มิถุนายน 2562

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
เราไปเที่ยวเวียดนามกลางกัน นะ (ตอนที่ 2 )
เราไปเที่ยวเวียดนามกลางกัน นะ  (ตอนที่ 2 )

บล็อกที่แล้ว  ฉันได้พาเที่ยวเวียดนามกลางไปแล้วในวันที่ 12-13 พ.ค.
ก็จะเหลือเวลาเที่ยวอีก 2 วัน คือ วันที่ 14-15 ค่ะ 
วันที่ 14 ฉันกับอ้น  ตื่นแต่เช้า หวังว่าจะไปถ่ายรูปที่สะพานมือ ซ่อมรูป
เมื่อวานตอนเย็น  ซึ่งถ่ายรูปช่วงฝนตกปรอย ๆ 
ภาพไม่สวยไม่คม  แต่ปรากฏว่า  ประตูที่จะขึ้นไปชมสะพานมือ ยังไม่
เปิด  แต่ก็ไม่เป็นไร  เพราะสถานที่ต่าง ๆ ด้านล่าง
เรายังไม่ได้ถ่ายรูปเลย  ช่วงนี้  มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปอยู่บริเวณนี้
เริ่มมีมากขึ้น  แย่งมุมถ่ายรูปกันเสียแล้ว
มาชมรูปที่พวกเราผลัดกันถ่าย ค่ะ 


บริเวณที่พักของโรงแรมที่พักเมื่อคืนนี้ ค่ะ 


น่าจะเป็นโบสถ์ที่สร้างตามสไตล์ฝรั่งเศส ค่ะ 


มุมนี้ คนมาถ่ายรูปมากเหมือนกัน  


มุมนี้  อ้น เซลฟี่กัน ค่ะ 


บริเวณนี้ น่าจะเรียกว่า หมู่บ้านฝรั่งเศส  ค่ะ 


ดอกไม้สวย ๆ เก็บตกจากเมื่อวานอีกชุดหนึ่ง ค่ะ 


มุมที่มีมือสองด้านของประตู  อ้นบอกว่า ในรีวิวคนชอบมาถ่ายรูปที่มุม
นี้มาก  อ้นตามหามือสองข้างนี้จนเจอและได้ถ่ายรูป



รูปนี้  ขอให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงสะพานมือถ่ายให้ ค่ะ 


ตอนนี้ สะพานมือเปิดให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปได้แล้ว  เช้านี้แดดจัด
ดีมาก  คนก็ไม่มากเหมือนเมื่อเย็นนี้  ค่ะ 



รูปนี้ หลายคนชมว่า  โพสต์ท่าเหมือนนางแบบ  ห้าห้า   เปล่าหรอก
ลมแรง กลัวหมวกปลิวหาย ค่ะ 


รูปทั้งหมดที่นำมาแสดงนี้  เป็นรูปที่พวกเราตื่นแต่เช้า เพื่อมาเก็บรูป
ต่อจากเมื่อเย็นวานซึ่งมาถึงที่นี่ ก็บ่ายสี่กว่าแล้ว
แถม ฝนก็ตกปรอย ๆ บริเวณแถวนั้นก็เฉอะแฉะ  เดินลำบาก เพราะกลัว
ลื่นหกล้มกัน  ได้เวลาทานข้าวมื้อเช้าแล้ว
วันนี้ อาหารก็เหมือนมื้อเช้าของโรงแรมทั่ว ๆ ไป ค่ะ  ทานเสร็จขึ้น
ห้องพัก  เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยลงมารอชั้นล่าง
ตามนัด คือ  9.00 น. ปรากฎว่า  มีน้องคนหนึ่งเท้าพลิก  พอดีฉันมีสเปร์
ที่ เก๋ ซื้อมาให้จาก ร.พ.ศิริราช เลยให้แกใช้
ปรากฏว่า  โกกิ ไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ของที่ ร.ร. ที่นี่ก็ดีนะ  เขาตามหมอ
มาดูอาการให้เลย มีการปะคบเย็นด้วยน้ำแข็ง
แล้วพันผ้าให้ด้วย เพื่อให้เท้าอยู่กับที่  เวลาเดินจะได้ไม่เจ็บมาก
พวกเราทุกคนมีประกันชีวิต ตอนที่มาเที่ยวเวียดนาม 

เมื่อถึงเวลา  พวกเราก็ต้องไปรอคิว เพื่อนั่งกระเช้า เพื่อลงไปยังพื้น
ล่าง  ซึ่งกระเช้าคนละสายกับที่เราขึ้นไปที่สะพานมือ ค่ะ 

