Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 

O แต่ปางบรรพ์ .. O








เพลง .. ดวงจำปา
ขิมสปา .. ชัยภัค ภัทรจินดา



... สารสยามภาคยพร้อง - - - กลกานท์ นี้ฤๅ
คือคู่มาลาสวรรค์ - - - ช่อช้อย
เบญญาพิศาลแสดง - - - เดอมกรยดิ พระฤๅ
คือคู่ไหมแส้งร้อย - - - กึ่งกลาง ...


O โคลงดั้นยวนพ่ายซ้อง - - - สดุดี
ศักดิ์กษัตริย์เจ้าธานี - - - ชนกผู้-
ยาตราทัพประยุทธี - - - ล่มศัต รูนา
ให้ทั่วถิ่นรับรู้ - - - เรี่ยวแกล้วกรุงสยาม

O อัคระเกียรติยศพ้น - - - พันไผท
สมรรถะพยุหะพลไกร - - - แกร่งล้ำ
ศรัทธะประสาทะใน - - - พุทธศาสตร์ ท่านฤๅ
ตรรกะวิภาษอยู่ค้ำ - - - หลักแท้ธรรมกถา

O เพรางายสุริยะเรื้อง - - - โรยยาม
แต่หมู่ลาวคุกคาม - - - เขตแคว้น
ทูลกระหม่อมนิราศปราม - - - ป้องเศิก เสี้ยนแล
พาจิตใจขุ่นแค้น - - - พรากร้างโยธยา

O จำพรากนุชนาถเจ้า - - - จอมใจ
หมองหม่นชลเนตรไหล - - - หลั่งย้อย
หวาดหวั่นชีพแกล้วไป - - - ป้องเหตุ
คนอยู่หลังเมื่อละห้อย - - - ห่วง, ไห้-ฤๅเห็น ?

O ธงทิวปลิวยั่วเย้ย - - - ลมเย็น
เมื่อทุกข์โศกสร้อยเพ็ญ - - - เพียบพร้อม
ใครเล่าจักคอยเอ็น - - - ดูยั่ว เย้านา
แขน, อกเคยโอบอ้อม - - - จักอ้อมโอบใคร ?

O สรวลศัพท์คฤโฆษฆ้อง - - - กลองไชย
ทุ่มพ่างแตรสังขไหว - - - แว่วครื้น
คชา, อัศวะ, พลไกร - - - แกล้วโห่ ฮึกแฮ
พร้อมคีตลั่นสนั่นพื้น - - - แผ่นหล้าแหล่งสถาน

O โอ้..สร้อยโศภิตพ้น - - - อุปมา
จักพรากสู่ยุทธกา- - - - รณะแกล้ว
เก็บงำรอบถวิลอา- - - - วรณ์พี่ เทอญแม่
ล่มเศิกเสี้ยนสิ้นแล้ว - - - จักย้อนคืนสม

O สองเนตรจักลับหน้า - - - นานวัน
ยังแต่เยื่อใยพัน - - - ผูกไว้
ใครจักดอดด้อมขวัญ - - - ฝากสวาดิ
กรประโลมเกศไล้ - - - กล่อมเจ้าหลับฝัน

O เรื่อยเรื่อยแกล้วคชม้า - - - คลาขบวน
ลิ่วลิ่วลับเนื้อนวล - - - แจ่มหน้า
สองอกพิโยคครวญ- - - - คร่ำเทวษ
เกรงแต่รอบเหว่ว้า - - - จักล้อมประนอมคะนึง

O โฉมเคยแป้งประแก้ม - - - กันไร
โจงจีบพัสตร์ห่มสไบ - - - บ่มเนื้อ
เรียมจากจักมีใคร - - - เชยแม่ นาแม่
แขนเล่าใครจักเอื้อ - - - โอบให้หนาวหาย

O อกเอยช่างอนาถโอ้ - - - อาภัพ
ห่างพะงางอนพรับ - - - เนตรพ้อ
ก่อนเคยโอบแขนรับ - - - ขวัญแม่ นาแม่
มาจะรันทดท้อ - - - อกสะท้อนระทมถวิล

O เพรงไป่เคยจากเจ้า - - - แม้ยาม เดียวนา
มาบัดนี้คลาดงาม- - - - รูปแล้ว
ศึกนอกเพื่อป้องปราม - - - ปราบเศิก เสี้ยนนา
อีกศึกในอกแคล้ว - - - คลาดพ้นยามใด

... แถลงปางข้าไท้ท่วย - - - ใจหาญ
ตามต่อยไพรีเรือง - - - ร่อนแกล้ว
แถลงปางรำบาลลาว - - - มัวโม่ห
ทันที่น้ำลิบแล้ว - - - ชื่นไชย ...


O ปรานีเจ้าอ่อนน้อย - - - นงค์ยง พี่เอย
โฉมเมื่อสิ้นโสรจสรง - - - สาปเนื้อ-
จักหอมกรุ่นละมุนองค์ - - - รอโอบ แอบแม่
มาห่างรสเคยเอื้อ - - - จักอ้อนออดใคร

O แรมรักอำมฤตร้าง - - - รมยา
เหลือแต่กรุ่นสุคนธา - - - เถื่อนล้อม
ค่ำคืนเมื่อไสยา - - - ระทวยอยู่
ใครจักโอบรูปน้อม - - - แนบไว้ในทรวง

O ลมเย็นอาจเยี่ยมเหย้า - - - ในยาม
เมื่อแม่-นอนอกหวาม - - - วาบชู้
โดดเดี่ยวเปลี่ยวรสกาม - - - กรอมรูป
เฝ้าพลิกร่างรอรู้- - - - รส, อ้อนเอ่ยไฉน

O รอนรอนสุริเยศคล้อย - - - สนธยา
เหล่านกโบกปีกคลา- - - - คล่ำแล้ว
ลำแสงสุดสายตา - - - เหลื่อมเมฆ
ตรมสุดใจเมื่อแคล้ว- - - - คลาดหน้านวลถนอม

O รอยเรียมปางก่อนสร้าง - - - สมกรรม
เคยพรากคู่เขาทำ - - - ก่อนกี้
บาปเวรจึ่งย้อนจำ- - - - จองโทษ
พาพรากเจ้าอ่อน,ชี้ - - - สั่งให้ครวญถวิล

O รอยเราพรากนกเนื้อ - - - เขาขัง
พาพลัดพรากรวงรัง - - - คู่เคล้า
ชาตินี้บาปเบื้องหลัง - - - ตามติด
พาพลัดพรากอ่อนเจ้า - - - จ่อมด้วยอาดูร

O วงจันทร์จำรัสฟ้า - - - เรียมครวญ
หลงว่าวงพักตร์นวล - - - แจ่มเนื้อ
แผ่วผ่านกรุ่นจันทน์อวล - - - อบกลิ่น
หลงว่ากลิ่นอ่อนเอื้อ - - - อบเนื้อแนมจันทน์

... กรุงลาวกลอยขยาดหน้า - - - ตาตาย ศรากแฮ
จักอยู่เมืองเกรงกรร - - - บ่ได้
กลัวกลับเกลื่อนพล-อยาย- - - - อยังออก
หนีสมเด็จเหง้าไท้ - - - พ่ายพัง ...


O ป่านนี้ศรีสวัสดิ์เจ้า - - - จอมสมร พี่เอย
ทอดรูปที่บรรจถรณ์ - - - นิทระแล้ว
ฤๅกราบพระวิงวอน - - - ด้วยห่วง ใยแม่
หวังกลับย้อนคืนแคล้ว- - - - คลาดพ้นภัยผอง

O ลมลงหนาวสุดไซ้ - - - อกอวล อกเอย
ไพรเถื่อนแว่วนกครวญ - - - คร่ำร้อง
เช่นอกพี่เรรวน - - - ถวิลรูป
รูปพักตร์พริ้มเพราพร้อง - - - พร่ำท้าลมหนาว

O เห็นฟ้าขอดเมฆแก้ว - - - อัมพร แม่อา
เอิบอิ่มบงกชงอน - - - รูปช้อย
พัสตราห่ม, สไบคอน - - - ขอดรูป นั้นนา
นึกรูปมือค่อยคล้อย- - - - ขยับคล้ายลืม-เผลอ

O แว่วยินมยุเรศร้อง - - - ริมดง
ขนขาบเขียวพิมพ์วง - - - แว่นพร้อม
พร่ำเพรียกคู่ครองลง - - - สังวาส
อายนก-อกนึกน้อม - - - เพรียกน้องในคะนึง

O ต้นสนทอดกิ่งด้อม - - - ดูไพร
ดังพี่ด้อมดูใคร - - - ก่อนกี้
ละม่อมพักตร์นวลใย - - - ยามสบ
โฉมย่อมคอยสั่งชี้ - - - ช่วงใช้อาวรณ์

O รำลึกกายอุ่นอ้อน - - - แอบองค์ พี่เนอ
กอดกระชับ, จำนง - - - นิ่มเนื้อ
ลมอุ่นผ่าวผ่านลง - - - โลมรูป
จนอุ่นนั้นหนุนเอื้อ - - - โอบเนื้อคลายหนาว

O แสงดวงวันเคลื่อนคล้อย - - - คลุมพนา
ลมโบกใบไม้พา - - - แผ่ป้อง
นึกรูปกับอกอา- - - - วรณ์พี่ แลแม่
รูปย่อมรู้ตื่นต้อง - - - อกรู้ตื่นตาม

... สรรเพชญภูวนารถแกล้ว - - - การยุทธ ยิ่งแฮ
ตามต่อยไพรีพัง - - - พ่ายล้าน
จยรจอมครุทธผลาญ - - - แผลงเดช
สยงสรเทือนพ้ยงค้าน - - - ค่นเมรุ ...


O อาวรณ์มาวูบเร้า - - - รุมทรวง
ท่ามกรุ่นคันธาดวง - - - ดอกไม้
เทียบหอมนิ่มเนื้อหวง - - - หาสวาดิ
เอื้อมเด็ดดอกมาลย์ไล้ - - - กลีบนั้นแทนนาง

O รวยรวยรสมาศไม้ - - - มาลา
ฟุ้งกลิ่นลมพัดพา - - - ผ่านรู้
นึกปรางสบด้วยนา- - - - สิกนิ่ง นั้นเนอ
กลิ่นย่อมคอยกล่อมชู้ - - - อยู่เชื้อเชิญโฉม

O ซ่อนชู้ซ่อนกลิ่นนั้น - - - นามใคร ไม้เอย
ฤๅซ่อนสิ้น-เยื่อใย - - - ราคชู้
รัดพันรอบอกใคร - - - ครวญคร่ำ
ตระหนกอกรับรู้ - - - ซ่อนเร้นได้หรือ

... อยู่ไทธิเบศรเจ้า - - - จอมปราณ
พราวพฤๅบพลคชเสน - - - เกลื่อนแกล้ว
ครั้นพระผ่าผลาญพล - - - ยวนย่อย ไปแฮ
ทันที่น้ำลิบแล้ว - - - เลิศไชย ...

... จึ่งชักช้างม้าค่อย - - - ลีลา
ยังนครไคลคืน - - - เทศไท้
พยงบานทพาธิก - - - ทรงเดช
ที่คนเคารพไข้ - - - ข่าวขยรร ...


O จำปีควรเด็ดก้าน - - - เชยชม
นึก-เสียบแซมเส้นผม - - - ผูกห้อย
เกศเส้นกับรื่นฉม - - - เคล้าอยู่
รอ-เนตรเจ้าเหลือบชะม้อย - - - เลศละห้อยคอยหอม

O มะลิลาหอมอบโอ้ - - - เอมใจ
เรียงระเบียบมาลัย - - - จับร้อย-
เป็นพวงต่างสายใย - - - โยงยึด ใจพี่
มาห่างมาลย์ช่อช้อย - - - จักเชื้อใครชม

O โนรีโนริศร้อง - - - ร่ำเสียง
ชวนสุโนกพร้องเพียง - - - หยอกเย้า
ขาบขนต่างสไบเคียง - - - คู่บ่า เจ้าฤๅ
งามว่างามแต่เจ้า - - - ขจ่างซึ้ง-รูป, เสียง

O สายัณห์อาทิตย์ด้อม - - - อัสดง
แว่วชะนีเสียงหลง - - - กู่ก้อง
กังวานท่ามป่าดง - - - ดิบเถื่อน
กลว่าเสียงร่ำร้อง - - - แว่วคล้ายเจ้าครวญ

O ราตรีตีทุ่มฆ้อง - - - ขานเขิน ใจนา
เมื่อสบเนตรเมียงเมิน - - - แม่ชะม้าย
ท่วงทีเช่นเทียบเชิญ - - - ชวนรับ เลศนา
รับเลศ-พารูปผ้าย - - - ผ่านรู้อภิรมย์

O หวั่นหวั่นในอกคล้อย - - - ลำเค็ญ
เกลือกว่ารสรมย์เพ็ญ - - - แม่รู้
มิอาจอดใจเป็น - - - ปมเหตุ
เรียมสุดย้อนคืนกู้ - - - ผ่อนแก้ปรารถนา

O ทุกข์นี้ใช่อาจห้าม - - - หักหาย
สุดคร่ำครวญรำบาย - - - บอกรู้
จักรุมอยู่ตราบสาย- - - - บ่ายค่ำ
เกรงลอบเล่นเชิงชู้ - - - เช่นรู้จากเรียม

O นับยามนับคาบร้าง - - - แรมสมร
ด้วยกิจ, จึ่งจำจร - - - จากห้อง
เพียงเพื่อจักไปรอน - - - ราญชีพ ยวนแฮ
พรากอนุชนวลน้อง - - - แต่ละห้อยคอยหวน

O สองกรรอนยุทธสิ้น - - - สุดณรงค์
เหลือแต่ศึกรบอนงค์ - - - แน่งน้อย
ดาบโล่ห์จำปลดปลง - - - จนปราศ สิ้นนา
แผงอก, สองแขนร้อย - - - รัดเนื้อนวลถนอม

O นุชเอยแต่พี่พร้อง - - - พร่ำถึง
หมายว่าหุบเหวบึง - - - บ่อกว้าง
ฤๅอาจรับคำนึง - - - ได้หมด
ตราบทั่วแหล่งน้ำ-ร้าง - - - อาจรู้รับคะนึง

... ยังพระนคเรศเรื้อง - - - อโยทธยา
อรอาศนไอสวรรยเป็น - - - ปิ่นเกล้า
จำนิรจำนยรมา - - - จอมราช
คิดใคร่เสวยศุขเท้า - - - เทศเหนือ ...


O สบหน้าสบนิ่มเนื้อ - - - นวลทรง
โผยแผ่วสัมผัสบง- - - - กชช้อย
นาภีผ่องบรรจง - - - จบจูบ
แว่วกระซิกระส่ำสร้อย - - - สุดรู้ขัดขืน

O จบเนื้อจู่นิ่มเนื้อ - - - นวลพรรณ
วิชชุบนห่มสวรรค์ - - - วาบเรื้อง
ทึกทึกสะท้อนขวัญ - - - ฝ่าสวาดิ
เพื่อจะพลอยปลงเปลื้อง - - - รุ่มร้อนผ่อนแรง

O ลมบนตระหลบห้อม - - - หนหาว
เมื่อพิรุณหยาดพราว - - - ฉ่ำพื้น
ร้างไร้หมู่เดือนดาว - - - ดารดาษ
ท่ามแผ่วเสียงออดอื้น - - - อ่อนเจ้ารัญจวน

O พิมพ์ดวงเจ้าอ่อนด้อย - - - เดียงสา
ตื่น-รับรู้รมยา - - - ยั่วเย้า
ดื่มด่ำดำฤษณา - - - น้อมสู่
อบร่ำรสรุมเร้า - - - รัดร้อยอารมณ์

O แล้วเล่าลมผ่าวร้อน - - - แผ่วโรย
เมื่อหยาดน้ำฟ้าโปรย - - - ปริ่มพื้น
แล้วเล่าแว่วเสียงโหย - - - หื่นหอบ
ก่อนหยาดเกสรรื้น - - - ร่วงฟ้ารวมฝัน

O โวหารคำพจน์พร้อง - - - รำพัน นี้ฤๅ
มอบแนบทรวงดวงขวัญ - - - ฝากไว้-
กล่อมดวงจิต-จากวัน- - - - สาดส่อง-
จวบค่ำคืน-ถวิลให้ - - - โอบเนื้อถนอมนอน







 

Create Date : 16 สิงหาคม 2557
5 comments
Last Update : 16 สิงหาคม 2557 6:52:11 น.
Counter : 732 Pageviews.

 

เข้าชื่มชม และ ศึกษาคำโคลงอันวิจิตร ค่ะ

 

โดย: นานา IP: 14.207.217.59 17 สิงหาคม 2557 8:26:06 น.  

 

ยอดเยี่ยมครับ

 

โดย: sakkarin IP: 171.99.0.210 17 สิงหาคม 2557 15:17:12 น.  

 

ต๊าย..สดายุ...

"O จบเนื้อจู่นิ่มเนื้อ - - - นวลพรรณ
วิชชุบนห่มสวรรค์ - - - วาบเรื้อง
ทึกทึกสะท้อนขวัญ - - - ฝ่าสวาดิ
เพื่อจะพลอยปลงเปลื้อง - - - รุ่มร้อนผ่อนแรง"

แม่ไม่ให้อ่านนะนี่..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 17 สิงหาคม 2557 15:31:18 น.  

 

อ่านแล้วซึงมากครับ แถมยังมีเพลงให้ฟังอีกด้วย ชอบมากครับ

 

โดย: kran IP: 27.55.204.74 17 สิงหาคม 2557 16:19:58 น.  

 

สวัสดีครับ



คุณนานา
ยินดีที่แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายกันนะครับ


คุณสักริน
ยินดีมากครับที่แวะมาทักทายถึงบล็อค ..



มินตรา ..
แม่คงห้ามลูกสาวที่โตเกิน 18 ยากอยู่สักหน่อย ..
รู้สึกเห็นใจแม่อยู่เหมือนกันนะนี่ .. คงเหนื่อยแย่ 555

บทอีโรติกในร้อยกรอง อย่างไรเสียผู้อ่านต้อง"นึกภาพ" เอาเอง .. ผุ้เขียนทำได้เพียงแค่นี้เอง ขอรับ





คุณกราน
ยินดีครับ แวะมาอ่านมาฟังได้ตามสบายทุกเมื่อ ที่สะดวกครับ .. ขอเชิญ


 

โดย: สดายุ... 17 สิงหาคม 2557 20:51:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#10


 
สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]










O คอยเจ้า .. O





-1-
O ดังช่อมาลย์ช้อยกลีบขึ้นบีบกลิ่น
เพื่อหอมรินร่ำรู้ .. ว่าอยู่ไหน
ท่ามกลางช่อขาบเขียวแห่งเรียวใบ
นั้นซ่อนงามสดใส .. อยู่ในวัน
O หากมิใช่โกสุม .. เร้ารุมกลิ่น
เพียงส่วนจินตนาสร้างเป็นร่างฝัน
ในคาบยามชาติภพบรรสบกัน
หล่อเลี้ยงขวัญรอคอย .. สืบรอยกรรม
O แผ่วโผยเพลงพลิ้วระลอก .. เหมือนบอกเล่า-
เผยใจเยาว์ออกสู่ให้รู้สัม-
ผัสความอุ่นอาลัย .. ผ่านนัยคำ
เพื่อตอกย้ำพิสมัย .. เป็น-นัยเดียว
O หวานหอมเอย .. มธุรสแห่งพจน์เจ้า
ค่ำตราบเช้าเฝ้าแต่ชะแง้เหลียว
ใช่สุมาลย์กิ่งทอด .. ช้อยยอดเรียว
แต่เป็นเสี้ยวหน้านั้น .. ที่มั่นคอย
O จะขอเพียงใฝ่เฝ้า .. อยู่เท่านี้
ด้วยเหลือที่จะคิดคืบเข้าสืบสอย
รูปแพงเอย-อวลกลิ่น .. อย่าสิ้นรอย
เพื่อหอมลอยล่องลมเข้าบ่มทรวง
O ละครั้งคราว .. รื่นฉมกลางลมร่ำ
ก็ตอกย้ำงดงามเพรียกความหวง
และทุกครั้งจบงาม, ถ้อยความปวง-
ก็ลามล่วงยั่วเย้า .. ให้เฝ้ารอ
O จากเรือนห่างไกลพ้น .. มีขวนขวาย-
จากจิตชายแหนหวง .. บำบวงขอ-
พรเทวัญชั้นฟ้าให้มาออ-
แอบหวานซึ้งเคล้าคลอ .. โลมล้อใจ
O จักรู้กันบ้างไหมหนอใจนั่น
ว่าอีกความผูกพัน .. แสนหวั่นไหว-
อยู่ร่ำรอปรารถนาแรงอาลัย
ช่วงชี้ให้เจตจินต์ร่วมยินดี
O ปฏิพัทธ์แห่งชายเมื่อบ่ายโบก
ผ่านลมโลกแล่นระลอกยั่วหยอกศรี
จะเปรียบหวานละลานค่าด้วยมาลี
เหมือนหลู่ค่าราศีให้มีรอย
O ด้วยว่าหอมหวานมวลแห่งมาลี
จักต้องเกณฑ์ราคี .. บัดพลีถ้อย
เปรียบคันธารสหอม .. โน้มน้อมคอย
ฤๅเปรียบหอมละม่อมน้อย .. รูปรอยเดียว
O รอเถิด .. รูปแพงน้อย .. เจ้าคอยรับ-
การปรุงศัพท์เตรียบพากย์ .. อันกรากเชี่ยว-
ด้วยอาวรณ์รำบาย .. เพื่อคลายเกลียว-
รัดทุกเสี้ยวใจนั้น .. แล้วพันธนา
O รอเถิด .. รูปแพงเจ้า .. จงเฝ้ารอ
ความพร่ำพ้อผู้คอยละห้อยหา
เพื่อรายล้อมดวงขวัญ .. มอบฉันทา
ร่วมรูปรอยเสน่หา .. แนบอารมณ์
O รอเถิดรูปแพงเจ้า .. จง-เจ้ารู้
เมื่อรอบชู้หลอมหลั่งเข้าสั่งสม
ก็ด้วยความอาทรจากพร-พรหม-
ผูกเป็นปมเงื่อนตาย .. สุดคลายแล้ว !

-2-
O ในค่ำคืนมืดหม่น
ร้างอำพนแสงห่ม, สายลมแผ่ว-
ผ่านอ่อยเอื่อยเฉื่อยโชยค่อยโรยแนว
ภาพของแววตาอุทธัจก็รัดพัน
O แต่แรกรูปเผยงาม ฤๅ-ห้ามได้
จนทั้งช่วงดวงใจถึงไหวสั่น
แล้วค่อยเลื่อนรูปละม่อมเข้าล้อมกัน
จึงเหมือนสั่นโยกสิ้นจิตวิญญาณ
O สบชม้ายชำเลืองคนเบื้องหน้า
เหมือนในตาวาบเงาคอยเผาผลาญ
คล้ายรอยยิ้มแฝงรับอยู่นับนาน
คลี่รอยหวานบ่มไล้หัวใจคน
O ริ้วลมหนาวผ่าวผ่านอยู่นานแล้ว
โลมดอกแก้วหอมแรงทั่วแห่งหน
อีกหอมยิ่ง .. หอมซึ้งจนอึงอล
พาใจวนว่ายหอมไม่ยอมร้าง
O ลมเอย .. พลิ้วผ่านตรูให้รู้สึก
โอนรำลึกซึ้งสู่อย่ารู้ห่าง
กระซิบสื่อความนัยน้ำใจนาง
ร่วมสืบสร้างแต่ในน้ำใจเดียว
O ด้วยหนึ่งน้ำใจผู้คนรู้งาม
ที่ทุกยามร่ำร้องหมายข้องเกี่ยว
หวังอาวรณ์แฝงเร้นดั่งเช่นเกลียว-
ค่อยค่อยเหนี่ยวสองขวัญรัดพันไว้
O หมายเมื่อหอมกลิ่นแก้วสู่แก้วเจ้า
จักคอยเร้ารุมขวัญ .. เฝ้าฝันใฝ่
เพื่อลมผ่าววาดวี .. ผู้มีใจ-
จะโลมไล้สำทับ .. ให้รับรู้
O ว่า-อิริยารูปละม่อม .. คอยล้อมกัก
จะฝ่าหักขวางขวาก .. เห็นยากอยู่
เกิดแต่เมื่อรูปเห็น .. และเอ็นดู
สบเพียงครู่ .. หอมหวานก็ผ่านคอย
O ในท่ามกลางลมหนาว .. ใจผ่าวร้อน
แรงอาวรณ์รุมแล้ว .. แม้นแผ่วค่อย
จากแววหวานคลุมเคลือบ ทุกเหลือบปรอย
เพรียกละห้อยห่วงเห็นไม่เว้นวาย
O แอบอ้อมกอดลมหนาวมายาวนาน
จนสะท้านใจอยู่ไม่รู้หาย
ที่หวังให้คลุมครอบอยู่รอบกาย
คือรูปหมายให้ละเมียดละไมทรวง
O เมื่อถวิล .. มากครันสุดกั้นกีด
ทั้งประณีตเกินขับให้ลับล่วง
หวานย่อมไหลโลมหลั่ง .. ใจทั้งดวง
หอมก็หน่วงอกซ้ำอยู่ค่ำเช้า
O หมายดวงใจ .. ผ่องพักตร์เป็นหลักมุ่ง
บ่มบำรุงส่วนเสี้ยวเคยเปลี่ยวเปล่า
หวังบำราศโศกศัลย์แห่งวันเยาว์
จึงแนบเนาอ่อนหวานแห่งกาลนี้
O กาลที่ความงดงามลุกลามอก
จะคอยปกปิดไว้ก็ใช่ที่
จึงเผยเล่ห์เสน่หาผ่านวาที
เป็นไมตรีจบจูบ-ใจรูปคราญ
O หลังลมหนาวผ่านระลอก .. กรุ่นดอกแก้ว
ก็หอมรื่นทั่วแล้วทุกแนวผ่าน
พร้อมคาบยามเติมตวงของห้วงกาล
เติมหอมหวานเต็มช่วงทุกห้วงใจ !










free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.