All Blog
--- เ รื่ อ ง ที่ คิ ด ถึ ง แ ล้ ว มี ค ว า ม สุ ข ใ น ปี 2 5 5 2 ---
















ส วั ส ดี ค่ ะ



ถือเป็นธรรมเนียมส่วนตัวไปแล้วค่ะ ในการสรุปเรื่องราวในแต่ละปีที่ได้ทำอะไรต่อมิอะไร

มีหลายเรื่องราวที่ คิ ด ถึ ง แ ล้ ว มี ค ว า ม สุ ข

นอกจากอ่านหนังสือได้อย่างสม่ำเสมอและมีความสุขกับมันแล้ว ยังคงเขียนบันทึกทุกวันทั้งในสมุดไดอารี่ส่วนตัวและที่หน้าบล็อกแห่งนี้ พอได้สื่อสารกับมิตรภาพบนตัวหนังสือในแต่ละวัน

ปีนี้ไม่มีอะไรพิเศษกว่าปีไหน ๆ เพราะมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน ในวันแสนธรรมดาก็มีเรื่องพิเศษ ส่วนวันพิเศษจริง ๆ ของข้าพเจ้าคือการเดินทางไปในที่ ๆ ไม่เคยไปน่ะค่ะ ก็ให้อะไรใหม่ ๆ ในชีวิตขึ้นมาบ้าง แต่การเที่ยวบ่อย ๆ ก็เกิดอาการติดใจอยากไปโน่นนี่อีกนอกเหนือไปจากเป็นแรงบันดาลใจหรือเป็นการเติมแรงใจในการกลับมาทำงาน

การบันทึกทุกวัน เสมือนเตือนความจำให้เราคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านไปแล้วเหล่านั้น บรรยากาศนั้น ๆ บางรายละเอียดก็ลืมไปแล้วด้วย ข้อดีของการบันทึกหน้าจอคือการเขียนเล่าโดยเลือกสรรความทรงจำที่ดี ๆ และเป็นจริงซึ่งใคร ๆ ก็อ่านได้ และอย่างน้อยก็เป็นบันทึกจริง ๆ และเขียนด้วยความจริงใจทุกครั้ง อาจจะเว้นบางเสี้ยวมุมไว้บ้างนั่นไม่ใช่เพราะทำให้ตัวเองดูเป็นคนดีนักหรอก เพียงแต่ไม่อยากเขียนถึง ก็เท่านั้น

แต่ในบันทึกส่วนตัว มีบางเรื่องที่อาจจะเล่าใครไม่ได้ เป็นเรื่องส่วนตัวจริง ๆ อาจจะมีน้ำตาบ้าง แต่ก็นี่แหละ ชีวิต สุข ทุกข์ คลุกเคล้ากันไป ไม่สุขจนลืมโศก แต่ยามโศกก็ไม่จมอยู่กับมันนาน ๆ เพราะทุกอย่างก็ต้องผ่านไป เรื่องดี ๆ ใหม่ ๆ ในชีวิตเกิดขึ้นทุกวัน เช่นเหตุการณ์แต่ละเดือนในปีนี้ของข้าพเจ้า

























เ ดื อ น ม ก ร า ค ม







ไปเที่ยวเมืองหลวง ถนนโล่งมาก นัดแม่มาบางกอกเที่ยวเมืองโบราณกัน
ไปหาพ่อที่สุพรรณ ดูทุ่งดอกทานตะวัน เที่ยววัดตามประสาตา-หลาน









ชอบภาพสะพานแขวนมากเลยค่ะ







ช้างเอราวัณ ทางผ่านไปเมืองโบราณ ที่สมุทรปราการ










มีภาพสวย ๆ มากมายในเมืองโบราณค่ะ แต่เลือกภาพนี้ละกัน
ภาพแต่ละภาพที่ข้าพเจ้าประทับใจ ล้วนแล้วแต่มีรอยยิ้มของคนในครอบครัวค่ะ















คุณยายกายสิทธิ์กับหลาน ๆ






คุณตากับหลาน ๆ



เดือนนี้ ข่าวร้ายของลูกสาวคนโตคือ เขาสอบไม่ติดโควต้ามอชอ
สถานศึกษาในฝันของเขา
แต่หลังจากนั้น ก็มีข่าวดีคือเธอสอบเอนทรานซ์ได้ที่ ม.แม่ฟ้าหลวง
เป็นสาวแม่ฟ้าหลวงไปแล้วล่ะ






















เ ดื อ น กุ ม ภ า พั น ธ์



ประทับใจสุด ๆ คือ

เดินขึ้น ด อ ย ห ล ว ง เ ชี ย ง ด า ว ด้วยกัน 15 ชีวิต
ปลื้มมาก ๆ ที่สามารถเขียนเล่าเรื่องราวที่นี่ได้ไม่รู้เบื่อ
มีทั้งกลอนที่อยากเขียน ภาพสวย ๆ
ที่คิดเองว่าสวย ในมุมที่เรามองเห็นมาเป็นที่ระลึก
One Moment One Memory ที่ดีมาก ๆ
หากมีโอกาส เราจะเดินขึ้นไปอีก



--- ที่นี่ ไม่เหมาะสำหรับใครก็ตาม
จะออกย่ำเดินไปมาอย่างเร่งร้อน
แต่เหมาะสำหรับการหยุดนิ่ง ลงนั่งบนโขดหินเกลี้ยง
เพ่งมองไปที่พื้น
สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มองโลกแสนงามที่อยู่แทบเท้า

บางครั้งแดดแรงกล้าก็สาดส่องลงมา
แต่คุณไม่รู้สึกร้อนเกินไป
บางคราวลมก็หอบเอาไอหมอกลอยผ่านเข้ามา
พร้อมกับกลิ่นจรุงที่ไม่อาจจำแนกแยกแยะได้ว่า
เกิดจากอะไร
มันเป็นการผสมผสานระหว่าง กลิ่นความชื้น
ความบริสุทธิ์
ความสูงส่ง
ดอกไม้
และ
จินตนาการ ---













อีกเรื่องคือ มี ตู้ ห นั ง สื อ ใ ห ม่ ใ ห ญ่ ก ว่ า เ ดิ ม
มีความสุขที่ได้ส่งยิ้ม หลั่น ลัล ล้า ให้กับหนังสือเสมอเพื่อนเก่าที่แสนคุ้นเคยได้ทุกวัน
ไม่ต้องไปแออัดยัดเยียดเหมือนเคย เพราะบางเล่มก็หลงลืมไปว่าเคยมี
หรือบางเล่มรู้ว่ามีแต่ไม่เคยหาเจอ จำไม่ได้ว่าซุกไว้ตรงไหน
ชอบซื้อ แต่ก็ไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง (อันนี้นิสัยไม่ดี ไม่ต้องเลียนแบบ)
แต่ปัจจุบันนี้ หนังสือก็กระจายไปทุกมุมบ้านเหมือนเดิม
















เ ดื อ น มี น า ค ม


อย่างแรก

เจ้าแฝดจบชั้นประถมปีที่ ๔ และพ่อกับแม่เห็นควรว่าต้องย้ายโรงเรียน
เพราะจะได้โตขึ้น เจออะไรใหม่ ๆ มากขึ้น มีงานอำลาเพื่อนรัก แก๊งค์แกงหอยของเขา


-- ง า น โ ร ง เ รี ย น & อำ ล า เ พื่ อ น รั ก ข อ ง แ ก๊ ง ค์ “ แ ก ง ห อ ย ” [ ป. 4 ]--







ก ลุ่ ม เ พื่ อ น รั ก -- แ ก๊ ง ค์ แ ก ง ห อ ย



















“รักนะ แกงหอย”











อย่างที่สอง

ปิดเทอม พาเด็ก ๆ ไป ส ว น เ ฉ ลิ ม พ ร ะ เ กี ย ร ติ ฯ ร า ช พ ฤ ก ษ์ 4 9 ค่ะ










และปลาย ๆ เดือน ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 37


















เ ดื อ น เ ม ษ า ย น เป็นเดือนเกิด
สำหรับตัวเอง ไม่มีอะไรพิเศษ
ช่วงสงกรานต์ เราไปพิจิตร ทำบุญให้แม่แฟน
และไปเที่ยวหารุ่นพี่ที่ม.นเรศวร พิษณุโลก







และแวะสุโขทัย









ไปวัดศรีชุม










ขากลับแวะลำปางซื้อเซรามิกกลับบ้าน























เ ดื อ น ก ร ก ฏ า ค ม








--- เ ยื อ น บุ ร ะ ลำ ป า ย . . . เ ดื อ น ฝ น โ ป ร ย ป ร า ย ---
ที่ร้าน Coffee Tea Sapan เมืองปาย ตรงข้ามกับสะพานเขียว ๆ
ที่หน้าร้านมีโลโก้เป็นคุณไปรษณีย์ยืนคู่กับจักรยาน(เหมือนเจ้าของร้านหรือเปล่า ไม่รู้นะ)










เดือนธันวาฯนี้พี่ ๆ เพิ่งไปกันมา มีรูปถ่ายคู่กับคุณไปรษณีย์กิ๊บเก๋มาก
บางภาพก็เกินคำอธิบาย บ้างก็มีภาพหยิกแก้ม หยอกล้อ
กอด หอม โอบรอบเอวคุณไปรษณีย์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เอาออกอากาศไม่ได้ด้วยแฮะ เพราะเขาไม่อนุญาต












เ ดื อ น กั น ย า ย น


มีเรื่องที่ คิ ด ( ไม่ ) ถึ ง
เดือนนี้ เพื่อนเสียชีวิต 2 คน

ไปงานศพ เอ๋ ที่พะเยา เธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนและเคยทำงานด้วยกันมาแปดปี
ดีใจที่ได้เขียนอะไรถึงเอ๋ ในดอกมะลิสีขาว แทนใจเราได้เกือบหมด

ปลายเดือนไปงานศพ เอก ที่แพร่ เพื่อนรุ่นน้องที่อยู่ก๊วนเดียวกัน
ได้เขียนกลอนให้เอก รวบรวมภาพของเอกและพวกเราลงแผ่นซีดีให้น้อง ๆ และเพื่อน ๆ ไว้เป็นที่ระลึก















เ ดื อ น ตุ ล า ค ม
















ไปชมพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ (ฝาง) ที่บ้านยาง














ปลายเดือนไปเที่ยวอินโดนีเซีย
มีเป้าหมายหลักคือเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คือ บุโรพุทโธ
โลกมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย
ในทำนองเดียวกัน
ในใจมีสิ่งใด โลกก็มีสิ่งนั้น
จะว่าไปแล้ว..ชีวิตคือความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมันเอง














เ ดื อ น พ ฤ ศ จิ ก า ย น


ไปงานศพญาติผู้ใหญ่ที่เมืองนนท์ ที่วัดชลประทานราชรังสฤษดิ์
ทั้งเดือนไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจาก--บันทึกการเดินทางทริปอินโดนีเซีย--










เ ดื อ น ธั น ว า ค ม

ไปงานคริสต์มาสของลูก ๆ ที่โรงเรียน
เดือนทั้งเดือนก็เขียนไดอารี่ และอ่านหนังสือเป็นหลัก
มีหนังสือดี ๆ ออกมากมายพร้อมจะถูกซื้อเป็นของขวัญให้คนที่เรารัก ๆ
และคนใกล้ชิด สนิทสนม

เดือนนี้ได้รวบรวม--ก ล อ น--ที่เขียนขึ้นไว้เป็นรูปเล่ม
รวบรวม--ท่ อ ง เ ที่ ย ว ใน ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย--ที่ไปกับครอบครัว
และรวมบันทึก -- ท่ อ ง ใ จ ใ น ต่ า ง แ ด น --
และ --ท ริ ป อิ น โ ด นี เ ซี ย--ไว้เป็นที่ระลึกของตัวเอง














































ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้ที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากบันทึกอะไรต่อมิอะไร
เขียนอะไรที่ตัวเองชอบ ได้ลงภาพเก็บไว้ดูย้ำเตือนความทรงจำในแต่ละปี
ประทับใจหลายต่อหลายเหตุการณ์แม้จะไม่ค่อยได้เดินทางไปไหนมากนักตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา

พื้นที่ตรงนี้มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ไม่กี่คนที่เข้ามาทักทายให้บ้านนี้อบอุ่นอยู่เสมอ
ได้รับความรู้สึกคุ้นเคยและเป็นกันเองมาโดยตลอด
ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ทำให้คน ๆ นี้มีความสุขที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน
ขอบคุณความรู้สึกดี ๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่อบอวลอยู่บนโลกนี้


ข้าพเจ้ามีความสุขเรื่อย ๆ มากบ้าง น้อยบ้าง ในแต่ละวันของชีวิต
ดีใจที่ความรักและมิตรภาพที่ร้อยเรียงด้วยความรู้สึกดี ๆ ตั้งแต่แรก
มีการเดินทางและเติบโตขึ้นอย่างงดงามและอบอุ่นอยู่ในซอกมุมของมัน
รักทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นและจะรักษามันไว้อย่างดี




ปีใหม่ที่จะถึงในเร็ววันนี้
ใครจะคิดจะขอพรอย่างใดก็ทำกันได้ตามอัธยาศัย
แต่ขอยึดหลักคิด ๗ แบบของท่าน ว. วชิรเมธี ค่ะว่า

ความสุข ความทุกข์ในชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับ วิ ธี คิ ด ของเราเป็นสำคัญ

คิดเป็นก็เป็นสุข
คิดไม่เป็นก็เป็นทุกข์
การคิดเป็นต้องคิดอย่างมีหลัก
หลักในการคิดของท่านว.วชิรเมธีมีดังนี้ค่ะ

๑. ความคิดดีดี เป็นที่มาของความสุข
๒. ปัญญาดี ย่อมมีความสุข
๓. เป็นคนดี ก็มีความสุข
๔. ปฏิสัมพันธ์ดี ก็มีความสุข
๕. ทำงานดี ก็มีความสุข
๖. มองโลกในแง่ดี ก็มีความสุข
๗. ครอบครัวดี ทวีความสุข

ใครอยากมีความสุขตลอดปีใหม่ ลองนำ ๗ หลักคิดนี้ไปปฏิบัติตาม
รับรองว่า ชีวิตมหัศจรรย์?เป็นสิ่งที่เราสร้างสรรค์กันได้ในพริบตาจริง ๆ
และไม่มี--สารแห่งความสุข--ใด ๆ ที่จะมอบให้กันและกันดีไปกว่านี้แล้ว
ขอบคุณค่ะ













สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ทุก ๆ ท่านค่ะ











ด้ ว ย รั ก
-- ภู เ พ ยี ย --























Create Date : 30 ธันวาคม 2552
Last Update : 30 ธันวาคม 2552 7:54:03 น.
Counter : 1042 Pageviews.

14 comment
--- พ ร ะ ท ร ง บั ง เ กิ ด โ ล ก จ ง ยิ น ดี : Merry Christmas ---












สิ่งที่ยึดถือ นั่นคือศาสนา
ที่เราศรัทธา นำพาชีวิต

โรงเรียนของฉัน ยึดมั่นในคริสต์
พระเจ้าสถิต อยู่ติดกับตัว

คนบนโลกนี้ มีดีมีชั่ว
รู้จักเกรงกลัว ไม่มัวหมองใจ

เพราะทุกศาสนา ควรรักษาไว้
ความรักยิ่งใหญ่ ในโลกสากล





ประพันธ์โดย เด็กหญิงจันทร์ ชั้น ป. ๕

ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดเขียนกาพย์ กลอน
งานครบรอบ ๗๕ ปีคริสตจักรในประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒
















ส วั ส ดี ค่ ะ

ขออนุญาตเอางานที่ลูกสาวเคยร่วมประกวดเขียนกลอนระดับประถมที่โรงเรียนมาวางอวดบนบล็อกอีกครั้งนะคะ

เมื่อวานเป็นวันสนุกสนานรื่นเริงของลูก ๆ ที่โรงเรียน สองสาวต้องไปแต่เช้ามืดเพราะเป็นสมาชิกของวงดุริยางค์ สองสาวก็ไปเป่าเมโลเดี้ยนเหมือนเคย หอบขนมกันไปตามอัธยาศัย เพื่อน ๆ ของลูกก็โทรฯมา บอกให้แวะรับด้วย อยากไปพร้อม ๆ กับเรา พ่อของสองสาวยินดีอยู่แล้ว เด็ก ๆ น่ารักกันทุกคนด้วย คุณสามีชอบกลับมาเล่าเรื่องสาว ๆ คุยกันครื้นเครงในรถ ตามประสาวายร้ายตัวน้อย ๆ ที่ช่างพูดช่างคุย และช่างนินทา

เด็ก ๆ เก็บภาพงานรื่นเริงของเธอมาฝากพ่อกับแม่ชมค่ะ เพราะกลางวันพ่อกับแม่ทำงาน และโรงเรียนจะมีงานขันโตกในตอนเย็น เชิญผู้ปกครองไปร่วมงานด้วย

เย็นนี้ สองสาว จะได้ร้องเพลงประสานเสียง และมีการแสดงอื่น ๆ อีกมากมายก่อนที่จะหยุดเนื่องในวันคริสต์มาสติดต่อกันอีกหลายวัน

ดูภาพเด็ก ๆ ไปด้วยกันค่ะ











1


2


3


4



5



6


7



8


9



10



11



12



13



14



15



16



17



18



19



20




21



22



23



24



25



26



27



28



29



30



31




32




33




34




35



36




37




38




39













ภาพล่างนี้ลงไป เป็นงานขันโตกตอนเย็นค่ะ
ลูกสาวสองคนของเราอยู่ตรงไหนน๊อ







40



41


42


43



44



45



46



47


48




49



50



51



52



ยิ้มกับพ่อหนุ่มคนซ้ายสุด


53



54



55



56



57




58




59



60



61



62



63






64






ครูผู้ฝึกสอนในวงดุริยางค์ชื่อคุณครู ไจแอ้น
เด็ก ๆ เรียกครูแอ้น คนอื่น ๆ บอกว่าครูดุ
แต่ลูกสาวบอกว่า ครูใจดี เขาสนิทกับครู ครูด่ามันส์ดี

แม่ก็เลยถามว่า ครูด่ายังไง
" ก็บ่เชิงด่าหรอกแม่ ครูอู้ คิง ฮา กับเฮาได้ เพราะคุ้นกัน
ครูด่าพวกขี้เกียจซ้อม บางทีครูก็ร้องไห้ ด่าแล้วก็พวกนั้นก็ทะลึ่งทะเล้นกันอยู่
ใครดีก็ชม ใครฮ้าย ๆ (ร้าย ๆ )ก็ด่า "

" แล้วโดนครูด่าพ่องเก่าะ " ฉันถามลูกต่อ
" โด๊นนนน "
"แล้วไห้ (ร้องไห้) เก่าะล่ะ "
" บ่ไห้หรอกแม่ เก่าะไค่หัวไป๊ (ก็หัวเราะไป๊) ม่วนดี "

555 เออ แน่ะ ลูกฉัน
ช่างเขาเถอะ ดูเขามีความสุขกันดี
เพลงประสานเสียงที่เขาร้อง มีเพลง แม่ของแผ่นดิน ,
เพลง งดเศร้าเข้าพรรษา น่ะที่รู้จัก เพลงอื่นก็เพราะดีนะ
เขาร้องกันเก่งดี ชมลูกซะงั้น











----




สำหรับวันคริสต์มาสที่จะถึงนี้
โชคดีที่ลูก ๆ รู้กันเองว่า ลุงซานต้าไม่มีจริง เรื่องของลุงซานต้าที่เป็นคนสูงอายุ
ร่างกายอวบหนา ปีนป่ายสังขารลงมาตามเตาผิงของเด็ก ๆ ทั่วโลก
ลุงที่ขี่กวางเรนเดียร์ในนิยายปรัมปรา คอยเอาของขวัญมาให้เด็ก ๆ

แต่ถึงกระนั้น ฉันก็เชื่อว่าเด็ก ๆ ทุกคนก็รู้จักมีความหวัง มีความฝัน
เปี่ยมไปด้วยจินตนาการตามวัยของเขาได้ การสร้างจินตนาการทำให้คนมีความสุข
หากเด็ก ๆ ของเราเปลี่ยนจากการรอคอยโดยการเป็นผู้รับ มาเป็นผู้ให้บ้าง
ก็น่าจะดีกว่านะคะ
สอนให้เขาเรียนรู้ในเรื่อง Give and Take
ส่วนเรื่อง Give for Give เห็นจะยากไป ให้เรียนรู้เอาเอง
เพียงแต่ตอนนี้ สอนให้เขาหันมาเป็นผู้ให้บ้าง
เพราะเมื่อให้ เขาก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขอีกด้วย









Merry Cristmas ค่ะ
ขอพระเจ้าทรงประทานพรแด่ทุกท่านค่ะ















Create Date : 24 ธันวาคม 2552
Last Update : 24 ธันวาคม 2552 14:45:38 น.
Counter : 342 Pageviews.

15 comment
--- เ ก็ บ ต ก ท ริ ป อิ น โ ด : Kasembon Rafting ---







































เราเช็คเอาท์จากโรงแรมตูกู ราว 8 โมง เพราะไม่อยากโอ้เอ้ เราต้องเดินทางไปยังสถานที่จะล่องแพกัน นายอนามัยไกด์หนุ่มของเราออกจากงง ๆ ที่เห็นพวกเราแต่งตัวสวยกว่าทุกวันแต่ดูสบาย พร้อมจะไปนอนแพ ถ่ายรูปสวย ๆ กับธรรมชาติ พักผ่อนตามอัธยาศัยหลังจากนั่งรถขึ้นเขาตะลุยกันมาหลายวันและที่สำคัญเตรียมหนังสือสำหรับอ่านทุกคน ของฉันก็พกสมุดโน้ตไปอีก อยากเขียนบันทึกเก็บไว้กันลืม

เราหอบอาหารเช้าของโรงแรมใส่กล่องไปกินระหว่างทาง และแวะซื้อเบเกอรี่อีก กะไว้กินตอนนอนบนแพ กินเก่งกันทุกคนนี่นะ

เราเดินทางเกือบสองชั่วโมง สองข้างทางก็เป็นเหมือนบ้านนอกบ้านฉันนั่นแหละ ไม่มีสิ่งก่อสร้างสูงใหญ่ มีแต่นาข้าว นาขั้นบันไดเยอะมาก นั่งเพลิน ๆ คุยกันไป เหมือนเราเหนื่อยกับทริปนี้มาก สมบุกสมบัน แต่โชคดีไม่มีใครบ่นอะไร

พอมาถึงก็งง ๆ กันพอสมควร เพราะไกด์บอกว่า เขาไม่ได้ไปด้วยนะ จะรอพวกเราอยู่ที่นี่ เราก็งง ๆ สิ ทำไมไม่ไปด้วยกัน นอนแพเพิ่มอีกคน แพมันจะแตกหรือไงนะ จะได้ถามโน่นถามนี่ด้วยหรือกลัวพวกเราถาม แต่แล้วความสงสัยก็กลายเป็นความงงงวยต้องตัดสินใจโดยไม่ทันตั้งตัว เพราะไกด์ถามเราว่า จะเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงขาสั้นเลยมั้ย เพราะเวลาแพตกจากที่สูง ชุดสวย ๆ จะเปียกหมด แล้วก็ถึงบางอ้อ !! เมื่อเขาพาไปดูแพยางและรูปสถานที่ ๆ เราจะไปผจญภัย ไกด์ไม่ได้หลอกเราหรอก แต่เราน่ะไม่ทันได้คิด ก็เขาบอกไปโต้ง ๆ แล้วว่า จะพาไป Rafting Adventureที่ Kasembon นี่นา
เพื่อนหัวเราะซะ เพราะเธอก็ไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้เหมือนกัน น่าสนุกดี ไม่ต้องคิดมาก เปลี่ยนชุดเตรียมล่องแก่งเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่า ๆ ก่อนถึงที่หมาย มีตกผาสูง ๆ อยู่ 5 ครั้ง นอกนั้นช่วยกันจ้ำก็แล้วกัน

มีการเข้าคอร์สอบรมก่อนขึ้นแพยางนิดหน่อย บอกวิธีจับพาย คนคัดท้ายจะเป็นคนออกคำสั่งว่า backward ,forward ,stop และ boom ตอนที่ออกคำสั่งว่า boom นี่ต้องเอนตัวไปข้างหลัง เก็บพายแนบกับแพยางและจับเชือกแน่น ๆ เพราะเรากำลังจะลงจากผาไม่สูงมากนัก (เพราะนี่เป็นผจญภัยแบบครอบครัว เขามีให้เลือกสองแบบ อีกแบบก็อยากเล่นมากแต่อาจหัวใจวายก่อนแน่ เพราะท่าทางจะโหดมากและไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ของเรา เอาแบบเบาะ ๆ พอเป็นประสบการณ์ก็พอ)
ระหว่างทางที่เราเลาะทุ่งนาไปลงแพน่ะ เดินไปหัวเราะกันไป แต่คิดในใจว่า มันต้องสนุกแน่ ๆ

บนแพยาง คุณสามีนั่งกับน้องจันทร์คู่หน้า ตรงกลาง เพื่อนนั่งคนเดียว ตบท้ายด้วยฉันและเจ้าตะวัน มีคนคัดท้ายนำทางหนึ่งคนตัวผอม ๆ ดำ ๆ ที่คอยออกคำสั่งและจ้วงพายเพราะมีตัวกินแรงชาวบ้านอยู่สองตัว

งานนี้ สนุกมาก เพราะตื่นเต้นที่ตกเหวสูง ๆ ได้ส่งเสียงกรี๊ดพอเป็นกระสัย ได้หัวเราะดัง ๆ กลั้วกลิ่นสายลมเย็น ๆ ในช่วงที่ไม่เจอหินและช่วงน้ำเชี่ยว ๆ หอมกลิ่นสนข้างแม่น้ำ ชาวบ้านยังใช้น้ำในการดำรงชีวิตอยู่ เห็นเด็กน้อยแก้ผ้าอาบน้ำด้วย แต่ไม่มีกล้องจะถ่าย นึกถึงตอนเป็นเด็กที่เราเล่นน้ำตรงแพที่บ้านปู่เลยเพื่อนบอกว่า เขาพยายามจะปลูกสนให้เยอะ ๆ ระหว่างล่องไปบนแม่น้ำ เพื่อนก็อธิบายต้นไม้ข้างทางให้เด็ก ๆ ฟัง ฉันนึกขอบคุณอย่างที่สุด เพราะเพื่อนน่ารักมาก ๆ ที่ทำหน้าที่เหล่านี้ในฐานะที่เธอชวนพวกเรามาเที่ยวที่นี่ ฉันรู้ล่ะว่าเด็ก ๆ ชอบและมีความสุข แต่เขาไม่ค่อยแสดงออกกัน
น้องจันทร์กับสามีฉันดูร่าเริงมาก เพราะเขาช่วยกันจ้ำ ช่วยกันพาย ภาพมันฟ้องในวีดีโอ มีคนถือกล้องตามถ่ายพวกเราในแต่ละจุด
มีช่วงพักกินน้ำระหว่างทาง แต่ไม่มีใครพักซักคน เพราะไม่มีแรงจะเดินขึ้นไป และอยากนั่งเฉย ๆ คุยกันในแพยางมากกว่า ขำก็ขำ กว่าจะถึงที่หมายก็สะบักสะบอมและโชกน้ำ คุณสามีก็อยากลงไปเกาะแพตามน้ำเหลือเกินเห็นท่าเขาแล้วน่ะ
ถึงที่หมาย ก็มีอาหารเตรียมไว้ให้เราแล้ว กินมันทั้งชุดเปียก ๆ นี่แหละได้อารมณ์ดี ก่อนจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดกัน
ดูวีดีโอในรถระหว่างขากลับ งานนี้ไม่สนุกก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ปิ่นยังบอกอีกนะว่า อีก 30 ปีกลับมาที่นี่ก็ยังเหมือนเดิม แล้วเราก็เป็น 1 ในแสน ที่มาเที่ยวที่มาลังด้วยนะ
สนุกและมีความสุขที่ได้มาเที่ยวครั้งนี้ ไม่รู้จะขอบคุณเพื่อนยังไงแล้ว ประทับใจปิ่นจริง ๆ







--
หมายเหตุ :

อ่านเล่น ๆ ไปเถอะเนาะ ตามประสาคนขี้เล่า(บ่แม่นเล่าขวัญเน้อเจ้า)

และขออภัยอย่างแรง
อยากจะโชว์รูปล่องแก่งที่เกษมบุญ(kasembon) สุดฤทธิ์สุดเดช
แต่ไม่มีปัญญาจะเอามาวีดีโอมาใส่ในยูทูป ลองทำแล้วนะ แต่ไม่ได้ แง ๆๆ
ที่ ๆ ไปมันประมาณนี้แหละค่ะ อย่างนี้เลย นี่ไปลักมาจากกูเกิ้ล
เขาไปที่ ๆ เดียวกับพวกเรา แต่เขามีรูปด้วยน่ะ ฮือ ฮือ อิจฉาจัง

























ภาพมันฟ้องตั้งหลายอย่างว่า ใครเป็นยังไงระหว่างทาง
ใครน่ารัก น่าคบ อิอิ
ฉันกับเจ้าตะวันเป็นคนที่น่าคบจริง ๆ ให้ตายสิ 555







-- ภู เ พ ยี ย --
ตุลาคม ๒๕๕๒
สุราบายา อินโดนีเซีย




















Create Date : 18 ธันวาคม 2552
Last Update : 18 ธันวาคม 2552 12:48:52 น.
Counter : 329 Pageviews.

1 comment
--- ห อ ม ก ลิ่ น วั น ว า น กั บ ข บ ว น ก า ร เ ด็ ก ห ญิ ง ป า ก ต ล า ด ---











ขบวนการเด็กหญิงปากตลาด
ผู้แต่ง : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ผู้ช่วยบรรณาธิการ : สุภชัย สุชาติสุธาธรรม
ออกแบบปก-ศิลปกรรม : ประภาพร ประเสริฐโสภา
ภาพปก-ภาพประกอบ : ยอดฉัตร บุพศิริ
พิมพ์ครั้งแรก : สำนักพิมพ์มติชน,ตุลาคม 2551















เมื่อครั้งที่อ่าน ครูนิโกร ห้อง ป. ๓ ก. ว่าสนุกแล้ว ขบวนการเด็กหญิงปากตลาด สนุกกว่าค่ะ ผู้เขียนก็เป็นคน ๆ เดียวกันแต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ได้ยินเสียง กิ๊ง ก่อง แก้ว , แปลงกายเป็นไอ้มดเขียววีสาม, แต่น แตน แต๊น เราคือขบวนการสายฟ้า , หุ่นยนต์กระป๋องที่ทำดีแล้วได้คะแนน ,จานบิน ตุตันคาเมน สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ารวมไปถึงมนุษย์ต่างดาว , พระเอกหนังรูปหล่ออย่างสมบัติ เมทะนี หรือโตขึ้นอยากสวยเหมือนอรัญญา , ร้องเพลง เก้าล้านหยดน้ำตาที่ดอน สอนระเบียบแปลงมาจาก ๙,๙๙๙,๙๙๙ Tears ' s ของ Dickey Lee , ท่อง คนอะไร คนไทย ไทยอะไร ไทกอ กออะไร กอไก่..ได้, สนใจเรื่องแม่นาคพระขโนง ,เล่นผีถ้วยแก้ว ฯลฯ แล้วล่ะก็... ได้นั่งหัวเราะโยกเก้าอี้เอิ๊กอ๊ากเฮฮาน้ำตาซึมไปกับความก๋ากั่นแก่นเซี้ยวกับปฏิบัติการใสซื่อของเด็กน้อยเหล่านี้เป็นแน่


ผู้เขียนเก็บรายละเอียดได้มากอย่างน่าทึ่งซึ่งถือเป็นฉากใหญ่ ๆ ในยุคนั้น เบื้องหลังวัยเยาว์เหล่านี้นำมาผูกเป็นเรื่องได้อย่างแนบเนียนและแยบยลมาก เก็บประวัติศาสตร์ในยุคนั้นมาได้มากไม่ว่าจะเป็นทั้งเพลงดังติดปาก โฆษณา ยี่ห้อข้าวของเครื่องใช้ที่นิยม แม้แต่อาขยานที่เราท่องในห้องเรียน โอ้โห..เชื่อเขาเลยค่ะ คนที่ซาบซึ้ง อมยิ้มอาจจะเป็นรุ่นอายุ ๓๕ ปีเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงเหตุการณ์ราว ๆ พ.ศ. ๒๕๐๐ (อ้อ..คนอายุน้อย ๆ ก็อ่านได้สนุกมากเช่นกันค่ะ)

เรื่องราวที่เล่า เหมือนเด็กชายเขียนถึงเรื่องของเด็กหญิง โดยเล่าผ่านขบวนการเด็กหญิงทั้งหกคน มีจัน พิมพา แมวน้อย ซันโย ชมพู่ วรรณา ต่างเติบโตมาด้วยกันในตลาด มีจันเป็นหัวโจก (เด็กหญิงจัน ชื่อจริงว่า จันทนีย์ เพราะเกิดวันจันทร์ เธอโตมากับพี่ป้าน้าอาที่ช่วยกันเลี้ยงในตลาด ต่างสอนวิชาด่าเป็นไฟแล่บเป็นที่มาของคำว่าปากจัด --แปลว่าด่าเก่ง โต้เถียงไม่หยุดปาก น่าจะมาจากเสียงดังโหวกเหวกของคนขายของในตลาดฟังผิวเผินคล้ายตะโกนด่า เธอคิดแบบเธอเองว่ามันเข้าท่าดีด้วยความไม่ประสีประสาของเธอ เมื่อเข้าโรงเรียนตอนป.๑ ใหม่ ๆ เธอหาแก๊งค์รวมพลกันได้แล้วก็สอนให้เพื่อน ๆ ฝึกด่าราวกับอาวุธป้องกันตัว แต่ก็ไม่วายถูกปราบและถูกทำโทษในโรงเรียน เรื่องซน ๆ ใส ๆ รื่นรมย์อมยิ้มคลุกเคล้าความไร้เดียงสามีอยู่ตลอดเวลา เรียกรอยยิ้มสดใสในวัยเด็กของเราที่ซ่อนไว้อย่างไม่มิดชิดนักออกมา )
เธอเป็นลูกสาวเจ้าของโรงหนังที่ก๋ากั่น แสนซน ใสซื่อ มีแต่คำถามที่ใส ๆ เหตุการณ์สนุกครึกครื้น วีรกรรมของพวกเธอมากมายนักภายใต้ชื่อก๊วนของเธอว่า ขบวนการสายฟ้าหญิง ความน่ารัก ๆ ที่เธอวาดลวดลายแก่นกะโหลกในตลาด ตามโรงหนังหรือที่โรงเรียนก็ไม่ธรรมดา บทสนทนาใสซื่อของเธอและเพื่อน ๆ เรียกรอยยิ้มพร้อมกับส่ายหน้ากับความเดียงสาของพวกเธอ ย้อนคิดกลับไปตอนเราเรียนชั้นประถมนี่มีแต่เรื่องสนุก ๆ เพื่อนเล่นเยอะ หรือเป็นเพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร จึงเป็นช่วงวัยที่มีความสุขมากที่สุดก็ว่าได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวการเติบโตของโรงภาพยนตร์ในยุคนั้น ลงลึกถึงเรื่องธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของโรงภาพยนตร์อีกด้วย โรงภาพยนตร์หรือโรงหนังสมัยนั้น ในต่างจังหวัดโรงหนังมักจะอยู่ติดกับตลาด เป็นเหมือนฉากใหญ่ ๆ ที่เป็นความผูกพันกับตัวละครในเรื่องนี้

วันวานยังหวานอยู่ จริง ๆ นะ อย่าเพิ่งเบ้ปากเลยนะคะ !!

ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นมุมที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหมาย ความรู้สึก
ใช่เลย..เราทุกคนมีอดีตนั่นเอง ชีวิตวันวานวัยเยาว์ของเราจึงมีเสน่ห์เฉพาะตัวสูงอย่างยิ่ง บรรยากาศอบอวลทุกฉากทุกตอน เป็นภาพชีวิตที่เป็นชีวิต มีช่วงขาขึ้นและขาลง แ ท ร ก สี สั น ข อ ง อ ดี ต ไ ด้ อ ย่ า ง ค ล า ส สิ ก ม า ก


อ่านจบแล้ว..อดไม่ได้ที่จะบอกต่อคนใกล้ตัวให้ได้อ่าน อยากให้คนอื่นได้ยิ้มหน้าบานและมีความสุขจากหนังสือเล่มนี้ด้วย เหมือนเราได้นั่งกินอะไรอร่อย ๆ มีรสกลมกล่อม และ หวานละมุน ลงตัวเป็นอย่างยิ่ง

หรือที่ข้าพเจ้าประทับใจเพราะเป็นช่วงวัยที่เคยร่วมประสบการณ์เหล่านั้นมา ได้ยิน ได้กลิ่นวันวานแจ่มชัด ต่อให้ชีวิตที่ดำเนินไปในช่วงที่ต้องรับผิดชอบมากมายแบบปัจจุบันนี้ เคยล้มลุกคลุกคลานกับชีวิตที่มีขม ๆ หวาน ๆ แต่อดีตที่สดชื่นและเปี่ยมความสุขที่สุดในวันวานในช่วงวัยนี้ เราก็มีเหมือนคนอื่น ๆ นั่นแหละ










ข อ บ คุ ณ ค่ ะ
-- ภู เ พ ยี ย --


















Create Date : 16 ธันวาคม 2552
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 8:18:21 น.
Counter : 304 Pageviews.

8 comment
--- ---
















Happy Birthdayหมีน้อยนี้มอบแด่..จันทร์ และ ตะวัน


..นี่! ถึงมันจะไม่ใหญ่เท่าตัวแก
แต่มันก็มาจากใจจริงนะ..

เอ้อ! อย่าลืมซักมันบ้าง
เดี๋ยวมันจะดำนะ

เดี๋ยว ๆ
ขอให้มีความสุขเยอะ ๆ นะคับ

แล้วอย่าทะเลาะกันอีกนะ

จาก--kowfang (ข้าวฟ่าง)
เพื่อนรักของพวกแก


อ้อ..มีต่อ

คำเตือน!!

ห้ามนำเข้าปากหรือขว้างปาใส่กัน




















บั น ทึ ก วั น เ ส า ร์ :

เสาร์ที่ผ่านมา วันที่ ๑๒ เดือน ๑๒ ปี ๒๕๕๒ เป็นวันเกิดเจ้าแฝด
อายุครบ ๑๑ ขวบ แล้ว
พ่อกับแม่ก็ไม่ได้มีอะไรให้เป็นพิเศษ เพราะวันธรรมดาของเธอก็เป็นวันพิเศษอยู่บ่อย ๆ
วันครบรอบ ๑๑ ขวบของเธอก็เป็นวันธรรมดาบ้างก็ได้ เพราะพ่อแม่ไม่ว่างจะพาไปไหน
เธอก็ไม่ว่าอะไร แต่ขอชวนเพื่อนมาบ้าน
เพราะเพื่อนจะเอาของขวัญมาให้และอยากมาทำการบ้านด้วย

พ่อเขาก็ใจดี ทำกับข้าวเลี้ยงเพื่อนลูก ทำอาหารว่างให้ลูก ๆ หลาน ๆ ทั้งวัน
เห็นเด็ก ๆ พากันดูหนังเรื่อง “หนีตามกาลิเลโอ” นะ ส่วนแม่ก็ไปเฝ้าร้าน อ่านหนังสือโน่นนี่ตามเรื่องตามราว อ่านวรรณกรรมเยาวชนจบไปเรื่อง น่ารักมาก [ภาพประกอบก็น่ารัก เป็นน้องที่รู้จัก เธอเป็นศิลปินตัวน้อย เป็นกวีที่มีอนาคตไกลที่เราแอบเชียร์และให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอ] คุยเรื่องหนังสือเล่มนี้ให้แฟนฟังเพราะเราร่วมสมัยกันมา อ่านแล้วคิดถึงตอนเป็นเด็ก มีความสุขไปกับหนังสืออีกวัน




























บั น ทึ ก เ รื่ อ ง ร า ว วั น อ า ทิ ต ย์ :



ลองเอา--บั น ทึ ก ก า ร เ ดิ น ท า ง ที่ อิ น โด --ไปเข้าเล่ม จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก ได้เล่มหนาบึ้กเหมือนกัน จุไปด้วยภาพถ่ายของครอบครัวและเพื่อนรัก ภูมิใจนะแม้ภาพถ่ายก็งั้น ๆ บันทึกก็ตามเรื่องตามราว ตามใจตัวเองซะมากกว่า ไว้เบื่อ ๆ ค่อยมานั่งดูหนังสือทำเอง โดยสำนักพิมพ์ ภู พระจันทร์ หรือภู แสงจันทร์ดีนะ เสียดายที่จัดหน้าเองไม่เป็น ทำเองไม่ได้ทั้งหมด ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจอยู่เรื่อย เศร้าก็ตรงเนี้ยะ ไม่งั้น ปกหนังสือจะไม่ใช่ดาด ๆ แบบนี้ อยากจะใช้ลายบาติกในตัวอักษรภาษาอังกฤษนั่น และใช้สีสันมากกว่านี้ นึกถึงเจ้าเพื่อนยากที่เคยตามอกตามใจกันอยู่ เจ้าเก่านั่นแหละที่วาดรูปเหมือนของเราแล้วเราไม่อยากได้เพราะมันเหมือนเกินไป ฮ่า ฮ่า

เอาภาพปกหนังสือของ Love Season in Indonesia มาฝากกันชม
ไม่สวยหรอก แต่เราชอบน่ะนะ ภูมิใจ๊ ภูมิใจ
หนังสือทำมือที่ใช้ใจทำน่ะ
เรื่องง่าย ๆ ที่ตัวเองพอทำได้

แล้วก็รวบรวมกลอนในรูปแบบฉันทลักษณ์ไว้เป็นสมบัติส่วนตัวอีกสามเล่ม
อ้อ..เจ้าคนโตจัดหน้าที่แม่บันทึกประจำวันให้อีกเล่มนึง อ่านบันทึกของตัวเองก็ยิ้ม ๆ ขำดี

อ่านหนังสือนิยายอีกเรื่อง แต่ยังไม่จบ..
หมดไปอีกวันแล้วหรือนี่!!






สุ ข สั น ต์ วั น จั น ท ร์ ค่ ะ
ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขทุกท่านนะคะ



-- ภู เ พ ยี ย --




























Create Date : 14 ธันวาคม 2552
Last Update : 14 ธันวาคม 2552 18:55:16 น.
Counter : 281 Pageviews.

6 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]