ลงมายังพื้นล่างแล้ว  รถก็มารับพวกเราไปเที่ยวต่อ  สถานที่เที่ยวที่แรก
ของวันนี้ ก็คือ ไกด์ แทน  พาไปช้อปปิ้งที่แหล่งช้อป
เป็นตลาดที่ขายของมากมายเหมือน ตลาด ดงบา  แต่ไม่รู้ว่าที่ตลาดนี้
ชื่อว่าอะไร  ถ่ายชื่อมาให้ดู อ่านภาษาเวียดนามไม่ออก
ของที่ขายมีมากจริง ๆ  ฉันกับอ้น เดินหาซื้อ  หมูยอของเวียดนามที่เขา
ว่า มันอร่อย จนมาเจอร้านที่เขาขายก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม
ราคา ไม่ถูกหรอกนะ  ซื้อมาสองแบบ  แบบที่รสดั้งเดิม ราคา 2 แสน
ดอง  อีกแบบรสธรรมดา เหมือนของไทย
ราคา 150000  ดอง   สองคนซื้อมาอย่างละอัน  เสียไปคนละ
สามแสนห้าหมื่นดอง  จากนั้นก็เดินชมตลาด
ซึ่งมีขายแทบทุกอย่าง  ของสด  ของฝาก ขนม  ของที่ระลึกมากมาย
ฉันซื้อมะม่วงอบแห้ง 1 กิโล ต่อได้ แสนห้าหมื่นดอง

แพงเหมือนกันนะ  มาชมตลาดกันค่ะ  


บรรยากาศในตลาดแห่งนี้  ค่ะ

เขาให้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงมั้ง  เดินไปขึ้นรถไกลมากทั้งขาไปและ
ขากลับ  แดด ตอนนี้ร้อนมาก ๆ ด้วย ค่ะ 
กลับจากเดินช้อปแล้ว  ก็ถึงอาหารกลางวัน  ค่ะ



เดินทางต่อไปชมหมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน  แต่ไม่เห็นมีมแกะสลักให้
ชมเลย  พาพวกเราเข้าร้านขายสิ่งที่แกะสลักด้วยหินอ่อน 
ในร้านไม่ให้ถ่ายรูปด้วย  ฉันออกมาแอบถ่ายหินอ่อนที่แกะสลักชิ้น
ใหญ่ ๆ ที่ตั้งอยู่ด้านนอกร้านที่ขายของ

หมู่บ้านหินอ่อนอยู่ทางทิศใต้ของเมืองดานัง  บริเวณหมู่บ้านนี้มีภูเขา
หินอ่อน  ที่ประกอบด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ 5 ลูก
ชาวเวียดนามเรียกภูเขานี้ว่า   ภูเขาแห่งธาตุทั้ง 5   แต่เดิมที่นี่เคยเป็น
เกาะ 5 เกาะ   เวลาผ่านไปเนิ่นนานมากเข้า
ทำให้ภูเขาเกาะเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่  


รูปแกะสลักที่อยู่นอกร้าน ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่า  ห้ามถ่าย อิอิ

จากที่หมู่บ้านหินอ่อนแล้ว  ก็เดินทางไปสู่เมืองฮอยอัน  ซึ่งเมืองนี้เป็น
เมืองมรกดกโลก เป็นเมืองทางวัฒนธรรม 
ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ. 2542 เสน่ห์ของ
เมืองฮอยอันอยู่ที่ บ้านโบราณอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี  มีหลังคาทรง
กระดองปูแบบเฉพาะของเมืองฮอยอัน

เมืองฮอยอัน ห่างจากเมืองท่าดานังไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ
30  กิโลเมตร  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ทูโบน
ห่างจากชายฝั่งทะเลเข้ามาตอนในระยะทางไม่กี่กิโลเมตร เมือง
ฮอยอัน เคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต
ในสมัยการปกครองของขุนนาง เหวียน  แต่ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเมืองท่า
เมืองท่าไปอยู่ที่เมือง  ดานัง  เมืองฮอยอัน
ยังคงความงดงามและเก่าแก่และมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นสืบทอดมา
ถึงปัจจุบัน  จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเมืองฮอยอันอย่างมากมาย
ที่เมืองโบราณนี้  ต้องซื้อบัตรเข้ามาชมเมืองเก่าบริเวณหัวถนน ตรันฝู
ชมได้ 5 สถานที่ภายใน 1 วัน เราอาจจะเดินเที่ยว
หรือ เช่าจักรยาน  หรือ นั่งสามล้อชมเมือง ก็ได้ ค่ะ  
ไกด์แทน ก็ให้เดินตามและอธิบายไปถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่จะไปชม
ลูกทัวร์ไม่ค่อยสนใจนัก  เพราะสองข้างทาง มีร้านค้า
มากมาย ให้ตื่นตาตื่นใจในการแวะซื้อ  แวะชม  อิอิ  


