2เท้าจะก้าวไปเดินทอดน่องย่องภูกระดึง .. ตอนที่1 จากตีนภูสู่หลังแป






จะแบกเป้เที่ยวภูกระดึงคนเดียว!!

"โหล คนเดียวเที่ยวภูกระดึงได้มั้ยครับช่วงนี้ เอ้อ วันธรรมดาหน่ะครับ"
"ได้คร้าาา ขอเชิญนะค้า มาได้เลย คนน้อยไปนิดแต่เที่ยวได้ค่า"


ปลายสายจากจนท.อุทยานฯตอบเสียงแจ๋วหวานแหววมาแบบนี้ก็อุ่นใจล่ะครับ เป็นอันว่ามาดมั่นตัดสินใจแพ๊คเป้ ขนอุปกรณ์กล้องเปิดคอมฯเข้าเวปรถทัวร์กดปุ่มซื้อตั๋วออนไลน์ มีเวลา 5-6 วันหลังจากนี้สำหรับเริ่มต้นออกกำลังกล้ามเนื้อขาน่องบนน่องล่างเตรียมร่างกายสู่ทริปในฝันสัมผัสภูกระดึงแบบคนเดียวเดี่ยวๆดูสักครั้ง ไปกัน... โย่ว




เนื่องด้วยย่างใกล้เข้าหน้าร้อนแล้ว ลมหนาวจวนเจียนจะหมด ทริปแบกเป้เที่ยวป่าเขาลำเนาไพรไม่ได้เกิดมาหลายเดือนขืนเงื้อง่าราคาแพงต่อไปมีหวังทริปถัดไปโน่นเลยปลายๆปีเป็นแน่แท้ นายน้ำฟ้าพยายามเสาะหากรุ๊ปทัวร์ป่า แต่ก็เต็มแล้วเต็มอีก ไอ้ที่ไม่เต็มปลายทางก็ไม่ตรงใจ สุดท้ายจึงตัดใจแบกเป้เที่ยวคนเดียวมันซะเลยสะดวกใจ และก็พิจารณาเลือกภูกระดึง เพราะเหตุว่าอาหารการกินพร้อม เต้นท์พร้อมเครื่องนอนพร้อมไม่ต้องจัดหาติดตัวไป พกแต่ตัว ตังค์ ตีนไปแค่นั้นเป็นพอ และขอเลือกวันธรรมดาเพื่อหลีกหนีจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากมายในวันหยุด



อีกเหตุหนึ่งที่อยากออกเที่ยวเหลือเกินเพราะว่าเพิ่งได้เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle ตัวใหม่มา เลนส์ในฝันเลยตัวนี้ สอยมาจากอีเบย์แบบของ used ถึงแม้จะเป็นของมือสองแต่ราคาก็ยังแพงวายป่วง ไหนๆรักการถ่ายภาพแนว landscape เป็นชีวิตจิตใจแล้วเลยต้องทุ่มใจทุ่มทุนคว้าให้ได้ เจ้า Olympus 7-14 mm. f4 ตัวนี้ว่ากันว่าเป็นสุดยอดเลนส์เลย เหมาะกับภาพวิวทิวทัศน์เป็นอย่างยิ่ง เทียบช่วงกับฟูลเฟรมแล้วจะได้ทางยาวโฟกัส 14-28 mm. สุดติ่งล่ะทีนี้กับมุมรับภาพที่กว้างขวางยิ่งขึ้นถึง 114 ํ เลยต้องจัดทริปหาสนามประลองเลนส์หน่อย (งานนี้เลยต้องจ่ายเพิ่มซื้อกระเป๋าเสริมมาอีกใบ หุหุ ใบที่วางอยู่บนเบาะวีไอพีภาพข้างล่างเนี่ยแหละ ฮี่) * ภาพในบล็อกนี้ภาพไหนมีจุดแดงๆมุมล่างขวานั่นล่ะครับมุมมองแบบกว้างสุด 14mm.ของเลนส์ใหม่ตัวนี้


และนอกจากเลนส์ใหม่เป๋าใหม่แล้วงานนี้นายน้ำฟ้ายังได้สอยรองเท้าแตะรัดส้น+ห่อหุ้มปลายเท้าพันธุ์ลุยระดับพรีเมี่ยมเกรดเอมาคู่หนึ่ง รองเท้ายี่ห้อในฝันสำหรับคนรักการผจญภัยหลายคนเลยทีเดียว นั่นคือ KEEN รุ่น NewPort H2 พร้อมปลดประจำการแตะรัดส้น ADDA ที่โดนน้ำทีไรเหม็น~~~หึ่งเหมือนเหยียบขี้หมาทุกที หุหุ คีนคู่นี้มีแอนตี้แบคทีเรียต่อต้านกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย โฮะ แต่เขาว่ากันว่าขึ้นภูกระดึงอย่าริใส่รองเท้าใหม่เดี๋ยวเท้าจะระบม งี้ผมก็มีเวลา 3 วันที่จะทำให้มันชินเท้าล่ะ 55 งานนี้เดี๋ยวรู้ (แต่ว่าก็เผื่อแตะหูหนีบADDA ไปด้วยกันเหนียวแหละ อิอิ)


<






ขั้นตอนจองตั๋วรถทัวร์แบบผ่านเน็ต

ผมเลือกใช้บริการด่วนบขส. เข้าเวปตามลิงค์นี้ >> //www.busticket.in.th/
ใครใช้บริการครั้งแรกให้คลิกลงทะเบียนก่อน จากนั้นผมคลิกเลือกตั๋วเที่ยวเดียว จากกรุงเทพไปเลย ปลายทางวังสะพุง จุดขึ้นรถหมอชิต2 จุดลงรถวังสะพุง ( ลงจริงที่ผานกเค้า ค่อยขึ้นไปบอกพนง.บนรถเอา ) จากนั้นเลือกวันที่เดินทางเป็นอันเสร็จคลิกปุ่มค้นหาเที่ยวรถ ก็จะได้ลิสรายการแบบนี้ คลิกเพื่อขยาย




ได้มา 7เที่ยวรถ 3มาตรฐาน ผมเลือกมาตรฐานสูงสุด ม4ก หรือvip 31ที่นั่ง เลือกเวลาออก 4ทุ่ม
ค่าตั๋ว 672+ประกันภัย25+ค่าดำเนินการ18 ราคารวมทั้งหมด 715 .-
เสร็จสรรพก็ปิดคอมฯ ไปชำระค่าตั๋วที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตามกำหนดเวลาที่เค้าให้มารับใบเสร็จฯมารอวันเดินทางไปก็ถือใบเสร็จฯไปรับตั๋วที่สถานีฯก่อนเวลารถออกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง





แหม่ มีเรื่องเล่าครับ อุตส่าห์จองตั๋วเที่ยวสี่ทุ่ม กะว่าหกโมงเช้าถึงผานกเค้าได้มากางขาถ่ายทไวไลท์แจ่มๆซะหน่อย แต่แล้วตื่นมาหกโมงรถวิ่งเลยไปวังสะพุงแล้วครับ และมันก็กำลังจะเลยวังสะพุงไปอีกครับ ห่างจุดลงรถผานกเค้ามาชั่วโมงเศษแล้ว หกเจ็ดสิบกิโลเมตรแล้วนั่นเอง ผมรีบลุกจากที่นั่งตรงไปหาคนขับเลยครับ จอดๆๆๆๆ โว้ย เลยป้ายแล้วโว้ย ปรากฏว่าเด็กรถหน้าเจื่อนสารภาพว่าลืมบอกโชเฟอร์ว่ามีคนจะลงผานกเค้า งานเข้า รถทัวร์ต้องกลับรถวกเข้าอ.วังสะพุงแล้วฝากผมกับผู้โดยสารอีก 2 คนที่นั่งเลยป้ายมาเหมือนกันให้กับรถเมล์ท้องถิ่นวิ่งย้อนไปผานกเค้า กว่าจะถึงหน้าร้านเจ๊กิมจุดต่อรถแดงเข้าภูกระดึงที่ผานกเค้าก็ล่อไปเจ็ดโมงกว่า บ้าเอ๊ย เล่นเอานายน้ำฟ้าหัวเสียเพราะเสียฤกษ์ยามหมดต้องซดเบียร์ป๋องละสี่สิบแก้เซ็งไปป๋องนึง สรุปผู้โดยสารนั่งเลยป้ายมาทั้งหมด 3 คน ขึ้นภูกระดึงกันทุกคน ก็เลยช่วยกันเหมารถแดงที่เหลืออยู่คันเดียวเข้าไปส่ง สนนราคามาตรฐานเที่ยวละ 300บาท ก็คนละร้อยล่ะครับ








