เมษายน 2563

 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน (ตอนที่ 4 )


ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน 
(ตอนที่  4 )

การไปนมัสการ กราบไหว้  สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งของพวกเราก็มา
ถึงตอนที่ 4 แล้ว ค่ะ  พวกเรายังคงเปี่ยมไปด้วย
แรงศรัทธา  ไม่เหนื่อย  ยังมีแรงที่จะต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ 
ตามโปรแกรมที่วางไว้ อย่างแน่วแน่ ต่อไป ค่ะ 
วันนี้  วันที่ 24  ก.พ. เมื่อคืนเราพักที่โรงแรม Hotel Peacl Zone นอน
กันห้องละ 2 คน  อย่างที่ได้เล่าไว้ในตอนที่ 3  

เช้านี้  พวกเราต้องออกจากโรงแรมแต่เช้ามืด  น่าจะตีห้ากว่า เพื่อเดิน
ทางไปยังวัดไทยลุมพินี เพื่อทานข้าวมื้อเช้าที่วัดนี้ ค่ะ 
เรามาทราบประวัติของวัดไทยลุมพินี  ค่ะ 
วัดไทยลุมพินี  ตั้งอยู่ในปริมณฑลสังเวชนียสถานที่ประสูติของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า   ที่ประเทศ เนปาล  สร้างขึ้นด้วยแรง
ศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทยในนามรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว  พ่อหลวงของเรา รัชกาลที่ 9
โดยใช้งบประมาณแผ่นดินและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันทำบุญ  เช่าที่ดิน
จากรัฐบาลประเทศเนปาล  จำนวน 3 แปลง  รวมพื้นที่  
20 ไร่เศษ  เช่าเป็นเวลา 99 ปี  เพื่อเป็นการบูชาคุณพระพุทธศาสนา
และร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงครองสิริราช
สมบัติครบ 50  ปี  คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลไทย มีมติเห็นชอบ
ให้สร้าง วัดไทยลุมพินี  ในวันที่ 15 ธ.ค. 2535 
มอบให้กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการการก่อสร้าง เพื่อทำ
หน้าที่ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไป
ตามเป้าหมาย  คือ  เพื่อทำหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศิลปะ
และวัฒนธรรมไทยตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับ
รัฐบาลเนปาล   การก่อสร้างเริ่มในปี พ.ศ. 2538  สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก
เสด็จมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์  เมื่อวันที่  19 พฤศจิกายน 2538
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีผูกพัทธสีมา
ปิดทอง ฝังลูกนิมิต  เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
คณะของเราไปถึงวัดไทยลุมพินี  ฟ้ายังไม่สางเลยค่ะ  แต่ทางหัองครัว
ของวัด  จัด ชา กาแฟ โอวัลติน  ต้อนรับพวกเราแล้วค่ะ
ทุกคนก็ดื่มเครื่องดื่มตามที่ตนเองชื่นชอบ ระหว่างรอทานข้าวเช้า  และ
สิ่งที่พวกเราลืมไม่ได้เลย  ก็คือ การถ่ายรูปกันค่ะ 
เดี่ยวบ้าง  หมู่บ้าง  ค่ะ สนุกสนานกันไป  ตากล้องของทัวร์ทริปนี้  มี
หลายคน ค่ะ เช่น น้องเล็ก น้องต้อย  น้องหยก น้องจุ๊ น้องจอย
โดยเฉพาะ ท่านมหาเหมือน ค่ะ  มือเอก ค่ะ ทั้งกล้องใหญ่และกล้อง
มือถือพร้อม  รูปสวย  ฉันก็ได้อาศัยรูปของน้อง ๆ 
และ ท่านมหาเหมือน  มาประกอบการเล่าเรื่องในครั้งนี้  ค่ะ 



ถ่ายหมู่กัน ค่ะ ฟ้ายังมืด อยู่เลยค่ะ   ตรงนี้มีชื่อว่า ศาลาหิมพานต์ ค่ะ


รูปเดี่ยวฉัน  ฝีมือของ น้องจอย ค่ะ 


เตรียมไปทานอาหารเช้า เดินผ่านป้ายชื่อนี้  ขอสักรูปนะจ๊ะ  
หลังจากที่ทานข้าวเช้ากันเรียบร้อยแล้ว   ก็เตรียมตัวขึ้นโบสถ์เพื่อการ
ทอดผ้าป่าที่วัดไทยลุมพินี ค่ะ 


เจ้าอาวาส วัดไทยลุมพินี  


ท่านเจ้าอาวาสมอบพระพุทธเจ้าน้อยให้พระอาจารย์ ด้วย ค่ะ 


ถ่ายรูปที่หน้าโบสถ์ หลังทอดผ้าป่าเสร็จ   ฝีมือ กล้องน้องเบญจ์


ถ่ายรูปคู่กับเอม  ค่ะ



ภาพบน เป็นการจัดระเบียบให้เด็กที่มาขอทาน ค่ะ จะได้ไม่โดนเด็ก ๆ
รุมล้อมจนอาจจะได้รับอันตรายได้  ภาพล่าง เป็น
อุโบสถที่เราได้ทำพิธีทอดผ้าป่า  ค่ะ  วัดนี้ ทำบุญกับเพื่อนร่วมกัน
เป็นเงิน  500  บาท  หยอดใส่กล่องทำบุญร่วมกับเพื่อน ๆ
ของฉันที่ฝากเงินมาอีก  120  บาท 



หลังจากทอดผ้าป่าเสร็จแล้ว  ท่านเจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ให้เกียรติ
ร่วมถ่ายรูปหมู่กับพวกเราด้วย ค่ะ 




บริเวณที่ร่มรื่นของวัดไทยลุมพินี  ค่ะ 
หลังจากทำบุญทอดผ้าป่า ซึ่งฉันร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ฝากเงินมาทำบุญ
ทำบุญผ้าป่าไป  500 บาท  หยอดตู้ทำบุญ  6 คน 120 บาท
ในบริเวณใกล้อุโบสถ  เห็นมีการให้ซื้อกระเบื้องมุมหลังคา แผ่นละ
200 บาท  ฉัน และเพื่อนที่ฝากเงินมาทำบุญ  มีเยาว์
จ๋า  พี่สุจิตรา  ทัศนีย์  ดาว  6 คน  1,200  บาท  และทำทานแจกเงิน
เด็ก ๆ ที่มาขอทานกันแล้ว   พวกเราก็ขึ้นรถตุ๊ก ๆ นั่งคันละ
5  คน  เพื่อไป อุทยานลุมพินีวันอันศักดิ์  ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 6,000 ไร่ ใน
ปัจจุบัน กราบนมัสการ มายาเทวีวิหาร (ซึ่งโปรแกรมของเมื่อวาน
ที่เราไปไม่ทันจึงต้องมาตอนเช้านี้ ค่ะ)  
มาทราบประวัติของ "ลุมพินีวัน" กันเป็นความรู้ที่ฟังจากการบรรยาย
และฉันค้นคว้าเพิ่มเติมมาจากอินเทอร์เน็ต ค่ะ 
"ลุมพินีวัน" เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า (เจ้าชายสิทธัตถะ)
ตั้งอยู่ที่ อ.ไภรวา  แคว้น อูธ  ประเทศเนปาล
เป็น สังเวชนียสถาน แห่งเดียวที่ตั้งอยู่นอกประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ใกล้
ชายแดนประเทศอินเดียตอนเหนือ  "ลุมพินีวัน"
ได้รับยกย่องจากองค์การ  ยูเนสโก ให้เป็น มรดกโลก  ประเภทมรดก
ทางวัฒนธรรม ตั้งแตj พ.ศ. 2540  "ลุมพินีวัน" 
ในปัจจุบัน  ได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไป
สักการะ   ในอุทยานนี้  เราไปกราบนมัสการหลายแห่งค่ะ
รถตุ๊ก ๆ มาส่งเราถึงจุดจอดรถ  แล้วพวกเราก็ต้องเดินไปอีกไกลมาก
น้องต๋อยต้องให้นำรถวิวแชร์มาด้วย จ้างคนเข็นด้วย
มาชมรูปประกอบ  ค่ะ 



รถ ตุ๊ก ๆ  ที่พาพวกเราไปอุทยานลุมพินี  ค่ะ 



ลงจากรถตุ๊ก ๆ แล้ว พวกเราก็ต้องเดินทางเข้าไปอีกไกลค่ะ 


ทางเดินเข้าอุทยาน  มีรูปพระพุทธเจ้าน้อย  ค่ะ พวกเราถ่ายหมู่ที่นี่


ถ่ายหมู่กัน ค่ะ ไว้เป็นที่ระลึกว่า มาถึง อุทยานลุมพินีวัน แล้ว ค่ะ 
เดินไปจนถึงใกล้วิหารมายาเทวี  เจ้าหน้าที่ก็ให้เรานำรองเท้าไปฝาก
ยังที่ที่เขาจัดเตรียมให้ผู้แสวงบุญมาฝาก ค่ะ
ต่อจากนี้ไป พวกเราก็ต้องเดินเท้าเปล่า (ใส่ถุงเท้าได้ ค่ะ) ไปอีกไกล
กว่าจะถึง วิหารมายาเทวี  ค่ะ 

วิหารมายาเทวี  เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พระนางสิริ
มหามายา  พระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
ตัววิหารเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า   วิหารนี้ ปัจจุบัน  ทางประเทศเนปาลได้
สร้างใหม่โดยสร้างทับวิหารหลังเก่า และได้ขุดค้นพบ
ศิลาจารึก  รูปร่างคล้ายรอยเท้า  สันนิษฐานว่า  เป็นจารึกรอยเท้าก้าว
ที่ 7 ของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงพระดำเนินได้
7 ก้าวในวันประสูติ ค่ะ  ลุมพินีวัน  ได้รับการพัฒนาจากชาวพุทธทั่ว
โลก   โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูพุทธสถานลุมพินีวัน
ให้เป็น "พุทธอุทยานทางประวัติศาสตร์ของโลก" 


ใครที่เดินเร็ว  ก็มารวมกลุ่มที่หน้าวิหาร มายาเทวี เพื่อจะได้ขึ้นบันได
ไปพร้อม ๆ กัน ค่ะ 


รูปบน  คือ วิหารมายาเทวี  ที่เรากำลังจะขึ้นไปกราบนมัสการ ค่ะ 


ระหว่างทางเดินขึ้นบันไดมาเพื่อเข้าประตูวิหาร ค่ะ 


เดินกันอย่างกระฉับกระเฉงเตรียมไปกราบนมัสการรอยจารึกเท้า
ของเจ้าชายสิทธัตถะ  ค่ะ 
น่าเสียดาย  ภายในวิหาร  เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายรูป  ค่ะ  เราก็จะเห็นแต่
รูปรอยเท้าใหญ่มาก  มีที่กั้นล้อมรอบ  รอบ ๆ ภายในวิหาร
มีภาพเขียน  น่าจะเป็นเรื่องราวการประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ  คนมา
กราบนมัสการเยอะมาก ไม่ได้มีโอกาสเดินชมเลย ค่ะ 
ได้แต่เดินตาม ๆ กันไป และมีการปิดทองกันด้วย  และก็กราบนมัสการ
ตรงที่เขากั้นจารึกรอยเท้า  ได้แค่นั้น  ค่ะ สักพักพวกเราก็ออก
จากวิหารและเตรียมมาสวดมนตร์ใต้ต้นโพธิ์   โดยหันหน้าไปทางวิหาร
มายาเทวี  ค่ะ  ที่นี่  พวกเราได้มีการทำบุญใส่ย่าม
พระอาจารย์ทุกรูปอีกครั้งหนึ่ง  โดยมีน้อง ๆ คณะทำงานบอกบุญมา
ซึ่งก็แล้วแต่ความสมัครใจของแต่ละคน  ตามแต่ศรัทธา
ฉันและเพื่อนที่ฝากเงินมาทำบุญ  ฉันทำบุญกันรูปละ 100 บาท ค่ะ รวม
เป็นเงิน  400   บาท  


เรานั่งสวดมนตร์ใต้ต้นโพธิ์ และหันหน้าไปทางวิหารมายาเทวี


หลังจากสวดมนตร์แล้ว  พระอาจารย์ก็บอกว่า  ยังมีอีกสองพิธีที่ควรจะ
ต้องมีพิธีเคารพด้วย นั่นคือ  ลูกที่ต้องระลึกถึง
พระคุณของพ่อแม่  นั่นคือ  หมายถึงครอบครัว ๆ หนึ่ง ซึ่งมาแสวงบุญ
กันในทริปนี้ด้วย  คือ ครอบครัวของ คุณอมรรัตน์
ซึ่งมีลูกสาว 3 คน พามาแสวงบุญในครั้งนี้ด้วย   พระอาจารย์ ดร.มหา
กิติพันธ์  ก็จัดให้มีพิธีให้ลูกสาวทั้ง 3  คน กราบแม่
โดยมีพวงมาลัย (ซึ่งคิดว่า พระอาจารย์คงจะให้คณะดำเนินงานจัด
เตรียมมาลัยไว้ให้พร้อมค่ะ ) เป็นอีกภาพหนึ่งของ
เหตุการณ์ที่น่าประทับใจ   ซาบซึ้งใจ  ยิ่งฉัน ซึ่งแม่ได้จากไปนานแล้ว
มาพบ มาเห็นภาพนี้  ทำให้เกิดความสะเทือนใจมาก
และคิดถึงแม่ของฉันอย่างมาก  เพราะฉันอยู่กับแม่เพียงสองคนมาเป็น
เวลานานมาก  ความผูกพันกับแม่จึงมีมากเป็นพิเศษ นั่นเอง



ครอบครัวของคุณอมรรัตน์และลูกสาวทั้ง 3  คน ค่ะ 

เสร็จจากพิธีนี้แล้ว  พระอาจารย์ ก็บอกว่า  นอกจากการแสดงความ
เคารพต่อบุพการีอันเป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามแล้ว 
การแสดงความเคารพผู้อาวุโสกว่าเรา  ก็เป็นอีกวัฒนธรรมที่ดีที่เราควร
จะสืบสานต่อ ๆ ไป  ซึ่งในการครั้งนี้  มีท่านมหาเหมือน
อายุพรรษามากกว่าทุกรูปที่มา  จึงมีพิธี กราบแสดงความเคารพอีก
พิธีหนึ่งด้วย  โดยให้พระอาจารย์  ดร.มหากิติพันธ์  
ท่านมหาเขียว และ พระวุฒิกร (พระจ่อย)  กราบแสดงความเคารพ
ท่านมหาเหมือน  ค่ะ  พวกเราก็กราบพร้อม ๆ กันด้วย ค่ะ 


พิธีแสดงความเคารพของผู้อ่อนอาวุโสที่มีต่อผู้อาวุโส ค่ะ 
เสร็จจากพิธีสวดมนตร์และพิธีแสดงความเคารพแล้ว  จากนั้น ก็ไปที่
เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช  ซึ่งเชื่อว่า เป็นสถานที่ประสูติ
ของเจ้าชายสิทธัตถะ  เป็นเสาหินที่พระเจ้าอโศกมหาราช  สร้างไว้
   มาชมภาพค่ะ 



พวกเราเดินเวียนขวารอบเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช 3 รอบค่ะ
แล้วจึงได้นำผ้าห่มแพรที่เวียนผูกไว้ที่กรอบเหล็กที่ล้อมรอบเสาหิน
มีตู้ให้บริจาคเงินด้วยค่ะ  หยอดไป 20 บาท


บริเวณเสาหินอโศกมหาราช  มีสถูปเล็ก ๆ ไม่ทราบว่าคืออะไร  แต่เห็น
ว่ารูปทรงงาม แปลกดี  เอมกับฉันเลยถ่ายรูปไว้ อิอิ

ที่นี่ ยังมีสถานที่ที่เรียกว่า   สระโปรกขรณี   เป็นสระสรงสนานพระ
วรกายของเจ้าชายสิทธัตถะ สมัยทรงพระเยาว์ ค่ะ
มีความกว้าง  30  ยาว 30  เมตร



พวกเราถ่ายรูปหมู่ที่สระโปรกขรณี   ค่ะ 
ออกจากอุทยาน ลุมพินีวันแล้ว   พวกเราก็ต้องรีบเดินทางออกจาก
ประเทศเนปาล  เดินทางไปเมือง กุสินาราต่อไป
อาหารมื้อเที่ยง  เรากินข้าวกล่องบนรถ  ค่ะ ยังกินไม่ทันเสร็จก็ถึงด่าน
ที่ต้องออกจากด่านเนปาลเพื่อเข้าอินเดีย
 ขาออกนี่  ได้ข่าวว่า  มีการให้ใต้โต๊ะด้วย  จริงเท็จประการใดไม่รู้แน่
แต่ไม่ยุ่งยากเท่ากับตอนขาเข้า  และไม่มีรถติดมาก
น่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เราก็ออกจากด่าน ขาออกได้ เดินทาง
มุ่งเข้าสู่เมือง กุสินารา ค่ะ 










ยามทานข้าวบนรถ  เราก็สนุกสนาน ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ 
การเดินทางไกล  มีการแวะริมทางให้สมาชิกได้ลงไปทำธุระ
ด้วยเหมือนอย่างที่เคยบันทึกไปตอนก่อน  ๆ ค่ะ  ในที่สุด เราก็มาถึง
สถานพยาบาลกุสินารา  ที่นี่เขาจะมีโรตีกรอบให้ทานด้วยค่ะ



คนไทยที่ทำโรตีกรอบให้พวกเราทานกันค่ะ  


พวกเราถือกระทงที่ทำจากใบไม้ เข้าแถวรอรับโรตีกรอบกัน ค่ะ  


ได้โรตีกันแล้ว  ก็มานั่งทานและคุยกัน พักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่นี่เปิดเป็นร้านค้า  มีขายของหลายอย่าง  ของที่ระลึก  ของแช่อิ่ม
ที่ชาวบ้านทำมาขาย  มีเกลือหิมาลัย  มีถั่วที่เป็นถุง
ห้อยยาว  สายละ 10  ถุง  สายละ  30   บาท  พวกเราช่วยกันซื้อเพื่อ
ทำบุญด้วย  3  สาย ให้ไป 100  บาท  ฉันก็ซื้อด้วย
เพื่อมาแจกเพื่อนบ้านและลูกศิษย์บ้าง ซื้อเกลือหิมาลัย  เขาโฆษณาว่า
เป็นเกลือที่ดีมาก  ดีกว่าเกลือธรรมดาที่เรากินกัน
ขายห่อละ  20  บาท  ถ้าซื้อ 5 ถุง แถม 2  ถุง  ฉันเลยซื้อ 5 ถุง ได้แถม
มาอีก 2 ถุง ไม่เชิงโลภหรอกนะ เพราะคิดจะไปแจกด้วยไง อิอิ
เสียอย่างเดียว เกลือมันหนัก น่ะนะ หอบลำบาก 
หลังจากพักผ่อน กินโรตีกรอบ  ซื้อของกันคนละหลายถุงแล้ว  ก็เริ่ม
พิธีทอดผ้าป่า  ก็มีการร่วมทำบุญใส่พาน  คนที่มีหน้าที่
ในการนับปัจจัย ก็มาทำหน้าที่  การทอดผ้าป่าครั้งนี้  น้อง ๆ ที่เป็นคณะ
ทำงาน  ให้ฉันกับเอม เป็นคนยกผ้าไตรและพานปัจจัย  ค่ะ 
มีน้อง ๆ คอยแนะนำอยู่ข้าง ๆเพราะทั้งฉันและเอม ยังไม่เคยเป็น
ตัวแทนในพิธีการถวายผ้าป่าเสียด้วย  อิอิ  เข่าที่ผ่า
ก็คุกเข่าไม่ได้  นอกจากนั่งพับเพียบถวายปัจจัยก็แล้วกัน  แถมทำ
ขายหน้า  พระท่านยังไม่ทันยกผ้าให้ฉันประเคน  
ฉันก็เตรียมยกพานจะถวายเสียแล้ว  ห้าห้า  พระท่านต้องรีบบอกว่า
เดี๋ยวโยม  แล้วรีบวางผ้าให้เราประเคนลงใบผ้าที่ท่านวางไว้


คณะทำงาน  นับปัจจัย  ส่วนฉันทำบุญไป 300  บาท ที่สถานที่นี้ ค่ะ 




เตรียมพร้อม  ค่ะ 
   
เอมถวายผ้าไตรก่อน  


ต้อย เข้ามาช่วยกำกับ อิอิ  
หลังจากพิธีทอดผ้าป่าที่สถานพยาบาล กุสินาราเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุก
คนก็เข้าห้องน้ำอีกครั้ง  ฉันไปแวะซื้อ ยาเม็ดสีเขียว
ที่วัชรีฝากซื้อ  กล่องหนึ่ง 400 บาท  มีกล่องเล็กในกล่องใหญ่ 2 กล่อง
คนละ 1 กล่องเล็ก  และซื้อลิปมัน ซึ่งฉันเคยใช้
สมัยที่เกด ลูกศิษย์นำมาฝาก  รู้สึกใช้ดีมาก เลยซื้อมา 1 กล่องใหญ่ มี
25  หลอด  ราคา  420  บาท 
เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว พวกเราก็เริ่มขึ้นรถ  เดินทางต่อไปอีกหลายชั่ว
โมง  เพื่อเดินทางไปยังวัดไทยกุสาวดี 
คืนนี้เราจะไปกินข้าวมื้อเย็นและพักที่วัดนี้  ค่ะ  เรามาถึงวัดนี้เย็นมาก
ทานข้าวมื้อเย็นประมาณทุ่มกว่าแล้ว  
หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้ว  พวกเราก็มีพิธีทอดผ้าป่าเหมือนทุกวัด
ที่เราไปพักและทานข้าวมื้อเย็น  ค่ะ  วัดนี้ฉันและเพื่อน
ทำบุญไป 500   บาท ค่ะ 






เจ้าอาวาสให้ พร ค่ะ  




พวกเรา รับพรจากเจ้าอาวาส  ค่ะ  

วันนี้  โปรแกรมที่จะไปนมัสการ ยังไม่ได้ไปหลายแห่ง ต้องยกยอด
ไปเป็นโปรแกรมในวันพรุ่งนี้ ค่ะ 
คืนนี้พวกเราก็นอนดึกอีกคืนหนึ่ง  ทอดผ้าป่าเสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่มได้
กว่าจะอาบน้ำ เข้านอน ก็เกือบ ห้าทุ่มได้
ต้องพยายามนอนให้เต็มที่  เพื่อสุขภาพในการแสวงบุญในวันต่อไป
อีกหลายวัน ค่ะ  พวกเราสู้ตายอยู่แล้วค่ะ 
โปรดติดตามบล็อกต่อไป ซึ่งเป็นบล็อกที่ 5  นะคะ   สวัสดี ค่ะ 

































 



Create Date : 09 เมษายน 2563
Last Update : 12 เมษายน 2563 23:09:43 น.
Counter : 530 Pageviews.

28 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณกะว่าก๋า, คุณmambymam, คุณKavanich96, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณtoor36, คุณอุ้มสี, คุณtuk-tuk@korat, คุณ**mp5**, คุณสองแผ่นดิน, คุณชีริว, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

  

สวัสดียามเช้าครับ

ผมเองก็ได้ไปในสถานที่ที่อาจารย์ไป
วัดไทยลุมพินีสวยมากจริงๆครับ
ดูสงบ เรียบร้อย
แต่ตอนไปผมแอบไปเดินข้างวัด
มีมือขอทานรอดรั้วเข้ามาขอเงินด้วยครับ
ตอนแรกคนที่เดินไปด้วยกับผมตกใจเลยครับ
นึกว่ามืออะไร 555

แต่นี่ก็หลายปีแล้ว ตอนนี้วัดอาจทำรั้วรอบขอบชิดแล้วก็ได้นะครับ

โหวตครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2563 เวลา:6:39:12 น.
  
สุขสันต์สงกรานต์ค่ะ อาจารย์
ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง
สุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุขนะคะ
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

อยากไปแบบนี้บ้างแต่คงยากแล้ว
สถานการณ์ไม่เอื้อไปอีกหลายปีเลย
ตามอาจารย์ไปด้วยภาพเช่นนี้ก็แล้วกันนะคะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 เมษายน 2563 เวลา:11:29:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

การปฏิบัติธรรมในความรู้สึกของผม
ค่อยๆทำไปก็ได้
ทำแบบอุกฤษฏ์ ตายเป็นตายก็ได้
ในญีปุ่่นเองขนาดนิกายเซน
ยังมีทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปและแบบเฉียบพลัน
แล้วแต่พื้นนิสัยของแต่ละคน
ว่าชอบแบบไหน ถนัดแบบไหน

แต่ยังไงก็ต้องลงมือทำด้วยตนเองจริงๆครับ
จึงจะรู้ว่าธรรมะเป็นเช่นไร

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2563 เวลา:19:25:45 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:3:00:41 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:5:37:57 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม
และให้กำลังใจนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:9:46:35 น.
  
สาธุ สาธุ สาธุ
ค่ะ
อนุโมทนาบุญ
กราบรดน้ำดำหัวด้วยความเคารพ

สุขสุนต์วันครอบครัวค่ะ อจ.สุวิมล
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:11:02:15 น.
  





💚💜💛💚💜💛💖💜💛💖💚💜💛💚💜💛💖💚💜💛💖💚

*~*~* แวะมาทักทายจ๊ะ..สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอหัวใจเบิกบาน *~*~*

💚💜💛💚💜💛💖💜💛💖💚💜💛💚💜💛💖💚💜💛💖💚


*~*~*~*~*~*~* ..HappY Songkran DaY.. *~*~*~*~*~*




โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:12:41:05 น.
  
กลับมาอ่านค่ะ
ไม่ได้ไปด้วยก็เหมือนได้ไปด้วยเลย
แค่อ่านก็ปลื้มไปด้วย
อนูโมทนาบุญนะคะ
ลูกศิษย์อาจารย์น่ารักมากค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:13:11:43 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ปกติวันสงกรานต์ผมไม่ได้ออกไปเล่นน้ำเลยครับ 555
ปีนี้อยู่บ้าน เพราะปิดร้านครับ
น่าจะต้องปิด 1- 2 เดือนเลย
ยังไงก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาบ้านเราครับ

ผมมองดูถนนหน้าร้าน
เงียบเหงามากครับ
นานๆจะมีรถวิ่งสักคัน

ปีนี้ประเทศไทยและทั่วโลก
เจอพิษโควิดทำร้ายหนักหนาสาหัสจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:16:00:54 น.
  
สุขสันต์วันครอบครัวค่ะคุณครู^^


ปีใหม่ไทยแกงขอให้คุณครูสุขภาพแข็งแรง
มีความสุขมากๆๆๆ นะคะ


แหะแหะ...แกงแก้คำผิดแล้วค่ะ
โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:17:49:05 น.
  
อนุโมทนาบุญด้วยครับ

ได้ไปถึงแหล่งต้นกำเนิดของศาสนาเลย ทุกคนดูอิ่มบุยนะครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสดี อาหารการกิน คนไทยทานง่ายดุแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:20:15:40 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 เมษายน 2563 เวลา:6:12:06 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
Sleepless Sea Art Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Pet Blog ดู Blog
haiku Fanclub Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

สาธุ อนุโมทามิ
อุ้มมาขอพรวันปีใหม่ไทยค่ะครู
โดย: อุ้มสี วันที่: 15 เมษายน 2563 เวลา:7:37:36 น.
  
อนุโมทนาด้วยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 15 เมษายน 2563 เวลา:20:40:10 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเจอคนที่ทั้งป่วยใจแต่กายเข้มแข็ง
รวมทั้งคนที่ใจเข้มแข็งแต่ป่วยกาย
แบบแรกจะไม่ค่อยสุ้ปัญหา
แต่แบบที่สอง
ขนาดป่วยหนัก
ยังมองโลกในแง่ดีได้
แบบนี้น่าชื่นชมมากๆเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 เมษายน 2563 เวลา:21:41:52 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 เมษายน 2563 เวลา:6:59:31 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ธรรมะ
ต้องทำจริงๆครับจึงจะรู้
ถ้ารู้
แต่ไม่ทำ
ไม่เกิดธรรมแน่นอนครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 เมษายน 2563 เวลา:13:43:11 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 16 เมษายน 2563 เวลา:16:53:08 น.
  
โดย: อุ้มสี วันที่: 16 เมษายน 2563 เวลา:17:55:09 น.
  
บางทีผมก็ลืมครับอาจารย์
คิดว่าโหวตแล้ว แต่ลืม 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 เมษายน 2563 เวลา:20:46:40 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2563 เวลา:7:20:14 น.
  
สุขศุกร์สงกรานต์สวัสดีครับ อาจารย์สุ
อนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ
มาไหว้พระ วัดไทยลุมพินีด้วยครับ
สักการะรอยจารึกเท้าของเจ้าชายสิทธัตถะ เสียดายไม่เห็นภาพ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 เมษายน 2563 เวลา:8:04:19 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเชื่อในเรื่องกรรมมากๆเลยครับ
ใครทำอะไรไว้
ย่อมได้รับผลกรรมนั้นแน่นอน

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2563 เวลา:16:05:54 น.
  
ในหลวง ร.9 ครองราชย์ครบ 50 ปี พ.ศ.2535 จะว่าไปก็นานแล้วเมหือนกันนะครับ
ตอนได้ยินเพลงต้นไม้ของพ่อของพี่เบิร์ดตอนนั้นยังเด็กอยู่เลย
วัดดูสวยสะอาดมากเลยครับ คงดูแลดี
สังเวชนียสถานดีตรงที่ได้ไปสองประเทศด้วยนี่ละครับ เพราะท่านประสูติที่เนปาล
พระพุทธเจ้าน้อยก็เป็นแลนด์มาร์คสำคัญไปเลย คนไทยไปสร้างให้
อาหารอินเดียตามโรงแรมอร่อยนะครับ แต่กินร้านแบบนี้น่าจะต่างไปอีกแบบเลย
เคยไปกินอาหารอินเดียในโซนที่ชาวอินเดียอยู่ในสิงคโปร์ รสชาตินี่เอิ่ม...อินเดียมาก
ไม่เหมือนตอนกินในโรงแรมหรือตอนกินที่ร้านในไทย อันนั้นอร่อย
โดย: ชีริว วันที่: 17 เมษายน 2563 เวลา:20:30:14 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2563 เวลา:6:16:19 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

แกว่งเท้าหาเสี้ยน
เป็นคำที่ทำให้เห็นภาพชัดเลยนะครับอาจารย์
ว่าบางคนก็ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ได้ง่ายๆ
โดยไม่ต้องให้คนอื่นทำให้เลย 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2563 เวลา:15:25:40 น.
  
แวะมาทักทายวันหยุด

อาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 เมษายน 2563 เวลา:15:41:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments