Side by side, Or miles apart, We are connected by the heart.
 

กระพริบตาสองที ห้าเดือนกว่าๆผ่านไป


คิดถึงบล็อกแกงค์นะคะ ไว้ลูกเผลอแล้วเจอกัน ;) 




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2559 4:21:45 น.
Counter : 689 Pageviews.  

หายไปนาน แว๊บไปคลอดน้องมา และวุ่นๆกับการปรับตัวอยู่ค่ะ

  ขอเอาประสบการณ์ที่ไปโพสไว้ในเพจ 'คนท้องคุยกัน' มาแปะไว้ก่อนนะคะ 


ขอเล่าประสบการณ์ตอนคลอดค่ะ(ยาวหน่อยนะคะ) น้องคลอดเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว 24 สิงหาคมค่ะ

เริ่มปวดท้องล่วงหน้ามาสองคืนค่ะ ตอนนั้นแปลกใจปนไม่แน่ใจ เพราะปวดเป็นช่วงๆ เฉพาะช่วงกลางคืนค่ะ ลองจับเวลาดู ความห่างของการปวด(contraction) ไม่แน่นอนค่ะ บางช่วง 7นาที บางช่วง 10 นาที บางช่วงก็นานกว่านั้น วันที่ 23สิงหาคมเป็นวันครบกำหนดคลอดที่ 40 สัปดาห์พอดีค่ะ

คืนวันที่ 23 ปวดท้องถี่ขึ้น ระยะเวลาในการปวดประมาณ 1 นาที ระยะห่างประมาณ 7นาที ซึ่งเราอยู่ต่างประเทศ คุณหมอบอกว่าถ้ายังไม่ปวดแบบ 5-1-1 คือปวด 1 นาที ทุกๆห้านาทีต่อๆกันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงยังไม่ต้องมาโรงพยาบาล เพราะต้องรออีกนานจะถูกส่งกลับบ้านอยู่ดี... เริ่มปวดตั้งแต่ตีหนึ่ง จนถึงตีสาม ระยะห่างของการปวดก็ยังไม่ใช่ 5 นาที ตัดสินใจโทรไปถามหมอ หมอบอกจะมารพ.เลยก็ได้ หรือจะรอดูอีกสักพักก็ได้ตามใจ เราเลยบอกหมอว่างั้นรอดูอีกสักชั่วโมง สองชั่งโมงละกัน

ช่วงประมาณตี4 พลิกตัวไปมา ได้ยินเสียงดังโพล๊ะ (แบบที่เราได้ยินคนเดียว แต่รู้ตัวว่าเหมือนมีอะไรแตกอยู่ข้างใน) ในใจคิดว่าคงจะถุงน้ำแตก แต่ก็ยังไม่แน่ใจ พอไปห้องน้ำ พบว่ามีเลือดออก และมีน้ำไหลซึมๆ จึงใสผ้าอนามัยแล้วโทรไปหาหมออีกรอบ ว่าถุงน้ำคงแตกจะไปรพ.แล้วนะ แล้วก็รู้สึกว่ามีน้ำซึมออกมาเรื่อยๆ

ไปถึงรพ. ตีห้ากว่าๆ พบว่าถุงน้ำแตกจริงๆค่ะ ปากมดลูกเปิดแล้ว 3.5 เซนติเมตร
ตอนแรกบอกหมอว่าจะไม่ขอบล็อคหลัง จะลองทน แต่ทนไม่ไหวค่ะปวดมากมือไม้สั่น เลยขอบล็อคหลัง แล้วพอสายๆหมอก็ให้ยาเร่งคลอดค่ะ แล้วก็นอนรอให้ปากมดลูกเปิดเต็มที่ (หลังจากบล็อคหลัง ความเจ็บปวดเบาบางลงมามากค่ะ นอนรอแบบชิวๆเลยทีเดียว แต่มารู้สึกปวดอีกทีตอนที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 8เซนติเมตรค่ะ)

เวลาประมาณบ่ายสองของวันที่ 24 ปากมดลูกเปิดเต็มที่ เด็กหันตัวเตรียมท่าคลอดแล้ว (ลืมบอกนะคะ ของเรารกอยู่ด้านหน้า ติดกับสะดือเรา เด็กกลับหัวนานแล้วแต่หันหน้าออก เวลาจะคลอดต้องหมุนตัว 270องศา ซึ่งปกติถ้าเด็กหันหน้าเข้าด้านหลังเวลาคลอดจะต้องหมุนตัวแค่ 90องศาค่ะ) หมอให้เริ่มฝึกเบ่ง แล้วก็เบ่งจริงอยู่ประมาณ 40 นาที น้องก็ออกมาค่ะ โดยกรีดช่องคลอดค่ะ แต่วินาทีนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ เมื่อน้องออกมาแล้ว ความเจ็บปวดหายเป็นปลิดทิ้งจริงๆค่ะ ซึ่งหมอบอกว่าถือว่าเร็วมากสำหรับท้องแรก และบล็อคหลังค่ะ หมอบอกว่าปกติเขาเบ่งกันเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง (40นาทีก็เหนื่อยจะแย่แล้วค่ะ)

ส่วนคุณพ่อได้เป็นคนตัดสายสะดือเองค่ะ

น้องคลอดที่เวลาประมาณบ่ายสามค่ะ น้ำหนัก 3,321 กรัม ที่ 40 สัปดาห์ 1 วันค่ะ
พอคลอดปุ๊บก่อนจะทำความสะอาดเด็ก เขาก็เอาน้องมาแปะไว้ที่อกแม่ทันทีค่ะ การที่เอาเด็กมาแปะไว้บนอกแม่ทันทีเขาเรียกว่า skin to skinค่ะ ซึ่งเขาบอกว่า มีการวิจัยว่ามีประโยชน์มากมายทั้งกับแม่และตัวเด็กเอง ทั้งด้านสายสัมพันธ์ ด้านร่างกาย รวมไปถึงการปรับระดับน้ำตาลในเลือดของตัวเด็กด้วยค่ะ

ระหว่างนั้นคุณหมอก็เย็บแผลไป สอนนักศึกษาแพทย์ไปด้วยค่ะ (นักศึกษาแพทย์มารายงานตัวและขออนุญาตเราก่อนแล้วค่ะ)

ปล. เพิ่มเติมนิดนะคะ การฝึกการหายใจ การฝึกสมาธิ ช่วยบรรเทาความปวดช่วงใกล้คลอดได้มากค่ะ




 

Create Date : 09 กันยายน 2558    
Last Update : 9 กันยายน 2558 23:19:22 น.
Counter : 560 Pageviews.  

ยิ้มรับแสงแห่งตะวันใหม่

  ช่วงนี้เวลาผ่านไปช้าๆ

ได้แต่เฝ้ารอ.....

39w 3d ยังไม่มีวี่แววจ้า

.....................................

สองสามวันที่ผ่านมา เกิดอาการเครียดตามข่าว เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านเรา

ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร นั่งอ่านข่าว ดูคลิป จนต้องบอกตัวเองให้หยุด 

เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ได้แต่รับรู้ สงสารผู้รับเคราะห์ทุกคน 

แต่เราคงทำอะไรมากไม่ได้ไปกว่า รับรู้ แผ่เมตตา และสวดมนต์ภาวนาให้อย่าเกิดเรื่องเลวร้าย สะเทือนใจเช่นนี้อีก

.....................................

เมื่อฝนซา ฟ้าย่อมใส อย่างน้อยหลังจากเราตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อ 
เมื่อเราตั้งสติได้ ก็ทำให้เรารักกัน ช่วยเหลือกันมากขึ้น....
รักกันไป จับมือกันไป แข็งแรงไปด้วยกัน อย่างนี้ต่อไปนะ ประเทศไทย

.......................................

(หายไปหลายวัน แวะมาทักทาย ไม่รู้เพื่อนฝูงพี่น้องในนี้จะลืมกันไปหรือยังนะคะ)

เอาภาพทะเลและแสงตะวันจาก Long Island, NY แถวบ้านมาฝากกันนิดหน่อยค่ะ





หวังว่าทุกคนที่แวะเข้ามาจะมีความสุข
และมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยสติเสมอเจ้าค่ะ 
Smiley




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2558    
Last Update : 20 สิงหาคม 2558 2:01:19 น.
Counter : 661 Pageviews.  

ลานนาน้อยอยากมานิวยอร์ค ^^

เรื่องของเรื่องจ้า...

เราสองคนคิดไม่ตก ตัดสินใจอยู่นานว่าเมื่อย้ายจากเมืองไทยมาอเมริกา 
เราจะเริ่มต้นปักหลักที่รัฐไหน โดยคงต้องเริ่มจากที่ๆมีญาติพี่น้องอยู่ก่อนในช่วงแรกๆ

ดังนั้นช่วงที่ผ่านมา ช่วงที่เอท้องในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 เราอยู่กันที่อริโซนาค่ะ 


บรรยากาศทั่วไปไม่ไกลจากบ้านที่อริโซนาค่ะ
















ลัลล้า... ทุกสถานการณ์ค่ะ ตอนนั้นท้องอ่อนๆแล้วจ้า 
                    ลืมตัวเผลอกระโดด คุณสามีก็ลืมตัวเผลอกดชัตเตอร์ให้ 
                          แล้วเอก็โดนดุทีหลังค่า

         Sedona สถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไป hiking ในอริโซนาค่ะ
       ที่สวยๆน่าไปชมสักครั้ง แต่เรื่องความร้อนก็ไม่เกรงใจใครเหมือนกันจ้า... 
เสื้อแขนยาว หมวก ซันบล็อกนี่ จำเป็นมากค่ะ ^^ 


วิวมุมกว้างจาก Sedona, AZ ค่ะ

....ช่วงต้นปี อากาศกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาว แต่ค่อนข้างแห้ง ตอนอยู่ที่บ้านนั้นก็ช่วยน้องชายสามีดูแลหลานๆทั้งสาม+หนึ่ง(หลานอีกบ้าน) ไปด้วย

Smiley...พอเริ่มเข้าหน้าร้อน อริโซนา ร้อนมาก...... ประมาณ 107-115F ก็ประมาณ 41-46C ค่ะ ถึงขนาดว่าเปิดแอร์ในรถนี่ลมร้อนพุ่งมาโดนหน้า หน้าแดงทันที ประหนึ่งโดนตบด้วยลมร้อนเลยล่ะค่า 

แต่แล้วก็มีเหตุ หลายๆประการ(นอกเหนือจากเรื่องร้อนแล้ว) ก็มีสาเหตุอีกมากให้ต้องตัดสินใจว่าอาจจะต้องย้ายรัฐไปนิวยอร์คซึ่งเป็นบ้านแม่สามี คิดกันสองคนเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก เพราะท้องก็แก่แล้ว เข้าเดือนที่เจ็ด กังวลไปหมดว่าถ้าย้ายไปจะหาหมอสูติคนใหม่ ได้ไหม ครรภ์แก่ๆ หมอดีๆจะยอมรับโอนไหม ไหนจะประกันที่ทำที่อริโซนาที่เราจ่ายส่วนต่างล่วงหน้าไปแล้ว ย้ายรัฐต้องเปลี่ยนประกัน ต้องเริ่มใหม่หมด จะมีปัญหาไหม..... หรือค่อยย้ายหลังคลอดดี แต่เบบี๋เล็กๆก็ไม่อยากพาขึ้นเครื่อง ก็ต้องรอไปอีกสามสี่เดือน เอาไงดีๆๆ

คิด คิด คิด Smiley เขียนตารางสาเหตุเปรียบเทียบ ข้อดี--ข้อเสีย--เรื่องที่ต้องพิจารณา ก็แล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ

จับฉลากก็แล้ว 555 พอคิดไม่ออก เริ่มไม่อยากใช้เหตุผลแล้วค่า

สุดท้ายค่า คุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่า ถามลูกสิ!!! Smiley

ถามไงล่ะทีนี้.....Smiley

เลยบอกนางว่า เอางี้ อยากอยู่ที่ไหน บอกแม่กับพ่อ โดยการเตะส่งสัญญาณมานะจ๊ะ 

แท่นแท้นนนนน.... ผลที่ออกค่าาาาาา....
"อริโซนา" >>> เตะน้อยๆ Smiley
"นิวยอร์ค">>>>เตะถี่ๆ Smiley

ถามซ้ำอยู่สามรอบจ้า.... อิแม่รีบวิ่งไปบอกคุณพ่อเร็วจี๋... 
(จริงๆในใจเอก็อยากไปนิวยอร์คอยู่แล้วจ้า คิดว่าสู้หนาวไหว ดีกว่าสู้ร้อนแห้งแล้ง ยอมโกยหิมะหน้าบ้านดีกว่าไปไหนก็เห็นแต่ตะบองเพชรตระหง่านกลางทะเลทรายอะค่าาาา แหะๆ)

ไปลุ้นคุณพ่อว่า เราไปนิวยอร์คกันเต๊อะ..... เชียร์ๆๆๆ ว่าแล้วเอก็รีบแพ็คกระเป๋าเลย.... แสดงความอยากไปมาก... Smiley

จนในที่สุดตอนนี้พวกเราก็อยู่ที่บ้านคุณย่าที่นิวยอร์คแล้วจ้าาาาาา.........
ภาพปลากรอบ โดยน้าบี (ที่จริงต้องบอกว่า Grandma's houseนะค๊า)




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2558    
Last Update : 10 สิงหาคม 2558 0:09:04 น.
Counter : 582 Pageviews.  

ใครๆก็บอกรักแม่วันนี้ เรารักกันทุกวันอยู่แล้วเนอะ ^^ ไม่ทำซึ้งนะคะ เม้าท์กันดีกว่า อิๆ #แม่เป็นคนตลก


สุขสันต์วันแม่ค่า คุณแม่หญิงเหล็ก ผู้กำลังจะกลายเป็น คุณยาย(ตัวจริง) ในอีกไม่กี่วัน

รูปนี้ ให้เจ้าตัวเล็กลานนาน้อย เป็นตัวแทนเอและบีเลยนะคะ

เราอยู่ไกลกัน แต่เราก็ใกล้กันเสมอเนาะ

ไม่อยากทำซึ้งมากนะคะ ...ช่วงนี้ใจเสาะ เดี๋ยวบ่อน้ำตาแตก ฮี่ๆๆ (ทั้งหมดทั้งมวล โทษเจ้าฮอร์โมน)

มาเม้าท์เรื่องราวตลกบ้างไม่ตลกบ้าง ของผู้หญิงคิดบวกคนนี้กันดีกว่า

  • Smileyที่จริงแม่ก็เป็นคนเข้มงวดนะคะ โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน ทำอะไรทำจริง จนใครๆรอบตัวก็รู้กิตติสรรพ ตอนเด็กๆแม่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก จนเพื่อนๆทุกคนเรียกว่า 'เล็ก' (ทั้งๆที่แม่เป็นลูกคนโตของยาย) แต่เด็กหญิงตัวเล็กก็เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าห้องตลอด   เวลาเอไปเจอเพื่อนแม่ เอโดนฟ้องประจำเลยค่ะ "รู้ไหม แม่เล็กเธอน่ะ เฮี๊ยบมาก คอยจดชื่อคนคุยในห้อง จดชื่อน้าไปส่งครูประจำ...." 
  • ช่วงที่แม่ยังเป็นพยาบาล และออกเดินสายเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ ช่วงนั้นเป็นช่วงหลังก๋งเสีย แม่ตัดสินใจไว้ทุกข์ให้ก๋งโดยการทานมังสวิรัติ และใส่ชุดสีขาวตลอด 1 ปี  (แม่บอกจริงแล้ว ใส่สีขาวตลอดนี่ก็ดีอย่าง ประหยัดชุดดี เวลามิกซ์แอนด์แมช ยังไงก็ขาวตลอด กระโปรงขาวใส่ซ้ำ ก็ไม่มีใครจำได้ ^^ )  เวลาแม่จับไมค์ แม่มักมีมุขแพรวพราว มีเพลงสันทนาการ เต้นละลายพฤติกรรมผู้เข้าร่วมสัมมนา จนใครๆก็คาดไม่ถึง กับลุคที่ดูเหมือนนิ่งๆ นุ่งห่มสีขาว... จนคนเพื่อนแม่ตั้งฉายาขำๆให้แม่ว่า "แม่ชีเสียกบาล" Smiley
  • ตอนแม่ย้ายมาเป็นครูมัธยม (โอนย้ายหน่วยงาน และลงเรียนเพิ่ม จนได้ใบประกอบวิชาชีพครูค่ะ) โรงเรียนใกล้บ้าน แม่เป็นทั้งครูห้องพยาบาล และครูประจำชั้น ของนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานมาก มักมีนักเรียนมาทำรายงานที่บ้าน ต้มมาม่า ใช้คอม จนถึงค้างที่บ้านครูซึ่งอยู่หน้าโรงเรียน จนไปถึงออกทริปร่วมกันกับนักเรียนของแม่ (บางทีก็อัดกันไปในกระบะปิดประทุนของพ่อ เป็นที่สนุกสนาน) ด้วยเทคนิคการสอน และปราบเซียนของแม่ ทำให้นักเรียนรัก และบางคนก็เรียกแม่ว่า "อาจารย์แม่" นักเรียนบางคน ทะเลาะกับแฟน อกหักรักคุด พ่อแม่ไม่เข้าใจ ก็ยังกล้ามากอดเข่าปรึกษาอาจารย์แม่ คนนี้  
  • Smileyที่จริงชีวิตเราก็ไม่ได้ตลก สนุกสนานราบรื่น ตลอดเวลา บทโศก บทหนักเราก็มี แต่แม่ก็เข้มแข็ง คิดบวกได้อยู่เสมอ เป็นตัวอย่างคิดบวกให้เอจนถึงทุกวันนี้ แม้เรื่องราวจะหนักหนาแค่ไหน แม่ก็ยังจะมีคำว่า "เอาน่า... อย่างน้อยก็...." "เรายังโชคดีนะ ที่มี....." "กังวลไปก็เท่านั้น....." "สตินะจ๊ะ สติ!" เป็นต้น Smiley
  • แม่ชอบเคี้ยวถั่วแทบทุกชนิด ถึงขนาดว่านั่งทำงานจนสัปหงก Smileyแล้ว... ยังมีถั่วอยู่ในปาก... เรื่องนี้ยายคอนเฟิร์มว่าเป็นมาแต่เด็ก Smiley
  • Smileyด้วยความที่แม่เลี้ยงเราด้วยความไว้ใจเสมอ "เพราะเขาไว้ใจ เราจึงไม่กล้าทำลายความเชื่อมั่นนี้" ตอนเอเรียนมหาวิทยาลัย จะทำกิจกรรม จะไปเที่ยว Smileyจะกลับดึก หรือค้างหอเพื่อนบ้าง แม่ไม่ว่า ขออย่างเดียว "อย่าโกหก" "มีอะไรขอให้บอก" เราถึงคุยกันได้ทุกเรื่อง  ...เอชอบนะ จึงมักจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังด้วยความภาคภูมิใจ และคงจะใช้วิธีนี้กับรุ่นลูกต่อไป 
  • Smileyแม่อยู่ว่างๆไม่ค่อยเป็น ต้องหยิบโน่น ทำนี่ตลอดเวลา ช่วงนี้แม้งานตรวจเอกสารจะยุ่งมาก แต่พอว่างปั๊ป พักปุ๊ป ก็จะหยิบนิตติ้งขึ้นมาถักทันที ช่วงนี้แม่เข้าร่วมโครงการถักหมวกให้ผู้ประสบภัยหนาว และหมวกใบจิ๋วจากไหมเยื่อไผ่ให้เด็กน้อยผู้คลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลค่ะ (ใครสนใจสมทบทุนซื้อไหม ส่งไปให้แม่ได้นะค๊า อิ อิ) พอนิ้วเมื่อย พักจากถักหมวก ก็ไปรดน้ำ พรวนดิน คุยกับต้นไม้... ไปอยู่บ้านเพื่อน คุณเพื่อนไม่มีเวลาล้างบ่อปลา ก็ไปอาสาล้างบ่อปลาให้เขาอี๊ก... คือเหมือนว่า พอหยุดอยู่นิ่งๆ แล้วโลกมันจะแตก ยังไงยังงั้นล่ะค่า.... 
  • Smileyเวลาแม่โกรธ แม่ไม่ค่อยโวยวายนะคะ แต่เวลาโกรธจริงๆ จะโดนเงียบใส่ค่า นี่ล่ะ ที่เอไม่ช๊อบ ไม่ชอบเอาเสียเลย มันหงุดหงิดหัวใจ นอนไม่ค่อยหลับ ต้องคอยเดินตาม ชูนิ้วก้อย บอกแม่ดีกันนะๆ หนูขอโทษๆ ดีกันนะๆ ตอนที่เราเลี้ยงน้องหมา บางทีเอก็อาศัยวิธีบ่นผ่านน้องหมาค่ะ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง "เปลือกไข่ ดูสิ แม่โกรธพี่เออีกแล้ว ไม่ยอมพูดด้วย ไม่มีใครพูดด้วย เราคุยกันเองก็ได้เนอะ มีแต่เปลือกไข่เท่านั้นเนอะที่ฟังพี่เอ..." ก็ดราม่า ว่ากันไปค่า อิ อิ
  • บ้านเราอาจจะโตกันแบบกระจัดกระจายไปนิด พอโตขึ้นเอเข้ามหาวิทยาลัย(ในกรุงเทพฯ) เออยู่หอ (ทั้งที่บ้านก็อยู่แค่เมืองนนท์) บีไปอยู่นิวซีแลนด์หนึ่งปี กลับมาก็อยู่หอ... จนเอชอบพูดติดตลกว่า บ้านนี้เลี้ยงกันแบบบุฟเฟ่ต์(ตักอาหารกินเองตามอัธยาศัย) จนตอนนี้ เอมาอยู่ไกลถึงอีกซีกหนึ่งของโลก แม่อยู่เชียงใหม่บ้าง กรุงเทพบ้าง บีอยู่เมืองนนท์บ้าง (ตอนนี้บีตัดสินใจกลับไปเชียงใหม่) แต่เราก็คุยกันตลอด ปรึกษากันตลอด จนรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่นัก ยิ่งการสื่อสารสมัยนี้ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าโลกมันเล็กลง เราอยู่ใกล้กันตลอดเวลา Smiley
Smileyไม่ต้องบอกรักกันเฉพาะวันนี้เนอะ เพราะเรารักกันอยู่ทุกวัน อาจไม่ได้กอดกัน แต่ใจเราก็กอดกันแน่นๆอยู่แล้วเนอะ แม่รู้อยู่แล้วล่ะว่ารักนะ อ๊ะ! บอกอีกทีก็ได้ค่า รักนะ จุ๊บๆ Smiley

ปล. ถ้ากลับไปคอนโดที่มีประตูกระจกใสๆอีก จะซื้อสติ๊กเกอร์ใหญ่ๆ ไปแปะกลางประตูให้นะคะ เอรู้ แม่รู้..... ฮี่ๆๆ 

ปล.2 ที่บอกว่าคุณยายตัวจริงข้างต้น เพราะแม่ชอบแอบบ่นว่า โดนเรียกยายมานานแล้วจ้า เวลาไปตรวจโรงเรียนตามต่างจังหวัด แม่มักจะถูกเด็กๆเรียกว่า คุณครูยาย ค่า (เอ๊ะ! หรือจะความผิดเอ ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ คอยย้อมสีผมให้ ก็ไม่รู้อะเนอะ) 

อีกไม่นาน เราจะได้เจอกันแล้วนะคะคุณยาย ^^




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2558    
Last Update : 12 สิงหาคม 2558 8:13:22 น.
Counter : 824 Pageviews.  

1  2  
 
 

สมาชิกหมายเลข 1032940
Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 1032940's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com