โรงแรม Centara Grand Beach Resort Hua Hin @ ซอยหิวหิน 61 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โรงแรม Centara Grand Beach Resort and Villas Hua Hin ตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 61 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เราเล็งไว้ว่าอยากมาพัก โรงแรมนี้เป็นโรงแรมแห่งแรกของหัวหินในสมัยก่อน แต่เดิมชื่อว่า "โรงแรมรถไฟ" เปิดบริการครั้งแรกในช่วงปี 2466 สมัย ร.6 (ปี 2568 ที่เรามาพักโรงแรมครบ 102 ปี ขลังดีค่ะ ) พอเจอโปรโมชั่นโดนใจก็จัดการจองเลย เราก็ชอบมาเที่ยวทะเลหัวหินนะขับรถง่าย (รำคาญแค่ขากลับเข้ากรุงเทพฯ รถชอบติดแถวพระราม 2) ที่พักเยอะมีหลายราคาให้เลือก ร้านอาหารอร่อยๆ ก็เยอะ ชายหาดหัวหินเงียบสงบด้วย รีวิวนี้ขอบอกว่ารูปเยอะมากค่ะ รูปภาพก็ชัดบางไม่ชัดบางเพราะใช้มือถือถ่าย ประตูทางเข้าโรงแรมเนื่องจากโรงแรม Centara Grand Beach Resort and Villas Hua Hin จัดโปรโมชั่นพัก 2 คืน จ่ายแค่ 1 คืน / พัก 4 คืนจ่าย 2 คืน และโปรโมชั่นอื่นๆ ตามที่โรงแรมกำหนด ด้วยความที่เราก็รอโปรโรงแรมนี้มานานหลายปีกว่าจะเจอโปรโดนใจ อยากไปพักโรงแรมรถไฟสมัยก่อนกับเขาบ้าง พอคุณพี่อนุมัติก็จัดการจองเลยจ้า พัก 3 วัน 2 คืน ไปวันที่ 21-23 กันยายน 2568 ได้มาในราคา 6,238.10 บาท (ตกคืนละ 3,119 บาท) รวมอาหารเช้าแล้ว จอดรถที่ลานจอดรถแล้วเราก็เดินไปเช็คอินกันค่ะ บริเวณที่เราไปจอดรถมีคอร์ทเทนนิสด้วยนะ มัวแต่รีบลืมถ่ายรูปเลยต้นไม้ใหญ่เยอะ ร่มรื่นมากแผนผังของโรงแรม ขนาดมาพัก 3 วัน 2 คืน ยังเดินไม่ครบทุกมุมของโรงแรมWelcome Drink เป็นน้ำกระเจี๊ยบบริเวณที่ check in and check outบริเวณล็อบบี้check in เรียบร้อย เจ้าหน้าที่พานำเดินไปส่งที่ห้องพักสวนขนาดใหญ่และไม้ดัดรูปรูปทรงต่างๆ น่ารักมากมายเราพักที่ห้อง 117 ส่วนที่เรียกว่า Railway Wing ห้องพักอยู่ใกล้กับ The Museum Coffee & Tea Corner เปิดประตูมาจะเจอบรรยากาศห้องแบบนี้เลยค่ะตอนที่เราไปพักเดือนกันยายน 2568 ในห้องน้ำไม่มีสายชำระแชมพูกับครีมอาบน้ำ กลิ่นหอมมาก ชอบเลยตารางแจ้งวัน เวลาการพ่นยากำจัดแมลง และการทดสอบสัญญาณเตือนภัยห้องพักเตียงนุ่ม หมอนนอนสบาย แอร์เย็นฉ่ำ ห้องไม่มีกลิ่นอับ มีแค่เสียงฝีเท้าคนเดินจากชั้น 2 เพราะเพดานทำจากไม้ ช่วงที่เราไปพักคืนแรกเจอกับคนที่เดินเท้าหนัก เสียงฝีเท้าดังทะลุลงมาที่ห้องเรา เนื่องจากคืนแรกที่เราไปพักมีชาวญี่ปุ่นมาจัดงานแต่งงานแบบไทยที่โรงแรมนี้ และมีแขกมีฝรั่งเข้าพักพอสมควร บรรยากาศก็จะคึกคักหน่อย พอคืนที่ 2 แขกกลับ ความเงียบสงบมาเยือน นอนสบายเลยตอนเข้ามาที่ห้องจะมีส้มวางไว้ให้ 2 ลูก ช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จะนำขนมมาวางเพิ่มให้หลังห้องพักเราเปิดออกไปจะเป็นโซนสวน ที่มีทางเดินผ่านไปยังแต่ละห้องได้ เดินออกไปจากห้องพักเรานิดเดียวก็จะเจอ Kid club เจอสระว่ายน้ำ เจอทะเลและหาดหัวหินช่วง 17.00 น. เจ้าหน้าที่จะเคาะประตูและนำของทานเล่นกับน้ำเปล่ามาวางเพิ่มให้ วันแรกของการเข้าพักเราได้เป็นทองม้วนวันที่สองของการเข้าพักเราได้เป็นคุ๊กกี้อัลมอนด์ ช็อกโกแลตชิพจากห้องพักเดินออกมาเจอสระว่ายน้ำอีกมุมเป็นสนามเด็กเล่นKid Clubเข้าไปดูแล้วก็น่าเล่น จะพาไปชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรมตลอด 2 วันที่เราพักกันค่ะ ด้านหน้าโรงแรมมีการจำลองเป็นชานชาลารอรถไฟด้วยโรงแรมนี้มีลิฟต์ให้บริการด้วยนะ หรือใครอยากขึ้นบันไดก็ได้ที่โรงแรมมีจักรยานให้เช่าด้วยราคาค่าบริการตามนี้ชอบตึกรูปทรงแบบนี้มาก ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่อยู่บ้านปู่ บ้านสมัยก่อนออกแบบโล่ง หน้าต่างเยอะ ลมพัดเย็นสบายไม่ค่อยร้อนมุมนี้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ของโบราณThe Museum Coffee & Tea Corner ช่วงที่เราไปมีขนมไหว้พระจันทร์วางขายด้วยมีคุ๊กกี้หลายรสวางขายแยมก็มีหลายรสมากมุม Afternoon Tea มีมาการอง ขนมเค้ก ขนมปัง น่าทานทั้งนั้นราคา Afternoon Teaจากล็อบบี้เราจะเดินขึ้นไปชั้น 2 เพื่อไปห้องสมุดค่ะตรงนี้แบ่งเป็นโซนห้องพักด้วยนะห้องสมุดของโรงแรมบริเวณชั้น 2 มุมจำหน่ายของที่ระลึกมุมนี้มีของที่ระลึกวางจำหน่ายด้วยสวนกว้างขวางมากเดินกันจนเหนื่อยไม้ดัดตัดแต่งเป็นรูปช้างสระว่ายน้ำตรงนี้เรียกว่า Railway Poolห้องอาหารริมหาด Coast beach club & bistroทางโรงแรมมีจัดโต๊ะดินเนอร์ริมหาดให้ด้วยนะคะ จะจัดให้ตามที่ลูกค้าสั่งจองชาดหาดบริเวณโรงแรม เราไม่ได้ลงไปเดินเล่นริมหาดหรือเล่นน้ำทะเลหรอก (เพราะเห็นน้องม้าฉี่เลยไม่ลง ฮ่าๆๆ)ช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีบริการขี่ม้าริมหาดหัวหินด้วยสระว่ายน้ำตรงนี้เรียกว่า Colonial Poolมีบ่อตื้นสำหรับเด็กด้วยตึกหลังตารางหมากรุกจะเป็นตึกส่วนของ Colonial Wingเดินเล่นไปมารอบสวนพอช่วงเย็น 16.00 น.ฟ้าเริ่มครึ้มเหมือนฝนจะตกจากมุมนี้มองเห็นโรงแรม Hiton Hua Hinพื้นที่รอบโรงแรมกว้างใหญ่มากค่ะ พอมาดูแผนที่เลยรู้ว่ายังเดินไม่ครบทุกมุมของโรงแรม เรายังไม่ได้เดินโซนสวนเขาวงกตกับเขตพลูวิลล่าเลยโซน Outdoor ของห้องอาหารเช้า วิวและบรรยากาศดีอยู่นะ ส่วนฟิตเนสก็จะอยู่ใกล้ห้องอาหาร (เราเห็นว่ามีคนกำลังออกกำลังกายเลยไม่เข้าไปถ่ายรูป)มุมห้องแอร์ของห้องอาหารเช้า Railwayจำลองบรรยากาศให้เหมือนสถานีรถไฟอาหารเช้าวันที่ 1 (เช้าวันที่ 22 กันยายน 2568) มุมน้ำ Infused Water หรือที่นิยมเรียกว่า น้ำหมักผลไม้มุมซีเรียล (Corn Flakes)ผลไม้เยอะมากเลือกตามใจชอบน้ำสลัด / ซอสต่างๆ มุมสลัดผักพวกโยเกิร์ตต่างๆ มุมน้ำเปล่า / น้ำผลไม้นานาชนิด มีนมด้วย น้ำผลไม้แยกกากก็มีปลากะพงหมักดูน่าทาน เราลองชิมไปคำนึง รสชาติปลาจืดๆ แบบไม่มีรสชาติอะไรเลย ไม่ใช่แนวเราค่ะชีสต่างๆ แยม นมข้นหวาน หรือของที่ทานคู่ขนมปังเยอะมากแฮมของฝรั่งชนิดต่างๆ นับชีสได้ประมาณ 5 ชนิด ในแต่ละวัน ซึ่งทางโรงแรมจะสลับเปลี่ยนกันไปมุมชา กาแฟข้าวผัดมุมก๋วยเตี๋ยวไก่ แต่ละวันจะสลับสับเปลี่ยนกันไปขนมจีบซาลาเปาไส้ถั่วดำซุปมิโซะไข่ดาวมีทั้งแบบสุก และไม่ค่อยสุกเบคอนของที่โรงแรมนี้จะมีทั้งแบบกรอบ และแบบนิ่ม (ไม่กรอบ) วางไว้ให้เลือกเลย เราชอบเบคอนแบบไม่สุกมาก ส่วนคุณพี่ชอบเบคอนแบบกรอบๆ มาดูอาหารเช้าของวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่เราตักมาทานกันค่ะซุปมิโซะ สังเกตว่าทุกโรงแรมต้องมีซุปชนิดนี้ เราเจอที่ไรต้องตักมาทานทุกครั้งอร่อย ฟิน กลิ่นชีส กลิ่นนมหอมเต็มปากเต็มคำ ทานตอนร้อนๆ ชีสกำลังยืด จะอร่อยเป็นพิเศษ ไส้กรอกเนื้อรสชาติดีเค็มนิดๆ ฉ่ำน้ำ อร่อยเกินความคาดหมายขนมปังเราชอบแต่ครัวซองต์เจอทีไรเป็นต้องหยิบมาชิมอาหารเช้าวันที่ 2 (เช้าวันที่ 23 กันยายน 2568) วันนี้มีน้ำเปล่าแช่เลมอนกับน้ำชาหมักมุมผลไม้เห็นผลไม้ของโรงแรมนี้ก็อยากจะทานมันทุกอย่าง แต่คงจะอิ่มเสียก่อนมุมสลัดวันนี้มีไข่นกกะทาชีสแต่ละวันจะเป็นคนละชนิดกัน เราก็ชิมเพลินเลย อย่างละนิด อย่างละหน่อยพวกแฮมของฝรั่งแต่ละวันก็ไม่เหมือนกันด้วยค่ะวันนี้มีเครปปาท่องโก๋แพนเค้กข้าวผัดไข่วันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูมาดูอาหารเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ที่เราตักมาทานกันค่ะ ต้มจืดอร่อยดีค่ะไส้กรอกลูกวัวอร่อยเกินคาดอีกแล้ว เนื้อตากแห้งอร่อยนะ เค็มๆ ดี คนชอบชีสแบบเราชิมมันทุกอย่างลองเอาเครปมาทานด้วย