ไกด์แทนเดินอธิบาย  ที่เห็นเป็นถนนสายยาวมาก สองฝั่งของถนน
จะมีร้านค้าขายของมากมาย ค่ะ 



มาชมบ้านโบราณ ซึ่งแสดงศิลปวัฒนธรรมของชนชาวจีนที่สืบทอด
มาหลายชั่วอายุคน  ค่ะ 



รูปเจ้าของบ้านรุ่นแรก  ค่ะ




สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านโบราณซึ่งเจ้าของบ้านเปิดให้ชม ค่ะ 


มุมนี้  มีเฟื่องฟ้า สวยมาก เป็นมุมที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากมาย

ภาพนี้ อยู่บนสะพานญี่ปุ่น ค่ะ ถ่ายตอนขากลับคนไม่เยอะถึงได้รูป

สะพานญี่ปุ่น  1 ในไฮไลท์ที่มาฮอยอันต้องมาเที่ยวที่นี่ค่ะ  สะพานนี้
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  สะพานแห่งไมตรี  สมัยก่อน
มีเพียงคลองกั้นแบ่งเขต  ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นชุมชนของชาวญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นเป็นคนสร้างสะพานข้ามคลองมา
จึงทำให้มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ก่อสร้าง
เมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว  มีลักษณะเป็นรูปทรงโค้ง
ของสะพานและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและสีเหลืองเป็นคลื่น ตรง
กลางสะพานมีเจดีย์ทรงจตุรัส สร้างอุทิศให้แก่
ตั๊กเดและตันหวู  ก่อนเดินข้ามสะพาน  ด้านซ้ายมือ มีรูปปั้นสุนัขกำลัง
นั่ง  และเมื่อข้ามไปแล้วก็จะเจอกับลิงอีกตัว 


รูปลิง ค่ะ 


ก่อนจะจากสะพานญี่ปุ่นนี้ไป  ถ่ายรูปหมู่กัน ค่ะ 

จากที่นี่แล้ว  ไกด์ แทน ก็พาพวกเราไปนั่งเรือกระด้ง  ไฮไลท์อีกที่หนึ่ง
ของเวียดนามกลาง ค่ะ  ถือเป็นเอกลักษณ์
อีกอย่างหนึ่งของชาวเมืองฮอยอัน  เป็นการได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตของ
ชาวเวียดนาม  ค่ะ  มาชมภาพ ค่ะ  


ลงเรือ ลำละ 2 คนค่ะ  ลงเรือแล้ว  คนที่ต้องพายเรือให้เรา ให้เรา
ใส่เสิ้อ ชูชีพ  มีแจกของที่ระลึก คือ แหวนสานด้วย
ใบจาก น่ารักมาก ค่ะ 
 


ที่เห็นที่นิ้วและมือ  คือของที่ระลึกที่คนพายเรือมอบให้ ค่ะ 


ให้พวกเราใส่หมวกของชาวเวียดนาม ด้วย 


รูปนี้ เป็นรูปของ โกกิ  ไกด์ไทยเรา ค่ะ 


นี่เป็นการแสดงโชว์ของคนพายเรือกระด้งอย่างผาดโผน  โดยมีเสียง
เพลงประกอบท่าพาย  ท่าเต้น อย่างสนุกสนาน
แล้วพวกเราเป็นคนดู   มีการให้รางวัลแก่คนแสดงด้วยค่ะ ส่วนใหญ่
ก็ให้แบงค์ 20  บาท  ฉันก็ให้ไป 20  บาท เหมือนกัน



คนนี้ก็เป็นคนแสดงร้องเพลงโชว์ลีลาเต้นบนเรือกระด้ง  ด้วยลีลา
สนุกสนานอย่างเต็มที่เช่นกัน ค่ะ 




รูปนี้ ถ่ายตอนที่เรานั่งเรือกระด้งประมาณ 1 ชั่วโมง  สนุกสนานมากค่ะ 
ทุกคนต้องให้ค่าทิปคนพายเรือ ไม่น้อยกว่า 50 บาทต่อคนค่ะ 
รูปนี้ เดินออกมาจากท่าน้ำแล้ว  เห็นสัญลักษณ์ป้ายชื่อ
ฮอยอัน  พวกเราก็ไปถ่ายกับป้ายชื่อ ค่ะ 


ออกจากที่นี่  ก็ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น ค่ะ มื้อนี้ กินกุ้งมังกร นะ มาดู
รูปมังกร  แล้วก็ขำ  มี 1 ตัว แบ่งกันกินเป็น10 คน ห้าห้า
คนละ  1 คำ  ตลกมากเลย เนาะ 


นี่ค่ะ กุ้งมังกร  1  ตัว ค่ะ 


ร้านที่เรามาทานอาหารมื้อเย็นค่ะ 

ที่เที่ยวแหล่งสุดท้ายของวันนี้  หลังจากที่ทานข้าวมื้อเสร็จแล้ว ไกด์
แทนก็พาไปชมสะพานมังกร ยามค่ำคืน
เป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของเมืองดานังในโอกาสครบรอบ 38 ปีที่เมือง
ดานังได้รับอิสรภาพ  เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว
จะต้องแวะมาชมความสวยงาม  แล้วยังมี คาร์ฟดราก้อนใกล้กับสะพาน
มังกร  เป็นสัตว์ในตำนานที่พ่นน้ำจากปาก
คล้ายกับเมอร์ไลอ้อนของประเทศสิงคโปร์  เป็นอนุสาวรีย์คอยต้อนรับ
นักท่องเที่ยวของเมือง ดานัง  ความหมายของ
คาร์ฟดราก้อน คือ ขอให้ชาวเวียดนาม หมั่นศึกษาหาความรู้มาประดับ
ตน  เพื่อที่เมื่อเติบใหญ่แล้ว เรียนสูงขึ้น
ก็จะกลายร่างเป็นมังกรมาช่วยเหลือประเทศชาติ  (เป็นความเชื่อที่
ดีนะ  ประชาชนจะได้หมั่นศึกษาหาความรู้)


รูปคาร์ฟดราก้อน  เราทำท่า เอามือที่รองน้ำพ่นออกมา 


รูปที่ถ่ายมาจะไม่สวย เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน  และเขาก็ให้เวลา
น่าจะ 15  นาที  แล้วก็พาเราไปพักที่โรงแรม
ถึงห้องพัก ก็ลงมาอีกครั้งเพื่อจ่ายเงินและรับของที่ ไกด์แทนนำมาขาย
ฉันซื้อลูกบัวอบแห้ง 2 ถุง ถุงละ ตกเงินไทย 200  บาท
ไม่ถูกเลย แต่ตอนเขาให้ชิม  รสชาติอร่อยดี  และซื้อข้าวเกรียบเวียด
นาม  อีก 7 กล่อง กล่องละคิดเป็นเงินไทย 75 บาท
ซื้อมาฝากเพื่อนบ้าน  ฝากหมอ  และฝากเพื่อน ๆ ที่เรียนภาษาจีนด้วย
เงินหมดเกลี้ยงเลย  จ่ายทิป โกกิ คนละ 100  บาท
ไกด์ แทน  บังคับตามข้อตกลงของทัวร์ คนละ 600  บาท เกลี้ยง
กระเป๋าเลยเรา  อิอิ  มาชมห้องพักคืนสุดท้าย ค่ะ 


ห้องนี้เขามีให้เตียงถึง 3  เตียง  เป็นเตียงเสริม  ค่ะ เลยใช้เป็นที่วาง
กระเป๋า วางสมบัติที่จะต้องจัดให้เสร็จเพราะต้อง
กลับบ้านแล้ว จัดกระเป๋าแตกลูกออกมาเป็น 3 ใบ ขึ้นเครื่อง 2 ใบ



ถ่ายรูปหน้าโรงแรมที่พักเมื่อคืนก่อนเดินไปที่ชายหาด ค่ะ

วันที่ 15  พ.ค.  เป็นวันสุดท้ายที่จะไปเที่ยวกัน  รถนัดเวลาออก 9 โมง
เช้า  แต่ อ้นอยากไปเดินชายทะเล ซึ่งโรงแรมนี้
ไม่ไกลจากที่พักนัก  ฉันไปเป็นเพื่อนเขา เลยต้องตื่นแต่เช้า  ออกจาก
โรงแรมประมาณ 6  โมงกว่า  โห! เดินไกล
มากทีเดียว  บรรยากาศทะเลตอนเช้า  ทะเลสงบ มีคนน้อย  แต่หาด
ทรายที่จะเดินไปที่ทะเล มันไกลเหมือนกัน
ฉันไม่อยากย่ำทรายลงไปเดินและย่ำน้ำทะเล  ยายอ้น จึงลงไปลุย
น้ำทะเลคนเดียว ฉันก็ยืนอยู่ด้านบน รอเขา
เซลฟี่ ตัวเอง  หรือถ้ามีใครเดินผ่านเขา เขาก็ไปขอให้คนนั้นถ่ายรูป
ให้เขา หลายท่า นะ ไม่ใช่ท่าเดียว เก่งจริง ๆ 
ฉันยืนรอจนขาเมื่อย  ตะโกนเรียกเขา ให้กลับโรงแรมได้แล้ว เพราะ
ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ากันเลย  7.30 น. แล้ว 
เกินเวลาที่เขาขอไว้ครึ่งชั่วโมง  แต่เขาก็ไม่ขึ้นมา  ความเกรงใจของ
เขาไม่มีเลยจริง ๆ ฉันตะโกนบอกว่า รีบขึ้นมานะ
ฉันจะเดินล่วงหน้าไปก่อน  ฉันก็เดินไปตามทางที่ตอนเช้าเดินมานั่น
แหละ  เดินช้า ๆ คอยเดี๋ยวหลังมองว่าเขาจะเดิน
ตามหลังฉันมาหรือเปล่า  ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเขาเลย  ฉันเดินไปถึง
ทางแยก ชักงง ว่าจะเลี้ยวไปทางไหน  เฮ้อ! 
ลองเดินไปเรื่อย ๆ ชื่อโรงแรมฉันก็จำไม่ได้  เดินไปถึงโรงแรมชื่อ
ออคิต  ลองกดรหัสไวไฟดู ก็ใช้ได้
จึงโทรเข้ามือถือของ โกกิ ถามทางเขา  เขาก็อธิบาย  แต่ฉันก็เดิน
จนขาเมื่อย  ก็ไม่เห็นเจอ  ถามชาวเวียดนาม
ที่อยู่บริเวณนั้น ๆ  ก็คุยกันรู้เรื่องบ้าง  บอกเขาว่าขอต่อไวไฟหน่อย
เขาก็พาไป หาคนขายของที่ดูแลแถวนั้น 
เขาก็ต่อไวไฟให้เครื่องฉันไม่ได้  เอาละซี  ฉันจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
มองไปทางที่เดินมาจากชายหาด ก็ไม่เห็นยายอ้นเลย
เวลาก็แปดโมงกว่าจะครึ่งแล้ว  เลยคิดจะเดินไปทางโรงแรมออคิตที่
เคยเชื่อมไวไฟได้  กำลังจะกดรหัสเหมือนเมื่อครู่นี้
ก็ได้ยินเสียงโกกิ ตะโกน ว่า อาจารย์ ผมอยู่นี่  เขาตะโกนอยู่อีกฟาก
หนึ่งของถนน  ใจค่อยชื้นขึ้น แต่ก็ไม่ได้ตระหนกตกใจ
มากนัก  เพราะไกด์ก็จะต้องออกมาตามหาฉันแน่นอน  ปรากฏยายอ้น
กลับโรงแรมแล้ว  ไปกินข้าวสบายใจเฉิบ
ไม่ได้สนใจเลยว่า ฉันหายไปไหน  ไม่ได้แจ้งโกกิด้วย  ฉันรู้สึกเสีย
ความรู้สึกอย่างมาก เดินบ่นมากับโกกิ
เหนื่อยก็เหนื่อยมาก เหงื่อไหลเสื้อเปียกไปหมด  โกกิ ก็ปลอบใจ ให้
ใจเย็น ๆ  แล้วก็ซื้อน้ำโค้กให้ฉัน จะจ่ายเงินเขา
เขาก็ไม่เอา  ได้น้ำดื่ม ค่อยหายเหนื่อย  มาถึงโรงแรม  ข้าวเช้าเขาก็
กินกันเสร็จ กับข้าวแทบไม่เหลืออะไร 
พนักงานเลยทอดไข่ดาวให้ฉันกิน  เข็ดจนตาย  กินเสร็จก็ขึ้นห้องไป
เจอ ยายอ้น กำลังลากกระเป๋าเขาจะลงไปข้างล่าง
ฉันไม่พูดด้วยสักคำ  เขาก็ทำหน้าเจื่อน ๆ  ฉันเข้าห้องน้ำ จัดกระเป๋า
อีกเล็กน้อย แล้วก็รีบลากกระเป๋าลงไปชั้นล่าง
เขาก็ไม่ได้รอฉันนะ  ลงไปข้างล่างก่อน  เฮ้อ ! เสียความรู้สึกมาก ๆ

รถออกจากโรงแรมไปตามกำหนดเวลา  คือ 9.00 น. แวะชายหาดที่รถ
ผ่านให้ลงไปถ่ายรูป โกกิ ช่วยถ่ายรูปตรงนี้ให้ 1 รูป
ส่วนยายอ้นก็ขอให้โกกิ ถ่ายให้ ไม่กล้าเรียกฉันถ่ายให้ ฉันเดินหนีไป
ถ่ายรูปวิวทะเล ซึ่งมีเรือ กระด้งจำนวนมาก


