~ อิสระอยู่ที่ใจ...ฝันให้ไกล...ไปให้ถึง ~
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2569
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 สิงหาคม 2569
 
All Blogs
 

ตรวจมดลูกเนื่องจากประจำเดือนมามากผิดปกติ ออกเป็นลิ่มเลือดเยอะ

ปี 2569 เป็นปีที่สุขภาพย่ำแย่มากค่ะ เดี๋ยวเป็นโน้นเดี๋ยวเป็นนี่ตั้งแต่ปลายปี 2568 ชีวิต/สุขภาพรวนก็เริ่มแล้ว ต้นปี 2568 มี 2-3 เดือนที่ประจำเดือนมาน้อยมากมาเป็นหยดๆ แล้วหายไป แต่จะมีอาการเหมือนคนจะเป็นประจำเดือนนะ แต่มันไม่ไหลออกมาเยอะ หรือบางเดือนก็ไม่มาเลย ซึ่งเราก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะทานยาคุมกำเนิดมานานเกินไป (ตรวจแล้วก็ไม่พบว่าตั้งครรภ์) อาการประจำเดือนมามากผิดปกติ น่าจะเริ่มช่วงใกล้ปลายเดือนปี 2568 ตามที่เราจดบันทึกไว้แต่ละเดือนว่าเป็นโรคอะไรบ้าง เวลาผ่านไปประจำเดือนกลับมาไหลตามปกติ แต่... มาแบบเยอะมากจนใน 1 วัน เปลี่ยนผ้าอนามัยไปเกือบ 10 แผ่นตลอดทั้งวันทั้งคืน ที่สำคัญคือมันมีลิ่มเลือดออกมาตลอดเวลา ช่วงที่ไปเข้าห้องน้ำทำธุระลิ่มเลือดจะหลุดออกมาด้วยทุกครั้ง แต่ละครั้งก้อนใหญ่แบบขนาด 3 นิ้ว บางครั้งชิ้นเกือบเท่าฝ่ามือ เราหันไปเห็นทีไรรู้สึกใจคอไม่ดี แทบจะเป็นลม ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก จนทุกครั้งที่มีรอบเดือนอาการมันจะวนลูปเป็นแบบนี้ตลอด จนเรากลัวการมีประจำเดือนเพราะลิ่มเลือดมันออกมาเยอะทุกครั้ง ช่วงหลังอาการมันหนักขึ้นจนลำบากในการใช้ชีวิต ช่วงที่เป็นรอบเดือน แม้ตอนนั่งอยู่เริ่มรู้สึกว่าประจำเดือนไหลแบบเยอะมาก ไหลโชกเหมือนเขื่อนแตก 13 บางครั้งแค่ลุกยืนก็ไหลเยอะมากจนเลือดเกือบเต็มแผ่นผ้าอนามัย และทีสำคัญคือ....ไม่ได้ออกมาแค่เลือดที่เป็นน้ำค่ะ ลิ่มเลือดมันหลุดพรวดออกมาด้วย (บางครั้งแทบวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน ทะลักพรวดออกมาเป็นเยลลี่เลย ช่วงกลางคืนนอนๆ อยู่ก็เป็น เลือดไหลเป็นน้ำออกมาพร้อมลิ่มเลือดก้อนโตทุกครั้ง ลืมบอกไปว่าเราไม่มีอาการปวดท้อง ไม่ปวดเกร็ง ไม่หน้าซีด ไม่มีอาการอะไรเลย แต่การที่ลิ่มเลือดไหลทะลักออกมาทำให้ชีวิตการทำงานลำบากมากค่ะ ถ้าไปออกงานข้างนอกสถานที่ช่วงที่เป็นประจำเดือนนี้จะห่างห้องน้ำไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าประจำเดือนกับลิ่มเลือดมันจะไหลทะลักตอนไหน (คือถ้าเป็นประจำเดือนแล้วช่วงนั้นมีงานออกนอกสถานที่เราขอตัวไม่ไปเลยค่ะ) จนคนในครอบครัวทุกคนบอกว่าไปตรวจภายในเช็คมดลูกเถอะ เผื่อเป็นอะไรจะได้รักษาได้ทัน

