พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

*_^ เที่ยวปักกิ่ง แต่ไปชิมร้านเสฉวน Yú xiāng rénjiā 渝乡人家

ชื่อร้าน : หยูเชียงเหรินเจีย Yú xiāng rénjiā 渝乡人家
รายการอาหาร : ปลาในน้ำมันพริก Shuǐ zhǔ yú-水煮魚, ไก่ฉีกราดน้ำมันพริกและถั่ว Kǒushuǐ jī-口水鸡, ไก่ทอดผัดพริก Làzǐ jī-辣子鸡
เวลาเปิดบริการ : จ-ศ 10:00-14:00, 17:00-21:00, ส-อา 10:00-21:00
ที่ตั้งร้าน : No. 2 East Third Ring Road, Chaoyang District/ 国贸店, 朝阳区东三环南路2号, China
พิกัด GPS : 39° 54' 22.99" N 116° 27' 52.89" E






มาปักกิ่งทั้งทีแต่กลับไปร้านอาหารเสฉวน มีวัยรุ่นปักกิ่งที่พูดอังกฤษได้แอบบ่นกันเอง ตอนที่เราไปถามทางเพื่อหาร้านนี้กันค่ะ (แอบหูดีได้ยินซะงั้น น้องเค้าก็เม้าท์กันเพลินไปเลย เพราะคิดว่าอิชั้นฟังไม่ออก แต่น้องๆ เค้าน่ารักนะคะ อุตส่าห์ช่วยไปเดินถามทางกับรปภ. พนักงานขายของร้านสะดวกซื้อให้ด้วย แทบจะพาเดินไปด้วยซ้ำ แต่ระหว่างทางมีแอบเม้าท์มอยกับเพื่อนอะ )

แต่สุดท้ายเราก็จุดใต้ตำตอเนื่องจากร้านนี้อยู่โรงแรมที่เราพัก นั่นก็คือ The Ascott Beijing ค่ะ

ดูภาพดีกว่า ว่าใกล้แค่ไหน... ข้ามถนนไปก็ถึงโรงแรมเลยค่ะ (โรงแรมไว้รีวิวทีหลังได้ ปากท้องต้องมาก่อนนะฮ้า... )





มาดูบนโต๊ะกัน





เป็นปกติของร้านอาหารในจีนที่จะให้เมนูมาเพียงแค่หนึ่งเล่มต่อโต๊ะ เร่ไปร่อนมาในจีนเกือบสิบปีแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า...ทำไม

ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษ ไม่ลำบากกับคนต่างชาติในการสั่งเลยค่ะ

จานแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย แต่อิ่มได้จริง โขวสุ่ยจี (Kǒushuǐ jī-口水鸡) แปลว่า ไก่เรียกน้ำลาย ไม่ใช่น้ำลายไก่นะค้า... เป็นไก่ฉีกราดด้วยน้ำมันพริก ผสมน้ำมันถั่ว ถั่วลิสง และเครื่องเทศเสฉวน





จานต่อมายังเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยค่ะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกอะไรกันนักหนา น้ำลายเนี่ย ตอนสั่งก็หิวโซจะแย่อยู่แล้วแท้ๆ แต่ขัดใจเจ้ามือไม่ล่ายยย... ) เป็นแมงกะพรุนน้ำมันพริก น่าจะผสมน้ำมันงาด้วย อร่อยแต่...รูปมืดมิดดีแท้...





ตามมาติดๆ ด้วย มะเขือยาวอบกับหมูและซ้อส อร่อยแต่จำชื่อไม่ได้ซะงั้น (สงสัยทานปลาน้อยไปหน่อย)





จะเรียกมะเขือยาวก็เรียกได้ไม่เต็มปากค่ะ ดูเหมือนมะเขือยาวแคระมากกว่า





ต่อมาเป็นจานโปรดค่า... ไปไหนมาไหน เจอร้านเสฉวนก็ต้องจานนี้เลย ล่าจื่อจี (Làzǐ jī-辣子鸡) ร้านนี้ใช้แป้งทอดกรอบแทนถั่ว แปลกดี แต่ก็อร่อยมากกก... เสียแต่ต้องแทะกระดูกอีกเช่นเคยค่ะ





ชาม (กาละมัง) สุดท้าย เป็น ปลาในน้ำมันพริก สุยจู่อวี๋ (Shuǐ zhǔ yú-水煮鱼) นี่ก็รายการที่ต้องสั่งประจำทุกร้านเสฉวน (เหมือนอาหารสิ้นคิดยังไงชอบก๊ลลล... เข้าร้านตามสั่งก็ต้องสั่งผัดกะเพรา เข้าร้านเสฉวนก็สุยจู่อวี๋นี่ล่ะค่ะ) เห็นขนาดแล้วอย่าคิดว่าจะไม่หมดนะคะ ข้างล่างไม่ได้มีอะไรมากเท่าไหร่เลย บางร้านก็เป็นถั่วงอก เป็นผักต่างๆ ค่ะ





ส่วนราคาแต่ละจาน รอบนี้จำไม่ได้เพราะลืมเก็บใบเสร็จมาค่ะ แต่รวมแล้วจ่าย 200 RMB. เป๊ะเลย

อร่อยและถูกแบบนี้ถึงได้รับความนิยมจนต้องเปิดหลายสาขาทั้งในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ค่ะ เฉพาะถนนเจียงกั๋ว Jiangguo ก็มีถึง 3 สาขาแล้ว ถ้าจะไปทานแบบไม่ตรงมื้ออาหาร อย่างหลังบ่ายสองไปแล้ว แต่ก่อนห้าโมงเย็น แนะนำที่สาขาห้าง Wanda ชั้น 7 นะคะ เปิดตลอดวันตามเวลาห้างก็สะดวกดี




 

Create Date : 10 มกราคม 2555    
Last Update : 10 มกราคม 2555 17:11:18 น.
Counter : 625 Pageviews.  

^ ^" ร้านนี้รีวิวแบบจำใจ ฉวนจู้เต๋อ (Quanjude-全聚德)

ด้วยว่าร้านนี้ดังในหมู่นักท่องเที่ยว (มีทั้งแง่ดีและไม่ดีนะคะ) ไม่พูดถึงซะหน่อยคงจะไม่ครบเครื่องเรื่องเป็ดๆ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยได้จากร้านนี้ในเซี่ยงไฮ้ บอกได้เลยว่าความมั่นใจมีไม่มากนักสำหรับความอร่อย แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะสาขาในเซี่ยงไฮ้ปรับรสให้เข้ากับลิ้นคนเซี่ยงไฮ้ เป็ดปักกิ่งเลยออกมาลักษณะนั้น...

ร้านนี้มีหลายสาขาตามเมืองต่างๆ ที่ปักกิ่งก็เช่นกัน สาขาที่นักท่องเที่ยวไปสะดวกก็น่าจะเป็นสาขาที่ถนนคนเดินทั้งสองแห่ง คือ หวังฝูจิ่ง (Wángfǔjǐng-王府井 และ เฉียนเหมิน (Qiánmén-前门)

ถ้าเป็นสาขาที่หวังฝูจิ่ง จะอยู่ในซอยที่แยกจากถนนใหญ่มาหน่อยนึงค่ะ แต่หาไม่ยาก เดินเข้าหวังฝูจิ่งผ่านซอกเล็กๆ ที่ขายของกินแปลกๆ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ ฉวนจู้เต๋อก็จะอยู่ในซอยทางขวา หลังอาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ ที่อยู่เลยไปหน่อยค่ะ มองจากปากซอยจะเห็นประมาณนี้





ใกล้เข้ามาหน่อยนึง





ส่วนร้านที่เฉียนเหมินนั้นติดถนนคนเดินเลยค่ะ สังเกตนาฬิกาเอาง่ายดี





ใกล้ๆ อีกนิด สาขานี้เห็นทัวร์ไทยมาลงเยอะค่ะ





มาดูข้างในกันดีกว่า





น้ำชามาก่อนเลย ชาเก๊กฮวยเหมือนเคยค่ะ (เพราะอยากเทียบคุณภาพกับต้าต่ง) กาละ 37 RMB. ถูกกว่าต้าต่งกว่าครึ่งทีเดียว แต่ไม่หอมเท่า





ต่อด้วยตับเป็ดคลุกงาทอด ที่สั่งจานนี้เพราะอยากชิมตับเป็ดว่าเค้าจะทำมายังไง กะว่าคงจะกรอบนอก นุ่มใน หอมงา ผล คือ เหลือมากกว่าครึ่งจาน เพราะแข็งกระด้างมากทั้งนอกทั้งในเลย 62 RMB. (ด้วยคุณภาพแบบนี้ให้จ่าย 12 RMB. ยังเคืองเลยค่า...) จานนี้อร่อยสุด คือ ข้าวเกรียบค่ะ ^__^"





สั่งซุปมาลองชิมสองอย่าง อย่างแรกเป็น... ซุปเยื่อไผ่ของสามี รสชาติดี แต่ไม่ถึงกับอร่อยมาก 29 RMB. (แพงกว่าต้าต่ง 3 RMB. แต่มีเนื้อมีหนังมากกว่า)





ของตัวเอง สั่งซุปไก่ดำค่ะ (โลกนี้ยุติธรรมเสมอ ) 39 RMB. กลิ่นยาจีนฉุยขึ้นจมูก รสชาติดีอีกเหมือนกันค่ะ





แล้วในจานมันอะไรเนี่ย... หนังเป็ดแบบไม่ติดหนัง ส่วนที่ดีที่สุด หั่นออกมาหน้าตาแบบนี้ แป้งกับเครื่องเคียงก็ยังไม่มาด้วย ต้องตามกันอีก...





เป็ดมาละ พอตามเครื่องเคียง พนักงานบอกว่า ก็นั่นไง ข้างๆ จานแรกในรูปน่ะค่ะ ขาดแค่แป้งเท่านั้น เดี๋ยวตามให้ พอของมาครบ ปรากฎว่ามีแค่แป้งห่อเป็ด กุ้ยช่ายขาว น้ำจิ้ม และน้ำตาลทราย (แค่เนี้ย... คิดคนละ 12 RMB. น่ะนะ ) แป้งไม่ได้ถ่ายมา แต่เหนียวหนับจับใจมากค่ะ





ชิ้นส่วนเป็ดจานสุดท้ายก็มาส่ง หัวกับเศษเนื้อเละๆ ที่ขา แล้วหนังกรอบๆ ตรงขาล่ะ





ลงท้องคนนี้หมดรึเปล่าน้า...





จานสุดท้ายที่สั่งกุ้งผัดแบบกงเป่า (Gōngbǎoxiā-宫保虾) จานนี้เป็นจานที่อร่อยสุดบนโต๊ะเลยค่ะ 160 RMB.





ซุปฟรี หลับตาดื่มอาจจะนึกว่าน้ำเปล่าได้





สรุป คุณภาพเป็ดยังไม่ผ่านเหมือนเคย (สภาพเดียวกับที่เซี่ยงไฮ้ล่ะค่ะ ถ้าใครชอบร้านนี้ที่เซี่ยงไฮ้ คิดว่าคงจะถูกใจร้านนี้ที่ปักกิ่งเช่นกัน ลางเนื้อชอบลางยานะคะ เพราะในเว็บเห็นมีบางคนไม่ชอบเป็ดของต้าต่งเหมือนกัน) อาหารอื่นรสชาติใช้ได้ ยกเว้นตับทอด

ราคาเป็ดเท่ากับต้าต่ง คือ ทั้งตัว 238 RMB. ครึ่งตัว 119 RMB. แต่ค่าเครื่องเคียงที่นี่มีแค่ 3 อย่าง พร้อมแป้งห่อคิด 12 RMB. อาหารอื่นๆ ราคาส่วนใหญ่แพงกว่าที่ต้าต่ง (เว้นอาหารทะเล) ชาถูกกว่าแต่ไม่หอม มีค่าอุปกรณ์การทานด้วยคนละ 3 RMB. นะคะ อ้อ..พนักงานเสิร์ฟอาหารที่นี่จะแนะนำอาหารราคาแพงให้ทุกครั้งที่ถามถึงอาหารแนะนำค่ะ ฉะนั้นพยายามเลือกเองดีที่สุด

บล็อกหน้าไปชิมอาหารเสฉวนร้านดังกันค่ะ (เรื่องเที่ยวไว้ทีหลังเน้อ... เพราะสมาชิกอื่นเค้าทำได้ดีกว่าเยอะ )




 

Create Date : 06 มกราคม 2555    
Last Update : 6 มกราคม 2555 17:14:44 น.
Counter : 1338 Pageviews.  

=^_^= เที่ยวปักกิ่ง ก็ต้องชิมเป็ดปักกิ่งในดวงใจร้าน Da Dong 大董烤鸭店

ชื่อร้าน : Da Dong Beijing duck restaurant 大董烤鸭店
รายการอาหาร : เป็ดปักกิ่ง (Beijing roasted duck 北京烤鸭), Gong bao ji ding (宫保鸡丁)
เวลาเปิดบริการ : 11:00-22:00
ที่ตั้งร้าน : 3 Tuanjiehu Beikou, Dongsanhuan Lu (southeast corner of Changhong Qiao) และ5/F, Jinbao Dasha, Jinbao Jie, Dongcheng District, China
พิกัด GPS : 39° 54' 54.54" N 116° 25' 15.61" E






ถ้ามาถึงปักกิ่งแล้วไม่ได้ชิมเป็ดปักกิ่งก็เหมือนจะมาไม่ถึงใช่มั้ยคะ หลังจากที่หาข้อมูลร้านที่ได้รับการลงคะแนนว่าอร่อยที่สุดจากหลายเว็บไซต์ รวมถึงถามคนจีนที่รู้จัก ผลสรุปออกมาไม่ค่อยจะตรงกันระหว่างเว็บไซต์กับคำบอกเล่า คือ บางเว็บว่าร้านฉวนจู้เต๋อ (Quanjude-全聚德) บางเว็บก็ว่าร้านต้าต่ง (Da Dong-大董) บางเว็บก็บอกว่า เสี่ยวหวังฝู (Xiaowangfu-小王府) แต่พอถามคนจีนที่รู้จัก (ทั้งในและนอกปักกิ่ง) กลับได้แค่คำตอบเดียวกัน คือ ต้าต่ง

อย่ากระนั้นเลย สิบปากว่าไม่เท่าปากชิม ต้องพิสูจน์กันหน่อย ดังนั้นเป็ดปักกิ่งร้านแรกที่เราจะเริ่มเปรียบเทียบชิมจึงเป็นร้านต้าต่งไปโดยปริยาย

สาขาแรกที่ชิม คือ สาขา Tuanjiehu สาขานี้อยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวไปนิดนึง ถ้าเทียบกับอีกสาขาที่ไปชิมภายหลัง แต่การบริการจัดว่าสุดยอดกว่าค่ะ ไม่บีบให้ลูกค้าต้องสั่งอาหารแพงๆ เท่านั้น แถมยังเตือนเมื่อเราสั่งอาหารเยอะเกินไปอีกต่างหาก (พอดีจะสั่งปลาเปรี้ยวหวานทาน เพราะเห็นในเว็บที่วิจารณ์บอกว่าอร่อยมาก แต่พนักงานบอกว่า ตัวนึงหนักราวๆ กิโลครึ่ง เยอะไปสำหรับสองคนที่สั่งเป็ดครึ่งตัว และมีอาหารอื่นอีก ที่สำคัญราคาต่อครึ่งกก. อยู่ 198 RMB รวมราคาแล้วจะราวๆ จานละสี่ร้อยหยวนเลยทีเดียว) ส่วนบรรยากาศก็เป็นแบบร้านจีนๆ ทั่วไปค่ะ

ดูหน้าร้านกัน (พิกัดที่ให้ไว้เป็นของอีกสาขาด้านล่างนะคะ) ถ้าจะไปสาขาแรกนี้ ต้องใช้ที่อยู่นี้แทน
3 Tuanjiehu Beikou, Dongsanhuan Lu (southeast corner of Changhong Qiao), Chaoyang District / 朝阳区团结湖北口3号楼东三环路(长虹桥东南角)





มาดูหน้าตาเมนูกันดีกว่า... ใหญ่โตมโหฬารมาก มีอาหารให้เลือกเยอะจริงๆ แต่เราตั้งใจจะมาชิมเป็ดน่อ...





ถ่ายตอนยังมีที่รัดผ้าเช็ดปากไม่ทัน น้องเค้าบริการว่องไวดีมาก... แถมหน้าตาสวย น่ารักอีกต่างหาก





บรรยากาศภายในร้าน ดูสบายๆ น่านั่ง





สั่งชาเก๊กฮวยมาก่อน กาละ 80 RMB. (ที่สั่งเพราะสามีอยากดื่มชาหอมๆ ร้อนๆ ค่ะ ซึ่งปกติทุกร้านอาหารในจีนจะมีน้ำร้อนให้บริการฟรีอยู่แล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องสั่งเครื่องดื่มอะไรเพิ่ม ถ้าไม่ได้อยากดื่มเป็นพิเศษจริงๆ ทริปนี้เจอชากาละ 198 RMB. มาแล้วทั้งๆ ที่เช็คราคาก่อน... แต่ตามองผิดไป เห็นราคาต่อถ้วย เป็นราคาต่อกาไป ปวดใจมากกกก... เตือนทุกคนที่มาจีน แต่ตัวเองดันพลาดเองซะงั้น )





เครื่องเคียงเป็ดมีทั้งหมด 8 อย่าง คิด 8 RMB. ต่อคน





เห็นซุปมีหลากหลายมากเลยเกิดอาการอยากชิม ทั้งๆ ที่ทางร้านจะมีซุปเป็ดฟรีให้ทุกคนที่สั่งเป็ดปักกิ่งอยู่แล้วค่ะ

เจ้ามือเลือกซุปเป็ดกับผักเพราะอยากเทียบว่าของจ่ายตังกับของฟรีจะต่างกันแค่ไหน ถ้วยนี้ 26 RMB. อร่อยกว่าซุปฟรีค่ะ...ยืนยัน





ส่วนถ้วยนี้เป็นซุปปลาหมึก รสชาติดีมาก...





เนื้อปลาหมึกและรสนุ่มละมุน (ช้อนที่ใช้ตักนั่น ช้อนกาแฟนะคะ )





เทียบขนาดถ้วยกันหน่อย ราคาเท่ากันค่ะ 26 RMB. แต่ลงความเห็นกันแล้วว่า ซุปปลาหมึกอร่อยกว่าเยอะ





ความที่แค่อยากลองเพราะไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกันว่าจะอร่อยแค่ไหน เลยสั่งเป็ดมาแค่ครึ่งตัวก่อน ก็จะได้หนังกรอบมาส่วนนึง หนังติดเนื้ออยู่ข้างล่าง และขาหนึ่งข้าง (หนังตรงขานี่กรอบมากค่ะ กรอบเหมือนทอดมาเลย ) เป็ดตัวละ 238 RMB. ครึ่งตัวก็ 119 RMB.





ดูอาหารจานอื่นกันบ้างดีกว่า จานนี้เป็นเนื้อเป็ดผัดกับเก๋ากี๊ ถั่วลันเตา เมล็ดสน คิดเป็นคำ คำละ 12 RMB. สั่งมาสี่เพราะกลัวตีกัน (บ้านเราทำให้ฟรีน้า... แต่ลองดูว่าเค้าใช้ความละเอียดในการเพิ่มคุณค่าของเหลือได้ดีสมราคาหรือไม่) ในบางเว็บฝรั่งถึงกับแนะนำให้ทวงเป็ดส่วนที่เหลือด้วย ไม่งั้นทางร้านก็จะเอามาทำอาหารขายต่อได้แบบนี้... ^___^"





ดูใกล้ๆ ค่ะ ตัวรังกรอบมาก เค้าเอาผักกาดแก้วมาซับน้ำมันคล้ายเมี่ยงเป็ดบ้านเราเลย





จานต่อไปเป็นลูกชิ้นเป็ด (ก็ตั้งใจมาชิมเป็ดนี่นา... ) ผัดเปรี้ยวหวาน เนื่องจากอกหักจากปลาเปรี้ยวหวาน แต่อยากชิมฝีมือการทำเปรี้ยวหวานเค้าค่ะ เพราะน่าจะรสเดียวกัน สั่งมาแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ จานนี้ 68 RMB.





มาดูซุปเป็ดฟรีกันดีกว่า หน้าตาจืด... รสก็จืดใกล้ๆ กัน แต่ยังดีกว่าของอีกร้านนะคะ





ถ่ายแบบรวมซะหน่อย...




อิ่มแล้วเริ่มหันไปมองโต๊ะข้างๆ ไม่รู้ว่าสั่งอะไร แต่เชฟผัดซะไฟท่วมเชียว





น้องพนักงานเห็นว่าเริ่มอิ่มก็เข้ามาถามว่า จะรับของหวานเป็นอะไรดี ระหว่างโจ๊กกับงาดำ ตัดสินใจไม่ได้ อยากชิมทั้งคู่เลย ฟรีนะคะ





จบของหวานมีผลไม้ต่ออีกค่ะ แตงโมงั้นๆ แต่ส้มอร่อยมากกก... จานนี้ก็ฟรีค่ะ





หลังจากทานเป็ดที่นี่ตอนมื้อเที่ยง ตกเย็นไปทานอีกร้านฉวนจู้เต๋อ อีกวันก็ไปเสี่ยวหวังฝู ทำให้เราสองคนตกลงกันว่า ก่อนออกจากปักกิ่งต้องไปต้าต่งอีกครั้งและต้องสั่งเป็ดทั้งตัว!!!

เลือกสาขาใกล้แหล่งท่องเที่ยวหน่อยคราวนี้ ไปตามพิกัดที่ให้ได้เลยนะคะ 5/F, Jinbao Dasha, Jinbao Jie, Dongcheng District / 东城区金宝街金宝大厦5层 ด้านหน้าของร้าน พอออกจากลิฟท์มา จะเห็นเป็นครัวเปิดสำหรับย่างเป็ดโชว์ค่ะ

ร้านนี้ไฟสลัวมากกก...





ถ้าต้องการเลือกเป็ดเองคิดราคาเพิ่มตัวละ 20 RMB. เป็น 258 RMB.





ร้านแต่งทันสมัยกว่าสาขาแรกเยอะ นี่หน้าห้องน้ำนะคะ





เป็ดของเรามาแล้ววว...





เครื่องเคียงเหมือนกัน





ระหว่างรอเป็ด ชิมจานนี้ก่อน ไก่ผัดแบบเสฉวน (Gōng bǎo jī dīng-宫保鸡丁) จานนี้ 68 RMB. (เท่าที่สังเกต อาหารที่ไม่ใช่อาหารทะเลจะราคานี้ล่ะค่ะ)





ต่อด้วยเป็ดผัดในรังนก (ชักออกแนวไม่ค่อยพัฒนาละ แต่มันอร่อยนี่นา...)





เป็ดแล่เสร็จจานแรก





แป้งอันนี้ต้องรีบทานไม่งั้นจะหายกรอบค่ะ





จานที่สองเสร็จแล้วววว... ลองดูที่หนังเป็ดนะคะ กรอบเบา ไม่ชุ่มน้ำมัน หนังหนากว่าเป็ดปักกิ่งบ้านเรา เป็ดร้านนี้ทำให้ต้องเปลี่ยนคำพูดที่เคยมั่นใจมาตลอดว่า เป็ดปักกิ่งบ้านเราอร่อยกว่าในจีนค่ะ





คราวนี้ได้สองขาเลย ไม่ต้องแย่งกัน





ซุปฟรีร้านนี้แต่งสวยกว่าตรงที่มีผักลอยหน้ามา แต่รสเดียวกันเป๊ะค่ะ





รวมมิตรซะหน่อย





พอดีไปถึงร้านตอนบ่ายโมงแล้ว สันนิษฐานว่าแตงโมหมดเลยเหลือแต่ส้มกับงาดำ





บรรยากาศร้านค่อนข้างแตกต่างจากอีกสาขาอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว





ฟืนที่ใช้ย่างเป็ดค่ะ





เชฟต้าต่ง ออกหนังสือทำอาหารเกี่ยวกับตับห่านของยี่ห้อ Rougie ซึ่งมีขายเยอะในจีน





ถ้าจะมาสาขานี้หาไม่ยากค่ะ จริงๆ เดินจากหวังฟู่จิ่งมาก็ได้อยู่ (แต่อาจจะไกลนิดนึง) สังเกตตึกที่ป้ายนี้





คำแนะนำ ก่อนไปทานร้านนี้ ควรจองก่อนหรือไม่ก็ต้องเตรียมใจให้ทานไม่พร้อมกับคนอื่นๆ เช่น ไปทานตอนร้านเพิ่งเปิดเลย คือ ราวสิบเอ็ดโมงกว่าๆ หรือ ไปตอนที่คนทานกันเสร็จแล้ว อย่างบ่ายโมง (แต่ร้านปิดตอนบ่ายสองกว่านะคะ)

บล็อกหน้าถึงคิวของร้านดัง สาขาเยอะมาก ฉวนจู้เต๋อ




 

Create Date : 03 มกราคม 2555    
Last Update : 3 มกราคม 2555 20:09:04 น.
Counter : 4863 Pageviews.  

นั่งรถไฟไปปักกิ่ง

เคยมีคนถามเรื่องการขึ้นรถไฟจีนมา แต่ด้วยขาดประสบการณ์จึงตอบไม่ได้ คราวนี้ได้ลองของจริงแล้วค่ะ ขึ้นรถไฟจากเสิ่นหยาง (Shenyang 沈阳) ไปปักกิ่ง (Beijing 北京) เป็นรถ CRH ใช้เวลาราวๆ 5 ชม. ขึ้นได้จากทั้ง 2 สถานีในเสิ่นหยาง คือ North Shenyang station (沈阳北站) และ Shenyang Station (沈阳站)

แนะนำว่าการเที่ยวทางรถไฟในจีนนั้น ไม่ควรมีของมากนัก เนื่องจากแต่ละสถานีรถไฟมีนโยบายไม่ (น่าจะ) เหมือนกัน หากเรานั่งรถแท็กซี่มาลงที่สถานี เราจะต้องข้ามถนนไปที่สถานีเอง (ทั้งเสิ่นหยางและปักกิ่งเหมือนกันค่ะ) และในสถานีตามเมืองไม่ใหญ่ มักจะไม่มีบันไดเลื่อนนะคะ เดินขึ้นลงบันไดปกติ โดยจะมีทางลาดไว้ให้ลากกระเป๋าขึ้นลงได้ (แต่สามีบอกว่า มันไม่ได้ช่วยให้เบากว่าเดิมเท่าไหร่เลย)

การหาตารางรถไฟและราคาใช้ข้อมูลจากเว็บนี้ได้เลยค่ะ http:/www.chinatrainguide.com ข้อมูลทันสมัยดี แต่ราคาอาจจะไม่ตรงบ้าง เพราะในเว็บระบุไว้ว่า 225 RMB. แต่ซื้อตั๋วที่สถานีจ่ายจริง 207 RMB. หรืออาจจะเป็นช่วงฤดูหนาว ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยวก็ไม่แน่ใจนะคะ (ไว้จะลองไปช่วงอื่นดูบ้าง หาเรื่องเที่ยวได้อีก...)

หน้าตาตั๋วรถไฟค่ะ เวลาไปซื้อตั๋วต้องเตรียมพาสปอร์ตไปด้วยนะคะ ส่วนคนจีนต้องใช้บัตรประชาชน แต่... จะมีคนที่เสี่ยงขึ้นรถไฟโดยไม่มีตั๋วเหมือนกันค่ะ ไม่แน่ใจว่าขึ้นมาได้อย่างไร แต่เห็นเค้าถามพนักงานบนรถไฟเรื่องซื้อตั๋ว ซักพักก็จะมีคนมาเก็บค่าตั๋วหลังรถไฟออกไปซักครึ่งชม.แล้วค่ะ





ชานชาลาที่เสิ่นหยางค่ะ ตอนเก้าโมงเช้า อุณหภูมิ -2 ลมพัดมาแต่ละที





รถไฟเร็ว (CRH) จะหน้าตาแบบสีขาว ส่วนรถไฟช้าหน้าตาแบบข้างๆ ที่สีแดงค่ะ





มองหาเลขที่ตู้รถที่จะขึ้นได้จากข้างๆ รถแบบนี้





ดูบรรยากาศภายในรถไฟกันค่ะ





ถ้าเทียบกับเครื่องบิน รถไฟจะมีช่วงที่วางขาค่อนข้างยาวกว่า นั่งสบายพอควร มีนิตยสารจีนและถุงใส่อาเจียน แต่ข้อเสีย คือ ปรับเอนไม่ได้





มีถาดวางอาหาร ที่แขวนกระเป๋าให้ด้วย





ส่วนข้างบน อันขาวๆ นั้นไว้แขวนโค้ท





ที่นั่งบนรถไฟนี้จะมีทั้งแบบนั่งหันหน้า หันหลัง และทั้งหันหน้าและหลัง (เอ๊ะ...ยังไง) คือ แบบสุดท้ายนี่จะเป็นแบบที่มีโต๊ะตรงกลางน่ะค่ะ เหมาะสำหรับกลุ่มที่มาด้วยกันสี่คนหรือหกคน เพราะจะได้แบ่งอาหารหรือคุยกันได้สะดวก แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่คุ้นกันก็ออกจะอึดอัดนิดหน่อย เนื่องจากต้องนั่งมองหน้ากันเกือบห้าชม.เลยค่ะ

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในรีวิวรถไฟนี้ เนื่องจากจีนได้ชื่อว่ามีชื่อเสีย(ง) ระบือไกลไปสามโลกสำหรับ...ห้องน้ำ





ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ สะอาดพอใช้ได้ทีเดียว (หรือจะเป็นที่สามีรีบไปถ่ายตั้งแต่ตอนรถยังไม่ออกก็ไม่แน่ใจ) ในรูปนี้หน้าตาประมาณห้องน้ำบนเครื่องบินเลย




นี่ก็ยังโอเคนะคะ





ตรงนี้เริ่มเละนิดหน่อย แต่ยังไหวอยู่น้า...





แต่...ห้องน้ำมีสองฝั่งนะคะ ฝั่งนึงหน้าตาแบบนี้ แต่อีกฝั่งนึงจะเป็นแบบนั่งยองๆ น่ะค่ะ ฝั่งหลังนี่ล่ะที่น่ากลัว เลยไม่มีใครเสียสละเข้าไปถ่ายรูปมาลงในบล็อกค่ะ

เคล็ดในการเลือกที่นั่งบนรถไฟ พยายามเลือกที่นั่งที่ไม่ต้นหรือปลายโบกี้จนเกินไป เช่น 1-15 หรือ 40 ไปแล้ว เนื่องจากจะใกล้ห้องน้ำค่ะ ไม่ใกล้ของตู้เราก็จะไปใกล้ของอีกตู้นึงอยู่ดี เวลาประตูปิดเปิดที กลิ่นจากห้องน้ำที่นั่งยองๆ ก็จะโชยบอกทางมาเป็นระยะๆ


ส่วนที่หน้าห้องน้ำก็มีบอกรายละเอียด ความเร็วรถ อุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกรถ สถานีต่อไป





มีน้ำร้อนให้กดดื่มได้ฟรีตลอดเส้นทางนะคะ ถ้านั่งรถเที่ยวเย็นหรือกลางคืน ขอให้เตรียมอาหารไปเอง ไม่ว่าจะซื้อแม็คโดนัลด์ เคเอฟซี บะหมี่สำเร็จรูป ฯลฯ เพราะรถเที่ยวเย็นนี้ส่วนใหญ่อาหารจะหมดค่ะ ถ้าพกบะหมี่สำเร็จรูปไปก็กดน้ำตรงนี้ได้เลยค่ะ





ขณะที่เที่ยวเช้าๆ ของกินเพียบมาก





ทางเดินไปตู้เสบียง... แอบวาดภาพว่าคงเหมือนตู้ที่ปริศนาไปนั่งหม่ำข้าวผัดกับท่านชาย





เจอตู้วางของละ แต่เอ๊... รู้สึกแปลกๆ แฮะ





อะ..อะไรเนี่ย





ยืนเกาะโต๊ะกิน ไอ๊...หยา... อั๊วแก่เลี้ยววว ม่ายไหวน่อออ...





หน้าตาอาหารบนรถไฟเที่ยวเย็นค่ะ 15 RMB. ซุปสำเร็จรูป 6 RMB.




เป็นกระดูกเป็ดติดหนังผัดกับซ้อสและมันฝรั่ง รสชาติดี แต่ไม่มีเนื้อเป็ดนะคะ ดึกหน่อยมีป๊อบคอร์นมาขาย ถุงละ 10 RMB. แต่เป็นแบบจีน รสออกหวานค่ะ





ถึงปักกิ่งแล้วค่ะ เห็นร่องรอยหิมะที่ละลาย... ยังแฉะอยู่เลย





ชานชาลาที่ปักกิ่งจะใช้วิธีกั้นคนที่จะขึ้นไว้ข้างในตึก แล้วให้คนที่ออกจากรถไฟเดินอ้อมไปเข้าตึกอีกด้านค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เบียดเสียดกันอยู่ข้างหน้ารถไฟ เราก็ต้องเดินจนเลยป้ายไฟนั่นไป





ที่หน้าสถานีรถไฟปักกิ่งนี้ จะมีทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินสาย 2 ที่วิ่งวนในเมือง ถ้าโรงแรมที่เลือกไว้อยู่ในเส้นทางที่ใช้รถไฟใต้ดินสะดวก ก็ลงไปขึ้นรถไฟใต้ดินเลยจะดีกว่ายืนรอแท็กซี่ข้างบนค่ะ เพราะด้านบนนั้นทั้งหนาว (หรือร้อน) และต้องรอนานมาก (ช่วงที่ไปเป็นเดือนธ.ค. อากาศหนาว ก็ต้องยืนสั่นรอแบบนั้นไปมากกว่าครึ่งชม.ค่ะ)

เนื่องจากแท็กซี่ในปักกิ่งมีประมาณหกหมื่นคัน (ทาง Concierge ของโรงแรมบอกมา) เมื่อเทียบกับจำนวนความต้องการแล้ว แท็กซี่เค้าสามารถปฏิเสธคุณอย่างไร้เยื่อใยได้ ไม่เหมือนที่เซี่ยงไฮ้นะคะ ยิ่งเป็นคนต่างชาติที่พูดกันไม่รู้เรื่องด้วยแล้ว เค้าจะปฏิเสธง่ายๆ ประมาณว่า ไม่รู้จัก ฟังไม่รู้เรื่อง ส่งรถไม่ทัน ไกลไป ใกล้ไป ฯลฯ

ดังนั้นถ้าสัมภาระไม่เยอะเท่าไหร่ ใช้รถไฟใต้ดินค่ะ สะดวก รวดเร็วกว่า ไม่ต้องรอแถมรถก็ไม่ติดด้วย แต่ต้องทนเบียดๆ กันหน่อย เพราะรถไฟใต้ดินที่ปักกิ่งนี่ แน่นมากกก...

บ่นเยอะ... ลืมรูปหน้าสถานีได้อีก ถ่ายย้อนแสงนะคะ เลยมืดๆ หน่อย





ภาพนี้ย้อนแสงเหมือนกัน แต่น่าจะชัดขึ้นหน่อย จุดขายตั๋วรถไฟใต้ดินจะอยู่ข้างขวาของรูปนะคะ (หันหน้าเข้าสถานี)





มีเคเอฟซีอยู่ด้านหน้า ซื้อก่อนเข้าไปข้างในได้





นี่ค่ะ...ที่ขายตั๋ว





ทางเข้าออกสถานีรถไฟใต้ดิน





อ้อ... ในสถานีมีส่วนให้ผู้โดยสาร CRH นั่งรอแยกออกมาด้วยนะคะ แต่ไม่ได้เข้าไปเพราะมีกระเป๋าใหญ่และหนักสองใบ เห็นบันไดแล้วท้อค่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนไปนั่งรวมกับขบวนอื่นเอาดีกว่า





ระหว่างนั่งรอจะเห็นมีสาวสวยๆ หลายคนเดินเข็นรถไปมาอยู่ทั่วสถานี พอนั่งดูไปเรื่อยๆ ถึงรู้ว่า น้องเค้ามีกระเป๋าพยาบาลด้วยค่ะ ใครจะทำแผล ขอยาแก้ปวดอะไร น้องเค้าทำให้หมดเลย รวมถึงถามทางด้วย เท่าที่สังเกตมีคนแวะเวียนเข้าไปหาน้องเค้าเกือบตลอดเวลาเลย แต่หาที่ป่วยจริงมีแค่ไม่กี่รายหรอกค่ะ เพราะน้องเค้าสวยมากกก...





เพิ่มเติมว่า การซื้อตั๋วรถไฟนั้นสามารถทำล่วงหน้าได้ 10 วันนะคะ




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2554    
Last Update : 28 ธันวาคม 2554 18:34:10 น.
Counter : 2206 Pageviews.  


L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.