มกราคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ไปเที่ยวเมืองน่านกัน ตอนที่ 4

ไปเที่ยวเมืองน่านกัน  ตอนที่ 4

การเล่าเรื่องไปเที่ยวเมืองน่าน  ก็เดินทางมาถึงวันที่ 17  พ.ย. แล้ว ค่ะ 
เช้านี้  พวกเรายังมีเวลาถ่ายรูป บริเวณ ไทรวารี  รีสอร์ท 
เพื่อเก็บบรรยากาศช่วงเช้าอีกเล็กน้อย  เพราะยังไม่ถึงเวลาอาหารเช้า
ซึ่งจะให้นักท่องเที่ยวทานอาหารเช้า  7  โมงเช้าค่ะ 


รูปแรกถ่ายที่หน้าห้องพักก่อนอำลาจากไป มอมถ่ายให้ค่ะ 


บรรยากาศตอนเช้าหมอกลงหนาเมืองกัน  แดงฉลองชุดใหม่ ค่ะ





น้องก้อย หน้าตาเบิกบาน สดใสชื่นบาน  ค่ะ 




รายการอาหารเช้า ค่ะ มีทั้งข้าวต้ม  ข้าวสวย รสชาติอร่อย ค่ะ 

พวกเรานั่งทานอาหารกันไม่รีบร้อนนัก  เพราะศิษย์เขยบังได้ช่วยยก
กระเป๋าของทุกคนมาให้ไว้ที่ห้องอาหารแล้ว
นัดตั้มมารับประมาณ 8  โมงเศษ ๆ  ทานข้าวมื้อเช้าแล้ว  พวกเราก็ไป
เข้าห้องน้ำที่ห้องพักอีกครั้งหนึ่งให้เรียบร้อย
ระหว่างรอตั้มโชว์เฟอร์  เจ้าของได้มาคุยด้วย  ยังสาว ๆ อยู่ เขาก็มา
คุยเพื่อถามเกี่ยวกับความประทับใจ ความพึงพอใจ
เกี่ยวกับการบริการของรีสอร์ทของเขา  พวกเราก็คุยและให้ข้อมูลเขา
ว่า  บรรยากาศดี อาหารอร่อย ประทับใจ ค่ะ 
ตั้ม มาตรงเวลาที่นัดไว้  คือ 8.30 น. เมื่อทุกคนพร้อม  ก็ขึ้นรถออกเดิน
ทางต่อไป  เป้าหมาย คือ  ภูฟ้า ของสมเด็จพระเทพฯ ค่ะ 
ผ่านสะพานที่เราถ่ายรูปเมื่อวานตอนเย็น เช้านี้ไม่ต้องแย่งใครถ่ายเลย 
เพราะยังเช้าอยู่ พวกเราเลยลงไปถ่ายรูกันอีกครั้ง อำลาสะปัน




เน้นลำธาร ไม่เน้นป้าย  จ้ะ อิอิ 
หลังจากถ่ายรูปกันแล้ว  พวกเราก็มุ่งหน้าไปที่เที่ยวที่พระตำหนัก ภูฟ้า
และศูนย์ภูฟ้าพัฒนาค่ะ ทั้งสองที่่จาก อ.บ่อเกลือราว 16  ก.ม. 

พระตำหนักหลังนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
เมื่อครั้งเสด็จมาเยี่มมราษฎร ณ บ่อเกลือสินเธาว์ โดยเป็นพระตำหนัก
แบบทางเหนือและภายในพระตำหนักยังมีศูนย์ศึกษา
และถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเวดล้อม
ภูฟ้า” หรือ “ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอยู่ด้วยซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2542
เพื่อเป็นสถานที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีต่างๆ ให้แก่เด็กเยาวชน เกษตร
และประชาชนทั่วไปที่มาเที่ยวและเยี่ยมชมศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ภายใน
ศูนย์ภูฟ้าฯ มีสิ่งที่ให้เที่ยวชมและศึกษา
หาความรู้มากมาย อาทิ มีห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องสมุด มีอาคาร
แปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาคาร
แปรรูปชาอูหลงและมีให้ทดลองชิมด้วย มีการปลูกพืชไร่ดินแบบไฮโดร
โปนิกส์ มีเส้นทางการศึกษาธรรมชาติให้เดินเที่ยว
มีสวนธรรมภูฟ้า ศูนย์วัฒนธรรมภูฟ้า มีร้านค้าสวัสดิการที่นำสินค้าของ
ทางการโครงการที่เป็นฝีมือชาวบ้านนำมาจัดจำหน่ายให้
เลือกซื้อกันมากมาย และมีพระตำหนักภูฟ้าที่สวยงามซึ่งเป็นที่ประทับ
ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
 ขณะเสด็จมาทรงงานที่ศูนย์ภูฟ้าฯ

ปัจจุบันพระตำหนักนี้อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงไม่เปิดให้เข้าชม
( ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

ฉันค้นคว้าประวัติความเป็นมาของตำหนัก ภูฟ้า มาให้เป็นความรู้ค่ะ
พวกเรามาถึงที่ ภูฟ้า น่าจะประมาณ 9 โมงกว่า ๆ 
ไม่ได้ไปตำหนักภูฟ้า เพราะปิด ค่ะ ตอนเข้าต้องผ่านด่านตรวจด้วย ค่ะ 
ถนนที่จะเข้าไปถึงศูนย์ภูฟ้าพัฒนายาวมาก
รถจอดตรงร้านค้าขายของที่ระลึก  มีกาแฟและน้ำอื่น ๆ  ขนมขายด้วย
เดินลงไปด้านล่างจะเป็นสวนดอกไม้ มีต้นไม้ ดอกไม้
นานาพันธ์ุ  มีจุดให้คนมาเที่ยวถ่ายรูปด้วยมากมายหลายจุด กลุ่มเรา
ซื้อน้ำ ซื้อขนมกันไปนั่งดื่ม นั่งชมทิวทัศน์ 
ส่วนฉัน แดง และศิษย์เขยบัง  เราเดินลงไปตามบันไดเพื่อไปหาจุด
และมุมถ่ายรูปสวย ๆ กัน ค่ะ มาชมรูป ค่ะ 


ภายในสวนดอกไม้ภูฟ้า  ค่ะ 


มุมถ่ายรูปกับป้าย ภูฟ้า ที่ถืออยู่เป็นน้ำที่ซื้อจากร้านภูฟ้า เขาไม่ใช้
ถ้วยพลาสติก แต่ใช้กระบอกไม้ไผ่ ค่ะ 


ถูกแอบถ่ายด้านหลัง  มีที่นั่งพักชมสวนสำหรับคนที่ไม่ชอบเดิน อิอิ






ดอกไม้สวย ๆ ในสวน  ค่ะ 


มุมสวย ๆ ในสวน ภูฟ้า ค่ะ  

หลังจากเที่ยวที่สวนแล้ว  ก็เดินไปที่ร้านขายของซึ่งเป็นโครงการที่
ให้ชาวบ้านทำและนำมาขายที่ร้านนี้   เป็นการช่วยเหลือ
เกษตรกรและชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ ค่ะ  ฉันเดินซื้อ ขิงผงสองห่อ
ขนมคุ้กกี้ และขนมอื่น ๆ เป็นการอุดหนุนโครงการฯ


 
ได้เวลาอำลาศูนย์ภูฟ้าพัฒนา  พวกเราก็เดินทางต่อไป  ระหว่างทาง
จะมีเส้นทางหรือถนนหมายเลข 3  ซึ่งเป็นถนนมีโค้ง
เป็นเลข 3  ที่ถือเป็นจุดไฮไลท์ที่ใครมาเที่ยว น่าน  ต้องจอดรถลงไป
ถ่ายรูปที่จุดโค้งเป็นเลข 3  ที่นี่ค่ะ พวกเราก็เช่นกัน ค่ะ 





จะเห็นว่า ถนนเป็นรูปเลข 3




หลายคนรวมทั้งพวกเราด้วย ยืนถ่ายกันกลางถนนจึงจะเป็นจุดที่เห็น
ส่วนที่โค้งเป็นเลข 3 ได้ชัดเจนที่สุด ค่ะ 
จากจุดถ่ายรูปที่นี่แล้ว  พวกเราต้องรีบเดินทางเข้าตัวเมือง เพราะก้อย
ต้องกลับเที่ยวบิน เที่ยวบ่ายโมง นั่นเอง ระยะทาง
ที่จะถึงตัวเมืองไกลไม่น้อยเลย  

อาหารมื้อเที่ยง  พวกเราทานอาหารประเภทเส้น  แต่ฉันไม่ได้ถ่ายรูปไว้
ถ่ายแต่รูปภาพอาหารของร้านที่ติดอยู่ที่ผนัง ค่ะ 


อาหารตามสั่งค่ะ  ฉันสั่งน่าจะเป็นเย็นตาโฟ  ถ้าจำไม่ผิด นะ 
ข้าวมื้อเที่ยงนี่  ก้อยน่าจะไม่ได้ทานด้วย  เพราะเราไปส่งก้อยขึ้น
เครื่องก่อน  กลัวก้อยตกเครื่อง อิอิ 
เราไปเที่ยววัดภูมินทร์  ค่ะ เป็นวัดไฮไลท์ของน่าน ที่ใครมาน่านต้องมา
เที่ยวและไหว้พระที่วัดนี้  ค่ะ มาทราบประวัติสักเล็กน้อยค่ะ 


วัดภูมินทร์  ตั้งอยู่ที่บ้านภูมินทร์  อ.เมือง จังหวัด  น่าน  เป็นวัดสำคัญ
และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดน่าน
ลักษณะเด่นและแปลกไปจากวัดอื่น ๆ คือโบสถ์และวิหารได้สร้างเป็น  อาคารเดียวกัน  วัดนี้สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2139  ผู้สร้างคือ
เจ้าเจตบุตรพรหมินทร์  เจ้าผู้ครอง เมืองน่าน ครองได้ 6 ปี  ให้สร้าง
วัดนี้  ชื่อวัดพรหมินทร์  ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น วัดภูมินทร์  
ประตูไม้ของโบสถ์ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนา
สวยงามมาก  ที่ฝาผนังมีรูปวาดเป็นภาพแสดง
ถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยก่อนด้วย  พระอุโบสถสร้างเป็น
ทรงจตุรมุข  ซึ่งเป็นจุดเด่นแห่งเดียวในประเทศไทย
พระประธานในโบสถ์เป็นรูปจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหน
พระอุโบสถ์เทินไว้กลางลำตัวนาค  ตรงใจกลาง
ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออกด้านประตู
ทั้ง 4 ทิศ  หันด้านปฤฎางค์ชนกันประทับบนฐานชุกชี
เป็นปางมารวิชัย
วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมับ เจ้าอนันตวรฤทธิเดช ปี
2410 ใช้เวลาซ่อม 7 ปี จิตรกรรมฝาผนัง
ผู้เขียน  คือ  ฮูบแต้ม  ภาพเด่น คือ ภาพปู่ม่านและย่าม่าน  ซึ่งเป็นคำ
ที่เรียก หญิง ชาย ชาวไทยลื้อในสมัยโบราณ
จะกระซิบสนทนากัน  ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายแบบไทยลื้ออย่าง
เต็มยศ  ภาพวาดหนุ่มสาวคู่นี้มีความประณีตมาก
เป็นภาพเยี่ยมที่สุดของวัดภูมินทร์ ค่ะ 
เรามาถึงวัดนี้  แน่นอน ต้องถ่ายรูปกับ ปู่ม่านและย่าม่านอยู่แล้ว ค่ะ 
มาชมภาพของพวกเราค่ะ 



ถ่ายรูปกับปู่ม่าน ย่าม่าน  ค่ะ 


ภาพนี้อยู่ในพระอุโบสถ ค่ะ ถ่ายอีกรูป คนถ่ายรูปนี้เยอะ ค่ะ 






ใกล้วัดภูมินทร์ มีวัดหลักเมือง  เราก็แวะไปถ่ายรูปด้วย ค่ะ ไม่ได้เข้าไป
ไหว้พระถ่ายรูปไว้เท่านั้น ค่ะ  มาทราบประวัติของวัด ค่ะ 
วัดมิ่งเมือง  ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยพงศ์  เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของ
จังหวัดน่าน  เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อน
ขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหารราวปี พ.ศ. 2400 เจ้าอนันต-
วรฤทธิเดชเจ้าเมืองน่าน  ได้สร้างวัดใหม่
ตั้งชื่อว่าวัดมิ่งเมือง ต่อมาในปีพ.ศ.2527 มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถ
หลังใหม่  เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยตามแบบในปัจจุบัน
ลักษณะเด่น คือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ  มีความ
สวยงามมาก เป็นฝีมือของตระกูลช่างชาวเชียงแสน
ภายในอุโบสถ  เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวน่าน
บริเวณที่เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ใน
ศาลาจตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร
ฐานประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายลงรักปิดทอง
ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
เสาหลักเมืองน่าน  เดิมเป็นไม้สักขนาดใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลาง  3 ฟุต สูง 3 เมตร  ลักษณะเป็นเสาหัวกลม ส่วน
หัวเสาเกลาเป็นดอกบัวตูม ฝังไว้กับพื้นดินโดยตรง
ไม่มีศาลาหรืออาคารครอบ  สันนิษฐานว่า ที่เห็นปัจจุบัน  อาจจะสร้าง
ในสมัยเจ้าผู้ครองน่านสร้าง  เพราะในสมัยก่อน
เมืองน่านไม่มีคติการสร้างเสาหลักเมือง  ค่ะ 


วัดมิ่งเมือง  หรือเสาหลักเมืองของ จังหวัด น่าน ค่ะ 

อีกสถานที่หนึ่งที่คนชอบมาถ่ายรูป คือ  ทิวแถวสองข้างทางที่มีต้น
ลีลาวดี หรือลั่นทม นั่นเอง มีแต่กิ่งก้านสาขา ไม่มีใบ
มันก็ดูเก๋ไปอีกแบบหนึ่งค่ะ พวกเราก็มาถ่ายรูปกับต้นลีลาวลี ด้วยลีลา
ต่าง ๆ ที่ตนต้องการค่ะ   มาชมรูป  ค่ะ 






ออกจากที่ลีลาวดีแล้ว  ก็ต้องขับรถไปส่ง จินนี่ที่สนามบิน เพราะว่า
จะต้องขึ้นเครื่องประมาณ 4 โมงเย็น แต่เราต้องมา
ถึงสนามบินประมาณ บ่ายสามโมง และนัดรถที่เราเช่าขับเย็นนี้และ
พรุ่งนี้อีกประมาณครึ่งวันกว่า ๆ  ค่ะ คือคืนรถประมาณบ่ายสาม
ตั้ม  โชเฟอร์ที่น่ารัก ใจเย็น สุภาพ ก็พาพวกเรามาที่สนามบิน ช่วยยก
กระเป๋าของเราทั้ง 5 คนลงจากรถ เพราะบ่ายนี้
ต้องเปลี่ยนเป็นรถเก๋งที่เช่าแล้ว  แดง จัดการจ่ายค่าเช่ารถ 5 วัน
น่าจะวันละ 1800 บาท  น้ำมันเราออก มั้ง พวกเรา
ให้ค่าทิปแก่ตั้ม  1000 บาท  ค่ะ  หลังจากที่จ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้ว
เราก็เข้าสนามบินน่าน เป็นครั้งที่สองของวันนี้ 
หลังจากที่ส่ง จินนี่ เรียบร้อยแล้ว  แดงก็โทรหาบริษัทรถที่เราเช่าเขา
จะขับเย็นนี้ถึงพรุ่งนี้   มอมกับฉันรอกันอยู่ที่สนามบินด้านนอก
ศิษย์เขยบังและแดง ไปรับรถและขับรถที่เช่ามาจากที่ที่จอดรถของ
สนามบินตามที่นัดกันไว้ ซึ่งก็รอเกือบครึ่งชั่วโมง
ค่าเช่ารถอีก 900 บาท น้ำมันเติมเองได้รถแล้ว ก็ขับไปทีโรงแรมที่เรา
จองไว้  ชื่อว่า โรงแรม เทวราช เพื่อเช็คอิน 
หลังจากเช็คอินแล้ว  คืนนี้ฉันก็สามารถใช้เงินในกระเป๋าตังค์  40 
60  คือ เราจ่าย 60  รัฐออกให้ 40   ค่ะ 
นำกระเป๋าและข้าวของต่าง ๆ เข้าห้องพักแล้ว  พวกเราก็ไปเที่ยวที่
วัดพระธาตุแช่แห้งด้วยเลย เพราะเป็นวัดที่อยู่
ในโปรแกรมด้วย ค่ะ  วัดนี้เราได้เดินเวียนรอบองค์พระธาตุด้วยค่ะ 
วัดพระธาตุแช่แห้ง  มีความเป็นมา  ดังนี้ ค่ะ 
วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง  มีพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน ตั้งอยู่ที่
บ้านหนองเต่า ต. ม่วงตื๊ด  กิ่งอำเภอ ภูเพียง  จ.น่าน 
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร สันนิษฐานว่า มีอายุราว 600 ปี
พญาการเมืองโปรดให้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1891
เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากเมืองสุโขทัยองค์พระธาตุสูง
55.5  เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5
บุด้วยทองเหลืองทั้งองค์  เป็นโบราณสถานที่งดงามแห่งหนึ่งของ 
ล้านนา  ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากเจดีย์
พระธาตุหริภุญไชย  มีลักษณะเด่น คือ รอบ ๆ องค์พระธาตุ มีการบุรอบองค์พระธาตุด้วยทองจังโก้ (
  คิอ ทองเหลืองที่ตีแผ่เป็นแผ่นบาง นิยมใช้หุ้มองค์พระเจดีย์ป้องกันการผุกร่อน ทองสักโก ก็เรียก)  
ในส่วนของทางขึ้นองค์พระธาตุนั้น  จะเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือ
ประตูทางเข้า  ลักษณะการปั้น จะเป็นลายนาคเกี้ยว
ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือและศิลปะของ จ. น่านโดยแท้
จริง  ชาวน่านเชื่อว่า  การมากราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ
แช่แห้ง  จะได้รับอนิสงส์อย่างมาก ชีวิตจะอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจาก
โรคภัยไข้เจ็บ  พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุ
ประจำวันปีเกิดของ คนเกิดปีเถาะ  ค่ะ 


ในวัดมีการจัดตง ไว้เตรียมฉลองงานปีใหม่  ค่ะ 






องค์พระบรมสารีริกธาตุแช่แห้ง  ค่ะ 

ใกล้ ๆ  วัดภูมินทร์  มีตลาดนัด  มีของขาย  ทั้งของกิน  เสื้อผ้า ของที่
ระลึกมากมาย  เสื้อผ้าจะมากเป็นพิเศษ  เป็นตลาดนัดที่พ่อค้า
แม่ค้า นำสิ่งของจากจังหวัดของตนมาขาย เช่น  จาก เชียงใหม่ แพร่
ลำพูน ลำปาง พะเยา เชียงราย ฯลฯ เนื่องจาก
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาก็จะนำสินค้ากลับบ้านของตัวเอง
ต่างประชาสัมพันธ์ว่า  ลดราคาเท่าทุนอะไรประมาณนั้น
ศิษย์เขยบังได้เสื้อม่อฮ่อมเนื้อดีไปหนึ่งตัว  ราคาลดแล้วเหลือ 200
บาท ก็นับว่าถูกนะ  บางร้านก็มี คนละครึ่ง ด้วย 
ส่วนฉัน ไม่ได้เลย คนละครึ่งก็ไม่มีให้ใช้ เงินก็ใกล้หมดแล้ว ที่เหลือ
อยู่กันไว้ซื้อของฝากเพื่อนบ้าน นั่นเอง อิอิ
พรุ่งนี้ จะได้ใช้ เราเที่ยวด้วยกัน ก็ได้ลด 40 % ค่อยน่าซื้อหน่อย อิอิ 
เดินช้อปเสร็จก็ถ่ายรูปกัน  อิอิ มีมาฝากนิดหน่อย 


เดินเที่ยวตลาดนัดกันแล้ว ยังหัวค่ำอยู่และพวกเราก็ยังไม่หิวกันเดิน
ผ่านวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร  เลยพากันไปชมวัดนี้ค่ะ 

วัดนี้ เป็นวัดใหญ่ตั้งอยู่กลางเมืองน่าน  อยู่ตรงข้ามกับ พิพิธภัณฑ์
สถานแห่งชาติน่าน  วัดนี้เดิมชื่อว่า "วัดหลวงกลางเมือง"
เป็นวัดที่มีความงดงามมาก  พระยาภูเข่ง ผู้ครองเมืองน่านเป็นผู้สร้าง
เมื่อปี พ.ศ. 1949  มีอายุมากกว่า 600 ปี 
เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย  ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ช้างค้ำ
ทรงลังกา สูงตระหง่าน  มีรูปปั้นช้างครึ่งตัว
ประดับโดยรอบ  ลักษณะเหมือนฐานรองรับเจดีย์ไว้ด้านละ 6 เชือก
รวม 24 เชือก  เป็นศิลปะที่น่านรับผ่านจาก
อาณาจักรสุโขทัย  มีความสวยงามมาก ค่ะ น่าเสียดาย  ตอนมานั้น ฟ้า
เริ่มมืดแล้ว  การถ่ายรูปอาศัยแสงจากดวงไฟฟ้า จึงไม่ค่อยงาม


รูปปรับแสงได้ชัดแค่นี้ ค่ะ เลยไม่สวยงามนัก อิอิ


ซื้อโคมไฟ บูชาพระธาตุเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตของพวกเรา


มีประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารจารึกไว้ ค่ะ 
 
กราบพระประธานในพระอุโบสถวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ค่ะ 

ออกจากวัดนี้น่าจะประมาณทุ่มแล้ว จะต้องหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น
เปิดดูร้านอาหารที่มีการจ่ายแบบเราเที่ยวด้วยกัน
ได้ร้านอาหารญี่ปุ่น ทุกคนลงความเห็นว่า  มาลองอาหารญี่ปุ่นร้านนี้
(ชื่ออะไร จำไม่ได้)  แล้วก็ไม่ผิดหวัง  รสชาติอร่อยดี ค่ะ 
มาชมภาพที่เก็บมาฝากเล็กน้อย ค่ะ 


อาหารมื้อเย็นของเรา 4 คน ค่ะ ราคาก็ไม่แพง  ถูกกว่ากรุงเทพฯอีก
เมื่อทานเสร็จแล้ว  ก็ขับรถกลับโรงแรม พวกเราต้องเตรียม
จัดกระเป๋าให้พร้อม  เพราะพรุ่งนี้เราทานข้าวเช้าที่โรงแรมแล้ว เราจะ
ต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเลย เพื่อไปเก็บที่เที่ยว
อีกหลาย ๆ แห่งในเมืองที่เราหมายตาเอาไว้ค่ะ  ทริปวันที่ 17 ก็จบลง
เพียงเท่านี้ ค่ะ เหลือเที่ยวพรุ่งนี้อีก 1 วันก็จะจบ
ทริปเที่ยวเมืองน่านแล้ว นะคะ  โปรดติดตามตอนสุดท้ายในเร็ววันนี้
ได้ ค่ะ  สวัสดี  ค่ะ 









 



Create Date : 15 มกราคม 2564
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2564 16:48:55 น.
Counter : 432 Pageviews.

50 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe, คุณทนายอ้วน, คุณzungzaa, คุณkatoy, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณmariabamboo, คุณSweet_pills, คุณหอมกร, คุณชีริว, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณ**mp5**, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณtoor36, คุณNior Heavens Five, คุณSai Eeuu

  
ชอบไข่ดาวตามโรงแรมหรือตามรีสอร์ททอดครับ กลมสวยดีมาก ทอดเองไม่เคยได้แบบนั้นเลย ฮ่าๆๆๆๆ

อาจารย์ได้ไปชมวัดไทยลื้อหรือเปล่าครับ สวยมากๆครับ


วันนี้หมดโควต้าแล้ว พรุ่งนี้มาใหม่นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:20:31 น.
  
สวัสดีครับ อาจารย์สุ
ตามมาเที่ยวน่านต่อครับ
ถนนเป็นเลข 3 จริงด้วย
ได้ถ่ายรูปกับปู่ม่านย่าม่านด้วย

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:50:13 น.
  
น่าน เป็นอีกเมือนที่น่าไปค่ะ มี้มีเพื่อนอยู่ที่นั่นด้วย
โดย: kae+aoe วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:49:49 น.
  
เช้านี้เข้ามาโหวตตามที่สัญญาไว้คราาบบบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:50:48 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์ เคยไปเที่ยวจังหวัดน่าน แต่ก็ยังมีอีกหลายที่ๆอยากไป เป็นอีกเมืองที่น่าเที่ยวมากเลยค่ะ


เด็กๆรุ่นนี้ลำบากจริงๆค่ะ แต่ก็เป็นสภาวะการณ์ทั่วโลก
โดย: zungzaa วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:32:21 น.
  

ตามมาเที่ยว
จากบ่อเกลือ หมู่บ้านศพปัน
ศูนย์ภูฟ้า
ถนนหมายเลข 3
ชมภาพกระซิบรักบรรลือโลก
ณ วัดภูมินทร์
ถนนคนเดิน และวัดต่างๆในเมืองน่าน

อจ สุวิมลอธิฐานละเอียดมาก

รอติดตามตอนจบค่ะ


Vote เต็ม
ไว้แวะมาใหม่นะคะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:28:16 น.
  
โหวตครับอาจารย์

ทริปน่าน
เน้นที่เที่ยวเชิงธรรมชาติ
และวัดวาอารามนะครับอาจารย์
ถนนเส้นนี้สวยงามทีเดียวครับ

บล็อกวันนี้
จริงๆแล้วผมเขียนเป็นสเตตัสลงไว้ที่เฟซบุ๊กครับอาจารย์
พอดีถ่ายภาพหนังสือที่บ้านมา
ก็เลยเล่าเรื่องเก่าให้เข้ากับภาพครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:53:38 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ร้าน แพรเพียงพอ นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:03:23 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:41:08 น.
  

มาส่งกำลังใจค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:31:01 น.
  
เห็นแล้วก็อยากไปเที่ยวนะคะ ดีเลยนะคะที่ยังได้ไปเที่ยวก่อนโควิดระลอกใหม่มา
โดย: kae+aoe วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:27:22 น.
  
ชวนไปชิม - ปลาจาระเม็ดทอดราดพริก ด้วยนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:02:48 น.
  
ตามอาจารย์มาเที่ยวทั่วเมืองน่านเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:22:37 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โควิดทำให้ผมเอาหนังสือเก่าๆมาอ่านซ้ำ
รวมทั้งหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน
ก็เอามาอ่านจนจะหมดแล้วครับ 555

กำลังคิดว่าอยากเอาหนังสือมาเรียงใหม่
บางส่วนก็เอามาขายออนไลน์น่าจะดีครับ
ผมเริ่มไม่มีที่เก็บหนังสือแล้ว

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:28:12 น.
  
ตามมาเที่ยวเมืองน่านด้วยคนครับ บรรยากาศดีมาก ๆ เลยครับ ผมอยากไปอีกหลาย ๆ ครั้งเลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:58:24 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

บรรยากาศไทรวารี รีสอร์ทยามเช้า สวยสดชื่นมากนะคะ
อยากมีโอกาสไปศูนย์ภูฟ้าพัฒนาด้วยค่ะ ได้ชมดอกไม้สวยๆ
และยังมีเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ต่างๆจำหน่าย

วัดภูมินทร์และวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารก็งดงามมากค่ะ
ต๋าขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์
ขอบคุณอาจารย์ที่พาเที่ยวนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:11:02 น.
  
เที่ยวหลายวันภาพมันก็จะเยอะหน่อยค่ะอาจารย์
ภาพกิ่งก้านสาขาของต้นไม้นี่ดูตาลายมากเลยค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:50:29 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:26:15 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์ แวะมาทักทายค่ะ
โดย: zungzaa วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:29:20 น.
  
มาเที่ยวน่านตอนสี่ละครับ หนนี้มาทัน 555

ไกลจากเมืองน่านขนาดนี้คนก็เที่ยวน้อยดีครับ
ศูนย์ต่างๆของราชสำนักกระจายอยู่ทั่วประเทศ บางที่ก็ไม่ค่อยได้ใช้งานและไม่ค่อยมีคนดูแลยนะครับ
ศูนย์ภูฟ้านี่ยังมีมุมสวยๆเยอะอยู่

วัดภูมินทร์นี่คือไฮไลต์สุดๆของน่านแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมภาพปูม่านย่าม่านถึงดังนัก
พระประธานของวัดหัวข่วงเคยหันหน้ามาชนกับพระประธานวัดภูมินทร์ ผู้คนเชื่อว่าเป็นเหตุให้สองชุมชนไม่ค่อยถูกกัน
สุดท้ายวัดหัวข่วงต้องเบี่ยงพระประธานหลบครับ เลยเป็นวัดประหลาดที่พระประธานไม่นั่งอยู่ตรงกลาง

วัดมิ่งเมืองลวดลายปูนปั้นสวยงามมากเลยนะครับ
แนวต้นลีลาวดีนี่คนสนใจเยอะกว่าตัวพิพิธภัณฑ์เสียอีก 555
งาช้างดำในพิพิธภัณฑ์ กับวัดน้อยหน้าพิพิธภัณฑ์ เป็นวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย ก็น่าสนใจนะครับ

ไปพระธาตุแช่แห้งแล้วกลับเข้าเมืองมาพระธาตุช้างค้ำเหรอครับ
ตอนผมไปเที่ยวน่านวัดพระธาตุแช่แห้งคนแน่นขนัดที่สุดแล้ว ที่จอดรถยังแน่นเลยครับ
โดย: ชีริว วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:00:05 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์
โดย: The Kop Civil วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:02:59 น.
  
สวัสดีมืดๆวันเสาร์ครับ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ปลาจาระเม็ดขาวทอดราดพริก นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:34:00 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเก็บของค่อนข้างดีครับอาจารย์
หนังสือ กีตาร์ ของบางอย่าง
อยู่กับผม
จะไม่ค่อยเสียครับ
สภาพค่อนข้างดี

แต่ถ้าอยู่กับลุกนี่
พังบ่อยมากครับ 555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:38:04 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:43:40 น.
  
ขอบคุณสำหรับคำผิดคร้าบอาจารย์ คำนี้น่าจะเขียนผิดกันเยอะเลยนะเนี่ย
โดย: ชีริว วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:06:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเห็นใจคนร่วมธุรกิจท่องเที่ยวด้วยครับ
ธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่
ล้มทั้งระบบ ปิดนานเป็นปีแบบนี้
ผลกระทบกับคนนับหมื่นเลยครับ
แถมการช่วยเหลือจากรัฐบาลก็มาไม่ถึงด้วยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:48:53 น.
  
คอมเมนท์อาจารย์อ่านแล้วอบอุ่นใจทุกครั้ง
ขอบคุณอาจารย์มากนะคะสำหรับกำลังใจบล็อกต๋า

อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:46:50 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:26:40 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:54:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
คนจีนเน้นความกตัญญูมากๆ
ถือเป็นคุณธรรมที่สำคัญในชีวิตเลย

วันนี้ผมไปตรวจสุขภาพมาครับ
ตัวเลขทุกอย่างดีหมด
ยกเว้นน้ำตาล
เริ่มปริ่มๆครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:17:09 น.
  
สวัสดีครับ

วันนี้ชวนไปเที่ยว - วัดร่องขุ่น เชียงราย ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:00:23 น.
  
เที่ยวได้เยอะมากนะคะ
ตามเที่ยวเพลินเลย
วันนี้ตอนที่ 4 แล้ว
คงต้องไปเก็บอ่านตอนต้นๆด้วย
ขอบคุณค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:21:40 น.
  
ดูแล้วอากาศช่วงเช้าน่าจะเย็นนะครับ ในรูปเหมือนลงด้วย

มีทำท่าแบบปู่ม่าน ย่าม่าน ตอนถ่านภาพด้วย

เที่ยวคุ้มจริงๆ ใช้เวลาเที่ยวทั้งวันตั้งแต่เช้าจนค่ำเลย
โดย: toor36 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:19:55 น.
  
ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:56:41 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:11:04 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ
โหวตครับ
โดย: Nior Heavens Five วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:01:13 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
เพื่อนที่มาเที่ยวพิมายเทียวนี้ เพื่อนมัธยมค่ะ สนิทกันมาก
เพราะโควิดเลยต้องงด meeting ไป ไม่ทราบจะได้สังสรรค์กันเมื่อไรนะคะ
ขอบพระคุณอาจารย์ด้วยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:21:01 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - วัดร่องขุ่น เชียงราย นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:13:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เจอคนขับรถแบบนี้
แย่เลยนะครับอาจารย์
ไม่คิดถึงคนเดินทีเ่ดินอยู่

เชียงใหม่น่าจะไม่มีพายุแล้วครับ
แต่อากาศกลับมาหนาวเย็นอีกครั้ง
ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเริ่มร้อนแล้ว
ซึ่งหนาวแบบนี้ก็ดีครับ
ผมว่าดีกว่าร้อนเยอะเลย 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:04:48 น.
  
วิวสวยงามค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:4:49:50 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:41:32 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อาจารย์มีแนวคิดที่ดีมากๆเลยครับ
เปลี่ยนสุขเป็นทุกข์ได้
ด้วยการตั้งวิธีคิดให้ดี
ก็จะช่วยให้คลายทุกข์ในใจ
ได้อย่างที่อาจารย์เม้นท์ไว้เลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:14:38 น.
  
สวัสดีวันพุธครับ


ชวนไปชิมร้านอาการริมแม่น้ำโขงกันครับ - ครัวไท เชียงแสน
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:03:17 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:31:45 น.
  
สวัสดีตอนค่ำของวันพฤหัสบดีครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ครัวไท เชียงแสน นะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:38:34 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

วันนี้ที่บ้านก็ไหว้
แต่ไม่ได้จุดประทัดมาหลายปีแล้วครับ
ผมก็ไม่ค่อยชอบจุดประทัดด้วยครับ 555

กำลังรอเที่ยงคืน
แม่ผมจะไหว้เทพไช่ซิงเอี๊ยะครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:56:16 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:23:23 น.
  
สวัสดีวันศุกร์ครับ



มาชวนไปชิมอาหารทำเองครับ - Claudia's favorite
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:28:33 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ
โดย: **mp5** วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:46:58 น.
  
สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะอาจารย์
ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ
โดย: zungzaa วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:15:55:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments