All Blog
--- ไ ป เ ค า ร พ ศ พ แ ม่ เ พื่ อ น ---



























เมื่อคืนไปเคารพศพแม่เพื่อนที่วัดพระสิงห์ เพื่อนคนนี้คือเพื่อนรักอีกคนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตั้งแต่สมัยทำงานด้วยกันมาเกือบสิบปี ฉันได้กินกับข้าวเมืองอร่อย ๆ บ่อย ๆ เพราะแม่ทำฝากมาให้ที่ทำงาน บางทีเราสองคนก็ไปฝากท้องบ้านเพื่อนมื้อเย็น และทุกปีใหม่ แม่ก็ชวนไปกินเลี้ยงที่บ้านไม่เคยขาด พอเราออกจากงานมาอยู่ไชยปราการ ก็ยังไปมาหาสู่กันแต่ไม่ถี่เหมือนก่อน อย่างน้อยก็แวะฝากส้มหรือผลไม้ตามฤดูกาลเมื่อเข้าเมือง รู้ความเป็นไปของครอบครัวเราทุกช่วงตอน ส่วนเพื่อนก็ยังทำงานที่เดิม เป็นผู้จัดการร้าน รับผิดชอบสูงขึ้นและยังมีความสุขกับการทำงาน

ฉันทราบข่าวจากหน้าเฟซบุ๊ก ก่อนที่แม่จะเสีย เรายังคุยกันเลยว่า ต้องหาเวลาไปเยี่ยมแล้ว เพราะตกใจที่เห็นแม่อยู่โรงพยาบาล โดยรวมดูท่านอิดโรยเหมือนคนป่วยทั่วไปแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกเย็น แต่ยังไม่ทันไร เช้ามา เพื่อนแจ้งว่าแม่จากไปอย่างสงบตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ทราบข่าวตอนเช้าก็เข้าไปแสดงความเสียใจกับเพื่อน ยังไม่อยากโทรฯหรือถามอะไร เธอคงวุ่นวายกับการจัดการอะไรต่อมิอะไรหลังจากนี้ รอดูกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพแม่เมื่อไร และเสียศพเมื่อไร หากไปเคารพศพก่อนได้ก็จะรีบไป

ด้วยวัยของเรา เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่เข้าสู่บั้นปลายชีวิตอย่างแท้จริง เพื่อนแต่ละคนต่างดูแลพ่อแม่กำลังป่วย เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งยากในช่วงแรก เหนื่อยสาหัสกันกรณีที่ต้องดูแลพ่อแม่และต้องทำงาน กว่าจะจัดสรรเวลาลงตัวในการดูแลช่วงที่วางมือให้ผู้ช่วย เพราะเรายังต้องทำงานกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องง่ายและเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลท่านยามนี้ เราได้แต่ให้กำลังใจกันและกัน คนดูแลก็ต้องรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีด้วย

ฉันเข้าเมืองแต่บ่าย อยากไปหาเพื่อน อยากไปอยู่ใกล้ ๆ แม้รู้ว่าเธอรับมือกับความเศร้าโศกครั้งนี้ได้ ฉันรู้ว่าจัดงานศพนี่ยุ่งใช่ย่อย ยุ่งมากจนไม่มีเวลาจะเศร้าหรือฟูมฟาย เข้าใจภาวะเวิ้งว้างนี้ ยังมึนงง สมองชา และอุ่นใจเมื่อเห็นคนใกล้ชิดมา


เมื่อวานตอนเพื่อนเจอหน้าเราสองคน เธอตกใจและถามว่า ผ่านมาหรือตั้งใจมางานนี้โดยเฉพาะ ก็ตั้งใจมาน่ะสิ ถามได้ ก็หัวเราะกัน ขอบคุณมาก ๆ ไหว้ศพแม่ก่อน เดี๋ยวกินข้าวกินปลานะ มีแต่หมู่เฮาทั้งนั้น

เราไม่ร้องไห้ให้กันเมื่อเจอหน้า ยิ้มแย้มแจ่มใส บีบมือให้กำลังใจและกอดกัน ไม่ได้ถามไถ่อะไรกันดี แขกเหรื่อเธอเยอะแยะ เราสบาย ๆ แยกไปทักทายเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ สมัยทำงาน เป็นลูกหม้อกันมายาวนาน หลายคนก็เพิ่งได้เจอเรา ต่างก็แซวขำ ๆ ไม่ได้เจอกันยี่สิบกว่าปีเอ๊ง ก็ใช่นะ เราติดต่อเพื่อนคนเดียว เจอกัน คุยกันที่บ้าน ก็จบตรงนั้น เพื่อนที่ทำงานเก่าไม่มีใครรู้เรื่องราวของฉันเลย ไม่รู้ว่าฉันทำอะไรตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา รู้แต่ว่ายังมีลมหายใจ เพื่อนก็ไม่เคยเอาเรื่องทุกเรื่องของฉันเล่าให้คนที่ทำงานฟัง รักษาความเป็นส่วนตัวฉันได้ทั้งหมดทุกเรื่อง คงรู้นิสัยแหละว่า อยากรู้อะไรก็ถามฉันเอง อะไรที่คุยกับเธอก็คือคุยกับเธอ แต่ก็บอกทุกคนว่าฉันสบายดี

วันนี้เลยได้คุยกับพี่ ๆ น้อง ๆ สนุกสนานกันไปเลย อัพเดทกันพอหอมปากหอมคอพอหายคิดถึง

เพื่อนแว๊บมานั่งคุยด้วยแป๊บนึง เธอถามว่า ลุงขายผ้าไหม มาบ้านอีกหรือเปล่า

ฉันถึงกับ ฮ้าาาาา อ่านด้วยเหรอเนี่ย

อ่านสิ เธอเขียนอะไร ฉันก็ตามอ่านหมดแหละ ทั้งหน้าเฟซ หน้าบล็อกแต่ไม่ได้เขียนคอมเม้นต์อะไร เธอมันขี้สงสาร ฉันว่าแล้วว่าไม่ซื้อผ้าไหมก็ต้องทำบุญแหง ๆ

เลยหัวเราะกันอีกรอบ 'เอ็นดูแต๊ กลับขอนแก่นไปหรือยังไม่รู้'



เรากินข้าวเสร็จ ก็เข้าไปฟังพระอภิธรรมด้านใน เป็นห้องแอร์เย็น ๆ เพื่อนจะไล่กลับเพราะเดี๋ยวกลับบ้านดึก แต่ฉันว่าไม่เป็นไร ตั้งใจมาก็ตั้งใจฟังพระเทศน์ด้วย ได้แผ่อุทิศส่วนกุศลให้แม่ด้วย

ฉันฟังเทศน์ฟังธรรม ฟังบาลีไม่รู้เรื่องหรอก แต่ก็สำรวม รู้กาละเทศะเท่านั้น คำแปลบาลีก็น่าจะเป็นคำที่มีความหมายดี ๆ เคยดูคำแปลแต่ไม่เคยจำอะไรได้เลย ฟังสักชั่วโมง เขากราบเรากราบ พระเทศน์ไพเราะดี สงบใจ

แต่หลังจากนี้สิ มีการเทศน์แบบสองธรรมาสน์ เป็นการเทศน์แบบมีฝ่ายถามและฝ่ายตอบ พระสองรูปเป็นพระชื่อดังจากลำพูนและป่าซาง ฉันลืมชื่อพระอาจารย์ แต่ท่านรูปงาม สำเนียงไพเราะ ปฏิภาณฉับไว โต้ตอบทันกันไม่มีการเตี๊ยมมาก่อน (ท่านว่าอย่างนั้นนะ) ท่านถามตอบกันไปมา ไขความ ขยายความให้เข้าใจ ฟังเพลิดเพลินและได้ความรู้ แก่นแท้จะคืออะไรนอกจากทำดี ทำจิตใจให้เบิกบานและอยู่กับปัจจุบันขณะ ไขคำความเพื่อให้เข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ฟังง่าย ๆ แต่ทำไม่ได้สักที ฉันชอบคิดถึงอดีต ชอบเพ้อถึงอนาคต นิวรณ์ 5 มารบกวนระหว่างวันบ้าง คนมันบ้าอ่านนิยายก็ฟุ้งซ่านไป อยากเกิดเป็นลูกลุงจอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน เพราะเขาเชื่อกันว่าอาจจะได้สายเลือดนักเขียนมาเขียนนิยายบ้าง

คนบ้ากลัวพระกลัวผีอย่างฉันตื่นเต้นมาก ไม่เคยฟังพระเทศน์สองธรรมาสน์แบบนี้ ฟังรู้เรื่องและมีความสุขมาก เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กว่าท่านจะลงจากธรรมมาสน์ก็สี่ทุ่มกว่า แต่เป็นคืนที่ฟังเทศน์ได้จับใจ

ชอบท่านว่าตรงนี้นะ หลับเมื่อคืน มืนตาเมื่อเช้า เป็นกำไรชีวิต มืนตาหมายถึง ตื่นลืมตานั่นแหละ ก็จริงนะ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า หลังจากหลับไปแล้ว เราจะมีชีวิตอยู่จนถึงรุ่งเช้าของอีกวันมั้ย รู้ทั้งรู้ว่าเกิดมาแล้วต้องตาย แต่เราไม่รู้หรอกว่าความตายอยู่ใกล้ตัว เรามักจะมีสติขึ้นมาเมื่อเห็นความตายของคนอื่น ตื่นมาเช้านี้ถือเป็นโชคดีของชีวิต คิด เขียนหรือทำอะไรดี ๆ ได้ก็ทำซะนะ

แต่ฉันตื่นมาแบบงัวเงียมาก นอนห้าทุ่มก็ตื่นยากแล้ว นี่นอนตีหนึ่งกว่า ๆ ต้องหากาแฟขม ๆ มาถ่างตาอีกสักสองช็อต แฮ่ ๆ


ขอให้ทุกท่านสุขภาพดี มีความสุขนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย

















Create Date : 27 มิถุนายน 2562
Last Update : 27 มิถุนายน 2562 10:18:23 น.
Counter : 91 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com