่ แฟรงเฟิร์ต กับ สตอร์คโฮล์ม อย่างละเดือน
สรุปว่า ชอบกว่า กรุงเทพ !

555


โดย: สดายุ... วันที่: 25 มกราคม 2557 เวลา:23:44:56 น.  

 


แน่ะ พี่ท่าน..

ไฉนจึงเอ่ยวาจาเยี่ยงนี้ ประดุจเล่นงูกินหาง...เล่นรวบรัดจัดความแบบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเลยที่จะ "กินกลางตลอดตัว" เค้าตั้งคำถามว่า.."กินหัว หรือ กินหาง"เท่านั้นนะ..

เป็นราชประเพณีนะที่สตรีในราชวงศ์ต้องเอ่ยปาก"แจ้งความ"ให้ชายที่ตน"ติดตาต้องใจ"รับทราบ.. มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่า ฝ่ายชายจะ"บังอาจ"ไป

ควีนวิคทอเรีย(1819 – 1901)ก็ทรง"แจ้งความ"ให้เจ้าชายอัลแบร์ทแห่งซักเซนโคบวร์ก ทรงทราบแถมยัง"ทรงหวาน"ชนิดที่เขียนพระราชสาส์นทุกวันถวายเจ้าชาย จนระบบการไปรษณีย์สมัยยุควิคทอเรีย รวดเร็วมาก..555
สมัยที่ยังมีรถม้า..นะคะ

อ้อ ชอบเมืองในยุโรปนี่เอง...นึกว่าจะโปรดสาวไทยในยุโรปซะอีกแน่ะ...รอดตัวไป 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 82.82.191.77 วันที่: 26 มกราคม 2557 เวลา:5:22:24 น.  

 
มินตรา

ในความเป็นฝรั่งนั้น ..
คนเอเชียไม่ว่าจะไปอาศัยอยู่ด้วยนานเท่าใด อย่างไรก็ไม่เหมือน นี่พูดถึงวิถีแห่งกิริยามารยาทอันกอปรขึ้นเป็นจริตทั้งปวง ..

แม้แต่ไปเกิดที่เมืองฝรั่งแต่หากแวดล้อมด้วยพ่อแม่เอเชียแล้วก็จะยังเหลือความเป็นเอเชียอยู่ดี

ความเป็นไทยที่ชอบมีเพียงประการเดียวที่ฝรั่งไม่มี คือ "ความออดอ้อน" .. อันนี้เจอเมื่อไรไปไม่เป็น 555

ผมว่าสาวสวีดิช ช่วงขายาวเพรียว ผมทองตาสีฟ้า นี่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเวลาเดินก้าวฉับๆ เคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วยนี่ ..

55


โดย: สดายุ... วันที่: 27 มกราคม 2557 เวลา:6:37:03 น.  

 


ดายุ.

"O ดูเหมือนจะสายเกิน .. การเมินหลบ
รูปเพรงภพหยัดหยั่ง .. เหมือนสั่งว่า-
จักเผื่อแผ่อ่อนหวาน .. ให้ผ่านมา-
ก่อระลอกเสน่หาอีกคราครั้ง "

"ความออดอ้อน"ของ ดายุ น่ะ...ที่บ้านเรียกว่า ออเซาะ.. นี่สาวไทยจะโดนฝึกมาแต่อ้อนแต่ออกให้ใช้วิธีออเซาะ แทนที่จะใช้วิธีขู่เข็ญ เพื่อจะได้อะไรมา..

แต่ในขณะเดียวกัน..สาวไทยก็จะโดนฝึกอบรมมามิให้ "หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามผู้ชาย"..มิฉะนั้น ผู้ชายจะไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพเรา...
(แต่ท่านมิได้สอนว่า..ห้ามหอบเครดิตคาร์ด หนีตาม..)555

O พรหมลิขิต .. ? O 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 178.12.206.136 วันที่: 27 มกราคม 2557 เวลา:16:27:07 น.  

 
มินตรา ..

ที่จริงการแสดงออกในวาระต่างอย่างออกนอกหน้า สังเกตุให้ดีจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าชาย

ความคลั่งไคล้ฮีโร นักกีฬา ศิลปินแขนงต่างๆ รวมทั้งในเวทีคอนเสิร์ต จะเป็นหญิงที่ "ลั่นเจี๊ยวจ๊าว" มากกว่าชายชัดเจนมาก 555

เพียงแต่ธรรมชาติสร้างจิตใจชายให้มองด้วยความ "เอ็นดู" มากกว่า "หมั่นไส้" เป็นส่วนใหญ่ .. นี่หมายถึงชายจริงหญิงแท้นา

ส่วน Mr.Female ไม่นับนะ
.
.
และหญิงใดยอม "หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามผู้ชาย" นั้น ส่วนตัวผมต้องนับถือผู้ชายนั้นว่า นายแน่มาก .. 55

มีสองสามเหตุผล พอจะวิเคราะห์ได้
.. รักมาก .. ความเป็นหญิงมีมาก (อารมณ์เหนือเหตุผล)
.. ต้องการสร้างครอบครัวใหม่ที่ดีกว่าเก่า .. กรณีเด็กขาดความอบอุ่น



โดย: สดายุ... วันที่: 28 มกราคม 2557 เวลา:7:02:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.