สิงหาคม 2564

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
จุดเปลี่ยนของชีวิต
จุดเปลี่ยนของชีวิต

 "จุดเปลี่ยนของชีวิต"   เป็นโจทย์ตะพาบกิโลเมตรที่ 283   ผู้คิด
โจทย์ครั้งนี้  คือ  คุณ blue_medsai  
       คำอธิบายโจทย์นี้ คือ "เคยไหม ที่เดินมาถึงทางแยกของชีวิตแล้ว
ต้องเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง แล้วคิดว่าตอนนี้
คุณตัดสินใจถูกไหม อยากกลับไปเปลี่ยนใหม่หรือเปล่า"

     
 จากคำอธิบายโจทย์ ดังกล่าว   ฉันเชื่อว่า   ชีวิตของเราทุกคนต้องเคย
มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเลือกทางเดิน
ต่อไป  ซึ่งทางที่เราเลือกนั้น  เราเองก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า จะ
เปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้นหรือแย่ลง 
คงต้องเสี่ยงในการเลือกตามที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว  

       สำหรับชีวิตของฉันเอง ก็เคยประสบเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเลือกทางเดินของชีวิตตนเองอยู่หลายเรื่อง 
ขอเล่าสักเรื่องที่ทำให้ชีวิตฉันต้องถึงทางเลือกสัก 1 เรื่อง ค่ะ เอาที่
   เห็นได้อย่างชัดเจนตามโจทย์ตะพาบครั้งนี้ ค่ะ 

       เพื่อน ๆ ชาวบล็อก ถ้าได้อ่านงานเขียนตะพาบของฉันมาตลอด  ก็
คงจะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษา
ของฉันมาบ้างแล้วนะคะ เพราะเคยเล่าไว้บ้างว่า  ฉันไม่ได้เรียนใน
ระบบการศึกษาตามที่นักเรียนทั่ว ๆ ไปเรียนกัน
  เพราะช่วงวัยรุ่น ฉันเป็นคนอารมณ์ร้อน  หุนหันพลันแล่น เป็นต้นเหตุ
หนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ไม่ได้เรียนอยู่
ในระบบการศึกษาตามปรกติ  จุดเปลี่ยนของชีวิตนักเรียนภาคกลางวัน
ก็ต้องเปลี่ยนไปเรียนลัดภาคกลางคืน 
นั่นคือ เรียนรวบชั้นเรียน ม.ศ.1-3 เรียนรวบจบหลักสูตรภายใน 1ปี แล้ว
เราไปสมัครสอบกันเอง  แต่ตรงนี้ ยังไม่ได้เป็น
จุดเปลี่ยนของชีวิต ค่ะ เมื่อสอบผ่าน  การสอบเทียบ ม.ศ. 3 แล้ว 
ทำให้ฉันมีกำลังใจมากขึ้น  ความหวังที่จะเรียนต่อ
ภาคกลางวันสายวิทย์ เพราะความตั้งใจของฉัน คือ ต้องการเป็น
เภสัชกรหญิง ค่ะ ได้สวมชุดขาวสะอาดตา 
มีความรู้ในการแนะนำประเภทของยา  ช่วยให้คนไข้ใช้ยาได้ถูกต้อง  นี่
เป็นความฝันของฉัน
 


แต่ความฝันนี้ก็ต้องชะงักไป  เพราะสมัยนั้น  กระทรวงไม่รับผู้ที่สอบ
เทียบ ม.ศ. 3  เข้าเรียนต่อ ม.ศ.4-5 ในภาคกลางวัน
(ภาคปรกติ)  แต่รับสอบเทียบ ม.ศ.5 สอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนต่อใน
มหาวิทยาลัยได้  ฉันจำเป็นต้อง
เรียนลัด ควบหลักสูตร  ม.ศ.4-5 จบใน 1 ปี แล้วสมัครเข้าสอบเทียบ
วุฒิการศึกษา  ม.ศ.5 เหมือนตอนสอบเทียบวุฒิ ม.ศ. 3 
          ในสมัยนั้น คนรุ่นเดียวกับฉัน ย่อมทราบดีว่า การสอบเทียม.ศ. 5
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  แม้แต่นักเรียนที่เรียนภาคปรกติ
ก็ยังสอบตก เรียนซ้ำชั้นเลย   ฉันเลือกเรียนสายวิทย์เพราะการสอบเข้า
เรียนต่อ เป็นเภสัชกร นั้น ต้องเรียนสายวิทย์ ค่ะ
ซึ่งต้องเรียนทั้งวิชา เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ก็ต้องเรียนอยู่
หลายตัว ทั้ง คณิต ก และ คณิต กข. วิชาหนัก ๆ 
ทั้งนั้นเลย  ฉันต้องสอนหนังสือกลางวัน  (ใช้วุฒิ ม.ศ. 3 )ในการสอนที่
โรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่งและเรียนภาคค่ำไปด้วย 
กลับถึงบ้านก็ต้องทำการบ้านที่เรียนด้วย  แต่ด้วยความมุ่งมั่น
ฉันอดทนได้ เพื่อเป้าหมายที่ฉันตั้งเอาไว้



บันไดชีวิต  เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้  ค่ะ 


  แต่แล้ว  ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของครูผู้สอนวิชาตรีโกณว่า  " เธอ
เรียนลัดนะ  ครูก็สอนอย่างลัดไง"  แล้วก็ไม่ยอม
อธิบายเรื่องที่ฉันสงสัยและถาม   เรื่องราวมีอยู่ว่า  ขณะที่ครูคนนี้สอน
วิชาตรีโกณ มีการสอนค่อนข้างเร็วและข้ามขั้นตอน
ทำให้ฉันสงสัยว่า  บรรทัดนั้นมันมาได้อย่างไร จึงได้ยกมือถาม  ก็ได้
รับคำตอบดังกล่าวนั่นแหละ  ฉันรู้สึกเสียใจมากที่
ได้รับคำตอบเช่นนั้นและตั้งใจไว้เลยว่า  ถ้าฉันเป็นครูและสอนนักเรียน 
นักเรียนมีคำถาม  เราต้องตอบเขา  ถ้าไม่สามารถอธิบาย
ในตอนนั้นได้  ก็ควรที่จะบอกผู้เรียนว่า  เดี๋ยวเลิกเรียนครูจะอธิบายให้
ฟังนะ  คำพูดไม่กี่คำดังกล่าวของครูผู้สอนคนนั้น
  เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของฉัน ค่ะ ฉันตัดสินใจ เปลี่ยนทางเดินของฉันไป
เรียนสายศิลป์ทันที  เพราะฉันคิดว่า  ขืนเรียน
ต่อทางสาย วิทย์  ฉันคงสอบ ม.ศ. 5  ไม่ผ่านแน่  นอกจากปัญหาที่การ
เรียนลัดเป็นการเรียนที่รวบรัดและมาเจอผู้สอนเช่นนี้ 
เป็นอุปสรรคมาก  เพราะความรู้ที่เรียนลัดย่อมไม่แน่น และสู้ความรู้ที่
เรียนในภาคปรกติไม่ได้อย่างแน่นอน 
 การเปลี่ยนและเลือกทางเดินมาเรียนสายศิลป์ ซึ่งมีวิชาท่อง  วิเคราะห์
วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันถนัดอยู่แล้ว  น่าจะดีกว่าแน่นอน


 ในการเลือกทางเดินใหม่ครั้งนี้  ถามว่า  ทางเลือกนี้  เป็นอย่างไรบ้าง 
ก็ต้องตอบว่า  ฉันสามารถก้าวผ่าน ม.ศ. 5 สายศิลป์ไปได้
 ถึงจะสอบผ่านเป็นอันดับท้าย ๆ  จากคนที่เข้าสอบเทียบหมื่นกว่าคน
สอบผ่านเพียงเก้าร้อยกว่าคน ฉันได้ลำดับที่ แปดร้อยกว่า
   การสอบเทียบผ่านครั้งนี้  ทำให้ฉันมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความ
ขยัน อดทนมากขึ้น มุ่งมานะที่จะต้องสอบเข้า
มหาวิทยาลัยให้ได้  ความฝันที่จะเป็นเภสัชกรนั้น ดับสูญไปแล้ว  ความ
หวังใหม่ ทางเลือกใหม่  นั่นก็คือ  การเลือกอาชีพครู
  ซึ่งคิดว่า ได้ทำผลประโยชน์ ได้อธิบายได้สอนคนเช่นเดียวกัน 

          ชีวิตก็เหมือนการเดินขึ้นบันได เหมือนการปีนเขา นั่นแหละ จาก
ตีนเขา  จากบันไดขั้นแรก  ค่อย ๆ ก้าวขึ้นไป
เพื่อให้ถึงขั้นสุดท้าย ให้ถึงยอดเขา  นั่นคือเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ 
แต่ละขั้น  ขาของเราต้องการความมั่นคง 
ก้าวย่างอย่างมั่นใจ  มานะ อดทน ต่ออุปสรรคที่เราได้พบระหว่างทาง 
ถ้าใจเราสู้  มีความอดทนสูง  โอกาสที่เราจะไปถึง
เป้าหมายที่ตั้งไว้ ย่อมต้องประสบความสำเร็จแน่นอน ( ฉันได้เขียนไว้
ในบางเรื่องของ ตะพาบ บ้างแล้ว) 
     
   ในที่สุด  ฉันก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย เลือกเรียนอาชีพที่ฉัน
ได้ตั้งเป้าหมายไว้  และค่อย ๆ ก้าวย่างขึ้นบันได 
ทีละขั้น จากปี 1 2 3 และ4  สี่ปีในมหาวิทยาลัย ฉันใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า
ได้รับการอบรมบ่มนิสัยจาก อาจารย์ที่คุมหอ 
ได้รับการอบรมจากอาจารย์ผู้สอน ด้านจรรยาบรรณของอาชีพ ด้านศีล
ธรรมจรรยา  กตัญญูรู้คุณคน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มาเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณครู อาจารย์ตั้งแต่ประถมมาถึงมหาวิทยาลัย ที่ให้คำสั่งสอน แง่คิด ในการดำเนินชีวิต 
ฉันโชคดี พบเจอแต่ครู อาจารย์ ที่สั่งสอนอบรมกล่อมเกลาลูกศิษย์ให้
เป็นคนดี  มีระเบียบวินัย รับผิดชอบทั้งต่องาน ต่อตนเองและต่อสังคม
 

  ถึงแม้ว่า การเดินขึ้นบันได การปีนเขา สี่ปีในมหาวิทยาลัย จะค่อนข้าง
มีอุปสรรค  แต่ฉันก็อดทนและผ่านมาได้
ด้วยเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมกับความอดทน ความขยันที่ต้องมากกว่า
เพื่อนร่วมรุ่น  เพราะเรารู้ตัวดีว่า  ความรู้พื้นฐาน
ของฉันไม่เท่ากับเพื่อน ๆ สิ่งที่จะเอาชนะได้ คือ ความขยันอ่านหนังสือ
ต้องมีมากกว่าเพื่อน แน่นอน  บันไดแต่ละขั้นที่เดินขึ้นสูงนั้น
มันเหนื่อยก็จริง แต่ธงที่อยู่บนยอดเขาอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย  คือ
ยาชูกำลังให้ฉันก้าวเท้าไปอย่างมั่นคง ค่ะ 




ผลแห่งการอดทน  ขยัน ทำให้ได้รับรางวัลแห่งชีวิต  ค่ะ 



ในที่สุด การปีนเขาของฉัน ก็ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ ค่ะ 






ความภูมิใจของแม่  ค่ะ 

 "เคยไหม ที่เดินมาถึงทางแยกของชีวิต แล้วต้องเลือกเส้นทางใดเส้น
ทางหนึ่ง แล้วคิดว่าตอนนี้คุณตัดสินใจถูกไหม 
 อยากกลับไปเปลี่ยนใหม่หรือเปล่า"
   จากคำอธิบายโจทย์ของ ตะพาบ
ด้านบนนั้น ฉันคิดว่า  เรื่องราวของฉันที่เขียนมานี้
  คงตอบคำถาม คำอธิบายนี้ได้อย่างดี  ว่า ฉันเลือก ฉันตัดสินใจเลือก
ทางเดินได้ถูกต้อง  ไม่อยากกลับไปเปลี่ยนใหม่แน่นอน  ค่ะ
ขอบคุณ ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต    สวัสดี ค่ะ 



Create Date : 08 สิงหาคม 2564
Last Update : 8 สิงหาคม 2564 16:13:34 น.
Counter : 730 Pageviews.

30 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณอุ้มสี, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณkae+aoe, คุณtoor36, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtuk-tuk@korat, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณmariabamboo, คุณเริงฤดีนะ, คุณSweet_pills

  
สวัสดีค่ะอาจารย์
คุณครูตรีโกณ ไหงพูดแบบนั้นละคะ
ที่จริงต้องน่าเห็นใจคนเรียนลัดมาก ๆ นะคะ
คุณครูไม่น่ารักเลยค่ะ

หนูตุ๊กเคืองนะเนี่ย
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:17:23:08 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

ตามมาอ่านเรื่องราวจุดเปลี่ยนของชีวิต..

หลายคนที่มีความมุ่งมั่น จากการดูถูก เหยียดหยามกัน

ของอาจารย์..สุดยอดคะ..

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:18:18:25 น.
  
คุณครูตรีโกณของอาจารย์
คล้ายครูบางคนที่ผมเจอตอนอยู่มหาวิทยาลัยครับ
ครูแย่ ๆ กลายเป็นแรงผลักให้รู้สึกว่าต้องก้าวข้ามคนแบบนี้ไปให้ได้
และจะไม่เป็นเหมือนเค้า

เหมือนในที่สุดอาจารย์ก็ได้เปลี่ยนเส้นทางจากสายวิทย์
เป็นสายศิลป์ และเป็นครูในที่สุด

บล็อกเก่า ๆ ที่อาจารย์เคยเล่าเรื่องราวเอาไว้
ล้วนมีแต่ลูกษิษย์ที่น่ารัก คอยรับ คอยส่ง คอยพาเที่ยว
คอยช่วยเหลือ
ผมว่านี่เป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว
ว่าอาจารย์ได้พบจุดเปลี่ยน
และจุดเปลี่ยนนั้น
ก็พาอาจารยมาพบกับสิ่งดีดีในชีวิตครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:18:20:17 น.
  
ใครจะรู้ถ้าอาจารย์ไม่สอบเทียบ
ป่านนี้อาจจะเป็นคุณหมอหรือเภสัชกร
ตามฝันจริงๆ แล้วก็ได้ สอบเทียบพท้นความรู้จะไม่แน่น
พูดในฐานะสอบเทียบ ม.ศ. 3 มาเหมือนกันค่ะอาจารย์

โดย: หอมกร วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:19:31:29 น.
  
สุดยอดเลยครับอาจารย์
รุ่นผมก็สอบเทียบเหมือนกันครับ แต่ผมเอ็นทรานซ์ไม่ติด ต้องกลับมาเรียน ม.6 ต่อ
โดย: The Kop Civil วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:20:46:51 น.
  
ทางแยกของชีวิตได้ฟังอาจารย์เล่าหลายเรื่อง โจทย์นี้ก็นึก ๆ อยู่ว่าหวยจะลงเรื่องไหน
ปรากฏว่าเรื่องนี้ไม่คุ้นเลยครับ (ถ้าอยู่ในหนังสือผมก็คงยังอ่านไม่ถึง)
สมัยก่อนเด็กเก่งๆ สอบเทียบกันเป็นว่าเล่น เดี๋ยวนี้ไม่แน่ใจยังมีอยู่ไหมนะครับการสอบเทียบ
ยิ่งเรียนลัด ยิ่งต้องทำความเข้าใจมากขึ้นอีก ครูจะมาบอกว่าสอนลัดนี่ไม่ได้เลย
เลยเปลี่ยนสายไปเลยนะครับ เจอครูไม่ดี เปลี่ยนจากเภสัชกรเป็นครู
ไม่ว่าจะทางแยกไหน พอมองย้อนกลับไปอาจารย์จะไม่อยากเลือกอีกทางหนึ่งเพราะทางที่เลือกไว้ดีอยู่แล้ว
เป็นชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ แบบไม่มีอะไรต้องเสียดายจริงๆครับ
โดย: ชีริว วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:22:52:21 น.
  
เปลี่ยนจริงๆ ค่ะครู
โดย: อุ้มสี วันที่: 8 สิงหาคม 2564 เวลา:23:52:32 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:6:31:26 น.
  
ผมว่าครูตัดสินใจถูกแล้วครับ.. ที่เรียนสายนี้และมีอาชีพเป็นครู/อาจารย์
..

คนที่เป็นครูที่เก่ง (ต้องสอนเก่งให้นักเรียนเข้าใจง่ายด้วย) มีไม่มาก
อ้าว จริงนะครับ บางคนท่านเรียนเก่งหัวไว แต่ไม่เข้าใจว่านักเรียน/นักศึกษาหัวช้ามีมาก เลยสอนแบบ ลวกสะเดา คือสอนแบบลวก ๆ

สุกไมสุกไม่สน..... ผมเคยเรียนไม่รู้เรื่องนานมาก จนกระทั่งพบ
ครูเอนก พุทธศิริ สอนคณิตฯ ครูสอนเก่งเข้าใจสอนทำให้เราติดใจ
ที่จะขอเรียนกับครูคนนี้

ผมสังเกตนะครับ ครูทื่สอนพิเศษที่บ้าน ถ้าสอนเก่งจะมีคนไปเรียนเยอะเพราะมีเทคนิคในการสอน
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:6:48:14 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:9:01:39 น.
  
สมัยนี้ไม่รู้ยังมีการสอบเทียบอยู่หรือไม่ จำได้ว่าสมัยก่อนใครสอบเทียบแล้วเรียนจบก่อนคนอื่นได้จะเป็นที่ฮือฮามาก

ในทางเลือกที่เราต้องเจอผมมองว่าถ้าเราได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง ไม่ได้เลือกเพราะโดนบังคับ หรือสถานการณ์ทำให้เราจำได้ต้องเลือก ไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร มันก็พอจะทำใจรับได้ แม้มันอาจไม่ดีอย่างที่ใจเราคิดก็ตาม
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:16:12:45 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เวลาผมเขียนงาน
ชอบคิดชื่อเรื่องก่อนครับ
จากนั้นจึงค่อยเขียนเนื้อหาเข้าไป
เหมือนงานชุดนี้
ผมก็ฌปิดพจนานุกรม
หาศัพท์และคำแปลกๆที่ไม่ค่อยได้ใช้
นำมาเขียนงานชุดนี้ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:20:01:58 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์

เกือบเป็นเภสัชนี่เหมือนผมเลยครับ ผมก็เคยอยากลองสอบเภสัชเพราะเรียนเคมี ชีวะ ได้ดี หมายถึงคะแนนดีนะครับไม่ใช่เกรดD 55555555
จะว่ายังไงดีละครับ อาจารย์เป็นคนเก่งแหละครับ มีความตั้งใจพยายามมากเลย ถึงสอบเทียบได้ แต่มาเจอคุณครูที่พูดที่สอนไม่โอเคแบบนี้ก็ไม่ไหว เสียโอกาสสำหรับบางคนหมด แต่สำหรับอาจารย์ผมว่าวันนั้นมันทำให้การศึกษาไทยได้คุณครูที่เก่ง ใจดี แถมเข้าอกเข้าใจนักเรียนด้วยครับ
ถ้าอาจารย์จบสายวิทย์เรียนต่อเภสัช ป่านนี้คงไม่มีใครสอนให้ผมพิมพ์ให้มันถูกๆ ไม่วิบัติหรอครับ 555555
หรืออาจจะมีเภสัชที่รำคาญลายมือหมอคนนึง จนต้องสอนหมอคัดไทยก็ได้ครับ 5555 รักๆเลยแซวนะครับอาจารย์ อย่าตีผม

ผมดีใจที่อาจารย์รักการเป็นครูแล้วรู้สึกว่าวันนั้นเลือกไม่ผิดครับ ผมรู้สึกภุมิใจแทนอาจารย์แล้วก็นักเรียนของอาจารย์ด้วย ^^

ปล. ทุกวันนี้ผมก็ทำหน้าที่เภสัชจำเป็นที่ดีของบ้านครับ ชำนาญโรคหวัดมากๆ ตั้งแต่หวัดน้อยจนถึงหวัดมาก รับปรึกษาเรื่องยาได้หมด 555555 T-T
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:21:54:13 น.
  
รอเม้นท์อาจารย์เลยครับเนี่ย เห็นว่าเอ๊ะ มาโหวตตั้งนานแล้ว ยังไม่เม้นท์ แสดงว่าชาร์จพลังอยู่ กะปล่อยเม้นท์เต็มสตรีม
แน่นอนจริงๆ อาจารย์เรา

นครนายกอยู่ไม่ไกลกรุงเทพ ไว้หมดโควิดเมื่อไหร่ชวนลูกศิษย์หรือแก๊งเพื่อนไปเที่ยวได้นะครับ เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย จุดพักชิลๆเยอะดี ไม่เหมือนยุดยา มีแต่ซากอิฐกลางแดด 555
โดย: ชีริว วันที่: 9 สิงหาคม 2564 เวลา:22:08:53 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 สิงหาคม 2564 เวลา:5:13:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


มนุษย์เราคงเกิดมาพร้อมความสงสัยนะครับอาจารย์
สงสัย
แล้วก็หาคำตอบ
วิทยาการจึงก้าวหน้า
แต่ถ้าสงสัยตลอดเวลา
แบบนี้อาจจะยุ่งแล้วล่ะครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 สิงหาคม 2564 เวลา:13:34:52 น.
  
มาโหวตค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 สิงหาคม 2564 เวลา:14:41:08 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 สิงหาคม 2564 เวลา:6:51:09 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
คนเราถ้าปลงได้ ทุกข์ก็น้อยลงจริง ๆ ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 สิงหาคม 2564 เวลา:13:18:51 น.
  
จากบล๊อก
ขอบคุณสำหรับแก้คำผิดครับ ^^ ผมอ่ะลังเลว่ามันเขียนยังไงกันแน่

ผมก็คิดเหมือนอาจารย์ครับว่าจริงๆ มันดีที่เราเปลี่ยนตัวเองจากเมื่อก่อนได้ ยอมรับครับว่าเป็นจริงตามอาจารย์บอกเลยว่า หาเงินง่าย ใช้คล่องมือ
แถมการติดแบรนด์เนม มันไม่ใช่แค่เปลืองเงินครับ แต่มันหมายถึงเราเสีย Self-esteem ด้วย เหมือนเราเอาคุณค่าตัวเราไปไว้ในสิ่งของ เสื้อผ้า รองเท้า อะไรแบบนั้นแทน
อาจารย์ทราบไหมครับว่าช่วงก่อนที่จะมีโควิด ผมนี่กำลังจะก้าวข้ามจุดเดิมไปอีกจุดนึงที่สูงกว่าเลยครับ พอมีโควิดก็หยุดไปได้เลย แล้วช่วงแรกๆที่ผมต้องลดแบรนด์ของใช้ลงมา เสื้อผ้าก็มาซื้อรุ่นที่ลดราคา แล้วเห็นแบรนด์เดิมที่เราเคยใช้ แล้วรู้สึกว่า ไม่ๆๆเราจะไม่ซื้อมันอีก ประเมินเงินเดือนตัวเองมีแล้ว มันไม่ควรซื้อ ตอนนั้นเสียความมั่นใจมากครับ หงุดหงิด เสีย Self-esteem มาก
แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัวครับ ไม่ต้องไปดูไม่ต้องไปสนใจมัน อะไรก็ใช้ได้เหมือนกัน ข้อดีคือ ทำให้มั่นใจในตัวเองที่เป็นตัวเองจริงๆ ตัดเปลือกอย่างอื่นออกไป ประหยัดเงินด้วยความ แล้วที่สำคัญคือ ไม่ไปเกินเส้นลิมิต ที่มันจะกลับตัวไม่ได้นี่แหละครับ

เรื่องเที่ยว เรื่องทองหล่อ ก็ดีตรงที่แทบไม่ได้ดื่มเลยครับ ประหยัดเงิน ดีต่อสุขภาพ ไม่อันตรายด้วย

กลับมาใช้ชีวิตเรียบๆ ไม่ต้องขวนขวายอะไรมาใส่ตัวมาก จริงๆ ชีวิตเราจริงๆ ที่ไม่ได้มีปัจจัยอื่นมันก็มีความสุขแล้วครับ ^^
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 11 สิงหาคม 2564 เวลา:16:06:33 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:7:10:50 น.
  
เป็นตัพาบที่มำให้เป็น อจ.สุวิมล จนปัจจุบันนี้นั่นเอง
เลือกได้ถูกใจและถูกทางนะคะ

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:10:26:28 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผ่านอารมณ์
เป็นชื่อที่ผมชอบเช่นกันครับ
อีกอันที่ผมชอบคือ วาบความคิด

อารมณ์จะคล้ายๆกัน
คือเป็นคำสั้น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคำคม
คำพวกนี้จะเกิดขึ้นในความคิด
ผมต้องรีบจดไว้
ไม่เช่นนั้นแป๊บเดียวก็จะลืมไปเลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:17:41:17 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

เพราะคำพูดของคุณครูท่านนั้นแท้ๆนะคะที่ทำให้อาจารย์ตัดสินใจเบนเข็มไปเรียนสายศิลป์
ถึงวันนี้การตัดสินใจในทางเดินที่อาจารย์เลือกน่าจะสร้างความสุข
และความภาคภูมิใจให้อาจารย์อย่างมากนะคะ

อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 12 สิงหาคม 2564 เวลา:23:18:30 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:6:37:12 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ทุกคนสามารถเลือกทางเดินของชีวิตได้เองจริง ๆ ครับ
แม้สภาพแวดล้อมหรือฐานะจะต่างกัน
แต่การเลือกทำความดี หรือความชั่วนั้น
อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกเอง
บางคนรวย มีอำนาจ
แต่ใช้ไปในทางที่ผิด
ชีวิตก็หมองมัวไปเลยก็มีนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 สิงหาคม 2564 เวลา:15:40:21 น.
  
ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะสำหรับกำลังใจให้เมนูที่บ้านต๋า
ไข่เจียวใส่หมูสับ ถั่วฝักยาวหรือมะเขือเทศ ทำเมื่อไหร่ก็อร่อยเมื่อนั้นนะคะ

อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:0:26:11 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:6:51:04 น.
  
โอ้ รอบนี้อัพบล็อกก่อนอาจารย์เปลี่ยนบล็อก อิอิ
พอหยุดยาวๆ เริ่มมีเวลาแต่อาทิตย์หน้าก็ประชุมเยอะอีกเช่นเดิม
เดี๋ยวค่ำๆ จะย้่อนไปอ่านบล็อกที่ข้ามไปนะครับ
โดย: ชีริว วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:17:26:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมก็ตีความเหมือนอาจารย์ครับ
ตอนอ่านคำคมคำนี้
ผมนึกถึงคำว่า
นกน้อยทำรังแต่พอตัวครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 สิงหาคม 2564 เวลา:17:49:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments