กันยายน 2564

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เรื่องราวของ คำว่า "อัศวิน"
เรื่องราวของ คำว่า  "อัศวิน"

คำว่า "อัศวิน"  คิดว่า ทุกคนคงจะเคยได้ยินและมีความหมายไปในทาง
บวก  ให้ความรู้สึกว่า  คนนั้น ๆ ที่ได้รับสมญานามว่า
"อัศวิน" ต้องเป็นคนเก่ง โดยเฉพาะเก่งในเรื่องของการรบ  การมีคนเก่ง
มาช่วยเหลือในยามที่ขับขัน  เช่น ตอนที่เรากำลังตกอยู่
ในห้วงอันตราย อับจน  เข้าตาจน  แล้วก็มีคนเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
นั้น ๆ ให้ผ่านพ้นภัยไปได้ เรามักจะพูดว่า
  "อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย"   ที่กล่าวมาเป็นความรู้ทั่ว ๆ ไปที่ทุกคนรู้  แต่
คงมีไม่มากนักที่จะรู้ถึงความเป็นมาของคำว่า "อัศวิน" ว่า
 มันมีความเป็นมาอย่างไร ใช่ไหมคะ รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย  ห้าห้า   
 สาเหตุที่ฉันนำเรื่อง คำว่า "อัศวิน" มาเขียน  ก็เพราะช่วงนี้ไม่ได้ไป
เที่ยวไหนเลย  เพราะโควิดเป็นเหตุ  จึงมีเวลาอ่านหนังสือ
มากขึ้น  ฉันจัดตู้หนังสือ พบหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งซื้อไว้นานมากแล้ว ซื้อ
เพราะไปอบรมความรู้ทางภาษาไทย
ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ได้พบวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ท่าน
หนึ่ง ฟังเรื่องที่ท่านบรรยาย ท่านมีความรู้เกี่ยวกับวรรณคดี
สันสกฤตมาก มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าประกอบทำให้เกิดความรู้ ความเพลิดเพลิน  เป็นเรื่องที่เราสามารถนำไป
ประกอบการสอนได้เป็นอย่างดี  ท่านผู้นี้ คือ   ศาสตราจารย์
ดร.ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา

เป็นพระอาจารย์ของสมเด็จ  พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิย
ชาติ สยามบรมราชกุมารี 
(ได้รับการแต่งตั้ง เมื่อ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน)  ในการ
อบรมครั้งนั้น  ได้มีหนังสือของคณาจารย์หลายท่านวางขาย
ด้วย  ฉันก็ได้ซื้อหนังสือที่ อาจารย์ศักดิ์ศรีเขียนด้วย น่าจะ 2-3 เล่ม
เล่มที่มีเรื่องราวของ "อัศวิน"  อยู่ด้วย  คือ  "ศักดิ์ศรีนิพนธ์"  ค่ะ 
 นอกจากอ่านจากหนังสือของอาจารย์ศักดิ์ศรี แล้ว ฉันยังได้ค้นคว้า
เพิ่มเติมจากในกูเกิลเพิ่มเติมประกอบอีกด้วย 



หนังสือที่ฉันซื้อมาและมีเรื่องราวของ "อัศวิน"  ด้วยค่ะ 

จากการอ่านทั้งในหนังสือของอาจารย์ศักดิ์ศรีและข้อมูลจอินเทอร์เน็ต
  ฉันสรุปไว้สองประเด็น ค่ะ  คือ 
ประเด็นที่1เป็น"อัศวิน" ในเรื่องของคนจริง ๆ เป็นเรื่องทางฝั่งตะวันตก 
         ประเด็นที่ 2 เป็น "อัศวิน" ในฐานะความเป็น "เทพ"
เป็นเรื่องทางฝั่งตะวันออก โดยอ้างอิงเรื่องราวของ "อัศวิน" จากตำรา
พระเวทต่าง ๆ ในศาสนาพราหมณ์ 

 ประเด็นที่1 นั้น  "อัศวิน" เป็นเรื่องของคนเก่ง ค่ะ ลักษณะเด่น คือ เป็น
นักรบ ผู้อุทิศตน มีหน้าที่คุ้มครองผู้ที่มีอำนาจหรือคุ้มครองสตรี
เป็นวีรบุรุษในการต่อสู้ในสงคราม ตลอดจนในการประลองฝีมือ สร้าง
ชื่อเสียงเกียรติยศจนมีตำแหน่ง "อัศวิน" และมี
คุณความดีต่อราชวงศ์และบ้านเมือง แต่ก็ใช่ว่า"อัศวิน"จะมีอยู่ในยุโรป
ตะวันตก เพราะตั้งแต่สมัยกรีกก็มี"อัศวิน"อยู่
เหมือนกันโดยโซลอน (Solon) กำหนดว่า นักรบกรีกที่จะมีตำแหน่งสูง
ถึงขั้น"อัศวิน" จะต้องเป็นบุคคลชั้นที่ 2 ตามกฎหมายของเอเธนส์
ในยุคของโรมัน "อัศวิน"คือ ผู้เก่งกาจทางการรบบนหลังม้า และแม้จะ
ไม่ใช่นักรบ หากแต่เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ
ของบ้านเมืองได้ ก็เป็น"อัศวิน"ได้เช่นกัน บรรดา"อัศวิน"ผู้สวมเกราะเหล็ก  มือถือโล่และอาวุธ ตระเวนดูแลดินแดน
ที่ตนรับผิดชอบจากกษัตริย์หรือขุนนางที่เป็นนายของ"อัศวิน" ต้อง
ตระเวนอยู่บนหลังม้า ใช้ชีวิตอยู่กับการต่อสู้ไปจนตาย
นอกจาก"อัศวิน"บางคนที่เก่งกาจ และมีอำนาจมากก็สร้างปราสาทเป็น
ที่อยู่ขึ้น ซึ่งปราสาทจะใหญ่หรือเล็กก็แล้วแต่อำนาจวาสนา
ของ"อัศวิน" นั้น ๆ แล้วก็มิใช่สร้างเอาไว้อยู่
เท่านั้น บรรดาปราสาทนั้น ๆ ยังใช้เป็นที่มั่นของ"อัศวิน"เมื่อยามถูก
รุกรานด้วย ตำแหน่ง "อัศวิน"  สามารถสืบทอดกันด้วย
คือ จะส่งลูกชาย  ที่อายุเลย 7 ขวบ จะถูกส่งตัวไปเป็นผู้รับใช้และฝึกงานอยู่ในปราสาทของ"อัศวิน" มีบางคน
ที่อาจถูกส่งจากปราสาทใหญ่ไปยังปราสาทที่ห่างไกลอันเป็นที่อยู่ของ

"อัศวิน"เป็นครั้งคราว เพื่อฝึกให้เป็นผู้เก่งกาจในการสู้รบ
ขี่ม้า ยิงธนู และฟันดาบครั้นอายุได้ 14 คราวนี้ก็จะต้องฝึกอาวุธที่ทำด้วยไม้ไปก่อน จนชำนาญจึงเปลี่ยนเป็นอาวุธ
หอกหรือดาบเหล็กแถมพกด้วยลูกตุ้มหนามมีโซ่ร้อย จากนั้นก็จะต้อง
ฝึกอาวุธสำคัญคือ ไม้ด้ามยาวถึง 10 ฟิต 
มีปลายหุ้มเหล็ก แหลนศึกหรืออาวุธยาวนี้ถือเป็นอาวุธสำคัญชนิดหนึ่ง
ซึ่งจะต้องถือพลางควบม้าเข้าไปแทงเป้าให้ถูก
เป้านั้นเป็นวงกลม 2 ชั้น ถ้าแทงแม่นถูกกึ่งกลางก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่
ถ้าแทงพลาดไปถูกวงกลมนอกที่มิใช่จุดหมาย กลไกที่เป้า
ก็จะเหวี่ยงลูกตุ้มหนามเหล็กที่มีโซ่ร้อยออกมาตีผู้แทง หลบไม่ทันก็
บาดเจ็บเป็นการสอนว่าถ้าแทงศัตรูไม่ตาย
ศัตรูก็จะทำอันตรายตอบแทนดังนั้น หนุ่มอนาคตอยากจะเป็น"อัศวิน"
จะต้องฝึกให้แม่น หลบให้คล่อง เพราะการต่อสู้ชนิดนี้นั้น
คือการต่อสู้ที่จะทำให้ตนก้าวไปสู่ความเป็น"อัศวิน"และนอกจากจะฝึกการรบสารพัดแล้ว ในยามไม่ได้ฝึกก็จะต้องทำหน้าที่
รับใช้ "อัศวิน"ในปราสาทนั้นไปด้วยอยากเป็นผู้กล้าแถวหน้าก็ต้องหัด
เป็นคนทำงานสารพัดก่อน 



การแต่งกายของอัศวินทางซึกโลกตะวันตก  ค่ะ



การสู้รบบนหลังม้าของเหล่าอัศวินแต่ละเมืองเพื่อป้องกันดินแดน
ของตนเอง

ประเด็นที่ 2 "อัศวิน" ในความหมายของความเป็น "เทพเจ้า"  ตามตำราทางพระเวทต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้หลายพระเวทใน 
หนังสือของ อาจารย์ศักดิ์ศรี  อธิบายไว้ว่า  คำว่า "อัศวิน" ตามรูปศัพท์
แปลว่า"ผู้มีม้า"  เป็นเทพฝาแฝดของอินเดีย 
ในสมัยพระเวท มีบทสวดสรรเสริญอยู่ในคัมภีร์ฤคเวทและบทสวดอื่น ๆ อีกหลายพระเวท  จึงนับว่า  เทพ "อัศวิน"เป็นเทพที่ยิ่งใหญ่
เป็นอันดับที่ 4 รองลงมาจากพระอินทร์ พระอัคคี และ โสมะ และคำว่า
  "อัศวิน" มาใช้ในเวลาต่อมาในความหมาย "นักรบผู้ขี่ม้า"
 สมัยหนึ่งในประเทศไทยเราก็เคยใช้ศัพท์คำว่า "อัศวิน" เป็นคำยกย่อง
ตำรวจผู้มีฝีมือทางการแราบปรามผู้ร้าย
  บางคนก็ได้รับยกย่องเป็นพิเศษกว่า"อัศวิน"อื่น  เรียกว่า "อัศวินแหวน
เพชร"และเป็น"อัศวิน"ที่ไม่เคยขี่ม้าเลย ซึ่งไม่ตรง
กับความหมายของคำว่า "อัศวิน" ตามรูปศัพท์ที่แปลว่า  "ผู้มีฝีมือรบบน
หลังม้า" เท่านั้น  คำว่า  "อัศวะ" แปลว่า "ม้า" 
ทุกคนก็แปลได้อยู่แล้ว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า  เทพอัศวิน  ต้องมี
อะไรเกี่ยวกับ ม้า  และด้วยเหตุนี้ จึงมีการปั้นรูป เขียนรูป
เทพ"อัศวิน"เป็นรูปครึ่งม้าครึ่งคนคือ มีหัวเป็นรูปหัวม้าส่วนตัวเป็น
เทวดา ซึ่ง "อัศวิน" ที่กล่าวถึงในคัมภีร์ ฤคเวท นั้น
ไม่เคยขี่ม้าเลย ไม่ได้เป็นเจ้าเหนือม้า ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับม้า
เลย  คัมภีร์พระเวทได้กล่าวถึง ลักษณะของพระอัศวิน ว่า
 พระ"อัศวิน"เป็นเทพรูปร่างงดงามยิ่งนัก  หนุ่มกว่าเทพเจ้าทั้งมวล 
 ทรงสังวาลดอกบัว มีกายเป็นสีทองเปล่งปลั่ง
 มีสติปัญญาเลิศล้ำ  แข็งแรงมีเดชานุภาพ มีรูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง 
ความคิดฉับไว
             
พระ"อัศวิน " เป็นโอรสของฟ้า บางตำราก็ว่า เป็นโอรสของพระอาทิตย์
พระมารดา คือ สรัณยู   โอราของ พระ"อัศวิน" คือ  ปูษัน
เป็นเทพที่มีลักษณะเหมือนพระอาทิตย์องค์หนึ่งราชรถของ"พระอัศวิน"
มีสามล้อ เป็นสีทองสุกใส  มีแสงกระจายไป
นับพันราวกับแสงพระอาทิตย์ สายบังเหียนก็เป็นทอง รถทรงนั้น
บรรทุกน้ำผึ้ง ซึ่งโปรดเสวยน้ำผึ้งมาก
  จึงได้พระนามอีกพระนามหนึ่งว่า" มธุปา" รถทรงของพระ"อัศวิน"
เทียมด้วยนกแก้วเป็นพาหนะพารถทรงแล่นเร็ว
ปานความความคิดสามารถแล่นไปทั้งฟ้าและแผ่นดินโลกภายในวันเดียว นอกจากนี้ พระอัศวินยังเป็นแพทย์สวรรค์ 
ท่องเที่ยวไปรักษาโรคและบำบัดทุกข์ภัยต่าง ๆ ในโลกมนุษย์ด้วย
  พระอัศวินเป็นเทพที่มีชื่อเสียงในเรื่องการให้ความช่วยเหลือ
แก่ผู้ที่เดือดร้อน หรือ ตกอยู่ในอันตราย 
ในคัมภีร์ของอินเดียวได้กล่าวถึงเรื่องการช่วยเหลือของพระอัศวินไว้
มากมายและมีผู้ที่บูชาพระ"อัศวิน" มากมายเช่นกัน  
  ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวของ "อัศวิน"  ตามคัมภีร์ในพระเวทต่าง ๆ  ของ
อินเดีย ค่ะ เราจะเห็นว่า  "อัศวิน" ของทางยุโรปกับทางเอเซีย
มีที่มาต่างกัน แต่จุดหมายปลายทางเดียวกัน คือ  "อัศวิน"เป็นผู้ที่
ช่วยเหลือคน เป็นฮี่โร่ เป็นคนมีความสามารถ  นั่นเอง ค่ะ


ความเข้าใจที่คิดว่า "อัศวิน"ต้องเกี่ยวกับม้า จึงสร้างรูปเทพ"อัศวิน"
ฝาแฝดให้มีเศียรเป็นหัวม้า ค่ะ 



ภาพของเทพฝาแฝด "อัศวิน"  (ภาพจากอินเทอร์เน็ต) 


ฉันหวังว่า  เรื่อง "อัศวิน"  ที่ฉันค้นคว้านำมาเขียนในบล็อกนี้  คงจะให้
ความรู้ ความบันเทิงแก่ผู้อ่านได้บ้าง พอสมควร นะคะ 
        สวัสดี ค่ะ   (ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจากอินเทอร์เน็ตและ
ขอบคุณ อาจารย์ศักดิ์ศรี  แย้มนัดดา ผู้เขียน หนังสือศักดิ์ศรีนิพนธ์ )





 



Create Date : 11 กันยายน 2564
Last Update : 11 กันยายน 2564 13:25:46 น.
Counter : 674 Pageviews.

47 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณกะว่าก๋า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณเริงฤดีนะ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณ**mp5**, คุณเนินน้ำ, คุณkae+aoe, คุณmariabamboo, คุณดาวริมทะเล, คุณอุ้มสี, คุณSertPhoto, คุณThe Kop Civil

  
ถ้าเอ่ยถึงคำนี้ภาพที่มีขึ้นมาในใจก่อนจะเป็น นักรบทางตะวันตกสวมชุดเกราะขี่ม้า

ถ้าเป็นในเชิงอุปมา เช่นมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ความเป็นจริงเราจะหวังพึ่งพาอัศวิน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะมีจริงหรือไม่มาช่วยไม่ได้หรอก ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กันยายน 2564 เวลา:14:25:55 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กันยายน 2564 เวลา:16:13:24 น.
  
พอเห็นคำว่า อัศวิน ผมจะนึกถึงนักรบฝรั่งที่สวมชุดเกราะหนักๆก่อนเลยครับ

แต่พออ่านบล็อกอาจารย์
ผมมีความรู้สึกว่าอัศวินนัั้นมีความคล้ายกับ กุนซือ ในตะวันออกด้วย
คือ รบเก่งก็ได้ วางแผนก็ดี เป็นที่ปรึกษาก็ยอดเยี่ยมครับ

ส่วนอัศวินในความหมายของอินเดีย
เป็นความรู้ใหม่จริง ๆ
เพิ่งรู้ในวันนี้เลยครับ





เชียงใหม่โควิดยังระบาดเป็นระยะ ๆ เลยครับอาจารย์
ก่อนมาอาจจะต้องตรวงสอบข้อมูลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กันยายน 2564 เวลา:18:42:45 น.
  
คำว่า "อัศวิน" ต้องนึกถึงหนังของฝรั่งเลยค่ะครูสุวิมล แล้วต้องขี่ม้าขาวอีกต่างหาก แต่ถ้าตอนนี้
Shopee สั่งซื้อได้ค่ะ
เครื่องใช้ในบ้าน
อุปกรณ์ซักรีดและผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน
ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 11 กันยายน 2564 เวลา:20:24:42 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
หนังสือเล่มนี้ดูปกคลาสสิกมากเลยครับ ผมนึกถึงห้องสมุดที่โรงเรียนสมัยมัธยมเลยครับ
พอพูดถึงอัศวิน ผมนึกถึงชุดเกราะที่มีเหล็กหุ้ม พร้อมออกรบเหมือนกันครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 11 กันยายน 2564 เวลา:22:00:44 น.
  

สวัสดียามเช้าครับแาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:7:00:31 น.
  
ตอนนี้บ้านเมืองเราต้องการอัศวินมากค่ะอาจารย์
แต่ที่เห็นอยู่ในหน้าข่าวทุกวันนี่ห่างไกลมากเลย

โดย: หอมกร วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:7:36:48 น.
  
ขอบพระคุณสำหรับอาหารสมอง
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

โดยปกติ..พูดขึ้นอัศวิน
จะนึกถึง..สามทการเสือ
ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส
ไม่ก็ อัศวินโต๊ะกลม
ของพระเจ้าอาร์เธอร์แห่งอาณาจักรอังกฤษ


ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:11:31:08 น.
  
คอมเม้นท์ของอาจารย์

ทำให้ผมนึกถึงประโยคที่ว่า
มีดอยู่ในมือหมอ
ก็ช่วยชีวิตคนไข้
แต่ถ้าอยู่ในมือโจร
มันก็เอาไว้ทำร้ายคนได้จริงๆครับ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:11:45:11 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ได้ความรู้เรื่องอัศวินมากขึ้นจากที่เคยรู้จักแค่อัศวินโต๊ะกลม
จากบล็อก
รูป พ.ศ. 2535 วัยรุ่นอายุ 34 ค่ะ
หนูตุ๊ก
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:21:23:22 น.
  
น่าสนใจครับ ที่มาของคำที่เพิ่งมีมาในยุคหลังๆ
อย่างอัศวิน ที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีในไทยโบราณเนี่ย

แต่เพิ่งรู้ว่ามีความหมายฝั่งตะวันออกในพระเวทด้วย
เคยไปเดินในเกาะโร้ดที่กรีซ เที่ยวปราสาท Grand Master บรรยากาศพาย้อนกลับไปยุคอัศวินมากครับ
เกราะเหล็กทั้งตัว แต่ก็ยังฟันเข้ายิงเข้าตามข้อต่อ บ้างก็โดนค้อนโดนลูกตุ้มเหล็ก
ของไทยโบราณไพร่ที่เกณฑ์ไปรบนี่คือแทบไม่มีเกราะอะไรให้เลย วัดก็แจกยันต์แจกตะกรุดเพิ่มความเหนียวกันไป
ดีจริงๆที่เราไม่ต้องเกิดในยุคสงครามแบบนั้น

เพิ่งรู้ที่มาของคำว่าอัศวิน คือผู้มีม้า (อัศว) นี่เอง แต่เทพอัศวิน ไม่ได้ขี่ม้า ..หะ?
ลองหาข้อมูลดู เทพอัศวินกำเนิดจากพระอาทิตย์กับนางสรันยา ขณะทั้งคู่แปลงร่างเป็นม้า
เกือบทุกที่บรรยายว่าเป็นฝาแฝดที่มีศีรษะเป็นม้า ชื่อ นาสัตยอัศวิน-ทัศรอัศวิน
และขับรถม้านำหน้ารถม้าของพระอาทิตย์ เกี่ยวกับม้าเยอะอยู่นะครับ
โดย: ชีริว วันที่: 12 กันยายน 2564 เวลา:21:58:57 น.
  
ส่งกำลังใจให้อาจารย์ก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ต๋ามาใหม่ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:0:40:29 น.
  

สวัสดีค่ะอจ.

ได้ความรู้กับคำว่า อัศวิน มากมายค่ะ

โดย: newyorknurse วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:3:17:57 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:7:05:11 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
วันนี้นำภาพตอนอายุ 37 มาอวด
พร้อมกับเพลงภาพถ่ายและความทรงจำอีกเพลงค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:16:48:06 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาดูหนังด้วยกันครับอาจารย์ ผมข้ามไปบล็อกนึงเหรอ เดี๋ยวขอย้อนอดีตไปดูแป๊บ~

คำว่าเสน่ห์นี่ผมเขียนเมื่อไหร่ผิดเมื่อนั้นเลยครับ สงสัยต้องให้คัดส่ง 100 จบ
โดย: ชีริว วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:21:09:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ดับกิเลสจนหมดสิ้น
คงต้องบอกว่ายากจริงๆครับ
กว่าคนเราจะรู้ทันกิลเสที่เกิดขึ้นกับจิตของตน
ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กันยายน 2564 เวลา:22:00:33 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

อัศวินในความหมายทางฝั่งตะวันตกทั้งเก่งและแข็งแกร่งนะคะ
ส่วนเทพอัศวินที่รูปร่างงดงามทางฝั่งตะวันออกแม้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับม้า
แต่ก็เป็นแพทย์สวรรค์ที่รักษาโรคและบำบัดทุกข์ภัยต่างๆในโลกมนุษย์
นับว่าทั้งสองประเด็นล้วนเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามที่ช่วยเหลือ
และปกป้องบุคคลอื่น

ขอบคุณอาจารย์มากนะคะที่ให้ความรู้เกียวกับเรื่องอัศวิน
พร้อมภาพประกอบสวยๆ

อาจารย์นอนหลับฝันดีนะคะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะสำหรับกำลังใจที่บล็อกต๋า

โดย: Sweet_pills วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:0:46:22 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:5:52:59 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเชื่อเรื่องกรรมมากเป็นพิเศษเลยครับ
เพราะในวัยเด็กเคยชอบรังแกสัตว์
แล้วสิ่งที่ผมทำกับเค้าไว้
ก็สนองตอบคืนมาแบบเดียวกัน
ผมเลยรู้ซึ้งว่า กรรมใด ใครก่อ กรรมนั้น ตามสนอง
เป็นจริงเช่นนั้นเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:18:24:20 น.
  
ขอบคุณนะครับอาจารย์ ที่โหวดให้ผม

มาจากบล๊อก 111 รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชัยนาท

นายแว่นขยันเที่ยว
โดย: นายแว่นขยันเที่ยว วันที่: 14 กันยายน 2564 เวลา:23:41:42 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:6:13:26 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:8:47:46 น.
  
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ได้รู้ความหมายของอัศวินเพิ่มขึ้นค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:10:11:12 น.
  

ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน
อ้ศวินขี่ม้าท่ามกลางสายฝนนี่
คงเหนื่อย
อละถ้ามีฟ้าคะนองด้วย
คง..จะอยู่ในภาวะยากลำบาก..นะคะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะอจ.สุวิมล
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:12:20:53 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์

เป็นความรู้ใหม่เลยครับว่า มีเทพอัศวินด้วย ไม่เคยทราบเลยครับ
ทราบแต่ความหมายของนักรบมีฝีมือนั่นแหละครับ

ถ้าในความหมายแรก ผมมีอัศวินในดวงใจอยู่ นั่นก็คือ กาเวน กับ ลานเซลอต อัศวินโต๊ะกลมของกษัตริย์อาเธอร์ครับ ^^ สมัยที่อ่าน King Arthur and the Knight of the round table คือสนุกมาก เหมือนรามเกียรติ์ บ้านเราครับ นิยายจักรๆ วงศ์ ๆ อังกฤษ 55555

ตอนที่อ่านมาถึงเทพอัศวินว่ามีหัวเป็นม้า แว้บแรกผมนึกถึงเทพเจ้าอนูบิส เทพไอยคุปย์เลยครับ ที่เฝ้าหลุมศพ ผมคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ เลยไปเปิดดูว่า คุณสมบัติเหมือนกับเทอัศวินที่อาจารย์เล่ารึป่าว
ปรากฎว่า.......ผิดตั้งแต่เริ่ม เพราะอนูบิส เป็นหมา ไม่ใช่ ม้า - -'' เขินมากครับอาจารย์ เหมือนยกมือจะตอบแล้วอ่านโจทย์ผิด 555555

เมื่อก่อนตอนเด็ก มาก ๆ ผมชอบให้คุณพ่ออ่านเพทนิยายกรีกให้ฟังครับ เทพอะไรต่อเทพอะไรจำได้หมด ชอบมากๆ นิยายผัวๆ เมีย ๆตบจูบ สไตล์เทพเจ้าตะวันตก 555555 ตอนนี้ลืมหมดแล้วแต่ก็ยังชอบหาอ่านครับ ตอนนี้มาชอบ Norse mythology ติดมากจากเกมส์ God of war ครับ
จริงๆ เล่นเกมส์ก็มีประโยชน์นะครับเนี้ย ทำให้ผมมานั่งศึกษาว่าเทพอะไรเป้นเทพอะไร เคยเป็นใคร แต่สับสนมากครับ นิยายตบจูบของไวกิ้งแท้ๆ
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:15:31:45 น.
  
ปล. นั่งๆ อยู่นึกได้ครับ
ว่าเทพที่เป็นม้า มีอีกคนนึงคือ Gamigin ตามตำนาน 72 ปีศาจแห่งโซโลมอน ซึ่งเป็นเทวทูตตกสวรรค์ไปอยู่นรก ทำหน้าที่เรียกวิญญาณตายมาเพื่อกล่าวขานคำพิพากษา และตอบคำถามซัมมอนเนอร์ได้ เค้าจะอยู่ในไพ่ทาโร่ Five of Pentacles ซึ่งเค้าจะอยู่ประจำราศีเมษ ครับ ^^
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:16:46:23 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมมองว่าการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
นั่นเป็นบรมสุขอย่างแท้จริงเลยครับ
ถ้าหากสวรรค์ นรกมีจริง
คนที่อยู่ในนั้น
ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไป
การเวียนว่ายตายเกิด
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสุขทุกข์ไม่สิ้นสุดอยู่ดีครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:21:00:58 น.
  
สวัสดีค่ะคุณครู

อัศวิน ส่วนใหญ่จะนึกถึงนักรบที่สวมชุดเกราะ ถือโล่ห์กับดาบนะคะ
เพราะดูในหนังฝรั่งตอนเด็กๆค่ะ
แต่มาอ่านอัศวิน วันนี้ โหเป็นความรู้ใหม่จริงๆค่ะ โดยเฉพาะเทพอัศวินนี่ เพิ่งเคยได้ยินเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ

โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 15 กันยายน 2564 เวลา:23:05:07 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กันยายน 2564 เวลา:6:48:17 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้นำมาฝากกันค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 16 กันยายน 2564 เวลา:10:17:37 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

คำสอนของพระพุทธองค์เรื่องทางสายกลาง
กับคำสอนของมหายานเรื่องการพ้นไปจากความเป็นคู่
เป็นคำสอนที่ผมชอบมากๆเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กันยายน 2564 เวลา:12:46:15 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กันยายน 2564 เวลา:6:41:04 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
มองเห็น เข้าใจ หลุดพ้น

วันนี้ผมมัวแต่ทำความสะอาดบ้านครับ
กว่าจะเปิดคอมก็บ่ายสองกว่าเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กันยายน 2564 เวลา:14:24:35 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 กันยายน 2564 เวลา:15:34:41 น.
  
เข้าใจนำมาแชร์นะคะครู
โดย: อุ้มสี วันที่: 17 กันยายน 2564 เวลา:23:15:13 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กันยายน 2564 เวลา:6:58:49 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาธรรมะใหม่ๆ
อาแปะย้ำผมมากๆเลยครับ
ว่าให้ดูจิต
ผมก็งงว่าจะไปดูที่ไหน ดูยังไง 555
ใช้เวลาหลายปีมากครับ
กว่าจะเรียนรู้ว่า จิต ก็คือ ความคิด ของเรานั่นเอง
ความคิดสั่งแบบไหน เราก็ทำแบบนั้น
การกระทำหรือกรรมก็เกิดขึ้นตรงความคิดหรือจิตนั่นเอง

แต่ผมไม่แน่ใจนะครับ
ว่าที่วัดหรือศาสนจารย์ท่านอื่นจะสอนไว้อย่างไรบ้าง
แต่อาแปะสอนธรรมะให้ผมเข้าใจได้มากขึ้นจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กันยายน 2564 เวลา:13:30:36 น.
  
แวะมาเยี่ยมวันเสาร์ครับ^^
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 กันยายน 2564 เวลา:17:11:08 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กันยายน 2564 เวลา:6:18:45 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
ผมนึกถึงในหนังที่มีนักรบใส่ชุดเกราะเหล็กเหมือนกันครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 19 กันยายน 2564 เวลา:11:36:47 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เมื่อก่อนตอนไปเมืองจีน
มักจะมีโปรแกรมแวะร้านชา
ผมชอบชาหลงจิ่งมากที่สุดเลยครับ
ชงด้วยน้ำจากลำธารในหมู่บ้าน
นอกจากหอมมากๆ
รสชาติชาก็ดีมากด้วยเช่นกันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กันยายน 2564 เวลา:17:11:00 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กันยายน 2564 เวลา:6:11:06 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะอาจารย์
อัศวิน นึกถึงชื่อพระเอกละครสมัยก่อนด้วยนะคะ ^__^
โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 กันยายน 2564 เวลา:9:27:24 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

หนึ่งอย่างที่ผมทำได้
คือ ผมหลับง่ายมากครับ
ลูกคุยอยู่
ผมก็หลับได้ 555
หรือภรรยาเปิดทีวีเสียงดัง
ถึงเวลาห้าทุ่มผมก็หลับได้เลยครับ

แต่ยังไม่ถึงขั้น
นิ่งสยบความเคลื่อนไหวครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กันยายน 2564 เวลา:18:56:46 น.
  
บ้านต๋าฝนกำลังตกค่ะ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:0:51:58 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:6:56:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments