Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 

O โลกใต้เรียวขน .. O









O งมโง่อวดโอ้อาช- - - - ญาตน
เขลาแต่งคำอนุสน- - - - ธิ-น้อม
เห็บหมัดแทรกขุมขน - - - ขยุกขยิก คันเวย
โลกที่เห็นแวดล้อม - - - แต่ล้วนเส้นขน ฯ

O กิ้งก่า-ยกอวดสร้อย - - - คอแขวน
หางวาดกวาดดินแดน - - - ฝุ่นฟุ้ง
เหลื่อมเกล็ดแข่งรำแพน - - - ยูงเหยียบ แดดแล
เหลือบเหลื่อมราศีรุ้ง - - - เรื่อทั้งพสุธา ฯ

O เสกสรวงขึ้นแอบอ้าง - - - อาศัย
ลิ้นปราชญ์แลบลวงสมัย - - - ปิดให้
ทิพปลอมเพรียกอาลัย - - - ทะลวงอก
สองแฉกลิ้นปราชญ์ใช้ - - - เช็ดป้ายปลอมปน ฯ

O สั่งกามขึ้นกลบห้วง - - - หนหาว
น้ำคร่ำราคีคาว - - - เขลอะพื้น
คอกิ้งก่าวับวาว - - - วามแต่ สร้อยเนอ
ลิ้นปราชญ์แลบ, เปียกชื้น - - - เข่าแข้งตลอดขา ฯ

O สั่งกวนน้ำทิพย์ไว้ - - - พรมหวัง
ดื่มอาบกำซาบพลัง - - - เพียบพ้น
สายสิญจน์ครอบหัวขัง - - - คุมจิต
ร้อนแดดจึ่งเย็นล้น - - - แวดล้อมปาฏิหาริย์ ฯ

O กาดำโบกปีกขึ้น - - - ลอยฝูง
ปลอมพ่นขาบเขียวยูง - - - เหยียบฟ้า
ทิพเทพถูกจับจูง - - - ชมแห่
ดินต่ำทั้งโลกหล้า - - - ปากอ้าค้างตะลึง ฯ

O นามธรรมเปลืองเปล่าอ้าง - - - อวดโลก
เมื่อทุกข์ระทมวิปโยค - - - สุดยั้ง
ขอบเขตแห่งครอบกะโหลก - - - เล็กลู่
งมโง่อวดโอ้รั้ง - - - รุดหน้าให้ถอย ฯ

O นามธรรมเปลืองเปล่าอ้าง - - - อวดยุค
เมื่อโลกต่ำต้องปลุก - - - ปลอบไห้
ผลแลเหตุยำคลุก- - - - เคล้าแซด เสียงเวย
ขุมนรก-หกสวรรค์ไขว้ - - - ฝ่าถ้อยโวหาร ฯ




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2559
10 comments
Last Update : 17 กรกฎาคม 2559 20:17:04 น.
Counter : 671 Pageviews.

 

สดายุ

"O กาดำโบกปีกขึ้น - - - ลอยฝูง
ปลอมพ่นขาบเขียวยูง - - - เหยียบฟ้า
ทิพเทพถูกจับจูง - - - ชมแห่
ดินต่ำทั้งโลกหล้า - - - ปากอ้าค้างตะลึง ฯ"


"เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิมแท้...
มาแปลเป็นพลอยหุงไปเสียได้.....
กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ...
ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา.....
คิดว่าหงส์เราจึงหลงด้วยลายย้อม...
ช่างแปลงปลอมท่วงทีดีหนักหนา.....
ดังรักถิ่นมุจลินทร์ไม่คลาดคลา...
พอลับตาฝูงหงส์ก็ลงโคลน" ! ( ขุนช้างขุนแผน)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 18 กรกฎาคม 2559 22:33:26 น.  

 



มินตรา ..
เห็นข่าว .. จุลเจิม .. เนติวิทย์ .. ส.ศิวรักษ์หรือยังครับ
ลองทำวิภาษวิธีดูหน่อยครับ ..

 

โดย: สดายุ... 19 กรกฎาคม 2559 20:07:10 น.  

 

สดายุ..

Speak softly love so no one hears us but the sky 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 20 กรกฎาคม 2559 3:46:07 น.  

 


เพลงนี้ผมชอบที่ใช้ประกอบภาพๆหนึ่งใน
The God Father
ภาพนี้ ..



ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ต้องเข้าใจได้เลย 55

 

โดย: สดายุ... 20 กรกฎาคม 2559 7:22:21 น.  

 

สดายุ

"เรือจ้าง" ที่งัดงัดแทงแทงทะแยงซ้ายขวา รึเปล่าคะ
จะขอเอี่ยวเป็น "แฟนพันธุ์แท้ " กับเค้าบ้าง 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 20 กรกฎาคม 2559 13:57:48 น.  

 


สดายุ..

"เรือจ้าง" นี้ค่ะ :
"ละเที่ยวพาย..ละเที่ยวผ่าน..ฝ่าธารเชี่ยว
ค่อยค่อยเคี่ยวกรำสอน..อาทรให้-
ลูกศิษย์น้อยคล้อยหลัง..สู่ฝั่งไกล
ผ่านน้ำไหล..ชะเชี่ยว..ด้วยเรี่ยวแรง

คือเรือน้อยลอยผ่านสายธารไหล
ด้วยจิตใจครูสาวผู้กร้าวแกร่ง
ที่จะคอยคัดท้าย-วาดพาย..ทะแยง
พาหัวเรือทิ่มแทง..สู้แรงน้ำ "
( กลอนวันครู จาก Thaipoem.com โดย คุณสดายุ)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 20 กรกฎาคม 2559 18:45:00 น.  

 



มินตรา ..
ไม่ใช่ครับ ..
แต่เป็นภาพนี้ใน The God Father



 

โดย: สดายุ... 20 กรกฎาคม 2559 20:50:22 น.  

 


ผมเป็นแฟนหนังเรื่องนี้ครับ ..



 

โดย: สดายุ... 20 กรกฎาคม 2559 21:01:28 น.  

 

สดายุ

มาดเอกอัครราชฑูตอิตาลี จาก คอซิก้า ที่มินตรา รู้จักเลยนะ 555

 

โดย: บุษบามนตรา IP: 188.165.240.145 20 กรกฎาคม 2559 22:08:58 น.  

 



มินตรา ..

อัล ปาชิโน แสดงเป็น ไมเคิล ตัวน้องชาย
ส่วนคนพี่ชายชื่อในเรื่องคือ เฟรโด

Fredo's Death ..
https://www.youtube.com/watch?v=AO-VFDYy9Rk

 

โดย: สดายุ... 21 กรกฎาคม 2559 23:01:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.