พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
@ ^^ @ มาเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ไม่มีเที่ยว เน้นอย่างเดียว "กิน" @ ^ ^ @

วันแรกที่มาถึงเซี่ยงไฮ้ อาหารโปรดที่คิดถึงมานาน นั่นก็คือ Shenjianbao เช็คอินเสร็จปั๊บก็ออกมาที่ถนนอาหารที่ Wujiang ทันที จากที่พักที่รีวิวไปแล้วคือ Citadines Shanghai Jinqiao ซึ่งอยู่ถนน Beijing xi lu จะไปถนน Wujiang ก็ง่ายนิดเดียวคือ เดินไปขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 2 ที่สถานี People’s square ที่อยู่ห่างไปในระยะเดินประมาณไม่เกิน 5 นาที เพื่อไปที่ทางออก 7

ปัจจุบันชื่อสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งได้เปลี่ยนไป อย่างเช่น สถานีที่จะไป Wujiang road นี้ เดิมเคยชื่อ Shimen yi road แต่ตอนนี้คือ West Nanjing Road (Nanjing xi lu) ระยะทางเป้าหมายห่างไปแค่ 1 สถานี้ จากนั้นก็ลงที่ทางออกที่ 2 เดินเลี้ยวไปทางขวาหน่อยนึงก็จะถึงถนนแยกเพื่อเข้าไปถนน Wujiang

ไปถึงก็จะเจออาหารหลากหลายมากกว่าที่เคยเห็น แต่ต้องไปที่เป้าหมายหลักก่อน คือ Yang’s fry dumpling เพราะคิวยาวมาก



ร้านนี้ดูเหมือนว่าจะปรับปรุงมาตรฐานความสะอาดขึ้นมานิดหน่อย ตามราคาที่ปรับขึ้นไป และมีน้ำดื่มขายในร้านแล้วด้วยนะคะ (แต่ก่อนต้องหิ้วเข้าไปเอง)



มาแล้วค่ะ ของโปรด Shenjianbao ราคาขึ้นจาก 4 ลูก 2.5 หยวน ไปเป็นลูกละ 1 หยวนแล้วนะคะ... ซุป 4 หยวน มีแต่ซุปเนื้อ กับ ซุปที่เป็นเกี๊ยว รสชาติธรรมดามากๆ สั่งแค่ shenjianbao ก็พอค่ะ



แต่ที่เด่นๆ และมีขายกันหลายร้านก็คือ ร้านขายอาหารย่างๆ ทั้งทะเล เนื้อแกะ หมู ปีกไก่ กระดูกอ่อนไก่ เนื้อวัว ฯลฯ ส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะต่างกันมาก เพียงแต่จะมีร้านที่คิวยาวเลื้อยมาจนถึงจุดที่ยืนถ่ายรูปอยู่ร้านนึง (ซึ่งไม่ได้ลองเพราะขี้เกียจต่อคิวอีก) ดูจะเป็นที่นิยมเป็นพิเศษ นั่นก็คือร้านนี้ค่ะ



ส่วนร้านที่ซื้อนี้จะเป็นร้านนี้ค่ะ



ที่สั่งไปเป็นปีกไก่ ไม้ละ 10 หยวน ปลาหมึกตัวละ 10 หยวน และหอยนางรมตัวละ 5 หยวน 2 ตัว รวมเป็น 30 หยวนค่ะ



หอยนางรมค่ะ มีกระเทียมกับอะไรซักอย่าง รสชาติจืดๆ เค็มๆ ค่ะ (หรือลิ้นเรามันคุ้นกับรสแซ่บๆ ไปเองน้อ...)



ต่อด้วยเต้าหู้เหม็น ร้านแรกเป็นร้านที่อยู่ตรงกลาง ดูท่าทางจะเป็นเจ้าอร่อยของคนเซี่ยงไฮ้เค้าค่ะ อยู่ติดกับร้านขายน้ำผลไม้ราคา 4-6 หยวน ขึ้นกับว่าสั่งอะไรไป หน้านี้สตรอเบอรี่เยอะ เลยสั่งสตรอเบอรี่ไปแก้วละ 6 ค่ะ ส่วนเต้าหู้นี่ต้องจ่ายตังก่อนนะคะ คนทอดถึงจะตักให้ ราคา 3 หยวนค่ะ เป็นเต้าหู้ทอดชิ้นใหญ่และให้เยอะกว่าอีกร้านนึงที่อยู่ด้านหน้า

นี่ค่ะคนทอด ดุด้วยน้า... แต่เค้าน่ารักตรงที่ใครแซงคิวไม่ได้ เค้าจะบอกว่าให้คนมาก่อนได้ก่อน (หายากนะคะนี่ในเมืองจีน)



หน้าตาเต้าหู้เหม็นค่ะ ทานได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อเลย เสียแต่เจ้าโฟมที่ละลายมากับน้ำมันร้อนๆ นี่สิคะ ทานบ่อยไปคงไม่ไหวแน่ๆ



น้ำจิ้มมี 2 แบบนะคะ แนะนำให้ผสมกัน โดยใส่เจ้าสีน้ำตาลไม่ต้องเยอะ จะเค็มไปค่ะ



ส่วนเต้าหู้เหม็นอีกร้านที่ว่าอยู่ต้นซอย จะขายเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่กับร้านขายพวกเนื้อแกะและปลาหมึกย่างค่ะ แถมร้านนี้มีข้าวเกรียบทอดขายด้วย จริงๆ ที่ไปซื้อเต้าหู้ทอดเค้า เพราะความเข้าใจผิดกันค่ะ คนเก็บตังเค้าเข้าใจว่าจะซื้อเต้าหู้เหม็น แต่จริงๆ คือ อยากจะลองข้าวเกรียบทอดต่างหาก (เห็นทีจะต้องไปเรียนภาษาจีนใหม่ทั้งหมดแล้วเรา....) มีจุดสังเกตง่ายๆ ค่ะ ร้านที่ว่านี่จะอยู่ทางซ้ายมือจากต้นซอย อยู่หน้าร้านมินิมาร์ทเล็กๆ สามารถเข้าไปซื้อน้ำเตรียมไว้ทานแกล้มกับอาหารได้เลย และคนย่างเนื้อแกะเสียบไม้จะเต้นไปย่างไป ประกอบเพลงตลอดค่ะ.... เต้าหู้ราคา 4 หยวน ชิ้นเล็กกว่าร้านแรก แต่ความรู้สึกส่วนตัวนะคะ ร้านนี้อร่อยกว่าค่ะ และน่าจะปลอดภัยกว่า เพราะใช้กล่องกระดาษ เห็นคนข้างหน้าซื้อทีละ2 กล่องทานคนเดียว ส่วนร้านแรกที่บอกจะอยู่ทางขวามือเลยเข้าไปข้างในเกือบถึงร้าน Yang’s fry dumpling
นี่รูปด้านข้างร้านค่ะ ในกล่องในมือที่ยื่นออกมานั่นคือ กล่องเต้าหู้เหม็นค่ะ



ต่อมาก็ไปเห็นกุ้ง (Crayfish) เข้า ร้านนี้คนขายน่ารักค่ะ พูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็พยายามคุยกัน ลูกกับภรรยาเค้าก็น่ารักมากๆ ค่ะ ราคา 28 หยวนต่อครึ่งกิโลกรัม (ไม่ใช่ราคาเด็กนะคะ ราคากุ้งค่ะ....)



สามีอิชั้นจะขอซื้อลูกเค้าซะแล้ว นี่แน่ะ ตีซะเลย จะมาแยกแม่แยกลูกเค้าน่ะ



ลองมาดูถนนเค้าสิคะ ถังขยะก็มีน้อ.... จากจุดที่เห็นนี่คือยืนในแถวซื้อเต้าหู้ร้านปากซอย ถังขยะก็ห่างไปแค่ 3 ก้าวเอ๊งงงงงงง



มื้อเย็นวันแรกจบลงแบบสะบักสะบอมกระเพาะพอสมควรเพราะเจออะไรก็แวะชิมดะ ถ่ายรูปทันบ้างไม่ทันบ้าง (ที่ไม่ทันนี่คือ ไม่ทันนึกว่าจะถ่ายรูปค่ะ เข้าปากไปซะก่อนแร้วววว )

รุ่งขึ้นมื้อเที่ยงก็ต้องเป็นวันเสี่ยวหลงเปาค่ะ Din tai fung แน่นอน สั่งจานเย็นเป็นไก่แช่เหล้า คุณสามีชอบของที่นี่มาก บอกว่านุ่ม



ไม่นุ่มได้ไงคะ ดูเจ้าวุ้นไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างเนื้อไก่สิคะ



ต้องสั่งชามาแก้เลี่ยนกันหน่อยค่ะ น้ำชาที่นี่กาละ 15 หยวน (ถ้าจำไม่ผิด) เติมได้ไม่อั้น เราสั่งแยกกันเพราะสามีชอบชาขมๆ เอา Longjing มาค่ะ ส่วนอิชั้นขอเป็น Ju hua cha (Chrysanthemum tea) ค่ะ



ซุปค่ะ เป็นผิวเต้าหู้ห่อหมู่สับ กับ เต้าหู้ทอด รสชาติธรรมดา



และแล้วก็มาถึงพระเอกของเรา เสี่ยวหลงเปา ค่ะ (ของในเซี่ยงไฮ้ขึ้นราคาไปมาก ทุกอย่างเลยค่ะ อย่างเสี่ยวหลงเปานี่ ปัจจุบัน 10 ลูก 55 หยวนแล้ว....)



ทานน้อยหน่อยเพราะจะไปทานที่ Paul ต่อค่ะ แต่ร้านที่ซินเทียนตี้บวกค่าสถานที่ไปด้วยแน่ๆ ค่ะ Macaron ที่นี่ 42 หยวน ขณะที่ร้านใน Shanghai Centre กับตรง Huaihai ขายแค่ 39 หยวน ตั้งแต่มานี่ซื้อวันละชิ้น กะว่าให้หายอยากไปอีกนานเลยค่ะ (ลองดูราคายืนยันว่าซินเทียนตี้แพงกว่าจริงๆ)



ส่วน Strawberry millefuille นั้น สาขาตรง Huaihai น่าจะมีตลอด ขณะที่อีก 2 สาขาไม่มีค่ะ แต่สาขาที่ถนน Huaihai พนักงานไม่น่ารักเลย สู้ที่ Shanghai centre ไม่ได้ซักนิดค่ะ อย่างอื่นเช่นแซนด์วิชต่างๆ เอแคลร์ มิวเฟยรสช็อคฯ กาแฟ ฯลฯ มีเหมือนๆ กันหมดค่ะ ถ้าจะให้นั่งสบาย บรรยากาศดี ขอแนะนำที่สาขา Shanghai Centre นะคะ วันธรรมดาเกือบทั้งร้านไม่มีคนเลยค่ะ (ไม่ได้ถ่ายรูปในร้านมาเพราะซื้อขนมไปนั่งทานในสตาร์บัคส์ค่ะ ที่นี่กำลังมีโปรโมชั่นของ Dolce de leche อยู่ เหมาะกับวันที่อากาศร้อนมากๆ แก้วเล็ก 30 กลาง 33 ใหญ่สุด 36 หยวนค่ะ) อ้อ...ร้าน Paul นี่โทรสั่งให้มาส่งได้นะคะ โดยใช้บริการ Sherpa ตามปกติ เบอร์ 6209 6209 เสียค่าบริการอีกนิดหน่อย (ตั้งแต่ 15-30 หยวน) ขึ้นกับเขตที่คุณพักอยู่ค่ะ (ราคาขายปกติ ไม่ได้เป็นราคาซินเทียนตี้นะคะ) แหะๆ เลยไม่มีรูปดีๆ ในร้านเลยซักสาขาค่ะ เหลือแต่รูปขนมที่กำลังถูกทานบนเตียงในวันที่ขี้เกียจแบบนี้ (ถ้าคุณสามีไม่ทักก็คงทานหมดไปก่อนเหมือนเคยแล้วค่ะเนี่ย)



แม้จะทานกันจนอืดจากทั้ง Din tai fung และ Paul แต่ยังคิดถึงอาหารญี่ปุ่นใน Fresh mart ใต้ห้างโซโก้ค่ะ เลยแวะไปซื้อกลับมาที่ห้องพักซะหน่อย เจอว่าราคาของเกือบทุกอย่างขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 30% ค่ะ



โดยเฉพาะเจ้านี่ ปลาหมึกหมักน้ำมันงา แต่ก่อนใส่กระปุกกลมใหญ่บึ้ม ไม่น่าจะต่ำกว่า 15 ตัว ราคาแค่ 12 หยวน เดี๋ยวนี้แม้จะราคาเท่าเดิม แต่เหลือประมาณ 4 ตัว ใส่กล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ แบนแต๊ดแต๋.....



ปลาไหลยังคงถูกกว่าไทยหน่อยนึง (42 หยวนได้ 2 ตัว) แต่รสชาติไม่ดีเหมือนเดิม



เอาแซลมอนมาจี่เกลือซะหน่อย (ไม่มีที่ย่างค่ะ เอากระทะนี่แหละง่ายดี)



ไข่หอยเม่น ไม่สดมาก แต่ก็พอทานได้ค่ะ แพ็คละ 38 หยวน



รูปมื้อเย็นโดยรวม... ลืมไปว่ามีกุ้งหวานกับปูด้วยค่ะ ส่วนข้าวหน้าปลาไหลจริงๆ มี 2 จาน แต่อีกจานอยู่ในมือสามีอิชั้นตอนที่กำลังถ่ายรูปอยู่ค่ะ



รูปชักเยอะแฮะ ขอจบแค่สองวันแรกก่อนดีกว่า ไว้ค่อยต่อร้าน South beauty, Grape และร้านอาหารที่ถนน Huanghe ในบล็อกต่อไปค่ะ



Create Date : 06 พฤษภาคม 2551
Last Update : 6 พฤษภาคม 2551 23:00:53 น. 4 comments
Counter : 8168 Pageviews.

 
อาหารน่าทานนะค๊ะ พวกปิ้งๆ ทอดๆ เนี่ยของโปรดเลยค่ะ


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:39:24 น.  

 
ตอนไปเที่ยวได้ไปกินเสี่ยวหลงเปา
ชอบมากๆเลยค่ะ


โดย: มดโตะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:34:59 น.  

 
เจ๊หลีไม่พลาดที่จะตามมา อิ่มจัง ตังอยู่ครบ ค่ะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:03:41 น.  

 
ของกินท้ังน้านเลยค๊า
น่าทานที่ซู๊ดแต่ว่ารสชาติคงจืดอย่างที่บอก
มาดึกๆ แอนหิวอีกแล้วค่ะ น้ำลายจะไหลแล้ว

เดี๋ยวนี้อะไร อะไรก้อขึ้นราคาแพงไปซะหมดเลยนะค่ะ ไม่ช้อป แต่ไปกิน แอนว่าดีนะค่ะ

แต่แหม...ระวังหกบนเตียงนะค๊า 555


โดย: ann_269 IP: 124.120.164.104 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:24:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.