มิถุนายน 2564

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
24 มิถุนายน 2564
All Blog
มหาลัยวัยซน
   มหาลัยวัยซน

"มหาลัยวัยซน"
 
  เป็นโจทย์ ตะพาบกิโลเมตรที่ 280  ผู้ตั้งโจทย์
คือ คุณ  nonnoiGiwGiw  

จากหัวข้อเรื่อง  ขอตีความหมายของโจทย์ก่อน ค่ะ  "มหาลัยวัยซน"
เป็นคำที่เกิดจากการรวมคำสองคำมารวมกัน  เรียกการรวมคำ
วิธีนี้ว่า "สนธิ" ซึ่งเป็นการนำคำที่มาจาก  ภาษาบาลี และ สันกฤกต  มา
รวมกันแล้วเกิดความหมายใหม่ขึ้น
มหาลัย  มาจาก คำว่า มหา มารวมกับคำ อาลัย  เป็น มหาลัย  มหา
แปลว่า  ยิ่งใหญ่  อาลัย แปลว่า  ที่อยู่ (ไทยเรานำมา
ใช้ในอีกความหมายหนึ่งว่า เสียใจ)  ดังนั้น  ศัพท๋คำนี้ รวมแล้ว จีงแปล
ได้ใจความว่า "ที่อยู่อันยิ่งใหญ่"  แล้วไปรวมกับคำว่า วัยซน
จึงมีความหมายว่า "ที่อยู่อันยิ่งใหญ่ของวัยซน"  ซึ่งฉันคิดว่า เจตนา
หรือจุดประสงค์ของผู้ตั้งโจทย์ ไม่น่าจะให้หมายถึง
ความหมายดังกล่าว  น่าจะต้องการให้หมายถึง  ชีวิตวัยซนในขณะที่
เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยมากกว่า  ที่ตั้งโจทย์ว่า 
มหาลัยวัยซน  คงใช้คำสั้น ๆ ให้เหลือ "มหาลัย" เหมือนที่เคยเห็นใช้
กันมากมายในโซเชียล  ซึ่งทำให้ความหมายเดิม
เปลี่ยนแปลงไป  ฉันจึงเห็นว่า  ควรใช้ว่า "มหาวิทยาลัยวัยซน" ซึ่งจะ
แปลว่า  "ชีวิตวัยซนในมหาวิทยาลัย " จะทำให้
ตรงกับจุดประสงค์ในการเขียน ตะพาบ ครั้งนี้ ค่ะ 

ความคิดเห็นอีกเรื่องหนึ่ง  ฉันคิดว่า  การเรียนในขั้นอุดมศึกษาแล้ว
วัยของเรา ไม่น่าจะเป็นวัยซนแล้ว มั้ง อิอิ ดังนั้น 
ฉันจึงจะเขียนถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ของฉันในการใช้ชีวิตในวัยที่เรียนอยู่
ในมหาวิทยาลัยของฉัน นะคะ 

ฉันสอบเอ็นทรานซ์ ได้ที่ วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน (ปัจจุบัน
เป็นมหาวิทยาลัย บูรพา ค่ะ ) ซึ่งในสมัยนั้น วิทยาลัยวิชา
การศึกษา มีทั้งหมด 8 แห่ง เรียกว่า  8 ว.ศ. มีหน้าที่ผลิตครูโดยตรง
มีอยู่ไม่กี่คณะ  ทุกคนต้องเลือกเรียนวิชาเอก และ วิชาโท
สมัยนั้นการเรียนครูไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย  นักศึกษาทุกคนจะต้องทำ
คะแนนเฉลี่ยเมื่อถึงปลายปีสอง ให้ได้ 2.5  มิฉะนั้น
จะต้องถูกรีไทร์ ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อปี 3 คือได้วุฒิแค่ อนุปริญญา

ชีวิตฉันในรั้ววิทยาลัยวิชาการศึกษา ไม่ใช่เป็นวัยซน ค่ะ แต่เป็นวัยที่
ต้องตั้งใจเรียน ขยันมากกว่าเพื่อนร่วมรุ่น เพราะว่า 
ฉันเป็นเด็กสอบเทียบทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย  ดังนั้น ความรู้ที่มี
จึงไม่แน่นเหมือนเพื่อน ๆ ที่เขาเรียนภาคกลางวันมา
นอกจากนี้ ฐานะทางบ้านก็เปลี่ยนแปลงไป พ่อป่วย กิจการค้าต้องเลิก
กิจการไป   ฉันต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด
นับเป็นความโชคดีของฉัน  ในสมัยนั้น  ทางวิทยาลัย ไม่มีการเก็บค่า
หน่วยกิต  ค่าอาหารสามเทอม ก็ถูกมาก ปีละ สองพันบาท
ค่าหอพักก็แสนจะถูก สี่ปี เสียเงินเพียงพันสองร้อยบาท นี่เป็นบุญของ
ฉันในยามนั้น  ถ้าต้องเสียค่าใช้่จ่ายในการเรียนมาก
เหมือนปัจจุบัน  ฉันคงต้องแย่แน่ ๆ  ค่ะ  ฉันจึงสำนึกบุญคุณของรัฐ
เสมอ ที่ได้ให้นิสิตได้เรียน เหมือนหนึ่งเป็นนักเรียนทุน
ฉันจึงไม่เคยคิดที่จะออกจากอาชีพครู ทั้ง ๆ ที่บริษัทเอกชนเสนอเงิน
เดือนมากกว่าเป็นพัน เพราะฉันมีพื้นฐานภาษาจีนอยู่บ้าง
และครูอาจารย์แต่ละท่าน ก็ตั้งใจสอน อบรมบ่มนิสัยพวกเราให้มีความรู้
มีจรรยาบรรณของอาชีพครู  ที่นี่ระเบียบเคร่งครัดมาก
แยกหอหญิง หอชาย และรับนิสิตเข้าเรียนตามจำนวนห้องพักที่ว่าง
อย่างรุ่นของฉัน รับเพียง 199 คน เท่านั้นค่ะ 
หอชายและหอหญิงอยู่ห่างกัน  หอชายจะอยู่ด้านหน้าของวิทยาลัยฯ
ส่วนหอหญิงจะอยู่ด้านในของวิทยาลัย ฯ 
นิสิตทุกคนจำเป็นต้องมีรถจักรยาน เพราะว่า เวลาไปเรียนจากหอไป
ยังตึกเรียนไกลมากพอควร  เมื่อเจอนิสิตหญิง 
นิสิตชายต้องลงจากรถมาเดินด้วย แต่ถ้ามีเรื่องรีบด่วน ต้องขออนุญาต
นิสิตหญิงไปก่อนตามมารยาทธรรมเนียมของที่นี่ ค่ะ 
ระเบียบหอหญิง  เคร่งครัดมาก คือ จะต้องเข้าหอพักไม่เกิน 6 โมงเย็น
นิสิตชายก็ไม่สามารถมาที่หอหญิงได้ในเวลาดังกล่าว

กิจกรรมของนิสิตปีหนึง มีมากมายที่เดียว เทอมแรก ทุกคนต้องตื่น
แต่เช้า เพราะว่า จะมีรุ่นพี่มานำไปวิ่งออกกำลังกายตั้งแต่
ตีห้าครึ่ง  ใครไม่ลงวิ่งมีการลงโทษ ถ้าเจ็บป่วยต้องแจ้งให้ทราบ มี
การเช็คชื่อทุกเช้า ค่ะ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกาย
แข็งแรง  ปีหนึ่งนิสิตหญิงต้องใส่รองเท้าสีขาวอย่างเดียว นิสิตชายจะ
ต้องผูกเน็คไท สีเทา (มีปักสีทอง) เป็นสีของบางแสนเรา
อีกกิจกรรมหนึ่ง คือ กิจกรรมร้องเพลงเชียร์ ค่ะ จะมีรุ่นพี่มาซ้อมให้ทุก
เย็น  ค่ะ เป็นการปลูกฝังให้รักสถาบัน  การรับน้อง
ก็น่ารัก ไม่มีรุนแรงเหมือนสมัยนี้ มีการเขียนหน้า ปะแป้ง  ให้กินขนมโก๋
มีให้ดิ่มน้ำ มีการหลอกให้กราบตอมะพร้าว ฯ,ลฯ



หอพักหญิง ค่ะ ห้องหนึ่งพักกันสองคน  เป็นเตียงสองชั้น ค่ะ 



จักรยานคู่ชีพ  ค่ะ 



กิจกรรมซ้อมเชียร์ตอนเย็น ประมาณ 6 โมงเย็นถึงสองทุ่ม ค่ะ 



ประชุมเพื่อเลือกสัญลักษณ์ของปี ค่ะ รุ่นเรามีสัญลักษณ์ คือ พิราบขาว

กิจกรรมอื่น ๆ ก็มี เช่น ไปเรียนภาคปฏิบัตินอกสถานที่  



เรียนวิชาอาร์ต (วาดรูปนอกสถานที่ ค่ะ  )

บางครั้งอาจารย์ก็จัดทัศนศึกษาด้วยค่ะ  แต่ฉันไม่ค่อยได้ไปหรอกค่ะ 
เพราะต้องใช้เงิน ฉันจึงไปบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น ค่ะ 



ทัศนศึกษาที่ หาดผาแดง ค่ะ 



กิจกรรมช่วงกลางคืน ค่ะ 

ชีวิตในมหาวิทยาลัย  เป็นชีวิตที่สนุกสนานพอสมควร  ฉันร่วมกิจกรรม
ตามที่วิทยาลัยฯจัด บ้าง รุ่นของตัวเองจัดบ้าง
ช่วงวันหยุด ฉันก็ขี่จักรยานคู่ชีพ มีวิทยุทรานซิเตอร์ 1 เครื่อง สื่ออีก
1 ผืน ไปนั่งอ่านหนังสือที่ชายหาดบางแสน
ฟังเพลงไปและดูตำรับตำราไปด้วย ช่วงชีวิตนี้ ฉันว่า เป็นช่วงชีวิตที่มี
ความสุขที่สุด ค่ะ จะกลับบ้านเดือนละครั้ง เพื่อเยียมแม่



ช่วงวันหยุดขี่จักรยานคู่ชีพ ไปอ่านหนังสือที่ชายหาดบางแสน ฟัง
เสียงคลื่น สายลม ที่พัดผ่าน สุขใจจริง ๆ ค่ะ 

เพื่อนฝูงมีจดหมายไปที่วิทยาลัยฯบ้าง  ทำให้หายเหงาได้บ้าง
บางครั้ง เพื่อน ๆ ที่เรียนลัดด้วยกันก็แวะไปเยี่ยมบ้าง



เพื่อนที่เรียนลัดด้วยกันมาเยี่ยมที่วิทยาลัย ฯ ค่ะ 

ในช่วงปี 4 ก็ต้องฝึกสอน 1 เทอม ฉันเลือกฝึกสอนที่โรงเรียนสุขบท
ช่วงฝึกสอนก็เป็นช่วงที่มีความสุขอยู่กับเด็ก ๆ 
ได้ประสบการณ์มากทีเดียว เตรียมทำแผนการสอน  การจัดทำอุปกรณ์
การสอน สื่อการสอน เด็ก ๆ ที่สอน เป็นชั้นม.ศ.2 
กำลังอยู่ในวัยซน วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ  ชอบลองดี ดื้อ แต่ฉันก็ใชกลยุทธ
เทคนิคการสอนและจิตวิทยาเด็กวัยรุ่นที่เรียนมาใช้
ผ่านไปสักอาทิตย์ ก็สามารถสนิทสนมกับพวกเขาได้เป็นอย่างดี ค่ะ 
มีการจัดทัศนศึกษา พาพวกนักเรียนไปเที่ยวกันด้วย 



เด็ก ๆ ทุกคนสนุกสนาน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส  ค่ะ 

หลังจากจบการฝึกสอนแล้วทางโรงเรียนก็มีการจัดงานเลี้ยงส่งพวกเรา
เด็ก ๆ น้ำดอกไม้  มาลัย มาไหว้อำลา บางคนก็ร้องไห้
ทำให้ฉันพลอยน้ำตารื้นไปด้วย 
หลังจากที่จบการฝึกสอน  วันหยุด เด็ก ๆ ก็ยังแวะเวียนไปเยี่ยมฉัน
ที่วิทยาลัยฯ บ้าง ค่ะ เรียกว่า เป็นความผูกพันกัน
ระหว่างครูฝึกสอนกับนักเรียน นั่นเอง

