คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
ตุลาคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
9 ตุลาคม 2569
space
space
space

"อยากย้อนเวลา"

  "อยากย้อนเวลา"   

"อยากย้อนเวลา"   เป็น โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 411 ผู้ตั้งโจทย์
คือ คุณ กะว่าก๋า

           คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)
คุณจัดการกับความรู้สึกผิดในอดีตอย่างไร? หากคุณมีโอกาส "ย้อนเวลา" กลับไปเพื่อ
แก้ไขความผิดพลาดในอดีต
คุณจะทำหรือไม่? และจะทำอย่างไรเมื่อย้อนกลับไปแล้ว?

             เรื่อง   "อยากย้อนเวลา"   คือ  ย้อนไปคิดถึงเรื่องราวในอดีต  ซึ่งฉันคิดว่า  เรื่องราว
ต่าง ๆ ในอดีตที่เรา "ต้องการย้อนเวลา"
ไปหามันนั้น  ย่อมมีทั้งเรื่องราวที่น่าจดจำและอยากจะย้อนไปเป็นเรื่องราวเหล่านั้นอีก 
เช่น  อยากย้อนเวลาเป็นเด็กอีก  เพราะเป็นช่วงเวลา
ที่สนุกสนาน  ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร  นอกจากเรียนหนังสือ    ส่วนเรื่องราวในอดีต
อีกเรื่องราวหนึ่งที่เราทำผิดพลาดไปแล้ว 
เราอยากย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดให้ถูกต้อง  ค่ะ 
           
 สำหรับจุดประสงค์ของผู้ตั้งโจทย์ ตะพาบหัวข้อนี้   ต้องการเฉพาะ  แก้ไขเรื่องราวในอดีต
เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต ว่า จะแก้ไขหรือไม่ 
ถ้าต้องการแก้ไข จะแก้ไขอย่างไร 
 

  ในชีวิตของคนเรา  ย่อมมีเหตุการณ์  เรื่องราว ที่ทำผิดพลาดไป  มากบ้าง น้อยบ้าง
  เมื่อทำผิดพลาดไปแล้ว  ตอนนั้น  ก็เสียใจและคิดอยาก
จะแก้ไขข้อผิดพลาดที่ไก้ทำไปแล้ว   ฉันเอง  ก็เป็นหนึ่งในการที่เคยทำผิดพลาดมา
ในสมัยที่เป็นวัยรุ่น  อารมณ์ร้อน   ช่วงนั้น  ฉันเรียนอยู่ มัธยมสอง
โรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่ง   เทอมสอง ฉันป่วย ต้องหยุดเรียนเป็นอาทิตย์ กว่า ๆ
พอค่อยยังชั่ว ร่างกายแข็งแรง  หมออนุญาตไปเรียนได้
  ฉันจึงไปโรงเรียนเรียนหนังสือ เพราะกลัวว่าหยุดเรียนไปนาน ฉันจะเรียนไม่ทันเพื่อน ๆ 
(ฉันเป็นเด็กเรียนดี ระดับต้น ๆ ของห้อง)  พอเรียนไปช่วงเช้า 
ช่วงพักเที่ยง   เจอครูคนหนึ่ง เรียกไปตักเตือนว่า  
ให้ฉันพักการเรียนเสีย  เพราะจะนำโรคมาติดเพื่อน  พูดจาไม่ได้มีความเมตตาเลย
สีหน้าก็แสดงถึงความไม่พอใจ  ไม่ได้ให้กำลังใจ
แก่นักเรียนที่เจ็บป่วยถ้าฉันไม่แข็งแรงพอ จะมานั่งเรียนได้อย่างไร ฉันรู้สึกเสียใจและ
โกรธมาก  (ตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน นิสัยไม่ดี)
     ฉันบอกแม่ว่า  ให้ไปโรงเรียนและลาออกฉันไม่เรียนแล้ว   แม่ตามใจฉัน  นี่เป็นข้อผิดพลาด
ที่ตัดสินใจผิด  กลับมาอยู่บ้าน เฉย ๆ หนังสือก็ไม่ได้เรียน
   (ยอมรับว่า เป็นทุกข์ที่ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ เพราะมันเป็นความฝันที่ฉันจะต้องเรียน
ให้จบปริญญาตรีให้ได้  โดยเฉพาะความฝันที่ต้องการอาชีพ พยาบาล)   
           
ฉันเสียใจอยู่เป็นเวลาเกือบปี  วันหนึ่งเจอเพื่อนสมัยเรียน ประถมศึกษา ถามไถ่ทุกข์สุข
กันและได้รู้จักคำว่า  เรียนลัด กับคำว่า สอบเทียบ
 สองคำนี้  ทำให้ฉันสามารถแก้ไขสิ่งผิดพลาด   ใช้เวลาที่เสียไปในอดีต   มาแก้ไขข้อผิดพลาด
ในครั้งนี้   เรียนลัด สอบเที่ยบ และเอนทรานต์เข้ามหาวิทยาลัย 
ได้ปริญญาตามที่ฝันไว้ เพียงแต่ไม่ได้มีอาชีพเป็นพยาบาลตามที่ตั้งใจไว้ เท่านั้น ค่ะ 





 

ข้อผิดพลาดอีกเรื่องในชีวิตที่ฉันเสียใจ มากที่สุด ก็คือ การทะเลาะกับแม่ ตอนที่ฉันตีน้องชาย 
แม่โกรธ ด่าฉันว่า จะตีน้องชายตาย  เพื่อจะได้สมบัติคนเดียว ใช่ไหม
(ตามความรู้สึกของคนจีนในสมัยนั้น จะรักลูกชายมากกว่าลูกผู้หญิง  เลี้ยงจนเสียคน)  คำพูดนี้ 
ทำร้ายความรู้สึกของฉันมากเหลือเกิน ทำไมแม่ถึงมองฉัน
ในแง่ร้ายขนาดนั้น  เด็ก ๆ พี่น้องทะเลาะกัน  ตีกันบ้าง  ก็เป็นธรรมดา  ฉันเตรียมเสื้อผ้า
ใส่กระเป๋า เป้ เตรียมหนีออกจากบ้านตามอารมณ์
หุนหันพลันแล่นของฉัน  คิดอย่างเดียวไปตายเอาดาบหน้าไปอาศัยเพื่อนอยู่  หางานทำ
เลี้ยงตัวเองก็ได้ ขณะที่ฉันกำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่  น้องสาวเห็นเข้า
  รีบไปบอกเรื่องฉันเก็บเสื้อผ้าจะออกจากบ้านแล้ว  แม่ก็เดินมาหาฉัน   ถามว่า " จะไปไหน" 
ฉันตอบว่า"ในเมื่อแม่คิดว่า  ฉันอยากตีน้องให้ตายเพื่อจะได้สมบัติ
ของพ่อกับแม่ ฉันจะไปอยู่ที่อื่นไม่ดีหรือ จะได้ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะแย่งสมบัติน้อง"
   ฉันตอบไปด้วยน้ำเสียงประชดแม่   แล้วฉันก็เห็นแม่น้ำตาไหล
  แม่ร้องไห้  แค่นั้น ใจฉันก็ละลายแล้ว แม่พูดกับฉันว่า  " แม่เสียใจที่ใช้คำพูดกับแกเช่นนั้น
  แม่พูดไปด้วยอารมณ์โกรธ ไม่ได้คิดตามคำพูดเช่นนั้น"
 ฉันก็ร้องไห้ รู้สึกว่า  ตัวเองก็ทำไม่ถูก  ที่ตีน้องชาย น่าจะสั่งสอนโดยใช้คำพูดดี ๆ
กับเขา  ฉันรู้สึกว่า  ตัวเองทำผิดพลาดจริง ๆ  
         
เรื่องวันนั้นจบลงโดยที่ฉันเลิกล้มที่จะออกจากบ้าน  เมื่อแม่พูดเช่นนั้น  ไม่ได้คิดว่า 
ฉันจะได้สมบัติพ่อเพียงคนเดียว  และที่สำคัญ แม่ร้องไห้
  ทำให้ฉันคิดว่า  ฉันต้องทำบาปที่ทำให้แม่ร้องไห้     ฉันจึงเริ่มปรับปรุงตัวเอง 
ไม่เอาแต่ใจตัวเอง  หุนหันพลันแล่น  สิ่งนี้ติดอยู่ในใจ
ของฉันตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนได้ปริญญาตามความตั้งใจมาตั้งแต่เด็ก
 
ช่วงชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัย เป็นช่วงชีวิตที่ฉันลำบากมากที่สุด  เพราะโรงงานน้ำหวาน
ของครอบครัวฉัน ต้องปิดไปเพราะพ่อส้มป่วยไม่มีใครรับช่วง
ฉันก็ยังเรียนปีหนึ่งอยู่  หลังโรงงานปิด  พ่อรวบรวมเงิน ซื้อบ้าน ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบัน 
(โรงงานเป็นบ้านเซ้ง)   หลังซื้อบ้านหลังนี้แล้ว 
เหลือเงินเพียงสามสี่แสน และทองอีกหลายบาท  ยังต้องส่งน้องชายเรียนอีกคน 
  ฉันต้องประหยัดเต็มที่  โชคดี ที่สมัยนั้น ไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิต
อาหาร เทอมละ700 บาท ค่าหอ ปี 1และ 3 ปีละ 400 ปี 2 และ 4 เหลือ ปีละ 300 บาท 
 ถือว่า  ฉันโชคดี ที่ค่าใช้จ่ายในสมัยใน ว.ศ. 4 บางแสน
ราคาไม่สูงเหมือนปัจจุบัน ถือว่า ความทุกข์ในระหว่างที่ชีวิตฉันลำบาก ก็ยังมีโชคดีในความทุกข์นี้  





หลังสอบเข้ารับราชการเป็นครู  ฉันตั้งใจแก้ข้อผิดพลาดในอดีต  พยายามหารายได้พิเศษ  สอนพิเศษ 
สอนภาคค่ำ  ที่เรียกว่า  สอนนักศึกษาผู้ใหญ่   เพื่อทำให้
ครอบครัวเรามีความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อง ๆ ค่ะ พาแม่ไปเที่ยวบ้าง ดูหนังบ้าง ตามสมรรถภาพของฉัน
  ครอบครัวของเรา ดีขึ้นเรื่อย ๆ  แม่มีความสุขมาก ที่เห็นฉันเรียน
จบปริญญาตามความฝัน แม่เปลี่ยนทัศนะในเรื่อง เด็กผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนสูง เพราะแต่งงานแล้ว
ก็ไปเป็นคนของครอบครัวอื่น  แม่เห็นความสำคัญของการศึกษา
เพราะพี่ ๆ น้อง ๆ ของฉันซึ่งไม่ชอบการเรียน  โตขึ้น ก็ต้องทำงานหนัก  เพราะไม่มีวุฒิ
ทางการศึกษา นั่นเอง  น่าเสียดายที่แม่อยู่กับฉัน
หลังฉันจบการจบการศึกษาและเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการ  ปมแห่งความผิดพลาด ในอดีต
  ก็ค่อย  ๆ หาย ไป  เราแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
  วันไหนที่ฉันไม่ได้สอนภาคค่ำ  แม่จะทำกับข้าว  รอกินข้าวด้วยกัน ถ้าสอนภาคค่ำ
  แม่ไม่เคยนอนก่อน  นั่งรอฉันกลับบ้านอยู่หน้าบ้าน
  มีเพื่อนบ้านมานั่ง ร่วมวงคุยด้วยในบางครั้ง  (บ้านฉันเป็นตึกแถว ค่ะ)    
       แม่อยู่กับฉัน เพียง 9 ปี  แม่ก็จากฉันไป  เพียงอายุ 76 ปี  ฉันก็สูญเสียแม่ไปชั่วนิรันดร์ 
เป็นช่วงชีวิตอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ฉันเป็นทุกข์มากที่สุด
เพราะความผูกพันที่เราแม่ลูกสองคนอยูด้วยกันมานาน  ฉันจึงมีความทุกข์
มากกว่าความทุกข์ที่เคยเจอมาในชีวิต ค่ะ  
         ตะพาบ เรื่อง  ข้อผิดพลาด    ฉันได้เล่าถึงความผิดพลาดในชีวิตของฉัน และได้แก้ไข
ข้อผิดพลาดเหล่านั้นได้ตามจุดประสงค์ของโจทย์ แล้วค่ะ
  หวังว่า ผู้อ่านคงได้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้างพอสมควร  ค่ะ สวัสดี ค่ะ  




