พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

Sheraton Shanghai Pudong Hotel & Residences

ด้วยความขี้เกียจบวกกับที่ต้องร่อนเร่ไปมา และพันทิปที่เปลี่ยนแปลงไป (โทษเค้าได้อีก ^_^" ) บล็อกเลยเป็นสิ่งที่ถูกลืมไปถึงปีกว่า (แต่ก็ยังตอบหลังไมค์ตามปกตินะคะ ไม่ได้เบี้ยวใครแม้แต่รายเดียว ขอบอกกกก 555)


จะมีที่ถือว่าผิดสัญญาก็รีวิวโรงแรมนี้ล่ะค่ะ Sheraton Shanghai Pudong Hotel & Residences ทีแรกว่าจะรีวิวให้เพื่อนจากเว็บพันทิปดูก่อนตัดสินใจเลือกโรงแรมเมื่อเดือนต.ค. แต่หลังจากที่ไปพักแล้ว ได้ให้ข้อมูลไป ทำให้เค้าตัดสินใจพักในตัวเมืองแทน เนื่องจากโรงแรมนี้จัดว่าไม่เหมาะสำหรับการเที่ยวเซี่ยงไฮ้เท่าไหร่ เว้นเสียแต่ว่าคุณมีความตั้งใจที่จะไปเที่ยวนอกเมืองโดยรถบัสที่ต้องขึ้นตรงสถานีรถบัสที่สะพานหนานผู่ (Nanpu Daqiao 南浦大桥长途汽车站) อย่างการไปผู่โถวซาน โรงแรมนี้จึงจัดว่าสะดวกและเหมาะแก่การเที่ยวค่ะ เพราะมีสถานีรถไฟใต้ดินสาย 4 จาก Tangqiao Station ไปลง Nanpu Bridge Station แค่สถานีเดียว ระยะห่างจากโรงแรมไปทางเข้าสถานีดูได้จากภาพค่ะ (ถ่ายจากตอนยืนหน้าประตูโรงแรม)





ถ้าหันซ้ายไปจะเห็นโรงแรม Four Points อยู่ในรั้วเดียวกันเลย แท็กซี่จะจอดผิดประจำเพราะคิดว่าเป็นทางเข้าโรงแรมเชอราตันค่ะ





ตัวตึกของเชอราตันจะเป็นสามเหลี่ยมมนๆ นะคะ รูปอาจจะไม่ชัดเท่าไหร่เพราะนึกได้ตอนขากลับโรงแรมทุกที ^ ^"





บรรยากาศล็อบบี้ มี Free wifi ให้ แค่ไปขอชื่อกับรหัสผ่านจากพนักงานต้อนรับค่ะ





ขึ้นไปดูห้องกันดีกว่า เริ่มจากหน้าประตู





มองเข้าไปข้างในห้อง (แหะ กระเป๋าขวางทาง ^ ^")




แลซ้าย... เป็นห้องน้ำ ขวามือเป็นตู้เสื้อผ้าที่เปิดได้สองทาง ทั้งจากห้องน้ำและห้องนอน





ซ้ายมือเป็นห้องปลดทุกข์ (ใครคิดคำนี้น้า... เป๊ะจริงๆ)





ถัดไปเป็นห้องอาบน้ำ





อ่างล้างหน้า




เดินทะลุไปห้องนอน





เตียงนุ่มๆ





มุมพักผ่อนเล็กๆ 





มองกลับไปจากโซฟา





ย้อนมาดูทีวีบ้าง





โต๊ะทำงาน





มองจากโต๊ะทำงานกลับไปที่เตียง





ดูมินิบาร์กันบ้าง





ดื่มอะไรดีน้า...





ดูอุปกรณ์อื่นกันต่อค่ะ





ตู้เซฟและชั้นใส่เสื้อผ้า




สรุป สภาพโรงแรมอารมณ์คล้ายๆ ที่ Le Royal Meridien Shanghai แต่ทำเลต่างกันลิบลับค่ะ จะมีข้อดีก็เรื่องไปเที่ยวนอกเมืองด้วยรถบัสอย่างที่บอกตอนต้น กับอีกข้อที่สำคัญมาก (สำหรับคนชอบกิน) ห้างข้างๆ มีร้านอาหารเสฉวนที่อร่อยและถูก รวมถึงฟู้ดคอร์ทที่รวมเอาร้านดังหลายร้านมาอยู่ด้วยกัน เรียกว่า มาห้างเดียวเข้าไปชิมอาหารดังประจำเซี่ยงไฮ้ได้เลย 

สระว่ายน้ำสวยน่าว่าย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเกรงใจแขกอื่นค่ะ (เดินไกลอีกต่างหาก เพราะต้องอ้อมไปฝั่งที่เป็นเรซิเดนซ์)

เรื่องการบริการ พนักงานน่ารักใช้ได้เมื่อเทียบมาตรฐานของโรงแรมห้าดาวในจีนทั่วไป ภาษาอังกฤษดีถึงดีมากเกือบทุกคน ถ้าไม่ติดเรื่องทำเลแล้วก็อยากจะกลับไปพักอีกเหมือนกันค่ะ แต่ติดที่เป็นคนไม่ชอบต่อรถไฟใต้ดิน รอบหน้าก็คงต้องพักในเมืองต่อไป ^ ^"




 

Create Date : 07 มีนาคม 2556    
Last Update : 8 มีนาคม 2556 0:00:03 น.
Counter : 2495 Pageviews.  

^_* จองตั๋วรถไฟจีนออนไลน์ Chinese train online ticketing

ข่าวล่า (หรือเปล่าน้า...) ตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา จีนได้เปิดบริการจองตั๋วรถไฟออนไลน์สำหรับรถไฟทุกประเภท หลังจากที่ได้ลองเปิดให้บริการกับรถที่เป็นตู้นอนเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว (Nov. 2011)

เว็บที่ใช้จอง คือ http://www.12306.cn/mormhweb/

หน้าตาเว็บค่ะ





จากที่อ่านคร่าวๆ ใน FAQ ของเว็บแล้ว ถึงแม้ว่าจะระบุชัดเจนว่าสามารถจองจากต่างประเทศ แต่การที่จะจองตั๋วผ่านเว็บนี้ได้ ผู้จองจำเป็นต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ

- อ่านจีนได้

- ลงทะเบียนได้

- มีบัญชีของธนาคารดังต่อไปนี้ (ซึ่งเปิดบริการออนไลน์กับทางธนาคารไว้เรียบร้อยแล้ว)
1. China Industrial and Commercial Bank
2. Agricultural Bank of China
3. China Merchants Bank

- ต้องใช้บัญชีเดียวในการจอง (อันนี้แปลเอง แอบงงเองนิดหน่อยนะคะ เพราะไม่เข้าใจว่าจะมีใครจ่ายหลายครั้งในการจองครั้งเดียวด้วยเหรอ )


พอดีช่วงนี้ครูภาษาจีนหยุดตรุษจีน ไม่อย่างนั้นจะให้มาช่วยแปลลงบล็อกซะเลย เพราะด้วยความรู้ภาษาจีนอันอ่อนด้อยของอิชั้น จึงทำให้แปลมาได้คร่าวๆ เท่านี้เอง เดี๋ยวคุณครูกลับมาสอนเมื่อไหร่จะรีบให้มาแปลเลยค่ะ

สำหรับคนที่อ่านภาษาจีนได้ และเรียน ทำงานหรือใช้ชีวิตในจีนอยู่แล้ว เว็บนี้น่าจะพอช่วยให้จองตั๋วรถไฟได้ง่ายขึ้นบ้าง ถ้าใครอ่านจีนได้และยินดีจะช่วยแปลก็น่าจะทำให้เพื่อนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางในจีนได้สะดวกขึ้นนะคะ ไม่ต้องไปเสี่ยงลุ้นว่าจะมีตั๋วหรือไม่ที่หน้าสถานี

ปล. ถ้าอิชั้นแปลอะไรผิดพลาดไป บอกให้แก้ไขได้เลยนะคะ ยินดีรับมาแก้ไขให้เรียบร้อยเพราะไม่อยากปล่อยข้อมูลผิดๆ ออกไปค่ะ

สุขสันต์วันปีใหม่จีนล่วงหน้านะคะ 龙年快乐! 年年有餘!




 

Create Date : 16 มกราคม 2555    
Last Update : 16 มกราคม 2555 23:59:50 น.
Counter : 3087 Pageviews.  

ร้าน Shufu อาหารเสฉวนในเซี่ยงไฮ้ (蜀府)

หลังจากที่ไม่ได้อัพบล็อกมานาน... นานจนจำแทบไม่ได้แล้ว ร้านอาหารที่ว่าจะเขียนถึงหลายครั้ง นั่นก็คือ ร้าน Shufu (蜀府 - Shǔ fǔ) ร้านนี้เป็นร้านที่น้องคนไทยในเซี่ยงไฮ้พาไปทาน หลังจากที่เริ่มเบื่อร้าน South Beauty แถมสาขาที่น้องเค้าพาไปตรงหงเฉียวนี่ก็มีทั้งร้าน South Beauty และร้าน Shufu ตามมาตั้งอยู่ตรงข้ามกัน (ใจกล้ามากกก... แสดงถึงความมั่นใจของร้านนี้จริงๆ)

เกริ่นเยอะ ดูอาหารกันเลยดีกว่าค่ะ (เนื่องจากทานมาหลายเดือนแล้ว ข้อมูลจึงเหลือตามอายุขัยที่เหลือน้อยลงของเจ้าของบล็อก โปรดอย่าว่ากันนะคะ)

จานแรกของร้านที่ได้ชิม เต้าหู้อบหม้อดิน รสออกเผ็ดนิดหน่อย เต้าหู้นุ่มดี




จานที่สองเป็นปลาทอดมาในน้ำพริกพริก รสชาติออกมาคล้ายๆ น้ำตกปลาช่อนบ้านเรา แต่ไม่มีรสเปรี้ยว และกลิ่นไม่เหมือนค่ะ ถ้าทานหลายคนคงจะดี เพราะตัวไม่เล็กเลย




ต่อมาเป็นขาหมูทอด ไม่กรอบนอกนุ่มในแบบของเยอรมันหรือบ้านเรานะคะ แต่หนึบๆ แทะเพลินดี สลัดรสชาติใช้ได้ แก้เลี่ยนได้ดีทีเดียว




อารามลืมว่าทานกันแค่ผู้หญิงสองคน น้องเค้าชอบทานผัก เลยสั่งบร็อคโคลี่ผัดไข่เค็มมาด้วยค่ะ ไม่ได้ชิมเพราะเป็นพฤกษวิรัตินะฮ้า...





ครั้งต่อมาไปชิมกับสามีค่ะ สองคนอีกตามเคย

ไก่ฉีกราดน้ำมันพริกกับถั่วลิสง สามีเค้าชอบจานนี้อย่างแรงงง... เล่นเอาคีบแทบไม่ทัน




ตามมาด้วยมะเขืออบซ้อส อาเฮียแกชอบมะเขือยาวทุกชนิด เข้าร้านจีนเมื่อไหร่ต้องสั่งเกือบทุกร้านเลย (คนไม่กินผักมันเครียดน้า... รู้มั่งป่าวเนี่ย ไม่ติดว่าเป็นคนจ่ายตังล่ะก็...)




หมดโควต้าของเฮีย มาถึงคิวอิชั้นมั่ง

นี่เลย... สามชั้นตุ๋นกับผักกาดดอง อันนี้ไม่ใช่แบบที่เรียกว่า Hongshaorou นะคะ อย่าเข้าใจผิดกัน




จานต่อมา หมาโผโต้วฝู หรือ เต้าหู้ผัดแบบเสฉวน มันไปนิดนึง ตักแต่เนื้อๆ มาทานกับข้าวพอไหวค่ะ รสชาติใช้ได้ แต่ไม่ได้อร่อยที่สุดนะคะ




ลืมไป...ว่าสั่งปลาทอดราดน้ำมันพริกมาให้อาเฮียชิมด้วย เฮียบอกว่า ถ่ายเนื้อปลาไปด้วยสิ เอ้า...แหวกกก




รอบที่สาม ทานกับสามีเช่นเคย... (ถ้าไปกับคนอื่นมีหวังหัวจะแบะ ไม่เหลือรอดมารีวิวล่ะค่ะ)

เปิดมื้อกันที่ มะเขือยาวอบซ้อส (เฮียเค้าเป็นคนรักเดียวใจเดียวมากกก... แต่ร้านนี้แต่งสวยกว่าร้านที่หงเฉียว)




จานนี้เต้าหู้ทอดราดน้ำมันพริกค่ะ กรอบนอกนุ่มใน เรื่องเต้าหู้นี่ยกให้พี่จีนเค้าไปละกัน ทำเต้าหู้ออกมาเนื้อดีมากกก...




เนียนซะ จริงๆ ไม่ต้องราดน้ำอะไรมาเลยก็ได้นะคะ เนื้อเต้าหู้แบบนี้ แค่จิ้มน้ำจิ้มไก่ก็เด็ดแล้ว




ต่อไปเป็นปลาในน้ำมันพริก 水煮鱼 (สุยจู่อวี๋) จานนี้จำชื่อแม่นเพราะเป็นอาหารประจำเวลาไปร้านเสฉวนค่ะ นึกอะไรไม่ออกก็จานนี้เลย เสฉวนมีทุกร้าน อาเฮียเองก็ชอบจานนี้มากเพราะรสเผ็ดดี แก้เซ็งอาหารจืดๆ มันๆ ไปได้เยอะทีเดียว




สั่งของอร่อยมาเยอะแล้ว มาดูของไม่อร่อยกันบ้างค่ะ จานนี้เป็นรากบัวกับตับห่าน ตอนแรกเห็นรูปก็ดูหน้าตาดี แต่พอยกมาตั้งโต๊ะปั๊บ กลิ่นมันไม่ใช่ละ กลิ่นแบบนี้น่าหวาดหวั่นมาก พอชิมคำแรกก็เป๊ะเลย เข้าขั้นกลืนไม่ลงเลยค่ะ เพราะเป็นตับห่านจีน เนื้อแข็ง กลิ่นแรงมาก ซ้อสที่ราดมาก็ไม่เข้ากันแม้แต่น้อย ต้องทิ้งไปทั้งจานอย่างน่าเสียดาย (ตัง) ที่สุด




จานสุดท้ายที่ชิมไป เป็นหอยอบกับกระเทียมและซ้อสที่กลิ่นคล้ายๆ กะปิเลยค่ะ สามีชอบแบบสีดำ ส่วนอิชั้นขอรับเฉพาะแบบอบกระเทียมนะฮ้า... (เพราะชาติก่อนคาดว่าอาจจะเป็นลิง จึงเกลียดกะปิและผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดจากกะปิค่ะ )




เขียนไปเขียนมาชักหิว... ขอตัวไปหาอะไรเผ็ดๆ ทานก่อนล่ะค่ะ

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะ




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2554    
Last Update : 27 ธันวาคม 2554 19:33:10 น.
Counter : 2065 Pageviews.  

อีกครั้งกับสนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ Shanghai Pudong airport

ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนว่าสายการบิน China Eastern Airlines จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการบินมาลงเซี่ยงไฮ้ หรือ เพื่อไปญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา เลยมักจะมีคำถามเกี่ยวกับการต่อเครื่องที่สนามบินผู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Pudong Airport) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางคนพอได้รับแจ้งเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินจากสายการบิน ก็ส่งข้อความหลังไมค์มาให้อิชั้นโทรถามเจ้าหน้าที่สายการบิน MU ในเซี่ยงไฮ้ให้อีกด้วย

ขอแจ้งอีกครั้งในบล็อกนะคะ ว่า ปัจจุบันไม่ได้อยู่เซี่ยงไฮ้แล้ว แค่ไปๆ มาๆ การจะช่วยเช็คข้อมูลหรือติดต่ออะไรให้ ทำได้เฉพาะกรณีที่อิชั้นเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ และมีเวลาเพียงพอเท่านั้น จะเห็นได้จากบางกรณีที่เคยรับปากว่าจะทำให้ เพราะต้องไปที่สนามบินผู่ตงอยู่แล้วค่ะ ที่สำคัญอิชั้นไม่ได้ทำงานที่สนามบินผู่ตงหรือเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินแต่อย่างใด ดังนั้นข้อมูลต่างๆ ที่ให้ไป บางครั้งก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ อิชั้นเองเจอเที่ยวบินจีนยกเลิกโดยไม่บอกล่วงหน้าในช่วง 3 เดือนนี้ 3 ครั้งจาก 6 ครั้ง ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในบล็อกนี้จึงเป็นแค่เพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยทางสนามบินหรือสายการบินได้ค่ะ

ทีนี้เรามาพูดถึงการต่อเครื่องที่ไปจากไทย มีทั้งการบินไทย (TG) และ China Eastern Airlines (MU) เมื่อบินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงที่ผู่ตง กรณีที่คุณบินด้วยการบินไทย เครื่องจะลงที่เทอร์มินัล 2 แต่ถ้าคุณบินด้วย China Eastern Airlines (MU) เครื่องจะลงที่เทอร์มินัล 1 สำหรับการต่อเครื่อง ไม่ว่าด้วยสายการบินใด ขอให้ตรวจสอบให้แน่ชัดกับทางสายการบินหรือเอเจนท์ก่อนเดินทางว่า กระเป๋าเช็คทรูหรือไม่ และต้องไปขึ้นที่เทอร์มินัลไหน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดค่ะ

เริ่มกันที่ตอนออกจากเครื่อง ขณะที่เดินไปตามทางจะเห็นป้าย Transfer ซึ่งไปทิศทางเดียวกับ Arrivals และ Baggage claim เดินตามนั้นเลยค่ะ (ในรูปนี้เป็นที่เทอร์มินัล 2)





ไปทางเดียวกัน ไม่ต้องกังวลนะคะ เดินไปเรื่อยๆ ตามป้ายแล...





ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว จะเห็นบันไดเลื่อน เดินลงมาก็เจอป้ายแบบนี้





ข้างบนนั่นสำหรับผู้โดยสารสายการบินอื่นๆ ส่วนที่บินด้วย China Eastern Airlines ระหว่างทางก่อนที่จะเข้าขั้นตอนของการตรวจคนเข้าเมือง จะเจอสามแยก เลี้ยวไปทางซ้ายเป็นทางเข้าตม. ด้านขวาจะเป็นเคาน์เตอร์ Transfer check-in ของ MU เพื่อความมั่นใจและความสะดวก (ที่อาจจะ) มากขึ้น แนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตรงนี้ เพื่อตรวจสอบว่าคุณจะต้องไปทางไหนต่อแน่ แต่กรณีปกติคุณจะต้องเดินไปเข้าตม.เหมือนผู้โดยสารอื่นๆ จากนั้นก็ลงบันไดเลื่อนไปที่ Baggage claim ตรงนี้ถ้ากระเป๋าของคุณเช็คทรู (Check through) ก็เดินเลี้ยวขวาไปทางป้ายที่เขียนว่า Transfer Hall (งงมั้ยน้า... )




ถ่ายใกล้ๆ อีกที





เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเจ้า Transfer Hall มันอยู่ไหนของสนามบินแน่ ลองดูรูปเบลอๆ นี้นะคะ




*** แต่.......... มีบางกรณีที่ทางสายการบินจะส่งพนักงานมารอรับคุณจากหน้าประตูเครื่องเพื่อให้ไปขึ้นอีกเครื่องหนึ่งโดยตรง คอยสังเกตพนักงานที่ชูป้ายตรงหน้างวงช้างด้วยนะคะ ***


ทีนี้มาดูกันว่าต้องไปไหนต่อนะคะ (กรณีไม่มีใครพาไปต่อเครื่อง และคุณไม่ได้บินกับ MU) ถ้าเครื่องคุณลงที่ T1 แล้วเครื่องที่จะต่ออยู่ T1 เหมือนกัน เดินขึ้นชั้น 3 หรือใช้ลิฟท์ขึ้นไปได้เลยค่ะ (ลิฟท์ของ T1 จะอยู่แนวระนาบเดียวกับประตูทางเข้าออกสนามบิน มองไล่กันไปก็จะเจอค่ะ)

แต่ถ้าเครื่องที่จะต่ออยู่ T2 คุณก็เดินมุ่งหน้าตามป้ายไปที่ทางเชื่อมระหว่างเทอร์มินัล (ถ้าขยันเดิน ของไม่เยอะ) กรณีของเยอะ ขี้เกียจเดิน ขึ้นชั้น 3 ไปที่ประตูทางออก 1 กับ 8 เพื่อขึ้นรถ Shuttle ได้เลยค่ะ

สำหรับการต่อเครื่องของทุกสายการบิน จะสิ้นสุดตรงที่คุณไปถึงชั้น 3 ของเทอร์มินัลที่คุณต้องเช็คอินไฟลท์นั้น หลังเช็คอินเสร็จขั้นตอนก็จะเหมือนการขึ้นเครื่องปกติค่ะ เช็คอินเสร็จ ผ่าน Security check ไปนั่งรอที่เกทได้เลย แต่อย่าเผลอหลับเพราะเกทอาจจะเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ ต้องคอยฟังประกาศให้ดี


ส่วนคนที่จะเดินทางเข้าเมืองหรือไปเที่ยวเมืองอื่นต่อ ด้วย Maglev, Airport bus, Long Distance bus, อยากนอนพักที่โรงแรมในสนามบิน หรือ อยากแวะทานอาหารราคาประหยัดในสนามบินนั้น จะอยู่ตรงกลางระหว่างทางเชื่อม ต้องเดินสถานเดียวค่ะ




มาดูกันว่าจะออกจากสนามบินได้ยังไง (แบบรวมทั้งหมด) ตามรายละเอียดนี้ค่ะ





เน้น Airport bus มีทั้งหมด 8 สาย และมีสายกลางคืนที่วิ่งไปสนามบินหงเฉียว (Hongqiao) ตามนี้ค่ะ




ป้ายของ T1 อาจจะดูเชย ไม่มีราคาให้ และไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ดูป้ายที่ T2 อาจจะชัดขึ้นหน่อย (รึเปล่าน้า )






ป้ายไฟก็มีน้า... เอาเป็นว่า อ่านอันไหนชัด เลือกอ่านอันนั้นก็แล้วกันค่ะ





คนเวลาน้อยหรือชอบความเร็ว Maglev โลด...




ข้างบนอาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่เพราะเป็นของ T1 (ของเก่าก็เงี้ย... ) มาดูของ T2 กันดีกว่า (ตาอาจจะลายได้ เพราะละเอียดเกิ๊นนน)




เดินไปตามทางจะเห็นจุดขายตั๋วอยู่ระหว่างทางเชื่อมเทอร์มินัลทั้งสองค่ะ หาไม่ยาก มีป้ายบอกตามทางชัดเจนมาก




สถานีที่จะขึ้นก็อยู่ข้างๆ เลย





สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเหลือเฟือหรือต้องการประหยัดงบเดินทาง รถไฟใต้ดินสาย 2 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ





จริงๆ แล้วป้ายนี้จะใหม่ทั้งสองเทอร์มินัลเลย แต่ของ T2 ดูจะใหญ่กว่าหน่อยนึง น่าจะอ่านง่ายกว่า





ใครจะไปเที่ยวนอกเมืองเซี่ยงไฮ้ ดูป้ายนี้เลยค่ะ





ผู้โดยสารเทอร์มินัล 2 จะมี Tourist Information center อยู่ใต้บันไดเลื่อนตอนเดินออกจาก Arrival hall เลยจุดที่มีคนมารอรับแล้วนะคะ ลองสังเกตดู แผนที่และโบรชัวร์ต่างๆ หยิบได้เลยค่ะ




กระเป๋าฝากได้นะคะ มีที่ฝาก (T2-ต้องเดินอ้อมส่วนที่เช็คอินไปด้านหลัง เยื้องไปทางขวาจะมีห้องรับฝากอยู่ T1-ยังไม่เคยใช้บริการ) แต่พอดีจำราคาไม่ได้แล้ว เพราะการเช็คอินที่สนามบินนี้ ต้องรอเคาน์เตอร์เปิด 2 ชม.ก่อนเวลาบิน


สำหรับคนที่ต้องรอต่อเครื่องนานๆ และไม่อยากออกไปเที่ยวข้างนอก จะเลือกนอนพักในโรงแรมที่สนามบินก็ได้นะคะ มี Dazhong Airport Hotel และ Motel 168 (ราคาไม่เท่ากัน) จากที่ถามมา 6 ชม. 358 RMB (ราคา Walk-in ของ Dazhong) เริ่มตั้งแต่เวลา 09:00-18:00 ถ้าเช็คอินก่อนหรือหลังจากนี้จะคิดเป็นหนึ่งวันเต็มค่ะ ราคาเต็มวันของทั้ง 2 ส่วนดูได้ที่ http://www.dazhongairporthotel.com จุดสังเกตของโรงแรมนี้ คือ ไม่ว่าจะเดินจาก T1 หรือ T2 เราจะเจอเหมือนวงเวียนตรงกลางทาง วงกลมตรงกลางนี่ล่ะค่ะโรงแรมเลย แต่ต้องขึ้นลิฟท์ไปล็อบบี้ที่ชั้นบน ที่นี่มีบุฟเฟ่ท์มื้อเที่ยงด้วย ราคาคนละ 38 RMB (ยังไม่เคยลองเลยไม่รับประกันคุณภาพนะคะ)





แต่ถ้าหิวเฉยๆ ไม่อยากไปร้านอาหารในสนามบินอย่าง Shanghai Renjie, Ajisen, ร้าน Muslim หรือร้านติ่มซำ แต่ละเทอร์มินัลก็มีร้านสะดวกซื้อให้เลือกได้ค่ะ แต่ฝั่ง T2 จะดีกว่าหน่อยตรงที่มี Burger King ที่ชั้น 2 ด้วย (ร้านสะดวกซื้อก็อยู่ชั้นนี้) และถ้าคุณทานอาหารชุดของจีนได้คล่อง ทางที่อยู่ข้างสถานี Maglev กับ Metro สาย 2 จะมีซอยเล็กๆ เหมือนฟู้ดคอร์ทพอให้อาศัยฝากท้องได้ค่ะ (ลองมา 3 ครั้ง 4 ร้านแล้ว )

ฟู้ดคอร์ทนี้เข้าออกได้สองทาง เพราะเป็นซอยเล็กๆ ตรงๆ หาไม่ยาก..




เลือกร้านได้ตามชอบ แต่ช่วงเที่ยงๆ จะหาที่นั่งยากหน่อยนึง





ครั้งแรกที่ลองชิม เลือกร้านที่คุ้นตาไว้ก่อน Kungfu กระดูกหมูผัดเห็ดหอม ปีกไก่อบ ข้าว พุดดิ้งมะม่วง (มั้ง) และน้ำถั่วแดง ราคาไม่ถึงสามสิบหยวนค่ะ รสชาติพอไปได้ แต่ไม่ถึงกับอร่อยอะไร





อีกชุดเป็นข้าว หมูตุ๋น (คล้ายๆ พะโล้) ผัดผัก กับซุปกระดูกหมู พอไปได้เหมือนกันค่ะ




ต่อมาเป็นร้านหูหนาน (เอ..หรือเสฉวนน้า...) หน้าตาร้านแบบนี้ค่ะ




อาหารหน้าตาแบบนี้ คล้ายๆ ไก่พะโล้ ผัดผัก ซุปไก่ดำกับข้าว ชุดละไม่เกินสามสิบหยวนเหมือนกัน แต่น้ำอัดลมแก้วละ 7 RMB. ไม่ให้น้ำแข็งด้วย




ชุดนี้เป็นกระดูกหมูผัดพริก สิบกว่าหยวน มีแค่ข้าวและกับ น้ำไม่เกี่ยวนะคะ




มื้อล่าสุดที่ลอง ชุดหมูสามชั้นตุ๋นกับผักดอง ซุปไก่ดำ ผัดผัก พร้อมข้าว ยี่สิบกว่าหยวน น้ำไม่เกี่ยวเหมือนเคย




ชุดนี้ก็กระดูกหมูผัดพริก สิบกว่าหยวนค่ะ





เทียบกับอาหารที่ร้าน Shanghai Renjie ราคารวมน้ำอัดลมแล้ว 196 RMB. (ความเห็นส่วนตัว ถ้าเป็นคนเน้นกับข้าว ทานร้านแบบนี้จะคุ้มกว่าค่ะ เพราะอาหารชุดตามร้านในฟู้ดคอร์ทเค้าเน้นข้าว น้ำก็ไม่มีน้ำแข็งให้ด้วย) และร้านลักษณะนี้เหมาะจะคุยธุรกิจได้อีกต่างหาก บรรยากาศดีหน่อย คนไม่พลุกพล่าน แต่อย่าคาดหวังการบริการมากนัก เพราะเท่าที่ไปหลายครั้ง ดีมั่งร้ายมั่งตามอารมณ์พนักงานค่ะ ร้านนี้อยู่ที่ T2 อยู่หลังเคาน์เตอร์เช็คอิน (แต่คนนอกเดินอ้อมเข้ามาได้) ก่อนผ่าน Security Check จะมีบันไดเลื่อนขึ้นชั้นลอย เดินขึ้นมาอยู่ทางขวามือค่ะ มีร้านอื่นๆ ด้วย แต่พอดียังไม่เคยลองค่ะ




หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงช่วยให้การเดินทางไปลงหรือต่อเครื่องที่สนามบินผู่ตงง่ายขึ้นนะคะ




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2554    
Last Update : 29 มิถุนายน 2554 11:19:43 น.
Counter : 34534 Pageviews.  

***Grand Mercure Hongqiao Shanghai***

โรงแรมนี้อยู่ออกมาจากกลางใจเมืองพอควร น่าจะเหมาะสำหรับคนที่จะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินที่สนามบินหงเฉียวมากกว่าสนามบินผู่ตง แต่ถ้าจะมาจากผู่ตงแล้วสัมภาระไม่เยอะ ก็มาได้ด้วยรถไฟใต้ดินสาย 2 นะคะ ลงที่สถานีชื่อว่า Loushanguan เดินจากสถานี 2 บล็อคใหญ่ๆ (ราวๆ 15 นาที) ก็จะถึงโรงแรมได้ไม่ยาก

ถนนหน้าโรงแรมเป็นถนนวันเวย์ การเดินทางด้วยแท็กซี่อาจจะไม่สะดวกนิดหน่อยในกรณีที่ต้องการจะไปทางขวามือของโรงแรม (ดูจากแผนที่) เช่น ไปคาร์ฟูร์สาขากูเป่ย แต่ถ้าจะไปทางมุ่งหน้าเข้าเมืองก็ไม่มีปัญหาอะไร

ชื่อโรงแรมนี้ ออกเสียงภาษาจีนว่า Hong2 Qiao2 Mei3 Ju2 Jiu3 dian4 (ถ้าเขียนผิด รบกวนผู้รู้แจ้งด้วยนะคะ) ส่วนรูปหน้าโรงแรมไม่ได้ถ่าย (ตามเคย) ถ้าไม่ลืมพรุ่งนี้จะออกไปถ่ายเพิ่มเอามาลงไว้ค่ะ

ดูห้องนอนเลยดีกว่า ที่จองไว้เป็นแบบเตียงเดี่ยว เปิดเข้าไปจะเป็นหน้าตาแบบนี้...





ที่นี่มีครัวให้ค่ะ ทั้งเตาไฟฟ้าสำหรับปรุงอาหาร เตาไมโครเวฟ กาต้มน้ำ ชากาแฟฟรี น้ำแข็งเรียกได้ ถ้าจะซักผ้า เค้ามีผงซักฟอกให้ด้วย แต่ไม่มีน้ำยาปรับผ้านุ่มนะคะ นอกเหนือจากนี้เสียตัง





มองตรงไปในห้องอีกที เห็นโต๊ะทำงาน เก้าอี้พักผ่อน





ทีวีจอไม่ใหญ่ ดูไม่ค่อยถนัดสำหรับระยะห่างจากเตียงแบบนี้ โดยเฉพาะถ้าสายตาสั้นด้วย





ดูเตียงกันดีกว่า ได้เป็นแบบควีนไซส์ คนสูงร้อยแปดสิบกว่า เท้าจะแพลมจากเตียงมาหน่อยค่ะ





มองจากเตียงไปที่ห้องน้ำซึ่งคั่นด้วยห้องแต่งตัว





ห้องน้ำจะมีทั้งแบบฝักบัว และอ่าง ขึ้นกับความต้องการค่ะ





มีเสื้อคลุมอาบน้ำ ตู้เซฟ สลิปเปอร์ ร่ม และอื่นๆ ตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไป





น้ำดื่มฟรีสองขวดเล็กๆ แต่ปกติพอหมดเค้าก็เติมให้ล่ะค่ะ





เครื่องใช้ในห้องน้ำต่างๆ ตามมาตรฐานโรงแรมปกติ แต่แชมพู สบู่ ครีมนวดผมไปอยู่ในตัวห้องอาบน้ำแล้วค่ะ





ปิดท้ายด้วยระเบียงเล็กๆ พอออกไปสูดอากาศได้นิดหน่อย ตัววิวด้านหนึ่งจัดว่าพอไหว แต่ด้านที่หันตรงๆ ปรากฏว่าเป็นตึกสูงพอๆ กันค่ะ เลยไม่ค่อยอยากเปิดหน้าต่างเท่าไหร่




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2554 21:55:22 น.
Counter : 1040 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.