8:30 น. ณ ตีนภูกระดึง

และแล้วทริปที่ตั้งใจเดินเดี่ยวก็มีเพื่อนร่วมเดินเที่ยวเป็น 3 คน ตัวผมมาภูครั้งนี้ครั้งที่สี่ ส่วนน้องสองคนเค้ามาครั้งนี้เป็นปฐมฤกษ์ มาถึงแล้วก็ตรงดิ่งไปติดต่อลงทะเบียนเสียค่าธรรมเนียมเข้าอช. ผู้ใหญ่คนละ 40บาท เลือกที่นอนเป็นเต้นท์ ค่าเต้นท์คืนละ 225 บาทผมจอง 3คืน 675บาท ส่วนเครื่องนอนไปติดต่อข้างบนภู จากนั้นก็แบกเป้ไปอาคารลูกหาบอยู่ถัดไปไม่ไกล แต่ก่อนอื่นก็แยกสัมภาระที่จะติดตัวไประหว่างขึ้นภูออกมา ก่อน พร้อมแล้วก็นำเป้ขึ้นตราชั่งของผมชั่งได้ 9กิโล เอาล่ะครับ ทุกอย่างพร้อม วอร์มร่างกายเล็กน้อยก่อนออกเดิน ตั้งเป้าไปหม่ำมื้อแรกที่ซำแฮกครับ ห่างจากจุดเริ่มเดินไปหนึ่งกิโล


ลูกหาบ

ค่าธรรมเนียมลูกหาบปัจจุบันคิดราคาหาบกิโลกรัมละ 30บาท ตอนชั่งนน.จะแจก Tag ให้ชุดนึง มี 3ท่อน จ่ายค่าแท็ก 5บาท กรอกชื่อของเราลงไปทั้งสามส่วนแล้วจนท.อช.จะฉีกแบ่งผูกติดสัมภาระไว้หนึ่งส่วน ให้ลูกหาบพกติดตัวไปหนึ่งส่วน และให้นักท่องเที่ยวติดตัวไปหนึ่งส่วน ถึงบนภูก็เอาส่วนของเราไปยืนยันกับลูกหาบ (มีชื่อลูกหาบระบุอยู่ในแท็กแล้ว) แล้วชำระค่าหาบกันบนนั้น








.เอาล่ะครับ ได้เวลา อีก 9 นาที 9โมง ฤกษ์ดีมาก...เหรอ!!

เตรียมก้าวเท้าเดินทางไต่ความสูงสู่ฝัน

ระยะทางทั้งสิ้น จากตีนภูสู่หลังแป 5.5 กิโลเมตร แล้วเดินต่ออีก 3.5 กิโลเมตร สู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 9 กิโลเมตร ลิ้นห้อยแน่ๆ อิอิ เทรลเดินทางจากตีนภูสู่หลังแปมีลักษณะเด่นขึ้นชื่อตรงที่จะเป็นเทรลที่ความชันสุดของเทรลจะอยู่ที่กิโลเมตรแรกและกิโลเมตรสุดท้าย นั่นคือซำแฮก และหลังแปนั่นเอง คนส่วนใหญ่เริ่มเดินด้วยพละกำลังเต็มที่ออกเดินเต็มตัวตั้งแต่ระยะต้น พอพ้นซำแฮกก็ลิ้นห้อยสูญกำลังไปกว่าครึ่ง และไปหมดแรงจนแทบนอนแผ่เมื่อก้าวพ้นถึงหลังแป ผมวางแผนพิชิตซำแฮกให้ได้แบบไม่ให้เสียกำลังเลย นั่นคือทุ่มเวลาเดินให้ช้าที่สุด ให้ไปเลย 1 ชั่วโมงสำหรับซำแรกนี้ ให้นานกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปที่เค้าทำกันไว้ที่ครึ่งชั่วโมง มาดูกันว่าแผนนี้จะเข้าท่าไหม























สู่ กม.1 สู่ซำแฮก




จากหลักกิโลเมตรที่ 0 ที่ตีนภู ระยะทางสู่ซำแฮก 1000เมตร ทางจะค่อยๆไต่ระดับและไปชันสุดๆที่สองร้อยเมตรสุดท้ายตรงที่ปางกกค่า เป็นสองร้อยเมตรที่เล่นเอาผู้คนพาก็หอบแฮกๆ สมคำพ้องเสียงของชื่อซำ จนมีคนแต่งลำนำซำแฮกปักไว้ให้อ่านว่า




ซำตาแฮกตาแหกลิ้นห้อย
อาบเหงื่อย้อยหยดย้อยดังฝอยฝน

พยายามดื่มน้ำอดน้ำทน
จนเต้าน้ำหมดซดวรสุราฯ

สูงชันลดหลั่นเป็นชั้นชั้น
เวียนวนกันพันเมตรเมื่อยล้า

หินดินดานแดงมังคุดสะดุดตา
ไผ่ระย้าหวิวปลิวลำนำลมฯ
.
.
.
ลำนำภูกระดึง โดย
อังคาร กัลยาณพงศ์













ถึงแล้วซำแฮก

สิบโมงเป๊ง ผมก็มายืนอยู่บนซำแฮก ผ่านกิโลเมตรแรกไปอย่างฉลุย ผ่านด่านสำคัญไปอย่างราบรื่นด้วยกลยุทธอันแยบคาย ได้ผลมาก เราทั้งสามคนยิ้มกริ่ม บัดนี้สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงที่ยังเต็มแม็ก แทบไม่ได้สูญเสียกำลังไปเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเสียงหอบแฮกแฮก อันที่จริงสำหรับผมเหงื่อออกแค่ซึมๆเท่านั้นเอง


มื้อแรกที่ซำแรก

แม่ค้าเห็นนักท่องเที่ยวโผล่ขึ้นมาก็ยิ้มแฉ่ง เดินออกมายืนหน้าร้านโบกมือส่งเสียงเชิญชวน แวะหน่อยคร่า แวะหน่อยคร่า พักเหนื่อยก่อน กินน้ำกินท่ากินข้าวก่อนคร่า มองซ้ายมองขวานั่งร้านไหนดี แล้วก็ตัดสินใจง่ายๆเลี้ยวเข้าโรงเตี๊ยมขวามือร้านแรกสุดล่ะครับ ง่ายสุด





สนนราคาถูกกว่ากินในห้างกลางกรุง

เมนูอาหารมีหลายอย่าง ราคาส่วนใหญ่ยืนพื้นที่ 45บาท อย่างเช่นข้าวกระเพราหมู-ไก่, คะน้าหมูกรอบ, ข้าวผัด, ผัดมาม่า, ราดหน้า, ก๋วยเตี๋ยว 45บาทหมด ถ้าสั่งไข่เพิ่มก็ฟองละประมาณ 10บาท แตงโมซีกๆละ 10หรือ20 ลืมไปแล้ว อิอิ น้ำแข็งสงแข็งไสหวานเย็นมีหมด เครื่องดื่มเย็นๆก็มีให้เลือกเยอะ นายน้ำฟ้าเลือกสปอนเซอร์ครับ 555 สำหรับคนเสียเหงื่อไง









กระเพราไก่+ไข่ดาว

น้ำลายสอ เห็นแล้วซู๊ดปาก ตัดสินใจถูกที่มากินบนนี้ เพราะว่าเดินมาเหนื่อยๆแบบนี้ล่ะแหม่กินอะไรก็กำลังอร่อยล่ะครับ ยิ่งได้ข้าวสวยร้อนๆไข่ดาวหอมๆ ไก่หอมๆ กล่ินกระเพราเตะจมูกพลักเข้าให้ ขอโซ๊ยก่อนล่ะค้าบ






เรื่อยเฉื่อย ณ ซำแฮก

เราเผาเวลาไปกับซำแฮกนี้กว่าค่อนชั่วโมง ว่าไปแล้วรสนิยมการเดินของน้องทั้งสองกับผมค่อนไปในทางไม่รีบร้อนเหมือนกัน อันที่จริงจะนอนหลับสักงีบด้วยซ้ำ อิอิ แต่เผอิญลูกหาบของพวกเราหาบของขึ้นมาทันพอเห็นเราเข้า ที่จริงคงมองหาเราอยู่ แกก็ตระโกนมาว่าช่วยเร่งเดินกันด้วยน้า อย่าให้เค้ารอนานเพราะว่าอยากจะรีบลงไปหาครอบครัว อุต๊ะ เป้าหมายที่จะเรื่อยเฉื่อยแฉะทำสถิติใช้เวลานานที่สุดเลยต้องพับไป 5555 ว่าแล้วพวกเราก็เดินต่อ





แผนการทำเวลาจากตีนภูสู่ยอดภูคร่าวๆ

ข้างบนเป็นแผนทำเวลาเดินสุทธิที่ไม่นับเวลาพักของผม เป็นกลยุทธการเดินแบบกะว่าไม่เมื่อย เป็นแบบที่คิดไว้ในใจคร่าวๆ ใช้เวลาผ่านซำแฮก 1ชั่วโมง (1กิโลเมตร) อีก 2ชั่วโมงสู่ซำแคร่ (3กิโลเมตร หรือ 40นาทีต่อ1กิโล) และไต่สู่หลังแปอีก 1ชั่วโมง (กิโลเมตรเศษ) จากนั้นเดินทางราบสู่ศูนย์ฯวังกวางอีก 1ชั่วโมง (3.5กิโลเมตร) รวมชั่วโมงการเดินสุทธิ 5ชั่วโมง เข้าท่าเน้อะ จะลองเอาไปประยุกต์ใช้ก็ได้นะครับ














ผ่านซำบอน สู่ซำกกกอก
จากกม.1 สู่กม.2

เอาล่ะครับ เดินต่อ เสียเวลาพักมามากแล้ว 10:40 นาที เอ้า ไปกัน เรามุ่งหน้าออกจากซำแฮกแบบสบายๆกระปี้กระเป่าพุงแน่นๆเพราะอิ่มข้าวเช้า สภาพทางเดินช่วงสู่กิโลเมตรที่ 2 เป็นไปแบบสบายๆ ลาดชันต่ำ ทางค่อยๆปรับระดับผ่านเส้นชันความสูงเหนือ 600เมตร ที่ซำบอนกับซำกกกอกไม่มีอะไรน่าสนใจ สภาพร้อนแล้งผ่านป่าเต็งรังที่แห้งโกร๋น สองซำนี้ไม่มีร้านค้าร้านอาหารตั้งอยู่ ถัดซำกกกอกไปอีกเพียงสองร้อยเมตรจะเป็นซำกอซาง ที่นั่นจะเป็นที่หมายร้านอาหารและจุดพักเท้าของเราจุดถัดไป



11โมง 40
ถึงซำกอซางเกือบกึ่งกลางทางขึ้นแล้ว

เราทำเวลาเดินกันได้ดีเช่นเคย อัตราเดินในช่วงซำบอนถึงซำแคร่ 3กิโลที่วางเป้าไว้ 2ชม. หรือ 40นาทีต่อหนึ่งกิโลเรายังรักษาความเร็วนี้ได้อยู่ แต่ว่า! เราก็ถลุงเวลาไปกับการพักในแต่ละซำที่มีที่พักเช่นกัน อย่างเช่นที่ซำกอซางนี้เราก็พักโซ๊ยน้ำแข็งไสราดนมกันอีก อิอิ น้ำผลไม้ปั่นก็มี 20บาททั้งคู่












ทางซิกแซก 9เลี้ยว
และพร่านพรานแป


นั่งพักสักเดี๋ยวก็เดินทางต่อก่อนจะเคลิ้มหลับ ภูกระดึงวันธรรมดาคนช่างบางตาแวะร้านไหนเหมือนเหมาร้านนั้นจะนั่งนอนฟินสุด จากซำกอซางมาได้สักหน่อยก็เจอทางสุดชันที่ทางอช.ต้องปรับทางเดินให้ซิกแซกสร้างทางใหม่เลี้ยวไปเลี้ยวมาลดทอนความชันลง หลายคนขนานนามจุดนี้ว่า 9เลี้ยว พอพ้นเก้าเลี้ยวก็มายืนจังก้าสูดโอโซนอยู่ ณ พร่านพรานแป ถึงตรงนี้เราไต่ผ่านเส้นชันความสูงที่ 700เมตรมาเรียบร้อยแล้ว อ่ะ ไปต่อ แดดร้อน

ซำกกโดน
สู่เขตป่าดิบแล้ง


เดินรวดเดียวผ่านซำกกหว้าที่มีต้นหว้าสูงใหญ่ และมีร้านค้าอีก! แต่ขอผ่านล่ะครับจะพักอะไรกันทุกบ่อยบ่ายแล้ว เดินไปเรื่อยผ่านซำกกไผ่ที่เรียกว่าผ่านกึ่งกลางทางจากตีนภูสู่หลังแปอย่างแท้จริง และเราก็มาถึงซำกกโดนมีบ้านพักจนท.และมีร้านค้าร้านอาหาร ที่สำคัญซำนี้มีห้องน้ำอย่างดีปลูกไว้ด้วย ผมยืนอ่านป้ายซำกกโดนภาษาอังกฤษแล้วก็คิดว่าฝรั่งจะออกเสียงยังไงน้า "แซม คอก ดัน" อิอิ ขำดี







ซำแคร่ ร้านค้าสุดท้าย
เหนือเส้นชั้นความสูง 1,000 เมตร ณ เขตป่าดิบเขา

ในที่สุดก็มาถึงซำแคร่ ในเวลาเกือบบ่ายสอง แหล่งร้านอาหารสุดท้ายในทางไต่ จะมีร้านอีกทีก็อีกราว 5กิโลตรงศูนย์ฯวังกวางนั่นเลย แต่เรายังอิ่มเลยขอทุบหม้อข้าวไปกินเอาดาบหน้า อิอิ ว่าแล้วก็พักเดี๋ยวเดียวแล้วเดินต่อกันเลย เกรงใจลูกหาบป่านนี้ชะเง้อคอรอแล้ว


ระวังช้างป่า!

รอบนอกของซำแคร่มีการเดินรั้วไฟฟ้า มีหินก้อนใหญ่ๆที่มีป้ายปักไว้ว่า " ด่านช้าง " ตกเย็นร้านค้าจะต้องเดินไฟใส่รั้วที่สูงเกินหัวคนแต่สูงแค่ขาช้าง เพื่อป้องกันช้างป่าที่มักเข้ามากวนมาพังร้าน เพราะบริเวณนี้ใกล้กับทางด่านที่ช้างใช้สัญจรเป็นประจำ


ใกล้หลังแปแล้ว อีกเพียงกิโลเมตรเศษ เส้นทางเริ่มเดินยาก หินระเกะระกะไปหมด ทางราบๆหายไปหมดแล้ว ทางไต่ชันขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เองที่ผมเริ่มเดินนำห่างออกไปเรื่อยๆ ลำพัง! กำลังพอใจกับรองเท้าคู่เก่งที่ช่วยให้วางเท้าได้มั่นใจดี แล้วในกระทันหันนั้นเอง พอหัวผมโผล่พ้นทางเนินขึ้นไปใจก็หล่นวูบ! ลงไปกองอยู่ตาตุ่มทันที..ช้างป่า!







ช้างป่ายืนจังก้าเลยครับ ตัวใหญ่มาก มันยืนหน้าตรงบนทางเดินมองจ้องมาทางผมพอดี ผมตกใจว่าจะยกกล้องขึ้นมาถ่ายแต่มือสั่น กลัวมันจะวิ่งเข้าใส่เพราะใกล้เหลือเกิน ผมค่อยๆก้าวถอยหลังย่อตัวแล้วโกยอ้าวไปสักสิบเมตรตั้งหลังโบกมือไหวๆให้น้องสองคนที่ตามมาห่างๆ ว่าช้าง ช้าง สักพักช้างมันย่ำป่าลงไหล่เขาไปทางซ้ายเสียงป่าดังซวบซาบแล้วก็มาหยุดนิ่งที่ระดับเดียวกับพวกเราอีกครั้ง ผมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะหนีขึ้นหรือหนีลงเขาดี แต่แล้วก็โกยแนบลงดีกว่า ขืนเสี่ยงขึ้นไปอาจมีมากกว่า 1 ตัว


ตอนเสียงป่ามันดังอีกครั้งเหมือนช้างมันเจตนาทำเสียงดังๆขู่ คราวนี้ผมอยู่ระยะไกลพอควรแล้วเลยยกกล้องกดชัตเตอร์ส่งๆไปตรงเสียงนั่น มองไม่เห็นตัวหรอกครับ play back ดูก็เหมือนถ่ายไม่ติดช้าง แต่ว่าคืนถัดไปผมมา play ดูอีกทีในเต้นท์เพ่งชัดๆถึงเห็นว่าติดช้างมา ดีนะไม่ได้ลบไฟล์นี้ทิ้งไป ไม่งั้นเสียดายแย่




042-871333 ผมนึกถึงเบอร์นี้ขึ้นมาได้ เบอร์ที่ผมโทรสอบถามอช.ก่อนจะเดินทางมา แต่ว่าสัญญามือถือดันอับ น้องอีกคนถอยหลังหาสัญญาณไปเรื่อยๆ จนเจอแล้วโทรแจ้งเหตุ รอซักสิบกว่านาทีจนท.จากหลังแปก็ลงมาถึงมาดูแลความปลอดภัยให้ และวิทยุแจ้งคืบหน้าให้จนท.ด้านซำกกโดนประสานงานคอยระวังช้างให้ด้วย เพราะว่านักท่องเที่ยวยังมีขึ้นตามกันมาอีก

จนท.บอกเราว่าดีแล้วที่ไม่ถอยลงไปไกลเพราะมีโอกาสเจอช้างตัวนั้นวกตัดทางแถวซำแคร่อีก ช่วงนี้ช้างกวนบ่อย สองสามเดือนก่อนก็เหยียบพนง.เก็บขยะเสียชีวิตไปคนนึง ฟังแล้วก็เริ่มหวั่นๆ ขึ้นภูมาหลายครั้งเพิ่งรู้สึกว่าช้างป่าภูกระดึงน่ากลัววันนี้เอง









บันไดไต่หน้าผา
ใกล้แตะหลังแปแล้ว

หายตกใจกันแล้วก็เดินต่อ สามสองนาทีเท่านั้นจากจุดที่เจอช้างเราก็มาถึงบันไดเหล็กไต่ขอบผาหลังภู เรียกว่าถ้าไม่ป๊ะกับช้างเข้าก่อนป่านนี้คงเดินเกือบถึงศูนย์ฯวังกวางแล้วมัง บันไดเหล็กมีหลายช่วง บางช่วงก็ทำแยกซ้ายขวาเอาไว้สำหรับเป็น one way ขึ้นล่องหน้าที่นักท่องเที่ยงเต็มภู เห็นหลายคนขึ้นด้วยอาการขาสั่น ส่วนนายน้ำฟ้าเหรอครับ เหอะๆ แหม่ บันไดแค่นี้เองสบายมาก



เห็นบันไดตัวสุดท้ายแล้ว เย้ พร้อมกับท้องฟ้าสว่างๆ ยอดสน และขอบที่ราบสูงยอดภูกระดึง ลูกหาบเดินสวนทางมาคนนึงเราเรียบเล่าเรื่องช้างให้ฟังจะได้ระมัดระวังตัว






ในที่สุดก็ถึงหลังแป
ครั้งที่ 4 ของนายน้ำฟ้า



ดูเวลาก็ปาไปบ่ายสาม ใช้เวลากันไป 6 ชั่วโมง ผมขึ้นครั้งนี้ห่างจากครั้งที่ 3 ถึง 20ปี! อะไรๆก็ไม่คุ้นตาแล้ว มีซุ้มขายน้ำดื่มเล็กๆ มีร้านจักรยานให้เช่าด้วย ใครต้องการปั่นไปที่พัก ก็สามารถเลือกเช่าได้ 40บาทแบบธรรมดา 60บาทแบบมีเกียร์มีโช๊ค เส้นทางปั่นไกลกว่าเดิน 700เมตร คือให้ปั่นอ้อมไปทางผาหมากดูก ผมกลัวเมื่อยก้นสัมภาระก็เกะกะ ไหนจะขาตั้งกล้องอีก น้องๆก็ถีบไม่คล่องเลยตัดสินใจเดินกันหมด

หนทางยังอีกไม่ไกลแล้ว คำแก้ตัวต่อพี่ลูกหาบก็นึกออกแล้วคืออ้างช้างป่านั่นเอง อิอิ ไม่ต้องรีบจ้ำเดินแระ อ้อ ใครขึ้นมาถึงหลังแปเห็นต้องถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตกันทุกคน นายน้ำฟ้าก็ขอถือโอกาสนี้ถ่ายกับเค้าด้วย ปกติไม่นิยมถ่ายกับป้ายนะเนี่ยแต่ป้ายนี้ต้องขอหน่อย เอาล่ะครับบล็อกตอนแรกนี้ก็ยืดย้วยเหยิ่นเย้อยาวเหยียดเกินคาดแล้ว ทีแรกก็ลงให้ยาวถึงชมดวงอาทิตย์ตกวันแรกเลยแต่เห็นท่าจะต้องยกไปต่อตอนถัดไป สำหรับตอนที่หนึ่งต้องลงไว้เพียงเท่านี้ก่อน





~~~~~~~~~~~~~ จบตอนที่ 1 ~~~~~~~~~~~~~


ตอนที่ 2 เที่ยวทุ่งชมผาหมากดูก


Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 8 เมษายน 2557 11:21:26 น. 69 comments
Counter : 13213 Pageviews.

 
..อ่านกว่าจะจบ เยอะมาก อ่านแล้วได้อารมณ์ประมาณไปเดินเอง
ยังไม่เคยขึ้นภูกระดึงเลย เพราะมันใช้เวลาเยอะหลายวันอ่ะ
แต่ ไว้จะต้องไปสักครั้ง

..น่าเสียดายไม่ได้เห็นภาพทไวไลท์ยามเช้าที่ผานกเค้า มุมมันสวยมากอ่ะ

..แต่ก็โชคดีที่มีน้องๆ2สาวมาร่วมทริปไปด้วย ลุงจะได้ไม่เหงา

..เดินภูกระดึงยังกะเดินไปช้อปปิ้งเลยอ่ะ มีเรื่องให้เสียตังค์ได้ตลอดทางเส้นทาง^^ ดูสบายๆชิวๆมาก เคยนึกว่าต้องลำบากยากเย็นซะอีก

..ไม่ชอบก็ตรงเจอช้างป่านี่แหละ ขนหัวลุก เป็นโอ๋คงยืนฉี่ราด ขาแข็งอยู่ตรงนั้น วิ่งไม่ออก

..บันไดตรงช่วงสุดท้ายก่อนขึ้นหลังแป มันสุดๆอ่ะชันเกิ้น เห็นแล้วปวดน่อง

..มารอตอนต่อไป เร็วๆนะลุง กะลังมันส์

โหวตให้แล้วคร๊าบบ


โดย: @( ^ o * )@ (ก๋อยศรี ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:10:21:34 น.  

 
ไปมา 2 ครั้งแล้ว



*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

และเมื่อเรา "กอด" ใครไว้นานเพียงพอ จะทำให้หัวใจทั้งสองดวงรับรู้

กลายเป็นความผูกพันธ์ และเปลี่ยนการเต้นเป็นจังหวะเดียวกันในที่สุด



*~*~*~*..โลกใบนี้...ยังมีมุมดีๆให้มอง..*~*~*~*

..HappY BrightDaY..


*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*




โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:11:00 น.  

 
มีโดนลูกหาบกดดันด้วย 55555+ อ่านถึงตอนช้างแล้วลุ้นแทนค่ะ คิดถึงภูกระดึงจุงเบยยย ไปมาตั้งแต่ปี 46 ครั้งเดียวเอง จำได้ว่าตอนที่เหนื่อยที่สุดคือ ซำสุดท้าย ซำกกโดนป่าวคะ ต้องปีนบันไดขึ้นไปชันก้อชัน แถมหมดแรงอีก 5555+ แต่พอขึ้นหลังแปแล้วเหมือนถึงสวรรค์เลย


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:57:17 น.  

 
แวะมาปีนภู


โดย: Amazonia วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:58:39 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับคุณหยีั .....

คิดถึ๊ง คิดถึง ภูกระดึง !!!

ที่นี่เป็นยอดภูแห่งความหลังของผมเลยล่ะครับ ไปมาแล้ว 4 ครั้งถ้วน ....

สองครั้งแรกไปกับเพื่อน เมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกๆ ....

ครั้งที่สาม ไปกับเพื่อนที่ทำงาน ตอนจบมาทำงานใหม่ๆ ....

ครั้งที่สี่ ไปกับแฟน ตอนคบกันไปได้ปีกว่าๆ ไม่ได้กะจะไปพิสูจน์รักนะครับ
แต่อยากให้แฟนได้ไปเห็นความงามของภูกระดึงซึ่งผมเคยได้ไปเห็นมาหลายครั้งแล้วด้วยกัน .....

จากครั้งสุดท้ายนั่น ถ้านับถึงตอนนี้ก็ร่วมๆ สิบกว่าปีได้แล้ว
ทุกวันนี้ อากาศหนาวๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ยังคิดถึงภูกระดึงอยู่เสมอ
แต่ชวนภรรยาเขาก็ไม่ยอมไปซะแล้ว เพราะเขาขี้เกียจเดินขึ้นภู กลัวเหนื่อย .....

อ่านแผนเดินขึ้นภูของคุณหยีแล้ว ผมว่าการไม่เดินเร่งรีบช่วงซำแฮก
ก็น่าจะเป็นแผนที่ดีนะครับ ไว้ถ้ามีโอกาสไปอีก จะจำไปใช้บ้าง .....

เรื่องช้างป่าบนภูกระดึง ช่วงหลังๆ นี่ ได้เยินข่าวช้างเหยียบคนตายบ่อยนะครับ
สมัยสิบกว่าปีก่อนนั่น เราเดินเที่ยวกันเองไม่ว่าจะเช้ามืดหรือย่ำค่ำ
ไม่เคยกังวลเรื่องช้างเลย เพราะตอนนั้นไม่มีข่าวช้างดุแบบนี้ .....

ปล. ยินดีกับเลนส์ใหม่ด้วยครับ เลนส์โปรแบบนี้ ผมยังไม่มีเลยสักตัว อิจฉาอ้ะ อยากได้ อยากได้ .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:23:23 น.  

 
มาอ่านบล็อกพี่หยีด้วยคน
แอบตื่นเต้นไปกับช้างป่าด้วยครับ

เส้นทางทรหดมากเลยนะครับพี่หยี
ให้เดิน 6 ชั่วโมง
ผมเป็นลมแน่ๆครับ 555

ผมโหวต Travel Blog ให้เลยนะครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:46:18 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: tifun วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:47:45 น.  

 
โหเฮ่ะ.!!...

ไปคนเดียว เอิ่ม ขอปรบมือ
มันคงไม่แปลกอะไรนะ คือ ผู้ชาย กล้องก็ถ่ายเองได้ ของก็มีคนแบก แต่มันน่า จะมีเพื่อนคุย ไว้ชนแก้วบ้างก็ดี อิอิ
ดูเส้นทางแล้ว ไม่ค่อยลำบาก เท่าไร แต่เหนื่อยที่ไกล อ่ะ..จิ๊บๆ สำหรับนายน้ำฟ้า
ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ อุอุ..
ทุลักทุเลแค่ไหนก็ผ่านมมาแล้ว แค่นี้ กระจอกกกก 555
ไม่ต้องมาทำเป็นบ่นหน่อยเลย
มีตัวช่วยมากมาย บันไดจับ ก็มี แถมมีของกินขายตลอดทาง แพงเท่าไรไม่ว่า ขอบอก
แต่ตอนเจอช้างตื่นเต้นดีนะ มันจะทำให้เราประทับใจทริปนี้อีกยาวนานแหะๆ
เหมือนตอนนึงไปเขาใหญ่ เจอมันยืนจังก้ากลางถนน ไม่รู้มันจะไปต่อ หรือจะหันมากระทืบรถเรา..ทำเอาใจฝ่อๆเหมือนกันอิอิ

มีจักรยานให้ขี่ด้วย สะดวกขึ้นนิ จากนี้น่าจะเป็นทางราบ แล้วสินะ..
เง้อ 9 กิโล แฮ่กๆๆ .. แต่มันเหมาะกะ คู่รัก เดินหนุงหนิงมากเลยนะ เขาว่ามันจะทิ้งหรือจะรักเราก็ตอนนี้แหละ..คุณหยี น่าจะไปพิสูจน์


ไม่เคยไปเลยนะ พลาด ตอนนั้นวางแผนจะไปตอนสาวๆ เกิด เหตไรไม่รู้ เปลี่ยนเส้นทาง ลงใต้กะเพื่อนทั้งๆ เตรียมจะไปภูกะดึง แล้วก็เลย ไม่ได้ไปแต่นั้นมา..
เอิ่ม !!แหม รถพาเลยไป หลายกิโล นี่ไม่น่าให้อภัยเลยนะ เป็นเอื้อสงสัยร้องให้ขี้มูกโป่ง
มาคนเดียว ยังมาทิ้งอีก 555

รอชม ตอนต่อไป
อัพบล็อกเร็วนะ..


โดย: tifun วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:07:14 น.  

 
คุณเอื้อ แหม่ นึกว่าเคยพิชิตภูมาแระ

เนี่ย แม่ค้าเล่าให้ฟังว่ามีอยู่คู่นึงเดินมาถึงซำแฮกก็ทะเลาะกันเขวี้ยงกระเป๋าทิ้งแล้วกลับเลย


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:22:36 น.  

 
ในที่สุดก็ได้เปิดบล๊อกแรกของปี แหม่ นึกว่าพลาดไปซะแร้ว..ภาพสีสดใส บรรยายได้รมณ์เหมือนเดิมนะคะพี่..
แอบอิจฉาเหมือนเดิม..


โดย: jf IP: 202.57.152.4 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:01:08 น.  

 
สุดยอด เล่าได้ละเอียดมาก เรทติ้งเคาเตอร์ยัง
อุ่นหนาฝาคั่ง ปรบมือให้ครับคุณหยี


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:13:26 น.  

 
ขอบคุณที่ผ่านไปเที่ยวบล็อกครับ ที่จริงบ้านนี้ผมก็เคยแอบมาดูบ่อยๆ เรื่องและภาพท่องเที่ยวถือว่าเป็นระดับคนดังในบล็อกแก๊งค์เลยนะครับเนี่ย รู้จักชื่อและคุ้นเคยมานานแม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยกัน


โดย: ลุงแมว IP: 203.113.0.206 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:59:31 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่

ภาพสวยมากๆค่ะ ^^


โดย: lovereason วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:19:34 น.  

 
ภูกระดึง ภึงกระดู กรูไม่เข็ด

อิอิ สี่ครั้งเลยนะ ไม่เข็ดจริงๆ เชื่อเขาเลย

เริ่มบล็อกแรกของปี ต้องถือว่าเริ่มถูกที่ภูอันเป็นตำนานของการเดินทรหด

นักล่าฯไม่เคยขึ้นนะ เพราะคิดว่าเดินไม่ไหวแน่ๆ ถ้าเดิน ลูกหาบก็คงไปถึงก่อนเป็นครึ่งวันชัวร์ รอกระเช้าดีกว่า ชาตินี้ช่วยสร้างด้วย

บล็อกนี้ ขอบอกว่านักล่าฯอ่านละเอียดทุกรูขุมขน เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เห็นการรีวิวภูกระดึงแบบเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่ (คิดว่าคงมี แต่ความละเอียดทั้งรูปและเรื่อง คงไม่มีใครทำได้แบบนี้)

เป็นบล็อกที่เก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด เต็มอิ่ม สนุกสนาน ไม่เบื่อเลย

เสียดายว่าไปช่วงที่ป่ามันโกร๋นๆ ไม่งั้นคงเห็นความงามแบบเขียวๆของภูนะคะ

ชอบภาพแรก เป็นผานกเค้าที่แสงส่องมางามมาก ให้บรรยากาศของการเดินทางยามเช้าจริงๆ

และเสน่ห์ของการลุยเดี่ยวก็คือเจอเพื่อนใหม่ซึ่งพากันนั่งรถเลยป้ายทั้งหมด

แต่แหม เทพรุ่นพี่่ไหงมาตายน้ำตื้นซะงั้น ก๊าก

และทริปนี้ก็คุ้มมากที่ได้เจอช้าง อุต๊ะ เนียนกริบ ทีแรกตกใจอ่า เจอภาพนั้นเข้านึกว่า โห!คุณน้ำฟ้ามีบุญขนาดนั้นเลยเหรอ

ที่ไหนได้ เจอแค่ตาในพุ่มไม้วับๆแวมๆ

อิอิ ก็เป็นลูกเล่นเล็กๆน้อยๆของคนทำบล็อกนะคะ คุณสมบัติขี้เล่นแบบนี้ คงหาจากคนอื่นๆไม่ได้

สรุปว่าบล็อกการเดินขึ้นภูครั้งนี้ เหมาะกับคนที่ไม่เคยเห็นเส้นทางขึ้นภูภูกระดึงแบบละเอียดอย่างนักล่าฯมาก่อน

ชอบมากเลย ทำให้ตัดสินใจได้ว่า ชีวิตนี้ ยังไงตูก็ไม่ขึ้น 555

ขอบคุณผลงานบล็อกอลังการหนุกหนานบล็อกนี้นะจ๊ะ

รอตอน 2 ด้วยใจจดจ่อ แต่ระหว่างรอ ขอหยิบยื่นหมู่ดาวพราวฟ้าบวกกับดวงตะวันเจิดจ้าเหนือผานกเค้ามอบเป็นรางวัลจขบ.ไปพลางๆ

อะ รับไปเบย !










โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.11.17.177 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:36:27 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ
หัวใจเล็กจิ๊ดเดียว
มาเสริมหัวใจหน่อย

ชอบทุกภาพเลย
ยังเสียดายช่างป่าน่ะ ได็ซักแชะ หรูเลยค่ะ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
โหวดให้ซะเลย


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:21:39 น.  

 
อ่านและชมภาพแล้ว....นึกถึงเมื่อครั้งเดินขึ้นภูกระดึง...พศ.นี้เปลี่ยนไปเยอะ ดูสะดวกสบายขึ้นนะคะ แต่สังขารเรานี่ดิ...ท่าจะไม่ไหว รอชมตอนต่อไปคร๊าบ.......(Farmsuk Chiangkhong)


โดย: นักเดิน IP: 125.25.3.37 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:25:19 น.  

 
เป็นการเดินป่า ที่อิ่มสบายท้องมาก มีของกินตลอดเส้นทาง ยังไม่เคยไปเลยสักครั้ง แต่ยังไงก้อต้องไป!!

ดูเหมือนรอบนี้นายน้ำฟ้าไม่ต้องเดินรั้งท้ายใครนะ เพราะไปคนเดียว อิอิ

รูปฟ้าเข้มๆ สวยมาก ชอบๆ


โดย: Kungtalon IP: 171.6.32.188 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:35:00 น.  

 
ประเภทเดินลำบาก คงอดไปครับ ไปได้ที่เดียวเขาคิชกูฎ
ตามมาเที่ยวผ่านบล็อกคุณพี่หยีครับ
ได้เพื่อนใหม่ด้วย
เรื่องน้ำเปลี่ยนนิสัย ดื่มได้่ทุกยี่ห้อครับ ตั้งแต่เหล้าขาว ยัน เหล้านอกครับ
เลนส์ 7-14 + ท้องฟ้าแจ่มๆ ถ่ายรูปไม่มีเืบื่อครับ
ผมไปหาซื้อเลนส์ 10-24 ของนิคอน ราคา 31000 ครับ เงินเดือนผมทั้งเดือน เก็บเงินก่อน
โหวตให้ครับ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:32:50 น.  

 
เป็นทริปที่น่าสนุกนะครับจานหยี
ผมยังไม่เคยขึ้นภูกระดึงเลยซักครั้ง
ไปแบบนี้ เดินทางแบบนี้ ก็น่าสนใจดีนะครับ
ยิ่งช่วงเวลา ที่คนน้อยๆ น่าจะดีกว่า
ว่าแต่ มีคนเที่ยวน้อย จนเหงาหรือน่ากลัวหรือเปล่าครับ อิอิ

แต่เห็นเส้นทางเดินขึ้นแล้ว ไม่รู้ว่าจะไหวไหม 55555
แต่ก็ต้องไหวนะครับ ไม่งั้น ปล่อยเวลาล่วงเลยกว่านี้ อาจขึ้นไม่ไหวก็ได้



โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:46:13 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามเที่ยวขึ้นภูกระดึงด้วยคนครับ ในชีิวิตนี้ผมยังไม่มีโอกาสไปขึ้นภูกระดึุงเลยครับ สงส่ยว่าคงต้องรอให้เค้าทำกระเช้าแล้วล่ะครับ

เห็นภาพบรรยากาศแล้วก็นึกอยากไปลองไปบ้างจังเลยครับ พี่หยีเขียนเล่าและบรรยายได้ละเอียดดีครับ ผมอ่านแล้วได้ข้อมูลเยอะเลยครับ เผื่อว่าจะมีโอกาสได้ไปขึ้นภูกระดึงดูสักครั้งครับ

ถ้าเรามีของไม่เยอะเราสะพายกระเป๋าของเราขึ้นเองได้ไหมครับ? หรือว่าไม่ควรต้องใช้ลูกหาบครับ?

ว่าแล้วก็โหวตให้แก่บล็อกนี้ครับ ถ้ามีตอน 2 ช่วยมาสะกิดบอกด้วยนะครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:57:26 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:58:25 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ แหล่ม



โดย: อุ้มสี วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:41:25 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:3:48:58 น.  

 
ประสบการณ์เจอช้างป่าเนี่ย น้อยคนที่จะปะช้างป่าใกล้ๆขนาดนี้ น่าตื่นเต้นดีนะคะ

ตอนเวเลซขึ้นภูกระดึง รีบขึ้นอย่างเดียวเลย
โห อย่างเหนื่อย
ถ้ามีโอกาสไปอีก จะใช้ตามแผนคุณน้ำฟ้าฯบ้าง
ไปชิลล์ๆดีกว่า

ไปเที่ยวปลายหน้าหนาว ดูแล้งจังค่ะ


โดย: VELEZ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:43:34 น.  

 
ตรงบันไดเหล็กพาดน่ะ โหดมาก แต่ ผ่ามมาแล้วจ้าพร้อมได้เข่าเดี้ยงไปด้วย

ชอบซาร่า ก็เอาเพลงนี้มาฝากนะ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tuk-tukatkorat&month=24-01-2014&group=22&gblog=385

โหวตให้จ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:07:55 น.  

 
ได้เลนส์มาแล้วได้ไปลอง ดีจัง
เรานิ มีแต่ของแต่โอกาสลองไม่ค่อยมี 555


โดย: ลุงแมว วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:24:30 น.  

 
ได้มาแล้วก็ใช้ไปเถอะครับ ปกติเลนส์ที่กว้างเยอะๆผมว่าหายากนะที่คมจากขอบถึงขอบ เมื่อเปิดกว้างสุดนะ ขนาดนิคอนที่ว่าแน่ ก้ไม่เห็นคมซักเท่าไหร่
สำหรับไฟล์ไม่ค่อยดี โค้ทเลนส์อาจเริ่มเสื่อมก็ได้นะครับถ้าเป็นของมือสองที่อาจใช้มาหลายมือ รุ่นนี้เป็น 4/3 ธรรมดาใช่ปะครับ ถ้า M4/3 ก็เห็นมีแต่ของพานา


โดย: ลุงแมว วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:48:41 น.  

 
เห็นในเฟสอยู่เหมือนกัน นับว่าเป็นสีสันของการท่องเที่ยวนะครับ (ถึงจะไม่อยากมีสีสันแบบนั้นก็ตาม)

เดี๋ยวนี้การจองตั๋วรถทำได้ง่าย และสะดวกมากจริงๆ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี

การได้เพื่อนระหว่างการเดินทางนับเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ (หากเดินทางคนเดียว)

แผนทำเวลา ถ้าพักมากไป หรือแวะถ่ายรูปมากไปอาจทำไม่ได้ตามแผนเหมือนกัน ราคาอาหารที่ขายถูกกว่าร้านอาหารข้างทางบางแห่งในเมืองกรุงอีก ที่ผมกินทุกวันนี้ราคา 45-50.- บาทครับ ไม่รวมค่าน้ำ เพิ่มไข่ดาว +10.- บาท

เจอช้างด้วย มันก็น่าตกใจจริงๆ ครับ เดินกันเหนื่อยเลยนะครับ





+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:38:40 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 3 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


นี่ บอกตรง ยังแค้นอยู่ สมัยสาวๆ มัวแต่ทำไรอยู่ไม่รู้ รอดภูกระดึงไปได้ มันเคืองนัก ฮึ ..


อ่านตอนหนีช้าง นึกถึงเพชรพระอุมาอุเหม่ นึกว่าเป็นพ่อรพิน สะหน่อยจิ..คว้าขาตั้งกล้องออกมาเลย อิอิ
...
รถพาหลงไป ดีนะไม่เป็นแบบ ลงรถแล้วลืมกระเป๋าวีไอพีไว้ อันนี้งานเข้า 555
ห่วงยิ่งชีวิต แต่เชื่อว่า คุณหยีไม่วางแม้แต่ให้ใครถือ ชิมิ..

ที่บ้านมีความสุขตามอัตภาพ ..มีมดมีแมลง ทุกอย่างรอบตัว นกหนูเยอะมากก จับกินไม่ไหว เอ้ยๆ ไม่ใ่ชๆอิอิ
.. ดอกไม้ ไม้ผล นั่นคือ ความสุขที่ จขบ หนี ไปขลุก เอียงซ้ายเอียงขวาถ่ายรูปได้ทุกวัน จนคนที่บ้านว่าบ้า
ออกมาช่อหนึ่ง ถ่ายอยู่ได้ 555

แต่ว่ายังไง ป่าเขายอดดอยเราก็เนรมิตรมาไม่ได้
ฉะนั้นต้องตามไปเมื่อมีโอกาส แหะๆ



โดย: tifun วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:53:08 น.  

 
หมู่นี้มีเรื่องเศร้าใจหลายเรื่อง เขียนบล็อกไม่ค่อยจะออกค่ะ
ก็ได้เพลงนี่แหละช่วยบรรเทา

ขอบคุณที่ชอบเพลงนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:08:22 น.  

 
ครับผม ขอให้สนุกนะครับ กะเลนส์ซีรี่ส์โปร เอฟ 2.8 ที่จะทะยอยตามกันออกมาต่อจาก 12-40
ก็คงจะเรียงกันตามนี้
7-14 , 12-40 และ 40-150 เตรียมตังกันให้พอ อิๆๆๆ


โดย: ลุงแมว IP: 118.173.192.90 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:17:11 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 5 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ Thailand Web Stat


โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:52:40 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ
โหวดสาขา photo ค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:3:49:32 น.  

 
สวัสดีค๊าา.. โอ้ยๆ ไม่ได้มาบ้านนี้นานมากๆเลย
นกเองไม่ค่อยได้เข้าบล็อคเหมือนกันค่ะ นานๆ จะแวะมาอัพบล็อคซะที

ภูกระดึง ครั้งที่ 4 เลยเหรอตะเอง ... ทำไมเก่งจังอ่ะ

ขอบอกว่าเป็นรีวิวภูกระดึง ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นภาพภูกระดึงได้ชัดเจน แจ่มเป็ดที่สุด

ปกติมโนไปเอง นึกภาพเอาเอง ว่ามันต้องประมาณนี้นะๆๆ เพราะคุณสามี ชวนไปหลายปีแล้ว

แต่ดิฉันต้อแต้ คิดว่าไม่สามารถเดินได้จริงๆ ยิ่งพอมาเจอบล็อคนี้

รายละเอียดเยอะขนาดนี้ เห็นภาพชัดๆขนาดนี้ ล้านเปอร์เซ็นต์ ว่ามันไม่เหมาะกับผู้หญิงขี้เกียจเดินคนนี้แน่ๆ 555

เดินไปได้ไง ตั้ง 6 ชั่วโมง โอ้ย ..จาเป็นลม แถมชันมากเป็นช่วงๆอีก

แถมเจอช้างป่าอีก โอ้ยตายๆๆ ปานชนก เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้แน่ๆ

แล้วไปคนเดียวด้วยนะคุ๊ณ ...เก่งจริงไรจริง อยากไปลองเลนส์ใหม่ ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

นี่แหละนะ คนที่รักการถ่ายภาพ รักการเดินทางตัวจริง !!!

นังปานชนกคนนี้ ยังรักสบายอยู่คร๊าา... บ๊ายยย บาย ภูกระดึง



จะบอกว่าอ่านเพลินเลยล่ะ เขียนสนุกนะเราเนี่ย


โดย: Nongpurch วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:9:06:44 น.  

 
สวยทุกๆภาพเลยครับ


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:10:28:14 น.  

 
สุดยอดมากค่ะ
อ่านสนุกจริงๆ เคยไ้ยินชื่อเสียงภูกระดึงมานาน
แต่เพิ่งเคยเห็นรีวิวแบบละเอียดวันนี้เองค่ะ ทุกจุดเลย ราวกับได้ไปเอง เลนส์ extra wide มันไวด์ได้ใจดีจริงๆค่ะ ภาพสวย อ่านสนุกต้องโหวตค่ะ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:23:23 น.  

 
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
narellan Food Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:23:55 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านน๊า ไม่มีเวลา ไว้เข้ามาอ่านใหม่
เพราะบล๊อกนี้ต้องใช้เวลาค่อยๆอ่าน ถึงจะได้อรรถรส
วันนี้ไลค์+ให้ใจกันไปก่อน
หัวใจเล็กมากๆ สาวๆไปไหนกันหมดน๊า ปล่อยให้ใจบ้านนี้เล็กได้งัยอ่ะ อิอิ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

วิ่งๆๆไปบ้านอื่นต่อก่อนนะคะ





โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:49:48 น.  

 
อดไม่ได้ที่จะมากดโหวตและกดไลน์ให้พี่หยี
การท่องเที่ยวยังคงเป็นขวัญใจเหมือนเดิมอิอิ
มิลทำแบบนี้ไม่ได้ แต่ใจก็ยังชอบ เอิ๊กก


โดย: มิลเม วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:1:09:37 น.  

 
กรี๊ด..............
จะ 5000 Pageviews แล้ว



โดย: ก๋อยศรี วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:14:25 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่หยี
เป็นริวิวภูกระดึงที่สมบูรณ์มากๆ สวยได้บรรยากาศทุกๆภาพ

แดดดี ต้นไม้โปร่งๆสี เหลืองก็มี สวยสุดๆ
มั่นใจว่า จุดเติมพลังที่ผานกเค้านั่น เคยไปนั่งค่ะ

เชื่อมั๊ยว่า อยู่เรียนที่ขอนแก่นมาตลอดไม่เคยขึ้นภูกระดึง
แย่มั่กๆ

ตามไปเที่ยวคุ้มมาก รอชุดที่สองนะคะ

โหวตๆๆๆ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


โดย: anigia วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:00:32 น.  

 
เหตุเพราะเลนส์ใหม่นี่เอง
มาถึงภูกระดึงจนได้
ภาพสวยประหนึ่งเดิมตามต้อยๆ
อย่างนี้ไม่ต้องไปล่ะ
ดูภาพของพี่น้ำฟ้า สวยและไม่เหนื่อยดี


แค่เขาช้างเผือกก็ทำเอาแย่แล้ว
ภูกระดึงไม่เคยอยู่ในห้วงฝันเลยค่ะ
เพื่อนๆ เคยชวนไปสมัย ป.ตรี
ยามสาวๆ ยังไม่กล้าไป
ตอนแก่ๆ เยี่ยงนี้ คงต้องขอบายจริงๆ

กลัวลูกหาบไม่รับหาบขึ้นเขาอ่ะ

ช้างป่าตัวใหญ่มาก
ถ้าโดนเหยีบทีเดียว ....ไหลแน่นอน

บล็อกนี้ได้รับความนิยมมากๆ เลยนะเนี้ย
ห้าพันกว่าวิวแน่ะ



โดย: chenyuye วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:31:29 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 2 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

แวะ มาแอบกินหวานเย็นน้ำแข็งใส
ก็มันร้อนหง่ะ
ยุ่ง หัวฟู เลย..
ชะเอิงเอย..
ไปละ


โดย: tifun วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:34:52 น.  

 
สงสัยตอนสมัยเรียน แอ๋นโรคกลัวทากกำเริบอย่างรุนแรงน่ะค่ะ
เลยไม่กล้าขึ้นภูสักที ไปโดนกัดที่เขาใหญ่แทนตั้งหลายเที่ยว
แหะๆ

ขอบคุณพี่หยีมากที่แวะไปอวยพรจ้า

สภาพหนาวๆ ใช่แล้ว 4wd เก่าๆผุๆคันลุยๆนั่นเลย ออกทุกงาน
ขับเข้าเมืองที อ๊าย อาย หาความหรูไม่มี อิอิ


โดย: anigia วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:36:17 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

มาคอยตอนสองค่ะ


โดย: แม่ซองฯ (ซองขาวเบอร์ 9 ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:36:40 น.  

 
ชอบรีวิวมากเลยค่ะ
รูปภาพก็สวยแจ่มมากๆๆ ขอชมๆๆ

ภูกระดึงเป็นทริปในใจของแสงตะวัน
ที่อยากจะไปพิชิตดูสักครั้ง
ก่อนจะเดินขึ้นไม่ไหว

บางทีปีนี้อาจจะได้ไปหลังเปิดป่า ช่วง ต.ค.


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:04:39 น.  

 
บล็อกสวยน่าอ่านมากเลยค่ะ อ่านเพลินด้วย
(ไม่ทราบว่าจัดด้วย Photo shop รึเปล่าคะ แล้วเซฟไฟล์แปะบล็อกเป็นนามสกุลอะไร ขอบคุณมากค่ะ)


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:49:33 น.  

 
ยกนิ้วให้คุณหยีสิบนิ้วเลย ถ่ายภาพได้งามจริง ๆ ขอบคุณมากที่พาเที่ยวภูกระดึงและเก็บภาพงาม ๆ มาฝากกันนะคะ

กดไลค์ โหวตและแปะหัวใจให้ค่า


โดย: haiku วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:26:28 น.  

 
ในขณะที่เจ้าของบ้าน ไปงานฉลองรับสายสะพาย
เราก็ดอดมานั่งชม นั่งอ่าน" เดินทอดน่องย่องภูกระดึง"

ทันสมัยด้วยการจองตั๋วออนไลน์ จ่ายเงิน 7-11
แต่ต้องลุกมาส่งเสียงโวยวาย เหมือนโดนมดกัด
ว่าลูกพี่ๆเลยป้ายแร้ว โธ่ถัง นอนเพลินกับรถวีไอพีซะนี่
แต่ถือว่าโชคดี ได้เพื่อนหารค่ารถ ไม่งั้นต้องจ่ายคนเดียว 300นะเออ อิอิ

ภาพถ่ายตัวเองด้วย wifi ทันสมัยซะ สุดยอดไปเลย ไม่ต้องง้อใครให้ถ่ายให้

ดูอากาศร้อนแล้ง แต่ก็สวยไปอีกแบบนึงนะ ว่าม่ะ
ภูกระดึงพัฒนาไปเยอะมากเลยนะ
ร้านค้าร้านอาหารเพียบ มีห้องน้ำไว้บริการตามซำด้วย

โชคดีด้วย ได้เจอเจ้าที่ จ้าวป่าตัวใหญ่ประจันหน้า
ไม่ได้เจอกันง่ายๆนะเนี่ยะ

แต่นึกว่าถ้าเป็นตัวเองเจอหล่ะ จะน่ากลัวขนาดไหนน้อ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

อ่านจบก็กดรางวัลกันไป
มีเวลาค่อยไปอ่านในกระทู้นะ

ช่วงนี้เวลาเข้าบล๊อกมีน้อย มาอ่านช้า อย่าเพิ่งงอล
หนีกลับดาวพลูโตก่อนหล่ะ แล้วจะมาอ่านตอน 2 ต่อนะ

ยกสตรอเบอรี่จากเชียงใหม่มาฝาก
ป่านนี้คงกินกันอิ่มแป้ แฮปปี้กับงานฉลองสายสะพายกันแล้วมั้ง




โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:16:38:15 น.  

 
ยินดีกับพี่หยีด้วยนะครับสำหรับสายสะพายที่ไ่ด้รับ
ผมโหวตให้พี่ในสาขานี้เช่นกันครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:22:48:41 น.  

 
ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมจะไปให้ได้

เด๋วขอสปอนซอร์จากคีนไทยแลนด์ เด็กเส้นๆ



โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:0:58:18 น.  

 
ขอวคุณนะคะ กำลังอยากไปค่ะ


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:7:15:30 น.  

 

แหล่มเลยน้องหยี
พี่อุ้มแวะมาขอแสดงความยินดีกับสายสะพาย
สมใจอยาก



โดย: อุ้มสี วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:13:29:49 น.  

 
ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกับแอบเห็นตัวจริงในงานมิตติ้งเมื่อวันเสาร์(เพิ่งเล่นจริงจังได้ไม่นานเลยคุ้นไม่กี่ชื่อ)
ถือโอกาสแว้บเข้ามาดูค่ะ สมคำร่ำลือจริงๆ แค่ภาพภูเขาแรกก็งามสุดยอด รายละเอียดเป็นประโยชน์มากๆค่ะ ตั้งใจจะไปที่ภูกระดึงหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ไปสักที
รีวิวพี่ได้แรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ


โดย: wachi (กาบริเอล ) วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:0:00:15 น.  

 

ขอแสดงความยินดีด้วย


โดย: ชมพร วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:10:01:48 น.  

 

ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ

ภูกระดึงป้ายังไม่เคยไปเลยค่ะ มีตื่นเต้นไปเจอช้างป่าด้วย ดูภาพแล้วอยาก

ไปบ้างจัง ไล้ค์และโหวตให้ด้วยค่ะ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: พรไม้หอม วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:19:15:56 น.  

 


ขอแสดงความยินดีกับคุณหยีที่ได้สายสะพายค่ะ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงจริง ๆ ค่า


โดย: haiku วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:21:20:43 น.  

 



ป้าขอแสดงความยินดีกับสายสะพายด้วยค่ะคุณหยี

คุณสินชื่นชมคุณหยีและพูดถึงบ่อยๆ แต่ป้าก็ไม่ค่อยได้เข้ามา

ต่อไปจะเข้ามาบ่อยๆ

วันนี้ขอแอดด้วยค่ะ

ป้าเอาภาพสวยขึ้นบล็อกเรียบร้อยแล้ว ญาติๆชอบภาพนี้มากกกกกกกกกค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:19:38:51 น.  

 
แวะมาเยี่ยมยามค่ำคืน…สวัสดีครับ

ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายที่ได้รับด้วยครับ


โดย: **mp5** วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:22:34:46 น.  

 
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ คุณพี่หยี
ซื้อเป้แล้วครับ จะไปลุยบ้างครับ


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:0:33:21 น.  

 
ขอแสดงความยินดีกับคุณ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา ที่ได้รับสายสะพายครับ
ขอเป็นกำลังใจครับ


โดย: นธีทอง วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:3:35:20 น.  

 
นั่งนับมือไปมาเหมือนกัน เคยไปมานานมากเลยค่ะ ห่างกันไม่ถึงเดือน ขึ้นภูสองครั้ง หลังจากนั้นไม่ได้ไปอีกเลย ชวนคนที่บ้านเหมือนกัน ไปมั้ย แต่หนนี้ ถ้าขึ้น คิดว่าตัวเองน่าจะไม่ไหวเองมากกว่า


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:21:01:42 น.  

 
มาย้อนรอยภูกระดึง ไปครั้งแต่ปี 43 ทางเดินถูกพัฒนาไปมาก ๆ


โดย: puipom วันที่: 12 มีนาคม 2557 เวลา:9:47:11 น.  

 
ภาพสวยดีค่ะ เพิ่งกลับมาเมื่อเดือนที่แล้ว ประทับใจสุด ๆ ค่ะ


โดย: nuch9981 วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:22:34:31 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ ยังไม่เคยไปภูกระดึงเลย
ไปช่วงคนเที่ยวน้อยๆ ก็เงียบสงบไปอีกแบบนะคะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและอ่านบล็อกนะคะ


โดย: เจ้าแห่งน้ำคือพระจันทร์ วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:16:47:11 น.  

 
วันที่ 5 6 7 เมษา นี้มีแพลนจะไปเหมือนกันค่ะ น่าสนใจมากกกกกก


โดย: Pattata IP: 202.28.119.230 วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:16:30:07 น.  

 
เค้ามาเยือนแล้วเน้อ หนุกหนานอ่ะ เจอช้างตัวเป็นๆ ด้วย ตอนเค้าขึ้นไป ได้ยินแต่เสียงก็วิ่งกันป่าราบแว้ววววว 555+
ปล.ไปอ่านตอน 2 ต่อแระ


โดย: กระรอกบิน IP: 61.19.221.10 วันที่: 3 เมษายน 2557 เวลา:11:03:08 น.  

 
กลับมาอ่าน ดูภาพอีกครั้ง บรรยายจนเห็นภาพที่
ไม่ได้ถ่ายมาให้เห็น... เขียนสนุกครับคุณหยี

แต่หาร่องรอยผมเม้นท์ไม่เจอ...สงสัยคราวก่อนจะ
อ่านเพลินไปหน่อย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ IP: 101.108.32.52 วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:12:36:30 น.  

 
ประทับใจค่ะเข้ามาครั้งแรก ... เยี่ยมมากค่ะ


โดย: papooky IP: 171.98.56.191 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:17:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
21 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.