แวะถ่ายรูปชายทะเลที่รถผ่านไป 

จากนั้น  ก็พาไปสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม ที่วัด หลินอิ๋ง  ที่สร้างอยู่ที่
แหลม เซินจร่า หรือเซินตร้า  เป็นวัดที่สร้างใหม่ 
สร้างเมื่อปี  ค.ศ. 2010  ใช้เวลาสร้าง  6 ปีใหญ่ที่สุดของเมืองดานัง 
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมความเชื่อ ความศรัทธา
ของธาตุทั้ง 5 และจิตใจของผู้คนอยู่ในที่นี้ภายในวิหารใหญ่ของวัด
เป็นสถานที่บูชาเจ้าแม่กวนอิมและเทพองค์
ต่าง ๆ ตามความเชื่อของชาวบ้านแถบนี้  นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นเจ้าแม่
กวนอิม  ซึ่งมีความสูงถึง 67 เมตร สูงที่สุด
ในเวียดนาม ตั้งอยู่บนฐานของดอกบัว กว้าง 35 เมตรยืนหันหลังให้
ภูเขาและหันพระพักตร์ออกสู่ทะเล  คอยปกป้องคุ้มครอง
ชาวประมงที่ออกไปหาปลาในทะเล เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน
มากราบไหว้ บูชาและขอพร   ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่
ท่องเที่ยวที่สวยงาม  เป็นจุดหนึ่งที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองดานัง
แบบพาโนราม่า  อย่างสวยงามมาก ด้านขวา
เห็นชายหาด บ๊ายบุต  ซึ่งเป็นหาดยอดนิยมของเกาะเซินตร้า
องค์เจ้าแม่กวนอิม  องค์ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก  ขึ้นชื่อในเรื่อง
ของการขอพร เกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพ  เรื่องการค้าขาย
ความแคล้วคลาดปลอดภัย และขอบุตร ด้วย

มาชมที่นี่เป็นที่สุดท้าย  เดินเข้าไปภายในวัด  เป็นวัดที่มีบริเวณกว้าง
มากทีเดียว   ยายอ้นเดินตามฉันมาและบอกว่า
อาจารย์ หนูถ่ายรูปให้นะ  ฉันก็เลยให้เขาถ่ายและถ่ายให้เขาเช่นกัน 
มาชมรูปของวัดนี้ ค่ะ  


บรรยากาศของวัดนี้  ค่ะ รูปบนเป็น 18 อรหันต์  ค่ะ 




องค์เจ้าแม่กวนอิม  ที่ใหญ่เป็นที่ 4  ของโลก ค่ะ  


พระพุทธรูปในวัดนี้ ค่ะ  


บรรยากาศภายในวัด   นักท่องเที่ยวมาสักการะ มากมาย ค่ะ 




ไปไหว้พระ ค่ะ 


มุมสวยภายในวัด  ค่ะ 







ไหว้พระ ขอพระคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย  ค่ะ 

พวกเราอยูที่วัดนี้ประมาณ 1  ชั่วโมง  แล้วก็เตรียมตัวเดินทางไปยัง
สนามบินดานัง  ระหว่างทาง ไกด์ แทนก็แวะร้านอาหาร
รับอาหารกลางวันให้พวกเรา  อาหารมื้อนี้  เป็นขนมปัง สไตล์ฝรั่งเศส
ที่ ภาษาเวียดนาม เรียกว่า  บั๋นหมี่  
หรือเรียกว่า "แซนด์วิชฝรั่งเศส"  และนำมาแจกให้พวกเราที่สนามบิน
ลักษณะของอาหารมื้อเที่ยงนี้  เป็นขนมปังแบบฝรั่งเศส
คือ มีลักษณะแข็ง  ภายในของขนมปัง  มีไส้กรอกและผักต่าง ๆ  เมื่อ
ยังร้อน ๆ อยู่  ขนมปังไม่แข็งมากนัก
กินแล้ว ก็อร่อยดี  ไกด์แทน นำมาแจกพวกเรา คนละ 1 อัน  พวกเรา
ส่วนใหญ่ก็กินอยู่ที่สนามบิน  ขนาดที่รอเข้าแถว
เพื่อเช็คอิน  แต่ฉันก็กินไม่หมด ไปกินต่อหลังจากที่เข้าไปรอขึ้นเครื่อง
ปรากฏว่า  ความอร่อยแถบจะไม่มีเลย 
ขนมปังก็แข็ง  เหนียว  กัดแทบไม่ออก  ห้าห้า  ฉันเลยกินแต่ไส้ในขนม
ปัง  แต่ก็ยังไม่หมด อยู่ดี ทิ้งไปโดยไม่เสียดาย

วันนี้  เครื่องบินของเรา  คือ Viet  Jet  Air  เที่ยวบินที่ Vz96 1 ใช้
เวลาในการบิน ประมาณ  1.40  ชั่วโมง
เมื่อได้เวลาแล้ว  พวกเราก็ทยอยขึ้นเครื่องกัน  ได้ที่นั่งกันเรียบร้อย
ส่วนใหญ่ก็นั่งหลับกันไป หลับ ๆ ตื่น ๆ จนถึงสนามบิน
สุวรรณภูมิ  เวลา 15.15  น. พวกเราต้องรอกระเป๋าที่สายพานก่อน  
ในขณะที่รอ รู้สึกนานมากกว่าปรกติ  ฉันจึงต้อง
โทรไปที่เจ้าหน้าที่ ของบริษัทรถ ลีมูซีน  แจ้งว่า  เรามาถึงสนามบิน
แล้ว  รอกระเป๋าอยู่  เขาจะได้รู้ว่า เรามาใช้รถแน่ ๆ  
กว่าจะออกจากสนามบินก็น่าจะเกือบสี่โมง   รอเจ้าหน้าที่ติดต่อคนขับ
ที่จะมารับเราอีกประมาณ  10  นาที  
คนขับ น่ารักใช้ได้  ยายอ้น บอกทางไปทางคอนโดของเขา  พอถึง
คอนโด  ก็สั่งเขาให้ไปส่งถึงทางที่จะขึ้นห้องของเขา
ฉันมีความรู้สึกว่า  เขาขาดความเกรงใจคนขับมากนะ  ที่จริง ฉันต้อง
เป็นคนขอร้องเขา  เพราะในบัตร ฉันเป็นเจ้าของบัตรวีไอพี
ที่คุยกันแต่แรก  เพียงแค่มาส่งเขาลงหน้าคอนโดเท่านั้น  เฮ้อ! ฉันก็
ไม่รู้จะทำอย่างไร  นอกจากสงสารคนขับ 
เขาก็น่ารัก  ทำตามคำสั่งของยายอ้นโดยไม่ปริปากว่าอะไรเลย   ส่ง
ยายอ้นเสร็จ  เขาก็มาส่งฉันที่ซอยแสนสบาย
มาถึงก็ช่วยยกกระเป๋าให้ถึงหน้าบ้าน  เป็นพนักงานขับรถที่น่ารัก ทำ
หน้าที่ได้ดีมาก สุภาพ  ฉันกล่าวขอบใจเขา
และส่งบัตร  Wealth  ให้เขาและเซ็นชื่อในสมุดให้เขาว่า  เขาได้ปฏิบัติ
งานเรียบร้อยดีแล้ว ถ้ามีการให้ประเมินงาน จะให้เขา เอ 
การเที่ยวเวียดนามกลางครั้งนี้   สนุกสนานไปตามวัยและใจของเราที่
จะต้องทำใจให้สู้ด้วย  เพราะต้องเดินมากเหมือนกัน
ยังโชคดีที่เราเจอฝนแค่ วันเดียว  นอกนั้นเจอแดดร้อนระอุ เอาเรื่อง
เหมือนกัน แต่เมื่อต้องการไปเห็นอะไรสวย ๆ งาม ๆ 
เห็นวัฒนธรรม  ธรรมชาติที่งดงาม  เราก็ต้องมีความอดทนให้ได้ อย่า
คิดที่จะพึ่งคนอื่นเป็นอันขาด เพราะทุกคนเขาก็ต้อง
รับผิดชอบตัวเองอยู่แล้ว  นั่นเอง  เพื่อน ๆ ในทริปนี้ ไม่ได้สนิทสนมกัน
เท่าที่ควร  ไกด์ก็ไม่ได้ให้แนะนำตัวว่า  ใครเป็นใคร
ต่างคนต่างมองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม ๆ ให้แก่กันเท่านั้น  บางกลุ่มที่ไปเป็น
ครอบครัว ก็ดี มีลูก มีหลาน คอยให้ความช่วยเหลือ
บางคนก็ไปเป็นคู่ เป็นผู้สูงอายุ (คนจีน) เขาก็ห่วงใยซึ่งกันและกัน ดู
แล้วเป็นภาพที่น่ารัก ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิง
จะคอยเอาใจใส่ฝ่ายชาย อาทร  ห่วงใย สามี  บางกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่มี
หลายคน ก็เฮฮากันสนุกสนานภายในกลุ่มของตน
ก็ถือว่าเป็นทริปที่ดีพอสมควร  ไกด์ เวียดนาม ไกด์ไทย  ก็โอเค ใส่ใจ
ลูกทัวร์ดีพอสมควร ค่ะ  ฉันก็จบทริปเวียดนามกลาง
ไว้แต่เพียงเท่านี้ ค่ะ โอกาสหน้า ถ้าได้ไปเที่ยวที่ไหนอีก  ก็จะนำมา
เล่าให้เพื่อน ๆ ชาวบล็อกได้อ่าน ค่ะ  สวัสดี ค่ะ 







 














 









 



Create Date : 27 มิถุนายน 2562
Last Update : 21 กรกฎาคม 2562 21:58:02 น.
Counter : 186 Pageviews.

14 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสองแผ่นดิน, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณkae+aoe, คุณhaiku, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณmariabamboo, คุณtoor36, คุณmambymam

  
โหวตครับอาจารย์

ตามอาจารย์มาเที่ยวเวียดนามต่อเป็นตอนที่ 2
บ้านเมืองเค้าดูแลดีนะครับ
มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ
ผมเพิ่งอ่านพบว่าคุณภาพการศึกษาของเวียดนามนั้น
แซงไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
รวมทั้งขนาดเศรษฐกิจก็แซงไทยไปแล้วเช่นกัน

ไม่นานการท่องเที่ยวก็อาจจะแซงเราไปอีก
ดูจากรูปในบล็อกอาจารย์
นักท่องเที่ยวดูคึกคักมากครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:13:53 น.
  
มะม่วงอบแห้ง 1 กิโล ต่อได้ แสนห้าหมื่นดอง ครูขาครูรวยจังเลยค่ะ

ใช้ตังค์ซื้อมะม่วงที่เป็นแสน แถวบ้านโอเล่โลละยี่สิบค่ะ คริ คริ

(แซวเล่นนะคะ)

ตามครูมาเที่ยวต่อเวียดนามค่ะ

คืนนี้ฝันดีนะคะครูสุวิมล
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:55:41 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:42:40 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ อาจารย์
เที่ยวเวียดนามตอน 2 แล้ว วันนี้ไล่ชมภาพไปก่อนนะคะ
ไว้กลับมาอ่านทีหลัง
ตอนนี้มารับอาจารย์ไปอ่านดาวพิษ บทที่ 15 ค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:13:33 น.
  
ใส่หมวกเก๋ไก๋ไปเลยนะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:22:39 น.
  
สวัสดีวันทำงานวันแรกของสัปดาห์ค่ะ...คุณครู^^

วันนี้ตอนเที่ยงร้อนมาก เป็นเพราะแกงไปกินก๋วยเตี๋ยวหรืออากาศร้อนกันแน่...อิอิ

สนใจเรือกระด้งค่ะคุณครู
โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:58:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

หนังสือเล่มนี้ขายดีมากครับ
ส่วนใหญ่พวกทีเ่ป็นไลฟ์โค้ชมักจะอ้างอิงคำสอนจากหนังสือเล่มนี้
ไปสอนลูกศิษย์ในคลาสด้วยครับ
แต่โดยหลักการกว้างๆ
ผมว่าตรงกับหลักคำสอนของพุทธศาสนาไม่น้อยเลยล่ะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:32:31 น.
  
อาจารย์สุวิมล Diarist


เป็นบันทึกท่องเที่ยวที่ละเอียดและเห็นมิตรภาพมากค่ะอาจารย์
โดย: mariabamboo วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:03:42 น.
  
ขอบคุณมากค่ะคุณครู^^

โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:21:22:59 น.
  
มีวิวให้ถ่ายภาพเยอะเหมือนกันนะครับ สะพานผ่านตรงมือพอดีเลย

ได้ของสดกลับมาด้วย แบบนี้เวลาขากลับต้องห่อให้ดีๆ เลยนะครับ

ดูแล้วได้รับอิทธิพลจากจีนมากจริงๆ แต่ก็ไม่แปลก สมัยก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้ามายึดครอง ภาษาที่เป็นอักษร ในเวียดนามยังใช้ตัวอักษรจีนเลย

เรือกระด้งถ้าพลาดตกน้ำนี่แย่เลยนะครับ จริงๆ ใส่ชูชีพ และคนพายชำนาญไม่น่ามีปัญหา แต่มันน่าห่วงตรงกล้อง และมือถือในมือเรานี่แหละ

กุ้งมังกรตัวเล็กด้วย แล้วจะแบ่งยังไงเนี่ยะ

เรื่องไม่คาดฝันมันก็มีบ้างล่ะ สำคัญที่ต้องพยายามไม่ไปคิดหรือเอามาเป็นอารมณ์เพราะมันจะทำให้เราเที่ยวต่อไม่สนุก

โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:35:00 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:45:17 น.
  
กิจกรรมโรงเรียนน้องซีเยอะ วันนี้สอบแล้วค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 23 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:46:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เรื่องราวของครูมอร์รีถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือ
ถูกนำไปสร้างเป็นหนังด้วยครับ
ครูมอร์รีจึงเป็นครูแม้ในวันที่ท่านจากไปแล้วก็ตาม
ผมชอบแนวคำสอนของครูมอร์รีมากๆเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กรกฎาคม 2562 เวลา:12:53:11 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:30:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments