คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
11 มกราคม 2569
space
space
space

ชวนไปเที่ยว ช้างสามเศียรและเมืองโบราณ ค่ะ

ชวนไปเที่ยวช้างสามเศียรและเมืองโบราณ


         ช่วงปีใหม่  จอย  ส่ง  เรื่องไปเที่ยวเมืองโบราณ  สำหรับผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป  เข้าฟรี  ฉันถามว่า
  เขาจะไปหรือ จะได้ชวน เอมไปด้วย  วันที่ 4 เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะให้เข้าฟรี
ถามแล้ว จอยก็เงียบ ไม่ได้ตอบอะไร  ก็คิดว่า  จอยคงส่งมาให้รู้เฉย ๆ ต่อมา รองฯนงลักษณ์
  ก็มาชวนไปเหมือนกัน  เขาจะไปวันที่ 2 แต่ฉัน อยากไป วันที่ 4 น้องเขาบอกว่า
วันที่  4 เขาไม่ว่าง  แต่ก็จะให้คำตอบว่า จะไปกันไหม ถ้าจะให้จอยเอารถไป จะได้สะดวก
ในการเดินทาง  รองนงลักษณ์ก็สนใจ  แต่ในที่สุด ก็ไม่ได้ไป
ทั้งน้องลักษณ์และ น้องผอ.วรรณา
            วันที่ 4 เป็นวันที่นัดกับจอยไปเที่ยวช้างสามเศียรและเมืองโบราณ มี จอย เอม และฉัน  3 คนเอง
   ส่วนจุ๊ ตื่นไม่ทัน  เลยไม่ได้ไปเที่ยว ช้างสามเศียร 
หลังจากเที่ยวช้างสามเศียรแล้ว  จอยจึงไปรับจุ๊ที่บ้าน  แล้วพากันไปกินข้าวมื้อเที่ยง
  (กิน 11 โมงกว่า ) แล้วจึงไปเที่ยวเมืองโบราณ ค่ะ 

นัดกับจอย มารับฉันที่บ้าน  ประมาณ  8.30 น.   มารับตรงเวลา  วันนี้รถไม่ติดเลย  จากนั้น
ก็ไปรับ เอม  แล้วไปเที่ยวช้างสามเศียร  ซึ่งก็อยู่ใกล้กับเมืองโบราณ
และเป็นเจ้าของเดียวกับเมืองโบราณ  เราไปถึงที่ช้างสามเศียร น่าจะประมาณ 9 โมงกว่า 
มีที่จอดรถโดยเฉพาะ  แล้วก็มีรถกอล์ฟมารับเข้าไปเที่ยวที่ช้างสามเศียร  ค่ะ 
         มาถึงที่ช้างสามเศียร  มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยมาเที่ยวพอสมควร  อาจจะยังเช้าอยู่ 
 (พอตอนขากลับ ลานจอดเต็มเลย ค่ะ )  พวกเรา  เข้าฟรีด้วยการ
แสดงบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ดู แล้วเขาก็จะประทับตราที่หลังมือเรา  เพื่อไปแสดงให้
คนตรวจบัตรดู ค่ะ  มาทราบประวัติของช้างสามเศียรสักเล็กน้อย ค่ะ 

           ช้างสามเศียร จังหวัดสมุทรปราการ  หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
(Erawan Museum) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ
 มีประวัติการสร้างดังนี้
          พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณสร้างขึ้นโดย คุณเล็ก–ประไพ วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจและนักสะสม
ศิลปวัตถุไทย ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ สมุทรปราการ
ตั้งอยู่ที่  ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการใกล้ถนนสุขุมวิท
และสถานี BTS ช้างเอราวัณ
แนวคิดหลักคือ การอนุรักษ์และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทย ความเชื่อ และปรัชญา
ทางพุทธศาสนา ให้คนรุ่นหลัง ผ่านสถาปัตยกรรมและงานศิลป์
เริ่มก่อสร้างประมาณ พ.ศ. 2537  ใช้เวลาสร้างราว 8–9 ปี  เปิดให้เข้าชมอย่าง
เป็นทางการในช่วง พ.ศ. 2546
         เดิมทีคุณเล็กตั้งใจจะสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่ภายหลังเปลี่ยนแนวคิดมาเป็น
ช้างเอราวัณสามเศียร ซึ่งเป็นพาหนะของพระอินทร์ใน
คติพราหมณ์–พุทธ สื่อถึงจักรวาลและความยิ่งใหญ่ของธรรมะ

ช้างเอราวัณทำจาก โลหะขนาดใหญ่  ความสูงรวมฐานประมาณ 43–44 เมตร 
 น้ำหนักกว่า 250 ตัน   ถือเป็นประติมากรรมช้างสามเศียร
ที่ใหญ่ที่สุดใน  โครงสร้างภายในแบ่งออกเป็น 3 ระดับ สื่อถึงจักรวาลตามคติศาสนา
   ชั้นล่าง (โลกมนุษย์) – จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ชั้นกลาง (สวรรค์/เขาพระสุเมรุ) – งานศิลป์ไทย–ตะวันตก ผสมผสาน ชั้นบน (พรหมโลก)
 ภายในตัวช้าง ประดิษฐานพระพุทธรูป และเป็นพื้นที่สงบทางจิตใจ
        พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ
สมุทรปราการ แต่ยังเป็น  แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะ ศาสนา และปรัชญาเป็นสัญลักษณ์
แห่งศรัทธาและความตั้งใจของผู้สร้างในการ “ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน”
(รวบรวมข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ต)        
พวกเราเมื่อผ่านจุดตรวจเข้ามาแล้ว  จะมีซุ้มขายดอกไม้ให้ไหว้พระด้วย  จอยซื้อผลไม้ใส่พาน 1 ชุด 
ส่วนฉันกับเอม ซื้อดอกไม้ธูปเทียนไหว้และทำบุญหยอดตู้ ค่ะ 
หลังจากนั้น พวกเราก็เดินชมและถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ไป ซึ่งสวยงามมาก ค่ะ มาชมรูปที่ถ่ายมาฝากค่ะ 



จอยนั่งไหว้คนเดียวด้วยความตั้งใจ ค่ะ 



เอม ช่วยถ่ายรูปกับช้าง 3 เศียร ใหญ่มากเลย ค่ะ 





ภายในท้องช้าง ค่ะ 





ศิลปะ สวยงามมาก 

















































ลอดท้องช้างกัน ถือว่าเป็นสิริมงคล ค่ะ 











หุ่นจำลองในร้านขายของที่ระลึก 



ออกจาก ช้างสามเศียร  ก็ไปรับจุ๊  เพื่อไปกินข้าวและไปเที่ยว เมืองโบราณ  (จุ๊ ตื่นไปทัน อิอิ)
เลยอดมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ค่ะ รับจุ๊แล้ว
ก็ไปกินข้าวมื้อกลางวันก่อนไปเที่ยวเมืองโบราณ  ไปถึงร้านส้มตำ ที่ จอยเคยพาแขกอินเดีย
ของเพื่อนที่มาจากต่างประเทศมากิน ค่ะ  ร้านนี้ ฉันชอบ
คอหมูย่างของเขา  เนื้อหมูนิ่ม  ติดมันนิด ๆ  น้ำจิ้มแจ่ว อร่อย ค่ะ  เราสั่งคนละอย่าง
  (ตามรูป )  ตอนที่เราสั่งเสร็จ  คณะของวรรณ  และพี่น้องของวรรณ
ซึ่งไปทำบุญที่วัดอโศการาม  ก็นัดกันมากินที่ร้านนี้เหมือนกัน  แต่นั่งกันคนละโต๊ะ ค่ะ
  ฉัน เอม จุ๊  จอยไม่ต้องหาร  จอยขับรถพาเราเที่ยว  มื้อนี้ เป็นค่าติ๊บ  อิอิ 
จอยก็ต้องตามไปจ่ายโต๊ะของครอบครัววรรณต่อ  มาชมอาหารที่เราสั่งค่ะ  (วันนี้ วรรณน่ารักจัง
เด็ดมะนาวญี่ปุ่นที่บ้าน ลูกใหญ่มาให้ 1 ผล มีกินได้เพียงผลเดียว 
ต้องขอบใจวรรณมาก ๆ ค่ะ มาชมรูปอาหาร ค่ะ 





คอหมูย่างร้านนี้อร่อยมาก ค่ะ 










       
ส้มตำก็อร่อย ค่ะ  

  หลังจากที่ออกจากร้านอาหาร  คณะเราก็แวะร้านการแฟ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับร้านอาหาร 
จอยกับจุ๊สั่งกาแฟ จอย ดูเหมือนจะสั่งชาเขียวมีขนมเค้กกล้วยหอม ซึ่งจุ๊ว่า
เค้กร้านนี้อร่อยมาก  ฉันก็ว่าอร่อยพอควร  เพราะเนื้อเค้กนิ่มและไม่หวานเกินไป  ค่ะ  มาชมภาพ ค่ะ 










 
หลังจาก  กินขนมเค้กและดื่มกาแฟเรียบร้อยแล้ว   เราก็มุ่งหน้าไปยังเมืองโบราณ  พวกเราก็ต้อง
ไปจุดที่เขาขายบัตร  แสดงบัตรประชนและประทับตราที่หลังมือ
เหมือนที่ไปเที่ยว ช้างเอราวัณเมื่อตอนเช้า   พวกเราช่วยกันจ่ายคนละ 50  บาท  เพื่อเอารถส่วนตัว
ขับไปเที่ยวจุดต่าง ๆ ในเมืองโบราณ  ราคาเก็บคันละ 200 บาท อยู่ได้
ทั้งวัน ค่ะ ก็ดีกว่า ไปเดินหรือ ขึ้นรถ ตัวหนอนของทางเมืองโบราณค่ะ  มารู้ประวัติสักเล็กน้อยค่ะ  

เมืองโบราณ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่กว่า 800 ไร่  สร้างขึ้นเพื่อ
รวบรวมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และสถาปัตยกรรมสำคัญจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
 ผู้ก่อตั้ง   คือ  นายเล็ก วิริยะพันธุ์   นักธุรกิจและนักอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ผู้มีเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการสืบสานมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506
และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา    เมืองโบราณถูกออกแบบให้
มีลักษณะคล้าย แผนที่ประเทศไทย โดยภายในประกอบด้วยโบราณสถานที่จำลองจากของจริง 
   สร้างขึ้นใหม่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์    ศิลปกรรมจากทุกยุคสมัย เช่น
   สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ รวมถึงอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์โบราณสถานสำคัญ  ภายใน
เมืองโบราณ    ตัวอย่างสถานที่เด่น ๆ เช่น   พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท (อยุธยา)
    วัดมหาธาตุ สุโขทัย    พระบรมธาตุไชยา  พระธาตุพนม    ปราสาทหินพนมรุ้ง    ตลาดน้ำโบราณ 
  พระที่นั่งคำหยาด   หลายแห่งสร้างด้วยวัสดุและขนาด
ใกล้เคียงของจริงมาก บางแห่งย้ายโบราณวัตถุจริงมาจัดแสดงเพื่อการอนุรักษ์

           เมืองโบราณไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็น แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย แหล่งศึกษาศิลปกรรม
สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาไทยแหล่งปลูกจิตสำนึกรักชาติและวัฒนธรรม
          ปัจจุบัน   เมืองโบราณเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการได้รับความนิยม
จากนักเรียน นักศึกษา  นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ
ตลอดจนผู้สนใจประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม
(สรุปและรวบรวมความรู้จาก อินเตอร์เน็ต)
         จอย  พาเราชมสถานที่ต่าง ๆ  มากมาย  เพราะเราขับรถของเราเองอยู่นาน  ถ่ายรูปมากมายตามความพอใจ
ของเราได้อยู่แล้ว  สถานที่บางแห่ง  มีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยว
ได้กราบไหว้ ขอพรด้วย   มาชมรูปของพวกเราที่ถ่ายมาฝาก ค่ะ 
   






























มีทั้งหมด 28 องค์ ค่ะ งมงามมาก ค่ะ 





















































เราน่าจะอยู่ที่เมืองโบราณประมาณ 3 ชั่วโมงน่าจะได้  พวกเราก็ออกจากเมืองโบราณ  และไปทำบุญสังฆทาน
ที่วัด อโศการาม  รับพรจากพระสงฆ์ ค่ะ  เสร็จแล้วขึ้นไปชั้นบน
ไหว้พระพุทธ และขอพรจากท่านและท่านพ่อลี ด้วยค่ะ 

 
       


 

  ทำบุญที่วัดอโศการามแล้ว   จอย จุ๊  จะพาไปเดินตลาดท้ายบ้าน  ซึ่งจะเปิดประมาณ บ่าย 4 โมงค่ะ   ฉันไปค้นคว้า
ความเป็นมาของ ตลาดท้ายบ้าน จาก อินเทอร์เน็ตมาให้ ดังนี้ ค่ะ

          ประวัติตลาดท้ายบ้าน
         ตลาดท้ายบ้าน เป็นตลาดชุมชนเก่าแก่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทาง
คมนาคมและการค้าสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ
      ในอดีต  พื้นที่ตำบลท้ายบ้านเดิมเป็นชุมชนริมน้ำ มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน
เช่น  ไทย   จีน   มอญ   มีอาชีพหลักในอดีตคือ
ประมงพื้นบ้าน    ทำเกลือ   ค้าขายทางน้ำ    ตลาดท้ายบ้าน จึงเกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยน
สินค้าระหว่างชาวบ้าน โดยใช้เรือเป็นพาหนะหลัก เป็นลักษณะ
ของ ตลาดริมน้ำในช่วงแรก