ทั้งหมดที่เขียนมา  เป็นชีวิตในมหาวิทยาลัย  ตามจุดมุ่งหมายของ
ตะพาบ ในครั้งนี้ ค่ะ  สวัสดี ค่ะ 




 
  •  



 



Create Date : 24 มิถุนายน 2564
Last Update : 24 มิถุนายน 2564 18:31:03 น.
Counter : 554 Pageviews.

37 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณnewyorknurse, คุณเริงฤดีนะ, คุณSweet_pills, คุณ**mp5**, คุณชีริว

  
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:19:29:38 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์ โหวตหมดครับ พรุ่งนี้มามอบกำลังใจนะครับ ^^
ล้างจานแพ้บนึงเดี๋ยวกลับมาครับ แฟนตามแว้ววววว
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:20:07:06 น.
  
ภาพเก่ามีความคลาสสิกมากๆเลยครับอาจารย์

มหาลัย มีคนเคยแปลให้ผมฟังว่า
ความวิบัติวอดวายอันยิ่งใหญ่

ลัย แปลจาก ประลัย น่ะครับ 555

ค่าเทอมสมัยยอาจารย์เรียนพันสอง
สมัยผมเรียนหกพัน
แต่เด็กยุคนี้ผมว่าน่าจะมีหลักหมื่นแล้วล่ะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:20:30:04 น.
  
มาแล้วครับอาจารย์ ^^
ก่อนจะอ่านเนื้อเรื่องวัยซนของอาจารย์ ก็ได้ความรู้ภาษาไทยมาก่อนเลยครับ เป็นครั้งแรกที่ทราบว่าอาลัยแปลว่าที่อยู่ครับ นึกว่าเสียใจ ถ้าแปลตามความเฟี้ยวของผม มหา-วิทยา-ลัย คงแปลว่า ที่ที่เราต้องเสียใจเพราะฝากความรู้ไว้ที่อาจารย์ไม่ได้นำกลับมาด้วย 5555555
อาจารย์สุวิมลบอกว่า ไปเล่นไกลๆเลยไอ่หนู นี่ครูบาอาจารย์ ~~~~

ขอโทษค้าบบบบ

สมัยก่อนคือถูกต้องเลยครับ คนที่จะมาเป็นครูต้องคือคนเก่ง ขยัน ตั้งใจ อดทน
เพราะต้องเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนต่อไปกำหนดเกรดไว้ 2.5 ถือว่าเหมาะเลยครับ

ค่าหอค่าหน่วยกิตถูกมากกกกกครับ เทียบกับสมัยนี้ไม่ได้เลย
ชอบที่อนศ ชายต้องเดินเป็นเพื่อน นศ หญิง ดูเท่ดีครับ ดูเป็นเพื่อนที่คอยดูแลกัน ดูให้เกียรติ์เพื่อนผู้หญิง ดูโชคความเป็นสุภาพบุรุษ
เป็นวัฒนธรรมที่น่ารักอบอุ่นเลยครับ

สมัยก่อนมีห้องเชียร์ด้วยหรอครับ แสดงว่าเป็นวัฒนธรรม วิถีชีวิตเด็กมหาลัยเลย มีว๊ากเกอร์ไหมครับ ไม่น่ามีนะ จริงๆ ไม่ควรมีเลยแหละครับ
ห้องเชียร์กับผมไม่ค่อยสนิทกันนัก ตอนปี 1 ก็ไม่ได้ถูกว๊าก แทบไม่ได้เข้าห้องเชียร์เพราะทำกิจกรรมอื่นของคณะครับ
พอปี 2 เพื่อนเป็นว๊ากกัน ปี 2 คุมห้องเชียร์ ผมก็ไม่ได้เข้าครับ จะเข้าได้ก็ช่วงหลังๆ ที่น้องร้องเพลงเก่งกันแล้ว
เข้ามานำเชียร์ ก็ทำได้แค่หน้านิ่งๆ ถ้าน้องร้องไม่ดังก็ต้องยืนเก็บมือ บางครั้งเราก็เห็นความตั้งใจของน้อง แล้วก็คิดว่าน้องทำดีแล้ว แต่ถ้าว๊ากให้สัญญาณให้หยุดก็ต้องหยุดครับ
ไม่ค่อยชอบระบบว๊ากเกอร์เลย แต่ทำอะไรไม่ได้ ในห้องเชียร์ว๊ากเกอร์ใหญ่กว่าผู้นำเชียร์อีกครับ 555555
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:21:07:13 น.
  
มาอ่านชีวิตมหาลัยของอาจารย์สุครับ (จากบล็อกที่ผ่านๆมาอาจารย์สุเคยเล่าไว้บ้างแล้ว)


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 24 มิถุนายน 2564 เวลา:23:06:05 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:6:20:20 น.
  
ครูเห็นเหมือนผม นักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไม่ค่อยซนแล้ว 555
เป็นหนุ่มเป็นสาว วางตัวดี มีบางคนเท่านั้นที่ทำตัวหนักใจ

...
ที่ครูเรียนบางแสน... ที่นั่นน่าจะสนุกมีพื้นที่กว้างมีหลายคณะด้วย
ผมติดใจอาหารที่ให้นักศึกษากิน..

เมื่อหลายปี ผมรับเหมาติดตั้งงานภายในอาคารหนึ่งของที่นั่นส่ง
ช่าง/คนงานไปทำหลายวัน เลยถือโอกาสไปกินอาหารที่นั่น 555
คือขี้เกียจไปกินที่อืน เราใช้รถพิคอัพคันเดียว บางทีรถไปขนชิ้นส่วน
เลยแวะแถวนั้น..

ระหว่างช่างเขาทำงานผมไม่ต้องดูแล ก็ขับรถไปนั่งเล่นที่หาดวอนนภา

ครูได้เรียนต่อที่จีนเจอคุณติ๋วด้วยดีจังครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:6:34:12 น.
  
สวัสดีครับอาจารย์
แวะมาส่งกำลังใจไว้แต่เช้าครับ ^^

จากบล๊อก
ผมเป็นตัวภาษาวิบัติแห่งบล๊อกแก๊งครับ น่าจะเป็นรองแค่พี่หนอน
แต่ผมชอบคำสอนความหมายของคำว่า "มหาวิทยาลัย" VS "มหาลัย" มากครับ ทำให้จำได้ดีเลย อิจฉาลูกศิษย์อาจารย์เลยครับ ^^

วรรคทองในวรรณคดี อ่านแล้วครับ เม้นกวนๆ อาจารย์ไว้ด้วยครับ 555555555555


ปี 1 ผมไม่ได้เข้าห้องเชียร์เพราะต้องแยกไปซ้อมผู้นำเชียร์อ่ะครับ
ปี 2 ก็จะลงห้องเชียร์เฉพาะเวลามีสคริปให้ลงไปนำเชียร์ครับ
เลยไม่ต้องเจอบรรยากาศว๊ากน้องที่ผมไม่ค่อยชอบ เพื่อนบอกว่า น้ำลายพี่นี่ลงหัวบ่อยมาก 55555

ตอนนี้มีคนจริงใจ คนรู้ใจเรียบร้อยแล้วครับ เป็นเด็กดี ไม่เกเรเลยซักนิด เรียกล้างจานนี่ไม่มีช้า นอกจากโอนไวแล้ว ลุกก็ต้องไวด้วยครับ อย่าให้ต้องเรียกนาน 55555

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับอาจารย์.......(ตอนป. โท ผมพิมหาอาจารย์ พิมว่า "จารย์" ตลอดเลย แต่....ไม่กล้ากับคุณครูภาษาไทยครับ เดี๋ยวโดนตีมือ ^^'' )
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:10:59:53 น.
  
สวัสดคค่ะอาจารย์
มศว. บางแสน มีคุณอาสอนอยู่ ชื่อ อารีย์ ตอนนี้ท่านอายุราวแปดสิบกว่าละค่ะ
สนใจตึกกองกิจการนิสิตในปัจจุบันมากค่ะ ว่าเป็นตึกเก่าขนาดไหน ตอนอาจารย์เรียนอยู่มีตึกเก่าหน้าตาเป็นอย่างไรบ้างน่ะค่ะ
เพราะ
มีรูป คุณพ่อเคยไปฝึกเซอร์เวย์ตอนเป็นนิสิตวิศวะจุฬา ที่บางแสน
มีบางท่านบอกว่า เป็นที่ มศว บางแสน
เพราะดูจากโครงสร้าง จะนวนห้อง โครงหลังคา คล้ายตึกกองกิจการนิสิตมากค่ะ



หนูตุ๊ก

โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:16:09:06 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ
คนที่พูดเรื่อง "มหาลัย" ก็คือ อาจารย์แม่ ที่เป็นนักพูดนี่ล่ะครับ
ท่านพูดไว้ในรายการโต้วาที
เพื่อสอนให้เด็กๆอย่าพูดคำสั้นๆห้วนๆ
เพราะความหมายจะผิดเพี้ยน
ท่านคงหมายความว่า มหา + ประลัย น่ะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:20:37:00 น.
  
มหาลัย ตัว ลัย น่าจะมาจากคำว่า วิลัย นะครับ จริงๆ ก็อย่างที่อาจจารย์ได้กล่าวไว้ คือ มหาวิทยาลัย แต่บางครั้งเราก็ไปแก้ที่คนพูดไม่ค่อยได้

ค่าครองชีพสมัยก่อนกับปัจจุบันต่างกันมากเลยทีเดียว อีกไม่นานก๋วยเตี๋ยวคงราคาชามละ 100.- ปัจจุบัน 60-70.- บาท แต่ก็มีบางร้านที่ราคาหลักร้อยแล้วเหมือนกัน

ต้องใช้จักรยานเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้บางแห่งก็ยังมีใช้อยู่นะ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:21:57:05 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

รูปภาพเก่าๆ กลับมาดูใหม่ ซ้ำๆก็มีความสุขนะคะ

อาจารย์เก็บรูปเก่าๆได้ดีเลยคะ..

ยอดเยี่ยมคะ

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 25 มิถุนายน 2564 เวลา:22:58:39 น.
  

สวัสดีค่ะอจ.
อจ.เรียนเก่งจริงๆ เรียนสอบเที่ยบด้วย
ประสบความสำเร็จ
และเป็นอจ.ที่ลูกศิษย์รักใคร่มากมาย
(จากที่เห็นอจ.ไปไหนๆกับลูกศิษย์)
โดย: newyorknurse วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:0:26:00 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:6:54:20 น.
  

อ่านและชมภาพประกอบ
อจ.สุวิมล เก็บบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ


วันวานยังหวานอยู่
ปานย้อนเวลากลับเข้าไปอยู่ด้วยจริงๆ
คิดถึงไปค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:6:58:38 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

เดิมต๋าเข้าใจว่า "มหา'ลัย" เป็นภาษาพูดที่ถูกย่อให้สั้น
และเรียกง่ายขึ้นแทน "มหาวิทยาลัย" แต่ไม่เป็นทางการค่ะ
ครั้งนี้ได้ความรู้เพิ่มว่า "อาลัย" แปลว่า "ที่อยู่" ด้วย
ขอบคุณอาจารย์สำหรับความหมายนะคะ

อาจารย์เรียนเก่งมากค่ะที่สอบเทียบ
ชีวิตในมหาวิทยาลัยของอาจารย์ก็น่าอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพ
ในบรรยากาศดีๆที่มหาวิทยาลัย

ช่วงฝึกสอนอาจารย์ใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียวก็ได้ใจเด็กๆแล้วนะคะ
จนถึงทุกวันนี้อาจารย์ยังคงเป็นที่รักของลูกศิษย์อย่างไม่เสื่อมคลาย
น่าปลื้มใจอย่างมากค่ะ

ขอบคุณอาจารย์สำหรับบันทึกและภาพแห่งความทรงจำนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:8:49:52 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:12:58:36 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์

ได้ความรู้เพิ่มเติมจากอาจารย์
เรื่องความหมายของคำว่า มหาลัย อย่างกระจ่างเลยครับ

บางความทรงจำที่เจ็บปวด
สำหรับบางคน
ก็อาจจะไม่สามารถลบเลือนได้ก็มีนะครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มิถุนายน 2564 เวลา:17:39:17 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มิถุนายน 2564 เวลา:6:52:17 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบคำว่า
สุดสอยก็ปล่อยมือ
มันบ่งบอกถึงการยอมรับความจริงให้ได้
แม้ว่ามันจะเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตามครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มิถุนายน 2564 เวลา:14:02:54 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มิถุนายน 2564 เวลา:5:42:49 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเริ่มงานไว้หลายชุดเลยครับอาจารย์
ในช่วงโควิด
ว่างก็เขียนงานเก็บไว้เรื่อยๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มิถุนายน 2564 เวลา:21:40:24 น.
  
สงสัยที่มาของคำว่ามหาวิทยาลัยมานานแล้วครับ มหา+วิทยะ+อาลัย ...ทำไมถึงอาลัย อ้อ แปลว่าที่อยู่นี่เอง

คำมันยาวเนอะครับ พอเป็นชื่อหนังชื่อเพลงก็กร่อนเป็นมหาลัยกันหมด มหาลัยวัวชน มหาลัยเที่ยงคืน มหาลัยเหมืองแร่ ฯลฯ
ฝรั่งก็เบื่อเขียน University เรียก U เฉยๆ เป็นรู้กัน U of Michigan, Penn State U, etc.

ตกใจ ม.ต้นมีสอบเทียบด้วยเหรอครับ สมัยผมมีแค่ ม.ปลาย
แต่ผมไม่ได้สอบเทียบ เรียนหลักสูตร 2 ปีจบ แทน เข้ามหาลัยเร็วเท่ากัน แต่ได้เรียนครบ เพราะอัดวิชาที่ต้องเรียน 3 ปีให้เรียนใน 2 ปี
ผมเรียนเทอมละ 800 เห็นเอกชนจ่ายกันเทอมเป็นแสนก็ทึ่งในแรงจ่าย สมัยอาจารย์น่าจะยิ่งถูกเลยนะครับ หน่วยกิตฟรี แต่มีค่าข้าว
ที่ฟรีนี่คือได้ทุนใช่ไหมครับ ทุนทำให้เด็กอีกหลายคนได้โอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงเกินกำลังทรัพย์จริงๆ
ชีวิตมหาลัยก็มีประสบการณ์มากมายแล้ว ชีวิตเด็กหอยิ่งมีอะไรมากกว่าคนอื่นๆอีก ผมไม่ได้อยู่หอนะ แต่เพื่อนที่อยู่มีเรื่องหนุกหนานมาเล่าตลอด
โดยเฉพาะเรื่องผี เรื่องพี่ว้ากรับน้องหอ และเด็กโดดหอ...

รูปอาจารย์บล็อกนี้น่าจะย้อนไปไกลที่สุดที่เคยลงแล้วหรือยังครับ? อดีตมากแต่ก็มีเค้านะครับ น.ส.สุวิมลมีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์จริงๆ
โดย: ชีริว วันที่: 28 มิถุนายน 2564 เวลา:23:06:45 น.
  

ยอดมะพร้าวต๋าทำเมนูผัดกับแกงส้มสลับไปมาอยู่สองอย่างค่ะอาจารย์
วันหลังคงต้องหาเมนูอื่นทำบ้างแล้วค่ะ ^^

ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจนะคะ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 28 มิถุนายน 2564 เวลา:23:12:32 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มิถุนายน 2564 เวลา:5:50:18 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ถ้าส่วนตัวของผมเอง
ไม่ว่างเล่าหรอกครับอาจารย์
มีอะไรให้ทำเยอะมากตั้งแต่เช้าจนค่ำเลยครับ
แต่จะน่าเบือ่หน่อยตรงที่ไม่ได้ทำงานนี่ล่ะครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มิถุนายน 2564 เวลา:15:09:50 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ติดตามเรื่องที่ถามเกียวกับ มศว บางแสนค่ะ
คุณอาอารีย์ท่านมีโรคประจำตัวอยู่ ไม่ค่อยสบายเท่าไร แต่ท่านเป็นคนเข้มแข็งมาก ชอบทำโน่นทำนี่ แต่มีลูก คอยดูแลอยู่ค่ะ
ช้่วงนี้ไปไหนไม่ได้ก็เที่ยวทิพย์ไปก่อนนะคะ
หนูตุีก
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 มิถุนายน 2564 เวลา:15:23:30 น.
  
ครูน่ารักจุง
โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มิถุนายน 2564 เวลา:21:51:08 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มิถุนายน 2564 เวลา:6:05:14 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบตั้งคำถามกับตัวเองครับ
อย่างบล็อกวันนี้
ก็เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองในช่วงโควิดครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มิถุนายน 2564 เวลา:15:18:39 น.
  
บล็อกนี้คนไม่ได้อ่านการ์ตูนงงกันถ้วนหน้า อิอิ ภาคนี้ดูเอาฉากบู๊อย่างเดียวพอได้ครับ
หนังสืออาจารย์ผมยังไม่ได้อ่านตอนสอบเทียบเลยครับ อ่านข้ามไปข้ามมา เล่มหนามั่ก
อยากให้มีระบบดึงดูดคนเก่งให้ทำงานกับภาครัฐมากกว่านี้นะครับ ไม่งั้นไหลไปเอกชนไปต่างประเทศกันหมด
เพื่อนผมไม่ค่อยมีคนไปอยู่หน่วยงานรัฐเลย มี สวทช. คนนึง เป็นอาจารย์มหาลัยอีกคนนึง นอกนั้นเอกชนกับรัฐวิสาหกิจหมด
โดย: ชีริว วันที่: 30 มิถุนายน 2564 เวลา:21:34:49 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กรกฎาคม 2564 เวลา:6:14:46 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมจองของโมเดอน่าครับอาจารย์
ได้คิวฉีดตุลา หรือไม่ก็พฤศจิกายน
จองผ่าน รพ.เอกชนครับ

วันที่ไปตรวจร่างกาย
ผมนั่งคุยกับคุณหมอนานมาก
คุณหมอของผมท่านเป็นผู้บริหารของ รพ. ด้วย
ท่านก็บ่นเรื่องความล่าช้าในการจัดการวัคซีนของรัฐบาล
จะซื้อจะขายต้องผ่านรัฐ
แล้วก็บวกราคาเข้าไปอีก
ทั้งที่ราคาจริงของวัคซีนก็ไม่ได้สูงเลยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กรกฎาคม 2564 เวลา:12:00:07 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์สุวิมล..

สบายดีนะคะอาจารย์..

ตามอ่านกิจกรรมของอาจารย์ตลอด..

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 1 กรกฎาคม 2564 เวลา:21:10:11 น.
  
"วุ้นเส้นผัดมะระใส่แหนม" หลังจากทำเมนูนี้แล้ว
ต๋าลองเสิร์ชเล่นๆค่ะอาจารย์ว่ามีร้านไหนขายเหมือนที่เราทำรึเปล่า
ก็แปลกใจที่พบอยู่ร้านหนึ่งนะคะที่ขายเมนูนี้
เค้าใช้ชื่อ "มะระผัดวุ้นเส้นใส่แหนม" จากร้านชื่อ "ร้านเผ็ดเผ็ด" ค่ะ

ขอบคุณอาจารย์มากนะคะสำหรับกำลังใจ
อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 1 กรกฎาคม 2564 เวลา:23:35:31 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กรกฎาคม 2564 เวลา:6:18:57 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมติดนิสัยการจดบันทึกความรู้สึกมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับอาจารย์
เวลาเกิดอะไรขึ้นในชีวิต
ผมจะเขียนมันเก็บไว้เสมอ
งานเขียนชุดนี้ก็เช่นกัน
เขียนขึ้นมาในช่วงโควิด
เพื่อนหลายคนลำบาก ประสบปัญหาชีวิตหนักหนาสาหัส
ผมก็นำมาเขียนบันทึกไว้ด้วยเช่นกันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กรกฎาคม 2564 เวลา:11:01:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments