พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 
-*- อันนี้ไม่ได้ตั้งใจดอง แต่ลืมจริงๆ...Yu Yuan เซี่ยงไฮ้ค่ะ -*-

ด้วยว่าเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าและใหม่ ดังนั้นอวี้หยวนจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเซี่ยงไฮ้ เพราะเป็นบ้านของขุนนางที่สร้างขึ้นเพื่อให้พ่อแม่ได้อยู่ แต่ความที่ใช้เวลาสร้างนานไปหน่อย สุดท้ายพ่อแม่ก็ไม่ทันได้เห็นบ้านและสวนสวยแห่งนี้ของลูกชายตนเอง

วิธีเดินทางมาอวี้หยวนนั้น ปกติก็เป็นแท็กซี่สถานเดียวค่ะ แต่ก็จะเรียกจากสถานีเมโทรใกล้ๆ ได้ ดังนี้คือ เมโทรสาย 1 ให้ขึ้นจากสถานี Huangpi Nan lu สาย 2 ขึ้นจากสถานี Henan zhong lu ได้ค่ะ

เวลาจะไปก็บอกกับแท็กซี่ว่า Wo qu Yu Yuan หว่อชู่ (ชวี่) อวี้หยวน ถ้าเค้าถามว่าจะจอดตรงไหน ปกติก็มักจะให้จอดตรง Shanghai Lao fandian ชั่งไห่เหล่าฟั่นเตี้ยน (ไม่แน่ใจว่าซ่อมเสร็จรึยังนะคะ ครั้งล่าสุดไปเมื่อตอนสิ้นปี เห็นปิดอยู่) แต่มันอยู่ตรงทางเข้าอวี้หยวนพอดี
เห็นหน้าโรงแรมแบบนี้แล้วก็เดินไปทางซ้าย จะเห็นทางเข้าอยู่ขวามือ ถัดจากร้าน Starbucks (ตรงอวี้หยวนนี่มีสตาร์บัคส์ 2 ร้านนะคะ)



พอเข้าไปก็จะเจอสารพัดร้านรวงให้เสียตัง ตั้งแต่ร้านของกระจุกกระจิกจีนๆ ร้านขนม ไล่ไปจนถึงร้านอาหารจีน และร้านไอศครีม Haagen Dazs และ Starbucks (ซึ่งเกี่ยวกันกับอวี้หยวนมากๆ เลยค่ะ )



ระหว่างทางก่อนจะข้ามสะพานซิกแซกหรือเดินข้างๆ ไปเสียตังเข้าตัวสวนอวี้ ก็จะเห็นร้านเสี่ยวหลงเปาเจ้าดัง (ที่คนอื่นเค้าชื่นชมว่าอร่อยกัน) นะคะ
ชื่อร้าน หนานเสียงหม่านโถวเตี้ยน ค่ะ



พอเข้าไปในเขตบ้านแล้ว ก็จะได้เห็นสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่สวยงาม พร้อมการจัดสวนหิน สวนไม้ดอก ไม้ประดับ ตลอดจนบ่อปลาที่ขุดไว้เป็นทางยาวค่ะ


นี่ก็อีกมุมหนึ่งค่ะ



มุมนี้เป็นสัญลักษณ์ของอวี้หยวนเลยค่ะ มีเรื่องเล่า (ที่แอบฟังไกด์จีนเล่าให้ฝรั่งฟัง) ว่า มังกรบนกำแพงนี่สังเกตให้ดี จะเห็นได้ว่ามีเล็บเพียงแค่ 3-4 เล็บทุกตัว เพราะเค้าเปรียบมังกรคือ ฮ่องเต้ ถ้ามีไม่ครบ 5 เล็บ ก็จะทำร้ายเจ้าของบ้านไม่ได้



และเค้ายังมีรูปปั้นเทพต่างๆ อยู่บนหลังคาบ้านบางจุด เพื่อคุ้มครองป้องภัยไม่ให้มาถึงผู้เป็นเจ้าของบ้านอีกด้วยค่ะ


ในบริเวณด้านข้างสวนจะมีวัดที่เรียกว่า City god temple (Chenhuangmiao) อยู่ด้วยนะคะ เดินชมได้

ส่วนรอบๆ อวี้หยวนนั้นจะมีร้านขายของจีนๆ หลากหลายรายล้อมอยู่ ดูจากบรรยากาศใน Yuyuan Bazaar ค่ะ



ลองดูแผนที่ที่ติดอยู่ตรงทั้งทางเข้าและทางออกของสวนนะคะ



มีร้านขายของแถว Chenghuangmiao มากมายรวมถึงศูนย์อาหารชื่อ Shanghai Chenghuangmiao xiao shi guang chang



และมีตลาดขายส่งของจีนๆ อยู่บน Fuyou เลยค่ะ ตลาดนี้เป็นตลาดที่ส่งของให้กับตลาดเซี่ยงหยางในอดีต และอีกหลายๆ ตลาดในเซี่ยงไฮ้ค่ะ โดยจะอยู่ในตึก 2 ตึก
ตึกแรกชื่อ Fu yuan shang sha อยู่ฝั่งซ้ายของถนนค่ะ



เดินไปอีกหน่อยจะถึงเวิ้งที่ขายของจีนๆ อีกเช่นกัน ในนี้จะมีของเล่นเด็ก ปลอกหมอนปัก ที่หุ้มไวน์ กระเป๋าผ้าไหมใบน้อยๆ ฯลฯ ขายในราคาถูกมากๆ เอาตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยงไฮ้มาให้ดูด้วยนะคะ ว่าเวิ้งนี้ภายในเวลาเพียง 1 ปี เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

รูปนี้ เมื่อพ.ย. 2005 ค่ะ


ส่วนนี่ พ.ย. 2006 ค่ะ



เดินไปอีกหน่อยก็จะเจออีกตึกหนึ่งอยู่ทางขวามือ ชื่อ Fuyou men shang sha ใหญ่กว่าตึกแรก และมีของให้เลือกเสียตังได้หลากหลายกว่า

รูปนี้ถ่ายพ.ย. 2005 ค่ะ



ส่วนนี่พ.ย. 2006 ค่ะ เปลี่ยนไปเยอะเลย จริงมั้ยคะ



แต่สิ่งที่น่าตกใจบนถนน Fuyou กลับไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงของตึกค่ะ เจ้าตู้นี้ต่างหากที่ติดเด่นเป็นสง่าบนกำแพงริมถนนสายวัฒนธรรมนี้



ออกมาจากอวี้หยวน ถ้าไปทางซ้ายก็จะเป็นถนน Huaihai (หวยไห่) แต่ถ้าไปข้างหน้าก็จะไปถึงถนน Qipu lu (ชีผู่ลู่) ซึ่งเป็นตลาดขายส่งสินค้าเน้นเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าแฟชั่นต่างๆ


ที่ถนนหวยไห่นั้นได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วในบล็อกซินเทียนตี้นะคะ จะมีก็แต่ที่บ้านของดร.ซุนยัดเซ็นเท่านั้นที่ยังไม่ได้บอกทางและรายละเอียดไว้ แนะนำให้นั่งแท็กซี่ไปจะสะดวกสุด เพราะแม้ว่าจะไปด้วยเมโทรแต่ก็ต้องลงที่ปากซอยแล้วเดินเข้าไปไกลพอสมควร ยิ่งช่วงหน้าร้อนด้วยแล้ว ลืมเรื่องเดินไปได้เลยค่ะ
ถ้ามาจากทางอวี้หยวน จะเห็นป้ายนี้อยู่ทางซ้ายมือค่ะ



ส่วนค่าเข้าเมื่อธ.ค. 2005 แค่ 8 หยวนค่ะ ปัจจุบันเห็นมีข่าวว่าขึ้นแล้ว จะเข้าชมได้เป็นรอบๆ โดยมีเจ้าหน้าที่พาชมและอธิบายให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษและจีนค่ะ ห้ามถ่ายรูปภายในเด็ดขาด ภายในจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องหนังสือ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของดร.ซุนยัดเซ็นซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดของจีนสมัยนั้นค่ะ



ถ้าเลือกมาทางบ้านดร.ซุนยัดเซ็น ตอนออกมาคุณก็อาจจะนั่งเมโทรเพื่อไปลงเดินเล่นแถว Xujiahui ที่มีสารพัดห้าง และร้านขายของในสถานีรถไฟใต้ดินมากมายค่ะ ส่วนด้านบนก็จะมีโบสถ์สวยๆ ให้ถ่ายรูป (ลองดูในบล็อกที่เที่ยวแถว Xujiahui นะคะ) และอาจจะต่อด้วยการไปวัดหลงหัว Longhua si ถ้าเวลายังไม่เกินบ่ายสามโมงเย็นเพราะวัดจะปิดสี่โมงเย็นค่ะ


แต่ถ้าคุณชอบช้อปปิ้งของถูกมากกว่า (แต่คุณภาพก็ตามราคานะคะ ทำใจกันก่อน) ก็ไปที่ชีผู่ลู่แทนได้ค่ะ นั่งแท็กซี่จากอวี้หยวนไปเหมือนกัน ระยะทางพอๆ กันกับบ้านดร.ซุนยัดเซ็นเลยค่ะ
แต่ถ้าคุณพักอยู่แถวๆ Nanjing dong lu อยู่แล้ว ถ้าอากาศเย็นๆ อาจจะเดินตามถนน Henan zhong lu มาก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นหน้าร้อน แท็กซี่สถานเดียวค่ะ เดี๋ยวจะเป็นลมซะก่อนช้อปฯ เพราะถนนในเซี่ยงไฮ้นั้นยาวเหยียดพาดจากตะวันออกไปตะวันตกหรือไม่ก็เหนือไปใต้ค่ะ


ตึกรวมร้านขายส่งละแวกนั้นค่ะ



นอกเหนือจากทำใจเรื่องคุณภาพแล้ว ก็ต้องทำใจเรื่องจำนวนคนด้วยค่ะ


ร้านรวงภายใน



ตอนนี้คิดว่าสถานที่ที่น่าจะไปในเซี่ยงไฮ้ก็ได้เขียนถึงครบแล้ว หวังว่าคงช่วยให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ได้สะดวก และสนุกมากขึ้นนะคะ





Create Date : 21 พฤษภาคม 2550
Last Update : 2 มิถุนายน 2550 12:37:08 น. 23 comments
Counter : 3695 Pageviews.

 
เพิ่งเห็นว่าคุณ L@st love ทำบล็อคเที่ยวเซี่ยงไฮ้ไว้เยอะมากๆ
ดิฉันยังไม่เคยไปเลยค่ะ ไว้ถ้าได้ไปคงต้องมาอ่านละเอียดๆอีกที
(แต่ไม่รู้จะได้ไปเมื่อไหร่หน่ะสิคะ)


ปีนึงอะไรๆเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันเนอะคะไม่น่าเชื่อ
แต่ที่แน่ๆ คนเมืองนี้เยอะจริงๆเลยนะคะ


โดย: ตรีนุช3903 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:42:11 น.  

 
มาทักทายครับ พี่

สบายดีใช่ไหมครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 22 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:34:35 น.  

 
ลืมลงซะงั้น ทีหลังอย่าลืมนะคะ เจ๊หลีตามมาเที่ยวอีกแล้วอะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 22 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:04:44 น.  

 
Hello ka, How are you ka?
Thanks so much na ka, I'm better now and my computer was problem again ... maybe they follow me ka...5555
I miss you always ka..and can not wait to see your blog also...
Take care na ka , I will visit you again when my computer will be ok ka..

By the way, starbucks coffee shop pic is look difference from another country ka


โดย: Htervo วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:26:50 น.  

 
มีประโยชน์มากมายมหาศาลเลยค่ะ

เราต้องติดตามคุณผู้ชายที่บ้านไปเซี่ยงไฮ้เกือบทุกปี(ปีที่แล้วไม่ได้ไป) ปีละสองเดือน
มาขอจดๆๆๆ รายชื่อร้านอาหารนะคะ ส่วนใหญ่จะฝากท้องไว้ที่ร้านตรงข้ามโรงแรม Rizt Carlton
กับร้านอาหารญี่ปุ่นข้างการบินไทย เพราะว่าอยู่ตรงกันข้ามและใกล้โรงแรมดี
แล้วก็ตามแต่ฝ่ายเมืองจีนเค้าจะพาไป แต่ว่ากลางวันนี่ซิคะ เราต้องหาที่ทานเองเพราะว่าสามีทำงาน
ตรงนี้มันยากมากๆเลยสำหรับเรา ให้ทานที่โรงแรมทุกวันเราก็เบื่อแทบอ้วก
มีร้านไหนนั่งคนเดียวได้ง่ายๆบ้างมั้ยคะ จากตามโพยที่คุณแนะนำมา แบบว่านั่งคนเดียวแล้วไม่แปลกๆน่ะค่ะ
ที่แล้วๆมามื้อกลางวันเราฝากชีวิตไว้ตามร้าน Fast food
แล้วค่อยมาตบหนักเอามื้อเย็นเวลาทานกับสามี
คือไปกันสองคนยังพอช่วยกันมั่วเมนูได้อ่ะค่ะ...หุ หุ

เดือนหน้าต้องไปอีกแล้ว ไม่รู้ว่าคราวนี้เราจะชำนาญในการกระโดดหลบน้ำลายได้ทันรึยัง...


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:4:14:57 น.  

 
คุณตรีนุชคะ ไว้จะไปเซี่ยงไฮ้เมื่อไหร่ก็หลังไม้ได้เลยนะคะ ยินดีค่ะ

น้องแดน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันค่ะ รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ

เจ๊หลีขา...เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขนาดว่าร้านอาหารแถวนั้นยังทำเสร็จไปเป็นบล็อกแรกๆ เลยค่ะ งงเหมือนกันว่าลืมไปได้ไงค่ะ

คุณบุ๋มคะ หวังว่าตอนนี้คงดีขึ้นมากแล้วนะคะ ท่าทางเครื่องคอมฯ คุณบุ๋มต้องรักเจ้าของมากแน่ๆ ค่ะ
สตาร์บัคส์ที่จีนก็คงมีแต่สาขาในอวี้หยวนนี่ล่ะค่ะที่หน้าตาแบบนี้ เก๋มากเลย ว่ามั้ยคะ

คุณปลาทอง9 คะ ร้าน Bifengtang ที่อยู่ตรงข้ามกับ Ritz Carlton นั้นมีหลายสาขาทั่วเมืองเลยค่ะ (เวลาไปเที่ยวที่ถนนหลักๆ ในเซี่ยงไฮ้ก็จะเจอค่ะ ถ้าชอบร้านนี้มากนะคะ) ส่วนร้านญี่ปุ่น Itoya ใน Shanghai Kerry center นั้นก็มีอาหารชุดที่สะดวกมากสำหรับการทานคนเดียวนะคะ ถ้าจะให้แนะนำร้านสไตล์เดียวกันก็ฝั่งตรงข้ามของ Kerry Center เลยค่ะ จะมีร้านชื่อ Sakae sushi มีอาหารชุด อาหารสายพาน ราคาถูกกว่า Itoya เพราะเป็นร้านเล็กๆ เหมาะกับการทานคนเดียวค่ะ

ถ้าไม่อยากออกจากบริเวณโรงแรม ร้าน Element fresh ก็อร่อยนะคะ นั่งคนเดียวได้สบายมาก พนักงานพูดอังกฤษได้ทุกคน บริการดี อาหารชุด Asian ที่เป็นไก่ ก็อร่อยค่ะ (กรณีคิดถึงข้าว) Tony Roma's ก็นั่งคนเดียวได้นะคะ ร้านเงียบๆ ดีเหมือนกัน
หรือไม่ก็เดินเข้าไปใน City supermarket ด้านล่างโรงแรมเลยค่ะ จะมีอาหารง่ายๆ เช่น แซนด์วิช ลาซานญ่า (แบบพร้อมทาน) สลัด หรือ พิซซ่าแช่แข็งให้เลือกทานแก้หิวได้เหมือนกันค่ะ

แต่ถ้าออกจากโรงแรมมา เลี้ยวซ้ายไปทางตึก Citic square (อาหารใน Plaza66 นั้นลืมไปได้เลยค่ะ ทั้งไม่อร่อยและแพงอย่างแรงค่ะ เจอน้ำองุ่นแก้วละ 45 หยวนมาแล้วค่ะ)
จะมีร้านอาหารจีน ชื่อ China moon ค่ะ เป็นอาหารจีนแนวกวางตุ้ง (รสจัดกว่าอาหารเซี่ยงไฮ้) มีบุฟเฟ่ท์ติ่มซำช่วงบ่ายสองถึงสี่โมงเย็น ชั้นบนจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ชื่อ Kissho มีอาหารเซ็ทที่เหมาะกับการทานคนเดียวค่ะ ส่วนชั้นบนสุดเป็นร้านอาหารไทย ชื่อ มาบุญครอง แม่ครัวไทยค่ะ สั่งรสให้จัดได้เท่าที่ต้องการ

ถ้าเดินข้ามถนนต่อไปอีก (ข้ามถนนชื่อ Jiangning ไปแล้ว) จะเจอห้าง Westgate mall ชั้นบน ร้าน Crystal Jade (ร้านเดียวกับที่พารากอน) มีเสี่ยวหลงเปาที่อร่อยกว่าที่ Bifengtang ค่ะ

ถ้าเดินต่อไหวก็ข้ามถนนอีกที ไปที่ถนน Wujiang (ในแผนที่แจกของโรงแรมจะมีถนนเล็กๆ นี้ด้วยค่ะ) จะมีร้านชื่อ Yang's fry-dumpling เป็นซาละเปาทอด (มีซุปข้างในเหมือนเสี่ยวหลงเปา แต่ลูกใหญ่กว่าและเอาไปทอดค่ะ) ถูกมากๆ ทานคนเดียวได้แน่นอนค่ะ แต่ไม่ควรไปช่วงเที่ยง คนแน่นมากๆ ต้องต่อคิวสั่งและจ่ายเงินก่อนเข้าร้านนะคะ (อย่าลืมซื้อน้ำและกระดาษทิชชู่ติดมือเข้าไปด้วย ซุปในร้านอย่าสั่งนะคะ ถ้าไม่ทานเนื้อวัว)

ทางฝั่งซ้ายของโรงแรมที่คุณพักน่าจะมีร้านอาหารในพิกัดตามนี้นะคะ

แต่ถ้าเดินไปทางขวา จะเจอร้านสาเกซูชิที่แนะนำไปก่อนนะคะ ซอยนั้นมีร้านอาหารหลายร้านค่ะ ผลัดกันปิด-เปิดใหม่ตลอดเวลา แล้วก็จะมีร้านเบอร์เกอร์ชื่อ Rendezvous ค่ะ

ต่อด้วยร้านที่ขายอาหารชุดเป็นหลักอย่างร้าน Always มีทั้งอาหารสไตล์ฝรั่งและเอเชีย แต่เน้นเอาถูกและเร็วนะคะ รสชาติก็งั้นๆ ค่ะ

เดินมาถึงหัวมุมจะมีร้านอาหารจีนชื่อ Jade garden ค่ะ ร้านนี้ก็นั่งคนเดียวได้ไม่เขินเหมือนกันค่ะ วิธีสั่งอาหารก็ง่ายด้วย เคยทานตอนที่พูดจีนไม่ได้ ใช้จิ้มรูปเอาค่ะ

ถ้าข้ามถนนมาแล้วมุ่งหน้าสถานีรถใต้ดินวัดจิ้งอัน จะเจอร้านอาหารเซี่ยงไฮ้ ชื่อ Shanghai Renjia ร้านนี้มีหลายเมนูแนะนำค่ะ (จริงๆ ตั้งแต่ทานมา ยังไม่เคยผิดหวังกับรสชาติเลยค่ะ) แต่อาจจะไม่เหมาะที่จะทานคนเดียว เพราะอาหารแต่ละจานค่อนข้างใหญ่ค่ะ ทานสองคนยังสั่งได้ไม่เคยเกิน 3 จานแล้วต้องห่อกลับทุกทีค่ะ (อันนี้แนะนำให้ไปกับคุณสามีค่ะ)

แต่ถ้าเดินเลยมาจนถึงห้างโซโก้แล้ว ก็ลงชั้นใต้ดินเลยค่ะ ตรงนั้นเป็นศูนย์อาหารเลย นั่งทานคนเดียวได้แน่นอน เพราะส่วนใหญ่คนทำงานก็ทานกันคนเดียวช่วงเที่ยงที่นั่น โดยเฉพาะร้าน Loong kee ขายเป็ดย่าง ห่านย่าง หมูหัน หมูแดง สไตล์ฮ่องกงค่ะ มีเป็นชุดขายพร้อมซุปด้วย
ถ้าชอบสไตล์สิงคโปร์ร้าน Strawberry corner ก็มีพวก Laksa ค่ะ ถ้าเอาแบบอาหารชุดญี่ปุ่น ไทย จีน ร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้าน Yamazaki (ร้านนี้ก็นั่งทานขนม น้ำแบบเบาๆ คนเดียวได้นะคะ เหมือนกาโตว์บ้านเราค่ะ) อีก 2 ร้านก็เป็นที่พึ่งพายามหิวได้ค่ะ

ถ้าอยากทานเบอร์เกอร์คิง ก็เดินทะลุห้างโซโก้ไปด้านหลังได้เลยนะคะ ออกไปแล้วเลี้ยวไปทางขวา เดินถึงหัวมุมก็จะเจอร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ ทานคนเดียวได้แน่นอนค่ะ (ระหว่างทางเดินไป อาจจะสะดุดกับร้านที่ขายพวกลูกชิ้นเสียบไม้ลวก ผักลวก หมี่ลวก ฯลฯ ตรงหน้าตลาดขายของที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลังห้างเข้าก่อนก็ได้นะคะ แต่ยังไม่เคยทานเองนะคะ แค่เดินผ่านแล้วกลิ่นเตะจมูกเจ๋ยๆ)

อีกคำแนะนำนึง ในกรณีคุณที่ไม่อยากแต่งตัวออกจากโรงแรมเลย คือ โทรสั่งอาหารจาก Sherpa's เบอร์ 6209 6209 ค่ะ หยิบเมนูได้จากที่ City supermarket ได้เลยค่ะ ถ้าเมนูหมดก็ลองเดินขึ้นไปที่สถาบันสอนภาษาจีนชั้นบนดูนะคะ ที่นั่นส่วนใหญ่จะมีหลายเล่มค่ะ ทีนี้จะสั่งอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะ ไทย จีน อินเดีย ฝรั่ง เวียดนาม มีหมดเลยค่ะ (จริงๆ เค้าเริ่มมีคู่แข่งที่ส่งอาหารอีกเจ้านึงชื่อว่า mealbay ค่ะ แต่ไม่เคยใช้บริการเลยไม่กล้าแนะนำค่ะ)

จริงๆ แล้วร้านเกือบทั้งหมดที่เขียนมาจะอยู่ในบล็อกนี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&group=3&date=14-10-2006&gblog=8




โดย: L@st love วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:47:41 น.  

 
มาเพิ่มให้คุณปลาทอง9 ว่า ถ้าชอบอาหารเม็กซิกัน จะมีร้าน Taco popo รสชาติใช้ได้และจัดเป็นร้านราคาประหยัดค่ะ อยู่บนถนนข้างๆ ตึก Shanghai Kerry center ด้วยนะคะ ทานคนเดียวได้เหมือนกัน (รู้สึกแถวนั้นมีร้าน Blue frog ขายพวกอาหารจานเดียวอย่างแซนด์วิชเช่นกันค่ะ)


โดย: L@st love วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:57:32 น.  

 
^
^
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ปลื้มใจจนไม่รู้จะขอบใจยังไงแล้วค่ะ ใจดีจังเลย

มีอีกหนึ่งปัญหาที่อยากถามค่ะ เรื่องซิมที่จะใช้ในเซี่ยงไฮ้น่ะค่ะ
ครั้งก่อนทางบริษัทเค้าเตรียมซิมโทรศัพท์ไว้ให้เรากับสามีคนละอันเลย
แต่คราวนี้ไม่ทราบว่าจะเหมือนทุกครั้งรึเปล่า เลยมาถามเตรียมไว้ดีกว่า
ว่าช่วยแนะนำซิมโทรศัพท์ที่จะใช้ในเซี่ยงไฮ้ด้วยค่ะ และหาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะ

ขอบคุณอีกพันครั้งนะคะสำหรับคำตอบค่ะ


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:25:13 น.  

 
^
^
เห็นด้วยกับคุณปลาทองค่ะ เจ้าของบล๊อกน่ารักจริงๆค่ะ จิตใจดีค่ะ

แวะมาเยี่ยมค่ะ ตอนนี้คอมฯ ยังใช้ไม่ได้เลยค่ะ แต่ไปหาเวปที่พิมพ์ไทยได้ค่ะ แต่ก็ยากเหมือนกันค่ะ

แวะมาบอกว่าคิดถึงหน่ะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: Htervo วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:32:23 น.  

 
เข้ามาอีกครั้งค่ะ มาขอบคุณด้วยใจจริงสำหรับคำตอบที่ไปฝากไว้ที่บล๊อกค่ะ
ครั้งก่อนๆก็ใช้ซิมของ China Unicom ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเค้าซื้อกันที่ไหน
คราวนี้เราไปถึงวันเสาร์น่ะค่ะ เลยกะจะจัดการเรื่องซิมกันเอง ไม่งั้นต้องรอไปถึงวันจันทร์
ที่บริษัทเค้าถึงจะจัดการให้ได้ เลยคิดว่าช่วยตัวเองกันดีกว่า
แอ๊กเอาบล๊อกคุณ Last love (ขอเรียกชื่อเล่นได้มั้ยคะ) ให้คุณสามีดู
เธอบอกว่า amazing มากๆ แต่ละร้านน่าดูและน่าทานเหลือเกิน
สามีนิยม asian food มากๆค่ะ เป็นฝรั่งที่ไม่นิยมอาหารบ้านตัวเองเท่าไหร่(อิตาเลี่ยน)
เธอเลยถูกใจบล๊อกนี้มาก
แอ๊กแอบเห็นคุณมาเที่ยวมิลานด้วย วันหลังมาอีกบอกนะคะ จะพาเที่ยวเป็นการตอบแทนค่ะ


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:10:40 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและถามอาการนะคะ ....

ตอนนี้เข่ายังไม่หาย 100% ค่ะ เพราะคุณหมอบอกว่าต้องรอดูอาการ 6 เดือนก่อนจะตัดสินใจว่าจะต้องเจาะช่วงข้อเข่าไปส่องกล้องบริเวณเส้นเอ็นช่วงก้นหอยรอยต่อระหว่างขาล่างกับขาบนดูอีกทีว่า จะต้องผ่าตัดหรือไม่ค่ะ

เพราะหมอที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทยค่ะ ถ้าวินิจฉัยผิด แล้วคนไข้เป็นอะไรไป เค้าจะถูกถอนใบอนุญาตจากการดป็นหมอทันที ไม่มีการฟ้องร้องเหมือนอเมริกาค่ะ

ช่วงนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เจ็บเวลานั่งนานๆค่ะ ส่วนสาเหตุไม่มีใครบอกได้ค่ะ
อาจเกิดจากการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือหกล้ม หรือนั่งนานเกินไปในท่าเดียวก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะบุ๋มเองเป็นนักกีฬาตั้งแต่เด็ก ทำงานออฟฟิตมากว่า 10 ปี อาจจะเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่างค่ะ แถมตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆก็ไปหัดเล่นสกี ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บ แต่ก็ยังชอบเล่นจนทุกวันนี้ค่ะ

อ้าว...นอกเรื่องไปเลยค่ะ อิอิ ยังงัยอย่าลืมรักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ คิดถึงค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:09:50 น.  

 
มาอีกแล้วค่ะ (ช่วงนี้ติดหนึบอยู่บล๊อกนี้)

พูดถึงร้านอาหาร Mexican แอ๊กเคยไปทานที่ร้านนึง แถวๆ People's square
ไปคนเดียวนั่นแหละค่ะมื้อกลางวัน เจอสายตาลูกค้า(ผู้ชาย)ไม่ดีเลย
คือแอ๊กก็ออกไปแบบสบายๆ แขนกุดมีคาร์ดิแกนทับ กางเกงขาสั้น
แต่ว่าไม่ได้โชว์เอ๊กซ์อะไรเลยนะคะ เพราะว่าใส่ผ้าใบ สาวๆที่นั่นยังใส่กันเห็นแก้มก้นเลย
หรือว่าไปนั่งทานข้าวคนเดียวแล้วมันจะไม่ดี....หรือยังไง เลยกังวลค่ะ
ช่วงนั้นสามีเลยขอให้หม่ำที่โรงแรมแทน แต่มันเบื่อออออค่ะ
ถามสาวจีนที่นั่นเค้าก็บอกว่า ยูคงดูแปลกมั้ง แต่ไม่เห็นแนะนำอะไรเลย

เอาไว้แอ๊กไปตามโพยที่คุณเลิฟว่ามาดีกว่า (ไม่บอกชื่อเล่นเรา ก็เรียกคุณเลิฟละกัน)
ตอนนี้เซฟไว้หมดแล้วค่า


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:53:32 น.  

 
^
^
^
เหมือนกันเลยค่ะคุณแอ๊ก

..............................................................

ขอบคุณจริงๆค่ะสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย ซึ้งใจมากๆค่ะ น่ารักจริงๆเลย ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรจริงๆค่ะ

คุณหมอไม่ได้บอกว่าเป็น Meniscus tearing ค่ะ แต่เป็นเส้นเอ็นช่วงก้นหอยของข้อต่อหน่ะค่ะ วิธีการที่ส่องกล้องคงเหมือนกันค่ะ เพราะเค้าบอกว่าจะต้องเจาะแบบนั้น แล้วส่องกล่องเข้าไปเพื่อจะดูว่า จะต้องผ่าตัดหรือไม่ แต่บุ๋มไม่อยากเจาะเหมือนกันค่ะ ฟังคุณหมอพูดแล้วกลัวมากๆเลย
แต่ของบุ๋มเข่าไม่บวมเลยค่ะ ดูภายนอกเป็นปกติทุกอย่าง เอ๊กซเรย์ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นที่กระดูก
และปกติสามารถออกกำลังกายได้ค่ะ ยกเว้นตอนที่นั่งกับพื้นหรือว่านั่งงอเข่านี่จะเจ็บมากไปทั้งขาเลยค่ะ

ช่วงนี้คงยังเปลี่ยนคุณหมอไม่ได้ค่ะ เพราะต้องรอดูอาการของตัวเองก่อนว่าหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตอนนี้ก็เดิน ขี่จักรยาน หรือว่าออกกำลังกายได้ตามปกติค่ะ เพียงแต่นั่งงอเข่าไม่ได้เลยค่ะ จะเจ็บร้าวไปทั้งขาเลยค่ะ

ชอบตรงนี้จังเลยค่ะ "การเจ็บเข่าเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยว" อิอิ เห็นด้วยจริงๆค่ะ

ขอบคุณคุณ L@st Love มากเลยนะคะ ส่วนอีเมล์บุ๋มจะส่งให้ทางหลังไมล์ (ถ้าไม่รบกวนเกินไปนะคะ) เพราะอยากทราบเรื่อง Conservative therapy เหมือนกันค่ะ เผื่ออาจจะต้องใช้ข้อมูลนี้ หรืออ่านไว้เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์ได้บ้างค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ถ้าอยู่ใกล้ๆจะขอกระโดดกอดเลยหล่ะค่ะ น่ารักมากๆค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: Htervo วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:25:36 น.  

 
ขอบคุณ คุณเลิฟมากมายนะคะ ที่เอาข้อมูลไม่เพิ่มให้เรื่อยๆ
กลับไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยกันมั้ยคะ แอ๊กจะได้มีไกด์พาชิมริมทาง

ส่วนร้านที่แอ๊กว่า ใช่ร้าน Mexican lindo รึเปล่านั้น แอ๊กจำชื่อไม่ได้ค่ะ
จำได้แค่ว่ามันอยู่หัวมุมเลย ตกแต่งก็ดูดี แต่ลูกค้าสายตาทรามมากๆ

ตอนนี้แอ๊กเริ่มเอาแผนที่มากางแล้วค่ะ จนสามีเริ่มค้อนแล้วว่ายูอย่ามัวแต่กินนะ
เดี๋ยวงานไม่เสร็จ (พ่วงเอางานไปทำด้วยค่ะ)...ฮ่า ฮ่า


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:15:29 น.  

 
คุณพี่ปารีสวัสดีค่ะ เข้ามาแต่ละครั้งมีแต่บรรยากาศเก่าคิดถึงตอนพวกเราอยูที่นั่นจังเลย
สบายดีไหมคะ
ตอนนี้ก็ทำงานทุกวันแว้บมาเข้าเน็ตบ่อยไม่ได้ก็ต้องรอตอนเย็นดึกนู่น

ชอบการเขียนการเล่าของพี่ปารีเสมอเลย
เมื่อไหร่ได้เจอกันหนอ

คิดถึงค่ะ

ฝากถึงคุณแอ๊กปลาทองด้วยได้ไหมคะ
เนื่องจากว่าเบญเข้าไปบล๊อกคุณแอ๊กแล้วแต่พิมไม่ได้ ไม่รู้คอมเป็นไร
ลองหลายทีไม่เวิรคฝากพี่ปารีไว้ดีกว่า
เผื่อคุณแอ๊กกลับมาอ่าน

ว่าเรื่องโทรศัพท์ที่เซี่ยงไฮ้ให้ไปดูที่นี่ค่ะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bfr&month=11-2006&date=01&group=3&gblog=4
ในบล๊อก หัวข้อ Shanghai Story -> โทรศัพท์มือถือเืมืองจีน
ในบล๊อกเบญเขียนอธิบายไว้ละเอียดมาก รับรองไม่เลือกซิมผิดค่ะ

เที่ยวให้สนุกนะคะ


โดย: เบญ (BFR ) วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:4:02:08 น.  

 
คุณบุ๋มคะ ไม่ต้องขอบคุณอะไรมากมายเลยค่ะ แค่พอเคยมีประสบการณ์ก็เลยคิดว่าอาจจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้างเท่านั้นเองค่ะ ที่สำคัญคุณบุ๋มน่ารักออกอย่างนี้ เป็นใครก็อยากจะเห็นคุณบุ๋มแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งนั้นล่ะค่ะ

คุณแอ๊กคะ สายตาคนในเซี่ยงไฮ้นี่ เป็นแบบนั้นล่ะค่ะ เห็นอะไรที่แปลกไปกว่าที่ตัวเองเป็น ก็มักจะมองแบบจ้องเอาๆ เลยค่ะ บางทีแค่ได้ยินเราพูดภาษาอังกฤษหรือไทย ก็จะหันมาจ้องๆ จนเหลียวหลังแทบจะตกถนนเลยก็มีค่ะ อย่าถือสานะคะ ยังไงก็ขอให้เที่ยวสนุก ทานอร่อยในเซี่ยงไฮ้ตลอดทั้งสัปดาห์เลยนะคะ อย่าลืมแวะไปบล็อกของคุณ BFR นะคะ

น้องเบญจ๋า...พี่ความจำเสื่อม (ในเรื่องมีสาระเสมอ) จริงๆ ค่ะ เรื่องที่หนูเคยเขียนถึงโทรละฉับไว้แล้วเนี่ย ขอบคุณที่มาช่วยกันให้ข้อมูลอีกทางนะคะ คิดถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันในเซี่ยงไฮ้เกือบทุกครั้งที่เขียนถึงเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ
ว่าแต่ทำงานทุกวันนี่ อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ อ้อ...ฝากจุ๊บหนูน้อยเลอาอีกคนนึงด้วยค่ะ



โดย: L@st love วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:8:56:40 น.  

 

^^
^^
ขอบคุณนะคะคุณปารีส (เรียกตามน้องข้างบนค่ะ แอบเห็น) ชื่อน่ารักมากๆเลยค่ะ
ช่วงนี้วนเวียนอยู่ 2 บล๊อกอ่ะค่ะ บล๊อกนี้กับบล๊อกคุณแอ๊ก

แวะมาบอกว่า คิดถึง อย่างเดียวเลยค่ะ อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: Htervo วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:14:38:25 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณปารี (ในที่สุด...ก็รู้แล้ว)
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ สำหรับทุกอย่าง ทุกคำแนะนำ

จะวิ่งไปที่บล๊อกน้องเบญเดี๋ยวนีเลยค่ะ...ขอบคุณคร๊าาาา


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:16:11:06 น.  

 

^
^
^
555 ...เหมือนกันเลยค่ะคุณแอ๊ก
.
.
หวัดดีค่ะเพิ่งกลับเข้ามาบ้านค่ะ เห็น msg ก็เลยแวะเข้ามาส่งคุณปารีเข้านอนซะหน่อยค่ะ ลืมมาตอบเรื่องภาพดอกเนยที่บล๊อกบุ๋ม เมื่อคราวที่แล้วที่ถามว่าถ่ายยังงัยหน่ะค่ะ

ภาพนั้นดอกไม้มันอยู่ในแจกันบนโต๊ะที่หลังบ้านหน่ะค่ะ ก็ถ่ายย้อนแสงขึ้นไปธรรมดาเองค่ะ ภาก็ออกมาได้แบบนั้น คงช่วงพอดีที่วันนี้มีแดดจัดด้วยมั้งคะ

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ บุ๋มส่งหลังไมล์ไปให้คุณปารีแล้วนะคะ เรื่องอีเมล์หน่ะค่ะ ยังงัยลองเช็คดูนะคะ ถ้าไม่ได้รับ รบกวนคุณปารีแวะไปบอกนะคะ บุ๋มจะได้รีบส่งให้อีกครั้งค่ะ

นอนหลับฝันดีนะคะ รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ


โดย: Htervo วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:1:57:23 น.  

 
พี่ปารี

แวะมาบอกก่อนหลัีบค่ะว่า
วิธีทำลิงค์

ก่อนอื่น ต้องแทน
[ ด้วย<
] ด้วย >

เครื่องหมายด้วยเครื่องหมายนี้นะคะตอนที่เขียนเพราะไม่งั้นมันไม่ขึ้นมาให้เห็นบนนี้
ที่เหลือกอปปี้แล้วเปลี่ยน "[]" ให้เป็นแทน"<>"
[a href="http://.....ที่อยู่ลิ้งค์....."] คำที่แทนชื่อลิงค์ [/a]

แล้ว ตรง "คำที่แทนชื่อลิงค" จะเป็นตัวลิงค์ไปยังที่อยู่ลิ้งค์เมื่อคลิกโดน


good night ka


โดย: เบญ (BFR ) วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:2:35:58 น.  

 
ตัวอย่างอีกทีค่ะ

[a href="
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=lastlove&date=25-03-2007&group=3&gblog=14"] ข้อมูลสำหรับเตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้ [/a]

ก็จะกลายเป็น

ข้อมูลสำหรับเตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้


โดย: BFR วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:2:51:17 น.  

 
ขอบคุณน้องเบญนะคะสำหรับการทำลิ้งค์ ตอนนี้ตามแก้ในบล็อกไปหลายจุดแล้ว สบายตาขึ้นเยอะเลยค่ะ เดี๋ยวจะเริ่มลิ้งค์ไปบล็อกน้องเบญแล้วนะคะ


โดย: L@st love วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:9:08:54 น.  

 
xie xie


โดย: qinglin (ย่าชอบเล่า ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:33:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.