 ตลาดท้ายบ้านในยุคต่อมา  เมื่อการคมนาคมทางบกเจริญขึ้น ตลาดได้พัฒนาจากตลาดน้ำ
มาเป็น ตลาดบก มี   ร้านขายอาหารพื้นบ้าน
อาหารทะเลสดและแห้ง   ขนมไทย    สินค้าอุปโภคบริโภค  ยังคงรักษาบรรยากาศ
ตลาดชุมชนดั้งเดิมไว้ได้ดี
            ปัจจุบัน   ตลาดท้ายบ้านยังคงเป็นตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัส
   วิถีชุมชนดั้งเดิม    ตลาดท้ายบ้านในปัจจุบันไม่ได้สร้าง
โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาและจัดระเบียบโดย  เทศบาลนครสมุทรปราการ
(เดิมคือเทศบาลเมืองสมุทรปราการ)
         เดิมที ตลาดท้ายบ้านเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของชุมชน จากการค้าขายของชาวบ้านริมแม่น้ำ
และชายทะเลต่อมาาเมื่อชุมชนขยายตัว และมีความจำเป็นต้อง
จัดระเบียบพื้นที่   ปรับปรุงสุขาภิบาล   สร้างอาคารตลาดถาวร   เทศบาลนครสมุทรปราการ
จึงเข้ามาดำเนินการ   ก่อสร้างอาคารตลาดปรับปรุงพื้นที่ 
 ดูแลบริหารจัดการตลาดจนเป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน   เป็น ตลาดชุมชนในความดูแลของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ่อค้าแม่ค้าเป็นชาวบ้านในพื้นที่เป็นหลัก 
  เทศบาลทำหน้าที่ดูแลโครงสร้าง กฎระเบียบ และความเป็นระเบียบเรียบร้อย


         เราเดินชมตลาดไป  ถ่ายรูปร้านค้า  บริเวณของตลาด   มีร้านค้าขายของมากมาย  เป็นอาหาร 
ของกินเล่น  หลายสิบร้าน ค่ะ ตรงกลาง  เป็นแหล่งน้ำ 
 ทางเดินเป็นไม้ เป็นทางยาว สองฝั่งทางเดิน  มีร้านค้าขายของกินเป็นส่วนใหญ่   จุ๊ บอกว่า 
ต้มยำปลาทูร้านที่เขาเคยซื้อ  อร่อยมาก   ฉัน  เอม  และจอย 
เลยซื้อกันคนละ ถุง  ถุงละ 50  บาท  ได้ปลาทูเล็ก ๆ  4 ตัว  ค่ะ มีคิวเยอะเหมือนกัน ขายดีมาก
  เราได้คิว  86  87   เดินชมตลาดน่าจะประมาณ ชั่วโมงกว่า ก็เมื่อยขาแย่แล้ว 
มาชมภาพตลาดท้ายบ้าน ค่ะ 



หน้าทางเข้าไปเดินในตลาด ค่ะ 



ทางเดินเข้าไปตลาดท้ายบ้าน ค่ะ 





ตรงกลางของทางเดินมีสายน้ำขั้น เป็นสองฝั่ง ค่ะ 













ร้านขายอาหาร  มีโต๊ะ เก้าอี้ ให้นั่งกิน ใกล้ ทางน้ำ ด้วยค่ะ 



ร้านปลาทูต้มยำ ที่จุ๊ ว่าอร่อยมาก ไม่แพง 40 ตัว ค่าต้มยำ 10 บาท เท่ากับ  50 บาท ค่ะ 



เอม เป็นคนเลือกปลาทู ที่เราซื้อไปใหเขาทำต้มยำให้เรา ค่ะ 

ตอนนั้น 5 โมงกว่า  จอย จุ๊  พาไปกินข้าวต้มปลา ที่บอกว่า  เป็นเจ้าอร่อย  ชามละ 60 บาท 
แต่เราสั่งรวมมิตร  คือ ใส่ทุกอย่าง กุ้ง ปลา หมึก  กระดูกหมู  เป็ด 
ชามใหญามาก กินได้แค่ครึ่งชาม  ก็ใส่ถุงกลับบ้านครึ่งชาม  ฉัน กับ จุ๊ สั่งกระเพาะหมูกลับบ้าน
อีก 1 ถุง  เขาให้กระเพาะหมูน่าจะ 7-8 ชิ้น
นับว่า ไม่แพง ค่ะ  จุ๊ ก็ซื้อกลับบ้าน ฝากสมศักดิ์ด้วย ค่ะ 
 
         กินเสร็จแล้ว  จอยไปส่งจุ๊ที่บ้านก่อน  แล้วจึงมาส่งเอม และฉันเป็นคนสุดท้าย   วันนี้  สนุกสนาน
เป็นการได้เที่ยวปีใหม่วันเดียว  โดยการอนุเคราะห์ของจอย
  เรา 3 คน  ช่วยออกค่าแก๊สให้จอยคนละ 100 บาท ค่ะ   เป็นเงิน 300 บาท ค่ะ  ขอบใจ จอย
กัลยาณมิตรที่รักเพื่อนฝูง  อยากเห็นเพื่อน ๆ มีความสุข ค่ะ 
จบทริปเที่ยวเมืองสมุทรปราการในวันปีใหม่ ค่ะ 










 




 

Create Date : 11 มกราคม 2569
9 comments
Last Update : 12 มกราคม 2569 22:29:51 น.
Counter : 119 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณร่มไม้เย็น, คุณปัญญา Dh, คุณtoor36

 

สวัสดีครับ อาจารย์สุ
ตามเที่ยวครับ(เคยไปแล้วทั้ง 2 ที่ครับ แต่เมืองโบราณก็ดูไม่ครบครับ)


 

โดย: สองแผ่นดิน 12 มกราคม 2569 22:42:51 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

ทั้งช้างสามเศียร และ เมืองโบราณ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำออกมาได้ดีและสวยงามอลังการมากจริงๆครับ

ผมได้ไปเที่ยวก็ตอนลงไปงานบล็อกแก๊งด้วยครับ

พื้นที่กว่า 800 ไร่เที่ยววันเดียวไม่ทั่วแน่นอน
น่าจะต้องไปซ้ำสัก 2-3 รอบ
จึงจะเที่ยวได้ทั่วครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 13 มกราคม 2569 4:26:06 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โห...อาจารย์ได้ฟังอาจารย์เสกสรรค์ปราศัยด้วย
ยุคนั้นการต่อสู้ทางการเมืองเข้มข้นมากๆ
นักศึกษามีบทบาททางการเมืองสูงมากเลยนะครับ

อาจารย์โชคดีมากครับ
ที่ไม่ออกไปในวันนั้น
อาแปะผมก็หนีเข้าป่าครับ
อาแปะบอกว่าสถานการณ์บ้านเมืองน่ากลัวมากๆ

 

โดย: กะว่าก๋า 14 มกราคม 2569 5:22:26 น.  

 

สวัสดีครับอาจารย์
มาชมเที่ยวครับ

อากาศเย็นมาก รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

 

โดย: ปัญญา Dh 14 มกราคม 2569 7:03:40 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เมื่อเดือนตุลา -พฤศจิกายน ของปีที่แล้ว
ผมอ่านหนังสือน้อยมาก
จนคิดว่าน่าจะอ่านน้อยลงแล้ว
แต่ปรากฏว่าพอเดือนธันวา ผมกลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง
ก็อ่านได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อครับ 555

แต่พออ่านหนังสือ ผมก็วาดรูปน้อยลง
สลับกันไปมาแบบนี้เลยครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 14 มกราคม 2569 14:18:25 น.  

 

ขอบคุณครับอาจารย์

 

โดย: ปัญญา Dh 14 มกราคม 2569 15:08:06 น.  

 

สวัสดีปีใหม่นะคะ
สมัยอยู่กรุงเทพเคยไปที่พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียรอยู่ 2-3 ครั้งค่ะ ชอบมาก ตอนที่ไปครั้งแรกก็เลยไปเที่ยวเมืองโบราณด้วยเหมือนกัน อยากไปเที่ยวอีกครั้งค่ะ

 

โดย: babyL' 14 มกราคม 2569 20:40:14 น.  

 

ช้างสามเศียรผมนั่งรถไฟฟ้าผ่านหลายครั้งแต่ยังไม่เคยแวะเลยครับ เมืองโบราณพึ่งได้ไปเมื่อไม่นานมานี้ ราคาค่าเข้าก้แพงอยุ่แต่เที่ยวได้ทั้งวันครับ จะว่าไปพูดถึงเมืองโบราณก็นึกถึงมิตติ้งบล็อกแก๊งครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 14 มกราคม 2569 21:23:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 15 มกราคม 2569 4:42:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space