พอไปหาหมอเล่าอาการให้ฟัง หมอสั่งให้เลิกทานยาคุมและนัดเจาะเลือดตรวจดูชีสต์กับความเข้มข้นของเลือดก่อนเลยในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และบอกว่าร่างกายคนเหมือนรถยนต์ใช้งานไปนานๆ อายุมากขึ้น อะไหล่ทุกอย่างเริ่มเสื่อมสภาพตามเวลา 







ผลเลือดออกมาหมอบอกว่าค่าความเข้มข้นเลือดเราไม่ซีด วัดได้ 38 ถือว่าปกติ (ถ้าต่ำกว่า 30 คือค่าความเข็มข้นของเลือดซีด) และที่สำคัญคือหมอบอกว่าเราไม่มีอาการปวดท้อง ปวดเกร็งในท้อง



จากนั้นหมอก็จับเราอัลตร้าซาวด์ช่องคลอด เพื่อตรวจหามะเร็งปากมดลูก โดยวิธี Pap Smear (แปปสเมียร์) คือ วิธีการตรวจคัดกรองเซลล์บริเวณปากมดลูก เพื่อค้นหาความผิดปกติของเซลล์หรือเซลล์เริ่มต้นก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูก และนัดมาฟังผลมะเร็งปากมดลูก วันที่ 8 มิถุนายน 2569 





จากภาพอัลตร้าซาวด์หมอแจ้งว่าพบก้อนเนื้อในโพรงมดลูก 2 ก้อน ขนาดยังไม่ใหญ่มาก และมี 1 ก้อน ที่เบียดหรือแนบชิดกับผนังมดลูก ก้อนนี้คือสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดเวลาที่เราเป็นรอบเดือน ตอนแรกหมอจะส่งตัวเราไปทำ MRI เพื่อดูชิ้นเนื้อ แต่หมอเปลี่ยนใจบอกว่าครั้งหน้าขอตัดชิ้นเนื้อในโพรงมดลูกไปตรวจก่อนดีกว่า ว่าก้อนเนื้ออันนี้มันคือก้อนอะไร แล้วหมอก็สั่งยาให้เราทานก่อนนัดตัดชิ้นเนื้อในครั้งต่อไป หมอสั่งยาเลื่อนประจำเดือน ยา Primolut-N (พรีโมลูท-เอ็น) ให้ทานเพราะต้องการเร่งให้ประจำเดือนมาเร็วขึ้นกว่าเดิม หมอแจ้งว่าพอทานยาครบทุกเม็ดผ่านไป 3-4 วัน ประจำเดือนจะมา (ช่วงที่ทานยาเราไม่มีอาการผิดปกติใดๆ)



หากประจำเดือนมาแล้วเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ตอน 7.00 น. ก่อนมาโรงพยาบาล 2-3 ชั่วโมง ให้อมยา misoprostol (ไมโซพรอสทอล) เพื่อขยายปากมดลูกให้กว้างขึ้นจะได้ดูดหรือตัดชิ้นเนื้อในโพรงมดลูกง่ายขึ้น โดยหมอบอกว่าต้องทำระหว่างที่กำลังมีรอบเดือน 








วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 จ่ายค่ารักษาไป 738 บาท



1-5 มิถุนายน 2569 กินยาเลื่อนประจำเดือนตามหมอสั่งเช้ากลางวันเย็นมื้อละ 1 เม็ด กินจนหมดแผงครบ 5 วันแล้วหมอบอกว่าประจำเดือนจะมาภายใน 2-3 วันก็คือวันเสาร์อาทิตย์จันทร์ 6,7,8 มิถุนายน 2569 แต่หลังจากหยุดยาแล้วประจำเดือนก็ยังไม่มา แต่ช่วงที่ระหว่างทานยาเลื่อนประจำเดือนมีอาการเหมือนประจำเดือนจะมาคือเจ็บหน้าอกคัดเต้านมปวดเมื่อยตามตัวตามร่างกายปวดท้องน้อยหน่วงๆเหมือนจะเป็นเมนส์แต่เลือดก็ยังไม่ออกความอยากอาหารน้อยลง


พอถึงวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 เราไปรับผล Pap Smear ก่อนพบหมอ 



หลังจากทานยาเลื่อนประจำเดือนครบทุกเม็ดผ่านไป 4-5 วัน ประจำเดือนเราก็ยังไม่มา ทำให้เช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เราไม่ได้อมยาไว้ใต้ลิ้นตามที่หมอนัด เพราะเราเข้าใจว่าประจำเดือนต้องมาก่อนถึงจะอมยาไว้ใต้ลิ้นได้ สรุปเข้าใจผิดค่ะ หมออธิบายว่าจะมาอมยากะทันหันเลยไม่ได้ เพราะกว่ายาจะออกฤทธิ์ให้ปากมดลูกขยายตัวต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเวลาตัดชิ้นเนื้อและใส่อุปกรณ์เข้าไปในช่องคลอดหรือโพรงมดลูกจะเจ็บมาก หมอยกตัวอย่างเคสคนไข้รอบก่อนหน้านี้ บอกว่าขนาดเขาทานยา misoprostol (ไมโซพรอสทอล) ขยายปากมดลูกให้กว้างขึ้นมา 4-5 ชั่วโมง ระหว่างทำการตัดชิ้นเนื้อคนไข้ยังร้องว่าเจ็บ (ไอ้เราได้ฟังแล้วเสียวหน้าท้องเลย คงเจ็บมาก ตรูจะรอดไหมเนี่ย)หมอเลยนัดเรามาตัดชิ้นเนื้อในโพรงมดลูกใหม่เป็นวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 ตอนเช้าหมอบอกให้อมยามาเลยนะ วันนั้นประจำเดือนคุณอาจจะมาแล้วก็ได้ 



สรุปวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ได้มาแค่ฟังผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเฉยๆ ผลออกมาปกติไม่พบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก





คืนวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21:30 น มีอาการปวดท้องน้อยหน่วงๆเหมือนประจำเดือนจะมาครั่นเนื้อครั่นตัวหนาวๆร้อนๆ และพอตี 5 ของเช้าวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ประจำเดือนมาเป็นสีแดงสด


วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 หมอนัดตัดชิ้นเนื้อในโพรงมดลูก ไปหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ทมาเขาบอกว่าเจ็บมาก หลังตัดอาจมีเลือดออกซึมๆ ตรงช่องคลอดได้ เรานี้รีบให้คุณสามีไปนั่งรอด้วยเลย เพื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเลือดไหลมากเกิน เพราะวันนี้ตอนตี 5 ประจำเดือนมาค่ะ ช่างเหมาะเจาะเสียจริง หลังอมยาไว้ใต้ลิ้นผ่านไป 30 นาทีมีอาการคันที่ฝ่ามือทั้งสองข้างมาก คันจนฝ่ามือแดง พยาบาลบอกว่าอาจจะแพ้ยาให้แจ้งหมอด้วย หลังทานข้าวเช้าและลองล้างมือ ผ่านไป 1 ชั่วโมงอาการคันที่ฝ่ามือดีขึ้น เริ่มหายคัน พอถึงคิวเรา เราก็แจ้งหมอว่าเช้ามืดประจำเดือนมาพอดี แล้วอมยาไว้ใต้ลิ้นตามที่หมอสั่งเรียบร้อย หมอบอกดีเลยทำตอนประจำเดือนมาคือดีที่สุด 

คือแบบว่า...ไปนั่งอ้าขาให้หมอตรวจก็ว่าแย่ + เขินแล้ว แถมหมอยังหนุ่มด้วย 555 นี่ต้องมากระทำการตอนที่เลือดประจำเดือนกำลังไหลอยู่ด้วย ไหนจะต้องใส่อุปกรณ์ที่เป็นกระบอกสูญญากาศเข้าไป เอาคีม เอากรรไกร อุปกรณ์ต่างๆ ทางการแพทย์เข้าไปในช่องคลอดของเรา และที่สำคัญคือมีหมอ และพยาบาลอีก 2 คน ยืนดูเราอ้าขาระหว่างที่หมอทําหัตถการ แถมไม่ปิดตาคนไข้ด้วยจ้า อิฉันก็เห็นหมดว่าหมอเอาอุปกรณ์อะไร ชิ้นไหน ใหญ่ขนาดไหนใส่เข้าไปบ้าง เห็นแล้วจะเป็นลม มีแต่ความรู้สึกว่ามีพวกโลหะ อลูมิเนียมเย็นเฉียบเข้าไปในช่องคลอดเรา เรานี้เกร็งหน้าท้องเลยจ้า ความเย็นเสียววาบเข้าสันหลังคิดไปแล้วว่ามันน่าจะเจ็บ หมอบอกทุกขั้นตอนให้เราฟังว่าตอนนี้กำลังใส่อะไรเข้าไปบ้าง และทำอะไรบ้าง แถมถามเราด้วยว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง (อิหยังเนี่ย!!) และยังมาบอกคนไข้อีกว่ามีเลือดประจำเดือนไหลออกมาด้วยนะ 13ไอ้เราเบือนหน้าหนีไปเป็นพักๆ ไม่อยากมองระหว่างที่หมอทําหัตถการ กลัวเจ็บจนจะกรีดร้อง แต่...ปรากฎว่าเรารู้สึกแค่มีอะไรใส่เข้าไปแล้วรู้สึกหน่วงๆ ที่หน้าท้อง มีเสียงดังกรึบๆ (ก็ตอนที่หมอบอกว่ากำลังตัดชิ้นเนื้อนั่นแหละ เสียงกรึบๆ ของกรรไกรที่กำลังตัดชิ้นเนื้อเรา) สำหรับเราคือมันไม่เจ็บเลย ไม่รู้สึกอะไรเลย มีแค่อาการหน่วงๆ ที่ท้อง แล้วก็ได้ยินเสียงกรึบๆ ที่หมอตัดชิ้นเนื้อเท่านั้น กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้กลัวเจ็บแทบตายค่ะ แต่มันไม่เจ็บเลย เราก็บอกหมอว่าไม่เจ็บเลยจ้า หมอบอกดีๆ งั้นขอหมดตัดชิ้นเนื้ออีกสักชิ้น ชิ้นแรกมันเล็กไปเดียวใส่อุปกรณ์เข้าไปลึกว่านี้อีกหน่อย 8ได้ฟังจบอยากจะนอนหลับไปเลยจ้า ไม่อยากรับรู้แล้ว 555 (จะเป็นลม) แต่ตัดชิ้นเนื้อรอบที่สองก็ไม่เจ็บนะ ความรู้สึกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเสียงกรรไกรตัดฉับๆ กรึบๆ ในช่องคลอด ตอนที่หมอดึงอุปกรณ์ออกก็ไม่เจ็บเท่าไรแค่รู้สึกว่ามีเสียงสวบๆ ของอลูมิเนียมออกมาจากช่องคลอด 



จากนั้นเราก็ไปทำความสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ เลือดเต็มหว่างขาเลยจ้า แต่ไม่ได้ไหลโชก แถมเจ้าหน้าที่ยังให้เราเดินเอาชิ้นเนื้อไปส่งตรวจเองอีกด้วย และรอบนี้ไม่มีการเอากระดาษมาห่อปกปิดชิ้นเนื้อ ทำให้เราเห็นชิ้นเนื้อของตัวเองที่โดนตัดออกมา เลยถ่ายเอาไว้เสียเลย หลังตัดชิ้นเนื้อเสร็จเราปกติมากค่ะ เดินได้เป็นปกติเดินเร็วก็ได้ เลือดออกมาไม่ได้เยอะมาก ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย (ความเจ็บของแต่ละคนคงไม่เท่ากัน)





เศษชิ้นเนื้อ 2 ชิ้น ชัดเจนเลยรูปนี้



จ่ายไป 1,200 บาท





หมอนัดฟังผลชิ้นเนื้อในโพรงมดลูกวันที่ 25 มิถุนายน 2569



พอถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เราไปรับผลการตรวจชิ้นเนื้อก่อนพบหมอ



หมอแจ้งข่าวดี จากการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่าความหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก้อนเนื้อที่อยู่ในโพรงมดลูกทั้งสองก้อนไม่ใช่เนื้อร้าย ไม่มีเซลล์มะเร็ง และไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูก





ปี 2570 หมอนัดติดตามผลให้มาตรวจมะเร็งปากมดลูก และอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่เพื่อติดตามก้อนเนื้อที่อยู่ในโพรงมดลูก 




เราสอบถามเรื่องประจำเดือนที่มาเป็นลิ่มเลือดใหญ่ผิดปกติว่าแล้วต้องรักษาอย่างไร หมอบอกว่ามีก้อนเนื้อก้อนนั้นที่แนบชิดติดกับผนังมดลูกมันเป็นตัวกักเก็บประจำเดือนทำให้เลือดไหลออกมาได้น้อย แล้วพอเราเดินหรือลุกขึ้นยืน หรือเลือดประจำเดือนมันคั่งค้างอยู่ระหว่างช่องนั้น พอเราเคลื่อนไหวตัว เลือดมันจะไหลออกมาเยอะ ตอนเลือดมันค้างอยู่ที่มดลูกมันจับตัวเป็นลิ่มเลือดเพราะก้อนเนื้อมันเบียดชิดผนังมดลูกทำให้เลือดไหลไม่สะดวก ไม่จำเป็นต้องตัดก้อนเนื้อก้อนนั้นออก เพราะหมอบอกเราตั้งแต่แรกแล้วว่าค่าเลือดเราไม่ซีด เราไม่มีอาการปวดเกร็งช่องท้องเวลาที่เป็นประจำเดือน และก้อนเนื้อก้อนนั้นไม่ได้ไปเบียดอวัยวะส่วนอื่นจนทำให้ร่างกายเป็นอันตราย หมอบอกว่าผู้หญิงทุกคน 99 % พอมาตรวจภายในอย่างละเอียดสามารถพบก้อนเนื้อในโพรงมดลูกได้ทุกคน หลังการตรวจผ่านไปเราเลิกทานยาคุมเพราะคุณสามีห้าม คุณพี่เป็นห่วงว่าอาจเป็นผลมาจากการที่เราทานยาคุมมานานด้วยเลยทำให้เลือดออกผิดปกติ 2-3 เดือนที่ผ่านมาประจำเดือนเรามาเป็นสีแดงสดยังเยอะอยู่  ไม่มีกลิ่นคาว ไม่มีกลิ่นแปลกๆ ยังคงมีลิ่มเลือดออกมาเช่นเดิมแต่เหมือนก้อนจะเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อยและไม่มีอาการปวดท้อง 




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2569
0 comments
Last Update : 31 สิงหาคม 2569 16:07:32 น.
Counter : 69 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณปรศุราม, คุณhaiku, คุณmultiple

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




จับกล้องท่องเที่ยวไปกับการเดินทางของฉัน ด้วยการถ่ายภาพที่ใช้อารมณ์ และหัวใจ มากกว่าเทคนิคและกฏเกณฑ์ /Step by step with my journey.

Page : Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
https://www.facebook.com/EmmyJourney

Blog : https://emilia0412.bloggang.com

** ขอสงวนสิทธิ์ ***
ข้อมูลทั้งหมด อันรวมถึงข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่บน https://emilia0412.bloggang.com ห้ามมิให้ผู้ใดเผยแพร่ ลอกเลียน ทำซ้ำ หรือแก้ไข ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ด้วยวิธีการใดๆ โดยมิได้รับการยินยอมจากเจ้าของบล็อก
Friends' blogs
[Add Emmy Journey พากิน พาเที่ยว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.