Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

O ที่ปลายปีกนก .. O








ลาวสวยรวย คุณพระช่วย



O ปักษีเสาวเลขล้วน - - - เริงลม
เมื่อสุดสิ้นรอบผทม - - - ทั่วหล้า
ปลายปีกคลี่เสพสม - - - สางรุ่ง
แสงแรก, ผู้ครองฟ้า - - - ส่อง, ร้องระงมสวรรค์ ฯ

O หลัง-ปอยผมหล่นล้อม - - - รูปพักตร์
หน้าผากจดนิ้ว, มรรค - - - มุ่งรู้
ธรรมพุทธะจำหลัก - - - ลงจิต
โลกบัดนั้น, เหลือผู้ - - - เพ่งรู้, พิมพ์รอย ฯ

O รื่นรมย์ด้วยเลศเฝ้า - - - แฝงรอย
เหลือบ, หลบ, เนตรปริบปรอย - - - ปลาบ, สะท้อน
เผย-รูป, พฤติ- ตาม, ทยอย - - - ยั่วหยอก
สุมอกให้รุมร้อน - - - ระหว่างห้วงเสน่หา ฯ

O สายลมแผ่วจบริ้ว - - - เรียวขน นกแล
เมื่อรูป, พฤติ-อลวน - - - แวดล้อม
ปลายปีกนก, ใจคน - - - ไหว, หวั่น-
หวั่นว่า-รูป, พฤติ-พร้อม - - - เพรียกให้คะนึงหา ฯ

O ปีกนกโบกเบียดฟ้า - - - ลอยฝูง
เมื่อรูปนาม-จับจูง - - - จิตไว้
เนตรลอบเหลือบ, ฟ้าสูง - - - ใสสว่าง
ตาสบ, หลบ-สะเทิ้นไซร้ - - - สร่างสิ้นฤาเขษม ฯ

O ลำลมโลมลูบริ้ว - - - เรียวขน
เมื่อคลี่ปีกบินบน - - - เบียดฟ้า
คำนึงนึก, ใจคน - - - ครวญอยู่
จวบรูปนามแจ่มจ้า - - - ขจ่างล้ออาลัย ฯ

O ตาสบ, ตาสื่อให้ - - - หวนคะนึง
แก้มอิ่มเนียน, ตอกตรึง - - - แต่นั้น
เนตรวามวับ, ทอดถึง - - - เทียบบท
รูปปากอิ่ม, บีบคั้น - - - บีบเค้น-ให้ถวิล ฯ

O ถ้วนสิ้นความผ่องแผ้ว - - - ผ่านเผย
ราวช่อมาลย์รอเชย - - - ชิดใกล้
ต้องลมร่ำ, รำเพย - - - รส, กลิ่น
งามรูป, หอมรส-ให้ - - - ห่วงละห้อย-หวนกระเหิม ฯ

O ปลายปีกบางคว้างลิ่ว - - - ลอยลม
พร้อมรูปเนตรปลาบคม - - - เหลือบค้อน
ปีกนกโบก, อภิรมย์ - - - รออยู่
รอ-ว่าแววเหลือบ-อ้อน - - - ออดให้มองเห็น ฯ

O ชั่วแววตาหลบ, สะเทิ้น, - - - ทรมาน-
ย่อมจากเหตุสังขาร - - - บีบเค้น
เมื่อ-ตา, รูป, วิญญาณ - - - สัมผัส
สบรูป, รูปลอบเร้น - - - ร่วมแต้มแววตา ฯ

O เมื่อวางชาติภพล้อม, - - - อาลัย-
ย่อมเอ่ออาบดวงฤทัย - - - ท่วมท้น
ถ้อยคำ, ทุกความนัย - - - คะนึงอยู่
ค่อยเอ่อขึ้นตราบล้น - - - แหล่งห้วงเสน่หา ฯ

O ปลายปีกยังโบกโล้ - - - ลมบน
เมื่อเนตรวามว่าย-วน - - - ไป่เว้น
เนตรเหลือบ, เนตรสบ-สน - - - ธิรูป นามเฮย
ดลรูปนามบีบเค้น - - - ทุกห้วงละห้อยหา ฯ

O ลมร่ำอยู่ค่ำเช้า, - - - ฉันทา-
ก็ก่อแรงปรารถนา - - - เหนี่ยวรั้ง
สางรุ่งตราบถึงรา- - - - ตรีมืด ค่ำแม่
ปีกนกโบกทุกครั้ง - - - เปรียบคล้ายแรงถวิล ฯ

O จากเหลือบ, หลบ, สบ, ต้อง - - - แววตา
จนรับรู้ปรารถนา - - - อ่อนน้อย
บัดนี้ท่วมทรมา- - - - ถวิลแม่ แลแม่
ทุกช่วงยามผ่านคล้อย - - - ข่มละห้อยฤาหาย ฯ

