คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
30 สิงหาคม 2565
space
space
space

ชวนไปเที่ยวลาว นั่งรถไฟ วังเวียง หลวงพระบาง เมืองงอย ค่ะ (2)
ชวนไปเที่ยวลาว นั่งรถไฟ วังเวียง หลวงพระบาง 
เมืองงอย ค่ะ (2)


การเที่ยวประเทศลาวตอนที่ 1  ฉันพาเที่ยวจบไปวันที่ 2 แล้ว  สถานที่
เที่ยวสุดท้าย ก็คือ  วัดพระธาตุพูสี  บล็อก 2 นี้
ฉันจะพาเที่ยวเป็นวันที่ 3 ต่อไป นะคะ
            วันที่ 15  ก.ค.  
 วันนี้  พวกเราที่ตั้งใจจะไปตักบาตรข้าวเหนียวอันเป็นประเพณีของลาว
ที่คนไปเที่ยวลาว  จะต้องไปร่วมประเพณีตักบาตร
ข้าวเหนียวนี้ ค่ะ พวกเราก็ถามไกด์ว่าพวกเราจะได้ตักบาตรเมื่อไหร่ 
จะไปจองอาหารที่จะตักบาตรที่ไหน  ราคาคนละเท่าไร
  ไกด์ รับทราบและบอกจะโทรถามเจ้านายก่อน  ในที่สุดได้คำตอบว่า 
ให้จัดการติดต่อเรื่องอาหารที่จะตักบาตรมาให้ลูกทัวร์
โดยที่ลูกทัวร์ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ทางบริษัทจะจัดการให้  ต้องขอบใจ
บริษัทไชยนารายณ์ทัวร์ที่จัดการเรื่องอาหาร  ทำให้พวกเรา
ได้ทำบุญตักบาตรตามที่ได้ตั้งใจไว้ ค่ะ ขอให้ผลบุญครั้งนี้  จงส่งผลให้
บริษัทนารายณ์ทัวร์  มีลูกทัวร์มาใช้บริการมากมาย ค่ะ

 ไกด์นัดว่า เวลา ตี 5.15  น. พร้อมกันที่หน้าเคาน์เตอร์  เพื่อเดินจาก
โรงแรมไปยังถนนที่จัดไว้ให้พวกเราได้ตักบาตร 
โดยมีการปูเสื่อลาดยาว  มีเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ให้นั่งใส่บาตรด้วยเมื่อถึงเวลา
นัด ทุกคนก็ทยอยกันมารอกัน  ไกด์นำพวกเรา
เดินไปตามทางเท้าจากโรงแรมไปเรื่อย ๆ ไกลไม่น้อยเหมือนกัน น่าจะ
ประมาณ 1 กิโลเมตรน่าจะได้ ค่ะ  ไปถึง ไกด์อธิบายว่า
พระสงฆ์จะเริ่มเดินมารับบาตรประมาณ หกโมงเช้า ค่ะ  พวกเราก็นั่ง
เก้าอี้ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้  ด้านหน้าเรา  มีกระติบข้าวเหนียว
และมีตะกร้าเล็ก ๆ ใส่ขนม  น้ำ อีกหลายอย่างอยู่ มีการแจกผ้าเบี่ยง
ให้เราห่ม  (ตามรูป)  ตามประเพณีของชาวลาวด้วย 
(ตักบาตรเสร็จ ส่งคืนค่ะ) จอยนำขนมมาจากกรุงเทพฯใส่บาตรเป็นลัง
ด้วย ค่ะ   การตักบาตรครั้งนี้  อยากจะขอให้ทางคนจัด 
ช่วยหาถุงมือให้ด้วย  เพราะการใช่มือเปล่า ๆ หยิบข้าวเหนียวใส่บาตร
พระ เณร ไม่อนามัยเลย  ยิ่งมีโรคโควิดระบาดไปทั่วโลก
อยู่ในขณะนี้  ยิ่งต้องรักษาเรื่องความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง  พอดีฉันมีติด
ถุงพลาสติคใสไปด้วย  เลยใช้เป็นถุงมือหยิบข้าวเหนียว
ใส่บาตรได้  หลังจากใส่บาตรเสร็จแล้ว  มีการถ่ายรูปหมู่กัน ค่ะ 
มาชมรูปของพวกเราใส่บาตรกัน ค่ะ 



นั่งรอตักบาตรข้าวเหนียว ค่ะ ผ้าที่เห็นพาดบนบ่า เรียกว่า ผ้าเบี่ยง ค่ะ



ยิ้มแย้ม แจ่มใส ทุกคน ค่ะ 



เตรียมพร้อมทั้งกายและใจ ค่ะ 











พระ และ เณร มารับบาตรตรงเวลามากค่ะ พวกเราใส่บาตรกันด้วย
ใจเบิกบานสมความตั้งใจที่ได้ตักบาตร ค่ะ 



หลังจากตักบาตรเสร็จแล้ว ก็ถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก ค่ะ 

ใส่บาตรกันแล้ว  ก็แยกย้ายกันไปเดินชมตลาด และชมบ้านเรือนของ
ชาวลาวที่หลวงพระบาง  ที่ตลาดยามเช้าที่ไปเดิน 
ก็มีขายของมากมาย ทั้งของสด ของแห้ง ขนมนมเนยมากมายเหมือน
ตลาดทั่ว ๆ ไป  ตามถนนหนทาง เป็นถนนสายเล็ก ๆ 
บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นไม้ สองชั้น เล็ก ๆ  ดูสงบ  มีชาวบ้านตามริม
ถนนรอใส่บาตรอยู่เป็นหย่อม ๆ ที่เขารู้ว่า 
พระ เณร จะผ่านมา นั่นเอง  ฉันกับน้อง เดินชมตลาด ไม่ได้ซื้ออะไร
เลย ไม่ได้ของที่เราต้องการ  ออกจากตลาดเดินไป
ตามถนน  ได้เจอกลุ่มน้อง ๆ ที่มาจากโคราช ที่เมื่อวานเจอกันที่วัดพระ
ธาตุพูสีเลยได้ถ่ายรูปหมู่กันอีก ครั้ง ค่ะ เรียกว่า
โลกกลม เนาะ อิอิ 




รูปบ้านพักอาศัยของชาวลาว  ค่ะ ด้านขวา เป็น เอทีเอ็ม ของลาว ค่ะ 





เดินไปเจอน้อง ๆ ชาวโคราชที่เราพบกันที่ บนพระธาตุพูสี  เลยได้
ร่วมกันถ่ายรูปหมู่กันเป็นที่ระลึกอีก 1 รูป ค่ะ 


 พวกเราต้องเดินกลับโรงแรมกัน  ไกลและเหนื่อยเหมือนกันนะ  ปวด
หลังมากอยู่  เท้าก็ยังบวมอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน 
(หลังจากไปขึ้นบันไดไหว้พระธาตุพูสี)  แต่ก็เดินได้ไม่ลำบากนัก
ระหว่างทาง ก็ถ่ายรูปถนนหนทางของลาวมาให้ชมกัน ด้วยค่ะ
 


เห็นป้ายสวย ๆ ก็เลยถ่ายรูปกันคนละรูป ค่ะ 



บริเวณในที่พักค่ะ 



มุมถ่ายรูปสวย ๆ ของที่พัก ค่ะ 





มีการจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ ให้แขกผู้มาพักชมด้วย ค่ะ 





บริเวณของโรงแรมที่จัดให้แขกผู้มาพักได้ถ่ายรูป ค่ะ 

 ข้าวเช้าของวันนี้ เขานัดกิน 7  โมงเช้า   พวกเรากลับมาถึงที่โรงแรม
ยังไม่หกโมงครึ่งเลย ได้มีโอกาสถ่ายรูปสวย ๆ บริเวณ
โรงแรมนี้  ซึ่งมีชื่อว่า โรงแรม Mais Souvannaphoum  Hotel เป็น
  โรงแรมที่สวยและอาหารเช้าที่มีหลากหลาย 
ทั้งเป็นของอาหารพื้นเมือง  เช่น ข้าวซอย  น้ำเงี้ยว  ก๋วยจั้บญวน
เป็นต้น  มีอาหารฝรั่ง ขนมปัง ไส้กรอก  สลัดผัก น้ำส้ม
น้ำสมุนไพรต่าง ๆ  ถือเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดกว่าที่ผ่านมา ค่ะ  พนักงาน
ต้อนรับ ก็น่ารักทุกคน  บริการดี  ใส่ใจ 

ยังไม่ถึง  7 โมง  ฉันเดินเข้าไปขอน้ำเปล่า เพื่อกินยาก่อนอาหาร 
พนักงานต้อนรับ  (น่าจะเป็นผู้จัดการสาวสวย) 
ให้การต้อนรับและบอกว่า  อาหารพร้อมแล้ว เชิญรับประทานได้แล้วค่ะ
  เอ้า ! ดีเลย  ฉันเลยได้เปิดกินเป็นคนแรก  เลือกโต๊ะ
ที่ใกล้สระน้ำ  ส่วนน้องไปห้องพักก่อน  กว่าจะลงมา ฉันก็กิน ก๋วยจั้บ
ญวนไปแล้ว 1 ชาม แล้วสั่งข้าวซอยอีกชาม  มีน้ำส้ม
น้ำองุ่น  สลัดผัก ฯลฯ อิ่มตื้อเลย  ส่วนจอย  วรรณ ไปเดินตลาดและซื้อ
โจ๊ก  ซื้อโรตีมาด้วย  กินไม่หมด  แบ่งไปให้พนักงาน
ในโรงแรม  แจกทิบให้พนักงานมีทั้งหมด 5 คน คนละ  50 บาท จอย
เป็นคนใจบุญและรวย  เขาคิดว่า พวกพนักงานเงินเดือนน้อย
ถ้าได้ทิบจากแขกที่มากิน  ก็เป็นการช่วยคุณภาพชีวิตของพวก
พนักงานได้บ้าง  เป็นความคิดของคนที่รวยแล้วรู้จัก
การแบ่งปันแก่คนอื่น  เป็นสิ่งที่ดีงาม  ค่ะ 





ภายในห้องอาหารเช้า ค่ะ 





พนักงานทำก๋วยจั้บญวน  ข้าวซอย ร้อน ๆ ให้แขกมากิน ค่ะ 


  สถานที่เที่ยวแห่งแรกของเราในวันนี้  คือ พิพิธภัณฑ์หอหลวงพ่อบาง 
ไกด์ไก่นา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ หอหลวงพ่อบาง 
พิพิธภัณฑ์นี้  ตั้งอยู่ที่ถนนสีสะหว่างวงศ์ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา
08.00 – 11.00 น. และ 13.30 – 16.30 น.
ต้องเสียค่าเข้าชม คนละ 30,000  กีบ 

  หลวงพระบาง พระราชวังเก่า หรือชาวเมืองหลวงพระบางเรียกว่า
หอคำ เป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต ตั้งอยู่ตรงข้าม
กับบันไดทางขึ้นพูสี แต่เดิมเคยเป็นพระราชวังหลวงที่เริ่มก่อสร้างในปี
พ.ศ. 2447 ในสมัยพระเจ้าสักกะริน และมาแล้วเสร็จใน
พ.ศ. 2452 ภายหลังเปลี่ยนระบอบการปกครองในประเทศลาวเมื่อ
พ.ศ. 2518 รัฐบาลลาวได้ใช้พระราชวังหลวงนี้
เป็นหอพิพิธภัณฑ์ และเปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เพื่อนำมา
แสดงให้เห็นวัตถุ ทรัพย์สินต่าง ๆ ของราชวงศ์
โดยแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่นห้องราชบัลลังค์ที่เสด็จประทับออกว่าการ
ให้ข้าราชบริวารเข้าเฝ้า ต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมือง
พิธีบายศรีสู่ขวัญ ใช้เป็นห้องพบปะกันของเชื้อสายราชวงศ์ ห้องพระซึ่ง
มีพระบางประดิษฐ์อยู่ ห้องโถงประดิษฐานพระพุทธรูป
และวัตถุมงคลทางศาสนา ที่เป็นเครื่องราชบรรณาการจากเมืองอื่น ๆ
ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าชมถ่ายรูป  ต้องนำกล้องฝากไว้
ที่ตู้ของเจ้าหน้าที่ 

พระราชวังหลวงพระบาง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ลักษณะ
อาคารเป็นชั้นเดี่ยวยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส
แต่เป็นการผสมผสานระหว่างฝรั่งเศสและลาว ด้านนอกอาคารเป็นที่ตั้ง
ของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และ
เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ ต่อมาเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2518
ที่สำคัญที่สุดคือ พระบาง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ประดิษฐานอยู่ในหอไตรทางปีกขวาของ
พระราชวังเป็นการชั่วคราวระหว่างการบูรณะหอพระบางที่ด้านหน้าของ
พระราชวัง โดยภายในหอไตรนี้ยังมีพระไตรปิฎก
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เคยพระราชทานให้กษัตริย์ลาวด้วย
          หลาย ๆ คนเปรียบเปรยพระราชวังหลังนี้ว่าเป็น
“ฝรั่งสวมชฎา”  ทั้งนี้เป็นเพราะ พระราชวังที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสผสมลาว  นั่นเอง  
         
ใครที่เข้าไปในหอพิพิธภัณฑ์ฯแล้วเพื่อความเป็นสิริมงคล ควรที่จะ
ไปสักการะ“พระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
หลวงพระบางที่อยู่ในห้องทางขวามือก่อน จากนั้นใครจะเลือกชมสิ่งใด
ก็ตามแต่สะดวก โดยในหอพิพิธภัณฑ์ฯยังมี
สิ่งที่น่าสนใจอย่างเช่น ห้องหับต้อนที่เต็มไปด้วยกลอง มโหระทึกสำริดบัลลังก์ไม้แกะสลักหุ้มทองคำใน
ท้องพระโรงใหญ่   นอกจากนี้ก็ยังมีพระพุทธรูปและโบราณวัตถุต่าง ๆ
ของหลวงพระบางอีกมากมาย (รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต)



อนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์


 






ออกจาก  พิพิธภัณฑ์แล้ว ก็มุ่งหน้าเดินทางไปยังเมืองงอย  ซึ่งต้องใช้
เวลาเดินทาง ถึงประมาณ 4 ชั่วโมง  ระหว่างทาง
  ไกด์ ก้อง ได้แวะซื้อของกินให้พวกเรากินในรถด้วยถึงช่วงมื้อเที่ยง 
ก็แวะร้านอาหาร  อาหารร้านนี้พอกินได้ไม่อร่อยเท่ามื้อเช้า
  เสร็จแล้ว ก็ขึ้นรถเดินทางต่อไป  ทิวทัศน์สองข้างทาง ก็เป็นต้นไม้ใบ
หญ้า บางช่วงก็แวะกลางทางให้ลูกทัวร์เข้า
ห้องน้ำกัน  สถานที่ของเมืองงอยที่จะไปนี้  คือ  "ผาชมนาง"  ซึ่งตอนที่
ไปถึง เป็นช่วงบ่าย  แดดกำลังเปรี้ยง ๆ แถมทางเดินขึ้นเขา
บอกว่าค่อนข้างชัน  ฉันคำนวณดูแล้ว
ถ้าทางชัน ไม่มีบันได ไม่มีราวให้เกาะ  ทุกคนต้องถือไม้เท้าช่วยในการ
เดิน  และแดดกำลังร้อนมาก ๆ  เมื่อวานเพิ่งขึ้นบันได
ไปวัดพระธาตุพูสีสามร้อยกว่าขั้น  ขายังบวมไม่หายเลยฉันจึงไม่ขึ้นไป
ชม"ผาชมนาง"  แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งค้นพบ ค่ะ
  ไม่ใช่ฉันคนเดียวนะ ที่ไม่ขึ้น ทั้ง จอย วรรณ และคนอื่น ๆ อีกประมาณ
7-8 คน รวมฉันด้วย ก็เป็น 10 คน แล้ว
       
บริเวณนั้น ด้านล่าง ไม่มีที่ให้เดินเที่ยว  มีร้านค้าขายของอยู่ฝั่งตรงข้าม
เล็ก ๆ ร้านหนึ่งขายพวกเสื้อผ้า ของที่ระลึก  ส่วนพวกเรา
ที่ไม่ได้เดินขึ้นเขา  ก็อาศัยร้านที่ขายน้ำ ขายอาหารตามสั่ง  นั่งอยู่ข้าง
ในบ้านเขาหรือ ที่หน้าร้านบ้าง  การมาที่เมืองงอย
ไม่มีอะไรเลย  นอกจากการปีนเขาไปชมวิวธรรมชาติ ใช้เวลาเดินทางก็
นานมาก  ฉันมีความรู้สึกว่าไม่ควรจะจัดมาที่เมืองนี้
รวมกับวังเวียง  หลวงพระบาง  และเวียงจันทร์ ซึ่งมีสถานที่เที่ยว
มากกว่า  ทริปนี้  ไม่ได้เที่ยวเมืองเวียงจันทร์เลย ค่ะ
จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไป หรือ หาสถานที่ที่ใกล้ ๆ กัน เที่ยวกันได้
  (หลายคนของทริปนี้  เขาก็ให้ความเห็นเช่นนี้ ค่ะ ) 
       
 ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง   พวกที่ขึ้นเขา  "ผาชมนาง"  เริ่มทยอยกันลง
มาถึงด้านล่าง  ด้วยร่างกายที่ชุ่มเหงื่อ เหมือนกับไปอาบน้ำมา
เปียกไปทั้งร่าง  ผมเผ้าเปียกเหมือนสระผมมาเลยทีเดียว  และร้านน้ำ
ตอนนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยค่ะ  อิอิ  
 


บรรยากาศบน "ผาชมนาง"  เป็นรูปจากเพื่อน ๆ ค่ะ 
       
จากที่  "ผาชมนาง"  พวกเราก็ต้องรีบเดินทางกลับไปยังหลวงพระบาง 
เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 4 ชั่วโมง  มาถึงที่พัก
  คืนนี้ เป็นโฮมสเตย์ ค่ะ เป็นหลัง ๆ บรรยากาศดีค่ะ  ติดกับแม่น้ำ มี
ต้นไม้มากมายในที่พักนี้  มาถึงที่พัก  นำกระเป๋า
เข้าห้องแล้วก็เดินสำรวจ  ชมบรรยากาศของ โฮมสเตย์ (ชื่ออะไร ไม่
ทราบ จะอาศัยโปรแกรมทัวร์ที่ทาง
บริษัทส่งมาให้โหลดเอง  ก็ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมเลย 
บางแห่งก็ไม่ได้ไปตามที่เขียนไว้ในโปรแกรม 
ไม่ทราบสาเหตุเพราะอะไร  ทุกอย่างดูเร่งรัด สับสน ไปหมด ค่ะ 

ทัวร์ทริปนี้ ไม่ได้พาไปซื้อของประเทศลาวเลย  เงินที่แลกไว้เหลือ
แทบจะไม่ได้ใช้เลย ค่ะ  เพื่อนที่ฝากซื้อกาแฟลาว
  ก็หาซื้อให้เขาไม่ได้เลย ค่ะ  ทริปนี้  เพื่อนบ้านไม่ได้ของฝากเลย อิอิ 
        พักที่ห้องน่าจะสัก 20 นาที  ฉันกับน้องก็ลงไปเดิน
ชมบรรยากาศรอบ ๆ โฮมสเตย์ ซึ่งมีทิวทัศน์งดงาม  ติดแม่น้ำ  เย็นฉ่ำ 
ช่วงนี้  ยังมีแดดอยู่ การถ่ายรูปช่วงนี้  ก็สวยดีนะ
แดดไม่จัดนัก ค่ะ  มาชมบรรยากาศช่วงนี้ ค่ะ 







บรรยากาศที่พักคืนนี้  ติดกับแม่น้ำ  ค่ะ ลมโชยมาเบา ๆ อากาศบริสุทธื์

อาหารมื้อเย็นนี้  เป็นมื้อนั่งเรือล่องแม่น้ำอู  บรรยากาศ คือ ชม ความ
งามของสองฟากฝั่งของแม่น้ำอู  อาหารก็ธรรมดา ๆ
ทั่ว ๆ ไป  ไกด์ ไก่นา  ก้อง  ก็สนุกสนานด้วยการร้องเพลงให้ฟัง  โดย
เฉพาะไกด์ไก่นา  ทั้งร้อง  ทั้งเต้น ปลดปล่อยเต็มที่เลย
  ช่วงท้าย ๆ  มีการประกาศวันคล้ายวันเกิดของลูกทัวร์  มีขนมเค้ก เป่า
เทียนด้วย   ฉันได้รับเกียรติ เป็นตัวแทนกล่าวคำ
อวยพรวันคล้ายวันเกิดให้น้องเจ้าของวันเกิด ชื่อ อ้อม  เป่าเค้กกัน 
แล้วก็มีการร้องเพลง แฮ้ปปี้เบิร์ดเดย์กัน น่าจะ
สักพักใหญ่เรือก็เทียบฝั่ง  พวกเราก็ขี้นจากเรือ  และกลัยเข้าที่พัก 
มาชมรูปบรรยากาศในเรือ ค่ะ 



ความสนุกสนานกินข้าวมื้อเย็นบนเรือล่องแม่น้ำ ค่ะ 



บรรยากาศกินข้าวบนเรือ ค่ะ 


 
บรรยากาศตอนร้องเพลง เป่าเค้ก ให้กับวันคล้ายวันเกิดของสมาชิก

   วันที่ 16 ก.ค.   วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้  รถจะออกจากรีสอร์ท 
เวลา 7 โมงเช้า  เขาให้เรากินข้าวเช้าที่นี่ เวลา 6.00 น.
  ฉันตื่นตั้งแต่ตี 3 กว่า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ต้องออกมานอกห้อง น้อง
เปิดแอร์เย็นมาก  เป็นคนนอนแอร์เย็นจัด  ออกมานอกห้อง
ฟ้ายังมืด ๆ อยู่   พอน้องแต่งตัวเสร็จ  ฟ้าเริ่มสว่างพอดี  ยังเหลือเวลา
อีกพอควรกว่าอาหารเขาจะจัดเสร็จ  เราเลยมาถ่ายรูป
เก็บบรรยากาศช่วงเช้า  ได้บรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่ง  มีไอหมอกลอย
อยู่บนฟ้า  ภูเขา ด้วย  มาชมภาพบรรยากาศตอนเช้า ค่ะ 

 





บรรยากาศของที่พักในตอนเช้า ก่อนกินข้าวมื้อเช้า ค่ะ 



บรรยากาศที่ห้องอาหารตอนเช้าของรีสอร์ท  ค่ะ 

อาหารเช้ามื้อนี้  ก็ง่าย ๆ  มีขนมปังปิ้ง ทาเนย  ทาแยม  โอวัลติน 
กาแฟ   ข้าวต้ม   ฉันกินข้าวต้ม น่าจะสองชาม 
ตามด้วยขนมปังไข่ดาว 1 ฟอง โอวัลติน 1 ถ้วย อิ่มท้องแล้ว ก็กลับ
ห้องทำธุระส่วนตัวเสร็จ  ตามเวลาที่เขากำหนด 
คือ 7 โมง รถออก  วันนี้ต้องรีบทำเวลา  เพราะจะต้องนั่งรถไฟความเร็ว
สูงจาก สถานีหลวงพระบาง  ไปยังสถานีเวียงจันทน์ 
ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ค่ะ เราจึงต้องรบออกจากที่พักเพื่อทำ
เวลาให้ถึงสถานี  ระหว่างทาง ผ่านตรงสะพาน
แห่งหนึ่ง ทิวทัศน์สวยมาก  ไกด์ ให้จอดรถให้พวกเราลงไปเก็บภาพ
บรรยากาศที่สะพานแห่งนี้  ทิวทัศน์สวยงามมาก ค่ะ 
พวกเราถ่ายเดี่ยวบ้าง คู่บ้าง  หมู่บ้าง  โดยมีไกด์ก้องช่วยถ่ายให้พวก
เราด้วย ค่ะ   มาชมภาพพวกเรา ค่ะ 













ครบทีมที่นั่งรถ เบอร์ 4 ค่ะ  8 คน ไกด์ ก้อง ถ่ายให้ ค่ะ 









โพสต์กันหลายท่าทางตามที่ไกด์ก้องนำเสนอ ค่ะ อิอิ

      รถแล่นไปเรื่อย ๆ จนถึงร้านอาหารมื้อกลางวันของเมื่อวาน  เพื่อให้
พวกเราเข้าห้องน้ำ และ รับข้าวกล่องอาหาร 
ซึ่งมีข้าวเหนียวกับหมูทอด ให้คนละกล่องไว้กินบนรถ นั่นเองแต่ฉันยัง
อิ่ม เลยยังไม่ได้กิน  เก็บกลับบ้านเลย  
       
รถไฟความเร็วสูงตามตั๋วรถ  เรามาเที่ยว 11.40 น. พวกเรามาถึง
ประมาณ  11.00 น. ต้องไปเข้าแถว  เพื่อนำกระเป๋า
เข้าเครื่องตรวจเอ็กซเรย์ตามระเบียบ  ครั้งนี้ โดยริบแอลกอฮอร์ไป
1 ขวดเล็ก   ตอนจากวังเวียงมาหลวงพระบางรอด
  เพราะเขาไม่ตบกระเป๋ากางเกงฉัน  เลยไม่เจอ  ห้าห้า 

    หลังจากขึ้นรถไฟไปเรียบร้อยแล้ว  สักพักใหญ่  ฉันก็ทำหน้าที่เป็น
ตัวแทนเก็บเงินค่าทริป คนละ 1.000 บาท ตามข้อตกลง
ของบริษัท  เก็บ 8 คน ได้ 8,000 บาท และนำไปให้ไกด์ก้อง ไกด์
ประจำรถคันเรา  ก้องกล่าวขอบใจและบอกว่า
จะนำไปที่บริษัทจัดการแบ่งกันเอง  ฉันไม่รู้หรอกว่า รถคันอื่นเขาเก็บ
กันหรือเปล่า เราก็รับผิดชอบตามกฎระเบียบของ
บริษัทเท่านั้น  ค่ะ 
       
ประมาณ   13.30  น. ก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง เวียงจันทน์   พวก
เราเข้าแถวลงลีฟต์ไปชั้นล่าง เพื่อที่จะไปต่อรถบัสตามเดิม
  แต่เป็นรถตู้คนละคันอีกแล้ว  เราก็หารถขึ้นคันที่ 4 ตามเดิมของคณะ
เรา ช่วงนี้  ทางทัวร์พาไปกินเฝอที่ร้านที่ทางทัวร์
จองไว้แล้ว มั้ง  มีเฝอไก่ หมู เนื้อ  ส่วนใหญ่สั่งเฝอหมู  การกิน ก็ต้อง
รีบเร่ง  เพราะเราต้องรีบไปให้ถึงด่านของลาว
ให้ทันเวลาอีก  ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด  ไหนจะด่านไทยอีก แล้วก็
ต้องให้ทันเวลาจากหนองคาย เพื่อไปอุดรขึ้น
เครื่องกลับกรุงเทพฯ อีก เฮ้อ! มันในการต่อรถ  ขึ้นรถ จริง ๆ 

ก่อนที่จะไปด่านลาว  ผ่านประตูชัยของเวียงจันทน์  ไกด์ให้พวกเรา
ลงไปถ่ายรูปประตูนี้ และถ่ายรูปหมู่เป็นรูปสุดท้ายค่ะ 







ประตูชัยของเมืองลาว เวียงจันทน์   ค่ะ 

    เรามาถึงด่านลาว ประมาณ 4 โมงเย็น  ไกด์ที่ประจำอุดรจัดการเอา
พาสปอร์ตของพวกเราไป ปั๊มตราออกจากลาว
  ฉันรีบไปแลกเงินลาวเป็นเงินไทย  เงินลาว สี่แสนกว่า ได้คืนเป็นเงิน
ไทย 8 ร้อยกว่านิด ๆ  ก็ยังดี ขาดทุนไปเล็กน้อย 
 เสร็จแล้ว ก็ต้องมาขึ้นรถตู้อีก  ช่วงนี้  รถแต่ละคัน จะมีขนมมาแจกให้
ลูกทัวร์ด้วยคนละกล่อง  คนรถบอกว่า  คุณใหม่ เจ้าของ
บริษัทฝากมาให้พวกเรา  คนละกล่อง  ในกล่องมีแอร์แค  วุ้นกะทิ   เค้ก
กล้วยหอม และน้ำผลไม้ 1 กล่อง  เออ! ดีจัง 
เรื่องกิน เขาบริการดีมากทีเดียว  ถือเป็นอาหารมื้อเย็นให้พวกเรา

    ออกจากด่านลาวแล้ว ขึ้นรถบัสไปลงที่ด่านไทย  ที่ด่านไทย  ตัวใคร
ตัวมัน หิ้วกระเป๋า สัมภาระ  มีการจ๊ำพาสปอร์ต
เข้าประเทศไทย  ต้องผ่านด่านตรวจโรค  คือ ถามว่า เราฉีดวัคซีน
โควิคกี่เข็ม ยี่ห้ออะไร  แต่ไม่ได้ขอดูหลักฐาน
ออกจากด่านไทย  ก็ขึ้นรถตู้อีก จากหนองคายไปยังอุดร เพื่อไปสนาม
บินอุดร  ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง  เรามาถึงที่สนามบิน อุดร
ประมาณ 6โมง  เช็คอิน เสร็จ มีเวลาอีก  เพราะเครื่องบินออกประมาณ
1 ทุ่ม  มาถึงสนามบินดอนเมือง
ประมาณ สองทุ่มเศษ ๆ รอกระเป๋ากัน  แล้วต่างคนต่างก็กลับบ้านของ
ตนเอง  ไม่เห็นไกด์ก้อง ที่นี่เลย  แปลกเหมือนกัน
  น้องชายวรรณขับรถมารับจอย วรรณ  ฉันกลับน้อง อาศัยรถของจอย
กลับด้วยโดยให้รถของจอยไปส่งน้องที่บ้านก่อน
  ซึ่งไม่ไกลจากดอนเมืองนัก  ส่งน้องเสร็จแล้ว  พวกเราก็เดินทางต่อ
ไป  ระหว่างทางทุกคนคงหิวด้วย จอยถามน้องชายวรรณว่า
กินข้าวมายัง หิวไหม  น้องชายวรรณบอกว่า 
อยากไปกินสเต๊ก  แต่ฉันว่า มันดึกละ หาอะไรกินที่ไม่หนักท้องไหม
  เสนอร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านนายเซียะ แถวพระรม 4 
จอยเห็นด้วย เพราะเคยได้ชื่อเสียงว่าอร่อย  แต่ยังไม่เคยมาลองกิน 
เพราะหาร้านไม่เจอ  เข้าใจว่าอยู่แถว ๆ ที่ไปรับเอมอร
  วันนี้จะได้ชิมสักที ช่วงนั้น 3 ทุ่มกว่าแล้ว  กลัวร้านใกล้ปิดแต่ไปถึง
เขาปิด 5 ทุ่ม สบายใจหน่อยจะได้กินกันอย่างสบายใจ
  ไม่ต้องเร่งรีบ  ทุกคนสั่งก๋วยเตี๋ยวเป็ดคนละชาม  ต่างกันที่เส้นเท่านั้น
ของฉันสั่งบะหมี่น้ำเป็ด บางคนสั่งเส้นหมี่ แล้วแต่ชอบ
  จอยสั่งไส้แก้วเป็ดเพิ่ม (ชอบเหมือนฉันเลย )  สั่งเลือดเป็ด
และเป็ดรวมอีก 1  จาน  แต่ละจานมีเนื้อน้อยแต่มีน้ำพะโล้มาก
  อย่างนี้น่าจะสั่งข้าวมากินกับกับมากกว่ากินเปล่า ๆ นะทุกคนกินกัน
อย่างอร่อยชมว่า น้ำจิ้มพริกน้ำส้มของร้านนี้อร่อย
  วรรณชอบมากกินเสร็จแล้ว ให้จอยหารเฉลี่ยกัน แต่จอยบอกไม่ต้อง 
บอกว่า จอยเลี้ยง  ให้เงินช่วยค่าน้ำมันที่มาส่งน้องและฉัน
ตามที่จอยเคยบอกไว้ว่า ไม่ต้องหรอกให้ค่าทิบแก่ทูลที่มารับคนละ
100 ก็พอ  แต่วันนี้ ทูลไม่ว่างมารับได้ เลยให้น้องชาย
วรรณมารับ  ฉันส่งเงิน 200 บาทให้จอยเป็นค่าทิบตามที่คุยไว้  จอยก็
บอกไม่ต้องหรอก เพราะไม่ใช่ทูลมารับ
ไม่ต้องให้ทิบ  เป็นอันว่า ไม่ได้ช่วยค่าน้ำมัน  ค่ากินจอยเลย  ขอ
ขอบใจจอยไว้ นะโอกาสนี้ นะ
   ก่อนกลับ  ก็ซื้อขนมหน้าร้านของนายเซียะนั่นแหละ  ซื้อพวกขนมไป
ฝากลูกน้องเขาที่บ้าน  ซื้อเผื่อแผ่ไปถึงเอมและรุ่ง 
ซึ่งรู้ว่า เราจะไปเชียงใหม่เยี่ยมพี่โต ในวันที่ 19 ก.ค.ให้ฉันนำไปให้เอม
และรุ่งกินด้วย รู้สึกจะเป็นขนมเปี๊ยะและขนมโรยงา
  อย่างละ 1 ห่อ   มาส่งฉันถึงบ้าน น่าจะ 5 ทุ่ม กว่าแล้ว  ช่วยยก
กระเป๋าฉันเข้าบ้าน  ฉันขอบใจจอยและ
น้องชายวรรณที่ขับรถมาส่ง  ร่ำลากันแล้ว ก็กลับบ้านกัน  ขอบใจ
จอยมาก ๆ ที่มีน้ำใจกับฉันเสมอ

  ทริปพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวลาวกับฉัน  ก็จบลงด้วยความสุขอีกทริปหนึ่ง 
อยากฝากไปถึงทางบริษัทไชยนารายณ์ทัวร์ 
การไปกับบริษัทเขาครั้งนี้  ฉันให้ 4 ดาว ค่ะ  ข้อเสนอแนะนอกจาก
ที่เขียนไว้ในเนื้อหาข้างต้นแล้ว  ก็อยากให้ มีโปรแกรมทัวร์
แจกในวันที่ออกเดินทางด้วย  เพื่อจะได้มีความรู้และดูตามโปรแกรม
ไปด้วย จะดีกว่านี้ ค่ะ 

https://youtu.be/mqmSlaa9050

ฝากเพลง กุหลาบป่าซันให้ฟังค่ะ 



        
  




 

 



     



Create Date : 30 สิงหาคม 2565
Last Update : 1 กันยายน 2565 11:17:14 น. 30 comments
Counter : 1049 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณThe Kop Civil, คุณกิ่งฟ้า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณkatoy, คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณRananrin, คุณmultiple, คุณทนายอ้วน, คุณSweet_pills, คุณร่มไม้เย็น, คุณtoor36, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว


 
เจิมๆๆ
มาเที่ยวเมืองซอย*นะคะ
แค่ชื่อก็ชวนติดตามแล้วค่ะ..
นั่งอ่านก่อน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:14:37:01 น.  

 
เมืองงอย*


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:14:37:34 น.  

 
ตักบาตรข้าวเหนียวเป็นภาพสวยงามมากเลยครับอาจารย์

หลวงพระบาง กับภาพที่อาจารย์นำมาลงให้ดู
ทำให้ผมนึกถึง
เชียงใหม่เมื่อสามสิบปีที่แล้ว
บรรยากาศจะคล้ายๆกันเลยครับ
คือเป็นเมืองที่ดูสงบ มีวัดที่สวยงาม

ปล. ใช่ครับ บล็อกวันนี้ผมลงไว้ในเฟซแล้ว
ตรงกับวันที่คืนกุญแจให้กับเจ้าของร้านคนใหม่เลยครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับอาจารย์
ผมก็กำลังรอดูสถานการณ์อยู่ครับว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ช่วงนี้นอกจากรอกลับมาเปิดร้าน
ผมก็วาดรูป เขียนหนังสือเหมือนเดิมครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:14:52:42 น.  

 
อ้อ อ่านเอาเรื่องจบแล้วใช่ความจำComment่ะ
. อนุโมทนาบุญ ใส่บาตรข้าวเหนียว
ใช้ถุงพลาสติกใส่มือด้วย ปลอดภัยกายห่วว
ได้พาดสไบเฉียง..เป็น soft power เมืองหลวงพระบางนะคะ


ก็วนจั๊ยญวน หรือ ข้าวเปียก น่าอร่อยได้รสชาติแท้ๆ
อ้อชอบๆๆทานไม่มีเบื่อ
ชอบภาพหมูที่ทุกคนช฿มือบนสะพานจังค่ะ
ได้feel สนุกสนานและสดใสมีชีวิตชีวา


ดีๆๆที่ได้แวะถ่ายภาพกัยประตูชัย
เรียกว่ามาถึงเวียงจันทร์อย่างแท้ทรู

ทัวร์เร่งรีบทำเวลานี่
นับถืออาจารย์สุวิมลจริงๆ
ทำเวลาได้อย่างคล่องแคล่ว
นับถือคุณJoy ด้วย
มีสตางค์?แล้วมีน้ำใจ
ให้tip พนักงาน รร. ครบถ้วน
บางคนกรือหลายๆคนมีสตังค์แต่ขี้เหนียวมากๆ


นับว่าได้เพื่อนร่วมก๋วนที่น่ารักนัก
อ้อเม้นท์ข้ามไปมา..ตามความที่จำได้

จะย้อนไปอ่านตอน 1 เมื่อมีเวลาค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:14:54:35 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์
ผมว่าเป็นทริปที่อบอุ่น ประทับใจและก็สนุกมาก ๆ เลยครับ วิวทิวทัศน์ที่ลาวสวยมากครับ ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่ ผมอยากไปเที่ยวลาวเหมือนกันครับ บริษัททัวร์อาจารย์ให้คะแนน 4 ดาว ผมว่าโอเคเหมือนกันนะครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:15:06:36 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์


ตามมาเที่ยวหลวงพระบางต่อครับ
ผ้าเบี่ยงที่ไกด์นำมาให้ห่ม คือมันเป็นประเพณีของที่ลาวหรอครับ ว่าเวลาใส่บาตรต้องมีผ้าด้วย เพราะดูเรียบร้อย หรือว่าให้เรารู้สึกอินเฉยๆ อ่ะครับ
บรรยากาศการใส่บาตรตอนเช้าดีจังเลยครับ เหมือนตอนผมไปเชียงใหม่เลย ก็ไปรอใส่บาตรที่ตีนดอยสุเทพเหมือนกันครับ
ตลาด บ้านเมืองของลาวน่าเที่ยวจังครับ ถึงจะเป็นเมืองท่องเที่ยวแต่ไม่ได้ดูประดิษฐ์มากมายเหมือนปายที่ไทย
ที่พักร่มรื่นดีจังเลยครับ ภาษาลาวนี่เราอ่านออกเลยนะครับ พอเดาได้เลย
คุณจอยใจสปอร์ตมาก ทิปพนักงานด้วย ^^ น้องๆ พนักงานคงชื่นใจครับ ทำงานเหนื่อยๆ เป็นรางวัลของวันนี้ เวลาผมไปร้านกินดื่ม ปกติก็ทิป 20 -50 ครับ แต่พอเมานี่แบงค์ร้อยเลยครับ 55555

แวะมาอ่านหาความรู้ประวัติของพระราชวังหลวงพระบางด้วยครับ ลาวดูใกล้ชิดกับไทยมาก อ่านแล้วเข้าใจได้เลยครับ
ทีแรกเกือบอ่านไม่ออก แต่ได้อ่านบล๊อกอาจารย์ว่าไป เมืองงอย พยายามอ่านป้าย “เมืองงอยที่....ฝั่งใจ” ไหมครับ ผาชมนางแดดดีมากครับ มุมสูงสวยมากๆ

ทานอาหารเย็นด้วยการล่องเรือ บรรยากาศคงดีมาก ๆ เลยครับ ผมชอบ อย่างน้อยก็ลมเย็นๆ ทานอาหารไปชมธีมชาติสองข้างทางไปด้วย
บรรยากาศทิวทัศน์ช่วงเช้า เมฆหรือหมอกลอยต่ำๆ สวยมากเลยครับ อยากไปเลย

ดูจากการเดินทาง การดูแลของไกด์ ทริปนี้ 4 ดาวไม่มีหักแน่นอนครับ

รอตามเที่ยวกับอาจารย์ทริปต่อๆ ไปนะครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:15:07:19 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ ทริปไปลาวตอน 2 วิวทิวทัศน์สวยมากค่ะ ชอบที่ไปถ่ายรูปบนสะพานจังเลย วิวแม่น้ำกับท้องฟ้าสวยมากๆค่ะ ที่พักก็ดูหรูและสวยงามนะคะ การดูแลแขกก็ดีด้วยค่ะ

ชอบมากๆค่ะ ภาพใส่บาตรตอนเช้าภาพสวยงามดูน่าประทับใจมากๆค่ะ ขออนุโมทนา สาธุด้วยนะคะ

แต่มาเหนื่อยแทนตอนรีบทำเวลาไปต่อรถไฟกลับเครื่องกันนี่น่าเหนื่อยนะคะแต่อาจารย์แข็งแรงและคล่องตัวมากเลยค่ะ

ทริปนี้จบลงด้วยความสุขนะคะได้เพื่อนร่วมทางน่ารักมีน้ำใจงามมีแต่จะให้คนแบบนี้ไปไหนก็จะมีแต่คนรักนะคะ

โหวต Travel Blog



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:17:38:04 น.  

 
เหมือนย้อนยุคไปเที่ยวเมืองไทยในอดีตค่ะอาจารย์



โดย: หอมกร วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:20:08:28 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยครับ อาจารย์สุ
มีโอกาสคงได้ไปเที่ยวตามบ้างครับ
เคยข้ามด่านที่หนองคายไปเที่ยวแค่เวียงจันทร์ครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:23:06:29 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:5:12:11 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

5555 ขอบคุณครับที่แก้ไขคำผิดให้ผม พิมยากจริงครับ
ผมเองจริงๆ ก้มีฟีลชอบพักชอบเที่ยวธรรมชาตินะครับ เวลาไปเขาค้อก็อยากพักแบบธรรมชาติๆ
ครั้งนี้ค่าโรงแรมแพงครับ แต่โรงแรมใหม่ ก็ไปเพื่อให้รู้ จะได้คุยกับคนอื่นได้ 5555 หลานชอบก็คุ้มครับ ทำMember ให้เรียบร้อย จะได้ไปสนุกๆ ครับ

อย่างลาวผมก็อยากไปครับ อินโดก็อยากไป แต่แก๊งเพื่อนไม่อยากเอาไป 5555555 ลุคผมแอบคุณชายนิดนึงเพื่อนเลยคิดว่าไม่ทนลำบาก แต่ถ้าเที่ยวกับผมจริงๆ ผมนี่ชิลเลย สบายๆ แต่แก๊งปางอุ๋งก็รู้ว่าผมไม่ได้คุณชาย ลุยได้ ลำบากได้ แค่ถ้านั่งฟอร์จูนเนอร์อาจจะเมารถครับ 555555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:13:23:40 น.  

 
เป็นทริปที่อิ่มบุญอิ่มใจนะคะอาจารย์
บรรยายได้สนุกมากเลยค่ะ
จนอยากไปตามรอยบ้าง
เก็บไว้เป็นหมุดหมายในใจนะคะ


โดย: Rananrin วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:16:44:34 น.  

 
ตามมาเที่ยวลาวต่อค่ะอาจารย์ ดูสงบสบายๆ
แต่ดูแล้วสนุกสนานกันทุกคน ดูจากทียิ้มสดใสกันหมดเลยค่ะ
เที่ยวสนุกเพลิดเพลิน และอิ่มบุญอิ่มใจด้วยนะคะ
ได้ตักบาตรข้าวเหนียวด้วย อนุโมทนาสาธุค่ะ




โดย: NENE77 วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:21:34:54 น.  

 
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ไบร์ท นรภัทร เป็นนักแสดงค่ะ
แต่ก็มีร้องเพลงบ้าง เดินแบบบ้าง ตาม event นะคะ
ที่หนูถ่ายรูปน้องแมวมาได้ไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่ เขาจะติดป้ายว่าห้ามถ่ายรูปนำไปเผยแพร่ใน social media ต่างๆ ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ


โดย: Rananrin วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:22:39:04 น.  

 
จนถึงวันนี้ก็ยังจัดบ้านไม่เสร็จเลยครับ
ของคนอื่นจัดเสร็จแล้ว
แต่ของผมกับมาดาม
ของยังกองเยอะมากครับ 555

ส่วนหนึ่งก็เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องลูกด้วย
ย้ายบ้านใหม่
บ้านอยู่ไกลกว่าเดิมเยอะเลยครับ
แล้วหมิงก็กิจกรรมเยอะมาก
ทั้งออกกำลังกาย เล่นดนตรี
ผมกับมาดามไปส่งแล้วก็ต้องนั่งรอกันทีละ 2-4 ชั่วโมง
จะกลับมาที่บ้านก็ไกลเกิน
กลายเป็นว่าใช้เวลานอกบ้านเยอะขึ้น
กลับมาถึงบ้านก็ค่ำ เหนื่อยจนไม่มีแรงจัดของครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:22:48:41 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนคราบ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร กาญจนบุรี ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:23:01:54 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 กันยายน 2565 เวลา:5:54:40 น.  

 
ทริปลาวต่อ ภาค2 นะครับ

ได้ตักบาตรข้าวเหนียวปั้นมือเปล่าใส่กัน ก็จะเค็มปะแหล่มๆหน่อยนะครับ555

ส่วนบ้านร้านตลาด ลาวเค้า ยังดูคลาสสิค ดั้งเดิมอยู่เลยนะครับ
ขนาด ตู้เอทีเอ็ม ยังเป็นไม้เลย เก๋มากเชียวครับ

รร ที่ อ.สุไปพักก็ดูดี น่าจะ ระดับ 5ดาว
เรื่องทิปนี่ อ.เต๊ะ ก็ชอบทิปเสมอ ชีวิตจะเจอแต่รอยยิ้มเสมอ
คิดเสียว่าเป็นการช่วยเหลือกันเล็กน้อยๆนะครับ

ส่วนเรื่อง พระราชวังหลวงพระบาง ที่ว่าเป็น สถาปัตยกรรม ลูกผสมนี่ เป็นเรื่องธรรมดา ประเทศที่มีชาติตะวันตกเข้ามาก็มักจะนำวัฒนธรรม อารยธรรมเข้ามาเผยแพร่เสมอๆนะครับ
ของไทย ก็มีหลายที่ อย่าง สถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่าภูเก็ต และที่อื่นๆเยอะแยะเลยนะครับ

เมืองงอย อาจารย์สุ มาแล้วจ้า ผาชมนาง นี่ถึงจะแดดร่ม ลมตก แต่บันไดเป็นร้อย นี่ อ.เต๊ะ ก็ไม่ขึ้นเหมือนกันแหละครับ นั่งกินน้ำเย็นๆ ชมวิวข้างล่าง ถนอมข้อเข่าดีกว่านะครับ 555

ส่วนเรื่องโปรแกรมทัวร์ไม่ตรงปกนี่ น่าจะติดปัญหาเรื่องเวลา
อาจจะจัดโปรแกรม ไม่ดี สถานที่แต่ละที่ห่างกันมาก ใช้เวลาเดินทางนาน ทุกอย่างเลยดูเร่งรีบไปหมดนะครับ
แต่ค่าทิป 1000 บาทนี่ ดูแยะไปนะครับ ไกด๋รวยอู้ฟู้เลย
เป็น อ.เต๊ะละก็200เต็มที่ครับ เย้ย555

เสียดายทริปนี้ไม่มีเวลาชมบ้านเมือง ซื้อของฝาก เงินเหลือเพียบ
ถือเสียว่า ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ ได้นั่งรถไฟความเร็วสูง
คราวหน้าแก้ตัวใหม่ เอาแบบไปเที่ยวสบายๆไม่เร่งรีบดีกว่านะครับ
ส่วน อ.เต๊ะ คนเม้นท์ นอนตีพุงอยู่บ้าน ไม่ต้องรีบร้อน ทุกวันเลยละครับ555






โดย: multiple วันที่: 3 กันยายน 2565 เวลา:6:10:21 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

ตามมาเที่ยวกับอาจารย์ต่อค่ะ

พระบางเป็นชื่อพระพุทธรูปอาจเป็นที่มาของชื่อเมืองด้วยหรือเปล่าคะ
ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวงดงามเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้มาตักบาตร
พาดผ้าเบี่ยงลายเดียวกันถ่ายภาพหมู่สวยมากค่ะ
ขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยนะคะ

บ้านเมืองสงบ ตู้เอทีเอ็มฝังในประตูไม้เก๋มากค่ะอาจารย์
บางมุมของโรงแรมที่พักจัดแสดงข้าวของด้วย คล้ายพิพิธภัณฑ์ย่อมๆเหมือนกันนะคะ
อาหารเช้าก๋วยจั๊บญวนกับข้าวซอยร้อนๆเป็นตัวเลือกที่น่าอร่อยมากด้วยค่ะ

พระราชวังหลวงพระบางน่าชมด้วยค่ะ
รูปแบบอาคารผสมผสานฝรั่งเศสและลาว
นอกจากสถาปัตยกรรมแล้ว เรื่องภาษาฝรั่งเศสที่ชาวลาวบางส่วนพูดก็เก่งมากด้วยนะคะ

อาจารย์ใช้เวลาเดินทางไปกลับเมืองงอยรวมแล้วราว 8 ชั่วโมง
ภาพวิวมุมสูงผาชมนางจากเพื่อนร่วมทริปก็สวยมากค่ะ

ต๋าชอบบรรยากาศไอหมอกทั้งบนสะพานและ
โฮมสเตย์ติดแม่น้ำยามเช้า สวยสงบ สดชื่นดีจริงๆค่ะ

อาจารย์นั่งเรือล่องแม่น้ำ มีเป่าเทียน ร้องเพลง น่าเพลิดเพลิน
ตรงวิวสองฝั่งน้ำเปลี่ยนไปเรื่อยๆด้วยนะคะ

วันสุดท้ายทำเวลาเดินทางกลับไทยได้อย่างราบรื่น
บะหมี่เป็ดที่อาจารย์สั่งร้อนๆดูเหมาะกับวันเดินทางแบบนี้จังค่ะ
คุณจอยน่ารักมีน้ำใจมาก

เที่ยวกับอาจารย์เพลิดเพลินมาก
ขอบคุณอาจารย์ที่พาเที่ยวนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 3 กันยายน 2565 เวลา:10:45:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบภาพขาวดำครับ
โดยเฉพาะภาพเซ็ตการย้ายบ้าน
หลายภาพพอทำเป็นภาพขาวดำ
ให้ความรู้สึกที่ตรงกับใจมากๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 กันยายน 2565 เวลา:14:13:06 น.  

 
เหมือนเป็นกิจกรรมที่คนไปลาวต้องทำเลยครับสำหรับการตักบาตร ดู ATM เป็นประตูแบบนั้นเลย

ผาชมนางสวยดีเหมือนกันครับ มองจากมุมสูงเห็นทั้งภูเขา สายน้ำเลย ช่วงที่อาจารย์ไปหมอกลงเยอะนะครับ

ประตูชัยเป็นอีกที่ที่คนนิยมแวะไปเหมือนกัน ช่วงให้กำไรชีวิตของอาจารย์เลย เที่ยวหลายที่มากๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 กันยายน 2565 เวลา:23:59:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กันยายน 2565 เวลา:6:09:32 น.  

 
ไปกับทัวร์ก็สบายไป 8 อย่างเขาดูแลทั้งหมดทั้งสิ้น
โดยเฉพาะ การทำบุญตักบาตร
(หากไม่นับเรื่องความเร่งรีบนะคะ)

ช่วงนี้ การท่องเที่ยวเริ่มพลิกฟื้นคืนตัว
น้องสาวไปกรมการกงศุล
คิวยาวววว..มาก

ส่วน โครงการเราเที่ยวด้วยกัน
ที่พักก็เต็มแล้ว

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ อจ.สุวิมล
ฝนตกตลอดวัน..ดุแลสุขภาพนะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 กันยายน 2565 เวลา:15:37:33 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมกำลังสนุกกับเส้นทางใหม่ครับ
ถ้าไม่ติดตรงเหลือสินค้าเยอะ
ผมไม่อยากทำร้านแล้วล่ะครับ

ตอนนี้ก็กำลังใรหลายโครงการที่เริ่มทำอยู่
ไม่รู้ถ้ากลับมเาปิดร้านจริงๆ
ผมจะมีเวลากลับไปทำรึเปล่าก็ไม่รู้ครับ 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กันยายน 2565 เวลา:18:32:00 น.  

 
อาจารย์แวดล้อมด้วยลูกศิษย์และกัลยาณมิตร
ต๋าอ่านบันทึกของอาจารย์ก็ชื่นใจทุกครั้งค่ะ

ขอบคุณอาจารย์ที่เฉลยถึงที่มาของชื่อหลวงพระบางนะคะ
เที่ยวกับอาจารย์สนุกเพลิดเพลินและได้ความรู้ด้วยค่ะ

ฝนกำลังตก อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:0:34:09 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:5:40:38 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์
รู้สึกถึงความสบาย ๆ และ วิวสวยมาก ๆ ค่ะ
หนูตุ๊ก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:13:48:43 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ที่ผมดีใจ คือ ถ้าตอนนั้นผมซื้อที่นี้ได้
ผมจะเป็นหนี้แบงค์หลายสิบล้านเลยครับอาจารย์
โชคดีที่ซื้อไม่ได้ 555

ตอนนี้ก็เลยได้มาอยู่บ้าน
บ้านก็เก่าทรุดโทรมเช่นกัน
เพราะซื้อมาแต่ไม่เคยมาอยู่ 20 ปี
แค่เข้ามาเดือนแรก
ก็แทบจะต้องซ่อมนู่นซ่อมนี่ทุกวันเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:15:22:13 น.  

 
ตามมาเที่ยวลาวก่อนเปลี่ยนบล็อกครับ

ทัวร์ที่นัดแต่เช้า รู้สึกถึงความเอาใจใส่ อยากให้ลูกทัวร์เที่ยนวได้เยอะๆ ได้บรรยากาศสวยๆ
ผมเคยไปทัวร์อียิปต์ ไกด์ตื่นอย่างสายเลยครับ นัดลูกทัวร์หกโมงลูกทัวร์ขอตีห้า กลัวเที่ยวไม่ครบ
ลงมารวมกับกันที่ล็อบบี้แล้วรอไกด์คนเดียวอีกต่างหาก

ใส่บาตรพระสงฆ์หรือหัวโขนคล้ายของไทยเลย ประเทศแถบนี้วัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่างเลยครับ
แต่ก่อนลาวกับอีสานตอนบนก็เคยเป็นรัฐเดียวกันเนอะ

พระบางเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเลย อยากไปชมหอพระบางสักครั้งเหมือนกันครับ
เสียดายไม่ให้ถ่ายรูป ไปเสิร์ชในเน็ตดูเอามาจากขอมอีกที เก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 18 เลย

ทัวร์บางทีก็มีเหตุให้ต้องปรับโปรแกรมกันวุ่นเหมือนกัน ถ้าข้ามบางรายการไปลูกค้าทัวร์ลงของแท้
อาหารการกินคงใกล้ๆอีสาน หรือไม่ก็เหนือนะครับ


เก็บเงินค่าทิปคนละหนึ่งบาท!! อ่านทีแรกตกใจ ที่แท้คนละหนึ่งพัน


โดย: ชีริว วันที่: 5 กันยายน 2565 เวลา:22:51:07 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กันยายน 2565 เวลา:5:23:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space