คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
สิงหาคม 2569
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
25 สิงหาคม 2569
space
space
space

"การเดินทางของความเหงา"

"การเดินทางของความเหงา" 

"การเดินทางของความเหงา"  เป็นโจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 407
ผู้ตั้งโจทย์ คือ คุณ กะว่าก๋า

        คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)
                                 
ความเหงาเป็นเพื่อนหรือเป็นศัตรู? คุณนิยามความเหงาว่าอย่างไร? และคุณจะเปลี่ยน
"ความเหงา" ให้กลายเป็นการอยู่กับตนเองอย่างมีคุณภาพ
ได้อย่างไร ? การอยู่คนเดียวกับการโดดเดี่ยวแตกต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ?

 ขอบข่ายในการเขียน  ผู้ตั้งโจทย์วางไว้ หลายจุดประสงค์  นะ 
                                 
 1.  การอยู่คนเดียวกับการโดดเดี่ยวแตกต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ   ตามความคิดเห็น
ความเข้าใจของฉัน นะ  เป็นสภาพทางกาย 
ไม่มีใครอยู่ด้วยหรือการทำอะไรตามลำพัง ในฐานะที่ฉัน อยู่คนเดียวมานานมาก
  หลังจากแม่ถึงแก่กรรม  น้องชายแต่งงานและไปอยู่บ้านกับน้องสะใภ้ 
 ฉันก็อยู่คนเดียวมาโดยตลอด  นับถึงปัจจุบัน ก็น่าจะหลายสิบปี แล้ว นะ   ความรู้สึกของ
การอยู่คนเดียวของฉัน   "ความเหงาไม่เคยเดินทางมาหาฉันได้
 เลย  ค่ะ ฉันมีลูกศิษย์ หลายสิบหลายร้อยรุ่น   ทักไลน์ ทักเฟซบุ๊ก มาเยี่ยมเยียน 
มีเพื่อน มีลูกศิษย์  จัดพบปะสังสรรค์  ก็มารับไปร่วมงานด้วย
ทางบล็อกแก๊ง  มีเพื่อนเขียนบล็อก  เม้นท์  คุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 
มีเพื่อนกลุ่มเที่ยวด้วยกัน  จัดไปเที่ยว ไปทำบุญ  ฯลฯ 
ฉันจึงอยู่คนเดียวได้  โดยที่  "ความเหงามิอาจเดินทางมาหาฉันได้ "  
                               
    ส่วนคำว่า "โดดเดี่ยว"  ความหมาย  แตกต่างกับการอยู่คนเดียว นะ "ความโดดเดี่ยว" 
 เป็นลักษณะทางอารมณ์  ความรู้สึก  อ้างว้าง  เหมือนว่าตัวเอง
ถูกทอดทิ้งถึงจะอยู่ร่วมหรือ อยู่ท่ามกลางคนมากมาย   ก็เหมือนตัวเองไม่ได้รับ
ความเข้าใจจากคนรอบตัว   ซึ่ง  ความโดดเดี่ยว  มีผลไปทางลบ
  อาจจะมีผลต่อสุขภาพจิตและลามไปถึงทางกาย
ได้ด้วย ค่ะ  บางครั้งใช้เป็น  คำซ้อน  เพื่อให้ความหมายชัดเจน ยิ่งขึ้น ว่า
 "โดดเดี่ยวเดียวดาย"
             2. ความเหงาเป็นเพื่อนหรือศัตรู   ข้อนี้ ฉันคิดว่า  ไม่น่าจะเป็น เพื่อน หรือ ศัตรู 
เพราะเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ค่ะ 
3. จะเปลี่ยนแปลง "ความเหงา"ให้กลายเป็นการอยู่กับตนเองอย่างมีคุณภาพอย่างไร 
 ข้อนี้ สำหรับฉัน ไม่ค่อยมีปัญหานัก
                      เพราะชีวิตฉัน "ความเหงา"  ไม่ค่อยเดินทาง มาหาฉันบ่อย นัก  ในชีวิตของฉัน  จำได้ว่า
  มี "ความเหงา"  ที่เกิดขึ้นไม่กี่ครั้ง คือ 
                   3.1  ความเหงาที่ เกิดขึ้นตอน พ่อเสีย  ตอนนั้น  ฉันอยู่ปี 1 ที่ ว.ศ. บางแสน  ช่วงนั้น 
ยอมรับว่า  เหงามาก   เพราะการจากที่อยู่ คือ กรุงเทพฯ 
มาอยู่ต่างจังหวัด คือ ชลบุรี ซี่งเป็นการย้ายบ้าน  มาจากกรุงเทพฯไปอยู่หอพัก 
ห่างไกลพ่อแม่  ก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา เพื่อนที่มาจากทุกภาค
  ต่างคนต่างใหม่ กว่าจะรู้จักกัน สนิท เป็นเพื่อนที่คุยกันได้คลายเหงา คลายความคิดถึงบ้านบ้าง 
 แต่กลางเทอม  ก็ได้โทรเลขจากแม่ว่า  พ่อเสียแล้ว  ก็ช็อคมาก
  เพื่อนฝูงหลายคน ต่างก็มาปลอบใจฉันให้คลายเศร้า  คลายเหงา  มีรูมเมค  คือ พวงเพ็ญ และ
นวลจันทร์ เล็ก   มาส่งฉันที่บ้าน  ไหว้พ่อฉันแล้ว จึงเดินทาง
กลับ ว.ศ. บางแสน  ฉันขอบใจเพื่อนสองคนนี้มากและไม่เคยลืมน้ำใจของเขาสองคนนี้เลย ค่ะ 


สำหรับ  "ความเหงา" ที่สูญเสียพ่อ  ฉันทำความเหงาที่เกิดขึ้นนี้  ด้วยการ อ่านหนังสือ 
ทำโน้ตย่อไว้ทบทวนตอนใกล้สอบ  ตั้งใจเรียนเพื่อให้
สำเร็จการศีกษาตามความตั้งใจของฉันและเงินของพ่อที่ทิ้งไว้เพื่อให้ฉันเรียนจบใน 4 ปี ค่ะ 
ฉันไม่มีเวลา ให้กับ "ความเหงา"  ยาวนานนัก  ฉันไว้ทุกข์ 1 ปีเต็ม
ตัดความเหงา ลงได้  แต่ความทรงจำ เกี่ยวกับความรักของพ่อที่มีต่อฉัน  เห็นด้วยกับการต้องการ
เรียนของฉันเสมอ  เสียดายชาตินี้  พ่อจากฉันเร็วไป ไม่มีโอกาสได้
ตอบแทนบุญคุณพ่อ ให้พ่ออยู่อย่างสบายเลย  คงต้องไว้ชาติหน้าถึงจะมีโอกาสแล้ว ค่ะ 



พ่อของฉันหล่อ นะเนี่ย 

                                  3.2 เรื่องการเดินทางของความเหงาที่ทำให้ฉัน จมอยู่กับความเหงา เป็นปี
  สติแทบหลุด เกิดอีกครั้ง ตอน  ปี 29  แม่ที่ฉันอยู่ด้วยกัน 2 คน หลังจากที่ฉัน
สอบเข้ารับราชการครูได้ ตั้งแต่ ปี 17  สอบบรรจุใหม่  เงินเดือนก็น้อยนิด
  หนึ่งพันห้าร้อยกว่าบาท  ให้แม่ 500 บาท  เหลือพันกว่า เป็นค่ารถ 2 ต่อ  ค่าอาหาร  เรายังต้อง
ใช้เงินกันอย่างประหยัด ค่ะ  แม่จึงยังไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายนัก 
 จนย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง  มีงานพิเศษทำ  คือ สอนนักศึกษาผู้ใหญ๋
หรือที่เรียกว่า เรียนภาคค่ำ  คาบละ 50 บาท
ก็ได้สอนอาทิตย์ละประมาณ 7-8 คาบ เดือนหนึ่ง ก็ได้เงินเพิ่ม เป็นพันบาท นะ
  ก็คล่องตัวหน่อย   วันไหนไม่ได้สอนภาคค่ำ 
แม่จะรอกินข้าวด้วยกันเสมอช่วงเวลา ตั้งแต่ปี  17-29   ประมาณ 12 ปี   ความผูกพันของเรา
แม่ลูกสองคนจึงมีมากล้น   การจากไปของแม่ครั้งนี้ 
จึงทำให้ฉันแทบสติแตก เพราะเราแม่ลูกเคยกิน เคยอยู่ด้วยกัน แม่หุงข้าว ทำกับข้าว
รอกินข้าวกับฉัน  งานบ้านส่วนใหญ่แม่เป็นคนทำ 
 แม่ทำเพื่อฉัน  เพื่อไม่ให้ฉันเหนื่อย จากการสอนทั้งภาคค่ำและกลางวัน  ดังนั้น
การจากไปของแม่ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่น่าจะเสียชีวิต
  คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  จากไปโดยไม่ได้ทำใจเลย  ป่วยแค่ไม่ถึง สอง อาทิตย์ 
แม่ก็จากฉันไปอย่างไม่มีวันกลับ  เฮ้อ!
                  ฉันมีเพื่อนดี  มาช่วยฉันจัดงานศพแม่  พี่่มน  เพื่อนที่เรียนลัดด้วยกัน  ช่วยจัดการเรื่องโลงจำปา 
เพราะแม่ต้องฝังสุสานเดียวกับพ่อที่ไปรอแม่อยู่ก่อนแล้ว 
ตั้งแต่ปี 14  ประมาณ 15 ปี  ตลอดจน ติดต่อ เรื่องทำพิธีกงเต็กให้แม่  พี่ปลื้ม ผช.วิชาการและ
น้องอนุสรณ์ พาไปแจ้งการถึงแก่กรรมของแม่ที่ อำเภอ
  ส่วนพี่สุรางค์  (ตอนนี้ ท่านก็ไปอยู่สวรรค์แล้วค่ะ)ติดต่อเรื่องวัด   เรื่องอาหารเลี้ยงแขก
ที่มางานศพ  ฉันจัดงานศพให้แม่  โดยสวดแบบไทย 5 วัน
  พิธีกงเต็ก 1 วัน  วันที่ 7  ก็เป็นพิธีฝังศพที่สุสาน  (  แม่เคยสั่งไว้ว่า  ให้จัดงานศพแบบประหยัด
สวดแบบไทย 2 คืน  พิธีกงเต็ก 1 คืน  พอ วันที่ 4 ก็ทำพิธีฝังเลย 
แต่ฉันไม่เห็นด้วย )     การสูญเสียแม่ครั้งนี้    ทำให้ "ทางเดินของความเหงา"มาอยู่กับฉันนานเป็นปี
กว่าจะค่อย ๆ ผ่อนคลายไป   เพื่อนฝูง ก็ดี  พาไปเที่ยวพักผ่อน 
พูดคุย เพื่อให้ฉันคลายเหงา   คลายความเศร้า  แต่พอกลับถึงบ้าน  ความเหงาความเศร้า
ก็เดินทางเข้าหาฉันอีก  เพราะภาพเก่า ๆ ที่แม่และฉันกินข้าว
ด้วยกัน  ภาพที่แม่คอยฉันอยู่หน้าบ้านเมื่อฉันสอนภาคค่ำ  ไม่เคยนอนก่อนฉันกลับบ้านเลย 
 กว่า ทางเดินแห่งความเหงา จะหายไปจากฉัน ก็ยาวนานเป็นปี
  ถึงปัจจุบันนี้  แม่ก็ยังอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ 



แม่ของฉัน ค่ะ สวยไหม คะ 
 
              3.3  เรื่อง "การเดินทางของความเหงา"   คือ การที่ถูกคนรักผิดคำมั่นสัญญาที่พูดไว้ 
ความไม่รักษาคำพู ความไม่มั่นคงในความรัก ไม่มีความเชื่อมั่น
ในตัวเอง วาดฝันอย่างสวยงามไว้อย่างสวยหรู  แล้วก็เป็นผู้ทำลายความฝันนั้นพังทลายเอง
เหมือนเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า 
แต่ความเหงา  เงียบเหงาครั้งนี้  ไม่ยาวนานนัก 
เพราะฉันมีเด็ก ๆ ที่ต้องสอนที่ต้องรับผิดชอบสอนเขา เอาใจใส่เขา  การทำงานมาก ๆ การอยู่กับ
 เด็ก  ๆ เป็นทางแก้ความเหงา  ความอ้างว้าง
  โดดเดี่ยว ได้ดีที่สุด  ค่ะ  แล้วฉันก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตของชีวิตครั้งนี้ไปได้ไม่ยาวนานนัก
เพราะมีความสุขอยู่กับเด็ก ๆ ที่ฉันสอน ฉันรับผิดชอบ 
ตั้งใจและทุ่มเทให้กับพวกเขาได้เต็มที่  มีแม่คอยให้ความรัก ความห่วงใย
ให้ความอบอุ่น ความเหงาครั้งนี้จึงสิ้นสุดได้เร็วกว่า
สองเรื่องแรก  เหลือไว้แต่บาดแผลเป็น  ที่คอยเตือนใจ ให้รักตัวเอง เท่านั้น ค่ะ 



ภาพนี้ ถ่ายตอนไปรับปริญญา 31 มีนาคม 2518 ค่ะ คนในภาพล้วนเป็นคนที่ฉันรัก 
ปัจจุบัน ไปอยู่บนสวรรค์ เสีย 4 คนแล้ว ค่ะ 
          3.4 เรื่องที่ 4 เรื่องที่ ความเหงาเดินทางมาหาฉัน
เป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิต  เป็นเรื่องเกิดขึ้นหลังเกษียณฯแล้ว  นั่นคือ  ลูกชายสุดที่รัก
  ค้อกกี้  สุนัข พันธุ์มิเนเจอร์ ที่น้องชายนำมาให้ฉันเลี้ยง
  เพราะเขาไม่มีเวลาว่าง  ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดตลอด  ฉันก็เป็นคนชอบและรักหมา
  เคยเลี้ยงหมามาหลายตัว   ค้อกกี้  เป็นหมาตัวสุดท้ายที่ฉันจะเลี้ยง
  ก่อนมันจะจากฉันไป  มันมองหน้าฉัน  หายใจแผ่วตามถุงที่ครอบจมูกมันไว้ช่วยหายใจ
  ฉันเฝ้ามันอยู่ที่ ร.พ. สัตว์เล็ก จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 
ฉันบอกมันว่า ไปเถิด ไม่ต้องห่วงอะไร  แม่รักเธอและจะไม่เลี้ยงหมาตัวอื่นอีก เลย 
 เวลานั้นประมาณ ตีห้ากว่า  มันก็จากฉันไปอย่างไม่มี
วันกลับมาอยู่ด้วยกันอีกแล้ว   น้องชายเอามาให้ฉันเลี้ยงตั้งอายุได้เดือน
กว่า  ๆ  อยู่กับฉัน  มาเป็นเวลา 13 ปีได้ กินด้วยกัน 
นอนด้วยกัน   มันเป็นหมาที่ฉลาด  ฟังและสอนรู้เรื่อง  ไม่ทำเลอะเทอะ  นาน ๆ ที ที่อั้นฉี่
ไม่ไหว ก็มีเลอะบ้าง แต่ไม่บ่อย   เช้า ก่อนไปทำงาน 
 จะคลุกข้าวให้มันกินก่อน  แล้วฉันจึงกินข้าว  แล้วพาไปฉี่ ไป อึ ให้เรียบร้อย 
แล้วบอกมันว่า  อยู่บ้านนะ  อย่าซน กัดโน่นกัดนี่ 
กลับจากทำงานหาเงินมาเลี้ยงเธอ  มันน่าจะฟังรู้เรื่อง  ใหม่ ๆ คงเหงา อาละวาด กัดโซฟา บ้าง
  ทำลายเสื้อผ้าที่วางไว้  คิดว่า  มันคงเหงาที่อยู่ตัวเดียว
กลับมาโดนไม้เรียว  (ไม่ได้ตีจริงตีจัง ขู่ให้กลัว) บอกว่า ถ้ายังทำลายข้าวของจะเอาไป
ปล่อยวัด  ก็อาละวาดน้อยลง เป็นอยู่ไม่กี่วัน  ก็เป็นปรกติ 
พอได้ยินฉันไขประตู  รีบมารอที่ประตู  พร้อมเห่าเสียงดัง  หางเล็ก ๆ ที่ตัดเหลือกระจุกเดียว
สั่นริก ๆ อย่างดีใจ  กระโดดให้อุ้ม  ก็ต้องอุ้มไว้สักพัก 
จึงยอมลงให้วางกับพื้น  ฉันหยิบสายจูง  มันก็รีบยืนรอให้ฉันเอาสายจูงเกี่ยวกับปลอกที่คอ
  ดีใจที่จะได้ไปเที่ยว  มันฉี่ อึ ที่อั้นไว้ทั้งวัน
คิด ๆ แล้วก็สงสารมันนะ ที่ต้องอยู่ตัวเดียวในบ้าน  ซื้อตุ๊กตาให้มันเล่นบ้าง  ของแทะเล่น
ที่เป็นรูปกระดูก ฉันเกษียณมาได้ไม่ถึงปี 
มันก็มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ  เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้  "ความเหงาเดินทางมาหาฉัน "
 เจ็บปวดที่ต้องพลัดพรากจากไป  13 ปี ที่อยู่ด้วยกัน 
เป็นทั้งเพื่อน  เหมือนเป็นลูก ได้คลายเหงา หายเหนื่อยเวลากลับจากโรงเรียน การพลัดพราก
จากกัน  ย่อมเป็นทุกข์  ต้องเหงามาก  เหงาเป็นเวลานาน
เป็นเรื่องธรรมดา   ค้อกกี้ตอนจากไปใหม่ ๆ  เป็นช่วงที่ฉันเหงามากทีเดียว  เพราะกิจกรรมที่กินข้าว 
กินขนม จะต้องมีเจ้ากี้ อยู่ใกล้ ๆ มองตาแป๋ว  ว่า ฉันจะยื่นขนมให้มันกินไหม
   เวลาที่กินข้าว  ฉันคลุกข้าวให้มันกินก่อนแล้วฉันจึงกินของฉันเองมันกินเสร็จ  ก็นั่งรอฉันกินข้าว 
รอเผื่อฉันจะให้อาหารมันเพิ่มอีก  มันเป็นหมากินเก่ง
  ค่อนข้างอ้วน   ตัวเล็ก  แรงเยอะ  จูงออกไปเดินเล่น  มันนำหน้าเสมอ  ดมโน่นดมนี่  มีความสุข
ที่ได้ออกมาเที่ยวนอกบ้าน  ตอนเช้าก็ให้เวลาประมาณ 15 นาที
เพราะต้องรีบไปโรงเรียนทำงาน   แต่ช่วงเย็นกลับจากทำงาน   ได้ออกไปเที่ยวและปลดทุกข์ 
 จะมีเวลาเดินเล่นกับมันได้นานหน่อย  ประมาณ 3 ทุ่ม
  ต้องพาออกไปเที่ยวและปลดทุกข์อีกครั้ง  แล้วเราก็เข้านอน  มันจะมีเบาะนอนใต้เตียง
  มันรู้หน้าที่ตำแหน่งของมัน เป็นอย่างดี  ความเป็นอยู่ระหว่าง
ฉันกับมัน  ที่มีความผูกพันนานถึง 13 ปี  เมื่อมันจากไป  "ความเหงาย่อมเดินทางมาหาฉัน" 
และอยู่กับฉันยาวนาน หลายเดือน  กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราเคยทำด้วยกัน
มันก็ยากที่จะลบภาพที่เคยชินให้ออกไปจากห้วงแห่งความรู้สึกได้ ง่าย ๆ หรอกนะ  ฉันตกอยู่
ในความเงียบเหงา  คิดถึงมัน หลายเดือน 
เพื่อนฝูงที่เลี้ยงหมาด้วยกัน  จะให้ลูกหมา (ที่ออกลูก) ให้ฉันไปเลี้ยงใหม่แทนเจ้าค้อกกี้  แต่ฉันไม่เอา 
  เพราะไม่อยากเสียใจที่ต้องเกิดการพลัดพรากอีก และอีกอย่างฉันก็
บอกกับมันว่า จะไม่เลี้ยงหมาตัวใหม่   มันจะเป็นตัวสุดท้ายที่ฉันเลี้ยง



ที่นอน มีทุกที่สำหรับลูกชาย สุดที่รัก ค้ะ 



โซฟาที่บ้านทุกตัว มันเป็นเจ้าของ ค่ะ 



ที่พื้นก็มีผ้าปูให้มันนอน ค่ะ 



อยู่หน้าประตู เตรียมออกนอกบ้าน 



โซฟาอีกตัว ของมัน ค่ะ 



ท่านอนแผ่เต็มที่  หูตั้ง ตาโต ออกไปที่ประตูบ้าน





ใครเดินผ่าน เตรียมมองดู ไม่รู้จัก ก็จะเห่าเสียงดัง ตัวเล็ก แต่เสียงดังมาก ค่ะ 








ทั้งหมดที่เขียนมา  คือ  ตะพาบ เรื่อง  " การเดินทางของความเหงา"    ของฉัน  เขียนตามจุดประสงค์
ของผู้ตั้งโจทย์  ครบทุกประเด็นแล้ว ค่ะ  สวัสดี  


 




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2569
10 comments
Last Update : 28 สิงหาคม 2569 9:11:22 น.
Counter : 137 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณ**mp5**, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple

 

ผมชอบคำว่า "โดดเดี่ยวเดียวดาย" ครับ
นึกถึงจอมยุทธ์หรือนักพรตที่อยู่บนเขาสูงเลย
อยู่ได้โดยไม่เหงาด้วย
เพราะมีเป้าประสงค์ชัดเจน
ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตตัวเอง

คุณพ่อของอาจารย์ท่านดูเท่มากๆเลยครับ
แวบแรกผมนึกถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของประเทศจีนเลย

รูปคุณแม่ก็ชัดมาก ๆ

หมาของน้องสาวผมก็เพิ่งจากไปไม่นาน
น้องสาวรักมันมากครับ
ผูกพันที่สุดเลย เพราะมันน่ารักและฉลาดมากๆ
ตอนนี้ยังคิดถึงมันอยู่เลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 28 สิงหาคม 2569 10:06:15 น.  

 

สวัสดีครับอาจารย์
พอเห็นน้องหมามิเนเจอร์ของอาจารย์ ผมก็เคยเลี้ยงไว้ตัวนึง มันเสียไปตอนอายุ 3 ขวบ ผมเอาไปขูดหินปูนแล้วมันแพ้ยาสลบมาจากไป เป็นอะไรที่ฝังใจผมมาก ๆ เลยครับ
พอคนที่เรารักจากไปไม่ว่าพ่อหรือแม่ นี่ทำใจยากมากจริง ๆ ครับ ขนาดทำใจเผื่อไว้แล้ว ผมนี่นอนร้องไห้อยู่เป็นเดือนเลย
ของผมเหงาเมื่อไหร่ก็ออกเดินทางเลยครับ หลังจากเจ้าหมาชิวาว่าของผมเสียไปตอนอายุ 11 ขวบ ผมก็เริ่มออกเดินทางเลยครับ หลังจากที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย มัวแต่ทำงานนะครับ

 

โดย: The Kop Civil 28 สิงหาคม 2569 11:02:54 น.  

 

ตอนนี้ผมกลายเป็นคนดูแลฟูฟูเต็มขั้นเลยครับ 555
เช้า-เย็น ต้องสละเวลาพามันเดิน
แปรงขน ให้อาหาร ฯลฯ

จากคนที่ไม่คิดจะเลี้ยงแมว
ต้องเลี้ยงอย่างจริงจังเลยครับ 555

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 28 สิงหาคม 2569 11:45:06 น.  

 

แวะมาอ่านค่ะครู

 

โดย: อุ้มสี 28 สิงหาคม 2569 15:10:01 น.  

 

ก็คิดเหมือนกันว่าสาวโสดอย่าง
อาจารย์สุนี่คงไม่น่าจะเหงาค่ะ

 

โดย: หอมกร 28 สิงหาคม 2569 18:41:31 น.  

 

โอ้โห เรื่องโจทย์นี่ อาจารย์สุ วิเคราะห์ได้ ละเอียดยิบ สมศักดิ์ศรี อาจารย์ภาษาไทยเลยนะครับนี่ สุดยอด 555

ความเหงา เรื่องการจากลา ของคนในครอบครัวนี่
ถ้าเป็น อาจารย์เต๊ะ มันทั้ง เหงา ทั้งเศร้าเลยนะครับ
แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะเหงาจะเศร้าแค่ไหนนะครับ

อ้อภาพคุณพ่อ คุณแม่ ของอาจารย์นี่ ภาพคมชัดเหมือนพึ่งถ่าย
ให้เมื่อวานเลยนะครับ คนแต่งภาพ ฝีมือดีสุดๆเลยนะครับนี่ 555

ส่วนเรื่อง การอยู่คนเดียวนี่ ถึงอาจารย์สุ จะอยู่คนเดียว
แต่ไม่น่าเหงาแน่ เพราะออกงานแยะ ไหนจะงานลูกศิษย์ งานสมาคม ไหนจะไปทำบุญ ไหนจะไปเที่ยวรอบโลกอี้กกก เอาเข้าไป

ความเหงาบอก ไม่ไหวๆๆ ไปอยู่บ้านอื่นดีกว่า 555

ส่วนเรื่องหมานี่ แต่ก่อน อาจารย์เต๊ะ ก้เก็บมาจร มาเลี้ยง
โหแต่ละตัว สะสมโรคมาสารพัด หมดค่ารักษาไปแยะมาก
เวลาเค้าตาย ก็เศร้าเสียใจทุกตัว ตอนหลังเลยต้องตัดใจ
ไม่เลี้ยงดีกว่า อยู่คนเดียวมันนี่แหละ ดูซิ มันจะเหงาตายมั้ย
ก็ไม่ยักกะเป็นไรนะครับ เพราะ มากคนก็มากเรื่อง
ขนาด ตัวเราคนเดียว ยังสารพัดเรื่องแยะเลยนะครับ 555

แต่ดูแล้ว ตอนนี้อาจารย์สุ ไม่เหงาแน่ มีญาติมาอยู่เป็นเพื่อนกัน
พูดแล้วก้ หิวก๋วยจั๊บ ขึ้นมาทันทีเลยครับ 5555

 

โดย: multiple 29 สิงหาคม 2569 4:00:38 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 29 สิงหาคม 2569 5:22:38 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมย้อนกลับไปอ่านอีกรอบ
มีคำผิดหลายจุดเลยครับ 555
ปกติผมจะตรวจทานสัก 2-3 รอบครับ
หลัง ๆ สงสัยอ่านเร็วเกินไป
เลยมีคำผิดหลงมามากขึ้นครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 29 สิงหาคม 2569 17:34:36 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 30 สิงหาคม 2569 4:43:43 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เดี๋ยวนี้คนเราอยากรวย
อยากมีเงินเยอะๆ
จึงพลาดพลั้ง พลาดผิดได้ตลอดเวลาจริงๆครับ

ขอบคุณครับอาจารย์
ได้ความรู้จากอาจารย์อีกแล้ว
เดี๋ยวไว้ผมไปแก้ที่ต้นฉบับเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 30 สิงหาคม 2569 14:56:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space