O ลบเลือนช่วงหม่นไข้ - - - ลำเค็ญ
ด้วยรูปลำเพาเพ็ญ - - - เพิก, ล้าง
ฟ้าสูง, ปีกนก, เอ็น - - - ดูร่วม ยามเฮย
ลายเมฆ, ปีกร่อนคว้าง, - - - นึกหน้า-รอถนอม ฯ

O หยัดยืนใต้ขอบฟ้า - - - สีคราม
คำกลั่นกรองเป็นความ - - - ฝากไว้
ตราบวันส่องแสงงาม - - - งดอยู่
จักจืดจางร้างได้ - - - แต่ด้วยชีพสูญ ฯ

O เหลือบ, หลบ, สบเนตรซึ้ง - - - สื่อนำ
เคลื่อนรูป, เคลื่อนนาม, สัม - - - ผัส-รู้
สายใยถักทอ, กำ - - - หนดจิต แลแม่
เกินเคลื่อนคลายสวาดิชู้ - - - แต่รู้-เกินสลาย ฯ

O คำ, ความ, กรองกอปรให้ - - - หวาน, หอม
เช่นช่อเกสรพะยอม - - - ยั่ว-เย้า
คันธารส, ฤาออม - - - อดอยู่ นะแม่
เห็นแต่โรยกลิ่นเร้า - - - รื่น-ล้อมถนอมขวัญ ฯ

O กรองคำเอากอปรร้อย - - - รวมพจี
ยกภาษ, บวงวาที - - - ทิพไท้
สบ-ถ้อยสื่อ, ไมตรี - - - ตรึงอก แม่เนอ
เกินเคลื่อนคลายออกได้ - - - นับด้วยนิรันดร ฯ




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2558
0 comments
Last Update : 22 พฤษภาคม 2558 22:23:07 น.
Counter : 404 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 114 คน [?]










O คอยเจ้า .. O





-1-
O ดังช่อมาลย์ช้อยกลีบขึ้นบีบกลิ่น
เพื่อหอมรินร่ำรู้ .. ว่าอยู่ไหน
ท่ามกลางช่อขาบเขียวแห่งเรียวใบ
นั้นซ่อนงามสดใส .. อยู่ในวัน
O หากมิใช่โกสุม .. เร้ารุมกลิ่น
เพียงส่วนจินตนาสร้างเป็นร่างฝัน
ในคาบยามชาติภพบรรสบกัน
หล่อเลี้ยงขวัญรอคอย .. สืบรอยกรรม
O แผ่วโผยเพลงพลิ้วระลอก .. เหมือนบอกเล่า-
เผยใจเยาว์ออกสู่ให้รู้สัม-
ผัสความอุ่นอาลัย .. ผ่านนัยคำ
เพื่อตอกย้ำพิสมัย .. เป็น-นัยเดียว
O หวานหอมเอย .. มธุรสแห่งพจน์เจ้า
ค่ำตราบเช้าเฝ้าแต่ชะแง้เหลียว
ใช่สุมาลย์กิ่งทอด .. ช้อยยอดเรียว
แต่เป็นเสี้ยวหน้านั้น .. ที่มั่นคอย
O จะขอเพียงใฝ่เฝ้า .. อยู่เท่านี้
ด้วยเหลือที่จะคิดคืบเข้าสืบสอย
รูปแพงเอย-อวลกลิ่น .. อย่าสิ้นรอย
เพื่อหอมลอยล่องลมเข้าบ่มทรวง
O ละครั้งคราว .. รื่นฉมกลางลมร่ำ
ก็ตอกย้ำงดงามเพรียกความหวง
และทุกครั้งจบงาม, ถ้อยความปวง-
ก็ลามล่วงยั่วเย้า .. ให้เฝ้ารอ
O จากเรือนห่างไกลพ้น .. มีขวนขวาย-
จากจิตชายแหนหวง .. บำบวงขอ-
พรเทวัญชั้นฟ้าให้มาออ-
แอบหวานซึ้งเคล้าคลอ .. โลมล้อใจ
O จักรู้กันบ้างไหมหนอใจนั่น
ว่าอีกความผูกพัน .. แสนหวั่นไหว-
อยู่ร่ำรอปรารถนาแรงอาลัย
ช่วงชี้ให้เจตจินต์ร่วมยินดี
O ปฏิพัทธ์แห่งชายเมื่อบ่ายโบก
ผ่านลมโลกแล่นระลอกยั่วหยอกศรี
จะเปรียบหวานละลานค่าด้วยมาลี
เหมือนหลู่ค่าราศีให้มีรอย
O ด้วยว่าหอมหวานมวลแห่งมาลี
จักต้องเกณฑ์ราคี .. บัดพลีถ้อย
เปรียบคันธารสหอม .. โน้มน้อมคอย
ฤๅเปรียบหอมละม่อมน้อย .. รูปรอยเดียว
O รอเถิด .. รูปแพงน้อย .. เจ้าคอยรับ-
การปรุงศัพท์เตรียบพากย์ .. อันกรากเชี่ยว-
ด้วยอาวรณ์รำบาย .. เพื่อคลายเกลียว-
รัดทุกเสี้ยวใจนั้น .. แล้วพันธนา
O รอเถิด .. รูปแพงเจ้า .. จงเฝ้ารอ
ความพร่ำพ้อผู้คอยละห้อยหา
เพื่อรายล้อมดวงขวัญ .. มอบฉันทา
ร่วมรูปรอยเสน่หา .. แนบอารมณ์
O รอเถิดรูปแพงเจ้า .. จง-เจ้ารู้
เมื่อรอบชู้หลอมหลั่งเข้าสั่งสม
ก็ด้วยความอาทรจากพร-พรหม-
ผูกเป็นปมเงื่อนตาย .. สุดคลายแล้ว !

-2-
O ในค่ำคืนมืดหม่น
ร้างอำพนแสงห่ม, สายลมแผ่ว-
ผ่านอ่อยเอื่อยเฉื่อยโชยค่อยโรยแนว
ภาพของแววตาอุทธัจก็รัดพัน
O แต่แรกรูปเผยงาม ฤๅ-ห้ามได้
จนทั้งช่วงดวงใจถึงไหวสั่น
แล้วค่อยเลื่อนรูปละม่อมเข้าล้อมกัน
จึงเหมือนสั่นโยกสิ้นจิตวิญญาณ
O สบชม้ายชำเลืองคนเบื้องหน้า
เหมือนในตาวาบเงาคอยเผาผลาญ
คล้ายรอยยิ้มแฝงรับอยู่นับนาน
คลี่รอยหวานบ่มไล้หัวใจคน
O ริ้วลมหนาวผ่าวผ่านอยู่นานแล้ว
โลมดอกแก้วหอมแรงทั่วแห่งหน
อีกหอมยิ่ง .. หอมซึ้งจนอึงอล
พาใจวนว่ายหอมไม่ยอมร้าง
O ลมเอย .. พลิ้วผ่านตรูให้รู้สึก
โอนรำลึกซึ้งสู่อย่ารู้ห่าง
กระซิบสื่อความนัยน้ำใจนาง
ร่วมสืบสร้างแต่ในน้ำใจเดียว
O ด้วยหนึ่งน้ำใจผู้คนรู้งาม
ที่ทุกยามร่ำร้องหมายข้องเกี่ยว
หวังอาวรณ์แฝงเร้นดั่งเช่นเกลียว-
ค่อยค่อยเหนี่ยวสองขวัญรัดพันไว้
O หมายเมื่อหอมกลิ่นแก้วสู่แก้วเจ้า
จักคอยเร้ารุมขวัญ .. เฝ้าฝันใฝ่
เพื่อลมผ่าววาดวี .. ผู้มีใจ-
จะโลมไล้สำทับ .. ให้รับรู้
O ว่า-อิริยารูปละม่อม .. คอยล้อมกัก
จะฝ่าหักขวางขวาก .. เห็นยากอยู่
เกิดแต่เมื่อรูปเห็น .. และเอ็นดู
สบเพียงครู่ .. หอมหวานก็ผ่านคอย
O ในท่ามกลางลมหนาว .. ใจผ่าวร้อน
แรงอาวรณ์รุมแล้ว .. แม้นแผ่วค่อย
จากแววหวานคลุมเคลือบ ทุกเหลือบปรอย
เพรียกละห้อยห่วงเห็นไม่เว้นวาย
O แอบอ้อมกอดลมหนาวมายาวนาน
จนสะท้านใจอยู่ไม่รู้หาย
ที่หวังให้คลุมครอบอยู่รอบกาย
คือรูปหมายให้ละเมียดละไมทรวง
O เมื่อถวิล .. มากครันสุดกั้นกีด
ทั้งประณีตเกินขับให้ลับล่วง
หวานย่อมไหลโลมหลั่ง .. ใจทั้งดวง
หอมก็หน่วงอกซ้ำอยู่ค่ำเช้า
O หมายดวงใจ .. ผ่องพักตร์เป็นหลักมุ่ง
บ่มบำรุงส่วนเสี้ยวเคยเปลี่ยวเปล่า
หวังบำราศโศกศัลย์แห่งวันเยาว์
จึงแนบเนาอ่อนหวานแห่งกาลนี้
O กาลที่ความงดงามลุกลามอก
จะคอยปกปิดไว้ก็ใช่ที่
จึงเผยเล่ห์เสน่หาผ่านวาที
เป็นไมตรีจบจูบ-ใจรูปคราญ
O หลังลมหนาวผ่านระลอก .. กรุ่นดอกแก้ว
ก็หอมรื่นทั่วแล้วทุกแนวผ่าน
พร้อมคาบยามเติมตวงของห้วงกาล
เติมหอมหวานเต็มช่วงทุกห้วงใจ !










free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.