|
~*~ กรองกานต์ ~*~
~*~ กรองกานต์ ~*~
จารลิขิตร่ายคล้าย--------คำนึง ครวญ ขับเพรียกรำพึง-----แต่เบื้อง- วันวาร ที่ยังตรึง------------ตราอยู่ โดยมิอาจปลดเปลื้อง-----ปล่อยให้ลาญสลาย
หมายจะเขียนกลอนรักสลักร้อย เจียรอักษรอ่อนช้อยเป็นสร้อยสาร สอดประสมดนตรีคีตกานต์ ให้ก้องดังกังวานสะท้านทรวง
จากหัวใจดวงที่ไม่มีรัก แกรงว่าจักจืดจางเป็นบางช่วง เพราะเสกสรรปั้นทำเพียงคำลวง วางเป็นบ่วงบาศก์ดักว่ารักเธอ
แต่ละตัวอักษราช่วยพาให้ แต่ละใจผ่อนร้อนดั่งตอนเผลอ เหมือนตกในช่วงขณะลมละเมอ ฝากจิตเพ้อดื่มด่ำต้องจำจอง
ลมอุสุมโบยโบกกรรโชกสาย เวิ้งฟ้ากว้างพร่างพรายแดดสายส่อง หลังฝนหลั่งสั่งลาฟ้าเรืองรอง ผลัดความหมองหม่นสิ้นทั้งดินแดน
แต่ความหมองหม่นในหทัยนี่ อีกสักร้อยพันปีหรือกี่แสน จักมีความใสสว่างขจ่างแทน ความมืดแม้นสักน้อยในรอยใจ
ดอกยี่สุ่นกรุ่นกลิ่นรวยรินร่ำ ปล่อยหยาดน้ำหยดหน่วงให้ร่วงไหล ภาพตรงหน้าสวยงาม-แต่ยามใด หนอจะได้ซาบซึ้งสักครึ่งเดียว
พาชีวิตล่วงผ่านมานานเนิ่น ต้องเผชิญทุกข์เศร้าความเปล่าเปลี่ยว ความสุขความขื่นขมช่างกลมเกลียว ย้อมทุกเสี้ยวส่วนชนม์ระคนกัน
อยากให้ดอกรักบานสักล้านช่อ เพื่อจะพอให้คว้าเอามาฝัน คนไร้ใจใยจะถูกความผูกพัน มาเหนี่ยวรั้งร้อยขวัญพันธนา
หวังจะเขียนกลอนรักอีกสักหน ร่ายประพนธ์ว่าจินต์ถวิลหา แต่ใยหนอ กลอนกานต์ช่างด้านชา อักษราสิ้นหวานผสานรวม
จึงได้เกริ่นกล่าวถ้อย-----กรองกานต์ เอาจิตน้อมคนึงวาร------ก่อนนี้ คำหวานดั่งหยาดตาล-----ปนอยู่ ทุกอักขระบ่งชี้------ชอบนั้นเพียงไหน
หากได้พินิจวจนจาร เฉพาะกานทะร่ำไร ย่อมรู้รบิลระบุไฉน เสนาะนัยยะฉันทา
เพรียกพร้องละมุนพิเราะสนาน จะผสานสมานพา ใจชื่นระรื่นปิติคนา รจนามิเทียบเทียม
วลีลักษณา ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
|
| Create Date : 26 กรกฎาคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 31 กรกฎาคม 2569 23:23:28 น. |
| Counter : 858 Pageviews. |
|
 |
|
|
|
|