Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
O สิ้น - ดวงวิเชียรฉาย...O







O แล้วอีกหนึ่งใจชายก็คล้ายว่า-
จะต้องทัณฑ์ทรมาจนสาสม
เมื่องามหนึ่งรูปละม่อมเคยจ่อมจม
ต้องมาล่มลับหายกับสายกาล
O รูปเอยรูปงามเยาว์..ดั่งเงาล้อม
เคยฤๅจะห่างห้อม..งำหอมหวาน
เคยหลั่งหลอม-เสพรับอยู่นับนาน
จะล่วงลาญฤๅสิ้นจากถิ่นทรวง
O เสียเจ้า-เยาวรูป..ราวสูบสั่ง-
จากเทพทวงเปล่งปลั่ง-คืนฝั่งสรวง
มอบเปล่าเปลี่ยวสุมสั่ง..ใจทั้งดวง
เป็นภาพลวงรองรับความอับปรา
O จะมีหรือกาลหวนให้จวน-จบ
แต่นี้ตราบผืนภพ..ดินกลบหน้า
คงรอคอยเงียบเหงาให้เจ้ามา-
ฉุดลากอาดูรถวิล..ให้สิ้นลง
O นี่หรือ..ปวดร้าว..เจ็บ..อันเหน็บหนาว
ในทุกก้าวย่างรุดเหมือนสุดบ่ง
นี่หรือ..ความขมขื่นที่ยืนยง
คล้ายสืบส่งสมสั่ง..จนคั่งคา
O จะเจ็บจำฝังใจจนได้เห็น-
ใจที่เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อปลดปล่อยโทษทัณฑ์ให้บรรดา-
ชายอื่นรอเยี่ยมหน้าด้วยสาใจ
O เทพผู้กอปรฤทธีทั้งสี่โลก
พึงอวยโศกครอบอก-จนหมกไหม้
เอื้อดวงจิตหลอมเหลวด้วยเปลวไฟ
เผาผลาญให้มอดสิ้นทั้งจินตา
O จะเกิดดับกี่วัฏฏะวงรอบ
จักนบนอบด้วยเล่ห์เสน่หา
ยอมให้เหยียบย่ำเล่นเหมือนเป็นมา
ในทุกกาละภพที่พบกัน
O อย่าได้คลายอาวรณ์ที่เคยมี
ในทุกที่ทางเที่ยวจะเหลียว-หัน
จะรอคอยย่ำเหยียบ..อย่างเงียบงัน
รอเท้าเรียวคู่นั้น..เหยียบ-หยันเทอญ





Create Date : 09 มีนาคม 2552
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:03:01 น. 67 comments
Counter : 1090 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ
ว่าเข้าไปนั่น สงสัยจะยอมให้แต่สาวงามอ่าจิแบบนี้ ^^


โดย: อัณณ์ริน IP: 61.90.7.8 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:19:35:14 น.  

 
ตามดาวจ๋า มาอ่านกลอนของคุณสดายุค่ะ

แอบมาอ่านบ่อยๆ แต่ไม่กล้าต่อกลอน
แบบว่าความสามารถไม่ถึงน่ะค่ะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:21:32:46 น.  

 


พี่เก่งจังค่ะ...

ดาวจ๋าไปทำบุญที่วัดสะแก(อยุธยา)ของหลวงปู่ดู่มา ค่ะ
ไปหัดนั่งสมาธิด้วย...แต่นั่งได้ไม่นานก็ชัก"ง่วง" .. แห่ะๆ
ขอบคุณสำหรับไมตรีที่มอบและกลอนที่เตรียมให้ดาวจ๋าอีกครั้งค่ะ..


โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:21:33:17 น.  

 
มอบให้น้องดาวนะคะ

๐ ครบรอบอุบัติเนื้อ.........นงพงา
รำลึกคุณพระศาสนา.......นบน้อม
อวยให้จิตเจ้าปรา-..........รมภ์อยู่ แม่เฮย
ปฏิปทาถ้วนพร้อม..........ผ่านแจ้งพรหมจรรย์ ฯ

๐ เดชกุศลบริสุทธิ์น้อม....นมัสการ
ขับกล่อมจิตนงคราญ.......คิดรู้
กั้น-กีดทุกข์ทรมาน.........หมองหม่น สิ้นแล
เติมแต่งสุญญภาพกู้........กลับให้ใจเขษม ฯ

๐ หมายแทรกสุมนัสน้อม..แนบทรวง
สมสั่งรอบพิสุทธิ์ปวง.......ปกเกล้า
รายรอบแต่สัตย์, ลวง-.....ลาญล่ม สิ้นนา
น้อมจิตอธิษฐานเฝ้า........ฝากฟ้าถนอมขวัญ ฯ

๐ กษณะสุริยะเรื้อง.........โรจน์รุจี
นิ่ง-นบนิ้วอัญชุลี.............พระ-เจ้า
สุจริตทั่วจิตมี.................มอบสู่ เจ้าเอย
จุ่งชื่นอยู่ค่ำเช้า..............ชั่วฟ้าดินสมัย ฯ



โดย: สดายุ... วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:22:02:47 น.  

 
พ่อระนาด...
อ้าวผู้หญิงเหรอนี่...นึกว่าชาย

ไม่เป็นไร...เอากลอนมาลงให้ดูได้
อย่าไปคิดมากมาย...เผื่อจะพอให้ความเห็นได้
เขียนกันเองแบบนั้นก็ไม่มีใครติชมสิ...

ที่จริงการจะเขียนให้ดี..
มันไม่ยากหรอก...แข่งกับงานเก่าของเราเอง
ไม่ต้องแข่งกะใคร...งานเก่าๆผมสมัยแรก
ก็ไม่ได้เรื่องจนต้องลบทิ้ง...

ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีเด่อะไร...
เขียนเป็นงานอดิเรก...งามบ้าง...ไม่งามบ้าง
มีกันทุกคน...อย่ากังวลเลย
นะ


โดย: สดายุ... วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:22:13:07 น.  

 
คุณสดายุขอบคุณนะค่ะ
ที่ไปเยี่ยมที่บ้านมัททะนะ

กลอนดูเศร้า และ อาลัยอาวรณ์จัง
มัทขออนุญาตแอดนะ แล้วจะเข้า
หามาอ่านกวี ที่กวี...รจนาได้งดงาม
และสะเทือนหัวใจคนอ่านมากจริงๆค่ะ
.........นอนหลับฝันดีนะค่ะ...........


โดย: มัททะนะ (mastana ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:0:26:00 น.  

 
ว้า มิทันได้เจิม เดี๋ยวนี้ต้องรอจ้องแล้วนะเนี่ย
พี่ชายเราฮอตจริงๆ

เพราะมากๆค่ะพี่


โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:0:54:12 น.  

 
ตามมาขอร้องอีกที อิอิ

พี่สดายุค่ะ ขวัญขอความกรุณาพี่หน่อยได้ไหมค่ะ ถ้าไม่เป็นการขอรบกวนพี่เกินไป ...พี่คงฟังเพลงกรุงเทพในบล็อคขวัญแล้ว ขวัญอยากขอความกรุณาให้พี่แต่งจะเป็นโคลง จะกลอน จะอะไรก็ได้ ให้เข้ากับเนื้อหาของเพลงหน่ะคะพี่
ขวัญจะเอาขึ้นบาร์โก้ตอนเพลงนี้แสดงค่ะ

ได้ไหมค่ะพี่ขา

เนื้อร้องกรุงเทพนะคะ

โอ้กรุงเทพ เทพเสกสรรค์บันดาลดล
ฉ่ำสายชลเจ้าพระยาพาชื่นใจ
หรือกรุงเทพ เทพท่านสร้างแต่ปางใด
แลเหลียวไปวัดวาอารามงามล้ำ
ฮุ ฮู ฮู ฮูๆๆๆๆๆๆๆๆ

ยอดปราสาท ยอดเจดีย์ศรีมลฑป
ดุจนักรบ ที่ชราดูคราคล่ำ
ลม..ระรวย...
ช่วยกล่อมด้วยลำนำ...
เกลื่อนความช้ำ...
กลบกลิ่นฉาว...
กาก-คาว-กรุง
ฮู ฮู ฮู


โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:0:58:33 น.  

 


ขอบคุณสำหรับโคลงสี่สุภาพที่แต่งให้ดาวจ๋านะคะ

ขอให้ความสุขที่มอบให้ดาวจ๋า...

จงกลับไปหาพี่เป็นร้อยเท่าพันทวีนะคะ


ดาวจ๋าขออนุญาติหอบกลอนของพี่ไปใส่ที่บล็อกก่อนนะคะ..แบบว่าเห่อค่ะ..แห่ะๆ


โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:2:27:57 น.  

 
เขียนเห็นภาพความอาลัยอาวรณ์มากจริงจริงคะ

ยิ้ม..


โดย: Jean IP: 88.110.71.254 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:5:38:33 น.  

 
สวัสดีครับ....

คุณมัททะนะ
ยินดีมากครับ...ที่จะเป็นเพื่อนไปมาหาสู่กัน
ในบล็อค...ขอเชื้อเชิญให้เข้ามาคุยได้ตลอดครับ
กลอนในบล็อคอยากได้บทไหนก็บอกนะครับ...
ผมไม่หวง....






ขวัญ....
พี่จะดูให้นะคะ....
พอดีไม่เคยเขียนไว้ด้วยสิ...มีแต่รัตนโกสินทร์
ในบล็อคโคลง....

ขวัญจะเอาเมื่อไรคะ...
เดี๋ยววันนี้จะเขียนให้อาจได้ตอนเย็นนะคะ




โดย: สดายุ IP: 125.27.74.20 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:7:50:23 น.  

 
ดาวจ๋า....
ยินดีค่ะ...มีน้องสาวแสนน่ารักมาขอ
ทำไมพี่จะให้ไม่ได้...

ขอให้นัยะแห่งพุทธธรรมที่ถูกต้อง
พึงหยั่งลงในดวงจิตน้องดาว...ดลให้ความสงบ
สุข สด ชื่น มีแก่จิตน้องตลอดไป





จีนา....
รูปนี้..คงรู้ใช่ไหมว่าพี่หมายถึงใคร ?
บางสิ่งบางอย่างเมื่อผ่านกาลเวลามาช่วงหนึ่ง
ถึงจะเผยออกให้เราได้รับรอง..ผลของมัน

พี่กำลังนึกถึงสายน้ำคงคา และยมุนา
แม้จะกำเนิดต่างที่...แต่ในที่สุดก็ไหลมา
บรรจบกันจนได้ที่จุฬาตรีคูณ

บางความรู้สึกคงไม่แตกต่างกับแม่น้ำนั้น



โดย: พี่ IP: 58.137.10.34 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:8:40:14 น.  

 
:)

อุ่นลึกล้ำสัมพันธ์ที่พันผูก
ต้นรักปลูกกลางใจคอยใฝ่เฝ้า
หมั่นถนอมประคองใจสองเรา
ร่วมทอนเศร้าเหงาทุกข์ที่รุกใจ

:)

ขอให้ใจทุกดวง..มีความสุข..สมหวังนะคะ..:)


โดย: times IP: 58.181.136.90 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:9:00:07 น.  

 


วันนี้ดาวจ๋าเข้าไปซนที่"ห้องกาพย์"ของพี่มาค่ะ..
ชอบเพลงประกอบที่บล็อก"หนาวแล้วแก้วตา"มากค่ะ..
ไม่ทราบว่า..ชื่อเพลงอะไรหรือคะพี่..?

แล้วก็ไปห้องโคลงมาอีกค่ะ...
ไปฟังเพลงและอ่านโคลงที่หน้า"บุหลันลอยเลื่อน"

อ่านหลายหน้าค่ะ..แต่ต้องค่อยๆอ่านอ่ะ..
เพราะต้องเปิดพจนานุกรมที่พี่วางลิงค์ให้เพื่อหาคำแปลอ่ะค่ะ

ดาวจ๋าเห็นรูปปะกอบบล็อกของพี่เป็นไทยๆเป็นส่วนใหญ่
ดาวจ๋าเลยถือพวงมาลัยมาเยี่ยมพี่ในยามบ่ายๆนะคะ

ขอให้พี่มีความสุขมากๆค่ะ....



โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:13:09:57 น.  

 
๏ แม่เอยแม่…ผิวแม่จะมองดนุและเมิน
มาเมิลเพราะแม่หมาง
ฤแม่?

๏ โอ้อกเอ๋ย...ผิว์จะเอื้อนจะเอ่ยเฉพาะก็แต่
คำพ้อบ่พักแผ่
พิโรธ

๏ แม่เอยแม่...ผิวแม่จะเกลียดดนุฤโกรธ
ได้โปรดนะแม่โปรด
อภัย

๏ แม่เอยแม่...ผิว์บ่มี ณ เมตตคุณมัย
เรียมพรั่นจะบรรลัย
ละหนอ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.23.14 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:15:08:12 น.  

 


สวัสดีค่ะ คุณสดายุ.

กลอนเศร้า แต่หวานนะคะ
เหมือนกับ...คุณนึกไปถึงความหลังอันเจ็บปวด
เดา..นะคะ อาจจะเดาผิดก็ได้
สาวกอดแมวคนนี้สวยจริงๆ




โดย: พธู วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:15:43:36 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่สดายุ
ขวัญใช้จริงวันที่ 15 นี้ค่ะ แต่ขวัญต้องทำไฟล์ภาพให้เสร็จประมาณ14 ค่ะ
โอ๊ย ตื่นเต้นจังพี่จะแต่งกรุงเทพให้ขวัญ
รอคอย...อย่างสุดชีวิตค่ะ

click to comment

ฝากรอยยิ้มมาเป็นกำลังใจนะคะพี่ชาย


โดย: toyor วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:15:56:18 น.  

 
เอ็นดูนักเดือนดาวท่ามหนาวล้อม
ขอฟ้าอ้อมส่งอุ่นเถิดกรุ่นหา
สงสารอีกหัวใจในนิทรา
จึงส่งดารากล่อม..ท่ามอ้อมคืน..

ยิ้ม..


โดย: Jean IP: 88.110.71.254 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:17:06:47 น.  

 
ขอลัดคิวมาวางกลอนที่น้องขวัญ..ขอไว้ก่อน
เผื่อไม่ชอบใจเดี๋ยวจะปรับให้ใหม่

ขวัญเจ้า...
เฮ้อ...รอยยิ้มนี้..ทำไมเพิ่งมาคะ ?

๐ แนวกำแพงขีดกรอบรายรอบตั้ง
เป็นเขตวังร่มเงาองค์เจ้าหลวง
ปราสาททอดยอดปลาย..ดั่งหมายทวง-
เอาแดนสรวงชะลอลงธำรงไท

๐ กระเบื้องย้อมแสงกาล..ลมผ่านริ้ว
ช่อฟ้าโค้งคอดกิ่ว..ราวพลิ้วไหว
ร่วมคลอคลื่นเจ้าพระยา..หลามบ่าไป
เป็นสายใยโอบเอื้อ..รวมเชื้อชน

๐ โพธิ์ยังคงระบัดใบอยู่ในที่
ต้องสายลมวาดวี..แม้กี่หน-
จะยังคงผ่านให้หัวใจคน
สุขสงบเหลือล้นอยู่บนวัน

๐ คือเขตรัฐสีมา..ร่วมตราไว้
ด้วยเลือดไหลอาบร่างคอยสร้างสรรค์
ธำรงอยู่คู่กาลนับนานครัน
และจักนานเป็นอนันต์..นิรันดร.




โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:17:31:11 น.  

 
นู๋ดาวไปแจ้งว่า คุณสดายุ ตอบเม้นท์ไว้ที่บล๊อก
จึงมาอ่านค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่จะช่วยชี้แนะให้น่ะค่ะ

คำสัญญาเหมือนลมพร่างพรมแผ่ว
ปล่อยผ่านแล้วผ่านเลยมิเคยหวน
คำว่ารักจากใจใช่เอ่ยทวน
คงเคยครวญเผยพร่ำย้ำใครใคร

คำสัญญาฝากเปรยเผยรู้สึก
พาคิดลึกนึกว่าน่าจะใช่
ถ้อยคำรักย้ำฝากจากดวงใจ
แล้วไฉนแชเชือนเลือนร้างลา

อยากใ้ห้รู้ว่าจารจำทุกสิ่ง
ลืมยากยิ่งที่เปรยเผยดังว่า
อยากขอบอกแม้ผ่านกาลเวลา
ใช่จักล้าลบเลือนเกลื่อนจากใจ..

นำกลอนที่แต่งไว้ที่บล๊อก มาให้ติชมค่ะ
ขอบคุณนะคะ



โดย: พ่อระนาด วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:20:47 น.  

 
กาลเวลา...
ขอบคุณนะครับ...
จิตใจที่ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขสมหวัง
นับเป็นจิตใจที่สวยงามน่าชื่นชมยิ่งนัก..

ความรักความอาวรณ์ของใจสองดวง
...บ่อยครั้งที่ไม่อาจตรงกันได้...
...และน้อยครั้งเท่านั้นที่จะตรงกัน...
บางครั้งการคิดให้ผู้อื่นสมหวังจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
สำหรับจิตใจตัวเอง...ที่จะไม่คาดหวัง
กับสิ่งที่เกินหวัง...จนเกินไป

ผมพยายามอยู่....





ดาวจ๋า....
เพลงในห้องกาพย์...บทหนาวแล้วแก้วตา
ชื่อเพลง...ณ วันนี้...พี่ไม่ทราบคนร้องนะคะ
หาก ดาวจ๋าจะเอาไปลงในบล็อคพี่จะนำมาวาง
ไว้ให้นะคะ
ต้องล็อคอินก่อน...

ขอบคุณมากนะคะ..พวงมาลัยสวยงามมาก
น่ารักจริง....







ศารทูล....
อ้อ..สอบเสร็จแล้วจีบสาวเลยเชียว...
ฮะฮา...เล่นสัททุลฯ ซะด้วย
ลองบทหวานๆแบบว่า...ประมาณ รัก ณ สยาม
สักบทสิ...ผ่านสัททุลก็ได้...
จะดูซิ..พอจะเป็นคัสโนวาได้ไหม....อิๆๆ





คุณพธู....
ครับ..กลอนค่อนข้างเศร้า...เพราะตอนเขียน
อารมณ์มันเศร้า...กับบางเรื่องราวที่เป็นเช่น
ชื่อกระทู้ละครับ...

บางคุณค่าความรู้สึก...ค่อยๆเกิดขึ้น..สั่งสม
จนงอกงามมากมาย...เมื่อรู้สึกคล้ายกับ
จะเสียไป...ก็เศร้ามากเป็นธรรมดา

รูปแบบนี้หายากครับ...
ผมหามานานไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ....
ยินดีมากที่แวะมาคุยครับ






ขวัญเจ้า....
มีข่าวใหม่....พี่เลื่อนเดินทางกระทันหัน
เลื่อนไปก่อน...วันที่ 15 ก็จะว่าง...

กลอนบทที่เขียนให้นี้...ค่อนข้างมีภาพ
ช่วงต้นรัตนโกสินทร์มากหน่อย....
ไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่น้องต้องการหรือเปล่า
ยังไง...จะปรับให้อีกสักบทนะคะ

เห็นรูปคาวบอยสาวมายิ้มให้แบบนี้...
พี่คงผ่านวันเวลาไปได้..ไม่ยากเหมือนก่อนล่ะ

ยิ้ม....
คงต้องมีกลอนให้สักบท...






จีนา....

๐ จักรภพเคลื่อนผ่านสู่ด้านไหน
คงขับไขลำแสงแจ่มแจ้งหน
คือตะวันแต่งฟ้าส่องสากล
ดังหนึ่งคนแจ่มจ้าคุณค่าควร

๐ แม้นโลกหล้ามาพาลระรานใส่
จักโต้ให้ร้องร่ำด้วยกำสรวล
จักโรมรันบั่นคอด้วย..ขอ-ทวน
ขอเพียงนวลหยัดร่าง..ไม่ห่างกาย

๐ เสน่หาฝ่าข้ามไปสามภพ
ตราบโลกลบหล้าเลือนดาวเคลื่อนหาย
รักคงอยู่คู่อรไม่คลอนคลาย
ดังหนึ่งสายใยดิ่งที่ทิ้งลง

๐ สิ้นมนตรามหาศาลจักทานทัด
คอยขืนขัดควบคุมความลุ่มหลง
แม้ขอบเขตเหตุกรรมรอยจำนง
จักขาด-วงด้วยซึ้งคำนึงนวล

๐ เลิศพิสุทธิ์ยุดย้ำมาทำถ้อย
สำหรับร้อยเรียงความให้งามถ้วน
เปล่งหมายแห่งอารมณ์ให้สมควร
ส่งรักหวนโชติช่วงกลางห้วงใจ



โดย: สดายุ IP: 125.27.75.161 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:46:03 น.  

 
น้องดาวจ๋า.....
โค๊ดเพลง...ณ วันนี้ ค่ะ
เวลาโพสต์ลงบล็อค...ให้เอาวงเล็บ หัวท้าย
อยู่ติดดับตัว Embed นะคะ


< Embed src="http://img99.imageshack.us/img99/9732/nawanni5jj.swf"quality="best" WIDTH=0 HEIGHT=0 LOOP="true"TYPE="application/x-shockwave-flash">


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:57:52 น.  

 
ขอบคุณ พี่มากๆค่ะ..
ดาวจ๋าไปหาชื่อเพลงมาอยู่ค่ะ..
เพราะอยากทราบชื่อเพลง...

เพลง ชื่อ ณวันนี้.. ในละครเรื่องเรือนมยุราค่ะ
จ๋าไปหามาจากกูเกิ้ลน่ะค่ะ


โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:09:49 น.  

 
ดาวจ๋า

อ้อ..เหรอ..
เก่งจัง...ลองเอาไปโพสต์ดูนะคะ...
แล้วมีเพลงอะไรเพราะๆก็เอามาฝากพี่บ้างนะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:36:47 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

วิเป็นเพื่อนกับดาวจ๋านะคะ เธอทำมรรคาแห่งสวรรค์ให้วิได้มาเยือน...บ้านอันหอมอวลจรุงกลิ่นถ้อยมธุรสอาบซาบนาสา ล้ำลึกเข้าไปกระทบดวงใจ จนเพริดไปหมดทั้งใจค่ะ ช่างงดงามและชื่นเย็นนัก เสียดายเวลาที่ล่วงเปล่า มิได้มาพานพบ วิเข้ามาเล่นบล็อก ตั้งแต่ปีใหม่แล้วค่ะ

ชอบเสพโดยมิสามารถค่ะ เสพได้เร็ว เพราะอารมณ์ไวและไหว...อาจจะ "รู้สึก" ได้มากกว่าเพื่อนๆวัยเดียวกันเล็กน้อย เพราะโตมากับผู้เฒ่า ผู้มีอารมณ์ละเมียดค่ะ

ชื่อสดายุ...นี่ชินหูมากค่ะ นกสดายุ นกในสรวงสวรรค์ซีนะคะ.. ท่านชายสดายุ..เจ้านายหนุ่มใหญ่ ในนวนิยายของพนมเทียน...ด้วยความไม่แปลกหน้าในชื่อนี้ ขออนุญาตเป็นน้องอีกคนนะคะ

ขออภัยที่ทำ login หายค่ะ


สวัสดิ์ภุมวาร-ปรีดิ์มานรมณีย์ค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ (sirivinit) IP: 203.144.180.66 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:41:36 น.  

 
พ่อระนาด....
ขอโทษที...ไม่ทันเห็นเลยข้ามไปตอบ คคห ล่างก่อน

...คำสัญญาเหมือนลมพร่างพรมแผ่ว...
>คำสัญญาพร่างพรมเหมือนลมแผ่ว...
(ขอกลับหน้าหลังสักหน่อย)

...ปล่อยผ่านแล้วผ่านเลยมิเคยหวน...
บาทนี้ค่อนข้างดีใช้คำเป็นธรรมชาติมาก
เสียตรง..มิ..คำนี้เสียงสั้นไป
ปกติความหมายเดียวกัน
เราใช้ได้หลายคำ...มิ..ไม่..ไป่..ห่อน
หรือใช้เป็นคำถามก็ได้โดยใช้...ฤๅ(หรือ)
>ปล่อยผ่านแล้วผ่านเลยไม่เคยหวน

...คำว่ารักจากใจใช่เอ่ยทวน...
บาทนี้สื่อความหมายไม่ชัด...
เดาว่าต้องการให้หมายถึงว่า...
"คำว่ารักจากใจไม่เคยพูดอีกเลย" ใช่ไหม?
>1 เพียงคำรักเอื้อนเอ่ย..หรือเคยทวน
>2 อันคำรัก..พี่เอยหรือเคยทวน
>3 คำว่ารักอาวรณ์ ฤๅย้อนทวน
>4 ยากหนอ"รัก"สักคำจะย้ำทวน
ลองให้ดูหลายแบบเพื่อให้เห็นว่า
เราสามารถกลับคำ เลือกคำ เปลี่ยนไปมา
จนกว่าจะอ่านแล้วให้ความหมายที่ชัดเจน

...คงเคยครวญเผยพร่ำย้ำใครใคร...
ความพอเข้าใจได้..ตัดพ้อว่า-คงบอกใครเขาไปทั่ว
แต่คำที่ใช้ยังไม่เหมาะ...ตรงไหน?
เผยพร่ำ...และย้ำใครใคร
ส่วนใหญ่จะใช้..พร้องพร่ำ...พูดพร่ำ..มันชัดกว่า
ย้ำใครใคร..มันไม่ชัดว่า..ย้ำอะไร
บอกใครๆ...บอกทั่วไป...บอกเรื่อยไป
>เมื่อแต่ล้วนคมคำแลกน้ำใจ

คำสัญญาฝากเปรยเผยรู้สึก
>คำสัญญามอบสู่..ให้รู้สึก-

พาคิดลึกนึกว่าน่าจะใช่
>กับส่วนลึกใจนั้น..เริ่มสั่นไหว

ถ้อยคำรักย้ำฝากจากดวงใจ
>คำรักเคยย้ำล่วงถึงดวงใจ

แล้วไฉนแชเชือนเลือนร้างลา
>แล้วเหตุใดจืดจางจนร้างลา

อยากใ้ห้รู้ว่าจารจำทุกสิ่ง
>รู้เถิดว่า..อาลัยนั้นใหญ่ยิ่ง

ลืมยากยิ่งที่เปรยเผยดังว่า
>เกินทอดทิ้งรอคอยละห้อยหา

อยากขอบอกแม้ผ่านกาลเวลา
>รู้ไว้เถิด..คำมั่นคำสัญญา

ใช่จักล้าลบเลือนเกลื่อนจากใจ..
>ยากเลือนล้าลับล่วง..จากห้วงใจ


ลองพิจารณาดูนะครับ...ไม่ต้องเห็นด้วยกะ
ผมทั้งหมดก็ได้....
ด้วยความยินดีครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:20:55:42 น.  

 
น้อง..วินิติ์ศิริ (sirivinit)
สวัสดีค่ะ...และยินดีมากนะคะที่แวะมา

อ้อ..เป็นเพื่อนน้องดาวจ๋า...ดูดูจะใช้คำได้พริ้งพราย
อยู่มากทีเดียว...แสดงว่าผู้เฒ่าที่เลี้ยงดูมา
จะมีความคุ้นเคยกับภาษาไทยดีมาก

พี่เขียนกลอนก็ใช้คำที่คุ้นหูเป็นส่วนมาก
(สำหรับคนที่อ่านหนังสือมาเยอะ..คงคิดอย่างนั้น)
นอกจากเขียนฉันท์...ซึ่งจะมีบาลี สันสกฤต มาก
อยู่บ้าง

เป็นคนแรกที่บอกถูกว่า...ชื่อสดายุ...มาจาก
มจ.สดายุ มยุรฤทธิ์ ในหลายเรื่องของ พนมเทียน
งั้นก็คงเป็นแฟนนิยายอีกคนแน่แล้ว...อิๆๆ

ส่วนใหญ่จะนึกว่ามาจากนกสดายุ...ในรามเกียรติ์
แต่คุณพนมเทียนคงเอามาจากรามเกียรติ์นั่นแหละ
เพราะคนที่เขียน...ศิวาราตรี จุฬาตรีคูณได้
ต้องรู้เรื่องของอารยันดีทีเดียว

ยินดีนะคะ...ที่มาอ่านในบล็อคนี้
มาบ่อยๆน้า


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:21:20:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ

มาบ่อยๆแน่นอนค่ะ เข้ามาแล้วติดหนึบเลยค่ะ เพลงสากลของบ้านพี่วิชอบเกือบหมด มีเพียงบางเพลงที่ไม่รู้จักค่ะ อ่านกลอนไปทีละหน้า ละหน้า ด้วยความอิ่มเอมใจค่ะ ขอบพระคุณในจิตประเสริฐที่แบ่งปันความสุนทรียะนี้ค่ะ

วิเป็นนักอ่านค่ะ อ่านดะ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะเชื่อ ดร.มยูร วิเศษกุล ท่านว่า "ได้รู้ได้หัวเราะ" แต่บางครา หัวเราะอยู่คนเดียว ไม่สนุกเลยค่ะ อ่านก่อน ได้รู้ก่อน ได้หัวเราะก่อนนะคะ

ขออนุญาตที่พี่กรุณาตอบ copy ไปไว้ที่บ้านนะคะ สิริมงคลอันอุดมที่ต้องโชว์ค่ะ

ภุมวารสวัสดิ์-มานมนัสรมเยศค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:21:41:10 น.  

