1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ทริป วัดภูผาแก้ว กังหันลม ภูลมโล และ ทุ่งดอกกระดาษ
ทริป วัดพระธาตุภูผาซ่อนแก้ว กังหันลม ภูลมโล และ ทุ่งดอกกระดาษ ทริปนี้ เป็นทริปกระทันหัน แดง (วนิดา ลูกศิษย์) ชวนไปเที่ยว โดย จะเช่ารถตู้กันไป แล้วเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกัน เป้าหมายหลักที่จะไป คือ ไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ ภูลมโล ซึ่งจากการที่ฉันเคยอ่านจากการรีวิวสถานท่องเที่ยว ของเพื่อนชาวบล็อกแล้ว สวยมากทีเดียว เนื่องจากเนื้อที่การปลูกต้น นางพญาเสือโคร่งนั้นเป็นพัน ๆ ไร่ เมื่อเวลามันบานเต็มทุกไร่ จึงเป็นทุ่งสีชมพู กว้างใหญ่ไพศาลงดงามมาก เขาเปรียบเทียบว่า ภูลมโล นััน เป็น ซากุระ เมืองไทย ค่ะ มีเวลาเตรียมเที่ยวครั้งนี้น่าจะประมาณ 1 สัปดาห์ ที่พักก็เต็มหมด ติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านม้ง เขารับปากมีบ้านให้ 1 หลังใหญ่ นอน 7 คน เราก็ไม่แน่ใจว่า ที่ผู้ใหญ่รับปากนั้น จะเชื่อ ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราไม่รู้จักเขา มีแต่คน แนะนำและให้เบอร์โทรศัพท์ให้แดงติดต่อไปเท่านั้น เรียกว่าไปครั้งนี้ เราเสี่ยงกับเรื่องการไม่มีที่พักมากพอสมควร น่ะนะ คืนวันที่ 10 ม.ค. 63 แดงขับรถมารับฉันไปนอนที่บ้านของเขา เพื่อ ตอนเช้าจะได้ให้ลูกชายของแดงขับไปส่งยังที่นัดหมาย เช้าวันที่ 11 ม.ค. เราตื่นกันตี 3 เพราะนัดเจอกันที่รถตู้ประมาณตีสี่ครึ่ง ซึ่งรถตู้จอดไกลจากบ้านของแดงมากโขอยู่ ออกจากบ้านแดง โดยมีศิษย์เขยบัง เป็นคนขับ มีลูกชายแดงนั่งข้าง หน้า เพื่อเวลาขากลับลุูกชายแดงจะต้องขับรถกลับบ้าน ออกจากบ้านก็แวะรับน้องสาวญาติผู้น้องของแดง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก บ้านแดง แล้วก็ขับไปอีกซอย เพื่อรับคุณมอม พี่สาวของ ศิษย์เขย จากนั้น ศิษย์เขยก็ขับรถไปยังที่นัดหมาย น่าจะปั้มน้ำมัน ตรงข้ามกับราบ 11 ซึ่งรถตู้พร้อมกับน้องอีกสองคน มาถึงก่อนแล้ว พวกเราช่วยกันขนกระเป๋าเพื่อใส่รถตู้ คนขับรถตู้เป็น คนจัดกระเป๋าใส่รถเอง ซึ่งเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว รถของพวกเราน่าจะออกจากที่ปั้มน้ำมัน ประมาณตีห้าได้กระมัง รถ แล่นไปเรื่อย ๆ ถึงปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง เราลงที่ปั้มนี้ เพื่อเข้าห้องน้ำและทานข้าวเช้า ฉันไม่ได้กินข้าว กินผัดไทที่น้อง ๆ เอามา กินกับแดง สอง คน และกินขนมปังอีก 1ลูก แล้วตามด้วยยา ซิลิเบค เพื่อกันการปวดเข่าไว้ก่อน ส่วนพวกน้อง ๆ สั่งต้มเลือดหมู ข้าวราดแกงกินกันไป หลังจากทานข้าวแล้ว เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อไป ระหว่างทาง แดงติดต่อผู้ใหญ่บ้านที่รับปากหาบ้าน ให้พวกเรา ผู้ใหญ่ก็ยืนยันว่า ได้บ้านพักแน่นอนในคืนนี้ พวกเราก็ เลยรู้สึกสบายใจที่คืนนี้ได้ที่นอนแน่นอน อิอิ สถานที่เที่ยวแห่งแรกของวันนี้ คือร้านกาแฟที่มีจุดชมวิวให้ นักท่องเที่ยว ดื่มกาแฟ ชมวิว และถ่ายรูปไปด้วย พวกเราเก็บเงินครั้งแรก 1000 บาทกันก่อน โดยให้น้องที่เป็นพี่น้อง กันเป็นคนถือเงินและใช้จ่ายในทริปนี้ สถานที่แห่งแรกที่ไปเที่ยวกัน คือ ร้านกาแฟ ที่มีชื่อว่า PINo LATTE ร้านนี้ ฉันกับเพื่อน ๆ เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนมาเที่ยวเขาค้อ น่าจะประมาณปี 61 ตอนนั้น เราไม่ได้ซื้อกาแฟ ที่นี่หรอก เพราะรู้ว่าราคาแพง มาครั้งนี้ เด็ก ๆ อยากกิน โดยใช้เงินกองกลางซื้อกันคนละแก้ว ราคาแก้วละ 160 บาท ได้ยินเด็ก ๆ บอก และบ่นว่าแพงมาก แถมไม่อร่อยเท่าไร คงแพง เพราะเขาจัดสถานที่สวยงาม มีห้องอาหารขายด้วย นะ ราคา ก็คงไม่น้อยหน้ากาแฟ แน่นอน อิอิ ถือว่า เป็นค่า ชมวิว ถ่ายรูป ว่าถึงทิวทัศน์ ก็สวยงามพอควร ตอนที่ฉันมาครั้งแรก ยังไม่มีที่พัก หรือร้านค้ามากนัก มาครั้งนี้ ทั้งบ้านพัก และร้านค้าเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดเลย ทำให้ความสวยงาม ของธรรมชาติลดน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน นะ มาชมภาพกัน ค่ะ เล่าเรื่องด้วยภาพสวย ๆ งาม ๆ ของน้อง ๆ ค่ะ พวกเราอยู่ที่นี่ได้พักใหญ่ ๆ ก็เดินทางต่อไป เป้าหมายคือ วัดพระธาตุ ภูผาซ่อนแก้วซึ่งเป็นวัดที่มีความสวยงามมาก วัดหนึ่ง ฉันก็เคยมาแล้วเช่นกันเมื่อครั้งที่มาเที่ยวเขาค้อ นั่นเอง แต่มาครั้งนี้ เรามีเวลาน้อยกว่าคราวก่อน จึงไม่ได้เข้าไปเที่ยวอีกฝั่งหนึ่งของวัด เที่ยวเฉพาะฝั่งที่มี พระพุทธเจ้าห้าองค์เท่านั้น เรามาชมภาพพวกเรา เข้าไปยังวิหารไหว้พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สีขาว กราบขอพร แล้วก็ถ่ายรูป ทำบุญผ้าป่า เผื่อจ๋าและเยาว์ด้วย ค่ะ พระพุทธไสยาสน์ น่าจะแกะสลักจากหยกขาว งดงามมาก ค่ะ มื้อกลางวัน วันนี้ เราทานกันที่ร้านบริวัดพระธาตุ ภูผาซ่อนแก้ว เป็น ขนมจีนน้ำยารสชาติ ก็พอใช้นะ มีลูกชิ้นหมูปิ้งอีก คนละ 2 ไม้ ทานกันเสร็จแล้ว ก็ซื้อข้าวมันไก่ร้านนี้เหมือนกันไปฝากคนขับรถของ เราด้วย มาชมภาพอาหารมื้อกลางวันของเราค่ะ หลังจากทานอาหารมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินต่อไป สถานที่ ต่อไป ก็คือ ทุ่งกังหันลม ซึ่งฉันก็เคยไปมาแล้วเช่นกัน ค่ะ เวลามีน้อย เลยไม่ได้ชมทุ่งดอกไม้ของที่นี่ ซึ่งคราวที่แล้วฉันได้ไป ชมมาแล้ว เลยไม่รู้สึกเสียดาย เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปไหม เราจะต้องรีบออกเดินทางไปที่พัก เพราะที่พักอยู่แถว อ.นครไทย บ้านร่มเกล้า ซึ่งไกลเป็นร้อยกิโลเมตร ไปถึงน่าจะเย็น ก่อนออกจากที่ทุ่งกังหันลม แดงได้โทรหาผู้ใหญ่ ถามย้ำอีกที และ บอกผู้ใหญ่ว่า กำลังจะเดินทางไปยังหมู่บ้านของเขา เราออกจากทุ่งกังหันลม น่าจะบ่ายสามบ่ายสี่แล้ว ระยะทางที่จะไปที่ หมู่บ้านม้ง ซึ่งได้ยินว่า อ.นครไทย บ้านร่มเกล้า ระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง ตามที่ คนขับรถบอกไว้ ไปถึงบริเวณอุทยาน ร่มเกล้า ผ่านด่านเข้าไป วันนี้ไม่ต้องเสียค่าผ่าน ด่าน เพราะเป็นวันเด็ก เขาให้เข้าฟรี ค่ะ เราเปิดอากู๋นำทางไป และคุย ถามทางจากผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นชาวม้ง (ฟังจากสำเนียง) และในที่สุด ก็เจอกับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งบอกว่าจะไปงานศพของลูกบ้าน เขามาต้อนรับพวกเราก่อนไปงาน และให้ลูกชายของเขาพาพวกเราไปยังบ้านพัก ที่เขาหาให้พวกเรา เป็นบ้านหลังใหญ่ มีสองห้อนอน ด้านนอกเป็นที่ โล่งกว้างมาก ห้องน้ำก็กว้าง แต่มีเพียงห้องเดียว ห้องน้ำอีกห้องอยู่นอกห้องพัก ต้องเดินออกจากบ้านไป ไม่สะดวก เพราะไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีแต่ส้วมและที่อาบน้ำเท่านั้น นี่คือบ้านพักและบริเวณบ้านพัก ค่ะ พวกเราจัดการนำกระเป๋าเข้าบ้าน โดยไว้ด้านนอกของห้องนอน หลังจากที่พวกเรานำกระเป๋าเข้าห้องกันแล้ว ก็ไปเดินเที่ยวรอบ ๆ หมู่บ้าน อากาศเริ่มมีความเย็นมากขึ้นแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ เจอที่ไหนสวย ก็ถ่ายรูปกันไป เราพบน้องผู้หญิง คนหนึ่ง น่าจะมาพักรีสอร์ทแถวนี้เหมือนกัน เขาบอกเราว่า ที่นี่มีดอกไม้สวย ๆ ด้วยนะ พร้อมกับชี้ทางให้พวกเรา เดินไปด้วย ก็จริงอย่างที่เขาบอก มีดอกไม้ ดอกกะหล่ำ สวยงาม การถ่ายรูปก็เริ่มเกิดขึ้นตามวิสัยของผู้หญิงที่ชอบถ่ายรูป อิอิ มีศิษย์เขยบัง เป็นตากล้องช่วยถ่ายให้ด้วย ค่ะ มาชมค่ะ จุดถ่ายรูปภายในหมู่บ้าน ชาวม้ง ค่ะ หลังจากถ่ายภาพกันจุใจแล้ว ท้องเริ่มร้องแล้ว เพราะน่าจะเป็นเวลา หกโมงเย็นแล้ว พวกเราไปทานหมูกระทะร้านที่ผู้ใหญ่บ้าน แนะนำไว้ ร้านนี้นอกจากมีหมูกระทะแล้ว ยังมีอาหารตามสั่งด้วย เรา ก็สั่งผัดผักรวมมิตร ไข่เจียวมาเพิ่มเติมอีกด้วย หลังอาหาร ค่ำแล้ว พวกเราก็เดินกลับที่พัก ซึ่งตอนนี้ อากาศหนาว เย็นมากเหมือนกัน ฉันถึงที่พัก ก็อาบน้ำก่อน เพราะเด็ก ๆ กำลังเชียร์วอลเล่ มั้ง โดยใช้ไอแพคของศิษย์เขยเปิดดู ที่นี่ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู ราคาก็ถูกมาก ทั้งหลังคิด ราคาเพียง สองพันมากเท่านั้น อาบน้ำแล้ว ฉันขอนอนก่อน เพราะ เป็นหวัดและง่วงมากเนื่องจากตื่นแต่เช้า ภายในห้องนอน ไม่มีเตียง มีแต่ฟูกใหญ่ มีผ้าห่ม ผืนใหญ่ 1 ผืน มีหมอนสองใบ แต่ห้องเรานอนกัน 4 คน อีกห้อง นอนกันสามคน คือ จุ๋ม โอ๋ เอ๋ ส่วนห้องฉัน มีฉัน แดง มอม และ ศิษย์เขย สงสารศิษย์เขยต้องนอน กับพื้นโดยใช้ผ้าห่มปูพื้นนอน ยังดีที่แดงเอาถุงนอน มา 4 ถุง นอนในถุงนอน ตอนดึก ยังหนาวมากเลย ทุกคนนอนกัน คุดคู้ ฉันก็ดันเป็นหวัด หายใจไม่ออกอีกต่างหาก คืนนี้อากาศหนาวเย็นมาก นี่ขนาดมีถุงนอนกันนะ พลิกไปพลิกมา นอนหลับไม่สนิทเลย ฉันลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนตี่สี่ เพราะว่า รถจะมารับพวกเราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและไปดูดอกนางพญา เสือโคร่ง ที่ภูลมโล รถที่จะมารับนี้ ผู้ใหญ่บ้าน ติดต่อให้เรา ราคา 1000 บาท พอฉันตื่นได้สักพัก ทุกคนก็เริ่ม ตื่นกันหมด เพราะว่า ห้องน้ำมีเพียงห้องเดียว แต่ทุกคนเข้าห้องน้ำอย่างเดียว ยังไม่อาบน้ำกัน แปรงฟันและล้างหน้า เท่านั้น ทุกคนเตรียมพร้อมรอรถที่จะมารับประมาณ 6 โมง กว่า คนขับมาตรงเวลา อากาศช่วงนี้หนาวเย็นมากพอสมควร พอดี รถที่มารับมีแคปหลังด้วย เลยให้คนสูงอายุ มีฉัน มอม และ แดง นั่งหน้าและที่แคป อีก 2 คน ที่เหลือ คือ จุ๋ม โอ๋ เอ๋ และศิษย์เขยบัง นั่งข้างหลัง ซึ่งเป็นม้านั่ง ไม่มีหลังคา อากาศจะต้องหนาวกว่าที่เราอยู่ในรถที่มีกระจกปิดไว้ ระหว่างทางที่รถผ่านไป เป็นทางแคบ ๆ มีรถคันอื่น ๆ อีกหลายคันแล่นตาม ๆ กันไป หนทางค่อนข้างคดเคี้ยว คนขับต้อง มีความชำนาญและเป็นคนในท้องที่ จึงจะปลอดภัย น่าจะประมาณเกือบชั่วโมง น่าจะได้ เราก็มาถึงจุดที่จะมาชม พระอาทิตย์ขึ้นกัน ท้องฟ้ายังมืดมาก พระจันทร์ยัง เต็มดวง สว่างไสว ตอนรถเรามาถึง มีรถคันอื่นมาก่อนเราไม่กี่คัน พอพักใหญ่ รถก็ตามกันมากเต็มเนินที่จะชม พระอาทิตย์ขึ้นเลย จุดนี้ถือเป็นจุดไฮไลท์ของการเที่ยว ภูลมโล หลังจากที่ได้ชื่นชม พระอาทิตย์ขึ้น น่าจะประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ถ่าย ภาพกันจนพอใจกันแล้ว คนขับรถก็พาพวกเราเพื่อไป ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ภูลมโล ระหว่างทางที่ไป พวกเราก็รู้สึก ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า ทุุ่งดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่พวกเราจะมาชื่นชมเป็นพัน ๆ ไร่ ซึ่งถ้าดอกบานพร้อม ๆ กันเต็มทุก แห่ง จะเป็นสีชมพูเป็นทุ่งกว้างใหญ่ไพศาล จินตนาการภาพแล้ว คงจะเป็นภาพที่สวยงามมากมายแน่นอน แต่ทว่า พวกเราต้องผิดหวังกันอย่างแรง เพราะว่า ระหว่างทาง ที่รถผ่านไป มีแต่ต้น นางพญาเสือโคร่งที่ร่วงโรย ไม่มีดอกนางพญา เสือโคร่งที่เบ่งบานเต็มต้นให้ชมเลย คนขับก็ขับรถไปเรื่อย ๆ ไปถึงอีกด้านหนึ่ง ก็พอจะมีต้นนางพญาเสือโคร่งที่ยังเหลือดอกไว้ที่ ต้นให้ได้ชื่นชมบ้าง น่าจะประมาณไม่ถึง 10 ต้นมั้ง มีรถมาก่อนเราเป็นสิบคันแล้ว เหมือนคนชับรถของที่หมู่บ้านม้งนี้จะ ต้องรู้แหล่งที่ดอกนางพญาเสือโคร่งยังเหลืออยู่บริเวณนี้ พวกเราต้องปีนขี้นไปด้านบนเพื่อจะไปถ่ายรูปกับต้นนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่ต้นนี้ นักท่องเที่ยวก็มากเป็นร้อย ๆ รุมถ่ายรูป โพสต์ท่ากัน ไม่ค่อยยอมไปกันเลย หนทางที่เดินขึ้นไปยัง ต้นนางพญาเสือโคร่งก็ลื่นและแฉะด้วย ฉันก็กล้วลื่นล้ม มีศิษย์เขยบังคอยให้เกาะมือขึ้นเนินเขาไป บางช่วงก็มีแดงคอยให้ เกาะแขนดึงกันไป กว่าจะได้ถ่ายรูปกับเจ้าดอกนางพญา เสือโคร่ง ไม่ใช่ง่ายเลยนะเนี่ย แถม ไม่ได้งดงามอะไรมากมาย นักหนากับภาพที่เคยอ่านจากบล็อกแก๊งของเพื่อนเลย เด็ก ๆ สาว ๆ ได้ภาพเยอะหน่อย เพราะว่ายังปีนกันได้คล่องแคล่ว ห้าห้า มาชมภาพที่เด็ก ๆ ถ่ายกันมา ค่ะ นี่เป็นภาพที่เด็ก ๆ ถ่ายมา ค่ะ ที่สวยและเหลืออยูู่ ค่ะ พอมีภาพมาให้ชมเพียงแค่นี้ ค่ะ ทุกคนหลังจากกลับมาถึงบ้านพัก ก็บ่นกันและคิดว่าจะต้องมาชมใหม่ในปีหน้า ห้าห้า พวกเรากลับมาถึง ก็แวะทานข้าวเช้ากัน เป็นอาหารตามสั่งที่ทาน กับข้าวสวย อาหารก็แบบง่าย ๆ ผัดผัก ไข่เจียว ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ก็ไปเดินตลาดขายของของชาวม้ง ซึ่งก็เป็น ผลผลิตที่พวกเขาปลูก ราคาก็ไม่ได้ถูกอะไรมากนัก เขาจัดผักเป็นถุง ๆ ผลไม้เช่น ลูกพลับ สตรอเบอร์รี่ ผักถุงละ 20 บาท ถ้าซื้อ 3 ถุง เขาให้ 50 บาท ฉัน แดง และคุณมอม ก็อุดหนุนชาวม้งไป ได้ผักกาดขาว และแครอท ฉันได้ลูกพลับ 6 ลูก 80 บาท มีให้ชิมด้วย ก็หวานกรอบใช้ได้ ค่ะ ชมตลาดเล็ก ๆ ของชาวม้งแล้ว อุดหนุนไปแล้ว ก็กลับที่พัก เพื่อ อาบน้ำแต่งตัว เตรียมออกเดินทางต่อไป เป้าหมายที่เที่ยวต่อไปก็คือ ทุ่งดอกกระดาษ ค่ะ ซึ่งอยูาเขตพิษณุโลก ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่คนมาเที่ยวมากมาย มาให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่า ค่ะ นี่เป็นสีสันของดอกกระดาษ ค่ะ นอกจากดอกกุหลาบแล้ว ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นด้วย ค่ะ ดอกไม้สวยในทุ่งดอกกุหลาบ ถ่ายประวัติมาให้ทราบด้วย ค่ะ เราอยู่ที่นี่กันน่าจะเกือบสองชั่วโมง เด็ก ๆ ลงเนินเขา ไปเบื้องล่างด้วย ฉันไม่ได้ไปด้วย เพราะดูท่าไม่ปลอดภัยแน่ เนื่อง จากเป็นเนินเขาค่อนข้างชัน ลงไปก็เป็นภาระ ของน้อง ๆ ฉันเดินเที่ยวอยู่ด้านบน ถ่ายรูปดอกไม้ที่ปลูกเพิ่มจาก ดอกกระดาษ มีกุหลาบหลายสีสัน ค่ะ พวกเราเที่ยวที่นี่เป็นที่สุดท้าย ก่อนจากที่นี่ไป ก็ซื้อไอติมกินกัน คนละถ้วย ถ้วยละ 20 บาท ซิ้อเผื่อคนขับ 1 ถ้วย ออกจากที่ทุ่งกระดาษ น่าจะเกือบบ่ายโมงแล้ว แต่ทุกคนอยากกินไก่ ย่างวิเชียรบุรี ข้าวเหนียวส้มตำ ลาบ กัน ระหว่างทาง จอดรถเที่ยวร้านกำนัลจุล เพื่อซื้อของฝาก และถือโอกาสเข้าห้อง น้ำด้วย ตรงนี้ ก็ได้จับจ่ายใช้สอยซื้อของฝากกัน จอดสักครึ่งชั่วโมง ก็พากันขึ้นรถ ได้ซื้อลูกชิ้นปิ้งและ ไส้กรอกเพื่อ กินรองท้องกันก่อนจะไปถึงร้าน ไก่ย่างวิเชียร กว่าจะได้กินมื้อกลางวันก็ประมาณเกือบบ่ายสามมั้ง สั่งไก่ย่าง ส้มตำ ลาบหมู ข้าวเหนียว คอหมูย่าง ฯลฯ เป็นมื้อกินส่งท้ายของทริปนี้ ไก่ย่างวิเชียรบุรี รสชาติก็อร่อยใช้ได้นะ เด็ก ๆ สั่งไก่กลับบ้าน รวมทั้งแดงด้วยสั่งไก่ไป ให้ลูก ๆ กินมื้อเย็นด้วย ขากลับต้องเติมน้ำมันให้รถคนขับเต็มถัง เงิน รู้สึกไม่พอ ศิษย์เขยออกไปก่อนรวมค่าทางด่วนด้วย แล้วค่อยมาเก็บเพิ่มทีหลัง อีกคนละ 258 บาท รวมกับที่เก็บไปแล้ว สองพันบาท เป็นเงิน 2258 บาท ค่ะ รถ มาส่งที่บ้านแดงก่อน ขนของลงจากรถ กองไว้ ของใครของมัน ก่อน รถต้องไปส่งโอ๋ และ เอ๋ สองพี่น้อง ส่วน คุณมอมและจุ๋ม มีศิษย์เขยบังขับรถไปส่งที่บ้าน ส่วนแดง ขับรถอีกคันมาส่งฉันที่บ้าน ถึงบ้านน่าจะประมาณ2 ทุ่ม ฉันและแดงช่วยกันขนกระเป๋าและของที่ซื้อมาไว้ที่บ้าน ฉันขอบใจ แดงที่มารับ มาส่ง ที่บ้านฉัน เป็นทริปที่สนุกสนาน พอสมควร เด็ก ๆ ซึ่งฉันเพิ่งรู้จัก ก็น่ารักทุกคน ทุกคนคุยกันได้ สบายใจดี ทุกคนชมว่า ฉันแข็งแรงมาก อิอิ หลังจากแดงกลับไปแล้ว ฉันก็นำฟักแม้วที่ซื้อมา 3 กิโล มีแค่ 10 ลูก แจก เพื่อนบ้านไป คนละ สองลูก เหลือไว้กินเอง 2 ลูก (แต่สองลูกนี้ ไม่มีเวลากินเอง ก็นำไปให้ เอ๋ ร้านโจ๊กนำไป ผัดไข่แล้วแบ่งมาให้ฉันกิน ห้าห้า หวังว่า ทริปการเที่ยวครั้งนี้ คงทำให้ชาวบล็อกและผู้ที่มีโอกาสได้ เข้ามาอ่าน สนุกสนานกับการเที่ยวของเรามากพอสมควรค่ะ
Create Date : 26 มกราคม 2563
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2563 9:15:59 น.
43 comments
Counter : 1477 Pageviews.
ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36 , คุณสองแผ่นดิน , คุณสายหมอกและก้อนเมฆ , คุณกะว่าก๋า , คุณtuk-tuk@korat , คุณRinsa Yoyolive , คุณ**mp5** , คุณชีริว , คุณSai Eeuu , คุณThe Kop Civil , คุณอุ้มสี , คุณhaiku , คุณNior Heavens Five , คุณnewyorknurse , คุณkae+aoe , คุณภาวิดา คนบ้านป่า , คุณคนผ่านทางมาเจอ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:57:52 น.
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:13:48 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:6:30:20 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:31:20 น.
โดย: **mp5** วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:21:31:43 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:21:52:23 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:52:16 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:19:38:55 น.
โดย: ชีริว วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:21:07:05 น.
โดย: Sai Eeuu วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:55:39 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:07:03 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:20:30:47 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:40:07 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:05:48 น.
โดย: อุ้มสี วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:28:00 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:6:01:20 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:05:04 น.
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:08:44 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:36:56 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:31:40 น.
โดย: newyorknurse วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:19:16 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:29:09 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:03:23 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:47:59 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:14:52 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:42:50 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:56:42 น.
โดย: ชีริว วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:0:22:33 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:6:44:32 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:20:42:03 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:6:43:00 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:12:40:56 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:44:17 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:19:36:57 น.
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [? ]
เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
ที่นี่เห็นเพื่อนช่าวบล็อกแก๊งไปกันหลายคนเหมือนกัน
ทุ่งดอกไม้ดอกไม้หลากหลายสีดีครับ