กรกฏาคม 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
กะเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อย ในประเทศไทย
   กะเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย

  คำว่า  "ชนกลุ่มน้อย" หมายถึง ประชาชนที่มีเชื้อสายชาติ  ภาษา
ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม
ที่แตกต่างไปจากชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ  เช่น ในประเทศไทย  เราก็
มี ชนกลุ่มน้อย หลายกลุ่มที่อาศัยอยู่ในประเทศหลายกลุ่ม
เช่น  ชาวจีน ชาวเขา จีนฮ่อ กลุ่มมุสลิม พวกมอญ เป็นต้น  แต่ใน
บล็อกนี้  ฉันจะกล่าวถึง ชนกลุ่มน้อย พวกชาวเขา ค่ะ 

   ชาวเขา  เป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ห่าง
ไกล คมนาคม มักอยู่บริเวณภูเขาสูงทางภาคเหนีอ
 บางจังหวัดทางภาคกลาง

      สังคมของชาวเขา เป็นสังคมที่มีอิสระในการดำรงชีวิต  มีกฎ
ประเพณีของเผ่า  มีการเกษตรแบบเลี้ยงตัวเอง เพื่อการยังชีพ 
สังคมของชาวเขา เป็นสังคมที่เรียบง่ายและสันโดษ  ชาวเขาใน
ประเทศไทย อาศัยอยู่ตามภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ดังนี้ 
    
      ภาคเหนือตอนบน   ซึ่งมีภูมิภาคสูง  อากาศหนาวเย็น  มีเทือกเขา
สูงสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ชาวเขาชอบ  เหมาะสำหรับ
ปลูกฝิ่นและสะดวกในการซื้อขายฝิ่นกันด้วย  (ในสมัยก่อน  แต่
ปัจจุบัน  พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ทรงเปลี่ยนแปลงแนวคิดของ
พวกชาวเขา ได้ปรับเปลี่ยนและสร้างโครงการให้ปลูกพืชผักเมือง
หนาว ผลไม้เมืองหนาวแทน  ทำให้ชาวเขาเหล่านี้มีวิถึการดำเนิน
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่เสี่ยงอันตรายในการขนยาเสพติด ซึ่งเป็น
อันตรายต่อสังคม)  จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ได้แก่
จังหวัด เชียงใหม่  เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน แพร่ พระเยา
และลำปาง  



   ภาคเหนือตอนล่าง   มีชาวเขาอยู่  5 จังหวัด คือ ตาก สุโขทัย 
เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและกำแพงเพชร   ซึ่ง ชาวเขาที่อยู่ที่ตาก
มากถึง สองในสามของชาวเขาในภูมิภาคนี้  เป็นเผ่ากะเหรี่ยง
  ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันตก  มีชาวเขาอาศัยอยู่  คือ เรียงจาก
มากไปหาน้อย คือ กาญจนบุรี  อุทัยธานี ราชบุรี เพชรบุรี
สุพรรณบุรี  ประจวบคีรีขันธ์และนครสวรรค์  ภูมิภาคนี้ เป็นชาวเขาเผ่า
กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ดั้งเดิม 
  ส่วนจังหวัดเลย  มีชาวเขาเผ่าแม้วที่อพยพหนีภัยจากประเทศลาว มี
เพียงสองหมู่บ้าน  

     ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเผ่า
กะเหรี่ยง  ส่วนเผ่าอื่น มีมากน้อยเรียงลำดับ คือ เผ่าแม้ว  มูซอ เย้า 
อีก้อและลีซอ  เผ่าละว้า ถิ่น ขมุ และลื้อ มีอยู่น้อยมาก  

   บล็อกว้นนี้ จะนำเสนอชาวเขา เผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งเป็นชาวเขาที่มี
จำนวนมากกว่าครึ่งของชาวเขาทั้งหมด เท่านั้นค่


 กะเหรี่ยงในประเทศไทย เป็นชาวเขาที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ประเทศพม่า 
ซึ่งได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยในประเทศไทยเป็นเวลา
ร้อย ๆ ปีแล้ว  เป็นชาวกะเหรี่ยงที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น เพราะการรบพุ่งใน
ประเทศพม่า และถูกพม่ากดขี่ทารุณ
  กะเหรี่ยงในเมืองไทย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม   คือ 
 1. กะเหรี่ยงสะกอ หรือ ยางขาว  เรียกตนเองว่า  ปกาเกอะญอ  มี
ประชากรมากที่สุด
 2.กะเหรี่ยงโป  เรียกตัวเองว่า   โพล่  ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ที่
กาญจนบุรี  เชียงใหม่  แม่ฮ่องสอน ลำพูน

 3. กะเหรี่ยงบะเว  หรือ คะยา   อาศัยอยู่ที่ แม่ฮ่องสอน 
4.กะเหรี่ยง ปะโอ  หรือ ตองสู  อาศัยอยู่ที่ แม่ฮ่องสอน 
 
      ความแตกต่างของกะเหรี่ยงทั้ง สี่ พวก สังเกตได้จากภาษาพูดและ
การแต่งกาย  แต่ปัจจุบันสังเกตได้ยากแล้ว  เพราะกะเหรี่ยง
หันมานิยมเสื้อผ้าของคนไทยมากขึ้น

  กะเหรี่ยงแต่ละพวกจะไม่ตั้งบ้านเรือนปะปนกัน หมู่บ้านกะเหรี่ยง
แต่ละหมู่บ้านจะตั้งอยู่ห่างกัน  ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง
หมู่บ้านกะเหรี่ยงจะตั้งเป็นหลักแหล่งยาวนานกว่าชาวเขาเผ่าอื่น ๆ 
เพราะมีการทำการเกษตรที่อนุรักษ์ดินได้ดีกว่าชาวเขาอื่น 

มาชมภาพ ของชาวกะเหรี่ยงกันค่ะ  (ภาพจากอินเทอร์เน็ต ค่ะ)





กะเหรี่ยงที่แต่งชุดขาวเช่นนี้ แสดงว่า  ยังไม่ได้แต่งงาน ค่ะ 




หญิงสาวชาวกะเหรี่ยงที่แต่งงานแล้วจะเป็นชุดเสื้อและผ้าซิ่น
คนละท่อนกัน ค่ะ 







เด็กกะเหรี่ยง น่ารัก  ค่ะ 



กะเหรี่ยงกลุ่มโพล่  ค่ะ 


แต่ละหมู่บ้านจะมีหัวหน้าหมู่บ้าน  เรียกว่า  ฮีโข่  เป็นผู้นำหมู่บ้าน  มี
การสืบทอดทางสายเลือดทางบิดา  ถ้าหัวหน้าหมู่บ้านถึงแก่
กรรม  ตามประเพณี จะมีการย้ายหมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน  การย้ายอาจจะ
เกิดจากการแต่งตั้งหัวหน้าหมู่บ้านจากทางราชการ  ถ้าเป็น
คนเดียวกับหัวหน้าหมู่บ้านตามประเพณีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากเป็น
คนละคนกัน  จะเกิดปัญหาและนำไปสู่การย้ายถิ่นฐานได้
   นอกจากหัวหน้าหมู่บ้าน  ยังมีหมอผี และ กลุ่มอาวุโส  เป็นผู้ที่มี
ความสำคัญมากในหมู่บ้าน
    หมอผี  มีหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมและรักษาโรค   ส่วนผู้อาวุโส
มีหน้าที่เป็นผู้รักษากฎ จารีตประเพณี  ตัดสินคดีความตลอดจน
เป็นที่ปรึกษาให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน

   ชาวกะเหรี่ยง  มีระบบเศรษฐกิจแบบเลี้ยงตนเองเพื่อการยังชีพ  แบบ
ทำไร่หมุนเวียน  คือ ทำ 1 ปีและปล่อยไร่ทิ้งไว้ 3-5 ปี เพื่อให้
ดินอุดมสมบูรณ์ แล้วจึงกลับมาทำซ้ำที่เดิม  กะเหรี่ยงปลูกข้าวไร่  ทำ
นาเป็นขั้นบันไดตามหุบเขา  ฝ้ายและพืชผักปลูกเพียงเล็กน้อย
(ปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงแนวคิดนี้  ปลูกพืชเมืองหนาวตามโครงการที่พ่อ
หลวง รัชกาลที่ 9 ได้ทรงแนะนำไว้  )  มีเลี้ยงไก่ หมู วัว ควาย

    สังคมกะเหรียง เรียบง่าย  บ้านของกะเหรี่ยงจะมีขนาดเล็ก  สร้าง
ด้วยไม่ไผ่ ยกพื้นสูงเหนือพื้นดิน หลังคามุงด้วยใบตองตึงหรือหญ้าคา
มีห้องเดียว  มีเตาไฟอยู่ในห้อง ไม่มีหน้าต่าง  เป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อ
แม่ลูก  ถ้ามีการแต่งงาน  ฝ่ายชายต้องมาอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง
1 ฤดูกาลเกษตร  หลังจากนั้น จึงแยกไปสร้างบ้านใหม่ใกล้ ๆ กับบ้าน
ฝ่ายหญิง  กะเหรี่ยง  ฝ่ายหญิงจะเป็นคนสำคัญกว่าฝ่ายชาย
การตัดสินใจเป็นของฝ่ายหญิง  ห้ามมีการถูกเนื้อต้องตัวกันก่อน
แต่งงาน  กะเหรี่ยงถือความบริสุทธิ์เป็นเรื่องสำคัญมาก

    กะเหรี่ยงนับถือผีและวิญญาณบรรพบุรุษ  เมื่อเจ็บป่วยหรือมีเรื่องดี
เรื่องร้าย  จะมีพิธีเซ่นไหว้โดยหมอผีเป็นผู้ประกอบพิธีกรรม
นอกจากเรื่องผี  ยังเชื่อเรื่องของขวัญ อีกด้วย เมื่อเกิดการเจ็บป่วย มี
พิธีเรียกขวัญโดยการเลี้ยงผีและปลูกข้อมือให้คนป่วย

กะเหรี่ยงปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านการดำรงชีพ วิถี
ชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีไปบ้าง  โดยเฉพาะ
การแต่งกายทั้งชายหญิง  ค่ะ 



ภาพนี้จะเห็นว่า  กะเหรี่ยงผู้ชาย มานุ่งเกงเกงแบบคนไทย ค่ะ 




กะเหรี่ยงคอยาว กลุ่ม ปาตอง  ค่ะ  

กะเหรี่ยง คอยาว  ถือเป็นจุดขายของการท่องเที่ยวของไทยกลุ่มหนึ่ง
เด็กสาวกะเหรี่ยงคอยาวหรือปาตอง  จะเข้าพิธีใส่ห่วง
ทองเหลือง เมื่ออายุประมาณ  5-9 ปี มีหมอผีประจำเผ่าเป็นผู้ใส่ให้
แต่เดิมจะใส่ได้เฉพาะหญิงที่เกิดในวันพุธตรงกับ
พุธที่เป็นวันเพ็ญเท่านั้น  ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงนิยมใส่กันทุกคน
เพราะถือว่าเป็นความสวยงามอย่างหนึ่งของหญิง
ชาวกะเหรี่ยง  แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ความ
นิยมลดน้อยลง  อีกอย่าง การใส่ห่วงเช่นนั้น ทำงาน
ไม่คล่องแคล้วว่องไว ความนิยมก็ลดน้อยลงไป ค่ะ  

ฉันขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากอินเทอร์เน็ตและหนังสือชาวเขาใน
ประเทศไทย  ของสายเมือง วิรยศิริ ค่ะ 
สวัสดี ค่ะ 




 



Create Date : 19 กรกฎาคม 2564
Last Update : 19 กรกฎาคม 2564 16:18:37 น.
Counter : 225 Pageviews.

22 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณSweet_pills, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณอุ้มสี, คุณmariabamboo, คุณเริงฤดีนะ

  
ผมเคยศึกษาเรื่องชนเป่าครับ
แต่ลืมไปหมดแล้ว 555
มาบล็อกอาจารย์วันนี้
เหมือนได้มาทบทวนความรู้เก่าอีกครั้ง

ผมชอบอ่านของปกาเกอะญอนะครับ
เขาเขียนหนังสือด้วย
ส่วนใหญ่เป็นแนวคิดในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความเคารพ
เพลงของปกาเกอะญอก็เพราะมากครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กรกฎาคม 2564 เวลา:20:17:24 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กรกฎาคม 2564 เวลา:5:47:48 น.
  
ขอบุคณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ขอให้อาจารย์ปลอดภัย
และมีสุขภาพที่แข็งแรงครับ

ผมทำใจได้ในระดับนึงครับ
พยายามไม่ดูข่าว
ไม่ดูสัมภาษณ์นกัการเมือง
ดูทีไรก็เศร้าใจและหงุดหงิดครับ

เชียงใหม่ก็ระบาดหนักเช่นกันครับในตอนนี้
ลำบากหนักทุกหย่อมหญ้าเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กรกฎาคม 2564 เวลา:12:05:23 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
ผมชอบใส่ชุดของกะเหรี่ยงเหมือนกันครับ สมัยเรียนป.ตรี เคยไปฝึกงานที่แม่สอด ซื้อเสื้อกะเหรี่ยงมาตัวนึง เอาไว้ใส่ตอนนอน เย็นสบายมากครับ ปรากฏว่าเพื่อนมานอนที่ห้อง เอาไปใส่หายไปเลยครับ เสียดายมาก
ย่ามผมก็มีครับ เพิ่งทราบจากบล็อกอาจารย์เหมือนกันครับ ว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วกระโปรงจะไม่เหมือนกับคนโสด 55
เผ่าปกาเกอะญอ เดี๋ยวนี้ออกสื่อเยอะเหมือนกันนะครับ เคยเห็นตามรายการประกวดร้องเพลงนะครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 20 กรกฎาคม 2564 เวลา:15:25:54 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:6:34:29 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์


"หนีร้อนมาพึ่งเย็น" หมายถึงหนีจากที่ที่ได้รับความเดือดร้อน
มาอยู่ในที่ที่สงบเย็นอย่างประเทศไทย
น่าประทับใจนะคะที่บ้านเราต้อนรับและให้ที่พักอาศัยมานาน
จนรู้สึกว่าชาวเขาไม่ใช่ใครที่แปลกแยกแต่เป็นพี่น้องชาวไทยเหมือนกับเราค่ะ

พูดถึงชาวเขาแล้วภาพเด็กๆที่มักยื่นดอกไม้ให้บริเวณโครงการหลวงก็ผุดขึ้นค่ะอาจารย์
เค้าจะชมเราก่อนจากนั้นก็ยื่นดอกไม้ให้แล้วบอกราคา
หรือสมัยก่อนมีกลุ่มเด็กบ้างผู้ใหญ่บ้างแต่งกายด้วยชุดชาวเขาสวยงาม
ตามรีสอร์ทที่พร้อมจะถ่ายรูปกับเรานะคะ
หรือชาวเขาที่ขายสินค้าพวกผ้าปักหรือเครื่องประดับที่ไนท์บาร์ซาร์
และภาพที่เด่นชัดคือชาวเขาที่ปลูกพืชผักบนดอยสูง

บทความจากอาจารย์ทำให้ได้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง
ทั้งการแต่งกาย บ้านเรือนและวิถีชีวิต
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ

ขอให้อาจารย์มีความสุขสดชื่นตลอดวันนี้นะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:7:20:54 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องชนเผ่าคะ..

ชุดสวย..คนก็สวยนะคะ..

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:10:03:56 น.
  
เขาเรียกชาวไๆทยภูเขาค่ะอาจารย์
เรียกชนกลุ่มน้อยมันจะดูเหินห่างนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:11:27:51 น.
  
ชนกลุ่มน้อยฟังดูเหมือนเหยียดเลยครับ ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ ผมว่าภาครัฐน่าจะเอาใจใส่คนเหล่านี้มากกว่านี้ครับ หลายๆ ครั้งคนเหล่านี้ก็ถูกโยนว่าเป็นต้นตอของปัญหาต่างๆ ทั้งที่ความจริงมันไม่เป็นแบบนั้น
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:56:05 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
ผมได้ยินมาบ่อย ได้อ่านหนังสือด้วยครับเกี่ยวกับ ร.9 ที่ทรงมีโครงการเปลี่ยนทุ่งฝิ่น ให้กลายเป้นโครงการพืชเมืองหวานแทน
ตอนนี้กลายเป็นของขึ้นชื่อของภาคเหนือ ของดอยไปเลย

พวกชนเผ่าผมชอบนะครับ เค้ามีวัฒนธรรมที่ดูโบราณ ๆ ดี
เรื่องผี เรื่องสาง เรืองการรักษาโรคต่างๆ ผมว่าน่าสนใจมากครับ
แล้วเค้าจะมี เหมือนหมอหมู่บ้านอ่ะครับ แต่เป็นทางผีบรรพบุรุษงีครับ ช่วยรักษาคนในหมู่บ้าน แบบไม่หวังเงินทอง ผมว่าเท่มากครับ ดูเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น

แค่อยากให้ชาวชนเผ่าได้สัญชาติที่ชัดเจนครับ เค้าจะได้เข้าถึงสวัสดิการ การรักษา ต่างๆ ของไทย มีสิทธิ์ได้เข้าโรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่ออนาคตของพวกเขาเอง

จากบล๊อก
เมื่อวานแวะไปโหวตอาจารย์ไว้ครับ เพราะเพิ่งฉีดวัคซีนมาแล้วซึมๆ ซึมแบบไม่รู้ตัวด้วยครับ
แค่รู้สึกไม่อยากทำอะไร แต่ไม่มีไข้ ไม่ปวดหัว ไม่ปวดตัว อะไรครับ
นี่ก็ยังเฝ้าระวัง7-14 วัน เรื่อง effect ที่จะตามมาว่าจะมีอะไรไหม
เอาจริงๆ กลัวเหมือนกันครับ แต่น่าเสี่ยงว่าติดโควิด ณ จุดจุดนี้ ครับอาจารย์

ผมฉีดเข็ม 2 วันที่ 10/08 เร็วมากเลยครับ
แต่ก็ดี จะได้รอเข็ม 3 mRNA ต่อได้เลย
แต่ตอนไปฉีดนี่เหมือนถูกลักพาตัวเลยครับ 5555555555
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:58:47 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

แสงสุดท้าย
คล้ายบรรยากาศในบ้านเมือง ณ วันนี้
เมื่อวานมีข่าวคนนอนตายกลางถนน
อ่านข่าวแล้วรู้สึกเศร้าใจมากๆเลยครับ
ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมาถึงจุดนี้ได้

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2564 เวลา:19:17:21 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กรกฎาคม 2564 เวลา:6:10:40 น.
  
ขอบคุณค่ะอาจารย์

โดย: หอมกร วันที่: 22 กรกฎาคม 2564 เวลา:13:52:00 น.
  
จากบล๊อก

สวัสดีครับอาจารย์
เอาจริงๆ ผมไม่ได้ดื่มจริงๆ จังๆ แบบในบล๊อกมาจะ 2 ปีแล้วครับ ตั้งแต่มีโควิดก็ไม่ได้ดื่มเลยครับ อย่างมากก็ดื่มเบียร์ที่บ้าน 2-3 กระป๋อง ซึ่งนานน๊านนนนน จะมีอารมณ์นั้นซักที 5555555
ใช่ครับอาจารย์ช่วงเป็นหอบเป็นภูมิแพ้ผมจะไม่ดื่มเลย เดี๋ยวพัง เว้นไปทำงาน ถ้า on duty ผมถึงไหนถึงกันเลยครับ ไม่เกรงใจภูมิแพ้ 55555

วันั้นสงสารแฟนครับ ที่หงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าทำไมต้องมารอ นอนให้สบายๆ ไปเลยดีกว่า แล้วมารู้สึกว่าเราผิดที่กลับช้าแล้วเค้าไม่ได้นอน เลยหงุดหงิดขึ้นมา บวกเมาด้วยเลยออกฤทธิ์ออกเดชปีนขึ้นโต๊ะ แต่ก็โดนหมอผีตีซะ ร่วงกลับไปนอนละครับ

วันนี้สดชื่นดีแล้วครับ สำหรับวัคซีน แต่ยังกลัวๆ ผลภายใน 7-14 วันอยู่เลยครับ ก็ยังเฝ้าระวังอยู่ตลอดครับ นี่กลัวจริงๆ แต่กลัวโควิดมากกว่าครับอาจารย์
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 22 กรกฎาคม 2564 เวลา:14:09:08 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ภาษากำเมืองที่ผมเขียน
เป็นภาษาที่ใช้ทั่วไป
ไม่มีคำยากๆครับ
ถ้าคนเมืองแต๊ๆ
เวลาเขียน เวลาพูด
ผมเองก็เข้าใจได้ไม่หมดครับอาจารย์ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กรกฎาคม 2564 เวลา:17:16:20 น.
  

โอวัลตินร้อนน่าเข้ากับพายมากๆค่ะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจนะคะ

อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 23 กรกฎาคม 2564 เวลา:0:00:23 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กรกฎาคม 2564 เวลา:5:30:36 น.
  
ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ
ได้ความรู้เพียบ
โดย: อุ้มสี วันที่: 23 กรกฎาคม 2564 เวลา:7:17:28 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เทวดาก็ยังทุกข์ใจได้
คงจะจริงอย่างที่อาจารย์เขียนไว้เลยครับ
ไม่รู้ว่าถ้าเลือกเกิดได้ใหม่
เทพ เทวดา นางฟ้า
จะอยากกลับมาเกิดเป็นคนอีกรึเปล่านะครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กรกฎาคม 2564 เวลา:11:02:30 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กรกฎาคม 2564 เวลา:7:35:09 น.
  
ตอนแรกจะไม่ส่งโจทย์นี้ครับ แต่พอได้อ่านคอมเม้นท์ของอาจารย์ที่บล็อกแกงส้มกวางตุ้งหมูสับก็เลยนึกขึ้นได้ว่าอยากร้องเพลงอะไรในช่วงนี่ครับ

ขอบพระคุณที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนโจทย์ตะพาบนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 กรกฎาคม 2564 เวลา:17:03:05 น.
  



ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ
มีประโยชน์จังค่ะ

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 กรกฎาคม 2564 เวลา:20:44:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments