Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 

O ชั่วฟ้าดินดับ .. 2 O








O แสงเช้า, รูปชาติเชื้อ - - - เชิญโฉม
เผยพักตร์เพรียกภพ, โหม - - - สวาดิห้อม
อ่อนไหวอ่อนหวานโลม - - - ลูบอก
พรากเงียบเหงาหล่นล้อม - - - แหล่งหล้าตราบสลาย ฯ

O คงกรรมพาเกี่ยวข้อง - - - พบกัน
สบเนตร, จึง-เนตรบรร - - - จบ-รู้
เอ็นดู, ขัดเขิน-ขวัญ - - - ฝากเลศ รอเนอ
รอ-บอกชายบอกชู้ - - - ชื่นแล้วช่วยเฉลย ฯ

O เช้านี้, รูปนิ่มเนื้อ - - - ประนังตน
ล้อมโลกให้ดิ้นรน - - - รับรู้
โลกเช้าที่รอบกุศล - - - สืบบท
ถ้วน-บทชื่นบทชู้ - - - ชั่วชม้ายเนตรผสาน ฯ

O ตาเหลือบตอบเลศ-เชื้อ - - - เชิญใจ
แววสื่อหวานซึ้ง-ไหว - - - วาบ, พร้อม-
อกชายอิ่มเอมไพ- - - - บูลย์บท
จน-บทนิ่มเนื้อน้อม - - - รูปน้อยชุลีลา ฯ

O พิมพ์ดวงเจ้าอ่อนด้อย - - - เดียงสา
ตื่น, รับรู้-รมยา - - - ยั่วเย้า
รูปชาย, เลศชู้-ปรา- - - - กฎเยี่ยง บ่วงเนอ
ล่ามรัดใจรุมเร้า - - - เร่งเชื้อนิวรณ์โฉม ฯ

O รูปน้อย, จิตน้อมแนบ - - - จินตนา
ครวญเลศ-ครั้งชุลีลา, - - - เลศนั้น-
สื่อบอก, เท่าทัน-อา- - - - รมณ์ซุก ซ่อนฤๅ
จึ่งส่งหวานล้อมกั้น - - - กักละห้อยให้กระเหิม ฯ

O ลมเฉื่อยรื่นฉ่ำ-น้อม - - - นำคะนึง-
ย้อนสู่ยามแสงตรึง - - - ตรู่เช้า
จากหวัง-จวบถวิลถึง - - - ทอดบท
บท-ไขว่คว้า, ใฝ่เฝ้า - - - ฝากไว้ประคองหวัง ฯ

O วิญญาณจักขุพ้อง - - - รูปพรรณ
สัมผัส, สมภพ-นัน- - - - ทิ, พร้อม-
แผ่ซ่านผ่านทรวง-ฝัน - - - ใฝ่คู่ เคียงนา
พิมพ์-พักตร์, พฤติ-แวดล้อม - - - อยู่เลี้ยงอาลัย ฯ

O รูปชาติเมื่อชดช้อย - - - ชม้ายเมิน
อีกท่วงท่าอุทธัจ-เขิน - - - ขัด-นั้น
เพรียก-รมย์รื่นจำเริญ - - - รุมอก
คอยบีบเค้นบีบคั้น - - - ค่ำเช้าใฝ่ถวิล ฯ

O ริ้วเลือดเรื่อก่ำไล้ - - - โลมปราง
ตอบตื่นอารมณ์ขนาง - - - อ่อนน้อย
หลัง-ตาสบตากลาง - - - กุศลบท
ล่มทุกบท, เพียงละห้อย - - - ห่วงล้น .. ที่เหลือ ฯ

O ตาชายเมื่อโอบไล้ - - - โลมองค์
เยี่ยงแดดเช้าทอดลง - - - โอบหล้า
อ่อนโยนอย่างบรรจง - - - จบรูป พักตร์เนอ
นิ่งนึกพร้อมแก้มหน้า - - - อุ่นร้อนแรงภิรมย์ ฯ

