คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
space
space
8 กุมภาพันธ์ 2569
space
space
space

ชวนเที่ยว เมืองมรดกเส้นทางสายไหม เมืองตุนหวง ตอนที่ 5 จบทริป

ชวนเที่ยว  เมืองมรดกเส้นทางสายไหม เมืองตุนหวง  ตอนที่ 5 จบทริป  

การเที่ยวประเทศจีน ระหว่าง วันที่ 12-21  ก.ย. 68 บล็อกนี้ เป็นบล็อกสุดท้าย ในทริปนี้ แล้ว ค่ะ
  เราเที่ยวที่เมืองมรดกเส้นทางสายไหมเมืองตุนหวงในวันที่ 19  ก.ย. ค่ะ 
                  เช้าวันที่ 19 ก.ย.  กินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว  ก็ออกมากจ้างแท็กซี่  ไปเที่ยวเมืองมรดกเส้นทาง
          สายไหมเมืองตุนหวง  วันนี้ รถรับจ้างให้เรานั่งกันได้ 5 คน 
       และจะรอเราเที่ยวเสร็จและรับไปส่งขากลับ   แต่ก็ต้องเปิดมิเตอร์รอ  ไม่รู้เกดตกลงกับคนรถอย่างไร
  เสียเงินค่ารอทำไม เฮ้อ!ทุกคนมารู้ภายหลัง ต่างก็ไม่เข้าใจว่า
จะให้เขารอทำไม  รถมาส่งพวกเรา  น่าจะประมาณ  10 โมง กว่า  ถ่ายรูปหน้าทางเข้า ส่วนเกดไปซื้อตั๋ว
เข้าไปเที่ยวคนละ 60 หยวน ไม่มีลดราคาให้ผู้สูงอายุ ค่ะ 
เดินเข้าไป  ก็มีรถกอล์ฟ ให้นั่งเข้าไปชมตามจุดต่าง ๆ  คนละ 20 หยวน  ฉันกับจอย  ไปกัน 2 คน 
ส่วน เกด  น้อง และแต๋ว  เขาจะเดินกัน    





ประตูทางเข้าไปชม  ค่ะ 
             
มาทราบประวัติความเป็นมาของสถานที่เที่ยวแห่งนี้  ที่ฉันรวบรวมมาจากอินเตอร์เน็ต  ค่ะ

                                敦煌丝路遗产城 (Dunhuang Silk Road Heritage City) แปลเป็นไทย: เมืองมรดกเส้นทางสายไหม
เมืองตุนหวง
                           
  ประวัติและความเป็นมา
                               
ที่ตั้งในตุนหวง  สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่    ชานเมืองด้านตะวันออกของเมืองตุนหวง   มณฑลกานซู
ประเทศจีน     อยู่ไม่ไกลจากเขตเมืองหลัก และอยู่บน
         เส้นทางท่องเที่ยวเดียวกับ  ถ้ำมั่วเกา  และ เขตทะเลทรายหมิงซาซาน–ทะเลสาบเสี้ยวจันทร์ 
        ที่ได้ไปเมื่อ  วันที่ 18 ก.ย.  ค่ะ 
                           
   สถานที่แห่งนี้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อจำลองและถ่ายทอดอารยธรรม
บนเส้นทางสายไหม (Silk Road)
                           
 จุดประสงค์ของการสร้าง
                           
เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของตุนหวง   ให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจบทบาท
ของตุนหวงในฐานะ    เมืองศูนย์กลางการค้า
     จุดเชื่อมจีน–เอเชียกลาง–ตะวันตก  และ  ศูนย์กลางพุทธศิลป์และวัฒนธรรม   
                          สิ่งที่สร้างขึ้นในสถานที่แห่งนี้  มีดังนี้  ค่ะ 
                         อาคารจำลองสถาปัตยกรรมโบราณหลายยุค
                       โซนจัดแสดงเกี่ยวกับ
                       – พุทธศิลป์แบบถ้ำมั่วเกา
                      – เส้นทางสายไหม
                     – การค้า ศาสนา และวัฒนธรรมสมัยโบราณ
                    - รูปปั้น เช่น พระโพธิสัตว์พันกร (千手观音)
                   -  แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / เมืองจำลอง
                  - จุดเด่น คือ ถ่ายทอดอารยธรรมเส้นทางสายไหม + พุทธศิลป์ตุนหวง

              รถกอล์ฟ  ที่เราเสียเงิน คนละ 20 หยวน  ซึ่งในรถ มีคนนั่งร่วมมา  น่าจะ 3-4 คน  รวมเราด้วย
               น่าจะประมาณ  5 คน  แล่นมาเรื่อย  ๆ 
           จะแวะจอดจุดก่อสร้างต่าง ๆ  ซึ่งสร้างจำลองขึ้นมา  ค่ะ เขาจอดให้ผู้โดยสารลงไปถ่ายรูป 
      แต่ก็ แวะไปไม่กี่ที่  แล้วก็มาถึง  สถานที่ที่เป็นหินและ
     แกะสลักพระพุทธรูป  หลาย ๆ แห่ง  คนขับบอกว่า  ให้เที่ยวอยู่ริเวณนี้   เวลาจะกลับ  ก็ให้รอรถ
อยู่ที่นี่ ฉันกับจอย  ก็อยู่ถ่ายรูปบริเวณนี้  และเจอกับ
   พวกน้อง เกด และ แต๋ว  ทักทายกัน ต่างคนต่างถ่ายรูปกับรูปปั้นพระพุทธรูป   เกด เอาตัวจอย
ไปถ่ายรูปให้เขา  ฉันก็เลยแยกกับจอย  เดินไปชมบริเวณ
       แถวนั้น  ซึ่งก็มีพระพุทธรูปหลายองค์ แกะสลักงดงามมาก  ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย  ลมพัดมาเอื่อย ๆ 
บางที่มีบึงน้ำ  ทำให้ดูเย็นสบาย  แต๋วกับน้อง 2 คน
ก็คงจับคู่ถ่ายรูปกัน    มาดูรูปที่พวกเราถ่ายมาฝาก ค่ะ 






















ที่นี่ ก็มีอูฐให้เช่า ขี่ด้วย  แต่ไม่เห็นคนเช่าเลย 







หยอกล้อกับอูฐ  ค่ะ 



























































บริเวณนี้  เป็นสระน้ำ อากาศดี  สดชื่น  ลมพัดอยู่ตลอดเวลา  ค่ะ 


































































  พวกเราอยู่ที่นี่  น่าจะประมาณ  ไม่ต่ำกว่า  2 ชั่วโมง   ฉันกับจอย  ก็ขึ้นรถกลับไปยังด้านหน้าของที่เขาขายตั๋ว
  มีขาย ไส้กรอก  ทุกคนก็ซื้อไส้กรอกกินคนละ  1 ไม้
 10 หยวน  ก็พออิ่มท้อง  ค่ะ  
           มีเวลาเหลือหลังจากกลับจากเที่ยวแล้ว ก็เดินเที่ยวกัน  กินอาหารมิ้อเที่ยง  (น่าจะบ่ายมาก ๆ แล้ว)
  อิ่มท้องก็เดินเที่ยว เจอร้านขายขนมอบแห้ง  ก็ได้ซื้อกันอีกมากมายหลายอย่าง
ต่างคนต่างซื้อ  ฉันพอจะพูดภาษาจีนได้บ้าง  คนขายเห็นฉันพูดจีนได้  ก็ดีใจ  มีแถม เกินตราชั่งให้เล็กน้อย
  (เขาบอกฉัน ชี้ให้ดูตราชั่ง )  เห็นฉันช่วยพูดให้คนอื่นด้วย 
เลยมีขนมฝากให้ฉันด้วย  เป็นขนมที่เราซื้อ นั่นแหละ เป็นถุงเล็ก ๆ น่าจะประมาณ 2  ขีด อิอิ 

                จากนั้น ก็ไปเดินห้างกัน  อาหารเย็นคืนนี้  กลับไปกินมาม่าที่ยังเหลืออยู่ 1 ห่อ  จะได้หมด
ไม่ต้องหอบกลับบ้าน  พรุ่งนี้  เราก็จะออกจากตุนหวงแล้ว  
              วันที่  20   ก.ย.  วันนี้ ไม่ต้องตื่นเช้านัก  เพราะเครื่องบินจะออกประมาณ13.30  น.  แต่เราต้องไปถึง
สนามบินก่อนเวลา 3 ชั่วโมง   พวกเราต้องลากกระเป๋า
              จ้างรถแท้กซี่ 2 คัน  ไปถึงสนามบินประมาณ  น่าจะ  10  โมงกว่า  เหลือเวลามากมาย นั่งเล่นที่สนามบิน
             
            เราถึงเมืองหลานโจว ประมาณ 15.20  น. คืนนี้เราต้องพักค้างคืนที่นี่ 1 คืน เข้าที่พักแล้วพักผ่อนสักพักใหญ่
  ก็ไปหาอาหารกิน  ครั้งนี้  เรากินตามร้านในศูนย์การค้า
     เกดและจอย  แยกไปกินสุกี้   ส่วนฉัน  น้องและแต๋ว  มากินอีกร้านหนึ่ง เป็นอาหารชุด เป็นหม้อ
  มีผัก หลาย ๆ ชนิด  เรียกอะไรก็จำไม่ได้  เขาขายเป็นชุด  กินได้ 4 คน
        เรามีกันแค่ 3 คน ก็ต้องพยายามกินกันไปให้หมด  อาหารมื้อนี้  มันร้อน ๆ  มีน้ำแกงให้ซดด้วย ใส่รากบัว
ฉันชอบกิน  อีกหม้อ น่าจะเป็นไก่  เรา 3 คน  ก็กินกันพุงกลางเลย
เสียดาย  ไม่ได้ถ่ายรูปกันเลย   ส่วนร้านปิ้งย่างที่จอยและเกดไปกิน  เขาถ่ายรูปอาหารไว้ ค่ะ










 
หลังจาก ที่กินข้าวมื้อเย็นแล้ว  ก็ไปร้านค้าที่ขายขนมหลาย ๆ อย่าง ฉันซื้อขนมหลายอย่าง
เขาขายเป็นชั่ง ค่ะ  ขนมที่ฉันซื้อ  มีลูกพรุนแบบแห้ง เป็นห่อ ๆ 
น่าจะประมาณ 1 กิโล  ซื้อเซียงจา อีกหลายห่อ  และขนมอื่น ๆที่ชิมแล้วอร่อย   
ซื้อกันคนละหลายกิโลอยู่  ค่ะ  เดินไป  เจอมีทุเรียนด้วย
   น้องไปถ่ายรูปกับทุเรียนด้วยค่ะ




           21 ก.ย.  วันนี้ต้องตื่นแต่เช้า   เพราะต้องไปขึ้นเครื่องบินที่หลานโจว  ไปต่อเครื่องที่คุนหมิง  บินกลับกรุงเทพฯ ค่ะ





ความอลังการของสนามบิน หลันโจว ค่ะ 



มุมนั่งพักของผู้โดยสารที่มารอขึ้นเครื่อง ค่ะ 





อีกมุมหนึ่งซึ่งสวยงามของสนามบิน หลันโจว ค่ะ 









ร้านค้าภายในสนามบิน  ค่ะ 



เคาน์เตอร์ที่เช็คอิน ยังไม่เปิดเลยค่ะ 
      
ต่อเครื่องจากสนามบิน  คุนหมิง  มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เกือบบ่ายโมง  ผ่านด่านตรวจ  รอกระเป๋า
  ได้รับกระเป๋าครบแล้ว  ต่างก็อำลาจากกัน   ฉันไปกับจอย
ฑูรย์มารับ   ฉันบอกฑูรย์ขับรถไปที่ร้านสบายใจไก่ย่าง  เพราะฉันตั้งใจพาจอยไปเลี้ยงที่ร้านนี้
  เพราะตอนอยู่ที่ประเทศจีนครั้งนี้  จอยช่วยลากกระเป๋าขึ้นรถไฟบ้าง  
ตอนเดินทางไปโรงแรมบ้าง  ฉันตั้งใจเลี้ยงตอบแทนน้ำใจของเขาด้วยการพาไปกินอาหารร้านนี้
เพราะเป็นร้านที่อาหารอร่อย
  จอยบอกไม่ต้องเลี้ยงเขาหรอก  แต่ฉัน
ก็ไม่ยอม  ใครที่ดีกับฉัน  ฉันก็จะต้องตอบแทนน้ำใจเขา  ฉันบอกให้จอยเลือกอาหารเอง  อยากกินอะไร
  สั่งเลย  ฉันสั่งอย่างเดียว  คือ ต้มแซ้บเอ็นหมู  นอกนั้นให้จอย
สั่งทั้งหมด  อาหารมีอะไรบ้าง   ดูจากรูปได้เลย  ค่ะ



ต้มแซ้บเอ็นหมู ค่ะ 



ผัดไทยกุ้งสดของโปรดจอย ค่ะ 








         
เลี้ยงข้าว จอย ตอบแทนน้ำใจเขา  ค่ะ ร้านสบายใจไก่ย่าง เจ้าประจำ ค่ะ   

หลังอิ่มหนำสำราญจากอาหารแล้ว  ฑูรย์บ่นว่า  ไม่รู้ว่าจะพามาเลี้ยง เขากินข้าวมื้อเที่ยงมาชะอิ่มเลย 
คงกินไม่ได้มาก   อิอิ  ฑูรย์  ขับรถมาส่งฉันที่บ้าน  ช่วยหิ้วกระเป๋า
มาเข้าบ้าน  ฉันให้ค่าติ๊บไป 200 บาท  ทั้งขาไปและขากลับ รวมเป็น  400 บาท
 
          จบทริป เมืองหลันโจว  จางเย่  และตุนหวง  สนุกบ้าง  ทุกข์บ้าง  (เดินเยอะ)  แต่ก็ถือว่าได้ไปชม
ธรรมชาติอันงดงามของประเทศจีนอีก 2 แห่ง  ของมณฑลกานซู  
ถือเป็นกำไรชีวิตในการท่องโลกกว้างอีกครั้งหนึ่ง ค่ะ  โอกาสที่จะเดินทางเช่นนี้อีก  คงยากแล้ว
  เพราะสังขารไม่ให้เสียแล้ว ค่ะ อิอิ   สวัสดี ค่ะ 




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2569
8 comments
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2569 14:23:26 น.
Counter : 123 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณปัญญา Dh, คุณทนายอ้วน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน

 

สถานที่ท่องเที่ยวของจีน ยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างมากเลยนะครับอาจารย์ มีคนไทยไปเที่ยวเยอะด้วยใช่มั๊ยครับ ผมว่าเที่ยวทั้งปีก็ยังไม่ทั่วเลยมั้งครับ

 

โดย: The Kop Civil 8 กุมภาพันธ์ 2569 17:46:46 น.  

 

สบายใจไก่ย่างน่ากินมากค่ะอาจารย์

 

โดย: หอมกร 8 กุมภาพันธ์ 2569 18:31:59 น.  

 

บล็อกนี้อาจารย์ลงรูปจุใจเลยครับ
ทำให้รู้สึกได้ว่า
ประเทศจีนนั้นหลอมรวมวัฒนธรรมอันหลากหลายมากๆ
บางโซนของประเทศจึงมีทั้งศิลปะจีน ตะวันออกกลาง
ไปจนถึงกรีกด้วย

ไปเมืองจีนต้องใช้กำลังขา
เพราะเดินไกลเกือบทุกที่เลยนะครับ

แต่ก็เป็นประเทศที่น่าสนใจและน่าไปเที่ยวมากๆเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 8 กุมภาพันธ์ 2569 18:47:37 น.  

 

สวัสดีครับอาจารย์
อาจารย์ได้เที่ยวดีจังครับ

 

โดย: ปัญญา Dh 8 กุมภาพันธ์ 2569 19:38:00 น.  

 

ตามไปเที่ยวด้วยคราบ

 

โดย: ทนายอ้วน 8 กุมภาพันธ์ 2569 19:51:13 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

หนังสือเล่มนี้หนามากครับ
กว่าผมจะอ่านจบใช้เวลานานพอสมควรเลย

จนต้องแบ่งเป็นสองบล็อกเลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 8 กุมภาพันธ์ 2569 20:02:55 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกครับ อาจารย์

 

โดย: ปัญญา Dh 8 กุมภาพันธ์ 2569 22:47:49 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 9 กุมภาพันธ์ 2569 1:51:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space