กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
ไปเที่ยวเมืองน่านกัน ตอนที่ 5


  ไปเที่ยวเมืองน่านกัน  ตอนที่ 5 

การไปเที่ยวน่านครั้งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว ค่ะ วันนี้เป็นวันที่เที่ยววัด
หลาย ๆ วัด ซึ่งอยู่ในตัวเมือง  มีเที่ยวพิพิธภัณฑ์
และ โฮงเจ้าฟองคำ  ที่ไม่ใช่วัดเท่านั้นเอง  อิอิ  มาติดตามพวกเราไป
เที่ยวกันได้แล้วค่ะ  
วันนี้เราตื่นสายกันนิดหน่อย  ลงมาทานข้าวเช้าที่โรงแรมประมาณ โมง
ครึ่งน่าจะได้ อาหารมีไม่มากนัก รสชาติให้ 3 ดาว
หลังจากทานข้าวเช้าแล้ว  เราก็กลับห้องพักเข้าห้องน้ำอีกครั้ง  แล้ว
เตรียมขนกระเป๋าและสัมภาระทุกอย่างเพื่อเช็คเอาท์
ศิษย์เขยบังช่วยยกกระเป๋าไว้หลังรถเช่นเดิม  น่ารักเหมือนเดิมตลอด
ทริปนี้เลย ค่ะ   เช็คเอาท์เรียบร้อยพร้อมเดินทางค่ะ 
เป้าหมายแรกในการท่องเที่ยวเช้านี้คือ วัดพระธาตุเขาน้อย  ค่ะ ก่อนจะ
ไปชมรูปสวย ๆ งาม ๆ เรามาทราบประวัติสักเล็กน้อย ค่ะ 
วัดพระธาตุเขาน้อย  ตั้งอยู่ที่  ต. คู่ใต้  อ.เมือง จ. น่าน  เวลาเปิดให้
นักท่องเที่ยวเข้าชม คือ เวลา 6.00-18.00  น.
องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ
240 เมตร  สันนิษฐานว่า มีอายุรุ่นเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง
วัดพระธาตุเขาน้อย   พระมเหสีของพญาภูเบ็งเจ้าผู้ครองเมืองน่านเป็น
ผู้สร้าง  ประมาณศตวรรตที่ 20 มีการบูรณะครั้งใหญ่
ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชในปี พ.ศ. 2449-2454  โดยช่างพม่า
องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์  เป็นศิลปะพม่า
ผสมล้านนา  ภายในเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จึงทำให้
ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งชาวน่านและนักท่องเที่ยว
มาสักการบูชาอยู่เป็นประจำ
ที่นี่มีภูเขาเป็นฉากหลังที่โอบล้อมเมืองน่าน  ช่วงเช้าจะได้เห็นทะเล
หมอก  ที่นี่จึงมีโอกาสได้ชมวิวเมืองน่าน 360 องศา
ตรงจุดลานปูน  ซึ่งจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตม-
มงคลนันทบุรีศรีเมืองน่านประดิษฐานอยู่  เป็นปางประทานพร
ตั้งอยู่บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก
27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่ในหลวง รัชกาลที่ 9
มีพระชนมพรรษา 6 รอบ  5 ธันวาคม พ.ศ. 2542  ค่ะ  มาชมรูป ค่ะ 



บริเวณด้านล่าง  มีรูปสมเด็จพระนเรศวรด้วยค่ะ 


พระพุทธรูปพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่านประดิษฐาน
อยู่บนลานปูนกว้าง เป็นปางประทานพร ค่ะ 


มีขายตุงให้เราทำบุญ ตุงละ  99 บาท ค่ะ ทำบุญให้วัดค่ะ 


บนลานปูนกว้างนี้ จะมองเห็นทิวทัศน์เมืองน่านได้  360  องศา ค่ะ 


ซื้อตุงคนละอัน ค่ะ แล้วก็นำไปแขวนเป็นพุทธบูชา ค่ะ 


มีคนซื้อตุงมาแขวนมากมาย ค่ะ 


ได้เข้าไปในโบสถ์กราบพระ ค่ะ 

ก่อนกลับมีรถไอศกรีม คนละครึ่งขายด้วย  ศิษย์เขยบัง ก็ซื้อไอศกรีม
เลี้ยงด้วย  ครึ่งราคาก็เหลือเพียงถ้วยละ 10 บาท ค่ะ 

ออกจากวัดพระธาตุเขาน้อย  เราก็มุ่งไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่ง
ชาติน่าน  ซึ่งตั้งอยู่ในคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน (หอคำ)
ถนนผากอง   ต. ในเมือง อ.เมืองน่าน จ.น่าน สถานที่นี้  เดิมเป็นที่
ประทับของพญาสุริยพงษ์ผลิตเดช เจ้าผู้ครองน่าน
ทรงสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2446  เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น มีมุข
ด้านหน้า  หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน
32 ตารางวา   เมื่อสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองเมืองน่าน
องค์สุดท้ายถึงแก่พิราลัย  บุตรหลานของเจ้าผู้ครองน่าน
ได้มอบหอคำหลังนี้ พร้อมที่ดินให้แก่รัฐบาล  เพื่อใช้เป็น
อาคารศาลากลางจังหวัดน่าน  ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้าง
อาคารศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ขึ้น  กรมศิลปากร ได้ขอรับมอบ
อาคารหอคำนี้ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์
สถานแห่งชาติ น่าน  ในปี พ.ศ. 2517  ประกาศเป็นทางการปี  2528
มีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จมาเป็นองค์ประธาน
ในการประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2530
อาคารชั้นล่าง  ประกอบด้วยหน้ามุขใช้เป็นห้องจำหน่ายบัตร
เข้าชม  มีหนังสือประเภทวิชาการ  สินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก ส่วน
ห้องโถงใช้แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาติพันธุ์วิทยา
วิถีชีวิตของความเป็นอยู่ของชาวไทยพื้นเมืองภาคเหนือ ส่วนหลังของ
อาคาร  จัดแสดงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่และเครื่องใช้
ของชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด น่าน
อาคารชั้นบน ส่วนหน้ามุขเป็นห้องจัดนิทรรศการพิเศษ พื้นที่ส่วนกลาง
เป็นห้องโถงใหญ่  จัดแสดงเรื่องเกี่ยวกับภูมิศาสตร์
ของเมืองน่าน ส่วนด้านหลังมีจำนวน 6 ห้อง  ใช้จัดแสดงด้านโบราณ
คดี และประวัติศาสตร์ศิลปะของชาวน่าน  ตั้งแต่อดึต
ถึงปัจจุบัน  โบราณวัตถุที่สำคั เช่น  งาช้างดำ  หีบพระธรรมไม้แกะสลัก
ครุฑยุดนาถ  ศิลาจารึกหลักที่ 64  74
งาช้างดำ  มีลักษณะเป็นงาปลี  ยาว 97 เซนติเมตร วัดโดยรอบตรง
ส่วนที่ใหญ่ที่สุด เป็น 47 เซนต์ โพรงตรงโคนลึก 14 เซนต์
สีออกน้ำตาลเข้มไม่ดำสนิท  จารึกไว้ว่า "กิ่งน้ำหนักหนึ่งหมื่นห้าพัน"
หรือประมาณ  18 กิโลกรัม  ถือว่าเป็นวัตถุมงคลของน่าน
 เป็นของคู่บ้านคู่เมือง ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของน่าน  ตัวครุฑที่แบก
รับงาช้าง แกะสลักจากไม้สักทั้งท่อน โดยช่างสกุลน่าน
มีเรื่องเล่าว่า  เจ้าเมืองฝ่ายเหนือบางเมืองคิดแข็งข้อต่อราชวงศ์จักรี
เจ้าผู้ครองน่านในขณะนั้น  จึงสั่งให้ทำพระครุฑพ่าห์
ขึ้นมาแบกรับงาช้างดำวัตถุมงคลของชาวน่านเป็นการแสดงสัญลักษณ์
ให้เห็นว่า "นครน่านในยุคนั้ยังคงจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี
ไม่เสื่อมคลาย
ค่าธรรมเนียมค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
อายุ 60 ปี  นักเรียนในเครื่องแบบ นักบวชไม่เก็บค่าธรรมเนียม 
มาชมภาพของในพิพิธภัณฑ์  ค่ะ 





พระพุทธรูปและโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าในพิพิธภัณฑ์  ค่ะ 






ครุฑพ่าห์และงาช้างดำ ของล้ำค่าของชาวน่าน ค่ะ 




สมบัติล้ำค่าของชาวน่านในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ค่ะ 

จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน  ศิษย์เขยบัง ก็ขับรถไปเที่ยวที่วัด
ต่าง ๆ ตามทางที่เราผ่าน ค่ะ มาติดตามวัดต่าง ๆ ค่ะ 
วัดที่เราแวะไป  คือ วัดอรัญญวาส ค่ะ วัดนี้มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่
มากทีเดียว ค่ะ  ตั้งอยู่ที่ ต.ในเวียง  อ.น่าน จ. น่าน 
ตั้งเป็นวัดเมื่อ ปี 2380 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ปี 2503 เดิม
ชื่อ วัดป่า  สภาพของวัดเป็นเหมือนป่ากลางเมือง
มีพระครูพิทักษ์นันทคุณเป็นเจ้าอาวาส  วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน
เป็นที่ศึกษาธรรมะ ประชุมอบรมสัมมนา  ฝึกอาชีพ
เปิดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม  ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพรหมมงคลญาณ  (หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินธโร)
เป็นสถาบันจิตตานุภาพ สาขาที่  102 สอนเป็นรุ่น ๆ ติดต่อมานาน
6 ปี  ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ 100 ปี พระคุณนันทวุฒิ
สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ อดึตเจ้าอาวาส  ประดิษฐานพระพุทธรูป
ซึ่งสร้างขึ้นใหม่  แกะสลักจากไม้สักทอง  ไม้ขนุน
และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ  รวมทั้งพระพุทธรูปอายุหลายร้อยปีที่ตก
ทอดมา โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้พญางิ้ว
หรือไม้นิลคง  ซึ่งเป็นไม้หายาก  รวมทั้งตอไม้พญางิ้วดำที่กลายเป็น
หิน  ให้อนุชนรุ่งหลังได้ศึกษา  


พระพุทธรูปในโบสถ์วัดอรัญญาวาส 


พระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้พญางิ้วดำ 


ไม้พญางิ้วดำ กลายเป็นหิน ค่ะ 
ต่อไป มาชมวัดหัวข่วง  ค่ะ วัดนี้ตั้งอยู่ที่ถนนมหาพรหม  ต.ในเมือง
อ.เมืองน่าน  จ.น่าน  เป็นวัดที่มีความสำคัญในเขตหัวแหวน
เมืองน่าน  อยู่ติดกับหอคำหรือพิพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน คือ
อดีตคุ้มเจ้าเมืองน่าน  มีจิตรกรรมฝาผนังในพระวิหาร
มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลชาวเมืองน่าน มี
การบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2425 ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช
เจ้าเมืองน่าน และอีกครั้งหนึ่งในปี 2472 ในสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
เจ้าเมืองน่านองค์สุดท้าย
เจดีย์วัดหัวข่วง  เป็นเจดีย์ทรงปราสาทหรือทรงเรือนธาตุ ได้รับอิทธิ
พลศิลปะล้านนา  ประกอบด้วยส่วนฐาน  สร้างเป็นสีเหลี่ยม
ฐานปัทมะ ประดับด้วยลูกแก้วสองชั้น มีฐานไม้คั่นกลาง ฐานบัวลูกแก้ว
ชั้นบนย่อมุมรับกับเรือนธาตุไปจรดชั้นบัวถลาใต้องค์ระฆัง
ส่วนเรือนธาตุซุ้มจรน้ม ด้านละซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
สำริด  ประดับมุมด้วยรูปเทวดาทรงเครื่องยืนพนมมือ
เรือนธาตุเป็นชั้นบัวถลาซ้อนกันสามชั้น  ยอดขององค์เจดีย์เป็นทรง
ระฆังมีขนาดเล็ก ไม่มีบัลลังก์
หอธรรมวัดหัวข่วง  เป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฏกและคัมภีร์โบราณ
อายุตั้งแต่สมัยก่อสร้างวัด  (ความรู้จากวิกิพีเดีย)



หอธรรมและเจดีย์วัดหัวข่วง 


วัดนี้เราไม่ได้เข้าไปชมด้านใน ถ่ายรูปและชมบริเวณด้านนอก เนื่อง
จากเวลามีน้อย ค่ะ  อากาศร้อนมากด้วย ค่ะ 

ต่อไป เป็นวัดพระเกิด  ตั้งอยู่ที่วัดบ้านพระเกิด ต.ในเวียง อ.เมือง
จ.น่าน ห่างจากตัวเมือง 2 กิโลเมตร  วัดพระเกิด
เป็นวัดที่ 19 จากจำนวน 387 วัดของจังหวัดน่าน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370
ที่วัดพระเกิด มีพระประธานในวิหารที่มีพุทธสรีระขรึม ขลัง
เบื้องหลังมีช่องเจาะใส่พระองค์เล็ก ๆ ดูมีเอกลักษณ์ มีหอพระไตรปิฎก
ที่เป็นเรือนไม้ ฉลุลายขนมปังขิง  สวยงามมีมณฑป
ครูบาอินผ่อง วิสารโล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระเกิด  ผู้เป็นที่เคารพนับถือ
ของชาวน่าน  ต่อมามีการปรับปรุงกุฏิครูบาอินผ่อง
เป็นพิพิธภัณฑ์  เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด ท่านได้สะสมวัตถุ
โบราณมากมาย เพื่ออนุรักษฺไว้  เปิดอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่12 มิถุนายน  2554  สิ่งของในพิพิธภัณฑ์ส่วนหนึ่งเป็นของ
พระครูบาอินผ่อง  อีกส่วนหนึ่งเป็นของชุมชน
ยังมีห้องแสดงวิถีชีวิต ภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีเครื่องใช้พื้นบ้านต่าง ๆ เช่น
เรื่องจักรสาน งานไม้ไผ่ กระด้ง ครกไม้ เครื่องครัว
เขาสัตว์ เครื่องบดยา ฯลฯ  มีห้องรวบรวมพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่
เป็นจำนวนมาก  ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปไม้ปางต่าง  ๆ 
เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา  9.00-16.30 น. ใกล้กับวัดพระเกิด คือ 
โฮงเจ้าฟองคำ  ค่ะ ซึ่งเราจะไปเที่ยวต่อไป ค่ะ 







จากวัดพระเกิดแล้ว  เราไปชมโฮงเจ้าฟองคำ ต่อ เพราะอยู่ใกล้กันค่ะ

โฮงเจ้าฟองคำ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 8 ซอย 2 ถ.สุมนเทวราช ต.ในเมือง
จ. น่าน  เป็นเรือนไม้สักของเจ้าศรีตุมมา   เชื้อสาย
เจ้าผู้ครองเมืองนครน่าน  คำว่า  โฮง หมายถึง  ที่อยู่อาศัยของเจ้านาย
ล้านนาไทย  สร้างขึ้นประมาณ 100 ปีเศษ  ยกใต้ถุนสูง
แบ่งพื้นที่เป็นตัวเรือน 2 ชาน  เปิดโล่ง มีเรือนแฝดสองหลัง แบ่งเป็น
เรือนนอนและเรือนครัว  ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
ดีเด่นประเภทบ้านพักอาศัยในปี พ.ศ.  2555 จากสมาคมสถาปัตยกรรม
ปัจจุบัน  จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เปิดให้เข้าชม
ทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์ อังคาร เสียค่าบัตรคนละ 20 บาท ค่ะ 



โฮงเจ้าฟองคำ  ค่าบัตรเข้าชม 20 บาท ค่ะ 


ในโฮงนี้  มีการแสดงการทอผ้าพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงของเมืองน่าน
คือ  ผ้าลายน้ำไหลหยดน้ำ เอกลักษณ์เมืองน่าน ค่ะ 


ผ้าทอสวย ๆ  ที่จัดแสดงอยู่ที่ชั้นสอง ค่ะ 


บนเรือนชั้นสอง จัดแสดงเครื่องใช้ต่าง ๆ ของเจ้าของด้วย ค่ะ 


ชั้นล่าง  มีน้องคนที่นั่งอยู่ สาธิตการทอผ้าและร้องเพลงเล่าเรื่องราว
ความเป็นมาของเมืองน่านให้ฟังด้วยค่ะ  

วัดต่อไปที่เราไปชมความงาม  ก็คือ วัดน้ำล้อม  ค่ะ วัดนี้ ตั้งอยู่ที่ บ้าน
น้ำล้อมวรนคร  ต. ในเวียง  อ.น่าน จ. น่าน
สันนิษฐานว่า สร้างเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2300 เดิมตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ
มีน้ำล้อมรอบ  จึงได้ชื่อว่า วัดน้ำล้อม  ต่อมา ชาวบ้าน
ช่วยกันถมเกาะจนกลายเป็นพื้นดิน  ปี พ.ศ. 2434   เจ้ามหาพรหมสุร-
ธาดา  เจ้าผู้ครองนครน่าน เป็นองค์สุดท้าย ได้มาสร้าง
วิหารถาวรและบูรณศาสนสถานขี้นและมีการเฉลิมฉลองเมื่อ วันที่ 14
เมษายน 2434 ฉลอง 5 วัน 5 คน ค่ะ 
วัดนี้มีโครงการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านชุมชนบ้านน้ำล้อม
เช่น สอนทำบายศรี  แกะสลักพระพุทธรูปไม้ สอนฟ้อน  
ทำอาหารพื้นเมือง สอนตัดตุง  เป็นต้น 

ปัจจุบันมี พระครูโกศลนันทวิทย์ เป็นเจ้าอาวาส ค่ะ 



วัดน้ำล้อม  ค่ะ 


จากวัดน้ำล้อมแล้ว  ก็ต่อด้วยวัด สวนตาล  ค่ะ  วัดนี้ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง
อ.เมือง  จ. น่าน  ผู้สร้างวัดนี้ คือ พระนางปทุมมาวดี
พระชายาของ พญาภูเข็ง  เจ้าผู้ครองนครน่าน ราว พ.ศ. 1955 เป็นวัด
ที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองน่าน  ด้านทิศเหนืออยู่ในบริเวณ
สวนตาลหลวง  จึงเป็นที่มาของชื่อวัด  ภาพในวัดเป็นที่ประดิษฐาน
พระเจ้าทรงทิพย์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย
ผู้สร้างคือ  พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่  สร้างขึ้นในปี 1993  เพื่อ
แสดงถึงชัยชนะที่ทรงสามารถยึดเมืองน่านไว้ได้ 
ชาวน่านเคารพนับถือ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองน่าน
 เจดีย์วัดสวนตาล  องค์เดิมเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย  ต่อมา
พระเจ้าสุริยพงษ์ปริตเดชฯ เจ้าเมืองน่าน ได้โปรดให้
บูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2457  แก้ไขรูปทรงเป็นเจดีย์ยอดปรางค์อย่าง
ที่เห็นในปัจจุบัน  ค่ะ 


วัดสวนตาล 

จากวัดสวนตาลแล้ว  ก็ต่อด้วยวัดศรีพันต้น  เป็นวัดสุดท้ายของทริปนี้
และวันนี้แล้วค่ะ  วัดนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนเจ้าฟ้า ต. ในเวียง 
อ. เมืองน่าน จ. น่าน ผู้สร้างคือ พญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่ง
ราชวงศ์ภูคา  ชื่อว้ดตั้งตามชื่อผู้สร้าง ค่ะ 
วิหารของวัดศรีพันต้น  มีความสวยงามเป็นสง่า เป็นสีทองเหลืองอร่าม
มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม  พญานาคเจ็ดเศียรตั้งเด่น
เป็นสง่าเฝ้าบันไดหน้าวิหาร ดูมีชีวิตชีวาเหมือนมีชีวิต  ผู้ปั้น คือ 
นายอนุรักษ์  สมศักดิ์   ช่างชาวน่าน  ภายในวิหาร  เขียนภาพ
ลายเส้นเป็นพระราชประวัติและประวัติการเกิดเมืองน่าน  มีความ
สวยสดงดงามยิ่งนัก  ค่ะ มาชมภาพ ค่ะ 


วัดศรีพันต้น  พญานาคเจ็ดเศียรและวิหารสีทองเหลืองอร่ามงดงาม


ถ่ายกับชื่อวัดศรีพันต้นสักหน่อย ค่ะ 


พระพุทธรูปในวิหาร ค่ะ งดงามมาก ค่ะ 
หลังจากวัดศรีพันต้นนี้แล้ว  ก็เลยเวลาข้าวเที่ยงไปประมาณบ่ายสอง 
แดงอยากทานอาหารพื้นเมือง คือ พวกข้าวซอย
แต่ทุกคนอยากกินอาหาร ญี่ปุ่น  ตกลงก็เลยเลือกอาหารญี่ปุ่นร้านเก่า
ที่กินเมื่อคืนนี้นั่นเอง เพราะทุกคนคิดใจรสชาติของร้านนี้ ค่ะ 



อาหารมื้อสุดท้ายที่น่านค่ะ กินก่อนไปสนามบิน  เราต้องนำรถไปคืน
บริษัทที่เราเช่ามาประมาณบ่ายสามโมง  
เรารอเครื่องบินประมาณสองชั่วโมงได้ เพราะเครื่องออกประมาณ
เกือบห้าโมงเย็น ค่ะ ใช้เวลาบินประมาณชั่วโมงค่ะ 
พวกเราโต๋เต๋อยู่ที่สนามบิน ไม่นานนัก ก็ได้ขึ้นเครื่อง  ต้องเดินไปขึ้น
บันไดขึ้นเครื่องบิน ไม่มีหัวช้าง  เลยได้มาอีกรูปตอนไป
ขึ้นบันไดเครื่องบิน ค่ะ 


ฝีมือของศืษย์เขยบัง  ค่ะ เป็นรูปสุดท้ายของทริปนี้ นะคะ 

พวกเราขึ้นเครื่องแล้ว พักใหญ่มีอาหารมาให้ด้วยนะเนี่ย ปรกติแอร๋
เอเซียนี่ไม่เคยให้อาหารเลย ไม่รู้ว่าครั้งนี้แดงซื้ออาหาร
ด้วยหรือเปล่า แดงก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พวกเราไม่ได้กินเอากลับบ้าน
เพราะยังอิ่มอาหารญี่ปุ่นอยู่เลย ค่ะ 

เครื่องมาถึงดอนเมือง ประมาณเกือบทุ่ม มั้ง ฉันเหลือบัตรรถลีมูซีน
1 ใบ เลยใช้ให้หมด  เพราะจะหมดอายุเดือน ธ.ค.
ส่วนแดง มอม และศิษย์เขยบังก็คงแยกไปขึ้นแท็กซึ่กลับบ้าน 

ทริปเที่ยวน่านครั้งนี้ ก็สนุกสนานได้ไปน่านตามที่เคยอยากไปนานแล้ว
มีความสุข ได้เห็นทะเลหมอก ได้เที่ยววัดทำบุญ
วัดทางเหนือ  คือ น่านมีความสวยงาม  ทริปนี้ จึงอิ่มสุข อิ่มใจ และ
อิ่มบุญ ค่ะ หวังว่า ผู้อ่าน  เพื่อนชาวบล็อกคงได้รับ
ความสนุกสนานกับทริปน่าน เช่นกัน นะคะ  สวัสดี ค่ะ 











   


 















 



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2564 22:49:36 น.
Counter : 650 Pageviews.

45 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSweet_pills, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณKavanich96, คุณ**mp5**, คุณทนายอ้วน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณร่มไม้เย็น, คุณnewyorknurse, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณSai Eeuu, คุณzungzaa, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณtuk-tuk@korat, คุณคนผ่านทางมาเจอ

  
กราบพระค่ะอาจารย์
วิวมุมสูงจากวัดพระธาตุเขาน้อยดูกว้างไกลสบายตาจังค่ะ

จากวัดอาจารย์พาชมโบราณวัตถุทรงคุณค่าในพิพิธภัณฑ์
และกราบพระที่วัดอรัญญาวาส ต่อด้วยวัดหัวข่วงแม้ชมภายนอกก็งดงามมากค่ะ
จากนั้นไปวัดพระเกิดและพาชมผัาทอสวยๆที่โฮงเจ้าฟองคำ
ต่อด้วยวัดน้ำล้อม สำหรับวัดสวนตาลกับวัดตาลล้อมคือวัดเดียวกันใช่มั๊ยคะ
และปิดทริปด้วยวัดศรีพันต้น

ต๋าขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยนะคะ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่พาเที่ยวน่านจนถึงบล็อกนี้
ได้ความรู้และเพลิดเพลินมากค่ะ

ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:30:31 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับ

ตามอาจารย์เที่ยวน่านต่อเป็นตอนที่ 5
น่านเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงาม
มีวัดสวยๆเยอะมาก
แต่ละวัดที่อาจารย์ไปเที่ยว
ก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป
น่าสนใจมากๆ

โหวตครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:58:12 น.
  
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog
แวะมาตามอาจารย์ไปเที่ยวค่ะ
แต่ว่าบางรูปก็ไม่ค่อยชัดนะคะอาจารย์

โดย: หอมกร วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:10:16 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล...

รอให้อาจารย์เขียนเรื่องเมืองน่านให้จบก่อน..

แล้วอ้อมแอ้มจะเขียนไปเที่ยวเมืองน่านบ้างคะ..

สถานที่คล้ายๆกัน..

แต่ของอ้อมแอ้มจะสมบุกสมบันกว่า...อิอิ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:26:49 น.
  
ตอนที่ไปเที่ยวน่าน น้ำปิงติดใจพี่คนที่สาธิตการทอผ้าที่โฮงเจ้าฟองคำมากครับ นั่งฟังพี่เค้าอธิบายจนจบเลย น้ำปิงบอกสนุกมากๆ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:02:52 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมตามอ่านงานเขียนของเฮียโน้ส อุดม
มาตั้งแต่พี่เขาเริ่มทำงานในนิตยสารไปยาลใหญ่เลยครับ
จากเด็กฝ่ายศิลป์ผันตัวมาเป็นนีกเขียน
เป็นนักแสดง และเป็นนักพูด

พี่เขามีความสามารถหลากหลายมากๆครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:13:08 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:09:32 น.
  
ตามมาเที่ยวน่านตอนที่ 5 ด้วยคนครับอาจารย์ เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยวอีกหลาย ๆ ครั้งเลยครับ
ผมตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวสะปัน ที่อาจารย์ฺมารีวิวไว้ แต่ยังไม่มีโอกาสเลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:06:56 น.
  
ตามมาเที่ยวน่านต่อแล้วครับ
พระธาตุเขาน้อย มุมที่ถ่ายจากองค์พระลงมาที่เมืองน่านเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมเลยครับ
วัดแถบนี้ศิลปะพม่ามีอิทธิพลเยอะเลย พระองค์ขาวปางแดงกันหมด
ดีจังครับรอบนี้ได้เข้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ตอนผมไปกำลังปรับปรุงหลายโซนเลย เที่ยวชมได้หน่อยเดียว
วัดอรัญญาวาส วัดพระเกิด วัดน้ำล้อม ไม่เคยไปครับ
วัดหัวข่วงด้านในมีองค์พระประธานที่นั่งเบี่ยงซ้าย เพื่อหลบพระประธานวัดภูมินทร์ไม่ให้หันชนกัน เป็นการแก้เคล็ดของชุมชนครับ
โฮงเจ้าฟองคำนี่ก็ไม่เคยไป น่าสนใจครับ เรือนไทยอายุ 100 ปี หลายที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วได้รับความนิยมจกนักท่องเที่ยวมากขึ้นๆ
วัดสวนตาลอยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองพอสมควร แต่ต้องไปครับ มีพระคู่บ้านคู่เมืองน่านอยู่
วัดศรีพันต้นก็งดงามทองอร่ามมากครับ สมัยก่อนฝั่งตรงข้ามมีร้านขนมชื่อดัง ชื่อร้านของหวานป้านิ่ม แต่เขาย้ายไปแล้วมั้ง
โดย: ชีริว วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:41:32 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:46:13 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:17:15 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์
โดย: The Kop Civil วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:14:03 น.
  
ชอบวัดหัวข่วงมากที่สุดครับ พระประธานแปลกดีครับ เยื้องไปข้างๆเล็กน้อย ไม่ได้อยู่ตรงกลางเหมือนวัดอื่นๆ พระเจดีย์ก็สวย หอไตรก็งาม
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:24:35 น.
  
เที่ยวเป็นหมู่คณะแบบนี้ เช่ารถขับนี่คุ้มมากเลยค่ะ อาจารย์
โดย: Sai Eeuu วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:48:24 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อ.อุดากรผมเคยอ่านครับ
แต่น่าจะได้อ่านแคต่เล่มเดียว คือ ตึกกรอสส์
เป็นเรื่องสั้นที่โด่งดังมากๆเลยครับ

คุณวราภรณ์ เตี่ยมังกรพันธ์ุ ไม่ใช่คุณยัน จันครับอาจารย์
คุณยัน จันเป็นผู้ชายครับ
เข้าใจว่า ชื่อ งาน น่าจะเป็นชื่อเดียวกัน
คือ คุกความคิดครับ

งานเขียนของคุณยัน จัน
มักจะสอดแทรกธรรมะไว้เสมอๆเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:02:53 น.
  
ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจค่ะ

ต๋ามาดึก อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:30:50 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

ชื่อของคุณยัน จัน
ชื่อจริงผมก็ไม่ทราบครับ
ประวัติของท่านมีน้อยมากจริงๆ
หลายปีก่อนลูกสาวของคุณยัน จัน
เคยมาเม้นท์ในบล็อกผมด้วยครับ
บอกว่านี่คือผลงานของคุณพ่อเค้า
แต่เพราะไม่มีล็อกอิน
ผมจึงตามไปพูดคุยด้วยไม่ได้น่ะครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:39:23 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมตามอ่านนิตยสารออนไลน์ฉบับนี้ทุกเล่มเลยครับ
ผมชอบรูปเล่ม และ เรื่องราวเนือ้หาที่เค้าเลือกมาด้วยครับ
น่าสนใจทุกฉบับเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:45:14 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:16:55 น.
  
มาตามไปเที่ยวต่อค่ะ
เคยไปแต่ไม่เคยบันทึกไว้เช่นนี้
อ่านไปเพลินๆ เหมือนได้ไปเองอีกครั้ง
ขอบคุณนะคะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:36:44 น.
  
สวัสดีตอนเย็นๆวันจันทร์ครับ มาชวนไปเที่ยว - วัดป่าสัก เชียงแสน เชียงราย ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:55:05 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมอ่านจนครบทุกเล่มแล้วครับอาจารย์
แต่ค่อยๆรีวิวไปเรื่อยๆ
เพราะมีประโยคที่ชอบหลายประโยคเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:19:31 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:50:38 น.
  
สวัสดีตอนมืดๆวันอังคารครับ


ขอบพระคุณสำหรับกำลังให้บล็อก - วัดป่าสัก เชียงแสน เชียงราย นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:52:15 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เวลาผมเจอเพื่อนๆสมัยเรียน
ก็คุยกันแต่เรื่องเก่าๆครับ
เพื่อนยังแซวกันเลย
ว่าตอนนี้เจอกัน
ถามแต่ป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่ก็ฌป็นโรคฮิตสำหรับชายวัยกลางคนทั้งสิ้น
เช่น ความดัน เบาหวาน ครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:46:48 น.
  
สวัสดีค่ะ อจ.
มาชมบรรยากาศด้วยค่ะ
ได้เที่ยวกันสนุกสนาน อาหารก็อร่อย ดีนะคะ
โดย: newyorknurse วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:15:31 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:56:13 น.
  
สวัสดีตอนค่ำๆวันพุธครับ

ชวนไปอร่อยที่ร้าน ลูกไก่ เขาใหญ่ ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:46:02 น.
  
เคยไปน่านเมือ่สามปีที่แล้ว

ชอบเมืองน่านมากๆ
เงียบสงบ วัดสวยๆเยอะด้วยค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:03:01 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ภาวะผู้นำ
ไม่ใช่แค่มีตำแหน่งใหญ่โต
ผมว่ามันต้องมาจากข้างในจิตใจของเขาเลยนะครับ
อย่างสัญญา
บอกว่าจะทำอะไร
ก็ต้องทำให้ได้
ไม่ใช่สัญญาไว้
แล้วก็ทำไม่ได้เลย
เป็นสัญญาลมลวง
แถมทำไม่สำเร็จ
แล้วก็ไม่อยมลงจากตำแหน่งด้วย 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:27:11 น.
  
แอพ camica ผมยังไม่เคยใช้เลยครับ ถึงคนไปเรียนจะเป็นรุ่นเก่าแตค่ก็ทันสมัยนะครับเนี่ย

สมุทรสาครไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ครูพานักเรียนมาตามรอยพันท้ายนรสิงห์+เที่ยวตลาดก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับ

สมัยผมเรียนเคยไปแค่พระพุทธบาทสระบุรีโน่นเลย กว่าจะกลับถึงบ้านก็หมดเรี่ยวหมดแรง
โดย: ชีริว วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:28:50 น.
  
ทริปน่าน เขียนบันทึกได้หลายตอนมาก

สงสัยเป็นทริปที่ประทับใจมากแน่ๆค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:38:19 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:39:58 น.
  
สวัสดีตอนมืดๆวันพฤหัสครับ

ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ร้านลูกไก่ เขาใหญ่ ด้วยนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:47:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ปกติผมไม่ค่อยดูประกวดนางงาม
ไม่ค่อยสนใจนางงาม
แต่เว้นคุณอารียาไว้คนนึงครับ
ผมตามอ่านหนังสือ ตามดูบทสัมภาษณ์ของเธอตลอดครับ
ชอบความคิดของเธอมากๆเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:56:08 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:27:12 น.
  
สวัสดีตอนกลางวันวันศุกร์กับอากาศแสนจะโหดร้าย

มาชวนไปชิม - ซุปด้วยรัก ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:13:05 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ได้เที่ยวครบถ้วนเมืองน่านเลยค่ะ

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 มีนาคม 2564 เวลา:12:16:09 น.
  
น่าน ต้องไปสักครั้ง..อิอิ
โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 21 มีนาคม 2564 เวลา:14:25:49 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

การเลี้ยงลูกเต็มไปด้วยการเรียนรู้เลยครับอาจารย์
ผมคิดว่าคงไม่ต่างจกาตอนที่อาจารย์เป็นครู
ลูกศิษย์แต่ละคนก็มากันต่างนิสัยใจคอ
จะสอนจะอบรมก็ไม่ง่ายเลยนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มีนาคม 2564 เวลา:19:32:35 น.
  
ตามมาเที่ยวเมืองน่านด้วยค่ะ
ไปรอบเดียวยังไม่ทั่วเลย
วัดวา ศิลปะวัฒนธรรมงดงามๆ
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 21 มีนาคม 2564 เวลา:20:10:06 น.
  
ขอบพระคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจนะคะ

หากเปลี่ยนเป็นเนื้อปูต้องอร่อยอย่างไม่มีข้อสงสัยเลยค่ะ อิอิ


โดย: Sweet_pills วันที่: 22 มีนาคม 2564 เวลา:0:19:47 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มีนาคม 2564 เวลา:6:01:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

การยอมรับความจริง
จะช่วยให้เราผ่านทุกปัญหาไปได้จริงๆครับ
และการยอมรับจะเกิดขึ้นได้
ก็ต่อเมื่อเข้าใจความจริงก่อน

ซึ่งผมคิดว่า
การเข้าใจความจริงก็ไม่ง่ายเลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มีนาคม 2564 เวลา:23:13:11 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 มีนาคม 2564 เวลา:6:12:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments