คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
พฤศจิกายน 2568
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
space
space
26 พฤศจิกายน 2568
space
space
space

ชวนไปงานจุลกฐินที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

  ชวนไปงานจุลกฐินที่ อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่

ฉันเคยไปทอดจุลกฐินที่แม่แจ่มแล้วครั้งหนึ่ง  เมื่อปี  65  ระหว่างวันที่ 28-31  ต.ค.  จอยชวนไปทุกปี
แต่ฉันก็ไม่ได้ไป   ปีนี้ จอยก็มาชวนเช่นกัน
ปีนี้ มีจุ๊และสมศักดิ์ไปอีก 2 คน ก็รวมเป็น 6  คน  มีฑูรย์เป็นคนขับ ค่ะ  

              ครั้งนี้  เรานัดกันไปวันที่ 16-20  ต.ค.  แต่ทอดจุลกฐินวันที่ 19  ต.ค. ไปก่อนก็คิดเผื่อจะไปเที่ยว
(แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ไปที่เราเคยไป คือ ดอยอินทนนท์) 
จอยนัดจะมารับ ตีห้าครึ่ง  เขารับเอมก่อน  เลยมารับฉันเกือบ 6 โมงแล้ว   เอารถเล็กมารับแล้ว
ก็ไปที่บ้านเพื่อขึ้นรถตู้อีกที  หลังรถตู้  จอยมีของที่จะนำไปทำบุญมากมาย
บอกว่า  ปีนี้ ครบสัญญาที่ให้ไว้กับวัดบ้านทัพ  
             
มาถึงบ้านจอย  รถตู้และฑูรย์เตรียมพร้อมแล้ว  นำกระเป๋าเสื้อผ้าฉันไว้ด้านหลังของรถตู้
  เตรียมพร้อมเพื่อไปรับจุ๊และสมศักดิ์  ซึ่งบ้านไม่ไกลจากบ้านจอยเท่าไร
เอมมีขนมมาฝาก  คือพวกลูกส้มจี๊ด ที่เคยซื้อมาจากแถวเยาวราช  มีถั่วคลุกงามาฝากอีก
คนละถุง  กินบนรถด้วย พวกเราแวะกินข้าว น่าจะแถวอยุธยา
  กินเลือดหมูและข้าว 1 ชาม  กินกับเอม 2 คน  ชามใหญ่มาก  กินคนเดียวไม่หมดแน่  ทุกคน
ต่างเดินซื้ออาหารตามที่ตนชอบ  หลังกินเสร็จ
เข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อย แล้วจึงเดินทางต่อ  
         
  เรามากินมื้อเที่ยง  ซึ่งน่าจะบ่ายหนึ่งบ่ายสองแล้ว  เป็นร้านขายสเต็ก ชื่อร้านว่า ร้านผักรักตะวัน
  จอย  จุ เคยมากินแล้ว บอกว่าร้านนี้อร่อย   เรามาถึงร้าน
  บ่ายสองได้  สั่งอาหารแบ่งเป็น สองกลุ่ม  กลุ่มฉัน มีจอย วรรณ เอม อีกกลุ่ม มีสมศักดิ์
  จุและ ฑูรย์  โต๊ะรวมไม่มีที่นั่งพอ  คนในร้าน ก็มีค่อนข้างเยอะ 
วรรณ  จอย เป็นคนสั่งอาหาร เพราะเขาเคยมากิน  รสชาติ โอเค แต่ฉันไม่ชอบ
สเต๊กที่มีกระดูกมาด้วย  กินยาก  มาชมอาหาร  มื้อที่สอง ค่ะ 

  
 






โต๊ะฉัน จอยให้วรรณสั่งอาหาร  ค่ะ 






ต้มยำ ปลา  ค่ะ รสชาติดี ค่ะ 



สเต๊ก ปลาเซลม่อน 



อัญชัน  มะนาวโซดา



บรรดาแขกที่มาเข้าร้านนี้  มากมายเหมือนกัน

ออกจากร้านนี้แล้ว   ขับรถไปลำพูน  คืนนี้  จะไปพักที่ลำพูน  รีสอร์ทที่จอยเคยมาพักและสนิทกับเจ้าของ
   ชื่อ คุณนาง  เรามาถึงที่รีสอร์ทนี้ประมาณ เกือบทุ่ม  เจ้าของ
รีสอร์ท  เป็นหญิงน่าจะวัยกลางคน  หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส  คอยต้อนรับพวกเราอยู่แล้ว 
 จอยซื้อปลาสลิดมาฝากคุณนางด้วย และพวกเราก็ทอดกินเองด้วย ค่ะ
โดยใช้ครัวของคุณนาง  คุณนางเตรียมของกินบางส่วน  เช่น ข้าวสวย  ยำวุ้นเส้น เป็นต้น 
มื้อเย็น ก็กินกันที่โต๊ะกลางนี้ ค่ะ  
       
 ที่พัก  เขาคิดพวกเรา ห้องละ 500 บาท  ส่วนห้องจอยและวรรณ  เขาให้พักฟรี ในฐานะ เพื่อนสนิท ค่ะ 
ห้องพัก  เป็นเรือนไม้  ค่ะ นอนสบาย   ที่ห้องอาหารนี้  ก็มีสินค้าขายด้วย
ซึ่งเป็นฝีมือของชาวบ้าน   ฉันซื้อพรมเช็ดเท้า  3 ผืน 100 บาท  ซื้อไว้ 6 ผืน  เผื่อใช้เองและเผื่อ
แจกลูกศิษย์ที่มาสวัสดีปีใหม่ด้วย  ซื้อหมวก 1 ใบ  ใบละ 60 บาท ค่ะ 





โต๊ะอาหารของ คุณนาง ค่ะ อาหารมื้อเย็นเราเต็มโต๊ะ ค่ะ 



ครัวของ คุณนาง  จอยไปทอดปลา ค่ะ 



เอม  ซื้อมาม่าจากร้านเซเว่นมากินมื้อเย็น ค่ะ






ห้องครัวของ คุณนาง เจ้าของรีสอร์ท  ค่ะ 

วันที่ 17  ต.ค.  เช้านี้  ตื่นเช้า  อาบน้ำอาบท่า  แต่งตัวแล้ว  ออกมาเดินชมรอบ ๆ รีสอร์ท มีต้นไม้
มากพอสมควร  ดูร่มรื่น  น่าอยู่  อากาศดี   เจ้าของอัธยาศัยดี  เป็นกันเอง 
เช้านี้  กินโอวัลติน  มีขนมกินด้วย  กินเสร็จ  เราก็ไปถ่ายรูปตามที่ต่าง ๆ  เจอ คุณนาง ก็เลยชวนแก
ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย ค่ะ มาชมบ้านและบริเวณรีสอร์ท ค่ะ







บ้านพักจะเป็นไม้ทั้งหลัง  ค่ะ 



คุณนางมาร่วมถ่ายรูปกับพวกเรา ค่ะ 












       ประมาณ  8.30 น.   พวกเราก็ร่ำลาคุณนางกัน   รถมุ่งหน้าไปยังร้านขายข้าวมันไก่  ที่ว่า อร่อยมาก 
ราคาก็ถูก  จานละ 40 บาท  ให้มาเยอะมาก   ฉันกับเอม  สั่งคนละจาน
อิ่มมากเลย  ค่ะ  จากนั้น  ก็ไปอนุสาวรีย์  เพื่อไปกราบไหว้พระนางจามเทวี  ที่นี่  ฉันก็เคยมาแล้วเมื่อ
หลายปี
  มากับวนิดา ลูกศิษย์ ตอนนั้นเรามาช่วงกลางคืน  ช่วงนั้น
  พอดีมีงาน  ประดับด้วยไฟ แสงสี  สวยงาม  คนมาเดินเที่ยวและไหว้พระนางจามเทวีมากมาย ค่ะ 
มีการซื้อโคมไปแขวงที่ต้น  ตามที่เขาจัดไว้   
ครั้งนี้มาช่วงเช้า  แดดกำลังแรงค่ะ แต่ถ่ายรูปสวย ค่ะ  มาชมรูปกัน ค่ะ 










ที่นี่  จัดภูมิทัศน์ สวยงามให้คนที่มาเที่ยวได้ถ่ายภาพ ค่ะ 











ถ่ายภาพตามปีเกิด ไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ 

ออกจากอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี   จอยก็บอกฑูรย์ไปหมู่บ้านที่จอยบอกว่า  มีกางเกงช้าง  ราคาถูก
ตัวละ 20-25 บาท  ปรากฏว่า  ไม่มีขาย  มีแต่ราคาแพง  ไม่ใช้ราคา
ที่จอยบอก  ตัวละ 60  บาท ขาสั้น  จอยรู้จักกับเจ้าของร้าน  เลยเหลือละ 50 บาท   ฉันซื้อมา 3 ตัว
  จอยให้กางเกงลาย ๆ สีสันแสบตาให้ฉันและเอม คนละตัว
  (เขาซื้อครั้งที่แล้วไปแจกเด็กมั้ง  ตัวละ 20 บาท ไม่ใช่ช้าง   เขาซื้อตัวใหญ่  ซึ่งเหลืออยู่ตัวเดียว
ให้แต๋วด้วย  ฝากอยู่ที่ฉัน  ค่ะ   ตัวนี้  20 บาท  ตัวใหญ่ 
แต๋วใส่ได้แน่นอน  ถ่ายรูปให้แต๋วดู  เขาบอกสวย และชอบฝากขอบใจจอย  ค่ะ 
     
จากนั้น  ก็ไปยังจุดนัดเจอกันให้ เเอ็ด  ลูกเขยของแม่ศรี  แม่บุญธรรมของจอย  เอารถมารับพวกเรา
  ใกล้ดอยอินทนนท์  เพื่อขึ้นไปแม่แจ่ม  จุดที่รอนั้น  มีห้องน้ำ 
พวกเราไปเข้าห้องน้ำกันออกจากห้องน้ำ ก็มีป้ายชื่อคำว่า  ดอยอินทนนท์  ก็เลยถ่ายกับป้ายนี้สักหน่อย ค่ะ 





​​​​​​เรารอรถของเเอ็ดน่าจะประมาณ  เกือบชั่วโมง  เขาก็มา  ก็ต้องขนของจากรถตู้ไปอยู่รถกระบะของ แอ็ด
  แล้วมุ่งหน้าไปแม่แจ่ม  บ้านของ แม่ศรีที่เราจะไปพักคืนนี้  จริง ๆ แล้ว
  เราน่าจะไปเที่ยวก่อนที่จะขึ้นไปแม่แจ่ม  แต่แอ็ดบอกว่า กลัวฝนตก  ของที่ท้ายรถจะเสียหาย 
 กว่าจะถึงที่พักกใช้เวลาน่าจะ 3 ชั่่วโมง  เป็นอันว่า   วันนี้ไม่ได้เที่ยวเลย
หลังจากที่ไปกราบอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีเท่านั้นช่วงนั้นน่าจะประาณเกือบบ่าย 3 แล้ว 
พวกเราให้แอ็ดพาไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวบ้านเขา
  ที่ว่าอร่อยมากกว่าร้านอื่น ๆ  รสชาติก็อร่อยพอควร  ค่ะ 









           ระหว่างทางกลับที่พัก  พวกเราก็แวะร้านเซเว่น  เพื่อซื้อาหารกล่องไว้กินมื้อเย็นกันต่อ ฉันเลือกข้าวต้มปลา
1 กระป๋อง  น่าจะ 45 บาท  ต่างคนต่างซื้ออาหารมื้อเย็น
ตามใจชอบ แล้วก็กลับที่พักมาช่วยกันติดต้นผ้าป่า 2 ต้น  คือ ต้นที่จะไปทอดที่วัดพระบาทท่าผา
และวัด ป่าแดด  ส่วนต้นที่จะไปทอดที่วัดบ้านทัพนั้น 
จอยคงให้เงินไปกับทางวัดไปจัดการจัดทำต้นกฐิน  เราไม่ได้ติดเองเหมือนปีที่ฉันไป ค่ะ 










ติดต้นกฐินเรียบร้อยแล้ว  ก็กลับที่พัก นอนตากแอร์  เสียเวลาไปอีก 1 วัน  เอมบอกว่า  ถ้า แต๋วมาด้วยครั้งนี้ 
คงบ่นน่าดูเลยที่ไม่ได้เที่ยว  อิอิ   ประมาณน่าจะ 6 โมงเย็น 
เราก็ไปที่นั่งกินข้าว ดื่มกาแฟ ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นใหม่  ตอนที่มาครั้งแรกยังไม่ได้สร้าง แสดงว่า  ที่พัก ภูแจ่มฟ้า
  กิจการดี  มีการพัฒนามากกว่าเดิม ค่ะ   เอม  นำอาหารกล่องที่ซื้อมา
จากเซเว่น ข้าวต้มปลาที่ซื้อมา  รสชาติก็โอเค  ค่ะ อร่อยใช้ได้ กินมื้อเย็นแล้ว   นั่งคุยกัน สักพัก
พวกเราก็กลับที่พัก  เพราะฝนหยุดตกแล้ว  กลัวจะตกลงมาอีก  
       
วันที่ 18  ต.ค.  
       วันนี้  จะมีเลี้ยงพระเช้า ที่ฉันเคยมาครั้งที่แล้ว นั่นเอง  ปีนี้ จอยเตรียมของมาถวายพระพุทธรูป
ที่เขากับเพื่อนได้ร่วมกันสร้างและนำมาถวายไว้ที่วัดนี้
  มีสัญญาใจกับวัดนี้ว่า  จะมาทอดกฐินที่วัดนี้ 5 ปี  ปีนี้ เป็นปีที่ 5 ครบสัญญใจแล้ว ค่ะ 
มาชมการถวายอาหารเช้าและพิธีถวายพระพุทธ  ค่ะ 




อาหารเช้าที่ถวาย ใส่ถุงทุกอย่างเพื่อความสะดวก





ฑูรย์ และ แอ็ดดี้ 











พิธีถวายอาหารพระพุทธเรียบร้อยแล้ว  จอยไม่ได้เอากลับบางส่วนเหมือนทุกปี
ปีนี้ ถายพระสงฆ์หมดเลย ค่ะ 




พระสงฆ์กลับวัดแล้ว  พวกเราก็ถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ 

 หลังจากทำพิธีนี้  เสร็จแล้ว  ก็กลับที่พัก  เพื่อกินอาหารเช้า  และเตรียมไปทอดกฐินอีก 2 วัด 
 วัดที่ไปวัดแรก  คือ วัดป่าแดด ค่ะ   มาทราบประวัติวัดป่าแดด สักเล็กน้อยค่ะ
ประวัติวัดป่าแดด  
         
วัดป่าแดด    ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา  เดิมชื่อ วัดดอนแก้ว  หรือ วัดใหม่เมืองแม่แจ่ม หรือ วัดเหนือ
ซึ่งคู่กับวัดใต้คือ วัดยางหลวง   สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2345
และบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2475 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการบูรณะวัดนี้อย่างต่อเนื่องและได้รับการดูแล
อย่างดี   เนื่องจากพระครูปลัดพยุงศักดิ์ ธีรธัมโม
เจ้าอาวาสของวัดนั้น เป็นที่เคารพนับถือของนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ และดารานักแสดงมากมาย
 พระวิหาร เป็นอาคารปูนทั้งหลัง  สร้างขึ้นตามศิลปะแบบล้านนา
มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ ประดับด้วยลายปูนปั้นสีทองอ่อนช้อยสวยงาม หน้าบันประดับด้วย
ปูนปั้นลายพรรณพฤกษาสีทอง ซุ้มประตูและหน้าต่างศิลปะล้านนา
  ประดับด้วยลายปูนปั้นสีทองเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้พระวิหารหลังนี้เป็นสีทองอร่ามแทบทุกตารางนิ้วเลย
และเมื่อเข้ามาภายในจะพบพระประธาน เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนา
มีกู่สีทองสองหลัง  อีกทั้ง ผนังภายในวิหารเขียนภาพจิตกรรมเกี่ยวกับ พระประธานของวัดสำคัญ ๆ
 ในภาคเหนือ - พระเจดีย์ ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร มีฐานสี่เหลี่ยม
ยกสูงและซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิทั้งสี่ด้าน  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ขนาดเล็ก 8 องค์ 
ประดับอยู่บนฐานเจดีย์ องค์เจดีย์นั้นเป็นทรงระฆังสีทอง
ส่วนยอดประดับด้วยฉัตรเจ็ดชั้น - วิหารพระพิฆเนศ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระวิหารหลวง เป็นอาคารปูน
ยกพื้นสูงสถาปัตยกรรมล้านนา ภายในทาสีแดงชาดทั้งหมด
เป็นที่ประดิษฐานพระพิฆเนศซึ่งสร้างจากโลหะสัมฤทธิ์รมดำ มีสี่พระกร ทรงวัชระ บ่วง งา และถ้วยขนม 
- หอไตร อยู่ทางทิศตะวันออกของวิหารพระพิฆเนศ
   ติดกับกำแพงด้านหน้าของวัด เป็นอาคารปูนสองชั้น หน้าบันเป็นลายไม้ประดับด้วยกระจกสี ชั้นสองมี
ระเบียงไม้ ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ ที่ตั้ง
 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแดด ใกล้กับถนนเลียบแม่น้ำปิงฝั่งตะวัน   โดยก่อสร้างวิหารแล้วเสร็จ
และฉลองเมื่อ พ.ศ. 2428 ...ข้้อมูลที่ค้นคว้ามา  เราไม่ได้ไปชมค่ะ
เนื่องจากเวลาไม่พอ  ถวายกฐินเสร็จ ก็ไปอีกวัด คือ วัดพระบาทท่าผา  (ข้อมูล  จากอินเทอร์เน็ต)





เจดีย์ขาวที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ค่ะ 





เป็นต้นกฐินที่ คุณแม่ศรีขอให้จอยและคณะ จัดมาทอดที่วัดป่าแดด ค่ะ 










ถวายวัดนี้เสร็จแล้ว  ก็เดินทางต่อไป  วัดที่จะไป คือ   วัดพระบาทท่าผา   เป็นวัดที่เก่าแก่   สังเกตได้
จากไม้ กระเบื้องที่มุงหลังคา  มาทราบประวัติของวัดนี้สักเล็กน้อย ค่ะ 

 ประวัติ วัดพระบาทท่าผา

            วัดพระบาทท่าผาวัดพระบาท      ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 
สร้างขึ้นเมื่อ  พ.ศ.2451  วัดแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทที่ชาวบ้าน
  เชื่อว่า  ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่นี่แล้วประทับรอยพระบาทเอาไว้ จึงได้ชื่อว่าวัดพระบาท
  รอยพระบาทเดิมอยู่ริมน้ำแม่แรก ซึ่งลัวะหรือชาวบ้านไปพบ 
จึงได้ช่วยกันนำมาไว้ในบริเวณวัด  ชาวเมืองแจ่มมีประเพณีสรงน้ำรอยพระบาทในวันเจ็ดเป็ง
(วันเพ็ญเดือน 7 เหนือ) ของทุกปี  ถือ จุดเด่น/สิ่งสำคัญภายในวัด   (ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต)  

         พวกเรามาถึงวัด เจอนางรำที่จะมารำในงานทอดกฐินครั้งนี้    (นางรำชุดนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้
เราไม่ได้เที่ยว เพราะว่า  รถของแอ็ดต้องไปรับและส่ง นางรำ)
แถมผิดพลาดเรื่องการทอดกฐิน   (ตามความตั้งใจของวรรณที่จะทอดกฐินครั้งเพื่ออุทิศให้บรรดา
สัตว์เลี้ยงของเขา  แต่แอ็ดไปนิมนต์พระมาทอดเป็นผ้าป่าไป
  เพราะเขาคงจะรีบไปส่งนางรำหลังจากรำเสร็จซึ่งเป็นการผิดจุดประสงค์ของวรรณอย่างมาก
  (คงโกรธทั้ง วรรณและจอย  แต่ก็พูดไม่ออก  ก็ถวายไปแล้ว
  จะเอาไปตั้งแล้วเดินเวียนโบสถ์ก็ไม่ได้แล้ว)  พวกเราเลยต้องแกร่วอยู่งานทอดกฐินดูงานทอดกฐิน
และกระบวนแห่กฐิน  ดูนางรำ ร่ายรำต้อนรับคณะแห่กฐิน 
งดงามมาก ค่ะ   มาชมภาพที่ฉันถ่ายมาให้ชม ค่ะ 









เหล่านางงาม  ซึ่งเป็นเด็กนักเรียน เป็นสาวสวย ร่ายรำงดงาม ค่ะ เรามาได้จังหวะ
เขายังรอเวลารำ พวกเราเลยขอให้พวกสาวงามถ่ายรูปด้วย ค่ะ 




นั่งรองานทอดกฐินจองวัดพระบาทท่าผ่า ค่ะ 





ชุดนี้ วรรณ จอย ตั้งใจจะทอดกฐิน แต่ แอ็ด นิมนต์พระมาทำพิธีทอดผ้าป่า
เรียกว่าไม่ตรงจุดประสงค์ของผู้ถวาย 








หลังงานทอดผ้าป่าเสร็จเดินเตร็ดเตร่อยู่เบริเวณวัด  รอการแห่องค์กฐินของวัดพระบาทท่าผา



ชาวบ้านที่มาร่วมงานกฐินด้วยความศรัทธา



ชนเผ่าในแม่แจ่ม ก็มาร่วมบุญด้วย ค่ะ 













ขบวนแห่องค์กฐินมากมาย ใหญ่โต เดินมาไกลพอควร ค่ะ 







เหล่านางรำทำหน้าที่ร่ายรำอย่างสวยงาม อ่อนช้อย 

  พวกเราไม่ได้เข้าโบสถ์กับพวกชาวบ้านที่มางาน  เตร่ ๆ อยู่แถวนั้น  หลังงานพิธีในโบสถ์เสร็จ 
 มีชาวบ้านที่ทำขนมมาแจกให้แขกที่มางานด้วย  มีโรงทาน 
มีก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ ด้วย  พวกเราก็ได้รับขนม  เป็นวุ้น  มียำลูกชิ้น ด้วย   เอม นำมามากกว่าเพื่อน
  แจกกินกันอิ่มท้องมื้อเที่ยง ค่ะ  มาชมค่ะ 







ส่วนใหญ่ทุกคนกินก๋วยเตี๋ยวเป็นหลัก ค่ะ 


         

 หลังจากที่แอ็ดมารับพวกเราแล้ว  ก็กลับที่พัก  ไม่ได้ไปเที่ยวไหน  นอนอยู่ในห้อง  ไฟดับอีก  แอร์ก็เลย
ใช้ไม่ได้อากาศก็ร้อนตับแตก  ทรมานจัง   แอ็ดทิ้งรถให้ใช้ 
เลยให้ฑูรย์ขับไปตลาด เดินซื้อของกินกัน  ได้ข้าวโพดมั้ง  ฉันกับเอม ซื้อไอศกรีมคนละถ้วย 
จอยไปซื้อมะพร้าว ดื่มน้ำหมด  ให้แม่ค้าขายไอศกรีม 
ขูดมะพร้าวและซื้อไอศกรีมของเขา 20 บาท   คุ้มมากเลย  จอย พาไปซื้อแค้ปหมู  ฉันซื้อ 3 ถุง 50  บาท 
 ถุงเล็ก เหมาะเป็นของฝาก ว่าจะฝาก ดาวและพี่สุจิตรา 
เหลือ 1 ห่อ กินเอง  ค่ะ   จากนั้นก็กลับมาที่วัดบ้านทัพ  เพราะคืนนี้จะมีการฉลองก่อนที่จะมีการแห่กฐิน
ในวันพรุ่งนี้  (19 พ.ย. 68)    มีการสาธิตการทอผ้าจีวร  มีเวที นักร้อง 
 ต้นกฐินของกลุ่มเรามาตั้งในงานด้วย  ฉันได้นำเงินที่โกฝากมาทำบุญ กฐิน 1,000 บาท   ติดต้นกฐิน
  ฉันติดของฉันด้วย 100 บาท  มาดูรูป ค่ะ 




ติดต้นกฐิน ค่ะ 



เงิน ทำบุญกฐินของโก ที่ฝากมา ค่ะ 





มีชาวบ้านมาสาธิตและสอนการปั่นฝ้ายในการทอผ้าจีวร งานจุลกฐิน ค่ะ 







มีวงดนตรีลูกทุ่มมาร้องเพลง  ให้ฟัง ค่ะ 



 
เราเดินถ่ายรูปเสร็จก็มานั่งพัก   เพื่อรอการแสดงตอนกลางคืน น่าจะประมาณ ทุ่มกว่ามั้ง  จุ ไม่อยากอยู่ดูงาน
  อยากกลับที่พักแล้ว  สมศักดิ์ก็ต้องกลับด้วย  จอย บอกว่า
  จะไปส่งทั้งสองคนกลับที่พัก  ให้ฉันกับเอมอยู่ที่นี่  เดี๋ยวไปส่งเสร็จ  เขากับวรรณจะกลับมาร่วมงาน
    น่าจะประมาณชั่วโมงกว่ามั้ง  จอยกับวรรณ  ก็มาถึงวัด  โดยจอยขับรถ
ของแอ็ดมาเอง ฑูรย์ไม่ขับให้  อยู่ดื่มเหล้ากับสมศักดิ์  จุ ด้วยมาชมบรรยากาศของงาน ฉลองคืนนี้ ค่ะ 





งานแสดงของ นักเรียน ค่ะ 


ชาวบ้านก็จัดมารำ 1 ชุด ค่ะ 








       
ทางวัดจัด ขันโตก ต้อนรับแขกที่มาร่วมทอดกฐิน (มื้อเย็น)

 กินขันโตก เสร็จ  จอยจะรอดูพิธีอะไรสักอย่าง  แต่รอนานจังไม่ทำพิธีสักที  ตอนนี้  เลยไปซื้อโคมไฟ
มาจุดและลอยขึ้นฟ้า  เป็นความเชื่อว่า  เป็นการลอยทุกข์ลอยโศก
ให้หายไปจากเรา  ฉันกับเอมซื้อ 1 ลูกจอยกับวรรณ 1 ลูก   มาชมการลอยโคมของพวกเราค่ะ 





พิธีลอยโคม ตามความเชื่อว่า เป็นการลอยทุกข์ ลอยโศกออกจากชีวิตเรา ค่ะ 

 หลังจากลอยโคมเสร็จแล้ว  พวกเราก็ไม่รอดูพิธีที่เขาจะทำพิธีย้อมผ้าที่ทอมั้ง  เรากลับที่พัก  นั่งกัน 4 คน 
จอยเป็นคนขับ  คราวนี้  ขับผิดทาง  เข้าไปยังถนนที่เปลี่ยวมาก นะ
มีแต่รถบรรทุกทั้งนั้นเลย สองข้างทางเป็นป่า ไม่มีคนอาศัยอยู่เลย  ทุกคนทักท้วงจอยว่าจอยขับรถหลงทางแน่นอน
  ให้กลับรถกลับทางเดิม  ไปยังที่มีบ้านคนอยู่  เราจะได้ถามทางได้  
         ในที่สุด  ก็กลับทางเดิมและเจอร้านค้า ได้สอบถามทางไป
"ภูแจ้มฟ้า  รีสอร์ท" ที่เราพัก   ร้านค้าบอกทางให้  ในที่สุดก็ถึงที่พักได้  โล่งอกไปที  เฮ้อ ! 
วันที่ 19 ต.ค.  
           เช้านี้  เป็นการทอดจุลกฐินของวัดบ้านทัพ  ซึ่งจอยบอกว่า  เป็นปีที่ 5 แล้ว  ครบสัญญา  ปีหน้าก็ไม่ต้องมา
ทอดที่วัดนี้ ค่ะ  (ไม่รู้ว่าสัญญาอะไร ค่ะ)   มาทราบประวัติของวัดบ้านทัพ  สักเล็กน้อย ค่ะ 

  ประวัติวัดบ้านทัพ  


วัดบ้านทัพ    ตั้งอยู่เลขที่ 93 ม.5 ต.ท่าผา   อำเภอ แม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่   เดิมชื่อวัดศรีหนองเหนือ
สร้างเมื่อ พ.ศ. 2402 ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมทุ่งนา
มองจากเมืองจะเห็นวัดบ้านทัพผ่านทุ่งนาและลำน้ำแม่แจ่ม เป็นทัศนียภาพที่สวยงามอุโบสถวัดบ้านทัพ
เป็นอุโบสถไม้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2544 ฝาไม้ทำคล้ายฝาไม้ปะกนของภาคกลาง
ระนาบหลังคาอ่อนโค้งตามแบบล้านนา องค์ประกอบและลวดลายประดับเป็นแบบล้านนา ทั้งเครื่องหลังคา
คือปราสาทเฟื้อง ช่อฟ้า ตัวลำยอง หางวัน และซุ้มประตูหน้า
ราวบันไดทางเข้าทำเป็นหางวันตามแบบล้านนาวัดบ้านทัพ เป็นวัดในสังกัดมหานิกายซึ่งที่ตั้งของวัดเดิมนั้น
ได้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดบ้านทัพในปัจจุบัน แต่เนื่องจากทำเลเดิมดังกล่าว
ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เกิดอุทกภัยเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก    ชาวบ้านชุมชนบ้านทัพ
รวมถึงพระภิกษุ สามเณร ได้ประสบกับภัยดังกล่าว 
 จึงได้ลงความเห็นตกลงกันย้ายทำเลที่ตั้งของวัดใหม่ขึ้นมาทางทิศเหนือ ซึ่งจะอยู่สูงกว่า
   ตำแหน่งเดิมที่เป็นที่ลุ่ม โดยมีพระติ๊บ สุมงคโล เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
หลังจากย้ายที่ตั้งใหม่ พร้อมลูกศิษย์ โดยมี “ท้าวเขื่อนคำ กองจันทร์” ณ บ้านทัพเป็นผู้อุปถัมภ์
  “พ่อหนานอุปนันท์ กรรณิกา” ณ บ้านท้องฝายเป็นมัคทายก
และ “พ่อน้อยป๊อก โสภาณะ”ณ บ้านทัพเป็นหัวหน้าผู้ศรัทธาและชาวบ้านในชุมชนทุกครอบครัว 
 รวมมีศรัทธาจากบ้านทัพ บ้านไร่ และบ้านท้องฝาย
ร่วมอุปถัมภ์วัดบ้านทัพ จำนวน 411 หลังคาเรือน จากนั้นได้มีการนิมนต์องค์พระประธานล่องแพ
มาตามลำน้ำแม่แจ่ม แล้วนำองค์พระมาประดิษฐานใหม่
ณ สถานที่ตั้งวัดแห่งใหม่ ซึ่งสถานที่ใหม่แห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ของวัดแห่งหนึ่งที่ได้กลายสภาพเป็น
วัดร้างไปเรียบร้อยแล้ว วัดร้างแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดผาแดง”

วัดผาแดง วัดโบราณที่วันเวลาล่วงเลยผ่านขาดคนคอยดูแลและพัฒนา ทำให้กลายสภาพเป็นวัดร้าง
มีผู้เล่าว่าบริเวณที่ตั้งวัดผาแดงมีลักษณะเหมือนหาดที่เรียกกันว่า
 “หาดผาแดง” อันเป็นที่มาของชื่อวัดร้างแห่งนี้ มีบ่อน้ำเย็น 1 บ่อ ชาวบ้านเรียกกันว่า “บ่อน้ำทิพย์”
เมื่อได้ทำการย้ายวัดศรีหนองเหนือมาบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ก็ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า
 “วัดบ้านทัพ” ซึ่งครั้งหนึ่ง ณ บ้านทัพแห่งนี้เคยมีทหารมาตั้งกองทัพอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน
แห่งนี้ว่า “บ้านทัพ” และต่อมาในปี พ.ศ. 2402 ทางกรมศาสนา
กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศก่อตั้งขึ้นเป็นวัดขึ้นอย่างถูกต้องตามหลักทางพุทธศาสนา
มีอาณาเขตทางทิศเหนือจรดทุ่งนา ทางทิศใต้จรดถนนและทุ่งนา
ทางทิศตะวันออกจรดทุ่งนาอีกเช่นกัน และทางทิศตะวันตกจรดถนนและโรงเรียนในชุมชนบ้านทัพ
ซึ่งจะเห็นได้ว่ารอบๆ วัดบ้านทัพ ถูกล้อมด้วยทุ่งนาถึง 3 ทิศ
ด้วยทำเลที่สวยงามของวัดบ้านทัพนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวในอำเภอแม่แจ่ม
ดินแดนแห่งทุ่งนา ต่างมุ่งหน้าตามหาวัดบ้านทัพเพื่อเก็บภาพทุ่งนาสีเขียว
ที่สวยงาม และทุ่งนาสีทองในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี โดยมีเจดีย์พระธาตุโคตรมานุสรณ์
เป็นศาสนสถานภายในวัดให้ผู้มาเยือนได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล  (ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต)


          เช้านี้  พวกเราก็กินมื้อเช้าที่ ลูกสาวแม่ศรีทำให้เรากินเหมือนเมื่อวานนี้  ค่ะ   หลังจากกินข้าวเสร็จ 
พวกเราก็ไปที่วัด บ้านทัพ ที่เราจะไปทอดจุลกฐินที่วัดนี้ 
 เรามาถึงวัดนี้ น่าจะประมาณเกือบ 8 โมง    พวกชาวบ้านได้ไปตั้งแถวที่สะพานในหมู่บ้านเหมือนปี
ที่ฉันเคยมาเมื่อปี 65  ซึ่งไกลจากวัดเป็นกิโล ๆ   พวกเราเลยนั่งรถกะบะ
ไปที่พวกชาวบ้านตั้งแถว  เพื่อแห่ต้นกฐินของตนเอง(ที่นี่  เขาให้ทำต้นกฐินเล็ก ๆ ของตน  บ้านละ
1 ต้น  มาร่วมขบวนแห่  มีฐานะดี  ต้นกฐินก็ต้นใหญ่
แล้วแต่ฐานะของบ้านใครบ้านเขา  ค่ะ แสดงถึงความศรัทธา  ความสามัคคีของชาวบ้าน ค่ะ )
         เมื่อรถกระบะ มาส่งเราถึงแถวสะพานที่ตั้งขบวนองค์กฐิน
  ซึ่งยังหนาแน่น  แสดงถึงความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อการทำบุญ  ช่วยกันธำรงศาสนาพุทธ
ให้ดำรงคงอยู่ต่อไป  น่าชื่นใจค่ะ   จอย  วรรณ และเอม
  ลงไปเดินกับชาวบ้าน  ฉันไม่ได้ลงด้วย  อยู่บนรถ  คอยถ่ายขบวนการแห่องค์กฐินของชาวบ้าน  ค่ะ 
(รักษาขา  กลัวเดินไม่ไหว  เดินเป็นกิโล  อิอิ) มาชมรูปพวกเรา ค่ะ 



ก่อนจะไปร่วมงานแห่กฐิน  ถ่ายรูปห้องพัก รีสอร์ท จ้ะ 







ลูกสาว พี่ศรี ช่วยทำข้าวต้มเครื่องมื้อเช้าให้พวกเรา ค่ะ 



ถ่ายรูปหมู่มรารถกระบะ ก่อนที่พวกเพื่อน ๆ จะไปเดินแห่กฐินกับชาวบ้าน ค่ะ 









ขบวนแห่จุลกฐิน ขบวนยาวเหยียด เดินแห่เป็นขบวนยาวเลย ค่ะ 







เอม ดูมีความสุขในขบวนแห่มากเลย ค่ะ
















หลังจากการแห่กฐินเสร็จสิ้นแล้ว  พวกเราไม่ได้เข้าไปอุโบสถ์ทำพิธีต่อ  เพราะจะต้องลงจากแม่แจ่ม
ไปเที่ยว  เพื่อไปสักการะพระรูปของพ่อหลวง ร.9 ที่  อุทยาน นภพลภูมิสิริ 
 ที่เราเคยไปเมื่อปี 65  แต่ตอนนั้น  ยังเป็นแอ่งอยู่  ยังไม่มีรูปพ่อหลวง ร.9  ผ่านไป 3 ปี  ตอนนี้ 
มีรูปพ่อหลวง ร.9 องค์สูงเด่นเป็นสง่า  เหมือนที่นางเลิ้ง  ค่ะ  พวกเราตั้งใจจะมากราบพระองค์ท่าน  ค่ะ 
       ก่อนที่จะขึ้นไปที่อุทยาน   แม่ศรีอยากไปถ่ายรูปที่เขียนว่า 
"สูงสุดแดนสยาม"  ซึ่งอยู่ที่ดอยอินทนนท์  มาชมภาพด้านล่างก่อนที่ขึ้นไปที่  อุทยาน นพพลภูมิสิริ  ค่ะ































                หลังจากพาแม่ศรีไปถ่ายรูปตามที่ปรารถนาแล้ว  พวกเราก็ไปที่อุทยาน  ซึ่งฉันก็เคยไปมาแล้ว 
ตอนนี้  รถเราต้องจอดข้างล่าง  ต้องซื้อตั๋วเข้าไป   60 ปีขึ้นไป
ไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้ากลุ่มเราจึงเสียเงินค่าบัตรเข้าอุทยานคนเดียว  คือ  ฑูรย์   แล้วก็ต้องใช้รถของ
อุทยานขึ้นไปด้านบนของอุทยาน  ฯ  มาชมภาพ ค่ะ 



















จากอุทยานนี้แล้ว  เราก็ลงจากอุทยานไปด้านล่าง  ไปรับรถที่ฝากเพื่อนของแอ็ดไว้  แล้วขนกระเป๋าเดินทาง
ของพวกเราใส่รถกัน  ร่ำลาแม่ศรี  แล้วก็ขึ้นรถตู้ของเรา  เดินทางต่อไป 
แวะกินข้าวร้านกาแฟ ที่มีอาหารขายด้วย  เป็นอาหารจานเดียว   สั่งอาหารที่ตัวเองชอบ  ฉันสั่งผัดพริกเกลือหมู มั้ง
รสเผ็ดมากแต่ก็อร่อย  เอม น่าจะสั่งผัดซีอิ๊ว  ราคาก็ไม่แพง  60-70 บาทเอง ค่ะ 
อิ่มแล้วก็เดินทางต่อไป ไม่รู้จังหวัดไหน  เห็นรีสอร์ท  ชื่อ นภา  ก็เข้าไปถาม  พักที่นี่ คืนละ 500 บาท 
 ห้องพักก็โอเค สะอาด  นอนหลับสบายดี
          20  ต.ค.   วันนี้ ต้องรีบตื่นแต่เช้า  เพราะ 6โมง จะต้องมาลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่ง  ห้อง สมศักดิ์
  ฉันไปเคาะประตูเปิด  เพื่อลงทะเบียน  พวกเขายังนอนอุตุอยู่ 
 ฉันก็ทำการลงทะเบียนตามที่มันขึ้นให้เรา   ทำตามแล้ว  มันก็หมุนติ้ว ๆ อยู่  ให้เรากดใหม่ 
ฉันก็กดใหม่ตามที่มันบอก กดจนเมื่อย น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง 
ครั้งสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ  มันขึ้นว่า  การลงทะเบียนสำเร็จแล้ว  อิอิ  นี่เป็นครั้งแรกที่ทำเองสำเร็จนะเนี่ย
   น่าดีใจจัง  อิอิ  ของสมศักดิ์ ยังไม่ได้  ของจุ  อด
เพราะไม่ได้อัพเดทกระเป๋าตังค์  มันเลยไม่ให้ ค่ะ แต่ในที่สุด  สมศักดิ์ได้คนเดียว ค่ะ 
           ฉันกับเอม  แต่งตัวเสร็จก็ออกมาชมบรรยากาศ รอบ ๆ รีสอร์ท 
 เขามีอาหารเช้า  คือ ข้าวต้มหมูสับ  ต้มเป็นหม้อและมีขนมปังปิ้ง  ทาเนย  มีกาแฟ  โอวัลติน  ฉันกับเอม ตักข้าวต้ม
คนละชาม เอม  ปิ้งขนมปังเผื่อฉัน  เขามีกล้วยน้ำว้า
ให้แขกที่มาพัก  กินด้วย  ค่ะ  มานั่งกินไป คุยไป  อากาศเช้านี้  สดชื่น  บริสุทธิ์   มาชมภาพ ค่ะ 








        เราออกจากที่พัก  น่าจะประมาณ  9.00 น.   ออกจากที่พัก  เดินทางกลับกรุงเทพฯ   ระหว่างทาง
ได้แวะร้านขายของตามริมทาง  2 ร้าน ร้านแรก  ขายพวกผลไม้ 
ฉันซื้อเสาวรส 1 โล  ราคา 50 บาทแพงกว่าที่แม่แจ่มหลายบาท อยู่ประมาณ 15 บาท 
ได้อะโวคาโด อีก 1 กิโล  50 บาทเหมือนกัน    แวะอีกร้านหนึ่ง
ก็คือ ร้านขนม ของฝาก  ทุกคน ซื้อกล้วยฉาบ  3 ถุง 100 บาท  เผื่อฝากเพื่อนบ้านและกินเอง ค่ะ 
   
   ทริปนี้  ถือว่า ประสบความสำเร็จในการทำบุญทอดกฐิน  เพราะได้ทำบุญถึง 3 วัด  แต่ไม่ประสบ
ความสุขในการเที่ยว  เพราะไม่ได้เที่ยวที่ใหม่เลย 
สถานที่ไป คือ อุทยานนภพลภูมิสิริ  ซึ่งเคยไปแล้ว  สิ่งที่เพิ่มมา  คือ รูปปั้นของ พ่อหลวง  ร.9 
ได้กราบพ่อหลวงและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้น   จึงถือว่า ไม่บรรลุเป้าหมายเรื่องของเที่ยว ค่ะ 
สวัสดี ค่ะ 









                ​​​​​​




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2568
10 comments
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2568 16:45:31 น.
Counter : 136 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณปัญญา Dh, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtoor36, คุณmultiple

 

อ่านเรื่องราวและดูภาพตามไปเรื่อยๆ
อ่านเพลินเลยครับอาจารย์

ทริปนี้เป็นทริปที่ทั้งได้เที่ยว ได้ทำบุญ
ได้เห็นประเพณีวัฒนธรรมแบบชาวเหนือ
คาดว่าน่าจะถูกใจอาจารย์และชาวคณะนะครับ
โดยเฉพาะการฟ้อนต้อนรับแบบทางเหนือ

ผมไม่ได้ไปอินทนนท์นานมากแล้ว
อยากไปเที่ยวเลยครับพอเห็นรูปที่อาจารย์ถ่ายภาพมา

 

โดย: กะว่าก๋า 28 พฤศจิกายน 2568 17:56:24 น.  

 

อนุโมทนาบุญค่ะอาจารย์
หนาวแย่เลยนะคะนั่นหนะ

 

โดย: หอมกร 28 พฤศจิกายน 2568 19:10:55 น.  

 

สวัสดีครับอาจารย์
เชียงใหม่อากาศหนาวจริงๆ เลยครับ

 

โดย: ปัญญา Dh 28 พฤศจิกายน 2568 20:12:04 น.  

 

แวะมาทักทาย และส่งข่าวว่ายังอยู่นะคะ...จากเหตุการน้ำท่วมวินาศสันตะโรที่หาดใหญ่ค่ะ

 

โดย: babyL' 28 พฤศจิกายน 2568 21:22:12 น.  

 


ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ขงจื๊อ เล่าจื๊อ เม่งจื๊อ
ถือเป็นสามเสาหลักของปรัชญาจีนเลยครับ
อ้อ --- จริงๆยังมีจวงจื๊อด้วยอีกคน

ทั้งหมดเป็นปรัชญาที่น่าสนใจจริงๆครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 28 พฤศจิกายน 2568 22:54:45 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 29 พฤศจิกายน 2568 5:21:35 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

พูดถึงเรื่องการหลอกลวง
อาทิตย์ที่แล้ว
คนที่ผมรู้จักถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกเอาเงินไปหลายคนมากครับ
ทุกคนอายุเกิน 60 ปี
แล้วเทคนิคที่ใช้ก็คล้ายๆกัน
คือ หลอกให้คุย ขู่ให้กลัว
แล้วก็ทำให้กดลิ้งค์ที่มิจฉาชีพส่งมา
พอกดไป หน้าจอมือถือก็เปิดรหัสเอง จอค้าง
แล้วก็ถูกดูดเงินไปจนหมดบัญชีเลยครับ
น่ากลัวมากๆ
มีตั้งแต่ 4 แสน 7 แสน จนถึง 6 ล้านบาทเลยครับ
พอไปแจ้งตำรวจ
ตำรวจก็ไม่ขยับหรือทำอะไรให้เลยครับ
สมแล้วที่เขาบอกว่าตำรวจชั่วบางคน
ก็สมรู้ร่วมคิดกับแก๊งเหล่านี้ครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 29 พฤศจิกายน 2568 14:10:14 น.  

 

มาขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตคะอาจารย์..
.
.
สำหรับบล็อกนี้ยังไม่ได้อ่านนะคะ
ขออนุญาติเม้นท์แฟชั่นยีนส์
โห้อาจารย์วัยรุ่นมากใส่ยีนส์เท่ระเบิดไปเลยจ้ะ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 4313444 29 พฤศจิกายน 2568 23:26:47 น.  

 

ไปทำบุญ กฐินแล่น จุลกฐิน นะครับ ไม่รู้ว่าต่างกับกฐินธรรมดายังไง

ดูหน้าตาพลพรรคที่ไปแล้วไปแก๊งเดิม สายบุญนะครับนี่

ที่พักที่ไปพักนี่ บอกเป็นเพื่อนสนิทกับเสี่ยจอย แต่ไม่ฟรีทุกคน
แสดงว่ายังไม่สนิทขั้นสุดนะครับนี่ 555

สู้อาจารย์เต๊ะ ไม่ได้ ใครไปด้วยถ้าเป็นเพื่อนสนิท ป๋าเต๊ะ สายเปย์ ฟรีหมดทุกอย่างนะครับ 555

รีสอร์ทที่ไปพัก น่าอยู่มากเป็นไม้ทั้งหลัง หายากแล้วนะครับ
เดี๋ยวนี้ ชอบทำเป็นทรงเพิงหมาแหงนกันหมด หลังคาเมทัลชีท
อยู่ไม่สบายเท่าเรือนไม้สมัยก่อนนะครับ

ไปเที่ยว อนุสาวรีย์พระนาง จามเทวีด้วยไม่รู้ ท่านขึ้นชื่อ บนเรื่องอะไรนะครับ เห็นคนเอาไก่มาถวายเต็มไปหมด
ชอบการประดับประดาด้วย ตุง สีสันสวยงามมากเลยครับ

งานจุลกฐิน วัดแถบนี้ ชาวบ้าน มีจิตศรัทธามาก
มาร่วมงานกันยกหมู่บ้านเลยมั้งครับ
มีพิธีต้อนรับใหญ่โต มีนางรำสารพัด

ข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงกัน อิ่มหนำสำราญ ดูแล้วกลับมา
อาจารย์สุ น่าจะน้ำหนักขึ้นแหงๆ555

ส่วนเรื่องเที่ยวนี่ ถึงจะซ้ำที่เก่าไปบ้าง ก็ถือว่าไปทำบุญตั้ง3วัด
เปลี่ยนที่กินข้าว เปลี่ยนบรรยากาศนะครับ

เรื่อง ลงทะเบียนคนละครึ่งนี่ ใครไวใครได้ครับ
ขึ้นอยู่กับความเร็วมือถือ แล้วก้เน็ตแถวนั้นนะครับ
อาจารย์สุ เก่งมาก ทำเองสำเร็จ ได้คนเดียวเลยนะครับ 555

ช่วงนี้กทม อากาศเย็นมาได้2-3 วันแล้วนะครับ
อาจารย์สุดูแลสุขภาพด้วยนะครับ




 

โดย: multiple 30 พฤศจิกายน 2568 4:36:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

 

โดย: กะว่าก๋า 30 พฤศจิกายน 2568 5:22:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

BlogGang Popular Award#21


 
อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space