คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
space
space
29 เมษายน 2565
space
space
space

เรื่องที่อยากเล่า
เรื่องที่อยากเล่า

 "เรื่องที่อยากเล่า"   เป๊น โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่
301  ผู้ตั้งโจทย์ ครั้งนี้ คือ น้อง toor36  ค่ะ 

คำอธิบายโจทย์
           
   เชื่อว่าทุกคนมีเรื่องที่อยากเล่า อยากบอกให้คนอื่นฟัง ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องเรียน เรื่องงาน ความรัก หรือเบื้องหลังชีวิต
ของตัวเอง มาเล่าเรื่องที่คุณคิดว่าน่าสนใจให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกัน อยาก
เล่าเรื่องอะไรเล่ามาได้เลย

             
"เรื่องที่อยากเล่า"   หมายถึงเรื่องราวที่เราต้องการเล่าให้คนอื่นฟัง
(อ่าน)  ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ดี หรือ ไม่ดี ก็ได้ ค่ะ
เรื่องเล่าที่ดี  ต้องให้ข้อคิดแก่คนที่ได้อ่าน (ฟัง) เพื่อนำไปเป็นข้อคิด
  หรือ เป็นคติธรรมเตือนใจ เป็นประโยชน์แก่
คนอ่าน (ฟัง) มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับภูมิหลังของแต่ละคนด้วย ค่ะ 
               
สำหรับฉัน  ในวัยที่ผ่านร้อน  ผ่านหนาว ผ่านความสุข  ความทุกข์มาถึง
เลขเจ็ดแล้ว  ย่อมต้องมีเรื่องที่อยากจะเล่า
ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีของชีวิตฉันเอง  แต่ฉันอยากจะเล่าเรื่องที่ดี ที่ฉัน
ภาคภูมิใจของฉันสักเรื่องหนึ่ง ค่ะ 


 เพื่อน ๆ ชาวบล็อกที่เคยอ่านบล็อกของฉันเป็นประจำ  ก็คงจะรู้ว่า  ฉัน
มีอาชีพเป็นครู  เป็นอาชีพที่ฉันรัก ที่ฉันเลือกเอง 
ฉันเคยสอนโรงเรียนราษฎร์ ชั้น ป.เตรียมเพื่อหาเงินเรียนสอบเทียบ
ม.ศ.5 และเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย  ก็เลือกเรียนสายครู
  พูดได้ว่า  ตลอดชีวิตของฉัน  ไม่เคยเปลี่ยนอาชีพเลย ถึงแม้ว่า สมัย
สอบบรรจุเป็นข้าราชการครู  เงินเดือน
  เพียง 1,550 บาท (ป.ตรี  ปี 2517 )  เพื่อนบ้านจะฝากฉันเข้าทำงาน
บริษัทให้เงินเดือนถึง 2,500 บาท  เพราะฉันมี
พื้นฐานภาษาจีนอยู่บ้าง  แต่ฉันก็ไม่ไปทำงานบริษัท  ได้เงินเดือนน้อย
กว่าเป็นพันก็เถอะ  เพราะถือว่า  เมื่อเราเรียนมาทางครูแล้ว 
รัฐก็ให้เราเรียนเหมือนเรียนฟรี  ไม่มีค่าหน่วยกิต  อาหาร 3 มื้อ ภาค
เรียนละ เพียง 700 บาทหอพัก ปีแรกและปี3 
เก็บเพียง 400  บาท  ปี 2 และ 4  ปีละ 200 บาท  นับว่า ฉันโชคดีมาก
ที่สอบเข้าเรียนต่อที่ ว.ศ.บางแสน  (สมัยนั้น)ได้
  ซึ่งค่าใช้จ่ายถูก  ไม่งั้นฉันคงต้องลำบากมาก  เพราะเป็นช่วงที่พ่อ
เลิกกิจการค้าแล้ว และเหลือเงินไม่มากนัก 
และตอนปี 1 พ่อก็จากฉันไป  ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันทุกข์ใจที่สุดในชีวิต

ฉันสอบบรรจุได้ที่ อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย  สอนอยู่ 3 ปี ก็ขอ
ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ด้วยสาเหตุ
ที่โรงเรียนไกลจากบ้านมาก และประสบปัญหาเรื่องความรักกับที่คนที่
หวังจะใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ต้องการให้เรามีอาชีพครู
เลยต้องเลิกรากันไป  และเป็นความโชคดีที่ฉันสามารถย้ายมาอยู่
โรงเรียนที่ใกล้บ้าน  ชีวิตช่วงนั้น ฉันทุ่มเทการสอน
นักเรียนอย่างเต็มที่  คิดวิธีการสอนให้เด็กรักภาษาไทย จัดกิจกรรม
ต่าง ๆ ให้พวกเขาเรียนอย่างสนุกสนาน 
การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักเรียนกับครู  เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ครู
และนักเรียนมีความรัก ความผูกพันกันมากขึ้น
  โดยเฉพาะเวลาเขามีปัญหา  เราสามารถช่วยเขา รับฟังเขาได้  ช่วย
แนะแนวทางแก้ปัญหา  การจัดกิจกรรมสอนพิเศษ
เพื่อไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยจัดสอนพิเศษพวกเขาโดยไม่ต้อง
เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น  โดยเฉพาะนักเรียนประจำชั้น
 ทำให้ครูและนักเรียนเกิดความรัก  ความผูกพันกันมากยิ่งขึ้น  หลังจาก
จบการศึกษาไปแล้ว  ก็ยังมีการจัดพบปะสังสรรค์กันปีละครั้ง 
(สำหรับนักเรียนที่เป็นประจำชั้น)  ทำให้ความรัก ความผูกพัน ความ
สัมพันธ์ไม่เสื่อมคลายไป  เมื่อจบการศึกษาในระดับ
อุดมศึกษาแล้ว  พวกเขาก็ยังไม่ลืมฉันมารับฉันไปงานรับปริญญา ถ้า
ฉันไม่ได้ไป ก็มาถ่ายรูปร่วมกันที่โรงเรียนบ้าง
ที่บ้านฉันบ้าง  เมื่อแต่งงาน พวกเขาก็ไม่ลืมฉัน มาเชิญฉันไปร่วมแสดง
ความยินดีกับพวกเขา  ไปรดน้ำอวยพร
เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต  (พวกเขาบอกเช่นนั้น)  ฉันก็ชื่นใจที่
เห็นความเจริญก้าวหน้าในด้านการงาน การศึกษา
 จนถึงการสร้างครอบครัวมีความสุข  เปรียบเสมือนหนึ่ง ฉันได้เห็น
ต้นไม้ที่ฉันตั้งใจปลูกไว้นั้น   ได้ออกดอก
ออกผล ให้เรา  ได้ชื่นใจ  นี่คือ ความสุขใจของฉัน ที่ตัดสินใจเลือก
อาชีพครู ค่ะ  
        ฉันมีรูปภาพของลูกศิษย์บางรุ่นที่มีรูปหลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน 
มาประกอบเรื่องเล่าที่ฉันชื่นใจ มาฝาก ค่ะ 



อุมาพร  ลูกศิษย์ที่จบ ม.ธรรมศาสตร์  ค่ะ 
มาถ่ายรูปกับฉันที่โรงเรียน ค่ะ 



กิตติพงษ์  ลูกศิษย์จบ ม.รามคำแหง ปัจจุบันเป็นผู้วางแผนงาน
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของบริษัท  ฉันคิดขัดเกี่ยวกับ
เรื่องคอมพิวเตอร์ ก็ได้อาศัยเขามาช่วยแก้ไข เป็นเด็กน่ารักมาก ค่ะ
รูปนี้ เขาหอบเสื้อครุยมาถ่ายรูปกับฉันที่โรงเรียน



นลินภัสร์  ลูกศิษย์ จบโท ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มาถ่ายรูป
กับฉันที่บ้าน ค่ะ ปีหนึ่ง ๆ จะมาเยี่ยมฉัน ไปกินข้าวด้วยกัน
ในโอกาสต่าง ๆ เราติดต่อกันเป็นประจำ ค่ะ 



นภาพร บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ลูกศิษย์ประจำชั้น ปี
การศึกษา 2529  ค่ะ ถ่ายที่สวนหลวง ร. 9 



วันเพ็ญ  จบบัญชีจาก ม.รามคำแหง  ถ่ายที่ ม.รามคำแหง ค่ะ 



ปรารถนา  จบบัญชีจาก  ม.รามคำแหง  ใจเย็น น่ารัก ตอนผ่าตัดเข่า
เป็นผู้จัดเวรเพื่อนไปนอนเฝ้าฉันที่ ร.พ. เป็นเดือน ๆ ค่ะ 





สวัสดิ์ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ศุภกร  จบปริญญาตรีและโท ที่ ม.เกษตร
คณะเศรษฐศาสตร์  ปัจจุบันรับราชการที่ กระทรวง
คมนาคม  น่าจะระดับ 9 
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์
กระทรวงคมนาคม ดร.





พรพิมล  จบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ค่ะ 
เพื่อน ๆ เขามารับฉันไปถ่ายรูปที่ ม.ประสานมิตร ค่ะ



ธวัชชัย  ลูกศิษย์รุ่นแรกที่มัธยมวัดธาตุทอง จบวิศวกรรมศาสตร์
ตามมาถ่ายรูปกับฉันที่บ้านค่ะ หลังจากหากันไม่เจอ ที่สวนอัมพร



รุ่นนี้ จบพร้อมกัน  3 คน  มีปรารถนา (หยอย) สุนิศา และ สมปอง
รุ่นนี้ เป็นลูกศิษย์แผนกศิลปะ (ม.ปลาย ) 





พรพิมล  รุ่นนี้ได้เป็นครูประจำชั้นเขา สามปี  จบนิติศาสตร์ที่
ม.ธรรมศาสตร์ ค่ะ
ผู้ชายหนึ่งเดียวในรูปแรก ตอนนี้ รับราชการ เป็นผู้พิพากษาแล้ว ค่ะ 





พลภัทร  เทียนไทย  รุ่น 2537  ลูกศิษย์อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของฉัน
รับราชการทหารบก  ตอนนี้ น่าจะเป็นพันเอกพิเศษแล้วค่ะ
รูปนี้ พลภัทร  กับเพื่อน มาถ่ายรูปกับฉันที่โรงเรียนค่ะ 

ความสำเร็จของลูกศิษย์ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้ เป็นเรื่องเล่า ที่ฉัน
ภาคภูมิใจในด้านการศึกษา  นอกจากนี้ เมื่อพวกเขา
โตและสร้างเนื้อสร้างตัวมั่นคงในหน้าที่การงานแล้ว  ก็ถึงคราวที่จะ
ต้องสร้างครอบครัวต่อไป  พวกเขาก็ยังคงคิดถึงฉัน
มาเชิญฉันไปงานสร้างครอบครัวของพวกเขา  เพื่อขอคำอวยพรจาก
ฉัน  เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตของพวกเขา ค่ะ 



งานมงคลสมรสของ พริษฐ์ ลูกศิษย์ประจำชั้น ปีการศึกษา 2533 ค่ะ



งานมงคลสมรสของพรพิมลและนิคม เพื่อนรุ่นเดียวกัน ค่ะ 



งานมงคลสมรสของ ปรารถนา (แอน)  ค่ะ 



งานมงคลสมรสของสุณี  ลูกศิษย์ ภาคค่ำ ค่ะ 



งานมงคลสมรสของสวัสดิ์  (ศุภกร )  ค่ะ 



งานมงคลสมรสของสุรพล (ก๊อง)และปิยนาฎ (เจี๊ยบ) ลูกศิษย์รุ่นแรก
ที่ฉันประจำชั้นพวกเขา ปี 2520 ที่มัธยมวัดธาตุทอง 
ก๊องเป็นลูกศิษย์ที่น่ารักมาก ฉันได้พึ่งพาเขายามเดือดร้อนเสมอ ค่ะ

ตะพาบเรื่อง  "เรื่องที่อยากเล่า"  ของฉันครั้งนี้  เป็นเรื่องที่ฉันอยากจะ
เล่า เพราะเป็นความชื่นใจของฉันที่มีโอกาส
ได้เห็นผลผลิตที่ฉันได้บ่มเพาะพวกเขาและความดีงามของพวก
ลูกศิษย์ หลาย ๆ คนที่เขาไม่เคยลืมฉันเลย 
ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิตฉัน และประสบความสำเร็จใน
อาชีพครูของฉัน ค่ะ
สวัสดี ค่ะ 






 



Create Date : 29 เมษายน 2565
Last Update : 30 เมษายน 2565 14:25:54 น. 34 comments
Counter : 463 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkatoy, คุณกะว่าก๋า, คุณทนายอ้วน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณเริงฤดีนะ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณSweet_pills, คุณหอมกร, คุณชีริว, คุณกิ่งฟ้า, คุณอุ้มสี, คุณkae+aoe, คุณร่มไม้เย็น


 


โดย: katoy วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:13:19:45 น.  

 
เรื่องเล่าของอาจารย์น่าประทับใจมากๆครับ
ความจริงผมประทับใจทุกครั้งที่อาจารย์เขียนบล็อกเล่าเรื่องราวระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์
ที่บางคนคอยมารับไปเที่ยว บางคนรับไปร่วมงานต่างๆ
บางคนชวนไปทำบุญ ขนาดมีปัญหาเรื่องบ้าน
ลูกศิษย์ก็พร้อมกลับมาช่วยอาจารย์ทันที
ผมว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่า
อาจารย์เป็นที่รักและเคารพของลูกศิษย์
ทุกคนจึงกลับมาดูแลอาจารย์เป็นอย่างดี
น่าชื่นชมลูกศิษย์ของอาจารย์มากๆเลยครับ

ตอนนี้ผมเป็นคนที่น่าจะเข้าใจพ่อมากที่สุดในบ้านแล้วครับ
มีอะไรสำคัญที่ต้องตัดสินใจ
พ่อก็จะปรึกษาผมคนเดียวเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:13:42:44 น.  

 
รู้สึกมีความสุขไปด้วยเลยครับ


รับรู้ได้ถึงความรัก ความผูกผัน ของอาจารย์กับลูกศิษย์


บอลมีอาจารย์ประจำชั้นและอาจารย์ที่สอนตอนอยู่มัธยมปลายเป็นเพื่อนกันใน FB หลายคนครับ ยังได้ทักทายกันเป็นประจำ


อาจารย์ประจำชั้นที่บอลเคารพเรียกว่า "แม่" พักอยู่บุศยานิเวศน์ อยุธยา ปกติก็แวะไปเยี่ยมเยียนเป็นประจำโดยคุณเปี๊ยกก็กลายเป็นศิษย์รักต่างโรงเรียน อิอิ แต่หลังๆ 2-3 ปี ไม่ได้ไปเยี่ยมอาจารย์เลยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:14:55:10 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

อ่านแล้วรู้สึกว่า นักเรียนของอาจารย์โชคดีมาก ๆ ครับที่ได้เรียนกับคุณครูที่ทุ่มเทและมีความรักในการเป็นครูจริงๆ ไม่แปลกเลยว่าทำไมลูกศิษย์ถึงรักอาจารย์มากขนาดนี้ ถ้าจะพูดว่าประสบความสำเร็จในการทำงาน ผมว่าอาจารย์ประสบความสำเร็จมาก ๆ ครับ
นั่นก็เพราะอาจารย์ได้ทำสิ่งที่รักและตั้งใจเอาไว้ พอได้ทำในสิ่งที่รักก็มีความตั้งใจทุ่มเท อยากพัฒนางาน พัฒนาตัวเอง ให้ดีขึ้นในทุก ๆ วันในการทำงาน อุปปสรรคใด ๆ ก็ผ่านไปได้

อาชีะครูสมัยก่อนเงินเดือนน้อยนะครับ ถ้าเทียบกับบางอาชีพ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเลย เพราะครูเป็นบุคลากรที่สำคัญ และควรเป็นคนที่เก่ง มีความสามารถมาทำ เพราะจะได้ถ่ายทอดวิธีคิด ถ่ายเรื่องความรู้ นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับลูกศิษย์ได้ แต่พอรายได้น้อย หลายคนที่ลำบากก็ต้องเลิกทำไป คนที่เรียนเก่งๆ ก็ไม่คิดอยากเป็นครู แต่อยากทำอาชีพอื่นที่เงินคุ้มความสามารถมากกว่า ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญของอาชีพครูครับ ไม่งั้นเด็กไทย และการศึกษาไทยจะมีคุณภาพได้ยังไ ต่างประเทศครูเงินเดือนดีมาก เพื่อดึงให้คนที่มีความสามารถมาทำ
ของไทย นักวิจัยยังไส้แห้งเลยครับ แล้วคนเก่งๆ ที่ไหนจะอยากทำ

ยินดีกับความสำเร็จของอาจารย์และลูกศิษย์ทุกคนด้วยคับ
ถ้าผมพิมผิดเยอะ ผมนิ้วรัวนะครับ 555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:15:02:37 น.  

 

จองที่ไว้ก่อน..
พรุ่งนี้มาใหม่..ง่วงนอนจังค่ะ
Good night and sweet dream.


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:20:25:16 น.  

 
น่าชื่นใจครับครู... มีลูกศิษย์เยอะ ผมเห็นไปเยี่ยมครูในบล๊อกบ่อยรู้เลยว่า ความผูกพันธ์ระหว่างครูกับลูกศิษย์อยู่ตลอดไปครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:21:19:45 น.  

 
อาจารย์เป็นที่รักของลูกศิษย์มากเลยนะครับ น่าชื่นชมครับ การมีอาจารย์ทีดีก็เป็นสิ่งดีๆ ในชีวิตของลูกศิษย์เช่นกันครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:22:29:29 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:05:40 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

อ่านไป ก็ยิ้มไปนะคะ..

ชื่นชมและยินดีในความสำเร็จของลูกศิษย์



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:07:00 น.  

 
โอ้ อาจารย์สุ นี่ ครูสายตรงเลยนะครับ
ไม่เหมือน อ.เต๊ะ ตอนแรกเรียนคุรุศิลป์ อยู่ดีๆ
แต่ไม่อยากเป็นครู ลาออกมาสอบใหม่กลายมาเป็นสถาปนิก
แต่สุดท้าย ก็ต้องกลับมาเป็นครูเป็นอาจารย์สอนทั้ง นักศึกษา
สอนทั้งคนทั่วไป มาร่วมจะ 30ปีแล้วละครับ
เค้าบอกว่าเกลียดอะไร มักจะได้อย่างนั้นนะครับ อิอิ

อาจารย์สุ บอก เหรอ เออ โสนะน่า เอ็ง เย้ย 555
แล้วก็ สมัยเรียน มศ.5 นี่ อ.เต๊ะ ก็ยังทันเรียนนะครับ
สมัยก่อน เงินเดือนข้าราชการก็ไม่มาก แต่มีสวัสดิการแยะกว่าเอกชน
เอกชนเงินแยะแต่สวัสดิการไม่ดี อ.เต๊ะ เรียนจบมาก็ทำมันทั้งเอกชน ทั้งราชการ ผ่านทาหมด ได้อย่างเสียอย่างนะครับ

ส่วนเรื่องการเป็นครูนี่ ความสุขของครูจะอยู่ที่ ความสำเร็จของลูกศิษย์ ลูกศิษย์ได้ดี ครูก็พลอยยินดีไปด้วยนะครับ
อ.เต๊ะ ดูแล้ว ลูกศิษย์ อาจารย์สุนี่ รักอาจารย์มาก คอยดูแลช่วยเหลือ อาจารย์อยู่ตลอด กลัวอาจารย์จะเหงาก็พาไปเที่ยวไปกินนู่นกินนี่ เวลาเจ็บป่วยก็พาไปหาหมอมั่งไปเฝ้าพยาบาลดูแลมั่ง
แม้กระทั่ง อาจารย์เดือดร้อน บ้านน้ำท่วม ก็หาช่างมาช่วยมาทำ
ดูแล้วซาบซึ้งไปด้วยเลยนะครับ

แล้วก็ดูจากรูปแล้วลูกศิษย์อาจารย์สุได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโตแยะเลยนะครับ มีอยู่คนนึงใส่ชุดครุยสีแดงแจ๋ คาดทองนี่
สถาบันเดียวกับ อ.เต๊ะเลยนะครับนี่

จะว่าไปแล้ว ความเป็นครูนี่อยู่ที่หัวใจจริงๆ
ไม่ว่าจะมีวุฒิสูงต่ำ แต่ถ้ามีความตั้งใจจะถ่ายทอดวิชาความรู้อย่างจริงใจ ผลตอบแทนไม่สำคัญเท่าความสำเร็จของศิษย์ ก็ถือเป็นครูโดยสมบูรณ์แบบแล้วละครับ

ปล.อาจารย์สุไปถอนฟันวันนี้ ถ้าห้อยพระไปต้องนิมนต์บอกท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวฉีดยาชาไม่เข้า อิอิ
อ.เต๊ะ เคยโดน หมอโมโห เล่นซะ 3เข็มเลย เหนียวดีนัก เย้ย 555





โดย: multiple วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:9:36:11 น.  

 
อ้อ ก็เริ่มรับราชการ ไล่ไปกับ อาจ.สุวิมล
ด้วยเงินเดือน ป.ตรี 1,750 บาท อยู่สังกัดเดียว กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย
เปลี่ยนชื่อตามเนื้อหา มาเป็นกรมพัฒนาสังคม
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ
ในส่วนภูมิภาค และส่วนกลาง รวม อายุนาชการ40 ปี

อาจารย์สุวิมล เป็นคุณครูี่อุทิศตัวเพื่อวิชาชีพ
โดยจิตวิญญาณ
มีลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จ น่าชื่นชม
ถือว่าโชคดีทั้ง ผู้ให้และผู้รับ
น่ายกย่องเป็นที่ยิ่ง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:12:51:51 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:8:51:30 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังให้บล็อก - Food For Fun : Hot Wok Return #70 - ผัดพริกขิงสามชั้นใส่ถั่วฝักยาว ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:30:57 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

ตั้งแต่ลูกศิษย์เรียนกับอาจารย์ จนสำเร็จการศึกษาหรือแต่งงานมีครอบครัว
อาจารย์ก็อยู่ในใจและเป็นที่รักเคารพของศิษย์ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนนะคะ
เรื่องราวและภาพถ่ายน่าภูมิใจน่าประทับใจมากๆ
อ่านแล้วยิ้มอิ่มใจไปกับอาจารย์ด้วยค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:7:53:20 น.  

 
ลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมืองสบายแล้วค่ะอาจารย์



โดย: หอมกร วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:46:02 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

ผมก็คิดแบบนั้นครับว่า ผมกับคุณวิลคนมีอะไรต้องกันซักอย่าง ที่ทำให้มาเจอกัน มาให้กำลังใจผม มาสอนอะไรต่ออะไรผม ยอมรับเลยว่าตอนขับรถกลับจากงานศพผมนี่ร้องไห้ตลอดทาง ตอนอยู่ในงานผมได้แค่นั่งเงียบๆ ยืนเงียบ ๆ แต่ยังตลอดเวลาคำพูดสุดท้ายกอดสุดท้ายยังได้ยิน ยังรู้สึกอยู่เลย

การได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ที่เรารัก ผมว่าทำแล้วมีความสุขครับ
ผมก็คืดว่าอาจารย์มีความสุขมากๆ ที่คิดไม่ผิดที่เลือกเป็นครูครับ ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:17:07:30 น.  

 
คน
แวะมาส่งการบ้าน FFF#71 กินง่าย-อยู่ง่าน ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:22:19:42 น.  

 
อาจารย์มีเรื่องเล่าเยอะจริง แล้วก็เล่าไปหลายเรื่องแล้ว
พอโจทย์แบบนี้อยากรู้เลยครับ ว่าสาย diarist จะเลือกเรื่องไหนมาเล่า

อาจารย์เข้างาน 2517 เงินเดือน 1550
คุณพ่อผมเข้างานปีไหนจำไม่ได้ เงินเดือน 900 วุฒิตอนนั้น ปวช. ครับ
เงินเฟ้อขึ้นไปเรื่อยๆจริงๆ ครับ
สิ่งสำคัญนอกจากเงินแล้วคือความผูกพันที่เด็กๆ มีให้ครูที่ดี
จบปริญญาแล้ว ทำงานแล้ว ก็ยังแวะเวียนกลับมาหาครู
แม้จะเกษียณไปแล้ว ความผูกพันก็ยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ นะครับ


โดย: ชีริว วันที่: 3 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:57:38 น.  

 


ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจนะคะ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:19:36 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:4:54:44 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ มาอ่านเรื่องเล่าของอาจารย์แล้วภาคภูมิใจไปกับอาจารย์ด้วยค่ะ ตอนที่สอนเด็กๆอาจารย์ก็ทุ่มเทเต็มร้อยให้กับเด็กๆเลยนะคะ เด็กถึงได้รักและเคารพอาจารย์เสมอมาแม้จะเรียนสำเร็จรับปริญญาไปแล้วก็ยังคงแวะเวียนมาหาอาจารย์อยู่เสมอน่าภูมิใจจริงๆค่ะเด็กๆก็น่ารักมากนะคะ
ยินดีกับความสุขและความภาคภูมิใจของอาจารย์ด้วยค่ะความรักความผูกพันนี้จะมีอยู่ในใจไปตลอดนะคะทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ค่ะ

โหวต Diarist ค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:53:33 น.  

 
พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ เขียนหนังสือมายาวนานมกาครับอาจารย์
ผมก็ตามอ่านมาเรื่อยๆ
ตามตั้งแต่เล่ม 1 เลย
เวลามีผลงานเล่มใหม่ก็ตามจองเอาไว้ก่อนเลยครับ
ถือเป็นนักเขียนที่ชอบมากที่สุดคนนึงเลยครับ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:15:34:21 น.  

 
เป็นเรื่องที่ประทับใจค่ะครู


โดย: อุ้มสี วันที่: 4 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:28:05 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:22:44 น.  

 

ส่งสรุปผลฟุตบอลไทยลีคค่ะ
เพิ่งปิดฉากเมื่อคืน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 5 พฤษภาคม 2565 เวลา:11:18:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

อาจารย์อยู่ในยุคการเมืองเข้มข้นเลยนะครับ
ผมไม่เคยเข้าร่วมการชุมนุมอะไรใดใดเลยครับ
อาจจะมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบชอบพรรคนี้ไม่ชอบพรรคนั้น
แต่ผมไม่ชอบความรุนแรงทุกรูปแบบครับ
การออกไปประท้วงจนเกิดความวุ่นวาย
เกิดความตายความสูญเสีย
สุดท้ายคนที่ได้รับผลประโยชน์ก็คือ นักการเมืองอยู่ดีครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤษภาคม 2565 เวลา:11:34:06 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:51:06 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเคยเขียนถึงเงาสีขาวไว้ในบล็อกเก่าครับ
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเขียนถึงสองครั้งเลยครับ
เพราะเป็นนวนิยายที่ผมชอบมากๆ
แต่เนื้อหาก็รุนแรงหนักหน่วงมากๆเช่นกัน

น่าเสียดายที่งานของคุณแดนอรัญไม่ดังในบ้านเรา
แต่ไปดังในต่างประเทศครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:17:15:28 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอบคุณมากนะคะที่ไปให้กำลังใจบล็อกำตะพาบนะคะ

ตามมาอ่านเรื่องเล่าของอาจารย์อีกครั้งค่ะ ภาพของอาจารย์สมัยสาวๆสวยน่ารักมากค่ะ และชอบภาพลูกศิษย์อาจารย์หลายๆคนที่รักและตามมาถ่ายรูปสวมชุดครุยคู่กับอาจารย์ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านนะคะสมกับความภาคภูมิใจจริงๆค่ะ

จากบล็อก คงเป็นเวรกรรมของเขาเองนะคะทำให้ชีวิตพลิกผันมาตกต่ำถึงขนาดนี้และอาจจะเป็นเพราะพ่อแม่รังแกฉันด้วยนะตะ

คืนนี้ขอให้อาจารย์หลับฝันดีค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:20:57:33 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:17:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

พี่จิกประภาส
เขียนเก่งทุกอย่างเลยครับ
กลอน เรื่องสั้น ตอบคำถาม
แต่งเพลง เขียนบทละคร ฯลฯ
สำหรับผมนี่เป็นคนที่มีความสามารถแบบครบเครื่องจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:18:41:51 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวกำแพงเพชรด้วยกันครับอาจารย์
สำหรับพระแก้วมรกตค้นพบครั้งแรกที่เชียงราย อัญเชิญมาเชียงใหม่ แต่ถูกยกไปล้านช้างโดยเจ้าไชยเชษฐาธิราช ที่ล้านนาขอให้มาช่วยปกครองครับ
พอมาสมัยกรุงธนก็ไปตีลาวเอาพระแก้วมา
พระแก้วมรกตก็เลยเคลมได้ทั้งเป็นของไทยและเป็นของลาว เพราะเคยอยู่มาหมดแล้ว
บ่อสีฟ้าแบบสวยจริงๆ ผมนึกถึงสระน้ำผุด หลังสระมรกตที่กระบี่ครับ ฟ้าเข้มมาก


โดย: ชีริว วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:28:20 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:04:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
ที่ว่านักเขียนเก่งๆสามารถสร้างโลก สร้างคนได้
ผมเองก็ผ่านอารมณ์นั้นมาตอนมีปัญหาชีวิต
ได้หนังสือดีดีหลายเล่มช่วยขัดเกลาตัวเองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:14:42:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space