O ซบหน้าเกลือกหน้าแนบ - - - แขนนวล
อึกทึกในอก, ครวญ - - - คร่ำชู้
แตกตื่นดั่งถูกตรวน - - - ตรึงล่าม จิตเนอ
ล่ามรัดให้รับรู้ - - - รสซึ้งระรึงทรวง ฯ

O แรกแสงศศินะขึ้น - - - ไขสี
นกคร่ำเสียง, ลมวี - - - แวดล้อม
เรไรกล่อมธาษตรี - - - ต่างพาทย์ เพลงนา
นึก-กรุ่นเนื้อ-กลางอ้อม - - - อกน้อมอุ่นถนอม ฯ

O วงจันทร์จำรัสห้อง - - - หนหาว
เนื้อนิ่มเนตรต่างดาว - - - ประดับฟ้า
ห่วงเมื่อนิทราคราว - - - อยู่เดี่ยว นะแม่
จักวุ่นวายเหว่ว้า - - - หว่างละห้อยคอยไฉน ฯ

O ยามดึกสงัดสิ้น - - - เสียงคน
แว่วแต่เสียงอึงอล - - - อกนี้
พร้อมภาพหนึ่งไหววน - - - หว่างช่วง คะนึงนา
ไหวอยู่คอยช่วงชี้ - - - ชื่นล้ำบำเรอ ฯ

O แพงทองแม่ผ่องเนื้อ - - - นพคุณ
ราวปกด้วยใบบุญ - - - บ่มไว้
เรื่อปรางยิ่งเรื่ออรุณ - - - ยามแรก
งามจักงามเหมือนได้ - - - ดั่งนี้มีหรือ ฯ

O บงโอฆอากาศล้วน - - - ลมบน
ตระหลบล้อมสากล - - - ก่ายฟ้า
คะนึงนึกรูปนฤมล - - - เมื่อสบ
ตระหลบล้อมรูปหน้า - - - ต่อหน้าเลือนไฉน ฯ

O ขวัญเมืองพิมพ์มาศแม้น - - - เหมือนโฉม แม่ฤๅ
แต่เมื่อเผยรูปโลม - - - โลกนี้
ก็หยัดหยั่งรอบโสม- - - - นัสต่อ โลกแน
หมองหม่นคาบก่อนกี้ - - - แต่ล้วนสูญสลาย ฯ

O คะนึงมวลแชล่มน้อย - - - นงคราญ
เคลื่อนผ่านส่ำเสียงสนาน - - - เสนาะแท้
แต่รูปหนึ่งรำบาญ - - - เบียด-อก เรียมนา
สักหนึ่งคราญอาจแก้ - - - กลบได้สิ้นหรือ ฯ

O จันทร์พ้นอุรภาคเพี้ยง - - - ภินทนา
หมายรูปรอยปรารถนา - - - นิทรแล้ว
นึกแพรแถบพัสตรา - - - คลี่ห่ม เนื้อเนอ
ใดอาจอุ่นเนื้อแก้ว - - - ดุจอ้อมทรวงเรียม ฯ

O ผ่านคืนเรียมคิดด้วย - - - อาดูร
มาเลศลักษณ์กำลูน - - - ลับแล้ว
โกสุมเมื่อมาสูญ - - - สลายกลิ่น
ยังแต่ความผ่องแผ้ว - - - ฝากไว้รองถวิล ฯ

O สุริเยนทรบทเบื้อง - - - บรรพตา
อีกฝั่งโลกดาริกา - - - เลื่อนล้อม
หลับฝันท่ามสิเนหา - - - ห้อมอยู่ นะแม่
เมื่อตื่นตาจักพร้อม - - - พากย์ร้อยคอยประโลม ฯ

O พระเอยสะโสชท้อง - - - ชลธาร
โอนฤทธิ์มอบสิทธิ์ขาน - - - ข่าวชู้
เบิกความบ่มใจคราญ - - - ครวญคร่ำ อยู่เนอ
เช้าจดค่ำเพียงรู้ - - - แต่ละห้อยคอยเรียม ฯ



พศ. 2026



ภาพจำลองพระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยา ..
ที่มาของภาพ ปลาทองสยองเมือง .. ขออนุญาตเจ้าของภาพไว้ ณ ที่นี้


ต่อไปนี้เขียนล้อโคลงกำสรวลสมุทร.

(โคลงทั้ง 3 คือ ยวนพ่าย .. ทวาทศมาส .. กำสรวลสมุทร (ที่ชอบเรียกกันผิดๆว่า กำสรวลศรีปราชญ์ ) มีข้อสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ที่น่าเชื่อถือมากกว่าข้อมูลเดิม .. ว่าน่าจะเป็นพระนิพนธ์ใน "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3" พระโอรสองค์โตในสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของ "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2-พระเชษฐาธิราช ที่มีพระราชมารดาเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์สุโขทัย" ..

พ. ณ ประมวญมารค (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี - ท่านจันทร์) ได้เสนอว่าโคลงดั้นทั้ง ๓ คือ ..
- ยวนพ่าย (แต่งประมาณ พ.ศ.2017-2025)
- กำสรวลสมุทร (แต่งประมาณ พ.ศ.2025-2030 (หรือ 34))
- ทวาทศมาส (แต่งประมาณ พ.ศ.2027-2031)

และเป็นข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด



.. พรายพรายพระธาตุเจ้า - - จยรจนนทร แจ่มแฮ
ไตรโลกยเลงคือโคม - - ค่ำเช้า
พิหารรเบียงบรร - - รุจิเรข เรืองแฮ
ทุกแห่งห้องพระเจ้า - - น่งงเนือง ฯ

O พรายพรายพระธาตุเจ้า - - - เจียรสูรย์ แจ่มแฮ
สามโลกรับจำรูญ - - - ค่ำเช้า
เจดีย์ยอดชี้ปูน - - - โปรดสัตว์
บอกมรรคาทวนเศร้า - - - โศกร้อนกร่อนระรุม ฯ


.. ศาลาอเนขสร้าง - - แสนเสา โสดแฮ
ธรรมาศจูงใจเมือง - - สู่ฟ้า
พิหารย่อมฉลักเฉลา - - ฉลุแผ่น ไส่นา
พระมาศเลื่อมเลื่อมหล้า - - หล่อแสง ฯ

O ศาลาเอนกสร้าง - - - แสนเสา โสดแฮ
ธรรมข่มใจมืดเมา - - - หมดสิ้น
พระมาศเลื่อมเลื่อมเงา - - - งำอก ใจเอย
งำอกใจเดือดดิ้น - - - ดับร้อนทารุณ ฯ


.. ตระการหน้าวัดแหว้น - - วงงพระ
บำบวงหญิงชายแชรง - - ชื่นไหว้
บูรรพาท่านสรรคสระ - - สรงโสรด
ดวงดอกไม้ไม้แก้ว - - แบ่งบาล ฯ

O ตระการหน้าวัดแหว้น - - - วังพระ
บวงบำรุงสัจจะ - - - จบไหว้
ร่มธรรมรูปพุทธะ - - - สถิตอยู่
จิตต่างดวงดอกไม้ - - - เพ่งน้อมประนอมคะนึง ฯ


.. กุฎีดูโชติช้อย - - อาศํร
เต็มร่ำสวรรคฤาปาง - - แผ่นเผ้า
เรือนรัตนพิรํยปราง - - สูรยปราสาท
แสนยอดแย้มแก้วเก้า - - เฉกโฉม ฯ

O กุฎียกยอดช้อย - - - ชูทาง
บอกวัตรเข้าขัด, ขวาง - - - ขวากร้อน
เรือนรัตน์ภิรมย์ปรางค์ - - - ปราสาท
เหลื่อมระยับแสงย้อน - - - เยี่ยมท้าทรมาน ฯ


.. อยุทธยายศโยกฟ้า - - ฟากดิน
ผาดดินพิภพดยว - - ดอกฟ้า
แสนโกฎบยลยิน - - หยาดเยื่อ
ไตรรัตนเรืองรุ่งหล้า - - หลากสวรรค์ ฯ

O อยุธยายศท่วมทั้ง - - - ธานินทร์
งามดั่งนาครอินทร์ - - - เอี่ยมฟ้า
แสนโกฏโสตอาจยิน - - - เสียงอยู่
ธรรมเปล่งเสียงกล่อมหล้า - - - หล่อล้อมใจเมือง ฯ


.. อยุทธยาไพโรชไต้ - - ตรีบูร
ทวารรุจิรยงหอ - - สรหล้าย
อยุทธยายิ่งแมนสูร - - สุระโลก รงงแฮ
ถนัดดุจสวรรคคล้ายคล้าย - - แก่ตา ฯ

O อยุธยาไพโรจน์ไต้ - - - ตรีบูร
ไตรรัตน์จำรัสจรูญ - - - ร่วมพ้อง
บัลลังก์ร่มไพบูลย์ - - - บาลบ่ม ชนแฮ
เย็นศิระอุระต้อง - - - ตอบรู้อภิรมย์ ฯ


.. ยามพลบสยงกึกก้อง - - กาหล แม่ฮา
สยงแฉ่งสยงสาวทรอ - - ข่าวชู้
อยุทธยายิ่งเมืองทล - - มาโนช กูเอย
เขตรตระหลบข่าวรู้ - - ข่าวยาม ฯ

O ยามพลบเสียงกึกก้อง - - - กาหล แม่ฮา
ซอ, กรับ, รับฉิ่งปรน - - - โสตรู้
โคลงกลอนกาพย์ระคน - - - ครวญขับ
ขับกล่อมทรวง, กล่อมชู้ - - - ชื่นล้ำคำเกษม ฯ


.. ปารนี้แก้วข้าตื่น - - ฤาหลับ อรเออย
นอนน่งงฉนนใดดู - - ด่งงนี้
ยอมือบนนทับอก - - โดยแม่ กูเออย
เจ็บยิ่งล้ำพ้นผี้ - - หมื่นทวีแสนทวี ฯ

O ป่านนี้แก้วข้าตื่น - - - ฤๅหลับ อรเอย
นอนนั่งฉันใด, พรับ - - - เนตรเฝ้า-
คอยเรียมวกย้อนกลับ - - - คืนสู่
คอย-สู่, อยู่ค่ำเช้า - - - อาจรู้ฤๅสมร ฯ


.. ปารนี้อรเช้าแม่ - - เกลาองค์ อยู่ฤา
ต่างกรดานจตุรงคมยง - - ม่ายม้า
ฤาวางสกาลง - - ทายบาท
ฤากล่าวคำหลวงอ้า - - อ่อนแกล้งเกลาฉนนท ฯ

O ป่านนี้รูปแน่งน้อย - - - เกลาองค์ อยู่ฤๅ
ตั้งกระดานชนวนลง - - - จดถ้อย
ฤๅมุ่งเพลาะผ้าผจง - - - จับจีบ
ใจเล่าเจ้าจักคล้อย - - - อยู่ข้างเรียมไฉน ฯ


.. ดวงดยวบววมาศแพ้ - - พิมทอง พี่เออย
รยมบหลับใหลหา - - ค่ำเคี้ย
ดวงดยวแม่มองหน - - หาพี่ พู้นแม่
ใครช่วยชูเกล้าเกลี้ย - - กล่อมแถง ฯ

O ดวงเดียวบัวมาศแพ้ - - - พิมทอง พี่เอย
เรียมบ่หลับไหลครอง - - - ค่ำนี้
หวังเดียวแม่, แม่มอง - - - หาอยู่
อยู่ออดอ้อนชวนชี้ - - - ชิดเนื้อโอบถนอม ฯ


.. โกกิลกรวิกษอ้ยง - - ยูงยาง
จับกิ่งยูงยางเยาว - - เพื่อนพร้อง
พละลบกัลโหยลาง - - โลมลูบ
จับกิ่งยางแล้วร้อง - - ไร่เฌอ ฯ

O โกกิลกรวิกเอื้อน - - - ออกเสียง
จับกิ่งยูงยางเพียง - - - พร่ำร้อง
พระลบกัลโหยเคียง - - - แขรูป เคียวนา
จับม่านหม่นคลี่คล้อง - - - ขอบฟ้าคลุมฝัน ฯ


.. ศรีมาพิโยคพื้น - - รัตนภูม
ถนัดดุจพระภูมผจง - - แผ่นแผ้ว
เล็งแลเยียฟ้าฟูม - - ชลเนตร
เพราะพี่เจ็บเจ้าแคล้ว - - คลาศไกล ฯ

O เรียมมาพิโยคพื้น - - - รัตนภูมิ
แผ่นอกเป็นแผ่นปูม - - - จดร้อย
หมึกจารจากนัยน์ฟูม - - - น้ำหลั่ง
บอกหนึ่งผู้แน่งน้อย - - - แน่วรู้ - คอยรอ ฯ


.. จากมาสายสวาดิไว้ - - อยุทธยา แลนา
อกเปล่าอกสายสินธุ์ - - หากรู้
ลุะดานกนนชาววา - - ลวงใหญ่ แล้วแฮ
วาลยิ่งสารสับสู้ - - เสริฐชล ฯ

O มุ่งมาสายสวาดิเนื้อ - - - เนาทรวง
ตามสิทธิ์คำสัตย์บวง - - - บอกไว้
วอนเทพประเทียบทวง - - - ฤทธิ์กล่อม แม่นา
กล่อมแม่, ทรวงแม่ให้ - - - ห่วงรู้คอยเรียม ฯ


.. จรลิวไต้ฟ้าต่ำ - - เตือนยาม
โหยบเหนสายใจ - - จรคล้าย
บลุแม่เมากาม - - กาเมศ กูเออย
ลพี่หว้ายน้ำหน้า - - มืดเมา ฯ

O จรลิ่วไต้ฟ้าต่ำ - - - เตือนยาม
โหยบ่เห็นหน้าทราม- - - - สวาทแก้ว
เลือดตายิ่งฝนลาม - - - หล่นโลก แม่เอย
ท่วมจิตจมมิดแล้ว - - - จากร้อนแรงถวิล ฯ


.. รฦกเนื้อกรรเกษสร้อย - - สาวสวรรค กูเออย
กรกอดหมอนเหมือนนาง - - ร่ำไห้
รฦกกำจรจนนทน์ - - อายโอษฐ พู้นฦา
ทรงกรรแสงไจ้ไจ้ - - จั่นจวญ ฯ

O อาสูรศรีสวัสดิ์สร้อย - - - สาวสวรรค์ กูเอย
ใคร่จักกล่อมทรวงขวัญ - - - ฝากอ้อน
เรียมใฝ่รอบกัปกัลป์ - - - เวียนกลับ แม่แม่
ใฝ่รอบกาลกลับย้อน - - - เยี่ยมหน้าพะนอนวล ฯ


.. ระฦกรศน้องไน่ - - ในตา พี่แม่
เออสมุทรอยงกาม - - กล่อมเหน้า
เยียแลลนนลุงมา - - บางค่อม
ถนัดค่อมน้อยข้าเจ้า - - ส่งงจนนทน์ ฯ

O เวียนรำลึกแล้วหลับ - - - ใหลฝัน รูปเนอ
ย่อมรูปสมบูรณ์จันทร์ - - - แจ่มหน้า
ละเมอรับรองขวัญ - - - ฝากสวาดิ
ดื่มด่ำด้วยรสฟ้า - - - สั่งฟ้าโรยริน ฯ


.. เยียมาม่ายน้องขวล - - ขวายแด แลแม่
นอนน่งงฤากวนกาม - - แกว่งไส้
ลุกยืนวงงเวงแล - - ลิวโลด
คืนน่งงลห้อยไห้ - - บ่ำบวง ฯ

O หลังมองโฉมแม่แต้ม - - - ติดตา
รูปพักตร์นงโพธพา - - - ผ่าวไส้
ดาลระลอกกระแสกา - - - เมศมุ่ง ขวัญเฮย
มุ่งกระเวนทรวงไหม้ - - - หมื่นร้อนทรมาน ฯ


.. ฝ่ายสยงสุโนกไห้ - - หานาง แม่ฮา
รยมทนนทึงแทงโลม - - ลิ่นเล้า
มาดลบำรุะคราง - - ครวญสวาสดิ
ให้บำรุะหน้าเหน้า - - จอดใจ ฯ

O คำนึงฤๅว่างเว้น - - - นาที
จวบรอบสุริเยศลี - - - ลาศคล้อย
เสนาะเสียงสุโนกมี - - - มากล่อม
กลว่าเสียงแน่งน้อย - - - เอ่ยน้อมประนอมนัย ฯ







.
.
.





 

Create Date : 21 มีนาคม 2556
6 comments
Last Update : 4 เมษายน 2556 11:52:50 น.
Counter : 856 Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

งดงาม....รออ่านต่อนะคะ

 

โดย: วลีลักษณา 24 มีนาคม 2556 6:33:34 น.  

 

สวัสดีครับคุณวลี

เหลืออีกยาวครับ

 

โดย: สดายุ... 25 มีนาคม 2556 6:03:51 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณศดายุ

O คะนึงมวลแชล่มน้อย - - - นงคราญ
เคลื่อนผ่านส่ำเสียงสนาน - - - เสนาะแท้
แต่รูปหนึ่งรำบาญ - - - เบียด-อก เรียมนา
สักหนึ่งคราญอาจแก้ - - - กลบได้สิ้นหรือ ฯ

แวะมาดื่มด่ำกับความงดงามของคำประพันธ์ค่ะ

 

โดย: วลีลักษณา 31 มีนาคม 2556 8:21:07 น.  

 

สวัสดีครับคุณวลี ฯ

ตั้งใจว่าจะแช่หน้านี้กันจนเปื่อยไปข้างครับ .. อิๆๆ

ลูกหลานอำมาตย์ขอมเขมรนั้นเป็นรากเหง้าเดียวกันกับราชวงศ์ละโว้อโยธยา(พระเจ้าอู่ทอง พระราเมศวร พระยาราม) แห่งเมืองลพบุรี .. และเรื่องกำลังจะนำไปสู่ต้นตระกูลของศรีสุดาจันทร์ต่อไป

มันเกี่ยวพันกับมหากาพย์มหาภารตะยุทธมากกว่า ..

ไปงานสัปดาห์หนังสือมาหรือยังครับ ..
ผมคงไปทันวันสุดท้าย ..

 

โดย: สดายุ... 31 มีนาคม 2556 14:52:07 น.  

 


สวัสดีค่ะ...

มาอ่านโคลง ไพเราะๆค่ะ...

 

โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.117.112 3 เมษายน 2556 12:44:45 น.  

 

สวัสดีเจ้าค่ะน้องเล็ก ..

โคลงนี้พี่จะเขียนข้ามปีค่ะ
คิดว่าหลัง"กลับจากทะเล"โคลงจะไหลลื่นกว่านี้ ค่ะ

 

โดย: สดายุ... 3 เมษายน 2556 16:07:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember






O เมื่อดาวลอยดวง .. O






O เรื่อยรี้คีตะกานท์ .. ค่อยผ่านแว่ว
เมื่อลมแผ่วผ่านริ้ว .. น้ำพลิ้วผืน
กรุ่นกลิ่นแก้วอบร่ำ .. รอค่ำคืน-
คลี่ลงโอบกอดคลื่น .. ที่ตื่นฟอง

O เจื้อยแจ้วเสียงสูงต่ำ .. คล้ายรำพัน-
กล่อมดวงขวัญทอนโศกแห่งโลกผอง
มีจังหวะใจย้ำเร่งทำนอง-
เสียงพร่ำพร้องแห่งชู้ .. ให้รู้นัย

O ร้างเดือนดาวกลางพลบ, หรือ-หลบซ่อน-
จากแววตาออดอ้อน .. แสนอ่อนไหว
รื่นเย็นลมร่ำหา, แววตาใคร-
ก็ช่างแสนร่ำไร .. ล้อใจคน

O แม้น-เหมือนจันทร์ซ่อนแสงจากแหล่งที่
ทั้งราศีดาวช่วง .. ลับห้วงหน
หากแววตาหวั่นสะทก .. ยังวก-วน-
ทอดทอแสงอำพน .. เข้าดลใจ

O โบกโบยลมเย็นรื่น .. ล้อมผืนน้ำ
เมื่อคืนค่ำปรากฏความสดใส
โดยความซึ้งซ่านล้ำ, แก้มก่ำใคร-
ก็เรื่อสีแต้มใส่ .. ทุกนัยน์ตา

O ระริกสายน้ำตื่นพลิ้วผืนระลอก-
เข้ายั่วหยอกโลมหลั่ง .. ริมฝั่งท่า
รูปละม่อมเนียนแก้มยั่วแย้มมา
ปรารถนาอาวรณ์ – ฤๅถอนพ้น ?

O อ้อยอิ่งเสียงสังคีตแว่วหวีดผ่าน
พาหอมหวานทั้งปวงให้ร่วงหล่น-
ลงสู่ห้วงคำนึง .. ของหนึ่งคน-
เลื่อนระดับเอ่อล้นท่วมท้นใจ

O รูปนามเอย .. เผยลักษณ์มาดักขวาง-
หรือเพื่อรอก้าวย่างทุกย่างให้-
ย่ำเหยียบลงกลางบ่วง .. ความห่วงใย-
แล้วอาลัยเสน่หา .. ไม่ล้าเลือน ?

O พร่างพรายน้ำเหลื่อมรับอยู่วับไหว
เมื่อหัวใจคำนึง .. ซาบซึ้งเหมือน-
ว่า .. รูปนามตามติด .. คอยพิศเบือน-
สายตาเลื่อนแววชู้ .. ให้รู้การณ์

O สูงต่ำแห่งสังคีตแว่วหวีดเสียง
ยังแว่วเพียงขับกล่อมพาหอมหวาน-
เข้าโอบไล้โลมสิ้นจิตวิญญาณ
ให้สะท้านสะเทื้อนอยู่ .. แต่ผู้เดียว

O วิกาลคล้อยน้ำค้างพรายพร่างเม็ด
ดั่งแพรเพชรลอยผืนในคืนเปลี่ยว
สรวงย่อมมืดหม่นครัน .. เพราะจันทร์เรียว-
เร้นส่วนเสี้ยวเลื่อนดวงจนล่วงรอย

O ป่านฉะนี้ .. รูปแพงจักแฝงร่าง-
ในท่ามกลางเย็นเยียบและเงียบหงอย
หรือ .. หัวใจพร่ำพ้อเฝ้ารอคอย-
อกแขนอ้อยสร้อยโอบให้แอบอิง ?

O คิดถึงกันมากไหม .. หัวใจนั่น
แล้ว .. ไหวสั่นเพียงไหนหนอ .. ใจหญิง ?
แทน-เตียงนุ่ม .. เนื้ออ่อนเจ้าผ่อนพิง-
หมาย .. เกลือกกลิ้งก่ายร่างที่กลางทรวง

O รอคอยเถิด .. รูปละม่อมในอ้อมแขน-
จักโอบรูปไว้แน่น .. อย่างแหนหวง-
เพียงเพื่อแววหวามไหวที่ในดวง-
ตาคู่ช่วงโชนความออกล่ามพัน !

O แม้นจันทร์แรมเร้นดวง .. เลือนช่วงแสง
หากที่แฝงฝากช่วงในห้วงฝัน-
กลับเจิดจ้าโชนช่วงเยี่ยงดวงวัน-
เมื่อแรกผันเรือนรุ้งทาบคุ้งฟ้า

O เก็บงำแวววับวามแห่งยามเช้า-
พร้อมเหลื่อมเงาสายน้ำที่หลามบ่า
ก่อรูปนามพร่างพรายในสายตา
ให้แต่ปรารมภ์ชู้ .. ไม่รู้แล้ว

O ค่ำนี้ .. แววตาระยับเกินขับข่ม
แก้วกรุ่นกลิ่นรื่นฉม, สายลมแผ่ว-
ก็รำบัดรำบายปัดป่ายแนว
ลูบโลมความผ่องแผ้ว .. ล้อมแววตา

O ฟากฟ้า .. เมฆหม่นดำ, เสียงคำรน-
ก้องกาหลครึกโครม, ลมโหมหา
บนโลกต่ำ-รูปนาม .. ก็ล่ามคา-
ปรารถนาอาลัย .. ที่ในตน

O มีใจ .. พร้อมรูปเงา-รุมเร้าอยู่-
เมื่อรอบชู้โหมช่วง, กลางห้วงหน-
สายวิชชุเฟื้อยเส้น .. แล้วเต้น .. วน
แข่งใจคนรัวเต้นไม่เว้นยาม

O ถวิลถึง .. รูปสล้างที่กลางหมอน-
จักทอดถอนใจทราบ - รสวาบหวาม
อ้อมแขน .. อกอุ่นเอื้อ .. นิ่มเนื้องาม-
หรืออาจห้ามใจข่ม .. การสมยอม ?

O ลมลูบน้ำกระเพื่อมผิวเป็นริ้วตื่น
เสียงโอดอื้นพร่ำพ้อ .. ร่ำรอ-ถนอม-
ก็แผ่วผ่านตอกย้ำ .. ให้ด่ำดอม-
รสหวานหอมรูปนามแห่งยามนั้น

O เรื่อยรี้ .. คีตะกานท์ยังผ่านแว่ว-
ก็เมื่อแววในตา .. ค่อยพร่าสั่น
ระทึก .. ระทวยใจ .. ของใครกัน-
คงแว่วอยู่เช่นนั้น .. เสียง-สั่นเครือ

O คงแว่วอยู่ในโสต .. เสียงโอดอื้น
รัญจวนตื่น .. ในยามก็งามเหลือ
ร้างเหน็บหนาวทุกรอย .. จะคอยเจือ-
จางช่วงเชื้ออุ่นร้อน .. ให้ผ่อนแรง

O ราวเสียงแผ่วไกลลิบ .. กระซิบกระซาบ
ก่อนนัยน์ตาสบทราบ .. แล้ววาบแสง
ออดอ้อนผ่านรูปคำ .. ก็สำแดง-
นัยฝากแฝงอาวรณ์ .. อันร้อนรน

O วูบวับความอ่อนไหว .. ผ่านนัยน์ตา
ที่เหมือนว่าไหวสั่นนับพันหน-
จากอาวรณ์สั่นสะทก .. ในอกคน-
ผู้วกวนเวียนหอมไม่ยอมร้าง

O คะเนนึก .. รูปพรรณในบรรจถรณ์-
จักออดอ้อนแวดล้อมไม่ยอมห่าง
ช่วงแขนเรียว, ดวงขวัญ, รูปสรรพางค์-
จักร่วมวางชาติภพบรรจบลง

O คะเนนึก .. เนื้อนวลคร่ำครวญถวิล
เมื่อกรุ่นกลิ่นหอมระรุม .. ให้ลุ่มหลง-
ค่อยผ่านรสรื่นล้ำ .. ร่วมจำนง-
การรับส่งหวานหอม .. รายล้อมใจ

O เรื่อยรี้คีตาพร้องทำนองประณีต
ดังแว่วหวีดโลมรุกผ่านยุคสมัย
เสียงสั่นเครือคร่ำครวญ, เนื้อนวลใย-
ค่อยพลิ้วไหวตอบรู้ .. แรงชู้นั้น

O พร้อมคีตาพร่ำพร้องทำนองประณีต
เสียงแว่วหวีดก้องรัว, เนื้อตัวสั่น-
ก็เผยผ่านแขนเรียว .. โอบเหนี่ยวพัน-
ธนา-ความใฝ่ฝัน .. บัดนั้นเอง !












free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.