1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
27 มค 69 บานเย็น - Four o'clock flower
VIDEO
ต้นไม้อีกต้น นางเป็นไม้ล้มลุกที่มักเห็นปลูกตามข้างๆเพิงไม้ หรือบ้านร้านค้าต่างจังหวัด บ้านหลังใหญ่หรือสถานที่ใหญ่รโหฐานไม่ค่อยเห็นปลูกกัน คงเพราะไม่มีราคาค่างวด ไม่ได้ยิ่งปลูกยิ่งมีราคา หรือจะสวยระดับตกตะลึงหรือส่งกลิ่นหอมฟุ้งขนาดนั้น สำหรับลูกพี่คือ ออกรก เพราะฉะนั้นตรงไหนรกๆ เอาเมล็ดไปฝังไว้ จะทำให้รกแบบมีอะไรให้ดู แต่ จขบ. ชอบนางน่ารักดี สีนางสวยสะกดใจแสบตา "บานเย็น" สีนางสวยขนาดเป็นชื่อ ของ สีบานเย็น นางเป็น ไม้ดอกโบร้าน โบราณ เปิดกล่องความทรงจำวัยเด็ก กว่าจะได้เมล็ดมาไม่ใช่ง่าย เพราะไม่มีขาย ไม่ค่อยมีคนปลูก ต้องมีจังหวะมีต้นมีเมล็ดและใจกล้าขอเมล็ด มาเพาะลุ้นอีก นางน่ารัก เป็นธรรมชาติ ธรรมดามาก เลี้ยงแบบไม่ต้องเลี้ยง ไม่ต้องดูแลประคบประหงม ดอกพริ้วไหวน่ารัก สีสวยงาม และ ในหนึ่งต้นมีหลายสี คอยลุ้นว่าวันนี้ นางจะให้ดอกสีอะไร มีใบเป็นรูปหัวใจ ชอบ แต่นางเริ่มบานตอนบ่ายเหมือนชื่อ สี่โมงเย็น คึกคักตอนกลางคืนหอมแรงตอนเช้านางเริ่มสะลึมสะลือไม่มีกลิ่น ดอกบานเย็น เป็นสกุล Mirabilis ที่นิยมปลูกมากที่สุด มีสีดอกที่หลากหลาย กล่าวกันว่าบานเย็นถูกนำออกมาจากบานเย็นนแม่ต้น (อังกฤษ : Four-o’clocks; Marvel of Peru ; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mirabilis jalapa ) เป็นไม้ดอกากถิ่นกำเนิดในบริเวณเทือกเขาแอนดิส ในเปรู ช่วงปี ค.ศ. 1540 คำว่า Mirabilis ในภาษาละตินหมายถึง ยอดเยี่ยม, สวยงาม, มหัศจรรย์ ส่วนคำว่า Jalapa เป็นชื่อเมืองแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก
ดอกและสีดอก ความน่าสนใจของบานเย็นคือ เป็นไม้ดอกที่สามารถมีดอกหลายสีอยู่บนต้นเดียวกันพร้อมๆ กันได้ นอกจากนี้ในแต่ละดอกอาจมีหลายสีปนกันอยู่ได้เช่นกัน จุดสนใจอีกประการหนึ่งคือการที่สีดอกจะเปลี่ยนไปเมื่อต้นบานเย็นมีอายุมากขึ้น เช่น บานเย็นพันธุ์ดอกเหลือง สีของดอกอาจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นชมพูเข้ม หรือ พันธุ์ดอกขาวอาจจะเปลี่ยนเป็นม่วงอ่อนได้
ดอกบานเย็นจะบานในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ เป็นต้นไป จึงเป็นที่มาของชื่อไทยว่า "บานเย็น" หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า "ดอกสี่โมง" (four o'clock flower) เมื่อดอกบานจะมีกลิ่นหอมจัดแบบกลิ่นหอมหวานๆในประเทศจีน เรียกบานเย็นว่า "ดอกสายฝน" (shower flower) หรือ "ดอกหุงข้าว" (rice boiling flower) เพราะดอกบานเย็นจะบานในช่วงเวลานั้น ส่วนในฮ่องกง เรียกว่า "มะลิม่วง" (purple jasmine)
ส่วนของกลีบดอกที่เห็นเป็นสีต่างๆ นั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่กลีบดอกแท้ แต่เป็นส่วนกลีบเลี้ยง (calyx) ที่เปลี่ยนรูปไปจากปกติและมีเม็ดสี (pigments) การผสมเกสรเกิดโดยแมลงกลางคืนชนิดที่มีลิ้นยาวซึ่งถูกดึงดูดมาหาดอกบานเย็นโดยกลิ่นหอมที่ปล่อยออกมานั่นเอง
ถิ่นอาศัยและการเพาะปลูก บานเย็นถูกนำออกมาจากเขตมรสุมของทวีปอเมริกาใต้ แล้วนำไปปลูกอย่างแพร่หลายในเขตอบอุ่นและเขตร้อนอื่นๆ จนกลายเป็นพืชประจำถิ่น ในพื้นที่เขตอบอุ่นที่ค่อนข้างเย็น ต้นบานเย็นจะตายเมื่ออากาศเย็นจนเริ่มมีน้ำแข็ง แต่จะงอกกลับขึ้นใหม่ในฤดูใบไม้ผลิถัดไปจากเหง้าที่ฝังอยู่ใต้ดิน ต้นบานเย็นโตได้ดีที่สุดในแสงแดดจัด ความสูงต้นเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 90 ซม. ผลมีเมล็ดเดี่ยว เมล็ดมีลักษณะกลม ผิวเปลือกเมล็ดเปลี่ยนสีจากเหลืองปนเขียวเป็นสีดำและย่นเมื่อเมล็ดแก่จัด การกระจายเมล็ดเกิดได้เองและอาจแพร่กระจายได้เร็วมากจนกลายเป็นวัชพืชถ้าขาดการควบคุมดูแลที่ดี ผู้ปลูกบางรายแนะนำว่าก่อนปลูกควรแช่เมล็ดก่อน แต่พบว่าไม่จำเป็น
การศึกษาด้านพันธุกรรม ในช่วงปี ค.ศ.1900 คาร์ล คอร์เรนส (Carl Correns) ใช้ต้นบานเย็นเป็นพืชต้นแบบสำหรับการศึกษาวิจัยเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมทางไซโตพลาสซึม (cytoplasmic inheritance) โดยใช้ต้นบานเย็นพันธุ์ที่มีใบลายในการพิสูจน์ว่า มีปัจจัยบางอย่างที่อยู่นอกนิวเคลียสเป็นตัวกำหนดลักษณะทางกายภาพของต้นบานเย็น ด้วยกลไกที่ไม่สามารถอธิบายได้โดยทฤษฎีของเมนเดล คอร์เรนสเสนอความคิดว่าลักษณะสีของใบบานเย็นถ่ายทอดสู่รุ่นลูกจากบรรพบุรุษฝ่ายเดียว (uniparental mode of inheritance)
เมื่อทำการผสมเกสรระหว่างต้นดอกสีแดงกับต้นดอกสีขาว จะได้รุ่นลูกที่มีดอกสีชมพู ไม่ใช่สีแดง ซึ่งเป็นลักษณะที่อยู่นอกเหนือกฎยีนเด่นข่มยีนด้อยของเมนเดล (Mendel's Law of Dominance) เพราะในกรณีนี้ยีนที่ให้ดอกสีแดงกับยีนให้ดอกสีขาวมีการแสดงออกเท่ากัน จึงไม่มีลักษณะของยีนใดยีนหนึ่งแสดงออกอย่างเด่นชัดเพียงลักษณะเดียว
การใช้ประโยชน์ ดอกบานเย็น ใช้ทำสีผสมอาหารสีแดงเข้ม ซึ่งมักใช้แต่งสีเค้กและเจลลี่[1] ใบ กินสุกได้ แต่ควรกินเมื่อจำเป็นเท่านั้น[1] ส่วนต่างๆ ของต้นบานเย็นนำไปใช้ในยาขับปัสสาวะ ยาระบาย และรักษาแผล ส่วนรากเชื่อว่ามีสรรพคุณเพิ่มสมรรถนะทางเพศ และออกฤทธิ์ขับปัสสาวะและระบายท้อง รวมถึงมีการใช้เพื่อรักษาอาการบวมน้ำ ใบ ใช้ลดอาการอักเสบ น้ำคั้นใบตำละเอียดและต้มแล้วใช้รักษาฝีหนอง เมล็ดของบานเย็นบางพันธุ์ เมื่อบดละเอียดเป็นผงใช้ผสมในเครื่องสำอางและสีย้อม[1] แต่เมล็ดบานเย็นส่วนใหญ่ถือว่ามีพิษ[2]
Create Date : 26 มกราคม 2569
13 comments
Last Update : 27 มกราคม 2569 20:28:46 น.
Counter : 137 Pageviews.
ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณปัญญา Dh , คุณกะว่าก๋า , คุณhaiku , คุณนายแว่นขยันเที่ยว , คุณสองแผ่นดิน , คุณหอมกร , คุณkae+aoe , คุณtanjira , คุณ**mp5** , คุณmultiple , คุณสายหมอกและก้อนเมฆ , คุณtoor36
โดย: ปัญญา Dh 27 มกราคม 2569 20:38:16 น.
โดย: กะว่าก๋า 27 มกราคม 2569 20:52:16 น.
โดย: หอมกร 28 มกราคม 2569 7:22:14 น.
โดย: tanjira 28 มกราคม 2569 8:44:49 น.
โดย: multiple 28 มกราคม 2569 18:53:34 น.
โดย: กะว่าก๋า 28 มกราคม 2569 20:25:05 น.
โดย: ปัญญา Dh 28 มกราคม 2569 22:06:36 น.
โดย: คุณต่อ (toor36 ) 28 มกราคม 2569 23:48:49 น.
VIDEO
Mcayenne94's Diary
มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวของเจ้าของบ้านและสิ่งแวดล้อม
ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการ จัดจำหน่าย ต้นไม้ดอกไม้ หรือสิ่งใด
อนุญาตให้นำภาพถ่าย
พร้อมชื่อMcayenneผู้ถ่ายภาพไปใช้ประโยชน์ได้
และสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำภาพถ่าย
Mcayenne ไปใช้ โดยการดัดแปลงตัดต่อหรือลบชื่อภายในภาพ