พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
♥ อีก 1 ทางเลือกสำหรับที่พักใจกลางเซี่ยงไฮ้ Citadines Shanghai Jinqiao ♥

ว่าจะไม่เขียนถึงที่พักที่นี่แล้ว เนื่องจากเป็นที่พักที่บริษัทของสามีจัดให้ค่ะ เข้ามาเช็คอินครั้งแรกรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่พออยู่ๆ ไปก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคย และเห็นความสะดวกที่มาจากที่ตั้งของโรงแรมเป็นสำคัญ สะดวกทั้งการเดินเที่ยว การนั่งแท็กซี่ไปสถานที่ต่างๆ การอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินสายหลัก คือ 1, 2 และ 8 และที่สำคัญที่สุด คือ ใกล้ถนนอาหาร (อีกแล้วครับท่าน )

เรื่องอาหารคงไว้ว่ากันบล็อกต่อไป แต่บล็อกนี้ขอเขียนถึงที่พักก่อนค่ะ ที่นี่คือ Citadines Shanghai Jinqiao ค่ะ ตั้งอยู่เลขที่ 55 West Beijing Road (Bei3 jing1 xi1 lu4 wu3 shi2 wu3 hao4) ซึ่งอยู่ด้านหลังของตึกที่มีป้ายไฟ Samsung ใหญ่ๆ ข้างสถานีรถใต้ดิน People's square ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสาย (Interchange) ของรถไฟใต้ดินสายหลัก คือ สาย 1 และ 2 ค่ะ

เวลาจะเดินออกไปเที่ยวถนนคนเดินจะสะดวกมาก คือ ใช้เวลาเดินจากโรงแรมไปถึงถนนคนเดินประมาณไม่เกิน 5 นาที ใต้โรงแรมมีทั้งร้านสตาร์บัคส์ ร้านแฟมิลี่มาร์ท ที่สำคัญใกล้ร้านอาหารฮ่องกงที่เปิดถึงตีสองเลยค่ะ

บรรยายเยอะแล้ว มาดูรูปที่พักกันเลยดีกว่า

ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องจะเห็นแบบนี้ค่ะ



รูปเตาพร้อมที่ดูดควัน อ่างล้างจาน และเครื่องล้างจาน (ที่ใช้เวลาทำงานนานมากๆ )



ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้ใส่รองเท้าพร้อมกระจกบานใหญ่ และที่แขวนเสื้อกันหนาวค่ะ



ชะโงกหน้าเข้าไปในห้องน้ำ ที่นี่ไม่มี Cotton bud และ Shower cap ให้นะคะ มีแค่สบู่ก้อน สบู่เหลว Conditioning shampoo แปรงสีฟันพร้อมยา



ดูแคบๆ แต่ก็ใช้การได้ดีพอควรค่ะ



ใช้ฝักบัว และก๊อกน้ำของ Grohe แต่อ่างล้างหน้ากับอ่างอาบน้ำของจีนค่ะ



เดินมาหน่อยก็ถึงเตียงค่ะ แข็งตามปกติมาตรฐานเซี่ยงไฮ้ (เมืองอื่นไม่เห็นที่นอนเค้าจะแข็งขนาดนี้เล้ย ) มาพร้อมหมอนใบเล็ก บางเฉียบ ขนาดหนุน 3 ใบซ้อน ยังให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้หนุนอะไรเลยค่ะ



ที่นี่มีอุปกรณ์ทำความสะอาดให้แขกไว้ใช้ด้วยค่ะ วางเด่นเป็นสง่ามากๆ ทั้งๆ ที่มีแม่บ้านมาทำให้ทุกวัน (เอ๊ะ...หรือว่าทุกวันนี้เค้าไม่ได้ดูดฝุ่น ถูพื้นเลยนะเนี่ย) อ้อ...มีสเตอริโอในตู้ให้ด้วยนะคะ



นอกจากเครื่องดูดฝุ่นแล้ว ยังมีที่รองรีดวางหราให้เห็นอีกต่างหาก



มองย้อนกลับไปที่ทางครัวค่ะ



ที่นี่มีเซฟให้ในตู้เสื้อผ้านะคะ



มาสำรวจอุปกรณ์ครัวกันดีกว่า ว่ามีอะไรให้ใช้ได้บ้าง
ตู้ซ้ายสุด ด้านบนเก็บที่ล้างผัก เขียง ที่รองของร้อน และกระทะค่ะ



ตรงกลางเก็บไมโครเวฟค่ะ



ด้านล่างเหนือตู้เย็นจะเป็นเคาน์เตอร์แกรนิตไว้วางพวกช้อนส้อมมีด (สเต็ค) ตะเกียบ กรรไกร มีดหั่น ที่เปิดไวน์ ที่เปิดกระป๋อง และชา กาแฟ น้ำตาล ครีม เครื่องปิ้งขนมปัง พร้อมกาต้มน้ำที่สามารถต้มและกรองชาในตัวได้เลยค่ะ



ใต้เคาน์เตอร์มีตู้ตรงกลางไว้ใส่หม้อ 2 ใบค่ะ



ปลั๊กไฟที่มีให้เหลือเฟือ หลายจุดในห้อง มากกว่าตามโรงแรมปกติเยอะเลยค่ะ



ข้อดีของโรงแรมนี้มีหลายข้อ แต่ที่เห็นได้ชัด คือ ความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าคุณอยู่ชั้นนึงแล้วจะไปเดินเล่นโต๋เต๋ชั้นอื่นๆ ได้ตามใจชอบนะคะ ที่สำคัญไม่มีหลง เพราะคุณต้องเสียบบัตรห้องพักก่อนกดลิฟท์เสมอ คนไม่มีบัตรจะต้องให้รปภ. มาคอยตรวจสอบและเสียบบัตรให้เท่านั้น

ความสะดวกเรื่องการเดินทางได้บอกไปแล้ว เรื่องอาหารเดี๋ยวจะบอกในบล็อกหน้าค่ะ ส่วนเรื่องของใช้ต่างๆ ก็มีแฟมิลี่มาร์ทให้เลือกซื้อได้

ข้อดีอีกข้อที่จะเล่า คือ ที่นี่มี Launderette ที่เราสามารถไปซักเสื้อผ้าเองในราคาประหยัดได้ค่ะ (ซื้อ Token สำหรับซักแค่ 20 หยวน สำหรับอบแห้งอีก 15 หยวน ***** อัพเดทข้อมูล ปัจจุบันขึ้นราคาแล้ว ซักและอบแห้งในราคา 50 RMB*****)

แต่...ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นห้องนี้ และพนักงานก็จะไม่บอกคุณด้วยค่ะว่ามีอยู่ กว่าเราจะรู้ก็เกือบจะถึงวันเช็คเอ๊าท์แล้วล่ะค่ะ (รู้เอาวันศุกร์ แต่เช็คเอ๊าท์วันเสาร์ ) โดนค่าซักผ้าไป 2 คนจะพันหยวนแล้ว เพราะแค่ T-shirt ตัวเดียวก็ 23 หยวน ลูกลิงตัวละ 10 หยวน)

มาว่ากันต่อที่ข้อเสีย เรื่องการไม่บอกว่ามี Launderette นั่นหนึ่งละ

สอง คือ พนักงานจะไม่บอกคุณเหมือนกันว่า การเดินลงไปส่งผ้าที่เคาน์เตอร์รีเซฟชั่นเองจะประหยัดค่าบริการไปได้ถึง 15% จนกว่าคุณจะแจ้งให้เค้ามารับถุง Laundry ในเวลากระชั้นชิดใกล้ๆ 10 โมงเช้า เพราะเค้าจะหาคนวิ่งมาเอาไม่ทัน เค้าก็จะบอกคุณให้ลงเอามาส่งเองดีกว่านะค้า... ได้ลดตั้ง 15% (แล้วทำไมไม่รู้จักบอกแต่แรกฟระ - -")

สาม คือ ข้างๆ โรงแรมในช่วงนี้มีการก่อสร้าง และคิดว่าคงจะขึ้นเป็นตึกสูงด้วยค่ะ วิวที่เคยเป็นมุมโล่งๆ มองเห็นตึกโรงแรม Radisson สวยๆ ก็อาจจะกลายเป็นมุมอับไป ส่วนมุมที่เป็นวิวถนน Beijing xi lu ถือว่ายังปลอดภัยค่ะ และตัวโรงแรมเองก็มีการปรับปรุงในส่วนของคลับเฮ้าส์ในช่วงนี้ด้วย (26/4/2008 เป็นต้นมา ไม่แน่ใจวันสิ้นสุดค่ะ)

สี่ คือ พนักงานแรกๆ จะหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตร ถ้าเค้าคิดว่าคุณเป็นคนจีน อันนี้น่าจะเป็นทุกที่ในเซี่ยงไฮ้ เพราะเค้าจะสันนิษฐานว่าคุณเป็นจีนต่างจังหวัด เรียกง่ายๆ ว่า บ้านนอก นั่นล่ะค่ะ คนเซี่ยงไฮ้ส่วนใหญ่จะดูถูกคนจีนจังหวัดอื่นๆ แม้แต่ปักกิ่งก็ตาม

ฉะนั้นวิธีที่จะได้บริการที่ดีในด่านแรก คือ ใช้ภาษาอังกฤษด้วยสปีดที่เร็วที่สุด สำเนียงที่คิดว่าเจ๋งสุดที่คุณจะพูดได้ เมื่อเค้าฟังไม่รู้เรื่อง ความมั่นใจจะลดลงทันที จากนั้นคุณค่อยๆ ลดความเร็วลงมาในความเร็วปกติ วิธีนี้แนะนำให้ใช้กับพนักงานในโรงแรมเท่านั้นนะคะ อย่าเอาไปใช้ข้างนอก โดยเฉพาะพวกพ่อค้าแม่ค้าเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นหมูสยามเอาได้ง่ายๆ

ข้อเสียที่ห้า คือ อินเตอร์เน็ตที่นี่ฟรีเฉพาะที่ล็อบบี้ เค้าจะมีเครื่องไว้ให้ใช้ได้ 2 เครื่อง ถ้าต้องทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ผ่านเน็ต แนะนำให้ใช้เครื่องส่วนตัวดีกว่าค่ะ
กรณีที่คุณจะใช้เน็ตบนห้อง เค้ามีให้เลือก 3 แบบ คือ เล่น 1 ชม. จ่าย 30 หยวน, เล่น 1 วัน จ่าย 100 หยวน และเล่น 1 เดือน จ่าย 500 หยวน ซึ่งถือว่าเป็นราคาปกติของโรงแรมในเซี่ยงไฮ้ค่ะ (อะไรๆ ก็เป็นเงินหมดล่ะค่ะเมืองนี้) *****อัพเดทข้อมูล ปัจจุบันให้ใช้ฟรีตั้งแต่กลางปี 2008 ค่ะ*****
ข้อหก คือ บุฟเฟ่ท์อาหารเช้ามีตัวเลือกให้น้อย (ราคา 40 หยวน) เป็นขนมปัง ไข่ดาว ไข่ต้ม (ไม่ใช่ลวกนะคะ) ไส้กรอก แฮม ชีส (จีน) สลัด ซีเรียล โจ๊ก และเครื่องดื่มร้อน (ชา กาแฟ นม) เย็น (น้ำส้ม นม กับอะไรอีกอย่างนึกไม่ออกค่ะ) ที่อร่อยสุดในนั้น เห็นจะเป็นโจ๊กที่ใส่ไข่เยี่ยวม้า และหมูค่ะ

ข้อเจ็ด คือ ห้องไม่เก็บเสียงเท่าไหร่ค่ะ ยิ่งถ้าห้องอื่นไม่ได้ปิดประตูด้วยแล้ว แม้แต่เสียงแปรงฟันของเค้าก็ยังได้ยินเลยค่ะ นี่ยังไม่นับเสียงครอบครัวคนจีนตอนทานข้าวนะคะ

สรุป คือ ที่นี่เหมาะที่จะพักเป็นคู่ เป็นครอบครัว คุณสามารถนำอาหารที่ทานเหลือจากร้านต่างๆ มาอุ่นทานเองได้ (อิชั้นชอบข้อนี้จริงๆ ค่ะ เพราะสั่งกันแต่ละที ลืมคิดเวลาอาหารเหลือต้องขนกลับทุกที) หรือ จะทำอาหารทานกันเอง หรือ ซื้ออาหารเข้ามาทานกันก็ได้ เพราะเซี่ยงไฮ้นี่มีความหลากหลายของอาหารมากกว่าสถานที่เที่ยวซะอีกค่ะ อิชั้นเองมาเซี่ยงไฮ้เที่ยวนี้ก็เป็นทัวร์รับประทานอย่างเดียว ที่เที่ยวไม่สน เพราะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก นอกจากตึกและรถไฟใต้ดิน (ปาเข้าไป 10 สายแล้วค่ะ ใกล้จะเป็นปารีสตะวันออกสมใจอีกเรื่องนึง )

ถ้าเทียบกับ Somerset Grand Shanghai และ City Hotel ห้องที่นี่ใหม่เอี่ยมค่ะ ขณะที่ขนาดห้องพอๆ กัน (แถมที่ City ห้องแบบ Deluxe ยังแคบกว่านี้อีกค่ะ ไม่มีครัวด้วย ห้องน้ำเวลาหันทีก็กระแทกประตูที) ทำเลที่ City จัดว่าแย่กว่า เพราะต้องเดินไกลพอควรกว่าจะถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ส่วนความใกล้แหล่งท่องเที่ยว ที่นี่ก็ดีกว่าค่ะ Somerset รองลงมา City บ๊วยตามเคย (ซึ่งเป็นเหตุให้อิชั้นไม่เคยคิดจะเก็บรูปอะไรไว้เลย)

ส่วนราคา Somerset สูงที่ 1 City ที่ 2 ที่นี่ราคาถูกสุดค่ะ และสำหรับพนักงานบริษัทเดียวกับสามีอิชั้นนั้นจะสะดวกสุดเพราะจุดรถรับส่งไปโรงงานได้ย้ายจาก Somerset มาที่นี่แทน รถจอดรอที่ข้างโรงแรม ออกในเวลา 06:50 จะมีเวลาให้คุณได้กวาดอาหารลงท้องประมาณ 20 นาที (ถ้าทานปกติอาจจะไม่ทันรถออกนะคะ)

ห้องด้านบนเป็นแบบสตูดิโอ ลองมาดูแบบ One bedroom กันบ้าง

เริ่มจากหน้าห้อง เดินเข้ามาแล้วหันขวา...





มีทุกอย่างเหมือนห้องสตูดิโอเลย รวมถึงไมโครเวฟด้วย





ดูเป็นสัดส่วนกว่า เพราะอยู่ในหลืบซ้า... อ่างล้างจานแอบอยู่ด้านนี้





มองตรงๆ จะเป็นห้องรับแขก





ทีวี และสเตอริโอ เล่นแผ่น ดูหนังได้





มองกลับไปที่โต๊ะทำงาน





เห็นทางเดินไปห้องนอนอยู่ด้านโน้น





ถึงห้องนอนแล้ว หัวเตียงหน้าตาจะเหมือนห้องแบบสตูดิโอเป๊ะเลย





ต่างกันหน่อยที่มีระเบียง ให้เดินออกไปสูดควันพิษข้างนอกได้ด้วย





แล้วก็ตู้ที่ใหญ่กว่า





จะดูทีวีก็หันจากห้องรับแขกมาดูได้





ของในตู้เสื้อผ้าก็เหมือนกับห้องสตูดิโอค่ะ




ในราคาที่ต่างกันนิดเดียว แต่กลับได้ห้องพักใหญ่กว่าถึงสองเท่า ถ้าไม่ได้จ่ายเองก็คงไม่ได้รู้ความแตกต่างค่ะ แอบงงๆ อยู่แค่ว่าทำไมเอเจนท์ของบริษัทคุณสามีถึงจองห้องสตูดิโอได้แพงเกือบเท่าห้อง One bedroom ที่อิชั้นจองเองก็ไม่รู้

แถมอาหารเช้าก็ยังมีให้แค่ที่เดียวอีก ขณะที่ถ้าอิชั้นจองห้องสตูดิโอเอง จะได้อาหารเช้าสองที่ในราคาห้องที่ถูกกว่าประมาณ 15 RMB


Create Date : 02 พฤษภาคม 2551
Last Update : 13 ธันวาคม 2552 19:17:21 น. 3 comments
Counter : 4380 Pageviews.

 
ที่พักสะอาดตา แถมใกล้รถใต้ดิน น่าสนใจมากค่ะ


โดย: sueko วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:35:52 น.  

 
คิดถึงเซี่ยงไฮ้จัง...


โดย: MM (ongchai_maewmong ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:04:17 น.  

 
แวะมาราตรีสวัสดิ์นะคะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:0:12:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.