All Blog
--- แ ส น ส ว ย ---























เช้าวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคมนี้ เรามีนัดกับงานวิ่งผู้สูงอายุล้านนาซึ่งจัดงานวิ่งการกุศลเป็นครั้งแรก เราตื่นตั้งแต่ตีสี่ อาบน้ำอาบท่าเตรียมไปงานวิ่งเพราะรับบิ๊บราว ๆ ตีสี่ครึ่ง

ฝนตกพรำ ๆ และมีทีม่าว่าจะตกไม่หยุดเสียด้วย เอาล่ะสิ นี่จะเป็นงานวิ่งกลางฝนเหมือนงานวิ่งที่นครพิงค์หรือเปล่านะ ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ไป ไหน ๆ ก็เคยวิ่งกลางฝนมาแล้ว สนุกไปอีกอย่าง

ไปถึงหน้างาน เราอาจจะมาเช้าไปหน่อยหรือเปล่า ดูเหมือนเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีนักวิ่งสักเท่าไหร่ ฝนก็ตกเรื่อย ๆ เลยนั่งกินกาแฟและขนมปังในรถก่อนจะไปรับบิ๊บ

แต่ยิ่งใกล้เวลาปล่อยตัว แม้ฝนจะตกปรอย ๆ ไม่ขาดสายแต่นักวิ่งยังทยอยมาสมัครหน้างานไม่ขาดสายเช่นกัน ผู้จัดงานก็บอกจำนวนนักวิ่งคร่าว ๆ ว่ามีกว่าแปดร้อยคน นับว่าไม่น้อย ดีใจที่มีนักวิ่งเชียงใหม่และจากที่อื่น ๆ มาร่วมงานวิ่งนี้ด้วยกัน

เราวอร์มร่างกายจนเหงื่อซึมนิด ๆ คิดแค่ว่าพอให้วิ่งสบาย ๆ กะจะไปสบาย ๆ ไม่กดดันอะไรเพราะระยะทางไม่ถึงสิบกิโล ไกลกว่าฟันรันไปนิดหน่อย

พอถึงเวลาปล่อยตัว หลังหกโมงเล็กน้อย ถนนเปียกและยังพอมีฝนอยู่บ้าง อากาศกำลังสบาย เราสองคนก็วิ่งตามนักวิ่งคนอื่นไป กะว่าจะวิ่งสบาย ๆ แต่เมื่อถึงหนึ่งกิโลก็ดูนาฬิกาบอกเพซการวิ่ง เราเริ่มที่เพซ 6 กว่า ๆ ซึ่งเป็นความเร็วในการวิ่งมากกว่าเราซ้อมเล็กน้อย เราก็ยังไปต่อโดยไม่ลดลงมาให้เหลือเพซแปดเหมือนที่เราซ้อม คิดว่าอุ่นเครื่องไป ตามเขาไป ระยะทางไม่ไกล ไม่น่าจะหมดแรงก่อน เราคุมเพซ 6.4 ไปจนถึงกิโลที่ 4 หยุดดื่มน้ำ ทำให้เพซเพิ่มไปแตะที่ 7.08 แต่ก็ยังเร็วกว่าที่ซ้อมอยู่ดี จากนี้ เราวิ่งไปตามเสต็ปนี้ล่ะ ถือเป็นวิ่งเทมโป้ไปเรื่อย ๆ ละกัน ที่ไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะอากาศเย็นด้วยก็ได้

ความจริง เขาอยากให้เราได้ชมรอบคูเมืองเชียงใหม่ แต่เราคุ้นเคยกับที่นี่พอควร การวิ่งที่ดูไม่จริงจังในคราวแรก กลับดูจริงจังและตั้งใจขึ้น เรายังสนุกอยู่เพราะเราซ้อมสม่ำเสมอ ระยะทางไม่ไกล เราจึงสนุกกับมันได้ ยกเว้น เราไม่ซ้อมเลยและคาดหวังว่า สิ่งที่เคยทำได้ในอดีต มันยังจะทำได้อีก มันอาจจะใช่แต่หลังวิ่งอาจจะเจ็บก็ได้

การฝึกซ้อมทำให้สองกิโลสุดท้ายเราเร่งได้อีก แรงไม่ตก ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เราจบ 7.4 กิโล ดวยเวลา 49 นาที นับว่าใช้ได้สำหรับการตื่นมาวิ่งสนุก ๆ กันในเช้านี้

แต่เราไม่สามารถอยู่ร่วมงานกับชมรมผู้สูงอายุได้ แม้รู้ว่าวันนี้มีการมอบสมุดบันทึกเก็บระยะการวิ่งเพื่อพ่อ ระยะทาง 999 กิโลเมตร เพราะเราต้องพาแสนสวย แมวของเราไปโรงพยาบาลสัตว์เล็กแต่เช้า เธอไม่สบายมาหลายวันแล้วแต่เราเพิ่งรู้เมื่อวานนี้

เช้าวันเสาร์แสนสวยมาหาเราตอนเรากำลังทำกับข้าวเพื่อนำไปฝากลูก ๆ ที่หอเย็นนี้ เธอเดินมาหาแบบระโหยโรงแรง เราจับเนื้อตัวก็ดูซูบผอมซี่โครงเป็นสันกลางหลัง ตกใจมากเพราะอาการซูบซีดเหมือนตอนที่สีตรังป่วยเมื่อปีที่แล้ว ใจคอไม่ค่อยดี จับแสนสวยนอนพักรอในกรง จะพาไปหาหมอเช้านี้เลย

เรารอจนหมอออกจากฟาร์มเพื่อตรวจอาการเบื้องต้นของแสนสวย หมอบอกว่า แสนสวยเป็นมะเร็งที่เต้านม จำเป็นต้องพาปโรงพยาบาลด่วนเลยเพราะทางคลินิกผ่าตัดเคสนี้ไม่ได้

รู้สึกใจหาย แสนสวยป่วยหนักตั้งแต่ตอนไหนเราไม่รู้ ปกติเราไม่ได้มาคลุกคลีกัน ต่างคนต่างอยู่ เราเห็นกันแบบนี้มาห้าหกปีแล้ว

แสนสวยจึงได้มานอนพักที่ห้องของสองสาวเพื่อรอการไปโรงพยาบาลในเช้าวันอาทิตย์หลังจากเราวิ่งจบแล้ว


ที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้ มีการทำบัตรใหม่และกรอกชื่อผู้ป่วยของเราคือแสนสวย ฉันลืมใส่นามสกุลของเราลงไป แต่ก็คิดว่ากรอกข้อมูลอื่น ๆ ครบถ้วนแล้ว

เรามานั่งรอคิว ระหว่างนั้น มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอุ้มลูกหมารอ มันป่วยจนดูเงื่องหงอยใต้ผ้าห่มของเจ้าของ ส่วนที่นั่งฝั่งขวาน้องผู้หญิงกับหมาตัวโต ๆ และสองหนุ่มสาวกับหมาอีกตัว และที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือหญิงสาวกับหมาปั๊กที่มีก้อนเนื้อปูดใหญ่ที่ก้นของมัน

แต่ละคนดูคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ เขาทักทายพูดคุยกันราวกับรู้จักกันมานาน หรือพวกเขาสนิทกันง่ายขึ้นเพราะมีสัตว์เลี้ยงเหมือนกันหรือเปล่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงดูหน้าตาเป็นคนจิตใจดี สุขภาพดี หมา แมวของพวกเขาดูมีสกุลรุนชาติ ไม่เหมือนกับแสนสวยของเราที่เป็นแมวจร มาจากไหนเราไม่รู้ รู้แต่ตอนคาบลูกมานอนกินนมที่บ้านเราแล้วเท่านั้น จะอย่างไร เราก็รักแสนสวยและลูก ๆ ของมัน อยู่ด้วยกันจนเป็นสมาชิกของบ้านไปตั้งนานแล้ว แสนสวยก็น่ารักสำหรับเราเสมอแม้จะดูซีดเซียวในยามนี้


เสียงเรียกชื่อแสนสวยดังขึ้น ให้เข้าห้องตรวจห้องที่ 6 เราอุ้มแสนสวยออกจากกรงเพราะกลัวแสนสวยตกใจ วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงเพราะไม่คุ้นสถานที่ แต่แสนสวยก็ไม่ได้ทำอย่างที่เราคิด เธอนอนสงบเสงี่ยม ไปไหนไม่ไหวแล้วหรือไม่ก็วางใจเมื่ออยู่ในอ้อมอกของเรา

แสนสวยนอนนิ่งให้ตรวจ พาไปเอกซเรย์ เธอก็ยอมให้หมอพลิกตัวไปมา คงหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่ขืนตัวต่อสู้แต่อย่างใด หมอยังชมเลยว่า น้องเรียบร้อยจังนะคะ

เราคิดว่า แสนสวยคงกลัวหมอ ให้ความร่วมมืออย่างคนว่านอนสอนง่าย หรือรู้ลึก ๆ ว่าพ่อแม่พามาที่นี่แล้วเธอจะหาย

หมอเชิญเราสองคนมาดูฟิล์มเอกซเรย์ด้วยกัน มองเห็นก้อนเนื้อที่บวมเต่งเป็นก้อนใหญ่ใต้ราวนม ดูทางเดินอาหารก็ไม่มีอาหารถึงกระเพาะแม้สักน้อย ดูสภาพปอดก็นับว่าดีอยู่ แต่หัวใจเล็กมากเพราะไม่ค่อยมีเลือดมาสูบฉีด เป็นสภาวะขาดอาหารและน้ำอย่างรุนแรง

หมอขอโกนขนที่เท้าหน้า หาเส้นเพื่อให้น้ำเกลือก่อน และรอผลจากการตรวจเลือดว่าจะผ่าตัดในวันอังคารที่จะถึงนี้ได้หรือไม่ และจำเป็นต้องขอแอดมิดแสนสวยไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ โชคดีที่มีเตียงผู้ป่วยว่างหนึ่งที่ ไม่งั้นเราต้องเอากลับบ้านและต้องไป ๆ มา ๆ อาจจะไม่ค่อยสะดวกเพราะเราไม่ได้พักในตัวเมือง

แสนสวยไม่เคยเข้าโรงพยาบาล นี่เป็นครั้งแรก อาจจะตื่นตระหนกตั้งแต่เมื่อคืน อาจจะกังวล กลัวสารพัด กระเพาะฉี่เต็ม ไม่ยอมฉี่ ไม่ยอมขับถ่าย ใช้กระบะทรายไม่เป็นเพราะเขาอยู่กับธรรมชาติ อึแล้วกลบตามต้นไม้ตามที่เราเคยเห็น อาจต้องสวนกระเพาะฉี่จะได้สบายขึ้น เห็นแล้วก็เวทนามาก

หมอชี้แจงค่าพยาบาลรักษาเบื้องต้นให้เราทราบ เป็นเงิน 7,700 บาท เรานิ่งฟังเงียบ ๆ เป็นเงินไม่น้อยทีเดียว ยังไม่รวมค่าแอดมิดรายวันและค่าอื่น ๆ ที่เรายังไม่รู้ ไม่ว่าจะการเติมเลือดหรือค่ายารักษา ผ่าตัด จิปาถะ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ได้แต่ทำใจ เพราะเราคงทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้แสนสวยเผชิญกับโรคร้ายไปตามบุญตามกรรม ใครก็ไม่อยากป่วย ใครก็ไม่อยากสร้างภาระให้ใครหรอก โชคดีแค่ไหนที่เราไม่ได้เป็นคนป่วยเสียเอง ได้มีโอกาสดูแลความเจ็บไข้ของแสนสวยก็ดีแล้ว จะดูดายได้อย่างไร อยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้วเนี่ย

หลังจากปล่อยแสนสวยไว้ที่โรงพยาบาล เราพาลูก ๆ ไปกินข้าว ซื้อข้าวของเครื่องใช้ เอาภาพพ่อไปเข้ากรอบเพราะจะจัดหิ้งพระใหม่ จากนั้นก็ฝากลูก ๆ ให้ช่วยมาเยี่ยมแสนสวยแทนพ่อแม่ระหว่างนี้


คล้อยหลังไม่เท่าไหร่ คุณหมอโทรมาบอกว่า แสนสวยเกล็ดเลือดต่ำ มีเกล็ดเลือดเพียงแค่หมื่นเดียวจากที่แมวปกติควรมีสองสามแสน ตกลงว่า อังคารนี้ทำการผ่าตัดไม่ได้ เม็ดเลือดขาวสูงอีก อาจมีอาการติดเชื้อ ต้องเลื่อนการผ่าตัดเป็นวันศุกร์แทน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูว่าร่างกายตอบสนองต่อยาหรือเปล่า อาจต้องมีการเติมเลือดด้วย เพราะการผ่าตัดมีโอกาสเสี่ยงกับการวางยาในกรณีที่แมวชรามาก เฮ้อ ช่างน่าเวทนาเสียจริง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ภาวนาให้ปลอดภัย


ฉันพยายามที่จะไม่คำนึงถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายไป เพราะไม่รู้ว่าเคสนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน แต่เราก็ต้องรักษา เราต้องดูแลตัวเองให้มากจะได้ดูแลแสนสวยได้ด้วย



แสนสวยอาจจะมาบรรเทาความคิดถึงถึงพ่อและเรื่องของพ่อที่เรายังวุ่นวายใจอยู่ก็ได้ ทำให้เราเปลี่ยนเรื่องจดจ่อมาอยู่กับปัจจุบันที่เราต้องดูแลและจัดการกับสิ่งมีชีวิตรอบตัว อยู่ดูแลสัตว์เลี้ยงที่เรารัก ที่กำลังป่วยไข้และต้องการความช่วยเหลือจากเราเพราะเห็นเราเป็นที่พึ่งของพวกเขาจริง ๆ

พ่ออาจจะกำลังบอกเราอยู่ว่า ให้อยู่กับปัจจุบัน ทำสิ่งที่ถูกที่ควรให้ดีเท่าที่เราจะทำได้ หากมีกำลังพอช่วยเหลือใครได้ให้รีบทำ เพราะทุกชีวิตมีค่าและเป็นโอกาสที่เราจะได้ช่วยเหลือกัน


ขอให้แสนสวยมีกำลังใจดีและสุขภาพดีพอที่จะได้รับการผ่าตัดนะ
คิดถึงแสนสวยจริง ๆ












บ่ายนี้ ลูกสาวไปเยี่ยมแสนสวยให้
บอกว่าดูง่วง ๆ ไม่รู้ซึมยาหรือเปล่า
ดีใจที่ลูกไปเยี่ยมแสนสวยกัน








ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีและมีความสุข
ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
16 ตุลาคม 2560



















Create Date : 16 ตุลาคม 2560
Last Update : 16 ตุลาคม 2560 15:19:34 น.
Counter : 47 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
--- เ พื่ อ น ส มั ย เ ป็ น เ ด็ ก ห ญิ ง ---











ค่ำนี้ ขณะจุดธูปสำหรับแขกที่มาเคารพศพพ่อ มีผู้หญิงผมสีทองยืนอมยิ้มตรงหน้า นัยน์ตาเศร้า เราต่างสบตากันนิ่ง สายตาแบบนี้ รอยยิ้มแบบนี้ที่คุ้นเคยและติดอยู่ในใจ นานแสนนาน ดวงตาฉันเริ่มผ่าวร้อนทั้งที่ตั้งใจจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น น้ำตาฉันค่อย ๆ คลอเบ้ากลบตาจนเริ่มมองเธอไม่ค่อยชัด....

แอนนนน.... ฉันเรียกเธอแผ่ว ๆ เหมือนอยู่ในภวังค์

แอนแน่เลย เธอยิ้มพร้อมพยักหน้าช้า ๆ เราสวมกอดกันแน่น น้ำตาไหล คิดถึงเธอจังเลยแอน

แอนตบหลังฉันเบา ๆ เสียใจด้วยนะภู พ่อไปสบายแล้ว

อืม .. ขอบคุณนะ ขอบคุณที่มา เพราะพ่อสินะ เราจึงได้เจอกัน งานอื่นก็ช่างไม่มีโอกาส

ดีใจมากนะ ที่เจอเธอ ไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้วนี่ ตั้งแต่สมัยเราเป็นเด็กหญิงอยู่เลย โอ๊ยคิดถึงมาก (กอดดดดดด) แอนจำเค้าได้เหรอ

จำได้ ภูตัวเล็กลง ผมซอยสั้นเหมือนเดิม ดูไม่เปลี่ยนเลย

อยากคุยด้วย อย่ารีบกลับนะแอน ฟังพระสวดก่อน เดี๋ยวคุยกันนะ...

พระสวดจบ ฉันส่งญาติผู้ใหญ่แล้วก็ดิ่งมาหาเพื่อน แอนยิ้มเหมือนตอนเป็นเด็กเลย มีเขี้ยวเสน่ห์ สวยและดูอ่อนเยาว์ กิริยาก็ยังวัยรุ่น เด็กกว่าอายุเยอะ แอนดูสดใส

คิดถึงสมัยปิดเทอมใหญ่เนาะ รอที่จะเจอกัน เค้ามา แอนก็เดินกระมิดกระเมี้ยนไปมา กว่าจะทักกันได้ อายกันอยู่นั่นแหละ จนพ่อต้องเรียกแอนเข้ามาบ้าน ท่ามากทั้งคู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แอนจำได้หรือเปล่า

จำได้สิ เค้าก็ถามน้าหาญว่า ปิดเทอมแล้วเมื่อไรภูจะมา เค้าก็มีเพื่อนแบบภูคนเดียว เค้าอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเพราะภู เขียนจดหมายเป็นก็เพราะภู หัดดูสนุกเกอร์ เชียร์ลิเวอร์พูล อะไรอีกนะ บ้าหน้ากากเสือตามภู ดูจอมโจรจอมใจและแย่งชอลิ้วเฮียงกัน ตกเย็นก็ขี่จักรยานหนีเจ้าแอมไปสนามเด็กเล่น เค้าก็นั่งเฝ้าภูเล่นบาสฯกับพวกผู้ชาย สารพัดจริง ๆ

น้ำตาฉันไหลอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่าฉันมีภาพเหล่านี้ในใจเพื่อน ไม่เคยรู้เลย รู้แต่ว่า ทุกครั้งที่ปิดเทอมและต้องมาบ้านพ่อ เราต้องได้ไปร้านหนังสือด้วยกัน ขลุกและคุ้ยหนังสือการ์ตูนบางเล่มที่ออกไม่ตรงเดือน เราต้องหาให้ครบเซ็ต เราเป็นนักสะสมหนังสือการ์ตูนเหมือนกัน ฉันเกือบลืมไปแล้วถ้าแอนไม่พูดขึ้นมา

ความสุขในเยาว์วัยของเด็กหญิงสองคน

ฉันขอเบอร์แอนไว้ เราไม่เจอกันเลยตั้งแต่จบม.6 ยังไม่รู้ความเป็นไปของแอนเลย รอชีวิตเข้าที่เข้าทาง เราคงมีเรื่องคุยกันอีกมากมายกับช่วงเวลาที่หายไป

ก่อนจาก แอนบอกฉันว่า สงสัยเค้าต้องเริ่มเขียนจดหมายอีกใช่มั้ย เค้าเขียนจดหมายไม่เป็นแล้วนะภู


24 กันยายน 2560















Create Date : 11 ตุลาคม 2560
Last Update : 11 ตุลาคม 2560 13:28:00 น.
Counter : 55 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
--- ค ว า ม ลั บ ข อ ง ชี วิ ต : ขจรฤทธิ์ รักษา ---











เวลาสอนลูกหรือสอนหลานก็มักจะยกตัวอย่างเป็นคำโบราณมาให้ฟัง
เช่นโบราณว่า สิ่งที่ไม่มีควรอวดคือ อวดรู้ อวดมั่ง อวดมี อวดดี อวดเก่ง
เพราะสิ่งเหล่านี้ พูดโอ้อวดไปแล้วมันมีแต่ส่งผลเสียกับตนเอง
อย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นไม่ชอบ คุยกับคนขี้อวดแล้วน่ารำคาญไม่สนุก

แต่ยังมีความลับอีกอย่างที่พยายามเตือนสติลูกหลานอยู่เสมอคือ
นอกจากไม่อวดรวยแล้วต้องไม่อวดจนด้วย
เช่นชอบพูดจนติดปากว่า "จนจังเลย" ไม่มีเงินเลย ลำบากจังเลย
ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ถึงกับเป็นคำอัปมงคล แต่มันก็ยังส่งผลเสียต่อตนเองมาก
หากพูดด้วยประโยคแบบนี้บ่อย ๆ ชาตินี้ทั้งชาติก็จะจนยากและลำบากไปตลอด
เหมือนกับเป็นคำสาปที่ตัวเองให้กับตัวเอง

คนที่พูดว่า จนจังเลย ไม่มีเงินเลย ให้สังเกตดูว่า
เขาก็จะเป็นคนแบบนั้น คือจะไม่มีเงินเลย และจนจังเลยไปชั่วชีวิต

ดังนั้นจะมีมากมีน้อย หรือไม่มีเลยก็ไม่ควรพูด
ควรจะจัดการแก้ปัญหาความยากจนหรือความไม่มีเงินไปอย่างสงบเงียบ
ให้ตระหนักรู้ว่า ถ้อยคำดี ๆ นั้นถือเสมือนเป็นคำอวยพรให้กับตัวเอง
ต้องหมั่นฝึก หมั่นปฏิบัติ
ชีวิตต่อไปข้างหน้าจะผ่านพ้นความทุกข์ยากลำบากไปด้วยดี...





ขจรฤทธิ์ รักษา

_/i_










Create Date : 06 ตุลาคม 2560
Last Update : 6 ตุลาคม 2560 8:05:59 น.
Counter : 64 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
--- อ อ ง อ อ ---






















ปีทีแล้ว อองออมีปัญหาเรื่องขาหลัง เดินไม่ค่อยไหวซึ่งเป็นปัญหาปกติของหมาพันธุ์นี้ เราก็ทำใจแล้วว่า คงต้องเหนื่อยกันไปสักพักใหญ่ ๆ

เราทำวีล แชร์ เผื่อเขาอยากใช้ขาหน้าพาตัวเองไปไหน ขาหลังที่ไม่ค่อยมีแรงจะได้พักบนล้อ อย่างน้อยก็เคลื่อนไหวได้เองโดยที่เราพาเดิน

เราทำแคร่สำหรับอองออเผื่อว่า วันไหนเขาเดินไม่ไหวแล้ว จะได้จัดที่นอนบนแคร่และเลื่อนไปไหนมาไหนได้ ไม่ให้นอนแซ่วอยู่กับที่ อย่างน้อยก็ได้ลากกันมาดูตะวันตกดินหน้าบ้านเหมือนที่เขาชอบ

ผ่านมาอีกครึ่งปี อองออไม่ชอบทั้งวีล แชร์และแคร่ เขาพยายามถัดก้น ลากตัวด้วยสองขาหน้า พาตัวเองไปมารอบ ๆ บ้าน ทำให้เกิดแผลที่สะโพก แต่โชคดีที่ยังกินยาได้ แผลค่อย ๆ ทุเลาลงเพราะจู่ ๆ เขาก็ลุกเดินได้อีก ลุกเองบ้าง บ่อยครั้งที่เราช่วยเอาผ้าสอดเข้าใต้ลำตัวช่วยพยุงขึ้น พยายามพาเขาเดินในทุกเช้าและเย็น ไม่อย่างนั้นเขาจะนอนอย่างเดียว ขาจะลีบและอ่อนแรงไปเรื่อย ๆ

แต่เราก็ต้องแล้วแต่เขาเพราะอองอออายุมากแล้ว อยู่กับเรามา 13 ปี ถ้าเทียบอายุกับคน เขาก็แก่มาก ๆ และไม่ค่อยแข็งแรง

90 % คือนอน ที่เหลือคือตื่นมากินหรือทักทายเราเท่านั้นซึ่งเราก็ไม่อยากรบกวน

กลางปีนี้อองออดูอาการย่ำแย่มาก ๆ เพราะเริ่มเดินไม่ได้อย่างแท้จริง กลางคืนเห่าหอน คร่ำครวญอย่างต่อเนื่อง ใหม่ ๆ เราก็เหนื่อย ล้าและรำคาญ หงุดหงิดมากเพราะต้องตื่นกลางดึกมาดูเขาว่าจะเอาอะไร เขาหิวตลอดเวลา อ่างอาหารและน้ำก็เอาไว้ใกล้ ๆ และที่สำคัญนอนทับอึและฉี่ของตัวเองทั้งคืน ทำให้ทุกเช้าของเราคือการช่วยกันอาบน้ำให้ อาบเหมือนคนคือทั้งเช้าและเย็นเพราะเลอะเทอะไปหมด พอสบายตัวเขาจะหลับได้

ฉันรู้สึกแย่มาก ๆ และเสียใจที่รำคาญเขา มานึกถึงตัวเองเวลาไปไหนมาไหนไม่ได้ บอกใครไม่ได้บ้าง อองออยังมีเราอยู่ เราแข็งแรงกว่าเขาเยอะ คนป่วยน่าสงสารทุกคน หมาป่วยก็เช่นกัน ฉันตั้งใจว่า จะไม่เป็นคนแบบนั้นอีก จะพยายามดูแลอองให้ดีกว่าเดิม

แต่ความกังวลของเรามีมากขึ้นเพราะเวลาเราไปไหน เราหาคนมาช่วยดูเขาตอนกลางคืนไม่ได้ ต้องบอกเพื่อนบ้านว่า หมาเราป่วย มันเห่าทั้งคืนก็ต้องขออภัยด้วย เราไม่อยากใช้ยานอนหลับหรือใส่ตะกร้อปาก สงสารเขาและก็เกรงใจเพื่อนบ้านด้วย โชคดีที่เพื่อนบ้านก็เลี้ยงหมา เขาเข้าใจและให้กำลังใจเรา จะช่วยดู ๆ ให้ช่วงที่เราไม่อยู่บ้าน

เกือบสี่เดือนที่อองออนอนอยู่บนแพมเพิร์ส ยกได้แต่หัว เราต้องช่วยกันยกตัวให้เขานั่งเอง เพื่อจะได้กินอาหาร ดูเขายิ้มแย้มแจ่มใส นัวเนียเวลาเราขยี้หัวและพูดคุยด้วย เราเองไม่รู้ว่าเขาจะอยู่สภาพนี้อีกนานแค่ไหน แต่เริ่มรับรู้ล่ะว่าเห่าแบบนี้คือหิว เห่าเสียงนี้คืออึคาก้น แม่รีบมาเช็ดออกเร็ว ๆ หรือเห่าแบบอยากให้พาออกไปดูผู้คนที่หน้าประตู

การมีแคร่ก็ดีไปอย่าง เราช่วยกันยกตัวขึ้นแคร่และลากไปหน้าบ้านได้ ดูเขามีความสุขดี ลูก ๆ ปิดเทอม ได้อยู่ดูแลช่วงที่อองออย่ำแย่ที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ลูกได้ใช้เวลากับอองออด้วย สองสาวอาบน้ำให้อองออทุกวัน หาข้าวหาน้ำให้อองออกินเวลาฉันมาทำงาน

เดือนนี้เด็ก ๆ เปิดเทอมแล้ว เหลือเราสองคนที่ยังกุลีกุจอเรื่องหาแพมเพิร์ส ขับรถเข้าออกจากที่ทำงานเข้าบ้านเพื่อไปเปลี่ยนแพมเพิร์สให้เขา ต้องคอยให้เขากินอาหารและน้ำจนอิ่มก่อนและวางหมอนที่เขาชอบให้เวลานอน

อาการของอองออเริ่มหนักอาทิตย์สุดท้าย อย่าว่าแต่กินยาเลย กินน้ำเองก็ไม่ได้ เราต้องค่อย ๆ ใช้ไซริ้งค์ป้อนน้ำแต่ก็ไหลออกปาก ปากเริ่มแข็ง ตาเลื่อนลอย เริ่มกลืนน้ำไม่ได้แล้ว เข้าใจอย่างยิ่งว่า อองออคงอยู่ไม่ถึงหนาวนี้แน่ ได้แต่ลูบหัว บอกลากันทุกเวลาที่เข้ามาดู ล่ำลาทั้งก่อนเข้านอนด้วยเพราะกลัวเช้ามาแล้วเขาจะไปทั้งที่ภาวนาให้เขาหลับสบาย ๆ ทุกคืน

อองออนอนนิ่งมาหลายวัน ไม่หือไม่อือ สัญญาณของชีวิตคือท้องที่หน้าท้องที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างแผ่วเบา เมื่อวาน ฉันเช็ดอึเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ก่อนออกมาทำงานตอนบ่าย เห็นอองออน้ำตาไหล ยังบอกเลยว่า ไม่ไหวก็หลับไปเถอะ สงสารมาก รู้ว่าทรมานมาก แผลกดทับลึกจนถึงกระดูกทั้งสองข้าง ทำแผลให้ทุกวัน พลิกตัวไปมาก็รู้ว่าเจ็บ นอนท่าไหนก็คงเจ็บ อองออเจ็บมาก ฉันรู้แต่เขาไม่มีแรงเห่าบอกเราเหมือนเดิม

ฉันกลับเข้าไปเปลี่ยนแพมเพิร์สให้อองอออีกทีตอนห้าโมง มองที่พุงเขาอย่างแรกว่ายังมีลมหายใจหรือเปล่า สัญญาณการมีชีวิตล่องลอยไปแล้ว น้ำตาไหลทั้งที่รู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง ได้แต่ลูบหัวและปิดตาให้เขา ไม่ต้องทรมานกันอีกต่อไปแล้ว

ฉันเตรียมใจที่จะรับมือกับอองอออยู่แล้ว คิดว่าต้องเกิดขึ้นสักวัน สงสารที่เขาทรมานมากแต่เราก็จะไม่เข้าไปตัดสินหรือหยุดลมหายใจเขาด้วยตัวเอง ฉันไม่ค้างคาใจอะไรเพราะได้ดูแลเขาจนถึงวันสุดท้ายแล้ว

13 ปีที่เราอองอออยู่กับเรา เขาเป็นหมาเอ๋อ ๆ ที่เรารักและเราก็รักความเป็นธรรมชาติของมัน ปากเหม็น ตะกละและชอบอึ ฉี่ เรี่ยราด สอนก็ไม่ได้ซึ่งหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่เป็น แต่เราก็หยวน ๆ เพราะมันเป็นหมาเรา รักแบบที่มันเป็น เลี้ยงกันไป

ตอนนี้อองออคงไปวิ่งเล่นกับคิมมิมบนสวรรค์แล้วล่ะ เขาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวที่สามที่ฉันฝังร่างของเขาที่บ้าน คิมมิม อองออและสีตรัง ไม่นับสีนวล แมวตัวแรกของแม่ที่ฉันรัก

เช้านี้ยังไม่ค่อยชิน เพราะเปิดประตูจะไปเปลี่ยนแพมเพิร์ส จุดยากันยุงและเปิดพัดลมให้เขา อุปกรณ์การดูแลอองออยังอยู่ กลิ่นเหลือค้าง
สงสารแต่ไส้อั่ว เพื่อนรักของเขานี่แหละ ฉันบอกลุงอั่วแล้วว่าอองออไม่อยู่แล้วนะ เขาคงจะคิดถึงอองออมากเพราะคลุกคลีกันทุกวัน คู่นี้เขารักกันมานาน ก็ไม่รู้ว่าหมาจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า

ฉันยังไม่เข็ดเรื่องการเลี้ยงหมาหรอกนะ เพียงแต่ตอนนี้อยากพักเพราะเหนื่อยจริง ๆ โชคดีที่ไม่รู้สึกผิดหรือค้างคาใจอะไร ได้ดูแลอองอออย่างเต็มที่แล้ว ยังรักและรู้สึกคิดถึงเขา ยิ่งเห็นภาพก็ยิ่งคิดถึง ไม่ร้าวรานใจเพราะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต

แต่กับการเตรียมตัวเตรียมใจบางอย่างก็ยากอยู่ แม้ว่าเข้าใจสัจธรรมของชีวิต ก็ยังอยากให้เวลาเดินช้า ๆ และไม่อยากให้วันนั้นมาถึงจริง ๆ












พักให้สบายนะอองออ คิมมิมมีเพื่อนแล้วนะ

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
16 สิงหาคม 2560


















Create Date : 16 สิงหาคม 2560
Last Update : 16 สิงหาคม 2560 9:47:33 น.
Counter : 178 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
--- น ก เ ดิ น ด ง ? ? ? ---










เช้านี้งัวเงียมาก ตื่นสายกว่าปกติ เดินออกไปหลังบ้านจะไปให้อาหารแมวแต่เหลือบไปเห็นนกเดินดงอกส้มมาซุกอยู่ในต้นตีนตุ๊กแก ตกใจมากนี่มันฤดูหนาวแล้วเหรอ กระซิบเรียกคนที่บ้านให้ดูด้วยกันก่อนวิ่งเข้าไปเอากล้องถ่ายรูป

เก็บภาพนกเดินดงไว้หลายภาพ นกกับต้นตีนตุ๊กแกบนรั้วนี่ไม่ธรรมดานะ แต่หันไปเจอนกช้อนหอยอีก กรี๊ด.. มาได้ไงเนี่ย ดูปากเล็ก ๆ กำลังหาอาหารบนลำเหมืองสามตัว ดีใจมากเพราะเป็นนกที่อยากเจอตัวเป็น ๆ มานาน

นกเดินดงยังไม่ไปไหนแต่เห็นนกเขาสองตัวใส่กระโจมอกอาบน้ำกันอยู่ สักครู่ นกกระจิ๊ดสีคล้ำ คิ้วดำหนามาร้องใกล้ ๆ มั่นใจแล้วว่านกอพยพเริ่มมากันแล้ว จึงจับภาพนกกระจิ๊ดต่อ กดไปหลายภาพ

สักพัก นกกระจิ๊ดกระโดดลงน้ำในลำเหมือง ทำท่านั่งขัดสมาธิเพชร ตัวกลมมาก ลอยน้ำฉันกรี๊ดในใจอีกรอบ คิดว่าจะเอาภาพนี้ไปฝากเพื่อนดู นกนั่งขัดสมาธิได้ด้วย แล้วจากนั้นเขาเปลี่ยนท่า เป็นยกขาข้างนึงเหมือนเล่นสกีบนน้ำ คิดไปคิดมา นกเด็ก ๆ ก็มีพฤติกรรมเหมือนเด็กนี่แหละ แต่เพิ่งเคยเห็นท่าพิศดารเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นมาก(เสียงสูง) อยากอวดลงเฟซบุ๊กที่สุดถ้าไม่สะดุ้งตื่นเสียก่อน...

#สงสัยกินเยอะไปหน่อย







Create Date : 31 กรกฎาคม 2560
Last Update : 31 กรกฎาคม 2560 13:05:17 น.
Counter : 224 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]