All Blog
--- น ก เ มื อ ง ค อ ง :: 1 9 M a y 2 0 1 9 ---



























































น ก จับ แ ม ล ง จุ ก ดำ
Black-naped Monarch
ตัวนี้เพศผู้ค่ะ













Black-naped Monarch
แฟนพี่จุกดำค่ะ














นกพญาปากกว้างอกสีเงิน
Silver-brested Broadbill











นกกะเต็นลาย
Banded Kingfisher

ปากแดงสด หางยาว
หัวสีน้ำตาล อกท้องสีน้ำตาลแกมเหลือง
กลางท้องสีขาว
กระหม่อม หลังและหางเป็นลายขวางสีดำสลับฟ้าสด







หลังจากกะเต็นขาวดำใหญ่ นกดาวเด่นแห่งเมืองคองแล้ว เรายังได้ข่าวว่าเจอนกแต้วแล้วอกเขียว Hooded Pitta ที่นี่ !

เป็นเรื่องอัศจรรย์สำหรับฉันพอสมควรนะ พร้อมกับคำบอกเล่าของไกด์ดูนกว่า เขาเป็นนกประจำถิ่นด้วย คิดอีกที เมืองคองดังใหญ่แล้ว เพราะแค่กะเต็นขาวดำใหญ่เป็นนกประจำถิ่นที่นี่ และมีลูกเล็ก ๆ อีกสามตัว ทำให้เหล่านักดูนกอยากมาชมกันที่นี่ ฉันเองก็แห้วตั้งแต่ไปนั่งบลายด์เฝ้ากะเต็นขาวดำใหญ่ที่แม่วงก์เมื่อหลายปีที่ผ่านมา จะกลับไปเฝ้าอีกก็ยังไม่มีเวลา น้องนักดูนกก็บอกว่าที่เชียงรายก็มีแต่กะเต็นขาวดำใหญ๋จะไม่ปักหลัก ไปเฝ้าก็ต้องแล้วแต่ดวง จู่ ๆ เขามาอยู่ใกล้บ้านเราเฉยเลย จะไม่ไปดูก็ไม่ได้แล้ว

นี่ยังมีแต้วแล้ว นกทางใต้มาอีก ทำให้ต้องจัดวันว่างเพื่อจะไปลุยกันทั้งวัน

เราเช็คข่าวก่อนออกบ้านแล้วว่า แต้วแล้วไม่ออกมาโชว์ตัวหลายวันแล้วนะ ก็ทำใจไว้ว่า ไม่เจอก็ไม่เป็นไร ดูนกอื่น ๆ ก็ได้ แต่ไม่ออกบ้านตีสามเพื่อตั้งบลายด์เฝ้ากะเต็นขาวดำใหญ่เพราะพวกเขาออกรังแล้ว ไปหากินกันตรงไหนยังไม่ทราบแหล่งแน่ชัด ช่วงที่ไปเก็บภาพเป็นช่วงที่เขากำลังเลี้ยงลูก เราจึงเห็นเขา

การดูนกเป็นเรื่องของจังหวะเวลาและโชค เรื่องโชคนี่ก็สำคัญเหมือนกันนะ เรานัดนกไม่ได้นี่นา

เช้านี้ออกบ้านตีห้า เตรียมของกินเผื่อทั้งวัน ข้าวปลาอาหาร ขนม น้ำ กาแฟและน้ำแข็ง ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ทำใจแล้วว่า อยู่ในบลายด์ทั้งวันก็ขอดูดน้ำเย็น ๆ ไปเรื่อย ๆ ละกัน

เส้นทางไปเมืองคองนั้น จากปากทางถนนใหญ่เข้าไปอำเภอคอง ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ฉันกับสามีเคยคิดจะมาวิ่งเข้าไปเมืองคองกันสักวัน วิ่งเช้าถึงตอนเย็นก็ไม่เป็นไร จองที่พักนอนสักคืน เช้าก็วิ่งกลับ เป็นแผนการที่คิดกันไว้สักพักแล้วเพราะชอบเส้นทางนี้ เป็นทางขึ้นเขาลงเขาและเป็นทางถนนตลอดสาย แต่ทางถนนไม่กว้างมาก แซงไม่ค่อยได้ โค้งแคบ ต้องใช้ความระมัดระวัง วิวคือดอยหลวงเชียงดาวและดอยสามพี่น้อง เป็นอีกด้านหนึ่งที่ไม่ใช่เส้นทางที่เราเห็นตอนวิ่งเข้าเมืองทั้งขาไปขากลับ

ฉันตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของดอยหลวง ภูเขาสีครามนี้ ดูยิ่งใหญ่ มั่นคง แข็งแรง แม้จะไม่ตะลึงแบบเทือกเขาคอเคซัสที่เป็นเช่นปราการใหญ่ แต่นี่ก็ไม่ธรรมดา คงเป็นเพราะฉันภูมิใจและมีความสุขกับการได้อยู่ท่ามกลางสถานที่และภูมิทัศน์แบบนี้ มองอะไรก็สวยงามและแปลกตาอยู่เสมอ มันก็ภูเขาหินปูน ต้นไม้ ใบสน ไผ่แห้ง หางนกยูงข้างทางและท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลง แปลกตาได้ทุกฤดู เพียงแค่การเดินทางเพื่อพักผ่อนในวันหยุดก็คุ้มแล้ว

เราเช็คหมายที่นกลงกับน้อง เมืองคองยังเป็นที่ใหม่มากสำหรับเรา ก็เหมือนกับที่เราขึ้นดอยสันจุ๊ครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าเขาดูนกกันยังไง ไม่มีประสบการณ์ คิดแต่ว่า ไปเดิน ๆ ส่องหา เดินไปเรื่อย ๆ เหมือนสวนสัตว์เปิด แล้วแต่ดวงว่าจะเจออะไร พอให้เวลากับการดูนกจึงค่อย ๆ เรียนรู้ไปกับเขา ที่นี่ก็เหมือนกัน เรามักจะโชคดีที่เจอนักดูนกมาก่อนหน้าเราเล็กน้อย เลยได้แจมกับเขาไปทุกที่ รู้โดยบังเอิญแทบทุกครั้ง ถ้าเราไม่เจอพวกเขา ก็คงตระเวนหา คาดเดาได้ยาก รู้หมายก็ยังไม่ค่อยจะได้เจอนกเลย แต่เช้านี้ เราตั้งบลายด์กันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

พื้นที่เรานั่งจะเป็นหินกรวดก้อนเล็ก ๆ มีแอ่งน้ำหลายแอ่งเล็ก ๆ ดีสำหรับนกที่สามารถเลือกลงแอ่งไหนก็ได้ แต่ไม่ค่อยดีสำหรับเราเพราะเราเดาไม่ค่อยได้ ต้องคอยดูว่าพวกเขาจะมาทางไหน และสำคัญคือต้องเงียบกริบ

ไม่รู้นักดูนกในบลายด์จะเหมือนนักตกปลาบ้างไหมนะ นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไม่คุยอะไรกันในกรณีที่ต้องนั่งบลายด์เดียวกัน จะกินขนมกรอบแกรบก็ไม่ดีเพราะจะมีเสียง ฟังเสียงลมหายใจของเราก็พอ แต่เราก็อยู่บนเก้าอี้เล็ก ๆ ในที่แคบ ๆ ขยับแข้งขยับขาได้พอควร ดื่มน้ำ จิบกาแฟไปเรื่อย ๆ แต่รื่นรมย์มากเพราะฟังเสียงนก วันนี้ป่าแอคถีฝมาก มีชีวิตชีวามาก ๆ เสียงนกเยอะแยะรอบตัวเรา

เป้าหมายในใจคือนกแต้วแล้วอกเขียว เพราะฉะนั้น นกอื่น ๆ คือของกำนัลใจที่เราอดจะถ่ายเก็บมาไม่ได้ เขาเกาะกันไกลเกินกำลังกล้องของเรา แต่ส่องไบน็อกซ์ดูก็โอเคนะ เพลินดีเหมือนกัน

นกตัวแรกที่ลงมาเล่นน้ำระยะไกลลิบก็คือ Black backed Forktail นกกางเขนน้ำหลังดำ นกตัวนี้เคยได้ที่แม่วงก์แล้ว สถานที่เดินเข้ารอนั้นเป็นป่าสงบและเราเจองูจงอางด้วย งานเดียวกันนี่แหละ ตอนเดินเข้าไปดูก็ไม่มีใครคิดถึงเรื่องงูกันสักคน

วันนี้นกกางเขนน้ำหลังดำก็เล่นน้ำโชว์ระยะไกล ไม่มีใครเก็บภาพ แต่ฉันกดไว้หนึ่งภาพพอเป็นเร็คคอร์ด

สักพักก็เห็นนกพญาปากกว้างอกสีเงิน Silver-brested Broadbill เกาะกิ่งคู่กัน ไกลลิบอีกเช่นเคย เขามาเป็นคู่ ป้อนอาหารกัน น่ารักมาก ฉันได้ภาพระยะไกลมา นั่งดูในกล้องก็ยิ้ม ถ่ายมาหลายช็อตล่ะ แก้คันไม้คันมือได้พอสมควร แต่อีกสามบลายด์ข้าง ๆ ไม่มีใครเก็บภาพกันเลยแฮะ นิ่งมากกว่าฉันอีก เขารอนกเป้าหมายและช็อตเด็ดกันจริง ๆ มือก๊อกแก๊กอย่างฉันคือ อะไรบินได้ก็ยิงให้ร่วงหมดว่างั้นเถอะ

นกพญาปากกว้างอกสีเงินเป็นนกเล็ก ๆ น่ารัก ตัวผู้ หัวและลำตัวด้านบนสีน้ำตาลเหลือง หน้าผากและลำตัวด้านล่างเทาแกมขาว โคนปากและหนังรอบตาเหลือง คิ้วดำ ตะโพกและขนคลุมหางน้ำตาลแกมส้ม ปีกดำ มีแถบฟ้าปลายขนปีกบินขลิบขาว ส่วนตัวเมีย อกมีแถบคาดแคบ ๆ สีเงิน อันนี้เราต้องค่อย ๆ สังเกตจากภาพถ่ายอีกทีนะ ตอนถ่ายภาพแยกอะไรไม่ออกหรอก ยิงรัว ๆ ไว้อย่างเดียว กันพลาด แต่แสงทำเอาคนห่างกล้องปรับแสงตามไม่ทัน มัวแต่เช็คภาพก็เก็บภาพไม่ทัน วัดดวงน่าดู ก็จะมีภาพดีบ้างสักภาพสองภาพ ที่ถ่ายไว้เยอะเพราะจะเอาไว้วาดอิริยาบถของนกบินนั่นแหละค่ะ บางทีก็ต้องไม่อายที่ยิงจนกระสุนเกลื่อน เป้าหมายเราไม่เหมือนกัน

จากนั้นจะมี นกแซวสวรรค์คาบเหยื่อเป็นแมลงปอสีดำ วันนี้บรรดานกตั้งหลักไกลเกิ๊นหรือเราตั้งบลายด์ผิดด้วยแหละ กล้องเราแรงไม่ถึง

นกแซวสวรรค์เป็นนกน่ารักมากอีกตัวหนึ่ง มีหงอนสั้นตั้งเป็นสัน หัวและอกเทาเข้ม หัวด้านบนดำเข้มเหลือบเล็กน้อย หนังรอบตาและปากฟ้าเข้ม ตัวผู้ชุดขนสีน้ำตาลแดง ลำตัวด้านบนและหางน้ำตาลแดง ท้องขาว หางคู่กลางยาวมาก อาจเกิน 27 ซม. ส่วนตัวเมีย คล้ายนกตัวผู้ ขนสีน้ำตาลแดง แต่ขนหางคู่กลางสั้น หงอนสั้น หนังรอบตาสีฟ้าหม่น เราจะเห็นเขามาเป็นคู่ คือเห็นตัวนึงก็ค่อย ๆ ส่องรอบ ๆ ตัวเมียที่ได้วันนี้คือ เธอกำลังไซร้ขนแต่งตัวสวยอยู่บนกิ่งไม้ ดูผ่านกล้องน่ารักมาก

แล้วก็มีนกอีแพรดแถบอกดำออกมาแพนหางบนโขดหิน นกที่มาเกาะกิ่งใกล้เราจะเป็นไอ้ตึ๋งหรือเจ้าปรอดเหลืองหัวจุก Black-crested Bulbul / ปรอดภูเขา Mountain Bulbul

สักพัก นกน่ารัก นกตัวโปรด สีโปรดของเราลงมาเกาะตรงหน้า เห็นแล้วยิ้มเลย โคตรจะน่ารัก เขาชื่อ นกจับแมลงจุกดำ Black-naped Monarch ลำตัวยาว 17 ซม. นกตัวผู้มีสีตัวส่วนใหญ่เป็นสีฟ้าสด ยกเว้นหย่อมสีดำเล็ก ๆ ที่ท้ายทอย และแถบสีดำใต้คอ ท้องสีขาว นกตัวเมียคล้ายนกตัวผู้ แต่สีซีดจางกว่าและไม่มีจุกสีดำที่ท้ายทอยและแถบสีดำที่คอ วันนี้เราเห็นเขาทั้งคู่ เกือบจะเก็บภาพไม่ทันนะ มัวแต่เอ๋อ ๆ กับอากาศร้อนนั่นแหละ และข้าง ๆ ก็ได้กบอ๊บ ๆ อ๊บ ๆ เปิดหน้าต่างบลายด์ไปดู อ้าว งูนี่หว่า กระโดดออกบลายด์สิคะ รออะไร เผลอเป็นไม่ได้เลยนะ ชาวดูนกออกจากบลายด์มาหางูช่วย เขาก็ว่า ตรงที่เราตั้งบลายด์น่ะเป็นแอ่งน้ำ งูไม่น่าจะมีพิษเพราะมากินอึ่งอ่าง กินกบ เขาว่างั้น แต่ในใจเราคือ มันงูน่ะนะ บลายด์ไม่ใช่เต็นท์นอน พื้นล่างคือเหยียบหิน ดิน ทรายว่ากันไปตามสถานที่ นี่ร้อนไม่พอยังงูมาปลุกให้ตื่นอีก กำลังจะงีบ ๆ แล้วเชียว

นั่งรอนกกันต่อ รอไปเรื่อย ๆ เงียบกริ๊บทั้งสี่บลายด์ แล้วก็ได้ยินเสียงอะไรม้วนตังลมาทางฝั่งซ้ายมือ เพื่อนบอกว่า งู ๆ ๆ มันตะครุบเหยื่อและม้วนตัวลงมาหน้าเต็นท์ แต่ไกด์ก็เห็นด้วย เขาบอกว่า ไม่ต้องตกใจครับพี่ เดี๋ยวดูเขาก่อน ฉันก็ส่องกล้องดูสิ เขาว่าไม่มีอะไร เห็นตาอสรพิษน้อยกับตาของเหยื่อ น้องไกด์นกบอกว่า เขาคาบเหยื่อ กว่าจะกลืนคงนอนตรงนี้อีกชั่วโมงครับ

เอาล่ะสิ ตานึงเฝ้านก ตานึงเฝ้างูกลืนเหยื่อ คิดไปก็ขำ ขอเดินออกมายืดเส้นยืดสายนอกบลายด์กันหน่อย สองหนุ่มเขาไปดูใกล้ ๆ บอกว่าเป็นงูเขียวลายสาบคอควั่นดำ ไม่มีพิษครับ แล้วถามเราอีกว่า พี่ไม่มาถ่ายงูเหรอครับ ฉันล่ะขี้เกียจ ยืนดูห่าง ๆ พอแล้ว ไม่ใช่งูเห่า งูจงอางเป็นใช้ได้ แต่น้องสองคนนั้นเอาไม้เขี่ย งูเลยชูคอตั้งเป็นเส้นตรงคาบเหยื่อเลื้อยหนีเราไป ภาพงูยกหัวคาบเหยื่อนี่สวยมาก แต่เราได้แต่ยืนดูเฉย ๆ กล้องตั้งบนขาตั้ง ไม่ได้ยกออกมา เลยอดเก็บภาพนี้

จากนั้นก็มานั่งดูนกกันต่อ ตั้งใจว่าจะออกจากบลายด์อีกทีห้าโมงเย็น คิดว่าวันนี้คงแห้วนกแต้วแล้วตามระเบียบ ใกล้จะหมดเวลาแล้ว นกเป้าหมายของเราก็ยังไม่มา ความจริงก็รู้ล่วงหน้าแล้วนะว่า เขาไม่อยู่ แต่เราก็อดหวังไม่ได้ หวังมากก็ผิดหวังมาก แต่จะเป็นอะไรไปถ้าจะผิดหวัง เคยผิดหวังมานับไม่ถ้วนแล้วชีวิตนี้ เรื่องแค่นี้มันจิ๊บจิ๊บ จริงมั้ย

กำลังนั่งฟังนกนั่นนี่บินข้ามหัวไปมาเพลิน ๆ มีเสียงจ้วงลงบ่อ ปีกสีฟ้า เอาละเว้ย มาแล้ว ๆ เล็งกล้องเข้าไป ซูมมาดู ไอ้หยา นี่มัน กะเต็นลาย Banded Kingfisher ตัวลายพร้อย ปากแดงแจ๋เลย เรียกพรรคพวกให้ดูกะเต็นลาย มาได้ยังไงกันนะ นี่เป็นกะเต็นชนิดที่สี่ที่เจอที่นี่นะ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเจอมาก่อน ดีใจมาก เราก็เช็คกันดูอีกว่า น่าจะเป็นนกท้องถิ่นหรือ resident ไม่ใช่นกอพยพ ไกด์นกก็บอกว่า รังมันน่าจะอยู่แถว ๆ นี้ เรายิ้มดีใจกัน ได้นกที่ไม่คาดฝันมาอีกตัวก่อนหลับบ้าน

แล้วเราก็ไม่เจอนกเป้าหมายจนได้ แต่ก็ไม่เสียดายอะไร ทำใจตั้งแต่แรกแล้วเพียงแต่ความหวังยังทำหน้าที่ของมันอยู่ จะว่าไม่หวังเลยก็ไม่ใช่ ถ้ากลัวความผิดหวังก็คงนอนอยู่บ้านแล้ว เหมือนกับการลงวิ่งที่เป็นเป้าหมายใหญ่และท้าทายนั่นแหละ ความท้าทายมันอยู่ระหว่างความเป็นไปได้และความเป็นไปไม่ได้ แต่ยังไงเราก็ต้องลองและทำให้สุดกำลังก่อน เป็น DNF ไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่าเสียหายเลย เราก็งงว่าบางคนดูถูกการเป็น DNF ของเราได้ยังไง ทั้งที่เราก็มีความเศร้าของเราระดับหนึ่ง ไม่มีใครอยากวิ่งไม่จบหรอก แต่การแพ้หรือการวิ่งไม่จบมันสร้างใจเราไปอีกระดับหนึ่ง ถ้าเรากลัวมัน เราจะไม่ทำอะไรเลย มันให้บทเรียนใหม่ของเรา ยิ่งแพ้ ยิ่งมานะพยายามให้มากขึ้น ไม่ว่าจะต้องพยายามอีกกี่ครั้งก็ตาม

การแห้วจากการดูนกก็อารมณ์คล้าย ๆ กันในบางมุม นกบางตัวยังเป็นนกบอดของเราอยู่ หลายปีมาแล้วเราก็ยังไม่สมหวัง ดีที่เราไม่เลิกล้ม ก็เท่านั้นเอง


ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
19 พฤษภาคม 2562




















Create Date : 21 พฤษภาคม 2562
Last Update : 21 พฤษภาคม 2562 12:35:41 น.
Counter : 128 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com