 




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2569
13 comments
Last Update : 10 ตุลาคม 2569 10:34:47 น.
Counter : 225 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณtanjira, คุณnewyorknurse, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36

 

อาจารย์สู้ชีวิตมากค่ะ
ไม่เกิดมามีตังค์แบบ
บ้านจารย์เต๊ะแกนะคะ

 

โดย: หอมกร 10 ตุลาคม 2569 14:06:28 น.  

 

ทุกข้อผิดพลาดที่อาจารย์พบเจอมา
กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้อาจารย์ได้คิด
ผมว่านี่คือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเลยครับ

ถ้าคิดไปอีกทาง
ผลลัพธ์ของชีวิตน่าจะไม่ได้ออกมาเป็นเช่นนี้

มาดามกับหมิงเคยทะเลาะกันหนักๆหลายครั้ง
แต่ทุกครั้งก็กลับมาดีกัน
เพราะผมเชื่อว่าลูกก็รู้ว่าแม่รัก
ส่วนแม่ก็ดุด่าว่ากล่าวไปด้วยความห่วงใย
อ่านเรื่องราวตอนที่อาจารย์ทะเลาะกับแม่
ผมก็นึกถึงหมิงกับมาดามเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 10 ตุลาคม 2569 14:43:12 น.  

 

555 อาจารย์เต๊ะ มาแก้ข่าวก่อนนะครับ
สมัยเด็กก็จ๊น จนๆๆๆ นะครับ แต่ดันเก่งสอบเข้าเรียน รร สาธิตได้ เวลาพักต้องแอบไปกินน้ำเปล่า ดูลูกเศรษฐีเค้าซื้อขนมกิน พูดแล้วเดี๋ยวต้องแอบไปร้องไห้แป๊บนึงนะครับ 555
ลูกคนอื่นเค้าขี่รถหรู พ่อแม่ไปส่ง อาจารย์เต๊ะต้องโหน รถเมล์ไปเรียน
ตั้งแต่ ป5 จนจบนี่ อาจารย์เต๊ะ ต้องขอทุนเรียนดี แต่ไม่มีจะกินทุกเทอม ถึงจบมาได้นะครับ555

แค่นี้แหละไปนะครับ แฮร่ 555

อาจารย์สุบอก เรื่องของเอ็ง 555
แต่เอ็งยังไม่ได้เม้นท์ เอ็งต้องกลับมาก่อนนน 5555

อ่านเรื่องราวสมัยเรียนเด็กๆ อาจารย์สุเป็นคนเด็ดเดี่ยว ใจแข็งมากนะครับ สมัยเด็ก อาจารย์เต๊ะเรียน รร สาธิต นี่
ครู ไม่กล้าหือกับเด็กเลยครับ เพราะ ครูเคยมีเรื่องทะเลาะกับเด็ก เด็กเลยไปกรีดรถครู ซะรอบคันเลย 555

แล้วก็ เด็กสาธิตนี่ ลูกท่านหลานเธอ ทั้งนั้น ครูไปว่าเด็กละโดนเด็กไปฟ้อง แม่ แม่กลับมาฟ้องครูใหญ่ ไม่บริจาคเงินช่วย รร ครูโดนเฉ่ง แน่นอน ให้รู้ซะมั่งนะครับ ใครสปอนเซอร์ รร 555

แล้วก็อาจารย์สุ ขยันมาก นะครับ เพราะเรียน นอก ระบบ
ไม่มีครูดูแลใกล้ชิดนี่ยากมากกก ต้องขยันสุดๆ อาจารย์อุตส่าหืเรียนจนจบได้นะครับ

แล้วก็เรียน มหาลัยของรัฐนี่ ค่าใช้จ่ายจะถูกมากเลยนะครับ
อาจารย์เต๊ะ เรียน ป โท ลาดกระบัง นี่ เรียน 5ปีหมดไปแค่ ไม่ถึง 30000 เอง แต่ถ้า มหาลัยเอกชน อย่าง ม กรุงเทพ นี่
เรียน ปโท หมดหลายแสนแน่ๆครับ ขนาด ป ตรี เทอมยัง5-60000 เลยเชียวครับ

ส่วนเรื่อง ทะเลาะกับพี่น้องเป็นเรื่องปกติ มันต้องให้รู้ว่า
ในบ้านใครใหญ่ ใครอยู่นะครับ ใครแพ้ก็ต้องโดนตีแหละ 555

สมัยเด็ก อาจารย์เต๊ะ ยังเคยแกล้งเอา มีดไล่แทงพี่สาวเลยครับ
เรื่องแค่นี้ ทำไมพี่สาว วิ่งหนีตาเหลือกก็ไม่รู้ อิอิ

อาจารย์สุ บอก เอ็งเมายาตั้งแต่เด็กเลยเหรอ 5555

อ้อรูปอาจารย์สุ ใช้ AI แต่งเหรอครับ สวยเนียน ชัดเป๊ะเลยนะครับ อิอิ

เรื่องผิดพลาด ในชีวิตเรา ทุกคนต้องมี
แต่เราก็ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ แก้ไขกันไปนะครับ
ที่สำคัญ ตอนยังอยู่ด้วยกัน ก็ต้องดูแลคนในครอบครัวให้มากๆนะครับ

อาจารย์สุ ช่วงน้ำท่วม คงไม่ได้ไปเที่ยวไหน ติดเกาะแบบอาจารย์เต๊ะมั้งครับ 555






 

โดย: multiple 10 ตุลาคม 2569 15:36:51 น.  

 

ผมไม่เคยทะเลาะกับแม่และพ่อเลยครับ
แต่ทะเลาะกับพี่ น้อง ทุกคน เลยได้เป็นขรก.คนเดียวของบ้าน
ถ้าย้อนอดีตไปได้ ผมอยากเรียนให้เก่งกว่านี้ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน
แต่เป็นลูกน้องผมก็ว่าดีครับ ไม่ต้องรับผิดชอบมาก

 

โดย: สองแผ่นดิน 10 ตุลาคม 2569 22:28:45 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 11 ตุลาคม 2569 5:29:29 น.  

 

ปกติ เวลาไปร้านถ่ายรูป เราจะใส่ชุดอะไรไปก้ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนชุด
ช่างจะถ่ายแต่หน้าเรา แล้วเอาไปแปะกับรูปชุดที่เราต้องการครับ
แต่เดี๋ยวนี้มี ChatGpt เราไม่ต้องไปง้อร้านแล้ว ทำเองก้ได้
อาจารย์สุเก่งมากๆเลยนะครับนี่ รูปเหมือนพึ่งถ่ายมาเมื่อวานเลยเชียวครับ 5555

แล้วก็โซน มหาลัยรามคำแหง ท่วมหนักมากครับ ค่าซ่อมแซมไม่รู้จะเท่าไหร่ มหาศาลแน่นอน

ช่วงนี้น้ำท่วมหลาย จังหวัดสวนผัก น่าจะจมน้ำหมด
เห็นเค้าบอก กระเพรา โลละ200 อาจารย์เต๊ะ อุตส่าห์เพาะไว้ 2เข่ง
โดนฝน300มม ถล่ม ตายเรียบไม่เหลือซักต้นเลยครับ 555



 

โดย: multiple 11 ตุลาคม 2569 14:15:11 น.  

 

สวัสดีค่ะอาจารย์

ชีวิตของคนเรามีเหตุการณืหลากหลายนะคะ
สุขบ้างทุกข์บ้าง แต่เราก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วนะคะ
อาจารย์ก็ทำตามฝันได้สำเร็จอย่างสวยงามด้วยนะคะ

 

โดย: tanjira 11 ตุลาคม 2569 16:54:47 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อาจารย์อาจจะมีเพื่อนมหาวิทยาลัยน้อย
แต่ลูกศิษย์อาจารย์เยอะมากครับ
แถมเป็นลูกศิษย์ที่น่ารักด้วย
แวะเวียนมารับไปทำกิจกรรม ไปทำบุญ ไปเที่ยวกันตลอด

งานสังสรรค์
ถ้าไม่จำเป็น
ผมไม่ค่อยอยากไปแล้วครับ
ผมไม่ดื่มเหล้า ผมนอนเร็ว
ให้นั่งถึงตี 2 ตี 3 แบบนี้
ผมเพลียมากครับ
อีกวันนี่นอนทั้งวันเลย 555

 

โดย: กะว่าก๋า 11 ตุลาคม 2569 20:30:36 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 12 ตุลาคม 2569 5:28:02 น.  

 

สวัสดีครับอาจารย์
ตอนวัยรุ่นอาจารย์ก็เฟี้ยวมากเหมือนกันนะครับ ผมก็ทันรุ่นสอบเทียบเหมือนกันครับ ของผมเอ็นท์ฯ ไม่ติดก็เลยกลับมาเรียน ม.6 ต่อครับ

 

โดย: The Kop Civil 12 ตุลาคม 2569 10:31:07 น.  

 

ขอบคุณครับอาจารย์ น่าจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่ ที่บ้านตัวเองเลยด้วยมั้งครับ ตั้งแต่ตอนประถมผมไปอยู่กับตายาย มัธยมบ้านน้า ตอนมหาฯลัย มาอยู่หอที่กรุงเทพฯ ครับ

 

โดย: The Kop Civil 12 ตุลาคม 2569 13:09:40 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบจดบันทึกความรู้สึก
บล็อกทำให้ผมจดบันทึกอย่างเป็นระบบ
แทบจะเขียนทุกวันเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 12 ตุลาคม 2569 19:53:12 น.  

 

โอ้ เผลอแป๊บเดียว ระบบตรวจจับ แบนคำอัจฉริยะ ของบล็อกแก๊ง เล่น เม้นท์ อาจารย์สุอีกแล้วนะครับนี่ 555
อาจารย์เต๊ะ ตรวจดูก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย
มีแต่ คำว่า ร. ว. ย ไม่ไหววว คำเดียวเท่านั้นเองนะครับ 555

ส่วนเรื่อง รถที่ขับไปเรียนนี่ สมัยเป็น นศ ไม่มีสาวๆมานั่งเลยครับ
มีแต่หนุ่มๆล้วนๆ พวกเรียนถาปัด ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายหนวดเฟื้อมครับ 555555

พึ่งจะมามี สาวๆนั่งรถด้วยก็ตอนมาทำงานแล้วนี่เองครับ
แต่ เพื่อนบล็อกสาวๆ แอบมานั่ง ก็หลายคนนะครับ 555

ส่วนพวกนิสัยไม่ดีในถนน มันมีอยู่จริงนะครับ
อาจารย์เต๊ะ ยังเคยโดนน้ำสาด แต่เฟี้ยงอิฐตามไม่ทันมันครับ
เพราะมันซิ่งน้ำบานไปเร็วมาก 555

เรื่อง ต้นไม้ก็พยายามเยียวยาเต็มที่แล้วครับ
ถ้าไม่รอดก็ถือว่า ทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ครับ 555

ส่วนเรื่องกินเจ ไม่ได้กินเลยครับ ผักแพง
เลยซัดไก่ย่างเป็นตัวๆไปเลยครับ 555

รูปที่อาจารย์ส่งให้ดูนี่เท่มากเลยครับ
อาจารย์เต๊ะ พอเลิกทำงานก็ไม่ได้ใส่สูท ผูกไทเลย
ใส่เสื้อยืด นุ่งขาสั้น อยู่บ้าน หน้าตามอมแมม
บอกเพื่อนบ้านว่าเป็นอาจารย์
ยังไม่มีใครเชื่อ นึกว่า คนขี่ซาเล้งละครับ 555

ช่วงนี้ กทม กลับมาร้อนตับแตก เหมือนเดิมแล้วนะครับ
อาจารย์สุ ดูแลสุขภาพ ทานอาหารสุก สะอาด ร้อนๆด้วยนะครับ

 

โดย: multiple 12 ตุลาคม 2569 20:26:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

BlogGang Popular Award#22


 
อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space