คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
16 มกราคม 2565
space
space
space

Deja vu เดจาวู
Deja vu เดจาวู

   "Deja vu"  เป็น  โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 294 
ผู้ตั้งโจทย์ครั้งนี้  คือ น้อง  อ้อ  เริงฤดีนะ 


คำอธิบายโจทย์
" Deja vu เดจาวู เป็นภาษาฝรั่งเศส ให้เขียนถึงประสบการณ์ที่เหมือน
เคยเห็น เคยทำมาก่อน (แต่จริงๆ อาจเพิ่งได้พบ ได้ทำ)" 
         
จากหัวข้อ "Deja vu" และคำอธิบายโจทย์  ฉันอ่านหัวข้อนี้แล้ว  ค่อน
ข้างหนักใจนะ แต่ความหนักใจนี้ก็มีประโยชน์
ทำให้ฉันต้องไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับคำว่า  "Deja vu" เพื่อเป็น
ข้อมูลในการเขียนครั้งนี้  ฉันจบเอกภาษาไทยมานี่นะ
ไม่ได้จบเอกภาษาฝรั่งเศส  ห้าห้า เลยต้องอาศัยการศึกษาจากแหล่ง
เรียนรู้ต่าง ๆในอินเทอร์เน็ต ซึ่งฉันรวบรวม
และสรุปได้ คร่าว ๆ ดังนี้ ค่ะ 
  คำว่า เดจาวู (Deja vu) แปลว่า “เคยเห็นมาแล้ว”  ความหมายหลัก ๆ 
นั้น เชื่อว่า เกิดจากความฝันบ้าง เกิดจากความทรงจำบ้าง
หรือเกิดจากประสบการณ์ที่คล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  
         
 ส่วนหลักทางพุทธศาสนา  หรือ ที่เรียกว่า  "สายมู"  หากมองจากมุมนี้
คือ เราเคยผูกจิตต่อกันในชาติที่แล้ว   เช่น
มีคนฝันเห็นพญานาคมาให้เลข แล้วตัวเองก็นับถือศรัทธาพญานาคอยู่
แล้วจึงได้นำเลขชุดนั้นไปซื้อลอตเตอรี่แล้วถูกรางวัล
เหตุการณ์นี้อาจจะหมายถึงว่าตัวเองในอีกโลกหนึ่งอาจจะมีความ
ผูกพันอะไรบางอย่างกับพญานาค
หรืออาจจะเป็นลูกหลานสายพญานาคกลับชาติมาเกิดก็ได้ อย่างไร
ก็ตามสิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถจับต้องหรือพิสูจน์
อะไรได้เลย   เนื่องจากเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
และหากไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็เชื่อได้ยาก

คำว่า  "สายมู"  หมายถึง ไสยศาตร์ มนต์ดำ และคุณไสย์  ซึ่งก็น่าจะ
เป็นความหมายไปในทางลบ  ถ้าเป็นความหมาย
ตามที่กล่าวนี้  ก็ไม่ใช่เป็นหลักทางพุทธศาสนาตามความคิดเห็นที่มีคน
กล่าวเช่นนั้น  ตามความคิดของฉันนะ ฉันไม่เห็นด้วย
เพราะถ้าเป็นเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องของศาสนาพราหมณ์ ไม่ใช่
ศาสนาพุทธแน่นอน  แต่เนื่องจาก
ศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์ไทยรับมาทั้งสองศาสนา  จนแยกออก
จากกันยาก  ดังที่มีคำกล่าวกันว่า "พุทธะกับไสย ไปด้วยกัน"  
ศาสนาพราหมณ์ เรารับมาในเรื่องพิธีกรรมต่าง ๆ  ส่วนศาสนาพุทธเรา
รับมาในเรื่องของธรรมะ นั่นเอง 
         
ต่อมา  คำว่า  "สายมู"  มีความหมายแปรเปลี่ยนไป  คือ  หมายถึง การ
บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องรางของขลัง ไปจนถึง
การทำพิธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับศาสนา ...พอจะอนุมานได้ว่ามีความ
ข้องเกี่ยวในเรื่อง “ความเชื่อ” และ “เครื่องรางของขลัง”
         
นอกจากนี้  ยังมีความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งพวกเขา เชื่อว่า
เดจาวูเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมอง
ไม่ใช่เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ และเดจาวูก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ช่วย
ให้เราทำนายอนาคตได้ แม้ว่าเราจะรู้สึกเหมือน
เคยเห็นสิ่งนั้นมาแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายถึงเดจาวู อีกว่า
“เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสมองส่วนการตัดสินใจ
ไม่ใช่ความทรงจำ”
โดยสมองส่วนการตัดสินใจนั้นทำหน้าที่ตรวจสอบ
ความทรงจำของเราเพื่อมองหาจุดไม่ชอบมาพากลเวลา
เรารื้อฟื้นความทรงจำ และเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างจึงทำให้เกิด
อาการ  เดจาวู
       
  ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น  ฉันค้นคว้า  เรียบเรียง และสรุปเกี่ยวกับคำว่า 
"เดจาวู"  เป็นความรู้มาฝากเพื่อน ๆ ชาวบล็อก ค่ะ 

 ส่วนที่โจทย์กำหนดว่า "ให้เขียนถึงประสบการณ์ที่เหมือนเคยเห็น เคย
ทำมาก่อน (แต่จริงๆ อาจเพิ่งได้พบ ได้ทำ)"  ตามจุดประสงค์
ของโจทย์นี้  ฉันคงต้องเขียนถึงประสบการณ์ จาก "เดจาวู"  ในแง่ของ
ความเชื่อ ในแง่ของเครื่องรางของขลัง
 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ฉันได้สัมผัสมาทั้งจากคนใกล้ชิดและประสบการณ์ของตัวฉันเอง  
       
 เรื่องแรก เป็นเรื่องที่เกิดกับน้องชายของฉันเอง  ฉันจำได้ว่า  น้องชาย
ของฉัน  ตอนนั้นน่าจะอายุประมาณ 6-7 ขวบได้
  เกิดไม่สบาย  ไข้ขึ้นสูงกินไม่ค่อยได้  หาหมอมาหลายหมอ อาการก็
ยังคงทรง ๆไม่หายขาดเสียที จนหมอที่รักษาหลายหมอ
ก็อ่อนใจ เพราะหาสาเหตุของโรคไม่พบ แม่ของฉันเป็นพวก "สายมู"  
แม่จะต้องสวดมนต์ทุกเช้า  ไหว้พระ ไหว้เจ้า
ทุกวันขึ้น 1 ค่ำ และ 15 ค่ำ ตามปฏิทินจีน  โดยเฉพาะวันสาร์ทจีน 
ตรุษจีน ต้องไปไหว้เจ้าที่เล่งเน่ยยี่ ไหว้พระ ทำบุญยา
  ปอเต็กตึ๊งทำบุญโรงศพ พะเก่ง ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นต้น ด้วยความเชื่อ
และ ศรัทธา เมื่อหมดหนทางจากการรักษา
ด้วยหมอสายวิทยาศาสตร์แล้ว  แม่จึงไปที่เล่งเน่ยยี่  ซึ่งมีเทพเจ้าที่
เชื่อว่า  ใครที่ไม่สบาย รักษาอย่างไรก็ไม่หายสักที 
ให้ไปไหว้และขอยาจากเทพเจ้าองค์นี้ซึ่งมีนามว่า เทพเจ้าแห่งยาหรือ
หมอเทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง"  ด้วยวิธีอธิษฐาน
แล้วเสี่ยงเซียมซี เพื่อขอยาจากเทพเจ้าองค์นี้  แล้วนำติ้วเซียมซี
นั้นไปเอายาที่แผนกยา ค่ะ  
ยาที่ได้มานั้น  เป็นยาสมุนไพรจีน แม่กลับมาต้มยาที่ขอมาจากองค์
เทพเจ้าหั่วท้อเซียงซือกงให้น้อยชายดื่ม 
หลังจากที่น้องชายดื่มยาจีน ที่แม่ต้มแล้ว  อาการไข้ทรง ๆ ก็ค่อย ๆ
หายไป และกินอาหารได้ ก็นับเป็นเรื่องอัศจรรย์จริง ๆ
หรือที่เรียกว่า "ปาฏิหาริย์" นั่นเอง  นี่น่าจะ เป็นประสบการณ์  "เดจาวู"  ในแง่ความเชื่อ ได้ นะคะ 



เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง"

    เรื่องที่สอง  เป็นเรื่องที่ฉันประสบมากับตัวเอง ค่ะ  น่าจะก่อนที่ฉันจะ
เกษียณประมาณ  ปี  46-47 ได้ไปทอดผ้าป่าวัดทางใต้
น่าจะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ก่อนกลับเจ้าอาวาสของวัดที่เราไปทอด
ผ้าป่าได้มอบของที่ระลึกแก่คนที่มาทอดผ้าป่า
  ฉันได้ตะกรูดลูกปืน ปลุกเสกและมีสายสิญจน์พันลูกปืนนี้ด้วย  คนอื่น
ได้อะไรบ้างฉันก็ไม่รู้ หลวงพ่อพูดกับฉันว่า 
เก็บรักษาไว้ให้ดีนะ  ถ้ามีเหตุการณ์อะไร  ให้ตั้งนโม 3 จบ  ระลึกถึง
พุทธคุณ  อธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนา ขจัดอุปสรรค
ต่าง ๆ  ฉันรับทราบแต่ก็ไม่เคยได้ขออะไรเลย ค่ะ  เวลาไปเที่ยว
เมืองนอก ฉันก็จะนำติดตัวไปโดยใส่ไว้
ที่กระเป๋าตังค์เปรียบเหมือนเป็นของขลัง เพื่อแคล้วคลาดปลอดภัย
ในการเดินทางเสมอ  เป็นเช่นนี้หลายปี 
  อยู่มาวันหนึ่ง  อยู่ ๆ ฉันเกิดปวดฟันอย่างมาก โดยฟันที่ปวดก็ไม่ได้ผุ 
ฉันกินยาแก้ปวดไปแล้ว ก็ทุเลาไปบ้าง 
พอยาหมดฤทธิ์ มันก็ปวดอีก ทั้งวัน ทรมานมาก   จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงตะกรูด
ที่เจ้าอาวาสท่านให้มาและเคยบอกฉันว่า
เมื่อเกิดอะไรให้นำตะกรูดมา แล้วตั้งนโม 3 จบ ระลึกถึง พุทธคุณ
อธิษฐานขอให้แคล้วคลาดอุปสรรคที่มี 
ฉันทำตามคำที่ท่านได้สั่งไว้  เอาตะกรูดมาลงขันน้ำ ตั้งนโม และ
ระลึกถึงพุทธคุณ ขอให้การปวดฟันโดยหา
สาเหตุไม่ได้ครั้งนี้ จงหายปวด  แล้วนำน้ำมนต์นั้นมาลูบแก้มข้างที่ปวด
ฟัน  กินยาแก้ปวดไปอีก 1 เม็ด  แล้วเข้านอน
อาการปวดนั้น  ก็ค่อย ๆ หายไป ตื่นเช้า ก็ไม่ปวดอีกเลย   นี่เป็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในชีวิตของฉัน 
ฉันก็ไม่ได้คิดว่า ทำแล้ว อาการปวดฟันจะหายได้  มันก็เป็นเรื่องเหลือ
เชื่อ เนาะ  แต่... มันก็เกิดขึ้นจริง ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  ให้เหตุผลไม่ได้ ปวดทั้งวัน ยาก็กินแล้ว ทั้ง ๆ
ที่ฟันซี่นั้นก็ไม่ได้ผุเลย



ตะกรูด รูปต่าง ๆ  ค่ะ 

ทั้งสองเหตุการณ์ที่ฉันเล่ามานี้  ก็เพื่อประกอบ  คำว่า "เดจาวู" ในความหมายของ  "สายมู"  ค่ะ อิอิ 
 แต่ที่น่าเสียดาย น่าเจ็บใจ ก็คือ หลังเกษียณแล้ว ฉันกับเพื่อนเดินทาง
ไปเที่ยวประเทศเกาหลี  ที่สนามบิน ก็ต้องผ่าน
การเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ทุกครั้ง  ฉันโดนกักตัวเพื่อค้นของในกระเป๋า
  เจ้าหน้าที่ริบตะกรูดของฉันไป  บอกว่า
เป็นลูกปืนนำขึ้นเครื่องไม่ได้  ฉันเถึยงว่า  เป็นเครื่องราง  และก็นำ
ติดตัวมาขึ้นเครื่องหลายครั้งแล้ว
ก็ไม่เห็นจะต้องริบของเลย  จะขอไปฝากที่ที่ให้ฝากของ ขากลับไปรับคืน เขาก็ไม่ยอม  เถียงกันเป็นครู่ใหญ่
  ไม่รู้จะทำอย่างไร  เพื่อนก็บอกว่า ให้มันริบไปเถอะ  เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน ฉันจำใจต้องยอมให้มันเอาไป 
เชื่อเถอะ มันไม่เอาไปทิ้งหรอก  คงจะเก็บเอาไว้เอง  ฉันก็ต้องปลง 
ตะกรูดนี้  ฉันคงมีวาสนาครอบครองเพียงเท่านี้
 จึงต้องสูญเสียและจากฉันไป เมื่อปลงได้แล้ว  ความทุกข์ ความเสียใจ
เสียดาย ก็ค่อย ๆ หายไป  อะไร ๆ ก็ไม่ใช่เป็น
ของเราอยู่แล้ว ตามหลักสัจธรรมที่ฉันก็เรียนรู้มามากพอสมควร เนาะ 

     ฉันก็ขอจบ ตะพาบ "เดจาวู"  ที่น้องอ้อ เริงฤดี นะ ตั้งโจทย์มา เพียง
เท่านี้ ค่ะ  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้  ค่ะ สวัสดี  

         (ขอบคุณข้อมูล และ ภาพ จาก อินเทอร์เน็ต ค่ะ ) 
 

 



Create Date : 16 มกราคม 2565
Last Update : 17 มกราคม 2565 15:23:11 น. 32 comments
Counter : 569 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkatoy, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณเริงฤดีนะ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณtuk-tuk@korat, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe, คุณSweet_pills, คุณmariabamboo, คุณชีริว, คุณกิ่งฟ้า, คุณร่มไม้เย็น, คุณอุ้มสี, คุณmultiple


 
เจิมๆๆๆ
ข้อมลูเปีะปัง ต้องอาจารย์สุวิมลของน้องๆเพื่อนบล็อกเลยค่ะ

ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นนอกจาก Deja vu ที่อ้อ แปะเล็กๆน้อยๆ
อธิบายโจทย์ตะพาบงวดนี้

ชื่อเรื่องสั้น
แต่เนื้อหาละเอียดยิบ

ออกข้อสอบอัคนัยไปนี่ เด้กๆอธิบาย และยกตัวอย่างได้มากมาย
เป็นโจทย์แบบปลายเปิดจริงๆ

อ้อ..มาแนวซาดิสต์
รออ่านแนวคิดของเรื่องๆค่ะ

ขอบพระคุณอาจารย์ สำหรับตะพาบชวนอ่าน
ชวนติดตาม ตอนนี้



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:10:57:36 น.  

 
อุปมา อุปมัย..
โจทย์ตะพาบของอ้อ..มาแนวซาดิสต์
รออ่านแนวคิดของเพื่อนๆค่ะ*


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:10:59:18 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

ตามมาอ่านงานตะพาบด้วยคะ..

ได้ความรู้จากอาจารย์มากไปเลยคะ..

ขอบพระคุณคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:00:07 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตะกรุดแก้ปวดฟันได้ด้วย
แปลกมากค่ะอาจารย์
หนูตุ๊ก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:00:18 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

ผมชอบการสร้างคำ จากเดจาวู กลายเป็น เดจามู มากครับ เท่มาก ๆ
เหตุการณ์ที่ฝันแล้วถูกล๊อตเตอร์รี่นี่สุดยอดไปเลยครับ อันนี้เรียกว่าได้โชคจากความศรัทธาของแท้เลยครับ
เรื่องความศรัทธาผมว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ทุกคนมีสิทธิเชื่อหรือศรัทธา ที่ทำให้ตัวเองสบายใจและมีความสุข

ตอนอ่านเรื่องตะกรุด ผมกะแล้วเชียวว่า ตม. เกาหลีงี่เง่าต้องคิดว่าเป็นกระสุนปืนแน่นอน เพื่อนผมเป้นผู้หญิงสวย รูปร่างดี แต่งตัวสวย ติด ตม. ทุกรอบ เพื่อนก็งงว่าเค้าเหมือนคนมาทำงานตรงไหน รอบต่อไปสะพานแบรนด์เนมแต่งตัวไม่แฟชั่น แต่เป็นแบรนด์เนม ก็ไม่ได้อีก ติดอีก หลายรอบมาก ๆ จนเพื่อนเลิกไปเกาหลีเพราะเบื่อมาก ผมไม่ค่อยชอบมารยาท ตม. เกาหลีเท่าไหร่ด้วยครับ ขนาดกับผู้ชายยังทำหน้าเหมือนเงินเดือนไม่ขึ้นมา 5 ปี พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟังไม่ค่อยออก - -''

เรื่องมูๆ เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ๆ ครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่อาการเจ็บป่วยต่างๆ หายไปได้ หลังจากที่พยายามหลายวิธีก็ไม่หาย บางที่สิ่งศักสิทธิ์ก็เป็นที่พึ่งของเราในเวลานั้น ขนาดแม่ผมเป็นพยาบาล ช่วงผมป่วยหนักๆ รักษาอยู่นานก็ยังไม่ดีขึ้น แม่ก็ไปไหว้พระขอพร ไม่นานผมก็ดีขึ้นจริงๆ เลยแก้บนกันชุดใหญ่เลยครับ 55555555


จากบล๊อก
ขอบคุณมากครับสำหรับคำอวยพรให้บ้านสำเร็จลุล่วงครับ ตอนนี้ต้องการคำอวยพรมาก เพราะผมเหนื่อยคิดเหนื่อยตัดสินใจมากครับ มีคนที่รู้พิธีมาดำเนินการให้ผมว่าดีมาก ๆ เลยครับ เพราะพิธีต่างๆ มันเยอะมาก ๆแล้วหยุมหยิมมาก นี่แม่ผมก็ดีลกับพระที่ศรัทธา เอ่อ...ว่ากันจริงๆ คือท่านมหาที่สนิท มาทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ให้แล้วครับ



โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:42:36 น.  

 
ผมเพิ่งได้ยินคำว่า สายมู เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองนะครับ
เข้าใจว่าคนในวงการบันเทิงเริ่มพูดกัน
แล้วก็ติดปาก กลายเป็นคำนิยมขึ้นมา

เรื่องตระกรุดของอาจารย์น่าเสียดายมากๆครับ
ที่เจ้าหน้าที่ยึดไป
ผมเคยมีประสบการณ์คล้ายๆกับอาจารย์
คือ ปวดฟันมากแล้วก็เดินไปไหว้พระที่หน้าโรงพยาบาล
ตอนไหว้พระผมก็บอกท่านว่า
มันเจ็บมากเลยครับ อยากจะให้บรรเทาความปวดลงบ้าง
น่าแปลกใจมากที่พอเดินออกมาจากวัดมาไม่นาน
อาการปวดก็หายไปเองเลยครับ

ปล. ผมเขียนถึงการเมือง
เพราะเพิ่งอ่านข่าวนักข่าวำทเนียบรัฐบาลตั้งฉายาให้รัฐบาล
ก็เลยนำคำพูดจากข่าวมาเขียนเป็นบล้อกครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:46:18 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์
เสียดายมากเลยครับที่ ตม.เกาหลียึดตะกรุดไป
แต่ก่อนที่บ้านผมที่ต่างจังหวัด ก็สายมูเหมือนกันครับ พึ่งสิ่งศักด์สิทธิ์ก่อนที่จะไปหาหมอ ผมบางทีพอมีเรื่องราวที่ไม่สบายใจ ก็อาศัยระลึกถึงพระพุทธคุณด้วยเหมือนกันครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:49:22 น.  

 
วันส่งการบ้านตะพาบก็จะใช้โหวตเปลืองหน่อยนะครับ โหวตหมดแล้ว พรุ่งนี้มาใหม่นะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:13:50:28 น.  

 
อ่านแล้วครับครู... ผมอ่านของคนอื่นด้วย.. แตกต่างกันไปของครู
สายมู.....

บางคนน่าจะ เกี่ยวกับการระลึกชาติได้ หรือรู้สึกว่า นึกถึงเรื่องราวอยู่
ในบ้านหลังโต มองออกดูข้างนอกได้ พอโตมาเลยผูกพันธ์บ้านหลัง
นั้นและเห็นบ้านหลังนัน = เดจาวู ในชาตินี้


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:6:02:54 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:6:17:58 น.  

 
สายเดจามู นี่
ช่วยทางด้านจิตใจได้เยอะนะคะ อาจารย์


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:17:24:13 น.  

 
พุทธกับพราหมณ์ในไทยปนกันมั่วจริงๆ ครับ แถมผสมความเชื่อเรื่องผีเข้าไปอีก บางครั้งคนป่วยเป็นไข้ก็นอนตัวสั่นเพราะหนาว ดันไม่รู้นึกว่าผีเข้าไปตามหมอผีมา หมอผีเอาน้ำมนต์สาดก็ยิ่งสั่นสิครับ หมอผีคิดว่าผีมันสั่นสู้ เอาไม้ตีๆๆ คนป่วยโดนก็ยิ่งสั่น ยิ่งสั้นก็ยิ่งตี ตีไปตีมาตาย หมอผีบอกผีมันเอาชีวิตไป.....

ตะกรุด ผมมีอันเล็กๆ อันนึง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:17:39:41 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อ่านถึงคำว่า อัจฉริยะ แล้วผมก็รู้สึกเขินเลยครับ 555
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งขนาดนั้นเลยครับ
บางครั้งวดวงกลมภาพเดียว
ผมวาดเสียไป 50 แผ่นก็มีครับ

แต่ผมชอบการวาดภาพพู่กันเดียว
เพราะผมไม่ชอบนั่งสมาธิแบบนั่งหลับตาครับ
การวาดภาพดูจะเหมาะกับจริตของผม
นั่งวาดได้นานๆไม่เบื่อเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:20:36:36 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2565 เวลา:6:08:17 น.  

 
สวัสดีคีครับอาจารย์

เอ้า!!!! อาจารย์ไม่ได้ตั้งใจสร้างคำใหม่หรอกหรอครับ เอาจริงๆ ผมไม่ได้แซวอาจารย์ 5555555555555 ผมคิดว่า อาจารย์เป็นครูภาษาไทยด้วย ก็น่าจะสร้างคำเท่ๆ ขึ้นมาให้มันเข้าประเด็น แต่คำนี้ได้จริงๆ นะครับอาจารย์ เดจามู เป็นสมาดหรือสนธิ อ่ะครับ สนธิแหละมั้ง ใช่ไหมครับอาจารย์ ^^

แฝดนรกนี่ก็ได้ยินบ่อยๆ ตอนเรียนเหมือนกันครับ ตอนเรียนที่โรงเรียนมีแฝดชาย 3 คน หน้าตาดี เรียนเก่งกันทั้ง 3 คน เพื่อนเรียก แฝดหล่อ แต่ก็แฝดชาย 2 อีกคู่ คู่นี้แสบมาก ปีนรั้วโดดเรียน แต่งตัวผิดระเบียบตลอด คู่นี้เรียกแฝดนรก ดูมันภูมิใจด้วยกับฉายา แฝดนรก ครับอาจารย์

ช่วงนี้ผมก็สาย มูเตลู ครับ 5555555 อะไรที่ว่าดังก็หามาไว้ซักหน่อย เพราะเปิดงานไว้เยอะมาก เอาไม่ทัน ต้องใช้เครื่องรางช่วยแล้ว 55555 ช่วงนี้ต้องคุยขายงาน เปิดงานเยอะมาก เลยกลับมาห้อยสาลิกาลิ้นทองครับ อย่างน้อยเวลาพูดอะไรประหลาดๆ ออกไป ลูกค้าจะได้ฟังไม่ทัน หรือแค่ขำ ว่าน่ารักดี 5555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 19 มกราคม 2565 เวลา:10:00:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเคยฝึกเขียนเกือบ 20 แบบ
สมัยเป็นนักศึกษา ชอบครับ
ชอบคัดไทย
เคยฝึกเขียนวันละเป็นหน้ากระดาษ
แต่สุดท้ายก็ใช้ลายมือปัจจุบันนี้เป็นหลักครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2565 เวลา:12:11:36 น.  

