พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย
Group Blog
 
All blogs
 

หัวอกคนพลัดถิ่น จะกินจะอยู่ยังไงในเซี่ยงไฮ้หนอ

โถ...จั่วหัวซะน่าสงสาร (มั้ยนะ) จริงๆ แล้วความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดถิ่นส่วนใหญ่ในช่วงแรกๆ จะมีแต่ความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจไปกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้พบ แต่พออยู่ไปนานๆ เอ๊....มันชักยังไงๆ น้า จะทานข้าวก็คิดถึงแกง คิดถึงน้ำพริกที่บ้านแฮะ...

อันนั้นยังไม่เท่าไหร่นะคะ ถ้าคุณสามารถสื่อสารกับคนภายนอกหรือคนในประเทศที่เราไปอยู่ได้ แต่ถ้าคุณพูดไม่ได้ล่ะ เอาล่ะสิ จะไปซื้อผัก ก็เรียกไม่ถูก ไปซื้อของก็โดนโก่งราคา ทำอะไรก็เหมือนจะได้รับสิทธิพิเศษในการเสียเปรียบอยู่ร่ำไป

คำแนะนำสำหรับคนที่จะพลัดถิ่นไปประเทศจีน (ไม่ว่าจะเมืองไหนๆ ก็ตาม) คือ เรียนภาษาจีน ค่ะ ยังไงๆ ก็ควรหัดไว้ ถือซะว่าเป็นความรู้ แม้จะไม่มีเหตุให้ต้องใช้เลยก็ตาม (แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าได้ใช้แน่ๆ)

ส่วนใครที่จะไปช้อปปิ้ง แม้ว่าจะสื่อสารกันด้วยเครื่องคิดเลขได้ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าราคาจะต่ำลงอีกมาก ถ้าคุณพูดจีนได้บ้าง

และเวลาที่คุณจะสั่งอาหารการกินก็จะไม่เป็นไปอย่างลำบาก แต่ช่วงแรกๆ ถ้ายังไม่รู้อะไรเลย ก็อาศัยชี้ๆ เอาที่โต๊ะข้างๆ นั่นล่ะค่ะ ง่ายดี (แต่ควรสังเกตโหงวเฮ้งคนที่โต๊ะที่เราจะชี้ก่อนนิดนึง ชะดีชะร้ายเดี๋ยวจะได้ไปทานน้ำข้าวต้ม เอ๊ย โจ๊ก ที่โรงพยาบาลแทน) ประโยคเอาตัวรอดในการนี้ ถ้าจะบอกว่า อะฮั้นหรือผม เอาเหมือนจานนั้นล่ะค่า (คร้าบบบบ) ก็พูดว่า "หว่อ เย่า อิ ยั่ง เตอะ = Wo yao yi yang de" (เสียงตัว D ในจีนเป็น ต. เต่า นะค้า) พร้อมๆ กับเหลือบหรือชี้ให้พนักงานเสิร์ฟดูตัวอย่างด้วยนะคะ

เวลาคุณๆ จะเดินเที่ยวในเมืองเซี่ยงไฮ้นี้ ขอให้ระวังเรื่องรถราให้ดี การขับรถเค้าต่างจากบ้านเรา คือ เป็นพวงมาลัยซ้าย เวลาจะข้ามถนนจึงควรดูรถทางซ้ายก่อนแล้วจึงดูทางขวา แต่ถ้าเป็นสี่แยกให้ดูทุกทางนะคะ เพราะส่วนมากจะเป็นเลี้ยวขวาผ่านตลอด ขอย้ำว่าให้ดูทุกทาง เพราะคนขับรถที่นี่เค้าจะไม่เคยหยุดให้คนข้ามตรงสี่แยกเลย ไหนจะจักรยานอีก เวลาเดินขอให้เกาะกลุ่มกับคนจีนไว้จะปลอดภัยกว่าเดินแยกไปเดี่ยวๆ

สำหรับคนที่ต้องอยู่นานๆ ร้านอาหารจีนที่เห่อเข้าในช่วงแรกๆ ก็จะถูกเมินไปในที่สุด ทีนี้จะทานอะไรกันล่ะ ในบล็อกเรื่องอาหารจะมีแนะนำไว้ให้นะคะ และแน่นอนว่าคุณคงจะต้องซื้อวัตถุดิบไปเพื่อประกอบอาหารเองที่บ้าน (ขืนซื้อทานทุกวัน ไม่จนก็ต้องหัวล้านแน่ๆ ค่ะ เพราะที่เซี่ยงไฮ้เค้านิยมใส่ผงชูรสเป็นเครื่องปรุงหลักค่ะ....)

แนะนำซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มักจะมีของบ้านเราพวกเครื่องเทศ ผัก ผลไม้บางชนิด เครื่องปรุงต่างๆ ไปขาย เช่น City supermarket, Carrefour (บางสาขาเช่น Gubei), Pines supermarket, Metro (ชื่อห้างนะคะไม่ใช่รถไฟใต้ดิน) และ Lotus และมีคำเตือนที่ต้องบอกกันไว้เลยว่า ถ้าคุณเจออะไรที่จะใช้หรือคิดว่าจะต้องใช้ในอนาคต อย่าได้ลังเลที่จะซื้อมันเลยค่ะ เพราะเมื่อคุณกลับมาหามันอีกที คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอมันอีกเลย....ตลอดไป

หนังสือที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นก็พวก City weekend, That’s Shanghai, 8 days etc. ส่วนเว็บไซต์ที่ต่างชาติเข้าไปเม้าท์กันบ่อยๆ ก็จะเป็นพวก Shanghaiexpat.com, Smartshanghai.com เป็นต้น

ระหว่างที่คุณอยู่ว่างๆ (หมายถึงคุณแม่บ้านที่รับจ้างเฝ้าบ้านให้สามีแบบอิชั้นเนี่ยล่ะค่ะ) จะหาคอร์สเรียนภาษาจีน เรียนวาดรูป ก็เป็นความคิดที่ดีนะคะ เพราะนอกจากจะฆ่าเวลาแล้วยังได้ความรู้อีกต่างหาก ใครจะรู้คุณอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากมันในอนาคตก็ได้ แถมยังจะได้เพื่อนใหม่ไว้ชวนกันไปเที่ยวคลายเหงาได้อีกด้วย

ที่บอกว่าคุณจะว่างเนี่ย เพราะส่วนใหญ่แล้วในเซี่ยงไฮ้จะมีแม่บ้านที่รับจ้างทำความสะอาด ซึ่งเรียกกันว่า Ayi (ออกเสียงว่า อาหยี) หรือ อาอี๊ ที่แปลว่า น้า ล่ะค่ะ มารับทำงานบ้านให้ ไม่ว่าจะซักผ้า รีดผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างชาม เลี้ยงลูก (ถ้าเด็กเล็กอยู่ไม่แนะนำนะคะ ไม่อยากให้เสี่ยงเรื่อง Hygiene ค่ะ) ค่าจ้างก็ไม่แพงอะไร จะคิดเป็นแบบเหมารายเดือนก็ถูกกว่าคิดเป็นชั่วโมงหน่อย (ถ้านับชั่วโมงเท่ากันนะคะ)

ส่วนเรื่องที่พักระยะยาวหากคุณต้องย้ายไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ (จริงๆ แล้วเหล่าเอเจนซี่เรื่องบ้านและดูแลความเป็นอยู่เค้าจะช่วยแนะนำได้ แต่จะมีบางอย่างที่เราควรจะกำหนดไว้ในใจก่อนค่ะ) แนะนำให้หาที่พักโดยดูจากปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้ค่ะ

1. งบประมาณ (กรณีที่คุณต้องจ่ายเอง)
ส่วนคุณๆ ที่มีบริษัทจ่ายให้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อน คือ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ว่ารวมจ่ายให้ด้วยหรือไม่ หากไม่รวม ไม่แนะนำให้เลือกอยู่บ้านขนาดใหญ่ค่ะ เพราะค่าไฟ จะหนักมากทั้งในช่วงฤดูร้อน และหนาว (อิชั้นเคยจ่ายค่าไฟสามพันกว่าหยวนมาแล้วในช่วงฤดูร้อนค่ะ เห็นจำนวนเงินแล้วเหงื่อตกจนหนาวไปเลยค่ะ)

ส่วนค่าน้ำ ค่าแก๊ส ค่าโทรศัพท์ (เว้นแต่จะโทรทางไกลแบบไม่ใช้ IP card จะโดนนาทีละ 8 หยวนคร้าบพี่น้อง) ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ ค่า ADSL จ่ายค่าติดตั้ง 300 หยวนแรก จากนั้นเดือนละ 130 หยวน มาพร้อมกับค่าโทรศัพท์ค่ะ

2. ความสะดวกในการเดินทาง ถ้าคุณไม่มีรถประจำตำแหน่ง หรือ รถรับส่งระหว่างที่ทำงานกับที่พัก

แนะนำให้เลือกที่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินให้มากที่สุดค่ะ ยิ่งถ้าจะต้องมีเด็กไปโรงเรียนด้วยแล้ว คงต้องเลือกล่ะค่ะ ว่าจะอยู่ตรงไหนที่ทั้งครอบครัวจะไม่มีใครลำบากเรื่องการเดินทาง

อ้อ....อย่าลืมนึกถึงใจคุณแม่บ้านขาช้อปฯ เอ๊ยยย ไม่ช่าย ที่ต้องรับหน้าที่ดูแลเรื่องการจับจ่ายภายในบ้านด้วยนะคะ

3. ความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย ต่อมาจากข้อข้างบนค่ะ
ในเซี่ยงไฮ้นี่มีสารพัดสิ่งให้คุณเลือกได้ อยากจ่ายน้อย เสี่ยงมาก (ได้ของไม่ดี ถ้าพูดจีนไม่ได้อาจจะโดนโก่งราคา) ไปที่ตลาดสดท้องถิ่นได้

อยากจ่ายมาก เสี่ยงน้อย (ราคาคนต่างชาติซื้อจะสูงเป็นปกติ แต่ของมักจะดีเป็นปกติเช่นกันค่ะ) ก็ไปที่ห้างใหญ่ๆ

อยากจ่ายปานกลาง เสี่ยงนิดหน่อย (ของคุณภาพแบบของถูกถึงปานกลาง ราคาก็เป็นตามคุณภาพค่ะ) ก็ไปที่พวกซุปเปอร์สโตร์ต่างๆ อย่าง โลตัส คาร์ฟูร์ เมโทรได้ค่ะ

4. ดูสิ่งอำนวยความสะดวก ปกติแล้วที่พักต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นหมู่บ้าน มักจะมีทั้งฟิตเนส สนามเทนนิส แบตมินตัน ปิงปอง (ถ้าเป็นอพาร์ตเม้นท์อาจจะไม่มี) และสระว่ายน้ำ (เลือกเอาที่เป็นในร่มจะดีกว่าค่ะ เพราะถ้าเป็นกลางแจ้ง เค้าจะปิดในเดือนก.ย.-พ.ค. ค่ะ หมู่บ้านอิชั้นเองแหละ เซ็งจริงๆ ดีว่ามีห้องแอโรบิคกับสควอชให้เล่นแทนได้)

5. อยู่ในบริเวณที่บริการส่งถึงบ้านอย่างอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้าถึงหรือไม่

อ่า... อันนี้ใครจะว่าปัญญาอ่อน อิชั้นก็ยอมนะคะ เพราะที่เซี่ยงไฮ้นี่ บริการนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมากๆ เลยทีเดียว
ถ้าเป็นอาหาร อิชั้นใช้ของ http://www.sherpa.com.cn
หรือจะโทรไปขอเมนูแบบเป็นเล่มก็ได้ที่ 6209 6209 (พนักงานภาษาอังกฤษดีค่ะ) เวลานึกอยากจะทานอะไร ไม่ว่า ไทย จีน ฝรั่ง อินเดีย มีหมดค่ะ

แต่ถ้าเป็นของใช้ อาหารสดจากซุปเปอร์มาร์เก็ต อิชั้นนิยมของ city supermarket ค่ะ (โดยไปเอา catalogue ที่ซุปเปอร์ฯ ก่อนนะคะ แล้วจะโทรหรือแฟ็กซ์สั่งภายหลังก็ได้) กับ Pines คือ http://www.chiro.com.cn

อันหลังนี้ มีส่งของมั่วบ่อยหน่อยค่ะ เช่น สั่ง Ben & Jerry รส Chunky monkey กับ Chocolate fudge brownie เค้าสามารถเอารสช็อคโกแลตธรรมดามาให้ พอแจ้งไปว่าส่งผิด เค้าก็บอกว่าของจะไม่มีเข้ามาจนกว่าอีก 2 เดือนหน้า!!! แต่อย่างอื่นโอเคนะคะ (ตอนสั่งของก็ย้ำถามแล้วว่ามีมั้ยรสนี้ๆ น่ะ น่าเคืองมั้ยล่ะคะ)

ว่าจะชวนกันวางแผนเที่ยวในบล็อก ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้น้อ....




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2549    
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 14:34:49 น.
Counter : 832 Pageviews.  

ร้านอาหารโซนถนนหวยไห่ด้านตะวันตก

เมื่อมาจากทาง Xujiahui จะผ่านถนน Hengshan เพื่อเข้าถนน Huaihai แถวนี้มีร้านอาหารเยอะมากกกกก มีทั้งที่ติดถนนใหญ่ และแยกออกไปตามถนนเล็กถนนน้อยข้างๆ ค่ะ เรียกได้ว่า เดินถนนนี้ไม่มีอดแน่ เพราะหาอาหารทานได้ตลอดทุกช่วงตึก

เริ่มจากปลายถนนที่เชื่อมกับถนน Hengshan นะคะ
ตรง Hengshan นี่ แต่ก่อนเคยเป็นแหล่งกินแหล่งเที่ยว (กลางคืน) กันเลยค่ะ แต่ช่วงหลังเห็นซาๆ กันไป คงเหลือแต่ร้านอาหารแถวนั้น ซึ่งจะมีหลากหลายชาติมาก เอาเป็นว่า เรามาชิมอาหารเสฉวนกันดีกว่า เพราะน่าจะเป็นอาหารที่ถูกปากของคนไทยมากกว่าอาหารเมืองอื่นๆ

ร้านนี้ชื่อ South beauty (qiao4jiang1nan2) ค่ะ มีหลายสาขาเหมือนกัน โลโก้เป็นรูปหน้ากากจีนค่ะ




ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงมุมถนนถัดจากร้าน TGIF ไปอีก 1 บล็อก จุดสังเกตคือ เป็นร้านกระจกแล้วมีไม้ไผ่ล้อม (คล้ายร้านฟูจิบ้านเราเลยค่ะ) จะเป็นหัวมุมที่รวมร้านอาหารไว้ประมาณ 3 ร้านในบริเวณเดียวกัน

อาหารขึ้นชื่อที่อยากให้ลองก็เป็น Beef casserole จะเปลี่ยนเป็นเนื้อปลาแทนก็ได้ค่ะ เค้าจะเอาหม้อ Pyrex ใส่น้ำมันเดือดๆ และเครื่องเทศ โดยมีหินร้อนคุมอุณหภูมิไว้ มาตั้งที่โต๊ะแล้วเอาเนื้อหรือปลาใส่ลงในหม้อให้เรา น่าจะนับว่าเป็นฟองดูว์ แต่สไตล์จีนค่ะ (ไม่ได้ถ่ายที่โต๊ะตัวเองเพราะกลัวน้ำมันกระเด็นค่ะ) เวลาจะเทเนื้อลงไปให้เอาผ้าเช็ดปากมาบังๆ เสื้อผ้าไว้นิดนึงนะคะ และเหมาะจะทานในวันที่ตั้งใจจะสระผมคืนนั้นค่ะ


นี่ก็เมนูแนะนำค่ะ เป็นเป็ดผัดแบบโฮมสไตล์ของเค้า ทานคู่กับแพนเค้ก (ก็หมั่นโถวแบบแบนๆ ล่ะค่ะ) ดูตรงที่คีบขึ้นมานั่นล่ะค่ะ


ส่วนนี่ก็กุ้งซ้อสส้ม อร่อยดี แต่คิดราคาเป็นตัวค่ะ



ถัดจากตรง Hengshan มาก็จะเจอถนนแยกออกไปทางขวา (ว้า...น่าจะมีแผนที่เนอะ) ชื่อ ถนน Yongjia ถนนเส้นนี้จะไปทะลุถนนด้านหลังของตลาดเซี่ยงหยางได้ค่ะ ละแวกนี้ก็มีร้านอร่อยอีกหลายร้าน ที่จะพาไปร้านแรก ก็เป็นร้านอาหารอินเดียค่ะ (อ้าว.... ของคนพลัดถิ่นไงคะ) ชื่อร้าน Indian kitchen ร้านนี้ทำพวกแป้งได้ดีมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Nan, Parota และอื่นๆ อร่อยทั้งนั้น แกงรสอาจจะอ่อนไปซักหน่อยสำหรับคนชอบรสจัด ส่วนไก่ทันดูร์ก็ใช้ได้ค่ะ



ถัดมาจะเป็นแยกที่มีร้านอร่อยอยู่ติดกันเลย ร้านแรกอยู่ติดหัวมุมถนน ชื่อ People 6 เป็นร้านมาจากทางไต้หวันค่ะ มีหลายร้านเรียงตามตัวเลขไป ถือเป็นร้านเก๋ร้านนึง ความเก๋ไก๋ของร้านเริ่มมาตั้งแต่ประตูทางเข้าแล้วค่ะ เพราะไม่มีออด ไม่มีคนเปิดให้ คุณต้องเอามือเข้าไปวางตรงเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมที่อ้าปากอยู่ค่ะ เมื่อเซ็นเซอร์เจอว่ามีมือเข้ามา ประตูจึงจะเปิดให้เข้า


มาตั้งแต่ร้านเพิ่งเปิดเลย ด้านล่างเค้าเป็นที่นั่งดื่มกัน ทานอาหารเชิญด้านบนเลยค่ะ


เค้ามีอาหารชุดราคาประหยัด (อีกแล้ว) 38 หยวนค่ะ



เลือกได้ตามชอบใจ


นี่ก็อยู่ในชุดค่ะ


ที่เห็นนี่แค่ 2 ชุดนะคะ รวมทั้งหมดกับข้าว 4 อย่าง ข้าว ซุป และชาค่ะ


ข้างๆ ร้านนี้เป็นร้านที่ทำเป็ดปักกิ่งได้อร่อยที่สุดร้านนึงของเซี่ยงไฮ้ค่ะ ชื่อว่า Nanling (Nan2 ling2 jiu3 jia1)


ด้านหน้าร้านค่ะ


ของขึ้นชื่อค่ะ เป็ดปักกิ่ง (แต่ทำที่เซี่ยงไฮ้)


ของขบเคี้ยวกับลูกชิ้นสิงโต(ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไรน่อ ก็เขียนว่า Lion head น่ะค่ะ - ไม่อร่อยเลยค่ะ แต่พนักงานเค้าเชียร์จัง) และเครื่องในหมูตุ๋น


ผักอะไรซักอย่างที่ไม่รู้จัก พนักงานเค้าว่าอร่อยค่ะ (อิชั้นไม่ชอบทานผักค่ะ เลยบอกไม่ได้ว่าอร่อยมั้ย)


ออกจากทางถนน Yongjia มาเข้าถนน Xiangyang ออกมาจนเกือบถึงตลาดเซี่ยงหยางเก่า จะเจอร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงและอาหารอินเดีย (อยู่ติดกันเลยค่ะ)


ร้านที่จะพูดถึงก่อน คือ ร้านชื่อ Shatin café หรือ (Sha1 tian1 xuan2) ขายอาหารพวกติ่มซำ และอาหารจีนกวางตุ้ง พวกหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่างค่ะ



นี่เป็นซุปที่เหมาะกับคนทานมังสวิรัติมากค่ะ (แต่ตัวน้ำซุปทำด้วยอะไรก็ไม่ทราบนะคะ หวาน หอมมากๆ)



ปลาทอดกรอบค่ะ อันนี้อร่อยมาก


ด้านข้างๆ ก็เป็นร้านอาหารอินเดีย ชื่อ Panjabi มีทั้งอาหารตามเมนู และบุฟเฟ่ต์ (เฉพาะในช่วงเย็น รวมน้ำอัดลมและเบียร์แล้วค่ะ) อันนี้เป็นของว่างค่ะ หอมทอดกับเครื่องเทศ อร่อยมากกกกกก



อาหารเค้าหลากหลายดีค่ะ แกงรสจัดกว่าร้าน Indian kitchen แต่พวก Nan, parota นี่ไม่อร่อยเท่า (นะ...จะให้ความอร่อยรวมอยู่ร้านเดียวกันก็ไม่ได้ ของมันต้องกินด้วยกันแท้ๆ)


หน้าตา Tikka tandoori ค่ะ


จากถนน Xiangyang นี่เราจะออกถนนใหญ่ Huaihai กันแล้วนะคะ ฝั่งตรงข้ามของถนนที่เราออกมาจะเป็นถนน Xiangyang เหมือนกันค่ะ ถ้าเดินเข้าไปจะเจอถนนเล็กๆ ชื่อ Xinle ที่เลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอร้านอาหารชื่อ Grape หรือ Pu2 tao4 yuan2


อันเป็นร้านที่มีเป็ดปักกิ่งอร่อยไม่แพ้ร้าน Nanling เลยค่ะ


ล่าจื่อจีหรือไก่ผัดพริกแห้งก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหนเลยค่ะ แถมไม่มีกระดูกติดเหมือนที่อื่น (ซึ่งหายากมากในเซี่ยงไฮ้นี่) รวมถึงอาหารอื่นๆ ด้วย ตั้งแต่ทานมาหลายรอบยังไม่มีอะไรที่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ


ว่าจะเขียนแค่โซน Huaihai ตะวันตก แต่กลับวกพาเข้าซอกซอยจนโผล่ที่ช่วงกลางถนน Huaihai ซะงั้น เอาเป็นว่าเดี๋ยวไปต่อกันที่หน้าเซี่ยงหยางมุ่งไปทางตะวันออกนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ ขอปิดท้ายด้วยรูปเต็มๆ ของอาหารเซี่ยงไฮ้จานเด่น ล่าจื่อจี La zi ji ไก่ผัดพริกแห้งค่ะ




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2549    
Last Update : 28 มีนาคม 2550 17:40:36 น.
Counter : 1098 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

L@st love
Location :
Shenyang China

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ที่ว่า พลัดถิ่น กิน เที่ยว ช้อปฯ ไปกับรักครั้งสุดท้าย เพราะรักครั้งนี้พาระหกระเหินไปโน่นมานี่ อยู่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ

จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องพลัดจากบ้านไปอยู่ถิ่นที่ไม่คุ้นเคย อาหารที่ชอบก็หาไม่ค่อยได้ ของที่เคยใช้ก็ไม่ค่อยอยากจะมีให้ซื้อ ฯลฯ

บล็อกนี้เลยถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 เพราะคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องทางจีนๆ ก็แหม...ทางตะวันตกน่ะ หาอะไรก็ง่ายอยู่แล้วนี่คะ รู้ภาษาอังกฤษซะอย่างไปไหนก็เอาตัวรอดได้

หลังจากแว่บไปเก็บความรู้ตามบล็อกตกแต่งต่างๆ แล้ว ปริมาณเทคโนโลยีในสายเลือดก็ค่อยเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตอนนี้จึงมีบล็อกที่ทำสำเร็จหลายบล็อกเลยค่ะ (ขอบคุณป้ามดและอีกหลายท่านค่ะ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามา เชิญไปเที่ยว ชม ช้อปฯ และชิมด้วยกันเลยค่ะ มีคำแนะนำ ติ ชมอย่างไร ฝากข้อความมาได้เลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักและรับทุกความเห็นค่ะ





สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพและบทความบนเวบไซต์แห่งนี้ จัดทำเพื่อเผยแพร่บนเวบ bloggang.com และ pantip.com เท่านั้น

"ห้ามนำภาพ ข้อความ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ/หรือ ข้อความในเวบไซต์แห่งนี้ไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด"
Friends' blogs
[Add L@st love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.