ตุลาคม 2563

 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ไปเที่ยวระยองกัน นะ
ไปเที่ยวระยองกัน นะ

ตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด  ทำให้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน ผันผวน
กันไปหมดเลย ค่ะ  หลาย ๆ บริษัทมีการปลดพนักงานออกบ้าง
ลดเงินเดือนของพนักงานบ้าง  โดยเฉพาะบริษัททัวร์  อาชีพมัคคุเทศก์
ตกงานไปตาม ๆ กัน  ใครที่ชอบท่องเที่ยว 
ก็พลอยหงอยเหงาไปกับการต้องอยู่ในประเทศของตน  ห้ามการเดิน
ทางออกต่างประเทศ  ตอนระบาดหนัก  การเดินทาง
ภายในประเทศ  ก็ไปไม่ได้  ถ้าไปก็จะถูกกักตัว 14  วัน  การเดินทาง
ท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ  จึงลำบาก
รายได้อันเกิดจากการท่องเที่ยวต้องสูญเสียอย่างมหาศาล  ประเทศเรา
โชคดี  มีการป้องกันด้วยมาตรการอย่างรัดกุม  เข้มงวด
ทำให้การระบาดไม่รุนแรงเหมือนประเทศอื่น ๆ จนได้รับการยกย่องจาก
ต่างประเทศว่า  เป็นประเทศที่มีจัดการบริหารการป้องกัน
และเอาใจใส่ในการรักษาประชาชนที่ป่วยที่ดีที่สุด  เป็นอันดับหนึ่งของโลกทีเดียว   เป็นสิ่งที่คนไทยต้องภูมิใจอย่างยิ่ง 

ในช่วงที่มีปัญหาเรื่องโรคโควิด 19  ฉันก็ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน
นอกจากไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัด น่าจะ 2  ครั้ง เท่านั้น
จนกระทั่ง  รัฐบาลผ่อนปรนให้ร้านอาหารต่าง ๆ เปิดบริการได้ แต่ก็
ต้องมีการป้องกันอย่างเข้มงวด เช่น ทานอาหารโดยเว้นโต๊ะห่างกัน
หรือมีที่กั้นระหว่างโต๊ะที่ทานอาหาร  ตามธนาคารหรือ
สถานที่ต่าง ๆ ก็มีการเว้นช่องว่างในการติดต่องาน  ยืนห่าง ๆ กันเป็น
ระยะ  ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อกัน
การกลับมาจากจังหวัดที่มีการระบาดหนัก ๆ  หรือกลับมาจากต่าง
ประเทศก็ต้องถูกกักตัว  14  วัน  เมื่อไม่มีการติดเชื้อ 
จึงให้กลับบ้านของตนเอง  นี่เป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ
โรคโควิด 19  ของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่อง
จากต่างประเทศทั่วโรค  ค่ะ  

มาถึงเดือน กันยายน  การผ่อนปรนเกี่ยวกับการเดินทางภายใน
ประเทศ มีมากขึ้น  ภาและเพ็ญ ลูกศิษย์ รุ่นปี 29 
ก็มาชวนฉันไปเที่ยวระยอง  เพราะเพื่อนภา  มีบ้านพักตากอากาศของ
เพื่อนเขาอยู่ที่หาดแม่รำพึง  ซึ่งยกให้ภาอยู่พักผ่อนได้
ตามอัธยาศัย  ภาจึงชวนเพ็ญ  ตุ๊ก และฉันไปเที่ยว  หาอาหารอร่อย ๆ
กินกัน  พักผ่อน นอนเล่น ที่ชายหาดให้สบายอารมณ์

วันที่ 25  ก.ย. เพ็ญมารับฉันที่บ้านประมาณ  10.30 น. แล้วไปรับแม่
และพี่สาวที่ศูนย์สาธารณสุข บางจาก  พาแม่ไปส่งบ้าน
แล้วจึงขับรถไปรับภาที่บ้านภา เพราะจะเอาจักรยานของ ภา ไป ระยอง
ด้วย  จะได้ใช้ขี่รถจากหมู่บ้านไปใส่บาตรเณรประจำวันด้วย 
กว่าจะถีงบ้านภา  ก็น่าจะ11.30  น. วันนี้รถค่อนข้างติดมาก  เพ็ญนัดมา
รับฉัน  9.30  น. ก็สายเป็นชั่วโมง เพราะรถติดมาก นั่นเอง
กว่าจะได้กินข้าวมื้อเที่ยง ก็ปาเข้าไปเข้า  13.30 น.  เพราะภาจะพาไป
กินข้าวที่ร้านนนท์  ซึ่งภาเคยไปกินแล้ว 
อร่อยมาก (อยู่หัวกุญแจ  บ้านบึง  ชลบุรี ) 
ทั้งเพ็ญ ทั้งตุ๊ก ไม่ได้กินข้าวเช้า  กว่าจะหิ้วท้องไปกินร้านอร่อยก็เป็น
เวลาบ่ายโมงครึ่ง  อิอิ แต่ก็สมกับที่ทนหิว  เพราะร้านนี้
อาหารเขาก็อร่อยใช้ได้  โดยเฉพาะเต้าหู้ทรงเครื่องค่ะ เรามาชมอาหาร
และบรรยากาศอาหารมื้อกลางวันกัน ค่ะ  



รออาหารที่สั่ง  ดื่มน้ำกลั้วท้องไปก่อน  ห้าห้า  


ทั้งหมดนี้เป็นอาหารมื้อกลางวัน ค่ะ  ภา เป็นแม่บ้าน ตักอาหารใส่ถ้วย
เล็กบริการฉันและเพื่อนของเขา
ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินกันอย่างเอร็อร่อย  ไม่ค่อยได้ยินเสียงคุย
ไปพักใหญ่เลยล่ะนะ  กับข้าวเหลือปลาตาเดียวและก้าง
ทอดกระเทียม  และข้าวสวยอีกเล็กน้อย ให้ใส่ถุงกลับที่พักด้วย  ตอน
กิน ก็วานลูกเจ้าของร้านถ่ายรูปหมู่ให้พวกเรา ค่ะ 



อาหารเต็มโต๊ะ  แถมน้ำมะพร้าวหวานอร่อยและลอดช่องกะทิ ค่ะ 

อิ่มแล้ว  ร้านนี้ยังมีขนมอร่อยอีก เช่น  ขนมเปี๊ยะ   ขนมโก๋ หมี่กรอบ ซึ่ง
โก๊ะ เคยซื้อไปกินแล้วติดใจ  เลยให้ภาช่วยซื้อไป สี่กล่อง
(เรามีนัดกับโก๊ะที่ระยองด้วย) ยังมีน้ำสมุนไพร ภา  ซื้อไปฝากโก๊ะ 5
ขวด ซื้อกินกันเองอีก  5 ขวด  ขวดละ 20  บาท  
ส่วนฉัน  เพ็ญ ตุ๊ก  ต่างก็ซื้อของไปฝากกันที่บ้าน  ฉันซื้อหมี่กรอบไป
สองกล่อง  ขนมโก๋  5 แผ่น  และสระลอยแก้ว 1 กระป๋อง 80 บาท
ของที่ซื้อฝากเขาไว้ก่อน  เพราะ ภา จะพาไปหาเพื่อน  ซึ่งเป็น ญาติ
ธรรมของภา  เจอกันตอนไปปฏิบัติธรรม  ชื่อ แม่ทิพย์
ซึ่งเปิดร้านของใช้ต่าง ๆ  มากมาย  เช่น หม้อหุงข้าว  เครื่องสังฆทาน
ถ้วยโถโอชา   เป็นต้น  ภาแนะนำฉันให้แม่ทิพย์ รู้จัก
แม่ทิพย์ เป็นคนรูปร่างเล็ก  ผอมบาง หน้าตาใจดี  ภา แนะนำ น้อง ๆ 
ของแม่ทิพย์อีกหลายคน แต่ฉันก็จำชื่อไม่ได้  
ดูเหมือนจะมีน้องผู้ชายคนเดียว (อีกคนถึงแก่กรรมแล้ว)  กำลังจัดเป็ด
คั่ว  (น่าจะใช่นะ)  ซึ่งมีชื่อเสียงของที่นี่  เขาให้พวกเราชิม 
รสหวาน  กรอบ ๆ  ก็อร่อยดี  ตุ๊ก ชอบดื่มเบียร์  เลยซื้อไป 1 ตัว  ราคา
250  บาท  เย็นนี้อาหารเย็น นั่นเอง  อิอิ
รอเป็ดประมาณ  น่าจะครึ่งชั่วโมง  ก็นั่งคุยกับแม่ทิพย์และน้อง ๆ ของ
เธอ  หน้าตาของพี่น้องคล้าย ๆ กัน  ภา สนิทกับครอบครัวนี้มาก 
โดยสังเกตจากการสนทนา พวกเราส่วนใหญ่จะฟังมากกว่า   เมื่อได้
เป็ดคั่วมาเรียบร้อยแล้ว  ก็ถึงเวลาที่ต้องอำลาจากแม่ทิพย์
เพราะเราต้องขับรถไประยอง  นัดโก๊ะ  มาพบกันที่ วัดละหารไร่  ซึ่งมี
รูปปั้นใหญ่ของหลวงปู่ทิมตั้งตระหง่านอยู่ในที่สูง
พวกเรามาถึงก่อนที่ โก๊ะจะมาถึง  พวกเราซื้อดอกไม้  ธูปเทียนไหว้
หลวงปู่ทิม   ถ่ายรูปบริเวณวัด ซึ่งเงียบสงบดี  มีคนมา
เที่ยววัดและมาไหว้หลวงปู่ทิมเช่นเดียวกับพวกเราเหมือนกัน  มาชมค่ะ



ที่วัดมีรถม้าให้คนที่มาเที่ยววัดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย  ค่ะ 


เพ็ญกับตุ๊กถ่ายภาพข้างล่าง ไม่ได้ขึ้นนั่งที่รถ  ค่ะ ภาถ่ายรูปให้ ค่ะ 


บริเวณวัด ร่มรื่น  ค่ะ 


พวกเราซื้อดอกไม้  ธูปเทียน  จุดได้แต่ธูป  เทียนจุดแล้วดับ เพราะลม
แรงมาก  จุดแล้วก็ไปไม่ถึงที่เชิงปักเทียนสักคน 


ทุกคนมาไหว้ที่รูปหลวงปู่ทิมที่ตั้งอยู่ในปะรำ  อธิษฐานขอพรกันไป สิ่ง
ที่ฉันขอ  ก็คือ  ขอให้ฉันมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย นั่นเอง
ไหว้เสร็จก็นำทองคำเปลวไปติดที่องค์หลวงปู่ทิม ค่ะ 





ฉันกับภาขึ้นบันไดไปที่รูปของหลวงปู่ทิม  ส่วนเพ็ญและตุ๊ก บอกขึ้น
ไม่ไหว  ถ่ายรูปด้านล่างเท่านั้น  ค่ะ  



 
ด้านล่าง  พวกเราก็ถ่ายรูปกันคนละรูป 
 พักใหญ่ ๆ โก๊ะกับเพื่อนของเขา ก็ขับรถมาถึงวัด ต่างคุยกันสนุกสนาน
เพราะไม่ได้เจอกันหลายสิบปีตั้งแต่จบการศึกษา
ต่างคนต่างก็ไปทำงานอาชีพของตนเอง  เพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง
บางคนทำงานบริษัท  บางคนค้าขาย  โก๊ะ ทำงานบริษัท
ที่ระยอง  ฉันก็ไม่ได้เจอโก๊ะมานานมากเหมือนกัน  แต่ก็จำโก๊ะได้  เขา
ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก  ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พูดเก่งขึ้น
เขานำข้าวกล้องไรเบอร์รี่มาฝากพวกเราคนละ 1 โล และฝากให้ทราย
อีก 1 โล  เพราะรู้ว่า เราจะไปเยี่ยมทรายพรุ่งนี้
เขายังฝากผ้าฝ้ายจากน่านมาให้ฉัน 1 ผืนด้วย  แล้วพาพวกเราไปเลี้ยง
น้ำผลไม้และเค้กร้านอร่อยของระยอง  คือ ร้านคัฟแอนด์เค้ก



ข้าวไรท์เบอร์รี่และผ้าฝ้ายที่โก๊ะนำมาฝาก   ค่ะ 


ก่อนไปกินเค้ก  น้ำ และกาแฟ  ก็ถ่ายรูปหมู่ที่หน้าบันไดที่จะขึ้นไป
นมัสการหลวงปู่ทิมกันก่อน  ค่ะ โดยเพื่อนของโก๊ะช่วยถ่ายให้ค่ะ 


ขอรูปหมู่อีกรูป ค่ะ 

หลังจากที่ถ่ายรูปหมู่กันแล้ว ก็น่าจะประมาณเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ร้าน
คัฟแอนด์เค้กเปิดถึง 6 โมง  และโก๊ะต้องรีบกลับบ้าน
ไม่เกิน6  โมงกว่า  เพราะบ้านโก๊ะอยู่เชิงเขา  กลางคืนจะมีช้างป่าออก
มาหากิน  ซึ่งถ้ากลับดึก กลัวจะเจอช้างป่า 
เรามาถึงร้านแล้ว  ทุกคนก็สั่งเค้กและน้ำดื่มที่ตนเองชอบ  ฉันสั่งเค้ก
ฮ็อกไกโด  และน้ำโซดามะปิ๊ด ตามคำแนะนำของโก๊ะ 
อร่อยสมตามที่โก๊ะแนะนำ  ซ่า เปรี้ยว  หวาน  กลมกล่อม ชื่นใจมาก



ขนมและน้ำดื่มของฉัน ค่ะ 


รายการขนมและน้ำดื่มที่พวกเราสั่งมาทานกัน ค่ะ 


พร้อมหน้าพร้อมตา  พร้อมที่จะนั่งหม่ำกัน  ค่ะ 

หลังจากถ่ายรูปกันแล้ว  ทุกคนก็หม่ำขนมเค้กอย่างเอร็ดอร่อย  การสั่ง
เค้กที่ต่างกัน  ก็ดี ค่ะ เพราะได้กิน  ได้ชิมเค้กหลาย ๆ ชนิด ค่ะ 
พวกเรากินไป คุยกันไป เม้าส์กระจาย  จนกระทั่ง 6 โมงแล้ว  ร้านจะปิด
แล้ว  เพราะเลย  6 โมงไปเล็กน้อยแล้ว 
พวกเราออกจากร้านและอำลาจากกัน ด้วยมิตรภาพที่ดีต่อกันมานาน
เมื่อแยกจากกันแล้ว  ภาก็พาพวกเราไปที่บ้านพักที่เราจะพักคืนนี้
ระหว่างทาง  เราแวะซื้อของใส่บาตรเณรพรุ่งนี้เช้า ภา บอกว่า จะมีเณร
มารับบาตรทุกเช้าทุกวัน  มีเณร 5 รูป 
พวกเราแวะเซเวน  ฉันซื้อข้าวกล่อง  5 กล่อง  น้ำ 5  ขวด  ขนม 5 ห่อ
ส่วนตุ๊ก ซื้อมาม่า ขนมและน้ำ  ส่วนภา ที่บ้านมีขนมแล้ว
จึงไม่ได้ลงมาซื้อ  นั่งอยู่ในรถกับเพ็ญ   ซื้อกันเรียบร้อยแล้ว  พวกเรา
ก็กลับที่พัก  ในหมู่บ้านที่มีชื่อว่า  หมู่บ้านเอกเขนก
เป็นหมู่บ้านตากอากาศเป็นหลัง ๆ ของคนมีเงินมาปลูกไว้  เพื่อใช้เป็น
ที่พักผ่อนยามมาเที่ยวทะเล  ทุกคนเห็นบ้านที่เพื่อนของภา
ให้ภามาอยู่  ต่างอุทานว่า  โห ! ช่างใหญ่โตจัง  ห่างจากชายหาดเพียง
ประมาณ 100  เมตร  ห้องนอน มี 3-4 ห้อง มีห้องน้ำในตัว
ยกเว้นห้องนอนชั้นล่าง ที่ไม่มีห้องน้ำในตัว  รถจอดหน้าบ้านได้อย่าง
สบาย  บริเวณบ้านมีต้นไม้  สนามหญ้าเล็ก ๆ  
พวกเรานำกระเป๋าเสื้อผ้าลงจากรถ  และนำอาหาร คือ เป็ดคั่ว ปลา
ลิ้นหมาและกั้งทอดกระเทียมที่เหลือจากมื้อเที่ยง
มาวางที่โต๊ะ  ตุ๊ก ดื่มเบียร์คนเดียว  ไม่มีใครดื่มเป็นเพื่อน  อิอิ  ท้องเรา
ยังอิ่มขนมเค้กกันอยู่เลย  กินเป็ดคั่วไปหน่อยเดียว
เพ็ญและตุ๊กซื้อลองกอง  ส้ม มาจากกรุงเทพฯด้วย  ฉันกิน ลองกอง
เป็นส่วนใหญ่  กินไปคุยไป  เบียร์หมดไป 1 ขวด 
พวกเราก็เตรียมไปอาบน้ำ  เพราะเหนื่อยกินมาทั้งวัน  อิอิ  



อาหารมื้อค่ำ ที่บ้านพัก เพื่อนของ ภา ค่ะ 

ประมาณ 4 ทุ่ม  พวกเราก็เข้าห้องชั้น 2  ห้องนอนใคร ห้องนอนเขา 
ห้องน้ำเขา สะอาดสะอ้าน  เพราะฝีมือทำความสะอาดของภา
คุ้มค่าเหลือเกินที่ให้ ภา มาอาศัยอยู่  บ้าน สามชั้น  ภา จัดการทำความ
สะอาด ทุกห้อง ผ้าม่านก็ถอดซัก สะอาดสะอ้าน
พื้นก็กวาดถูสะอาด  เป็นแม่บ้านจริง ๆ  ขอชม  เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูป
ห้องนอนและห้องน้ำ มาให้ชม  ห้องน้ำ มีอ่างอาบน้ำด้วย
แต่ไม่ได้ใช้หรอก ยืนอาบฝักบัวอย่างเดียว  อิอิ

รุ่งเช้า  ฉันตื่นแต่เช้า  เพราะจะต้องไปใส่บีตรกัน  ประมาณ ตี4 กว่า ๆ 
โดยให้ภา ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้  อาบน้ำเสร็จ  
แต่งตัวเสร็จ  ลงมาชมหมู่บ้านเอกเขนกโดยรอบ  เมื่อคืนมาถึงบ้านค่ำ
มืดแล้ว  มองอะไรไม่เห็น  เช้านี้  เกือบ 6 โมง ฟ้าเริ่มสว่าง
ฉันเอาข้าวกล่องออกจากตู้เย็น  รอ ภา อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ  แล้วมา
เว็บข้าวกล่องให้  จะได้ร้อน ๆ ในเวลาใส่บาตรเณร 
ขณะที่รอทุกคนพร้อม ฉันออกไปเดินสำรวจรอบ ๆ บ้านพักและบ้านพัก
หลังอื่น ๆ  ฟ้าสว่างแล้ว อากาศกำลังดี ลมโชยมาเบา ๆ 
ดูสดชื่น  มีดอกไม้  ลั่นทม  (ลีลาวลี)  ฉันถ่ายรูปมาให้ชมด้วย ค่ะ 


บ้านพักตากอากาศที่ ภาและพวกเรามาพัก ค่ะ 


ดอกไม้และต้นไม้ที่เจ้าของบ้านปลูกไว้  ค่ะ 


บรรยากาศ รอบ ๆ บ้าน  ในหมู่บ้าน เอกเขนก  ค่ะ 

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว  พวกเราก็ขับรถออกไปจากหมู่บ้าน  ไปอยู่ถนนที่
เณรจะเดินผ่านมารับบาตร   ภา ใส่บาตรเป็นประจำก็จะรู้เวลาและสถาน
ที่ที่เณรจะมารับบาตร  น่าเสียดายที่เราไม่ได้เก็บภาพ
การใส่บาตรเช้านี้เอาไว้เป็นที่ระลึก  ค่ะ  หลังจากใส่บาตรกันเรียบร้อย
แล้ว  ภา ก็ให้เณรนำอาหารที่คนใส่บาตรขึ้นท้ายรถเพ็ญ
เพื่อเณรจะได้ไม่ต้องหิ้วของหนัก แล้วเราก็จะนำอาหารไปไว้ที่หน้าร้าน
ขายของหน้าหมู่บ้าน  ซึ่งเณรจะต้องเดินผ่าน
หลังจากที่รับบาตรจากชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว เจ้าของร้านใจดี  ก็จะขับ
รถไปส่งเณรที่วัด ( ภา เล่าให้ฟัง ค่ะ ) 

หลังจากทำบุญใส่บาตรกันเรียบบร้อยแล้ว  ภา ก็บอกทางที่จะไปตลาด
ขายอาหารเช้า  ขายของสด  ขายของฝาก เช่น  ผลไม้
พวกปลาเค็ม ปลาหมึก ทุเรียนทอด ฯลฯ เพ็ญและตุ๊กอยากซื้อปลาเค็ม
ทุเรียนทอด  ขนุนกรอบไปฝากแม่และเพื่อนบ้าน 
ฉันจึงนึกถึง ส้ม ที่บ้านเพ  เลยบอกเขาว่าไปซื้อจากร้านรุ่นน้องของ
พวกเขาดีกว่า ได้ของสดและราคาถูกกว่าร้านแถวนี้แน่นอน
ภา ก็ร้องอ๋อ ใช่แล้ว  จากที่พักเราไปบ้านเพ ก็ไม่ไกลด้วย  ดังนั้น เรา
จึงสั่งอาหารเช้ากินกัน  แล้วก็ไปหาส้ม  ก่อนไปก็โทรคุย
กับส้มก่อน  ปรากฏว่า  ส้มไปรักษาอาการปวดที่กระดูกทับเส้นที่หัวหิน
แต่สามารถสั่งของโดยบอกเขาและเขาจะสั่งลูกน้อง
ที่ขายอยู่หน้าร้านอีกที  ค่ะ 


มื้อเช้าของเรา ค่ะ ฉันสั่งต้มเลือดหมูกินกับข้าวสวย  คนอื่นสั่งข้าวตาม 
สั่งและสั่งต้มเลือดหมูด้วย  อิ่มข้าวแล้ว  พวกเราก็มุ่งหน้า
ตรงไปที่บ้านเพ  หาร้านส้มซึ่งย้ายจากที่เดิมไปอยู่อีกฝั่งและมีสอง
ร้านด้วย แสดงว่ากิจการเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม  
เด็ก ๆ สั่งของ  ราคาไม่ต้องต่อรอง  เพราะส้มโทรมาสั่งลูกน้องและลด
ราคา  เช่น ปลาเค็มเหลือ  500  บาท (1  โล จากราคา 550 บาท)
ทุเรียนกรอบ  ลดเหลือ 930 บาท จาก 1,000 บาท) 
ปลาหมึกตอย  ราคา 600  บาท จาก 650 บาท  ขณะที่ชมร้านและสินค้าของร้านส้ม   ส้มก็โทรเข้ามือถือฉัน  เปิดวิดีโอคอล
คุยกัน  ถามสินค้าที่รุ่นพี่เขาสั่ง  และได้ลดราคาตามที่บอกกับฉันไว้
และเขาก็ถามว่า  ปลาหมึกที่ส่งให้ฉันตอนวันคล้ายวันเกิด
3  ขีด หมดหรือยัง  ฉันบอกว่า  ยังเหลืออีกเล็กน้อย  เขาเลยบอกว่าให้
ฉันเอาปลาหมึกตอยไปเพิ่มอีก  ฉันเกรงใจ  เขาบอกว่า
ไม่เป็นไร  ฉันเลยเอามาอีก 2  ขีดเท่านั้น  ฉันซื้อขนุนกรอบอีกสองขีดแบ่งมาจาก ภา ซึ่งภา จะซื้อฝากฝน ไก่ ให้ตังค์
คนขาย  เขาไม่มีทอน  ภา บอกไม่เป็นไร  เขาจ่ายทั้งหมดเอง  ฉันเลย
ได้ขนุนกรอบมาอีก 2 ขีด  ซื้อกันหลายอย่าง
ฉันก็ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ  ซื้ออะไรไปบ้างน่ะนะ  เพราะมัวคุย วิดิโอคอลกับส้ม
หลังจากที่ทุกคนซื้อของตามที่ต้องการเสร็จแล้ว  
พวกเราก็กลับที่พักและเตรียมเสื่อ  วิทยุ  ของกิน  ผลไม้  เพื่อไปนั่ง
กินลม ชมวิว ที่ชายหาด  วันนี้  ทะเล คลื่นแรงมาก
ตุ๊ก ซื้อส้มตำที่มีคนมาขายที่ชายหาดมานั่งกินด้วย  ส่วนฉันก็กินขนม
ผลไม้  หมี่กรอบที่ภาซื้อมาและนำมาเปิดกินที่ชายหาดด้วย
ส่วนเพ็ญนำวิทยุ แบบมีคาราโอเกะด้วย  เธอก็ร้องเพลงกล่อมพวกเรา
ไป มีเพลงตามคำขอด้วย  ก็เป็นความสุข  ได้พักผ่อน
หลังจากที่ต้องขายของมาเป็นอาทิตย์  ได้สนุกสนาน  ร้องเพลง  ฟัง
เสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง  ละอองน้ำแตกเป็นฟองแล้วก็กลืนหาย
ไปกับผืนทราย  เหมือนดั่งได้นำความทุกข์ ความโศก  ความเหนื่อยล้า
กลืนหายไปกับเกลียวคลื่นและผืนทรายอันกว้างใหญ่ด้วย 



บรรยากาศที่ชายหาด แม่รำพึง  ค่ะ  อิอิ




ท้องทะเลอันกว้างใหญ  จรดสุดขอบฟ้า ที่ชายหาดแม่รำพึง


ใบหน้าแต่ละคน ยิ้มแย้มระรื่นชื่นใจกับความสุขที่ชายหาด  ค่ะ 


ที่ชายหาด มีชิงช้าให้นั่งแกว่งด้วย ค่ะ 

พวกเรานั่งคุย และ ชมความงามของท้องทะเลอันกว้างไกลสุดขอบฟ้า
นานประมาณ  2  ชั่วโมงกว่า  ก็เริ่มเก็บของ  เสื่อ เพื่อเตรียมตัว
กลับกรุงเทพฯ  เพราะ ภา  เพ็ญและฉัน  จะไปเยี่ยมทรายที่บ้านด้วย 
เราออกจากบ้านน่าจะประมาณบ่ายสองครึ่งได้
แวะที่ร้านอาหารนนท์  เพราะเพ็ญอยากซื้อหมี่กรอบเพิ่มเพื่อไปกิน
ที่บ้านและฝากเพื่อนบ้านของเขา  
พวกเราตั้งใจจะหาก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยของบ้านบึง ตามคำแนะนำของ
โก๊ะ มีร้านเจ๊พร  เจ๊ เล็ก ฯลฯ  แต่ทุกร้านปิดบ่าย 3 โมง
เราเดินทางมาถึงบ้านบึงก็บ่ายสามโมงกว่าแล้ว  อดกินกันไป ขับรถ
ไปเรื่อย ๆ  ใกล้ห้าโมงแล้วมั้ง  เจอร้านก๋วยเดี๋ยวชายสี่ริมทาง 
ตัดสินใจกินร้านนี้เลย  เพราะทุกคนหิวกันแล้ว นั่นเอง  มาชมภาพ มื้อ
สุดท้ายของทริปนี้ ค่ะ  


พวกเราสั่งบะหมี่เกี็ยวคนละชาม  เพ็ญสั่งไก่หมุน 1 ตัว ด้วย  


ปรุงรสกันตามใจชอบ  รสชาติไม่อร่อยหรอก แก้ขัดยามหิว  อิอิ 
หลังจากที่ทานบะหมี่เกี๊ยว อิ่มท้องกันแล้ว  พวกเราก็มุ่งหน้าเข้า
กรุงเทพฯ  น่าจะประมาณ  6 โมงเย็นแล้ว  รถติดมาก  โดยเฉพาะซอย
ที่จะไปบ้านของทราย  ติดจนเพ็ญเริ่มหงุดหงิด   คงเหนื่อย
ขับรถมาทั้งวัน  นั่นเอง  แต่ในที่สุดเราก็มาถึงบ้านของทราย ทุกคนดีใจ
ที่ได้เจอกัน  คุยกันอย่างสนุกสนาน  พวกเขาไม่ได้เจอกัน
นานนับสิบปีได้มั้ง ภา ซื้อทุเรียนกรอบมาฝากทรายด้วย  พวกเราคุยกัน
น่าจะเกือบชั่วโมง  แล้วก็ต้องอำลาจากกัน  
เพราะเพ็ญจะต้องไปส่ง ภา และฉันที่บ้าน  พรุ่งนี้ เพ็ญก็ต้องไปตลาด
จ่ายของเพื่อค้าขายในวันจันทร์อีก ค่ะ 



เยี่ยมทรายที่บ้าน  ค่ะ  

เพ็ญขับรถมาส่งฉันที่บ้าน   ช่วยกันยกกระเป๋าและของที่ซื้อมาไว้ให้ที่
หน้าบ้าน  ภา ฝากขนุนกรอบสองถุง  ฝากให้ฝนและไก่ คนละถุง

ทริปนี้  ก็จบลงอย่างมีความสุขกันทุกคน ได้ไหว้พระ  ได้นั่งกินลม
ชมวิวที่ชายหาดแม่รำพึง ได้ฟังเพ็ญร้องเพลง
อย่างมีความสุขทั้งคนร้องและคนฟังเขาร้อง  ส่วนตุ๊กก็มีความสุขกับ
การได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ  ฟังเสียงคลื่นลมทะเล  
ฉันก็มีความสุขที่พวกลูกศิษย์พาฉันมาพักผ่อนด้วย  ต้องขอบใจ ภา
และเพ็ญ  ที่พามาเที่ยว  ทานอาหาร อร่อย ๆ 
เป็นความสุขใจ ของคนเป็นครูที่ลูกศิษย์เขายังรักและระลึกถึงอยู่เสมอ
ครูขอขอบใจ ภา และ เพ็ญ ตลอดจน ตุ๊ก ซึ่งถึงจะ
ไม่ใช่ลูกศิษย์ แต่ก็รู้จักและเคารพรักฉันเหมือนเป็นลูกศิษย์ฉันไปแล้ว 
ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข  ความเจริญในชีวิตตลอดไป   ค่ะ 

















































 



Create Date : 04 ตุลาคม 2563
Last Update : 9 ตุลาคม 2563 22:18:11 น.
Counter : 533 Pageviews.

26 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณtoor36, คุณtuk-tuk@korat, คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณSai Eeuu, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณชีริว, คุณ**mp5**, คุณkae+aoe, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณอุ้มสี

  
ตามอาจารย์ไปเที่ยวด้วยคนนะครับ
ตั้งแต่โควิดเข้ามา
ชีวิตผมเปลี่ยนเลย
ไม่ได้ไปเที่ยวไหน
ร้านก็ปิด
ไม่ได้ทำงานเลยครับ

ต้องรอไปเรื่อยๆ
จนกว่าจะมีวัคซีน
จนกว่าสนามบินจะเปิด
จนกว่านักท่องเที่ยวจะกลับมา

ตอนนี้ไทยเที่ยวไทย
ถือเป็นการช่วยคนในแวดวงธุรกิจได้บ้าง
ไม่มากก็น้อย

โหวตครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 ตุลาคม 2563 เวลา:22:35:03 น.
  
ได้ไปเที่ยวไปพักผ่อนบ้างก็ดีครับ ถือว่าช่วยเหลือคนไทยด้วยกันด้วย ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยวก็แย่กันไปหมด
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 ตุลาคม 2563 เวลา:23:31:06 น.
  
คิดถึงทะเลเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 ตุลาคม 2563 เวลา:14:25:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เชียงใหม่เช้านี้เหมือนจะเริ่มมีลมพัดเย็นๆมาบ้างแล้วครับ
แต่ไม่มีฝน ตอนนี้แดดเปรี้ยง น่ากลัวมากครับ 555

ผมมองว่าบ้านเราต้องเน้นการสร้างครูด้วยครับ
เดี๋ยวครุศาสตร์คนเรียนน้อยลงมาก
ในขณะที่ต่างประเทศเค้าเน้นการเรียนครุศาสตร์
เพื่อสร้างครูเก่งๆมาสอนครู
จากนั้นครูจึงไปสอนเด็ก
การบ้านต้องลดลง เพื่อให้เด็กมีเวลาทำอย่างอื่นด้วย

เพื่อนหมิงบางคนทำการบ้านพิเศษจนถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน
เสาร์ อาทิตย์ก็เรียนพิเศษอีก
น่าสงสารมากๆเลยครับอาจารย์
เจอกันทีไร เห็นหน้าตาเด็กไม่มีความสุขเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 ตุลาคม 2563 เวลา:14:34:11 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:4:24:49 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:6:43:56 น.
  
เที่ยงระยอง จะนึกถึงอาหารทะเลก่อนเลยค่ะ อาจารย์สุ

555 เห็นแก่กินค่ะ

แต่ถ้าสายบุญแบบอาจารย์ ก็ต้องชมไหว้พระนะคะ สาธุด้วยค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:15:29:19 น.
  
น่าอิจฉาจังเลยครับ ได้ไปเที่ยวทะเลแล้ว บอลไปหัวหินวันพุธนี้ครับอาจารย์ โดนฝนแหงๆ ไม่ได้ไปนั่งริมทะเลแบบมีความสุขเหมือนกลุ่มของอาจารย์แน่ๆครับ อิอิ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:18:12:21 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ตอนนี้วันอาทิตย์
คนเล่นบล็อกน้อยมากครับอาจารย์
น้อยจนรู้สึกได้
เฟซบุ๊กของผมก็เป็นครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:22:45:34 น.
  
กิจการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวกระทบหนักเลยครับ ตั้งแต่โรงแรมยันสนามบิน รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลอืเกินที่มีงานประจำในองค์กรที่มั่นคง
และช่วงนี้ที่ไหนๆก็เงียบเหงา แต่ก็น่าเที่ยวนะครับ ได้เที่ยวคนน้อยๆ แล้วยังได้ช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการช่วงนี้ด้วย
ถึงที่เที่ยวจะเงียบเหงา แต่เดินทางรถติดเหมือนเดิมเลยอะครับ คนยังต้องไปทำงานเหมือนเดิม ช่วงนี้ทำถนนกันเยอะด้วย
เมนูมื้อแรกนี้อยากกินกั้งกับแกงส้มไข่ปลาริวกิว
ระยองส่วนใหญ่ผมเที่ยวทะเล ไม่ค่อยได้ไปวัดเลยครับ ถ้าไปก็เน้นวัดที่เกี่ยวกับพระเจ้าตากสิน
ขอตามมาชมวัดละหารไร่ด้วยคน หลวงปู่ทิมองค์ใหญ่ นั่งเอียงนี้คือท่าเอกลักษ์เลยใช่ไหมครับ
แถวนั้นยังมีช้างป่าด้วย โรงเรียนที่ ปตท. ไปสร้างที่วังจันทร์ดึกๆมีคนเล่าว่าเจอช้างป่าเหมือนกันครับ (แต่ผมไม่เคยเจอนะ)
คุณส้มไปรักษากระดูกทับเส้นที่หัวหินเลยเหรอครับ แสดงว่ามีหมอดัง ไกลกว่ากรุงเทพอีกนะนั่น
บ้านเพนึกถึงตลาดขายเปลือกหอย น่าจะเยอะที่สุดในประเทศไทยแล้วครับ
มื้อสุดท้าย ดูรูปไม่เห็นหน้าตาก๋วยเตี๋ยว แต่ไก่หมุนเนื้อเยอะเชียว
โดย: ชีริว วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:23:20:27 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2563 เวลา:6:13:43 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 12 ตุลาคม 2563 เวลา:14:57:32 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ทางภาคกลางและกรุงเทพ
ไม่รู้ว่าฝนหมดหรือยังนะครับ
เชียงใหม่ไม่มีฝนเลยครับอาจารย์
อากาศร้อนมากๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ตุลาคม 2563 เวลา:20:21:51 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2563 เวลา:6:35:31 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ชอบทะเลตรงอาหารการกิน กับนั่งขี้เกียจ ริมทะเลค่ะ
ของพระคุณสำหรับโหวตค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 ตุลาคม 2563 เวลา:12:57:01 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

จริงๆผมเป็นคนแรกในรุ่นเลยนะครับ
ที่กลับมาเชียงใหม่และสมัครเป็นครู
แต่ชีวิตพลิกผันครับ
พ่อบอกให้กลับมาช่วยงานที่บ้าน
ผมเลยต้องกลับมาช่วยงานที่ร้าน
แล้วก็ไมไ่ด้เป็นครูอีกเลย

เพื่อนสนิทผมก็ยังขำเลยครับ
เพราะพอผมไม่ได้เป็นครู
เขาก็ไปสมัครแทนผม
ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าแผนกไปแล้วล่ะครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2563 เวลา:16:37:32 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2563 เวลา:6:56:38 น.
  
อาจารย์ก็เก็บบันทึกเหมือนน้องซีเลยนะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 14 ตุลาคม 2563 เวลา:10:36:51 น.
  
สวัสดีค่ะคุณครู^^

ตามคุณครูมาเที่ยวด้วยค่ะ
ปลายฝนต้นหนาวมีคนบอกว่าทะเลสวย
ทะเลแกงไม่ได้ไปเลยค่ะช่วงนี้

มิตรภาพที่ดีมีต่อกันยาวนานอบอุ่นดีนะคะ
เที่ยวด้วยกัน ทานอาหาร แย่งเค้กกัน(แกงทำบ่อย) เพสระรู้สึกว่าเค้กของเพื่อนจะอร่อยกว่าของเรา...อิอิ

ฝนตกทุกวันเลยลมหนาวมาสมทบอีก..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ




โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 14 ตุลาคม 2563 เวลา:18:18:26 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ตอนนี้ห้องเด็กเก่งหรือเด็กกิ๊ฟท์เต็ด
มีกฏว่าต้องทำเกรดให้ได้มากกว่า 3.5
ถ้าต่ำกว่านั้นเทอมต่อไปจะถูกย้ายไปเรียนห้องปกติ
เพื่อนหมิงเรียนห้องนี้ครับ
เครียดมากๆ บอกว่าเรียนไม่สนุกเลย
การบ้านเยอะมาก ทำถึง 5 ทุ่ม เที่ยงคืนเกือบทุกวัน
วันเสาร์ต้องไปโรงเรียน เพื่อเรียนเพิ่มด้วยครับ
เห็นแล้วสงสารเด็กเลย

เชียงใหม่อากาศเริ่มเย็นๆบ้าง
แต่ผมยังไม่รู้สึกถึงลมหนาวเลยครับ
ในเมืองยังร้อนอยู่ครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2563 เวลา:22:35:36 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2563 เวลา:6:59:09 น.
  
ตามครูมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 15 ตุลาคม 2563 เวลา:11:44:46 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ยิ่งยุคนี้
เวลารับคำเข้าทำงาน
เขาต้องการความสามารถที่เฉพาะเจาะจงมากเป็นพิเศษเลยครับ
ต้องรู้ให้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เฉพาะด้าน
เหมือนที่อาจารย์บอก
ถ้าเก่งเหมือนเป็ด
ยุคนี้อาจประสบความสำเร็จได้ยากจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2563 เวลา:22:24:44 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ตุลาคม 2563 เวลา:7:07:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเพิ่งดูข่าวการประท้วงและการสลายการชุมนุมจบไปครับ
พักคลายเครียด
มานั่งดูบล็อกดีกว่า 555

เชียงใหม่ตอนเย็นฝนตกลงมาหนักมากเหมือนกันครับ
ดูข่าวที่กรุงเทพฝนตกลงมาตลอด

ตอนนี้ถ้าฝันแล้วกลายเป็นจริงได้
ผมอยากฝันให้ประเทศไทยสุขสงบ
และโรคโควิดหายไปจากโลกนี้เสียทีครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ตุลาคม 2563 เวลา:20:59:18 น.
  
(เพิ่งมีเวลาได้เข้าบล็อก) วันนี้เห็นอาจารย์มาโหวตแล้วสบายใจว่าเดี๋ยวจะได้อ่านคอมเม้นท์ดีๆ จากอาจารย์ที่ตั้งใจอ่านบล็อกเราจริงๆ
เหลือน้อยคนมากแล้วนะครับตอนนี้ ที่อ่านสิ่งที่เพื่อนเขียนจริงๆ ทั้งที่มันสำคัญกับคนทำบล็อกมากเลยนะ

ไก่หมุนดูทรงแล้วไม่น่าจะอร่อยเลยจริงๆครับ
อยากหาเวลาไปเที่ยวเหมือนกัน ช่วงนี้มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวออกมาเยอะ
คืออุดหนุนเงินมันไม่ช่วยอะไรอะ ลดงานให้ก่อนได้ม้าย T^T
โดย: ชีริว วันที่: 17 ตุลาคม 2563 เวลา:9:39:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments