พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

:: ^^ :: ที่พัก และอาหารในชิงต่าว Qingdao ^^

ด้วยว่าการไปชิงต่าวแต่ละครั้ง เป็นการไปพบ Supplier ให้กับบริษัทที่คุณฝาละมีอิชั้นทำงานอยู่ ลักษณะการเที่ยวที่นี่ จึงต่างจากการเที่ยวที่อื่น คือ ตามใจผู้จัด ขัดใจผู้เที่ยว ค่ะ

โปรแกรมเที่ยวพร้อมพนักงานที่ดูแลนั้นถูกกำหนด และเตรียมไว้หมดแล้ว โดยไม่ได้บอกกล่าวเราล่วงหน้า แม้ว่าจะเป็นน้ำใจอันดี แต่ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนค่ะ ไม่ว่าจะขยับกระเป๋าตังซื้ออะไร น้องคนที่ถูกส่งมาดูแลเราก็จะรีบชิงจ่ายก่อนทุกอย่างไป แม้แต่ค่าของเล่นแค่ไม่กี่หยวน ทำให้อิชั้นหมดอารมณ์ที่จะดูของ ซื้อของ หรือ แม้แต่จะเที่ยวที่ไหน เพราะไม่ต้องการให้ใครมาคอยตามจ่ายตังให้แบบนี้ ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติของ Supplier ชาวจีนที่มีงบเลี้ยงดูปูเสื่อลูกค้าอย่างมากมายอยู่แล้ว (เอ่อ...ถ้าเอางบนี้มาปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น หรือ ลดราคาสินค้าให้กับบริษัทคงจะดีกว่ามาก)

บ่นเยอะแล้วค่ะ ขอต่อด้วยเรื่องที่พักก่อนก็แล้วกันนะคะ ในการไปที่ชิงต่าว 2 ครั้ง Supplier รายนี้ก็จองที่พักให้ริมทะเล ชื่อ Seaview Garden Hotel เป็นโรงแรมที่คนญี่ปุ่น และคนจีนจากต่างเมืองนิยมมาพัก แม้ว่าจะอยู่ไกลตัวเมืองก็ตาม
วิวที่ถ่ายจากตอนเดินที่ถนนริมทะเลหน้าโรงแรมค่ะ (เค้าพาเที่ยวทุกวันตั้งแต่เช้ายันดึก จนไม่มีเวลาจะถ่ายตอนกลางวันเลย )


มีน้ำพุด้วยค่ะ


เริ่มเที่ยวกันดีกว่านะคะ วันแรกที่ไปถึง หลังจากออกจากสนามบินก็เข้าเช็คอินที่โรงแรมแล้วออกไปเที่ยวที่เขาเหลาชาน ระหว่างทางเราก็แวะทานอาหารมื้อเที่ยงกันก่อนที่ร้านอาหารทะเล (จำชื่อไม่ได้ซะอย่างนั้น ) เค้าสั่งอาหารมากมายหลายอย่างจนจำไม่ได้ค่ะ ทั้งที่ทานกันแค่สี่คน คือ น้องที่ดูแลเรา คนขับรถ อิชั้นและคุณสามีค่ะ ที่ชิงต่าวนี่เค้าจะภูมิใจในอาหารทะเลเค้ามากกกกก เลยสั่งทั้งกุ้ง ปู ปลา (ไม่มีหอยแฮะ)

แต่ที่น่าสนใจ คือ อาหารขึ้นชื่อของร้าน ซึ่งอิชั้นจำชื่อไม่ล่ายยย (อุตส่าห์จดใส่ทิชชู่ไว้อย่างดี ดั๊นเอามาทิ้งที่เมืองไทยตอนแกะของจากกระเป๋าซะอย่างนั้นค่ะ )

จานนี้เป็นเห็ดชุบแป้งทอด เค้าว่าบำรุงค่ะ


จานนี้เป็นผักใต้น้ำอะไรซักอย่าง เค้าว่าดีต่อสุขภาพคุณผู้หญิงค่ะ ส่วนชื่อก็อยู่ในทิชชู่เหมือนกันแล...


อันนี้เป็นน้องที่คอยดูแลเราค่ะ น่ารักมาก เจ้าของบริษัทเค้าบอกว่าคนนี้พูดอังกฤษได้ดีสุดเลยส่งมา ท่าทางจะอนาคตไกลเพราะการเตรียมตัวดีเป็นเลิศและรอบคอบมากๆ


หลังอาหารเราก็เดินทางไปที่เขาเหลาชานต่อ
ตรงนี้เป็นจุดชมวิว ถ่ายรูปกันค่ะ



เจอวัดตรงเชิงเขาก่อนนะคะ



เข้าไปข้างในก็พบกับไต้ซือแบบในหนังจีนเลยค่ะ



วิวในวัดนี้สวยค่ะ เพราะช่วงที่ไปเป็นช่วงปลายใบไม้ร่วงเข้าหนาวพอดี กำลังเปลี่ยนสีเชียว



ต้นไม้นี้อายุเป็นหลายร้อยปีแล้วค่ะ โอบกันสามคนไม่รอบน่อ



รูปนี้ (คิดเอาเองว่า) สวยนะคะ


ไปต่อดีกว่าค่ะ ขับรถไปเรื่อยๆ จะเจออีกวัดนึง พร้อมถ้ำ และป้ายบอกทางแบบนี้


วิวฝั่งตรงข้ามวัดเป็นทะเลค่ะ



เขาเหลาชาน (Lao Shan) นี้บนยอดเขาจะมีวัดอยู่ แต่ต้องขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไป บังเอิญว่าฝนตกค่ะ เลยไม่ได้ขึ้นไป เพราะกลัวฟ้าจะผ่าคุณฝาละมีอิชั้นเข้าค่ะ สาบานไว้เยอะรายนั้น



นั่งรถผ่านเห็นเค้าทำเกษตรแบบขั้นบันไดริมทะเลค่ะ



แถวนี้มีหินภูเขา (น่าจะภูเขาไฟนะคะ จำไม่ได้แล้ว) สีดำ เค้าเอามาแกะสลักเป็นพระไว้บูชาตามวัดกันค่ะ



หินดำที่ว่าค่ะ



มีบริษัทน้ำดื่มชื่อ เหลาชาน ด้วยนะคะนี่


ไปต่อบล็อกหน้าดีกว่านะคะ รูปชักเยอะแล้ว เดี๋ยวจะโหลดช้าไป

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 12 กันยายน 2550 12:56:28 น.
Counter : 465 Pageviews.  

:: ^^ วัดสวยๆ ในชิงต่าว และร้านอาหารดังในตัวเมือง ^^ ::

เนื่องมาจากมีบางท่านที่อ่านบล็อกโดยเน็ท 56K การยัดเยียดรูปในบล็อกเดียวดังที่อิชั้นได้เคยกระทำมา จึงทำให้เกิดอาการแฮงก์ของเครื่องคอมฯ ขึ้น มีคำแนะนำมาว่าไม่ควรใส่รูปเกิน 10-15 รูปค่ะ ก็รับมาปฏิบัติตามแล้วนะค้า...

บล็อกนี้ก็เป็นช่วงต่อจากที่ไปเหลาชานบล็อกที่แล้วนะคะ
เราไปต่อที่วัดบนยอดเขา (อีกที่หนึ่งนะคะ ไม่ใช่ที่มีเคเบิ้ล เหลาชานมีหลายยอดค่ะ) วัดนี้มีเจ้าแม่กวนอิมงามมากค่ะ



ส่วนชื่อวัด ก็เหมือนเดิมค่ะ ความจำเสื่อมซะงั้น (ไม่ได้เที่ยวเองก็แบบนี้ล่ะค่ะ สมองหยุดทำงานแบบเฉียบพลัน) แต่ถ่ายรูปมานะคะ ใครอ่านออกก็บอกด้วยละกัน



รูปปั้นนี้อยู่ระหว่างทางขึ้นเขาค่ะ



รูปนี้ถ่ายระหว่างทางเดินขึ้นเขาเหมือนกันค่ะ



วัดนี้ใส่ใจรายละเอียดมากค่ะ แม้แต่ทางเดินยังอุตส่าห์จะมีหินแกะสลักแบบนี้ค่ะ



คืนนั้นเจ้าของและผู้บริหารบริษัท Supplier เค้าพาไปเลี้ยงมื้อเย็นรอบสองค่ะ วันแรกนั้นเราไปทานอาหารเสฉวน แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเค้าพาภรรยามาด้วย เลยต้องคุยกับเค้าเยอะหน่อยตามมารยาท (แต่เค้าพูดอังกฤษกันไม่ค่อยได้ค่ะ เลยต้องว่ากันทั้งจีนและอังกฤษ คุยกันคราวนี้เลยเมื่อยมือนิดหน่อย ) ครั้นจะมัวถ่ายรูปอาหารก็ดูกระไรอยู่ค่ะ เลยต้องมาถ่ายเอาวันที่เค้าไม่ได้พาภรรยามาแทน ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ บริษัทเค้า จำชื่อก็ไม่ได้อีกแล้วค่ะ (เอ...เค้าว่าทานปลาแล้วจะฉลาดขึ้น แต่ทริปนี้ไหงสมองฝ่อๆ น้า...)

เค้าสั่งอาหารมาสารพัดทะเล แต่ที่เด็ดสุด เห็นจะเป็นเห็ดค่ะ

เห็ดตัวนี้ (จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว ) มีกลิ่นและรสชาติเหมือนตับห่านเลยค่ะ สุดยอดดดด



พอกลับมาก็จะเจอเจ้าสองตัวนี้นั่งรออยู่บนเตียงค่ะ



โรงแรมนี้เค้าจะมีตุ๊กตามาวางไว้ที่เตียงตอน Turndown bed วันละ 2 ตัวค่ะ ที่ได้มาก็มี โลมา ลิง หมี นก และหมูค่ะ

แม่บ้านเค้าก็ช่างใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกต่างหากนะคะ พอเห็นอิชั้นใส่เสื้อลายทางสีชมพู กางเกงชมพูแปร๋น พร้อมบู๊ทชมพูอีก เธอก็เดินเอา Slipper สีชมพูหวานจ๋อยมาวางให้ถึงเท้าเลยค่ะ ขณะที่ของคุณฝาละมีสีขาวปกติค่ะ น่ารักจริงๆ (ไม่มีวันเจอแบบนี้ในเซี่ยงไฮ้แน่นอนค่ะ)

รุ่งขึ้นอีกวัน ก่อนที่เราจะไป Polar world กัน น้องลีน่าเค้าก็พาเราไปที่หาด แม้ว่าจะไม่สวย สะอาดขาว แบบหาดบ้านเรา แต่คาดว่าคนชิงต่าวคงจะภูมิใจมากค่ะ มีบ้านสวยๆ ที่ชาวต่างชาติหรือเศรษฐีชาวจีนมาซื้อไว้เป็นบ้านตากอากาศอยู่เยอะพอสมควร

เดินไปเดินมาก็เจอนี่ค่ะ น้องเค้าก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร แต่คาดว่าเป็นสัญลักษณ์ของหาดนี้ค่ะ



ไป Polar world เสร็จ ก็ถึงมื้อเที่ยงค่ะ เค้าพาไปร้านดังในตัวเมือง ชื่อร้าน ....แหะๆ อ่านเองหน่อยละกันนะค้า...



อ้อ...หาสมุดเล่มที่บังคับให้น้องลีน่าเขียนชื่อร้านแล้วค่ะ ชื่อว่า Zhou quan zhou dao โจวฉวนโจวเต้า ซึ่งมาจากสำนวนจีนเกี่ยวกับการดูแลเอาใจใส่กัน (จำที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ ) ร้านนี้ดังเรื่องโจ๊ก แต่อาหารอื่นๆ ก็อร่อยค่ะ

คนชิงต่าวนี่เค้าจะมีวัฒนธรรมการกินอาหารที่ต่างจากเมืองอื่นนิดหน่อย ตรงที่เค้าจะเริ่มมื้ออาหารกันด้วยโจ๊กค่ะ เป็นโจ๊กเบาๆ ออกใสๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ใดๆ แต่ละร้านก็จะใส่ส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน เป็นความเชื่อกันว่าจะช่วยให้การย่อยและสุขภาพดีค่ะ จากนั้นจะทานอะไรต่อก็ว่ากันไปตามปกติค่ะ

มื้อนี้ก็เหมือนเคยค่ะ เน้นอาหารทะเล มีผักบ้างเพราะคุณฝาละมีอยากทานเจ้าถั่วผัดพริกแบบจีนนี่มาก ข้าวโพดที่เห็นนั่นหวานมากนะคะ น้องลีน่าบอกว่าดีกับสุขภาพผู้หญิงที่สุดค่ะ แหะๆ แต่คุณพี่ขอผ่านนะคะ เพราะหอยผัด กับ กุ้งทอดมันอร่อยกว่าค่า...



จริงๆ แล้วความรู้เรื่องอาหารเหล่านี้ คนขับรถของบริษัทเป็นคนบอกเราผ่านน้องลีน่าค่ะ เค้าเคยเป็นพ่อครัวมาก่อน จะคอยบอกว่าอะไรดีต่อสุขภาพบ้าง ถ้าเค้าพูดอังกฤษได้ คงได้เรื่องได้ราวมากกว่านี้เยอะเลยค่ะ เพราะน้องลีน่าภาษาเค้าก็สื่อสารได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น (เสียดายจริงๆ)

อิ่มกันแล้วเราก็นั่งรถไปชมสวนสาธารณะของเมืองค่ะ ตรงสวนนี้เราจะเห็นเมืองชิงต่าวได้หลายมุมเลยทีเดียว

มุมแรกที่สะดุดตาหลังลงจากรถ คือ ตึกนี้ค่ะ Tsingtao ตึกของเบียร์ที่ดังสุดในประเทศจีน



ต่อด้วยสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองค่ะ



คุณสามีบอกว่าคนนี้ลูกสาวอิชั้นค่ะ ชมพูทั้งตัวเลย น่าร้ากกกกก (เอ..มันเหมือนจะกินเด็กรึเปล่านะเนี่ยเรา)



ที่เห็นลิบๆ นั่น เค้าเตรียมรับโอลิมปิคปี 2008 กันค่ะ



แม้แต่ทางเดินก็จะมีแผ่นโฆษณาโอลิมปิคที่เคยใช้ในประวัติศาสตร์ค่ะ



อันนี้ที่ฝรั่งเศสค่ะ



จะมีติดแบบนี้ไปตลอดทางเดินเลยค่ะ



จริงๆ แล้วโปรแกรมที่น้องเค้าบอกเราไว้ จะต้องไป TV tower แล้วก็บ้านขุนนางอะไรซักแห่ง แต่ความที่เราอยากจะมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง เลยอ้อนวอนขอร้องให้ตัดออกไปเพราะเราเหนื่อยกันมากแล้ว (น้องเค้าคงกลัวนายว่าเอา เลยต้องให้เราคุยเพื่อยืนยันว่าเราอยากพักจริงๆ เพราะคุณฝาละมีต้องทำงานเช้าวันรุ่งขึ้นน่อ)

เราเลยไปที่สุดท้ายซึ่งเป็นสัญลักษณ์เก่าของชิงต่าวกันค่ะ



พอเห็นจำนวนคนที่เดินบนสะพานมุ่งหน้าไปที่ศาลานั่น
เราคนแก่สองคนก็ตัดสินใจกันว่า ถ่ายรูปจากตรงนี้ก็ล่ายยยย

เค้ามีขายของกันด้วยนะคะ แต่ไม่ได้ลงไปดู กลัวน้ำขึ้นแล้วตะกายขึ้นมาไม่ทันแบบคนอื่นเค้าสิคะ


บรรยากาศดีๆ ริมทะเล มีนักร้องหมู่มาร้องเพลงให้ฟังด้วยค่ะ



เริ่มเย็นแล้ว ทั้งๆ ที่เราขอกลับโรงแรมภายในบ่ายสาม
กว่าจะได้กลับจริงเกือบห้าโมงเย็นค่ะ

ตอนเย็นก็ต้องไปทานข้าวกับฝ่ายขายของบริษัทเค้าอีกแล้วค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเพราะ
...ลืมกล้องค่ะ


วันต่อมาคุณฝาละมีไปทำงาน อิชั้นก็เดินเล่นแถวๆ หาดหน้าโรงแรม จนเจอเข้ากับร้านอาหารเกาหลีที่ถูกแนะนำในเว็บของ Expat ในชิงต่าว หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องชิมให้ได้ เทียบกับที่บ้านเราและที่เสิ่นหยางดูซิว่าจะอร่อยแค่ไหน

ร้านนี้ค่ะ



หายากนิดหน่อย เพราะต้องเดินออกกำลังขึ้นไปบนเนินเขา
แต่เป็นร้านดังของชิงต่าวร้านหนึ่งทีเดียว (ในเว็บเค้าว่างั้นนะคะ) ร้านชื่อ Rock house ค่ะ



ตอนเข้าไปทีแรก ก็เห็นดาหน้ากันเข้ามาต้อนรับขับสู้ดีค่ะ แต่พอเค้าเห็นเราไม่พูดจีนปั๊บ ก็เริ่มเกี่ยงกันทันที ประมาณว่า เธอสิ เธอแหละไป เธอนั่นแหละย่ะ ทำนองนี้ค่ะ อิชั้นก็เลยต้องงัดเอาวิชาภาษาจีนที่สู้อุตส่าห์เรียนมาจาก Tongji U. มาใช้ซะหน่อย จากนั้นคุณน้องคนสวยก็พาเข้ามานั่งในห้องส่วนตัวค่ะ

อย่างที่บอกไว้ว่า คนที่นี่เค้าเริ่มมื้ออาหาร โดยเรียกน้ำย่อยกันด้วยโจ๊กค่ะ

ในรูปเป็นโจ๊กใส่ฟักทอง มาพร้อมกับเครื่องเคียงเพียบบบบ



จริงๆ แค่ทานโจ๊กกับเหล่าเครื่องเคียงก็จะอิ่มแล้วล่ะค่ะ

เราสั่งพวกของย่างไปค่ะ แต่เราไม่ทานเนื้อวัว น้องเค้าก็บอกว่ามีหมู 2 แบบนะ แบบมีมันกับไม่ค่อยมีมัน เลยถามเค้าว่าแบบไหนอร่อยกว่าล่ะ (แอบสืบรสนิยมคนจีนซะหน่อย) เค้าก็บอกว่า แบบมีมันอร่อยกว่า อืม..โอเค ชอบเหมือนกัน เอ่อ...แต่น้องขา ที่เอามาให้เนี่ย มันหมูสามชั้นนะค้า... ไม่ใช่แค่ติดมันน่อ



น้องเค้าบริการดีสุดยอดค่ะ ใครเจอการบริการในร้านอาหารบางแห่งที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว เจอที่นี่จะนึกว่าอยู่บนสวรรค์เชียวค่ะ



ย่างหมูเสร็จ คุณน้องเธอก็เอาซุปกิมจิมาเสิร์ฟให้ค่ะ ตัดผักให้เป็นชิ้นพอคำ เผ็ดเอาเรื่อง เพราะอิชั้นขอเองล่ะค่ะ ทานอาหารจีนมาหลายวันแล้ว อยากทานอะไรเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ เจ้าซุปกิมจินี่จะใกล้กับแกงส้มบ้านเราสุดแล้วในละแวกนี้



ต่อด้วยข้าวยำค่ะ ที่นี่กับเสิ่นหยางเค้าไม่ใส่ไข่แบบบ้านเราแฮะ



วันรุ่งขึ้นก็ทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ท์ที่โรงแรมตามปกติค่ะ ส่วนมื้อเที่ยงก็ไปทานที่โรงงานของ Supplier ซึ่งเค้าให้ความสำคัญกับการรับรองแขกที่ไปโรงงานเค้ามาก ขนาดแบ่งส่วนแคนทีนเป็นห้องรับรองส่วนตัวหน้าตาแบบภัตตาคารเลยค่ะ แม่ครัวก็ทำอาหารได้อร่อยมากและหลากหลายด้วย พอทานเสร็จคนขับรถและน้องลีน่าก็มาส่งที่สนามบิน

ทริปชิงต่าวก็จบลงดังนี้แล.... ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเที่ยวชิงต่าวด้วยกันนะคะ




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 12 กันยายน 2550 12:55:25 น.
Counter : 330 Pageviews.  

Qingdao Polar Ocean world เพิ่งปรับปรุง โชคดีจริงๆ เลย

หลังจากที่ไปไหนๆ ในโซนยุโรปก็เจอแต่เค้าปิดซ่อมกันจนเริ่มทำใจได้แล้วว่า ดวงไม่ดีจริงๆ แต่...ใครมันจะโชคร้ายได้ตลอด จริงมั้ยคะ และที่ชิงต่าวนี่ โชคเริ่มจะเข้าข้างบ้างเล็กน้อยด้วยการประเดิม Ocean world หลังปรับปรุงใหม่

นี่เลยค่ะ ด้านหน้า ขาวจั๊วะ (แต่เจี๊ยะม่ายล่ายน่อ)


เข้าไปข้างในก็จะเจอกับหนุ่มใหญ่รายนี้


ตัวใหญ่แต่ปราดเปรียวค่ะ จับภาพไม่ค่อยได้เลย เพราะไม่หยุดนิ่งๆ ซักที


เค้าคือ...


สามีอิชั้นหาญกล้าจริงๆ ไปปะทะฝ่ามือกับหมีขาวขั้วโลกด้วยนะคะ

น่าลองเอากระจกที่กั้นอยู่ออกเนอะ...


ต่อมาก็เจอเข้ากับพระเอก เป็นโลโก้ของที่นี่เลยนะคะ


เข้ามาใกล้ๆ หน่อยสิจ๊ะ ขอภาพชัดๆ อีกนิดนึง


ยิ้มหน่อยค้าบบบบบ


ขี้เล่นมากเลยค่ะ คุณฝาละมีอิชั้นชอบมาก


ยิ้มว้าน...หวาน


ไปดูปลาอื่นบ้างดีกว่าค่ะ เดี๋ยวน้อยใจ ดูสิคะ ว่ายน้ำหนีไปทั้งฝูงเลย


นี่ตัวอะไรน้า...


ไปดูเค้าให้อาหารเต่ากันดีกว่า


แล้วนี่มันอะไรนะ


เห็นอ้วนๆ แบบนี้ ไวมากนะคะ เดี๋ยวโดดลงน้ำ เดี๋ยวเหาะขึ้นมายืนบนบก (จะเรียกว่าโดดก็ไม่ใช่ เพราะพี่เค้าเหินขึ้นมาในแนวนอนเลยค่ะ) อวดพุงแบบนี้


เจอโลมาสีขาวไปแล้ว มาดูโลมาธรรมดาบ้างดีกว่า พ่อแม่กำลังพาเด็กๆ ไปให้อาหารพอดีเลยค่ะ


คุณสามีเกิดอยากเข้าไปมั่ง เสียแต่ไม่มีเด็กมาให้บังหน้า เลยอดไป (ก็อายเค้าเนาะ ไปต่อคิวแย่งกะเด็กเนี่ย)


เอ... สงสัยเค้าจะลืมอาหารนักแสดงแฮะ คุณโจรสลัดคนนี้เลยต้องแทะรองเท้ารองท้องไปก่อน


มาถึงสุดหล่ออีกหน่อนึง ตัวนี้ไม่ค่อยซนค่ะ


ผมหล่อมั้ยค้าบบบบบ


มาดูพระเอกเต้นระบำแข่งกับคนดีกว่าค่ะ มีโชว์เป็นรอบๆ เหมือนทุกที่ค่ะ


ละครสั้นก็มีนะคะ (ซนแสบจริงๆ เจ้าตัวที่เอากระป๋องครอบหัวเนี่ย)


Ocean world ที่นี่สะอาดและสวยงามกว่า Aquarium ที่เซี่ยงไฮ้อีกค่ะ แม้ว่าราคาจะแพงกว่า 10 หยวนก็ตาม

ขอบคุณที่แวะเข้ามานะคะ




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 12 กันยายน 2550 12:56:59 น.
Counter : 251 Pageviews.  


L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.