 
จากบล๊อกครับอาจารย์

ไอ่ที่ผมมัวผมมัวภาษาไทยนี่แหละครับ อาจารย์.... ขออนุญาตนกมือไหว้ T_T คือผมตั้งหลักเป็นอังกฤษมา พอต้องพูดไทย ผมงงมาก คิดภาษาไทยไม่ออก พูดอึก ๆ อักๆ ตะกุกตะกัก พูดอะไรแปลกๆ ที่ในชีวิตเราไม่พูดกันขึ้นมา ปวดหัวปวดใจมากครับ

5555 เรื่องงบอาหาร ผมเป็นคนวาง Budget เองครับ 55555 ก็จะรู้ว่าจะกินกันได้แค่ไหน เอาจริงๆ บริษัทผมก็อยู่กันด้วยความเชื่อใจแหละครับ เราก็ซื่อสัตย์ไม่เอาไปใช้ส่วนตัว ใช้เบิกในงานเท่านั้น

เสียดายตะกรุดมากครับ ถ้าที่ไทยแบบนี้อยากแฮ็ปไว้เองแล้วครับ รู้ว่าของดีอย่างที่อาจารย์ว่าเลย เจ็บใจจริงๆ ครับ
เป็นผมผมจะบอกว่า ส่งไปรษณีย์กลับบ้านให้ด้วยนะ 5555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 19 มกราคม 2565 เวลา:17:11:48 น.  

 
เรื่องของน้องชายและอาการปวดฟันของอาจารย์ที่หายน่าอัศจรรย์มากค่ะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับความหมายของเดจาวูนะคะ

ต๋าหายไปอีกหลายวันเลยค่ะ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 20 มกราคม 2565 เวลา:0:29:20 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 มกราคม 2565 เวลา:6:12:32 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบวาดภาพวันเพ็ญ
เพราะค่อยๆวาดเส้นไปเรื่อยๆ
ภาพนึงใช้เวลานานกว่าพู่กันเดียวเยอะเลย
แต่ก็สนุกไปอีกแบบครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 มกราคม 2565 เวลา:11:48:37 น.  

 
ไม่แน่ใจว่าคนเขียนตะพาบแต่ละคนจะคุ้นกับคำนี้มากน่อยแค่ไหนนะครับ แต่หลังจากเรื่องเมตริกซ์ คำนี้คงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

พุทธศาสนากับสายมูเตลูน่าจะคนละแนวกัน ของไทยปนกันไปหมดเลยครับ
เชื่อคำอธิบายของวิทยาศาสตร์เหมือนกัน มันเป็นอาการที่เกิดกับสมองทำให้เราเข้าใจว่าเคยเห็นภาพนั้นแล้ว ทั้งที่ไม่เคย

เรื่องนี้น้องชายอาจารย์ตอนนั้นเพิ่ง 6-7 ขวบ ผ่านมาหลายปีมากๆแล้วนะครับ
ไม่รู้ตอนนั้นวัดเล่งเน่ยยี่ห้าตาเป็นยังไง
ตะกรุดทำให้หายปวดฟัน ฟังแล้วก็ไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันเกิดขึ้นจริงแบบอธิบายไม่ได้ก็แปลกจริงนะครับ
เสียดายเครื่องรางที่พกมาตลอดโดนริบตอนขึ้นเครื่อง หลังๆของต้องริบเยอะจนระวังไม่ถูกเลยครับ น้ำ ครีม อะไรโดนหมด


โดย: ชีริว วันที่: 20 มกราคม 2565 เวลา:20:16:05 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2565 เวลา:6:14:20 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์มาอ่านเรื่องเล่าของอาจารย์แล้วเป็นแดจาวูที่แปลกแต่จริงนะคะ กิ่งเองเพียงแค่เหมือนเคยเห็นทั้งๆที่ไมเคยมาเลยเท่านั้นค่ะ

เสียดายตะกรุดจังเลยนะคะ ของดีมีคนเอาไปแล้วต้องปล่อยวางจริงๆไม่งันก็คิดเสียดายอยู่อย่างนั้นจริงๆค่ะ

โหวตงานเขียนให้นะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 21 มกราคม 2565 เวลา:12:23:41 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเชื่อว่าอาจารย์ชอบจด ชอบเขียนแน่นอนครับ
เพราะบล็อกท่องเที่ยวของอาจารย์เป็นการเขียนที่ละเอียดมาก
มีข้อมูล มีการเรียงลำดับสถานที่ เหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียด
ถ้าเขียนจากความจำอย่างเดียว
ไม่น่าจะจำรายละเอียดได้หมดแน่นอน

เมื่อก่อนเวลาไปเที่ยวผมก็จดละเอียด
มีบันทึกแยกออกมาเป็นเล่มต่างหากเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2565 เวลา:21:10:06 น.  

 
ต๋าเพิ่งมาทำขนมบ่อยขึ้นช่วงนี้ค่ะอาจารย์
ยังคงทดลองปรับเปลี่ยนและฝึกต่อไปค่ะ

ขอบคุณอาจารย์มากนะคะสำหรับกำลังใจ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:0:04:24 น.  

 
ได้ความรู้เพียบค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:1:13:31 น.  

 
เดจาวู อ.เต๊ะ รู้จัก ครั้งแรกก็เพราะดูหนังเรื่องนี้ละครับ สนุกมากแต่ หนังออกแนววิทยาศาสตร์ ล้ำยุคไฮเทค ย้อนเวลาไปจับผู้ร้ายกัน

แต่เดจาวูของไทยออกแนว ความเชื่อ+ไสยศาสตร์ซะมากกว่า
ยิ่ง สาย มู ที่ ดารา คนค้าขาย ชอบกันนี่ บูชากันหนักเลยนะครับ
ยิ่งถ้าได้ถูกหวย รวยล็อตเตอรี่แยะๆนี่ ยิ่งต้องบูชากันหมดหน้าตักเลยนะครับ555

แล้วก็เรื่องตะกรุดนี่ น่าเสียดายนะครับ ตม.ก็เหลือเกิน
โดยมากที่ เครื่องบินตก เท่าที่ดูจากสารคดีสืบสวนหาสาเหตนี่
ส่วนใหญ่มาจากเครื่องขัดข้องซะมาก ความผิดพลาดนักบินไม่เท่าไหร่ แต่บางทีฟลุคๆ ซวยจริงๆโดนขีปนาวุธก็มี
แต่ไม่เคยได้ยินสาเหตุที่ตก มาจากตะกรุด ซักอันนะครับ

ไม่งั้น บริษัทผลิตอาวุธ ไม่ต้องเสียเวลาไปคิดค้นจรวดต่อสู้อากาศยานไฮเทคกันแล้ว ใช้จรวดติดตะกรุดแทนดีกว่านะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:5:35:53 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:6:35:54 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ขอบคุณที่ไปชิมวุ้นเส้นผัดไข่นะคะ

ตามมาอ่านแดจาวูอีกครั้งค่ะ เป็นเรื่องที่แปลกและลี้ลับจริงๆนะคะที่คนป่วยหายได้และอาจารย์หายปวดเข่าได้จริงๆ

มีความสุขวันเสาร์นะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:8:04:03 น.  

 

เมื่อวานข้างบ้านให้สะเดามาค่ะ
ลองทำ สะเดา น้ำปลาหวาน
มาเรียนเชิญอาจารย์สุวิมลไปชมไปชิม


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:8:57:38 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

จริงๆในบล้อกก็มีบันทึกการเดินทาง
ทั้งสองแบบเลยนะครับ
รูปเยอะ คำน้อย
กับเรื่องราวเยอะ รูปน้อย
ผมว่าดีไปคนละแบบ
ถ้าคนถ่ายภาพเก่งๆก็ใช้ภาพเล่าเรื่อง
ส่วนคนที่จดบันทกึละเอียด
ก็ใช้เรื่องเล่าเป็นตัวเดินเรื่อง

บางครั้งบล็อกที่เราไปเที่ยว
ก็กลายเป็นไกด์บุ๊คอย่างดีให้กับคนที่กำลังสนใจ
เมืองนั้นหรือประเทศนัันได้เป็นอย่างดีเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มกราคม 2565 เวลา:19:12:40 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 มกราคม 2565 เวลา:7:03:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space