 
พ่อระนาด….
เอ้า..รวมเล่ม

คำสัญญาพร่างพรมเหมือนลมแผ่ว
ปล่อยผ่านแล้วผ่านเลยไม่เคยหวน
ยากหนอ"รัก"สักคำจะย้ำทวน
เมื่อแต่ล้วนคมคำแลกน้ำใจ

คำสัญญามอบสู่..ให้รู้สึก-
เมื่อส่วนลึกใจนั้น..เริ่มสั่นไหว
คำรักเคยย้ำล่วงถึงดวงใจ
แล้วเหตุใดจืดจางจนร้างลา

รู้เถิดว่า..อาลัยนั้นใหญ่ยิ่ง
ด้วยใจหญิงยังคอยละห้อยหา
รู้ไว้เถิด..คำมั่นคำสัญญา
ยากเลือนล้าลับล่วง..จากห้วงใจ

จะเห็นว่า...บางบรรทัดผมยังมีเปลี่ยนอีก
อิๆๆ....เพราะต้องการให้"เนียน" มากขึ้น







น้อง...วินิติ์ศิริ
แหม..ดีจริง..มีคนชอบที่พี่เขียน
นึกว่าเขียนเองอ่านเองอยู่นะนี่

พี่ชอบเขียนบทยาวๆ...10 บทขึ้นไป
หากมีเวลา..และเป็นคนชอบอ่าน
มีนิยายให้อ่านด้วยน้า....

ใน..นิราศ..เรื่องยาว...
พี่ชอบ...สองฝั่งฟ้า..ที่สุด
แต่ต้องไปอ่าน...สายธารกาลเวลา ในบล็อคกลอนก่อน
เรื่องมันจะต่อกัน...

บล็อคกลอน >> สายธารกาลเวลา ภาค ๑-๓
แล้วต่อด้วย บล็อค นิราศ เรื่องยาว >> สองฝั่งฟ้า
ภาค ๑-๗

รวมแล้วประมาณ 1000 บท
อ่านกันตาแฉะ...อิๆๆ

เฮ้อ...ค่อยมีแรงเขียนต่อหน่อย



โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:22:01:43 น.  

 
ดาวจ๋าไปชวนคณวิ..เพื่อนที่ชอบความงามของอักษรมาเที่ยวที่บ้านพี่อีกค่ะ...

ขอบคุณที่บ้านของพี่มีความรู้มากมายให้ศึกษาค่ะ...

แล้ว...ดาวจ๋าชอบคำกลอนที่ถูกเกลาใหม่ ของพ่อระนาดมากๆๆๆ

ดาวจ๋าไปนอนแล้วนะคะ...

ณ ภุมวารราตรีนอนฝันดีตลอดคืน



โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:22:15:28 น.  

 
ขอบคุณนะคะ คุณสดายุ ที่ปรับให้ค่ะ
ได้มุมมองที่ต่างไปจากเดิมเยอะเลยค่ะ

ก็จริงอย่างที่คุณสดายุว่านะคะ ถ้าแต่งเองอ่านเอง
ไม่มีใครท้วงติง ก็ไม่รู้ข้อบกพร่อง หรือข้อผิดพลาดค่ะ

ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ
ขอก๊อปไปเลยนะคะ

ไว้จะแต่งมาให้วิจารณ์อีกนะคะ
ขอได้รับความขอบคุณ จากใจ พ่อระนาดค่ะ
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ




โดย: พ่อระนาด วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:22:32:09 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สดายุ ...

=ขออนุญาตเป็นน้องสาวด้วยคนนะค่ะ=
มัท.......ขอบคุณมากที่สุดสำหรับกวีผีเสื้อ
แสนงดงามที่พี่สดายุ รจนาให้ ด้วยถ้อยคำ
อันงดงามและถักทอแต่งแต้มความฝันด้วย
จิตนาการล้ำ..ซาบซึ้งและประทับใจด้วยรุ้สึก
ในความกรุณาแห่งคุณค่าของบทกวีมากมายนักเอย


หากถ้อยคำในกวีบทใดในบ้านที่งดงามดั่งวิมานนี้
ที่มัทอ่านแล้วรู้สึกว่ารัก...ด้วยรู้สึก ....อยากรู้สึกสะเทือนถึงห้วงแห่งสำนึกของดวงใจ....อยากได้
ไปราวกอรปความทรงจำไว้..ด้วยรับรู้แห่งอารมณ์ของกวี....ในยามรุ้สึกนั้น....มัทจะมาบอกพี่ก่อน
นะค่ะ........ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ..............


=พี่สดายุมีความสุข..และ..นอนหลับฝันดีนะค่ะ=


โดย: มัททะนะ (mastana ) วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:23:00:08 น.  

 
โอ้โห .... แฟนคลับพี่สดายุเยอะจริงๆค่ะ
สาวสวยอุ้มแมวของพี่สดายุ คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...............(ไม่ขอเอ่ย แต่คิดว่าใช่แน่ๆค่ะ)



โดย: medkhanun วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:0:21:01 น.  

 
นู๋ดาวจ๋า....
เรียกแบบนี้นึกว่ากำลังคุยกับสาวน้อยตัวเล็กๆทุกที
ค่ะ..พี่ยินดีต้อนรับเพื่อนนู๋ดาวทุกคนนะคะ...หากว่า
ชอบอ่านร้อยกรอง

หลับฝันดีนะคะ





พ่อระนาด...
ครับ...ด้วยความยินดี
การเกลาจากบทที่เขียนไว้นี่ไม่ยาก
เพราะแนวคิดมันมีอยู่เดิมแล้ว
เพียงแต่เราพยายามปรับปรุงข้อความ
ด้วยคำที่สามารถให้ความหมายได้ชัดเจนขึ้น

อย่างแรกเลย....
ยังไม่ต้องสนใจสัมผัสใน...เอาความหมายก่อน
อย่าให้ข้อความที่เขียนขัดหู

๐ จะเกิดดับกี่วัฏฏะวงรอบ - - ไม่มีสัมผัสในเลย
จักนบนอบด้วยเล่ห์เสน่หา

แวะมาได้ทุกเมื่อครับ...ด้วยความยินดี







สวัสดีค่ะ...น้องมัททะนะ
ด้วยความยินดีนะคะ....ชอบบทไหนในบ้านนี้
ก็บอกและเอาไปได้เลยค่ะ

บทที่เอาไปวางชื่อ...ด้วยปีกแห่งรัก
เป้นบทที่เขียนไว้ก่อนแล้ว...แต่เป็นบทที่พี่
ชอบมาก...อยู่ใน...สายธารกาลเวลา ภาค ๒
บล็อคกลอน

บทพรรณนาโวหารแบบนั้นมักมีให้กับ
สาวงามในจินตนาการ...

แวะมาพูดคุยอีกนะคะ







เม็ดขนุน....
สาวสวยอุ้มแมว...น่ารักดีเนอะ
ท่าทางจะเป็นดาราเกาหลี...

บางคนติดเพื่อน....
บางคนติดแฟน....
และบางคนติดแมว...!

เอ...แล้วพี่ล่ะ ?


โดย: สดายุ IP: 125.27.75.161 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:4:13:56 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะ

ตื่นจากสนิทในนิทราที่เปี่ยมสุข ด้วยจิตนิรทุกข์รำลึกถึงสวนขวัญอุทยานอันรื่นกมล...ตื่นอีกครารีบมาในบัดดล 1000 กลนั้น น้อยหรือไร ไม่มาอ่านโดยเร็วไว ไหนเลยจะทันการณ์.....

สวัสดิ์พุธวาร-สิริมานเปรมปรีดิ์ค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:6:06:46 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะ
น้องวิ...วันนี้วันพุธแล้ว...เร็วดีจริง
อากาศก็ร้อนดีเหลือหลาย....

ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: สดายุ IP: 125.27.75.161 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:6:31:10 น.  

 
มอบให้ความน่ารัก..สดใส..แห่งวัยเยาว์


๐ เริ่มเถิดหรือ..พิรุณพิลาปร่ำ
ให้ม่านแพรผืนน้ำครวญคร่ำสาย
แทนอกใครครวญคร่ำบอกรำบาย
ความมุ่งหมายฝันใฝ่..แห่งใจตน

๐ เสน่หาประหนึ่งฝนจะหล่นไหล
เข้าท่วมใจเติบเต็ม..อย่างเข้มข้น
จะแทรกซึมทุกช่วงของดวงมน
สุดเลี่ยงพ้นหลบได้..นะใจเอย

๐ กระซิบผ่านสุจริต..ในจิตหนึ่ง
รอซาบซึ้งใครนั้น..รำพันเผย
แสงวิชชุช่วงตระการ..รอผ่านเลย
เช่นช่วงความนัยเอ่ย..รอเชยชม

๐ ไม่เคยนึกเคยฝัน, กลับบรรจบ
ชะลอรูปผ่านภพ..บรรสบ-สม
ให้ใจหนึ่งแห่ห้อม..คอยจ่อมจม
มุ่งปรารมภ์ถวิลอยู่...ไม่รู้วัน...


โดย: สดายุ IP: 125.27.75.161 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:6:40:42 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่กาย....
ดาวจ๋าขอเรียกนามนี้ของพี่นะคะ..

มีความสุขในวันพุธกลางสัปดาห์ค่ะ



๐จากด้านบน

คุณวิมาก่อนจ๋าอีก..คริคริ......เธอมาด้วยอักษรร้อยแก้วที่มีสัมผัสระหว่างคำ...อ่านแล้วไพเราะจังเลย....





โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:7:25:31 น.  

 
ดาวจ๋า...
ได้ค่ะ...เรียกพี่อย่างนี้น่ารักดีออก
พี่ขอให้ดาวจ๋าสนุกกับงานที่ทำนะคะ...
หรือถ้ายังเรียนก็สนุกกับเนื้อหาที่เรียน
แล้วมาคุยกับพี่อีกเร็วๆ...อิๆๆ


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:8:45:08 น.  

 
สุริยะสวัสดิ์พุธวาร...พี่กายคนดี

วิเปรมกมลปรีดิ์มาน ปานเรือเหาะ ลิ่วลัดเลาะเสาะ หาเรือนไทยนครา เคหาสถาน บ้านพี่กายสดายุเนามานาน วิเพิ่งพานพบใหม่สุขใจดี

ขอบคุณดาวจ๋าแสนซนคนเก่งนี้ กรุณาทำวิถีรัถยามรรคาสวรรค์ ให้วิมาหาพี่ได้เร็วพลัน หฤหรรษ์เอมโอษฐ์โสตจิตจินต์

นายทั้งสิ้นบินไปยังเมืองเหนือ สุขใจเหลือแว่บมาเคหาสวรรค์ นอบจิตนบจบจิตน้อมค้อมลงพลัน อภิวันท์พี่สะ ดายุ ลุดังจินต์

พุธทินวาร-กมลมานรมเยศค่ะพี่กายขา



โดย: sirivinit วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:10:11:07 น.  

 
พี่กายขา

ผู้มาเยือน ๓๙...พี่กายเมตตา รจนาให้ใครหนอ....

โปรดตอบข้อ...สงสัยหน่อยเถอะพี่จ๋า

อ่านแล้วซึ้งตรึงจิตเศร้า..เรานี่นา

นะพี่ยา...โปรดแถลงแสดงจินต์


สวัสดิ์พุธวาร-มานมนัสรมณีย์ค่ะพี่กาย


โดย: sirivinit วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:10:26:53 น.  

 
"ลองบทหวานๆแบบว่า...ประมาณ รัก ณ สยาม
สักบทสิ...ผ่านสัททุลก็ได้...
จะดูซิ..พอจะเป็นคัสโนวาได้ไหม....อิๆๆ"

.......................................

๏ ค่ำนี้หนอ...ศศิธรสะท้อนรุจผกาย
เด่นดวงดำรูฉาย
พิไล

๏ ค่ำนี้หนอ...บุษบาระบัดระบุละไม
อบกรุ่นละมุนไอ
สุคันธ์

๏ คืนนี้หนอ...สุรโฉมจะฉายสิริผชัน
ลบแจ่มรุจีจัน -
ทรจาง

๏ คืนนี้หนอ...บุษบงจะหลงสิริสะอาง
ลืมตนและหล่นกลาง
พนา

๏ ขวัญเอย..แม้นดนุชิดจะเพลินพิศพะงา
อันติดอุราตรา
และตรึง

๏ ยามห่างนุชดนูจะน้อมมนคะนึง
หลงรูประรึงโลม
ฤดี

๏ ยิ้มเถิดยิ้มนะสมรและผ่อนวรสรีร์
แนบในหทัยนี้
นิรันดร์ ๚

แหะๆ...มีนารีปราโมชนิดๆ ติดเสารจนีอยู่หน่อยๆ
ประมาณนี้... พอจะหลับหูหลับตาให้ผ่านได้ไหมครับ?


โดย: ศารทูล IP: 125.25.233.32 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:11:47:28 น.  

 

ดาวจ๋าทำงานแล้วค่ะพี่กาย...แต่คุณวิ..เธอยังเป็นเด็กนร.ป.โท อยู่ค่ะ...เธอเรียนด้วยทำงานด้วยเล่นบล็อกด้วย...คริคริ


โดย: satineesh วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:12:08:01 น.  

 
น้องวิ....
สวัสดีตอนเที่ยงค่ะ....
พอดีมีประชุมเลยมาตอบช้าไปหน่อย
หวังว่าคงให้อภัยพี่....

น้องวิ...เขียนแบบนี้สามารถปรับให้เป็นร่าย
ได้เลยนะนี่...

ส่วน ใน คคห 39...เป็นเรื่องของความสดใส
สวยงาม...ที่พี่เองเพิ่งรับรู้ ณ ปรัตยุบันสมัย..
เมื่อ"ภาพฝัน"และจักษุวิญญาณได้เกิดการ
กระทบสัมผัสกันจนสร้างอุปาทานที่แปลกใหม่...
ขึ้นมาในมโนสำนึก

๐ หลากระลอกฉ่ำชื่น..ราวคลื่นป่วน
ผ่านคร่ำครวญวาที..แม้กี่หน-
ยังความเดิมในอก..เวียนวกวน
ด้วยสุดป่นลบล้างให้จางเลือน

๐ ร้างลมหนาว..อบอุ่นที่หนุนช่วย-
คล้ายฉกฉวย..จากผู้ที่ดูเหมือน-
จะตอบรับอาวรณ์กลับย้อนเยือน
โอบกล่อมเลื่อนล้อมขวัญร่วมกันไป

๐ อาวรณ์อ้อยอิ่งอยู่..เหมือนรู้ว่า-
ปรารถนาสุมซ่อน..แสนอ่อนไหว-
จักรุมเร้าสั่นรัวที่หัวใจ
เติมแต่งความอาลัย...ตอบไมตรี

๐ คำพจน์พร่ำพรรณนา..ทุกคราครั้ง
ล้วนแต่ฝังฝากนัยสู่ใจศรี
ล้อลมหนาว..น้ำไหลด้วยไยดี
อันวาดวีโยนระลอก..คอยซอกซอน

๐ คำพจน์พร่ำเรื่องราว..ทุกคราวนั้น-
หมายแทรกขวัญถ่ายทอดความออดอ้อน
ให้โสตหนึ่งแอบอำถ้อยคำวอน
แล้วซาบซึ้งซ้ำซ้อน..สุดผ่อนลง

๐ คำพจน์พร่ำเรื่องราว..อีกคราวแล้ว
พร้อมกลิ่นแก้วผ่าวรุมให้ลุ่มหลง
ผ่านแรงไหลสายน้ำ..คือ-จำนง
คอยรับส่งซึ้งอยู่ไม่รู้วัน

๐ คำพจน์พร่ำบอกกล่าว..เรื่องราวว่า-
บางคุณค่าแหนหวง...ในทรวงขวัญ
จะค่อยล่วงผ่านคำ..เจ้ารำพัน
กล่อมนิทราหลับฝัน..ตราบวันวาย

เริ่มแล้ว...


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:12:33:13 น.  

 
สวัสดีครับ คุณสดายุ

โชคดีจังครับ ผมพิมพ์ข้อความถึงคุณเวลาพักเที่ยง เพื่อนร่วมงานบอกรหัสให้ผมกรอก ก็เลยได้คุยครับ

มีเรื่องหนึ่งซึ่งผมอยากจะสารภาพ พูดตรงๆ โอดครวญ (สำออย) กับคุณสดายุ นั่นคือ

อันที่จริงแล้ว ผมคว้าไขว่ใฝ่หาสุภาพสตรีสักคนมาเป็นคู่ชีวิตเช่นเดียวกับชายหนุ่มทั่วไปนั่นแหละครับ แต่ อนิจจา ควรจะสงสารเอย (ยืมสำนวนในร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกมาใช้หน่อยนะครับ) จะจีบใครเป็นอกหักทุกหนสิน่า โอ!

เคยถามเพื่อนตาดี เขาบอกผมไม่มีเสน่ห์ ซึ่งตัวผมเองก็เห็นด้วยเต็มๆครับ ผมสรรคำหวานไม่เป็น จึงถึงแม้ปรารถนาคนรู้ใจในฐานะแฟน ก็เห็นจะเปล่าผล นี่คือสาเหตุที่ผมไม่ชอบเขียนกลอนรักในช่วงหลังๆ (๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน) ทั้งที่จริงก็เคยเขียนอยู่ในช่วงระยะต้นๆ เช่น:

ณ ตรงนี้มีนิยาย

ณ ตรงนี้มีนิยายคล้ายความฝัน
ความผูกพันพะวงหวังเราทั้งสอง
ก่อนเหมือนโรยกลีบกุหลาบอาบละออง
ปุยเมฆฟ่องฝ่ายฟ้อนชะอ้อนชม
ยิ้มซึ้งซึ้งซึ่งหวามกับความหวาน
คือพวงมาลย์แย้มละมุนกรุ่นกลิ่นฉม
คือสุหร่ายสายน้ำมาพร่ำพรม
คือพรสมหรรษาแสนปรานี
เมื่อรักแรกแปลกแปลงแสลงร้าย
หนทางคล้ายคลุ้มมัวทั่ววิถี
ไร้ดวงมาลย์หวานฉ่ำพร่ำวารี
ไร้พรที่ผ่องทาบอาบอำไพ
ณ ตรงนี้มีนิยายระบายช้ำ
กิ่งระกำกลีบออกดอกไสว
ทั้งต้นโศกโบกสะพัดสะบัดใบ
ความฝันไกลเกินคว้ามาชื่นเชย
มีแต่ฉันผู้เดียวซึ่งเปลี่ยวเศร้า
ยิ้มกับเงาเงียบเงียบอย่างเชียบเฉย
จะกู่ก้องร้องไห้กระไรเลย
เกรงเขาเย้ยหยันอยู่ใช่ผู้ชาย
จึงจารึกเรื่องร้างแรมห่างสมร
เป็นบทกลอนกล่าวนิยามย้ำความหมาย
รักเริ่มต้น ณ ตรงนี้มีนิยาย
ก็มากลายเป็นความช้ำให้คร่ำครวญ

(เขียนปี พ.ศ. 2546 รำลึกถึงความหลัง และรักครั้งแรก)

วิมานลอย

โอ้จันทร์ฉายแสงเชิญเพียงเงินช่วง
คิดถึงห้วงเวหาศไพลาสหาว
คืนเธอพริ้มยิ้มพรายสายเนตรพราว
เชิญชี้ดาวชมเดือนแย้มเยือนดวง
นัยน์ตาคมคู่เคียงเพียงแขไข
สำเนียงใสกระซิบสั่งระฆังสรวง
ว่า “สุดสายสวาท” ซึ้งแสนตรึงทรวง
ยลพุ่มพวงผุดผ่องลำยองเพ็ญ
แม้พี่คล่องมนต์ขลังสั่งเมฆคล้อย
พาเจ้าลอยลีลาเวหาเล่น
อาบน้ำใสซ่านซ่าธารากระเซ็น
สายน้ำเย็นยิ้มเยื้อนเพื่อนนงเยาว์
พี่จะกล่อมด้วยกลอนกำจรเกลี้ยง
น้ำคำเลี้ยงหล่อบรรโลมโฉมเฉลา
จะจุมพิตนงโพธโอษฐ์ลำเพา
ค่อยเคลื่อนเคล้าเคลียคล้องประคองคลอ
ฟังเพลงพิณทิพย์แผ่วไหวแว่วผ่าน
แซ่สำนานซึ้งมโนโอ้ละหนอ
นำผ้าทิพย์แพรทองมากรองทอ
พร้อมสร้อยศอเสกสร้างสำอางทรง
โอ้จันทร์ฉายแสงเชิญเพียงเงินช่วง
เหมือนมาลวงมาล่อมาล้อหลง
ให้ว่ายวนท้นหวังภวังค์พะวง
แล้วแหลกลงสลายลาญวิมานลอย

(เขียนในยามเดียวดาย ณ ปี พ.ศ. 2546)

เจ้าดอกฟ้าเอย

เจ้าดอกฟ้าเอย
ลมรำเพยพริ้งพรม
กลิ่นรื่นชื่นอารมณ์
โชยฉมมาชายชวย
ได้ดอมหอมประทิ่น
รินรินมารวยรวย
เกสรเจ้าอ่อนสวย
หวังจะฉวยก็ชวดเชย
ดอกฟ้าเจ้าอยู่ฟ้า
ไม่ร่วงหล้าลงมาเลย
แลแลชะแง้เงย
ยังไม่เคยยลสักครา
เจ้าดอกฟ้าเอย
หวังชื่นเชยบูชา
ไม่ห่างเหสิเนหา
ไม่ร้างรารักเอย

(เขียนให้แก่สตรีที่สุดหมายปอง)

ผมคัดจากฉบับที่พิมพ์ไว้ปี ๒๕๔๘ โดยยังไม่จัดหน้า ต้องขออภัยคุณสดายุด้วยครับ

เมื่อผมผิดหวังหลายครั้งเข้า ก็ตั้งใจไว้ว่า จะร้องไห้คนเดียว น้ำตามันจะตก ก็ให้ตกในอกตัวเอง ในส่วนของงานที่เขียนลงไทยโพเอม เกือบทั้งหมดจึงเป็นความรู้สึกที่มีต่อบ้านเมือง แหละสังคมส่วนรวมครับ

นี่คืองานชิ้นสุดท้ายที่ผมเขียนได้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้วก็กะว่านานๆทีคงจะเขียน สุดแต่แรงบันดาลใจจะมีเมื่อไร พร้อมกัน ก็แสวงหาแนวทางใหม่ๆไปด้วยครับ

ดูเทอญ


อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑


นั่นสู แน่ะดูส่ำ-
นรคร่ำ ระทมครอง
ผืนภบประสบผอง
อริพันกระสันพวน

อาจนำ เพาะอำนาจ
คณะมาตย์ประดามวล
ใครแย้งเยาะแยงยวน
ภยย้ำกระทำแหยง

นั่นสู แน่ะดูศาล
พิษซ่านเซาะแทรกแซง
ท่านจินตน์ระบิลแจง
มนะจงพะวงจำ

เศียรนบสงบนิตย์
บมิคิดวิจารณ์คำ
ควรขามกะความขำ
เอะอะขานหละท่านเคือง

นั่นสู แน่ะดูแสน
ชนแน่นประนังเนือง
ล้นเหลือเยอะเสื้อเหลือง
จรหลาม ณ ยามลุย

ก่อภัยสิไม่ผิด
ศิรคิดเสาะคำคุย
ทับถมระดมถุย
ผิวเถียงประเปรี้ยงโถม

นั่นสู แน่ะดูสาย
พยุห์รายทหารโรม
เสียดซ้อนเซาะซอนโซรม
ดลศรีบุรีซึม

ชักใยไสวยั้ว
ทิศทั่วสลัวทึม
ทุกครั้งระวังขรึม
กลคลุ้มคละคลุมแคลง

นั่นสู แน่ะดูเสริม
พลเดิมก็เสื้อแดง
ฮึ่มฮ่ำจะกำแหง
เกะกะเฮี้ยนกระเหี้ยนหาญ

อ้างสู้ริปูสรรพ์
ผลนันทนานาน
โคมฉายประกายฉาน
เพราะประชาสง่าชัย

นั่นสู แน่ะดูซี
เฉพาะที่ประเทศไทย
ทั่วแถบแฉลบไถ
สุขแท้ฤแกล่ถึง

ร้อนเร่าระเร้าร่าน
ตะละด้านกระชากดึง
เข็ญนำตริคำนึง
โอ๊ะ! อนาถ วินาศหนอ!

(๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒)

คุยกับคุณสดายุเท่านี้ครับ งวดหน้า จะมาอีกครับผม




โดย: ตราชู IP: 203.156.141.26 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:13:46:26 น.  

 
ศารทูล....

๏ ยามห่างนุชดนูจะน้อมมนคะนึง
หลงรูประรึงโลม
ฤดี

ฉันท์ประเภท 3 วรรคต่อบท ไปวางคำรับสัมผัสที่
กลางวรรคทำให้จังหวะสะดุดนะ...ส่วนตัวผมว่าไม่งาม
ถ้าเขียนเอาจริงพึงหลีกเลี่ยง....แม้ฉันท์โบราณจะมีอยู่
มากมายก็ตาม...

นอกนั้นก็ใช้ได้...เขียนเรื่องแบบนี้..ลีลาคงขึ้น
กับประสบการณ์เป็นหลัก...คงต้องใช้เวลา
ยังละอ่อนอยู่..ได้แค่นี้ก็โอ..แล้ว

๐ ขวัญเอยขวัญ-ขณะยิ้มก็พิมพะ ณ กมล
เหนี่ยวชายสิว่าย-วน...........ถวิล
๐ ขวัญเจ้าเอยขณะพิศพิจิตระก็ภิญ-
โญรมยะบ่มจิน-..................ตนา
๐ ขวัญเอยขวัญเฉพาะพักตร์ประจักษ์ก็ทรมา
โดยเล่ห์สิเนหา..................จะเห็น
๐ ขวัญเอยขวัญผิวะหวานละลานอุบัติเป็น
แม้นทุกขะขุกเข็ญ..............จะขืน
๐ รูปเยาว์เอยทรมานะผ่านบทะทะมืน
ย้ำชัดจะหยัดยืน.................บ่ยอม
๐ รูปเอยสัมผัสะจินต์ ฤ สิ้นทะนุถนอม
หวานเอย ฤ เคยออม-..........ละองค์

อืม...เริ่มแล้วจริงๆ...



โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:13:58:17 น.  

 
555...พี่กายขา

วินึกว่าพี่ เห็น คอมเมนท์บ้านวิ ถาม...ถามลมถามแล้ง ถามอากาศธาตุซะอีก

แทนอกใครครวญคร่ำบอกรำบาย
ความมุ่งหมายฝันใฝ่...แห่งใจตน
......................................
เสน่หาประหนึ่งฝนจะหล่นไหล
...................................

ต่อไป..ได้โปรด...ไม่ต้องขออภัยค่ะ พี่กรุณาตอบนี่ก็สุดจะหาคำขอบคุณแล้ว แล้วไปเยี่ยมวิ ที่บล็อก...ดีใจปาน...ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง...นั่นทีเดียวเจียว

ขออนุญาต copy ไปไว้บ้านวิด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ

ร่ายหรือคะ...พี่จ๋า ทำได้แค่นั้นแหละค่ะ รายยาวกล่าวโอ้เอ้วิหารราย.....

พุธวารทินะวัน-กมลฝัน..ดวงมานปรีดิ์ค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:15:24:44 น.  

 
ดาวจ๋า....
ทำงานแล้ว..ก็เป็นพี่คุณวิ...สินะ
ครบรอบวันเกิดก็อ่อนวัยลงอีกปีนึง...
ทำไงดีอะ...เอาเชือกดึงไว้ก่อนดีมั๊ย
อิๆๆ

อย่าหักโหมจนเครียดนะคะ






ตราชู...
วันนี้มาแปลก...มาเผยอารมณ์เหงาๆให้รับรู้กัน

ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาครับ...ไม่ว่าสายตาปกติ..หรือ..
สายตาไม่ปกติ ธรรมชาติก็ใส่อารมณ์ชายหญิงมาให้
ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน...

แต่อย่างน้อยตราชูก็ได้เปรียบคนสายตาปกติอยู่ข้อหนึ่ง
ตรงที่...ไม่ต้องหวั่นไหวกับรูปที่น่ารักมากเหมือนที่ผม
กำลังเป็นอยู่ ณ วินาทีนี้...จึงจะมองกันที่นิสัยใจคอ
เลยโดยตรง...

เสน่ห์ของชาย...ไม่ตายตัวนะผมว่า...มันแล้วแต่คนมอง
ผู้หญิงแต่ละคนก็ใช่ว่าจะมอง หรือ ชอบ เหมือนกัน
ยิ่งโดยเฉพาะผู้ชายแล้ว..ความเห็นของเขานั้น
ต้องบอกว่าฟังเฉยๆแหละดี...คนที่ไม่ใช่ผู้หญิง
จะตอบแทนผู้หญิงได้อย่างไร

บทกลอนนารีปราโมช...เขียนได้ดี
แม้จะออกแนว..ปองดอกฟ้า..อยู่ร่ำไปก็ตาม
แต่ก็เป็นแนวที่ผมนิยม...อย่างไรเสียอิสตรี
ควรเป็นเพศที่ต้องเชิดชู...และปกป้องไว้
ด้วยความเข้มแข็งแห่งเพศชาย....

โดยเฉพาะ..ดวงดอกฟ้า ทั้งหลายที่มาอ่านกลอน
ตราชู..แล้วแอบยิ้ม...ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้
เฮ้อ....อิๆๆ



โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:15:30:30 น.  

 
น้องวิ...
สำนวนเหลือเกินจริงๆ...
ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง
นี่สำนวนโบราณเลยนะ...เอ..สาวๆรู้ได้ไงนะ
ท่าทางจะบรรดา"ผู้เฒ่า"ของน้องวิ
ถ่ายทอดกระบวนยุทธ

อิๆๆ

สวัสดียามเย็นค่ะ


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:37:36 น.  

 
วันนี้ได้อ่านร้อยกรองหลายแบบเลยค่ะ...ชอบๆๆ ..


จ๋าเป็นพี่คุณวิค่ะ..พี่กาย....
เมื่อวานพึ่งครบรอบวันเกิด "สิแป่ะ" ค่ะพี่....

แบบว่า "แป่ะ" ไว้ที่ไหนไม่รู้อีกหลายปีเลยยยยย...เอิ้กๆๆ...
อ่าน่านะ...นารีกับตัวเลขของวัย...มักจะไม่ค่อยจดจำกันหรอกค่ะ..


โดย: satineesh วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:40:18 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กายขา

ขอบพระคุณนะคะ ที่ไปบ้านวิ..เพิ่งทำงานได้ 3 วันนี้เองค่ะ ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อ่านแต่ระเบียบ ข้อบังคับ สิทธิ และหน้าที่จนจำได้ทุกตัวแล้วค่ะ

ขออนุญาตเสพทิพยมธุรส ด้วยนัยน์และใจ กับฟังดนตรีเสนาะโสตทุกเวลาที่มาได้นะคะ

ขอบพระคุณที่พี่กาย จะกรุณาอนุญาตค่ะ...555


ทินะพุธวารสวัสดิ์-จิตมนัสรมณีย์ค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:48:05 น.  

 
คุณวิ..เธออยู่กับผู้เฒ่า ถึง 4 ท่านเชียวค่ะพี่กาย.......วาจาโวหารสำนวนไพเราะผ่านการถ่ายทอดทางอักษรของคุณวิเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆบล็อกแก๊งเลยค่ะ

แม้แต่ตอนที่คุณวิไม่สบายไปอยู่โรงพยาบาลนั้น......คุณย่าของคุณวิยังน่ารักมาอัพบล็อกแทนคุณวิเพื่อแจ้งอาการป่วยให้ทราบค่ะ.....

มีแต่คนรักคุณย่ากายสิทธิ์ผู้มากอารมณ์ขันและต็มไปด้วยชั้นเชิงทางสำนวนโวหารค่ะ

คุณยายก็น่ารักไม่แพ้คุณย่าค่ะ....แต่ความร่าเริงและการแกล้งหยอกล้อลูกหลานผ่านบล็อกยังไม่เท่าคุณย่าค่ะ...คุณยายนั้นใช้ภาษาไทยได้ไพเราะมากค่ะเพราะท่านจบอักษรศาสตร์มาโดยตรงค่ะ...

ท่านน่ารักและทันสมัยมากทั้งหมด 4 ท่านเลยค่ะ....


โดย: satineesh วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:49:38 น.  

 
ตอบคำถามของพี่กายจากบล็อกคุณวิ

จ๋าไปวัดไม่ค่อยบ่อยค่ะพี่กาย.....ที่ไปเมื่อวันอาทิตย์มีเหตุที่ต้องไปคือตั้งใจไปทำบุญที่วัดให้ครบเก้าวัด เนื่องจากครบรอบวันเกิดของตัวเองค่ะ.....แต่สุดท้ายก็ได้ 3 วัดเองค่ะ ..... เลือกวัดสะแก เป็นวัดสุดท้าย เพราะตั้งใจไปหัดนั่งสมาธิอย่างที่เล่าไปนิดหน่อยข้างต้นค่ะ...แล้วก็นั่งได้นิดหน่อยเองค่ะ เพราะนั่งๆแล้วเสียศูนย์ค่ะ..หัวมักจะโงกไปด้านหน้าไม่ก็ไปด้านข้าง.......555 ...


โดย: satineesh วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:55:35 น.  

 
สายัณหสมัยสวัสดิ์ค่ะพี่กายขา

ดาวจ๋า น่ะ เธอเป็นยอดปิยมิตร-กัลยาณมิตร ของวิค่ะ เธออาจะชมเกินจริงด้วยรักเพราะลำเอียงบ้างนะคะ...555

สำบัดสำนวน...ได้มาจากท่านผู้เฒ่าทั้งสี่ค่ะ...กรุณาอย่าติว่าแก่แดด...แก่ลม...ไปหน่อยก็แล้วกานนนน....อิอิ

สวัสดิ์พุธวารคราสายัณหสมัย-หทัยโรจน์เจิดแจรงค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:18:05:52 น.  

 
ดาวจ๋า......
ค่ะ...เราไม่พูดกันเรื่องที่แสลงใจดาวจ๋านะคะ
อิๆๆ.....
อ้อ..มีทั้งคุณย่าคุณยายคอยเลี้ยงดูนี่เอง...น้องวิ..
ถึงใช้สำนวนวาจาได้เลยวัยไปเยอะ...อิๆๆ

พี่ไปอยุธยาบ่อยเพราะชอบโบราณสถานและประวัติศาสตร์
ส่วนแม่ก็ชอบไหว้พระทำบุญ...ก็เลยไปกันได้



น้องวิ....
พี่ว่าดีมากนะคะ....ที่มีผู้เฒ่าทั้งหลายคอยหล่อหลอม
ให้มีความเป็นไทยอย่างมากมายในวัยที่เรียกได้ว่าเป็น
คนรุ่นใหม่แบบนี้....หาได้ยากนักในยุคปัจจุบัน

เรื่องที่มาบล็อคพี่...นี่ต้องบอกว่าถ้าหายไป..คงต้องไปตาม
ถึงบ้าน....อิๆๆ
คนชอบเขียน...ย่อมต้องการคนชอบอ่าน...แน่นอนค่ะ
เขียนแล้ว..มาอ่านก็ชื่นใจหนักหนาแล้ว




โดย: พี่กาย IP: 125.27.72.58 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:19:16:10 น.  

 

:)

อ่านคอมเม้นคุณตราชูแล้ว..ไม่ใช่แค่แอบยิ้มแล้วค่ะ 555+

"เคยถามเพื่อนตาดี เขาบอกผมไม่มีเสน่ห์ ซึ่งตัวผมเองก็เห็นด้วยเต็มๆครับ .."

555+..คุณตราชูคงโดนเพื่อนอิจฉาไปเต็มๆ แล้วมังคะ..อิอิ..

วันนี้..บล็อกครึกครื้นดีค่ะ :)


โดย: times IP: 58.181.136.90 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:19:36:13 น.  

 
พี่กายขา

คนอ่านน่ะ ชุบมือเปิบ มาอ่านอย่างกระหาย อย่างหนอนตัวอ้วน ที่ละโมภ...เสพสุนทรียะ อย่างเพริศแพร้วพรรณรายในอารมณ์....

นั่งพับเพียบเรียบร้อยเก็นแขนขา ท้าวแขนอ่อนหยัด อ่านอย่างพิเคราะห์เพ่งพินิจ และคล้อยตาม กว่าจะคลานเข่ามาตอบได้ ช้านิดนึงนะคะ...

สวัสดิ์พุธวาร-มานเปี่ยมสุขค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:19:51:25 น.  

 
กาลเวลา....
ครับ..วันนี้บล็อคครึกครื้น...จากสามสี่สาวที่
มาช่วยกันพูดคุย....

ตราชูเป็นคนที่มีฝีมือทางร้อยกรองมากคนหนึ่ง
ใช้คำมีลูกเล่นครบครัน....เป็นอีกคนที่เขียนฉันท์
ในระดับที่ดีมาก...
นารีปราโมชก็เขียนได้ดีทีเดียว....

ยิ้ม....


แต่ยังไม่เห็น...คาวบอยสาว...มาเอากลอนเลย
เดี๋ยวก็เขียนให้อีกบทเท่านั้น...อิๆๆ



โดย: สดายุ IP: 125.27.72.58 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:20:18:31 น.  

 
น้องวิ....
น่ารักจริง...ไม่ชุบมือเปิบหรอกค่ะ...
พี่ยินดีมากที่สุดที่น้องชอบอ่านร้อยกรองพวกนี้...

คนจำนวนมาก...เขาว่าพี่ใช้คำที่อ่านยาก
เข้าใจยาก...มาโดยตลอด
ยิ่งโดยเฉพาะคำฉันท์....


ศศิร่ำจำรัสรอง.....

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

๘๒. พร่างพรายผกายรุจะอร่าม
ขณะยามนะค่ำเย็น
ยินร้องคะนองสกุณะเห็น
จะละเล่นระเริงลม

๘๓. ร่ำร่ำ..ตะวันจะละจะลา
ประลุภาวะจ่อมจม
เห็นเห็น..ก็เพ็ญศศิวิกรม
ชุติห่ม ณ ห้วงหาว

๘๔. เหลือบแสง ณ แหล่งอุทกะผืน
ระบุคืนจะยังยาว
ริ้วลมระดมผิวะจะหนาว
ก็เพราะร้าวอุรารอน

๘๕. นึกคราญะผ่านพละถวิล
อุระถิ่นสิอาทร
คร่ำครวญเพราะส่วนทุขะสะท้อน
ฤจะถอนถวิลถึง

๘๖. เยียบเย็นเพราะเย็นศศินะแสง
รติแรงก็รัดรึง
โยกคลอนบ่ผ่อนพิษะคะนึง
ตละตรึงสิเต็มตรอง

๘๗. ใจเห็นจะเช่นอุทกะผืน
นิละขืนจะเข้าครอง
รูปเห็นก็เช่นกรรมะสนอง
พิศะต้องสิเจียนตาย..

๘๘. สืบสร้างระหว่างรหัสะเนตร
ประลุเจตะกำจาย
วาบอุ่นเพราะสุนทริยะสยาย
นยะถ่ายสิทอดถึง

๘๙. อาวรณ์สะท้อนประดุจะเถา-
วัลย์เร้ากระหวัดรึง
เช่นใจและใจขณะคะนึง
ภวะซึ้งก็บรรสาร

๙๐. ดุจปาริชาตินิรมิต
เฉพาะพิศะพิมพ์พาล
ดาลเดชวิเศษะพิสดาร
ก็สมาน ณ แรกมอง

๙๑. เพรงบุญจะหนุนรติพิจิตร
สุจริตะรับรอง
เพรงบาป ณ คาบบ่คละสนอง
ฤดิสองก็บรรสาร

๙๒. ร่วมบาตร ณ ชาติบุพะประภพ
ดละภพะร่วมพาล
แม่เอยเพราะเคยอธิษฐาน
อุปการะร่วมกรรม

๙๓. สองชาติสวาดิพิสมัย
สมะนัยะน้อมนำ
โอนใจและใจปณิธิสัม-
ผัสะย้ำสมานใย

๙๔. สืบจิตเพราะฤทธิ์อธิษฐาน
บุพะกาละก่อนไกล
เห็นพลันจะปันรติพิสัย
พิสมัย ณ แรกมอง

๙๕. อาวรณ์สะท้อนประดุจะน้ำ
ศศิร่ำจำรัสรอง
ย่อมพลิ้วผิว์ริ้วชละละออง
นิระล่องปลาตเลือน...

จาก..สายธารกาลเวลาภาค ๒


โดย: พี่กาย IP: 125.27.72.58 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:20:38:11 น.  

 
จ๊ะเอ๋!
ดาวจ๋า .. แอบอ่านอยู่ข้างหลังพี่กายหลังคุณวิอีกคนค่ะ ..อิอิ


นี่ๆๆ..นี่ค่ะ......จ๋าไปหอบมาจากห้องสอนเขียนโคลงของพี่ค่ะ .. อิอิ

V
V
ค่อยค่อยฝึกร่างขึ้น.......เป็นโคลง
คิดคำพูดผูกโยง..........แต่งเข้า
หมายจักช่วยจรรโลง.....ใจรื่น เริงนา
เอาสุขเอาทุกข์เศร้า......สื่อร้อยความเรียง ฯ


โดย: พี่ IP: 203.188.21.120 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:7:28:42 น.

^
^
ต้องทำแบบที่พี่แนะไว้ในห้องนั้นนิ....แต่ตอนนี้จ๋าขออ่านก่อนนะคะแล้วจะหัดเขียนค่ะ


โดย: satineesh วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:20:55:33 น.  

 
นั่นสิคะ..คุณตราชูเขียนได้ไพเราะ..ชื่นชมค่ะ

และบางงาน..อ่านแล้วยิ้มเพลินไปเลย :)

อืมมม..แบบนี้..ใครว่าธรรมชาติไม่ยุติธรรมนะ..


:)

ขวัญเอย..ขวัญเจ้า
รู้ไหม..มีคนเฝ้ารอเงาขวัญ
รอขวัญเจ้าเข้ารับคำใครจำนรรจ์
ไว้ประทับรับขวัญทุกวันคืน

อิอิ..มีความสุขใจมากๆ นะคะ :)


โดย: times IP: 124.120.212.151 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:22:12:39 น.  

 
พี่กายขา


อ่านแล้วเข้าใจค่ะ เพราะวิอ่าน กนกนคร-สามกรุงตั้งแต่ 10 ขวบ คำฉันท์ทั้งหลาย กำสรวลทั้งหมด อ่านมาแล้วทั้งนั้นค่ะ เพราะที่บ้านทุกคนชอบอ่านหนังสือค่ะ วิอ่าน ขอเรียนย้ำว่า อ่าน พจนานุกรม รวมถึงของสำนักพิมพ์มติชน คำกลอน สุภาษิต คำผญา ล้านนา-คำเมือง คำแถลงชาวทักษิณ

อ่านตำราตั้งชื่อไทยทั้งของ อ.บรรจบ พันธุเมธา ศ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก ตำราตั้งชื่ออิสลาม ฝรั่งอังกฤษ คือจะเรียนว่าเข้าใจในคำและความน่ะค่ะ

การค่อยๆอ่าน หากยังไม่เข้าใจ บริบทจะช่วยวิได้ค่ะ บางครั้งนักกลอนเขาใช้คำผิด วิยังทราบเลยค่ะ เพราะความเลินเล่อน่ะ ไม่ใช่เขาไม่รู้

วิเป็นแฟนอังคาร กัลยาณพงศ์-เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์-วาณิช จรุงกิจอนันต์-สองกุมาร แห่งหน้าพระลาน-
ประยอม-คุณหญิงอรฉัตร ซองทอง... เรียนแค่นี้ พี่คงทราบว่า ..วิเข้าใจจริงๆ ไม่ได้แกล้งพูดให้สบายใจนะคะ

ขอบพระคุณที่กรุณารังสรรค์ผลงานชั้นครู ชั้นบรมครู ให้อ่านด้วยจิตประภัสสร์ใจประเสริฐที่นำมาแบ่งปัน วิไม่เสียดายเวลาที่มาเสพเลยค่ะ เขียนต่อไปนะคะ วิขอเป็นกำลังใจเล็กๆอีกหนึ่งแรงค่ะ ขอทำสำเนา ไปไว้บ้านวิด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: วินิติ์ศิริ IP: 203.144.180.66 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:22:25:59 น.  

 
น้องวิ...
ดีจริง...ที่คุ้นเคย
งั้นเดี๋ยวจะร่ายฉันท์ต่อล่ะนะ...
มหาภารตะยุทธ...ต้องเอาให้จบให้ได้
เพราะฟังคุณวีระ ธีรภัทร..เล่าแล้ว....สนุกมาก
เรื่องนี้ยาวมาก....ไม่รู้ว่าจะจบได้ภายในกี่บท

มันจะเป็นคำฉันท์ที่ยาวที่สุดในบรรดางานพี่ทั้งหมด

หลับฝันดีนะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:22:50:37 น.  

 
ขอบพระคุณมากค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:1:03:32 น.  

 
พี่ยินดี...
ทุกประการ


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:8:31:35 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ

๐ สิ้น...ดวงวิเชียรฉาย...๐

บทนี้อ่านแล้วเศร้ามาก เหมือนทั้งโลกมืดสนิท แต่เขียนได้หวานจับใจ เหลือเกิน ดนตรีก็แสนจะอ่อนหวานเศร้าสร้อย

มีความสุขค่ะ ที่ขณะหนึ่งของวัน ได้มีโอกาส เข้ามาเดินตามจิตนาการที่งดงาม เน้นว่า มากมาย และมีคุณค่า

ส่วนบทอื่นๆ ก็ไพเราะทั้งหมดเลยค่ะ


โดย: ธารทิพย์ IP: 202.149.25.225 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:52:40 น.  

 
http://www.series8-fc.com/“i-hear-your-voice”


โดย: สดายุ... วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:20:31:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.